Group Blog
 
All blogs
 
~ หลวงพระบาง (day I) ตอน : สะบายดีเมืองหลวง ~

My trip “หลวงพระบาง” ครั้งนี้ภูมิใจนำเสนอมาก ๆ เพราะเป็น trip ในฝันที่อยากไปมานานแล้ว และยังเป็น trip แรกที่ได้ไปลัดฟ้าไปต่างบ้านต่างเมืองด้วย แต่กว่าจะได้ไปนี่ต้องท้าวความกันหน่อย
จำได้ว่าตามเก็บข้อมูลทั้งจากหนังสือ จากห้อง blueplanet และจากคนที่เคยไปมาแล้วอยู่เกือบ 2 ปี จนเรียกว่าข้อมูลแน่นขาดแต่ไปเห็นด้วยตาเท่านั้น แถมกว่าจะหาเพื่อนร่วม trip ได้ก็อีกเกือบปี เพราะชวนใครไปหลวงพระบางทีไร ทุกคนมักจะทำหน้าตาเบื่อหน่ายแล้วถามกลับมาว่า “จะไปที่มันไกลกว่านี้ไม่ได้หรือไง” ทุกที จนสุดท้ายคุณเพื่อนสนิทคงทนรำคาญไม่ไหวยอมตกเป็น เหยื่อ...เอ้ย..ยอมเป็นเพื่อนร่วม trip กับเรา แล้วเพราะคุณเพื่อนตัวดีนี่เองที่ทำให้แผนการเดินทางไปหลวงพระบางของเราต้องเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากที่วางแผนไว้ว่าอยากนั่งเรือจากเชียงของไปหลวงพระบางให้ได้บรรยากาศ ก็กลายเป็นนั่งเรือ (เหาะ) จากสุวรรณภูมิไปหลวงพระบางแทน......ว่าแล้วก็บินลัดฟ้าตามมาเลยค่ะ



Trip นี้เราไปกับทัวร์ เพราะพ่อแม่พี่น้องของเรา 2 คนทนไม่ได้ที่เห็นผู้หญิง 2 คนจะทำเก่ง backpack ไปเที่ยวกันเอง แต่ก็โชคดีมากๆ ที่เราได้ทัวร์แบบกึ่ง ๆ private tour โดยมีผู้ร่วม trip แค่ 2 คน รวมเรากับเพื่อนก็เป็น 4 คน เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ตอนเที่ยง ๆ ของต้นเดือนพฤศจิกายนโดยเครื่องบินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ ตื่นเต้นมาก ๆ เพราะเกิดมาไม่เคยขึ้นเครื่องใบพัด ก่อนขึ้นก็กลัวไปต่าง ๆ นานาแต่พอขึ้นไปแล้ว เจอแค่ปัญหาเดียว คือ กินไม่อิ่มค่ะ เพราะอาหารที่เสิร์ฟบนเครื่องบินน้อยมากกกกกกก แต่ก็เห็นฝรั่งตัวโต ๆ ที่ร่วมเดินทางกับเราดู enjoy กันดี
การเดินทางไปหลวงพระบางใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เกือบ ๆ บ่าย 3 โมงเครื่องก็ลงจอดที่สนามบินหลวงพระบาง สนามบินเล็ก ๆ ท่ามกลางหุบเขาสูงชัน


การเดินทางไปหลวงพระบางนั้น คนไทยไม่ต้องใช้วีซ่าก็อยู่ได้เดือนนึง แต่สำหรับชาวต่างชาติต้องไปเข้าแถวทำ visa กันก่อน เมื่อเรารับกระเป๋าเรียบร้อยแล้วก็พบกับไกด์ท้องถิ่นที่มาคอยรับที่สนามบิน หลังจากแนะนำตัวกันเรียบร้อย คุณไกด์ก็พาเที่ยวกันเลยเพื่อไม่ให้เสียเวลา ที่แรกที่คุณไกด์พาไปคือวัดวิชุราช (Visounnarath Temple) ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองหลวงพระบาง สร้างในรัชสมัยเจ้ามหาชีวิตวิชุนราช (พ.ศ.2046) ต่อมาพระอัครมเหสีเจ้ามหาชีวิตวิชุนราชโปรดให้สร้างพระเจดีย์มีลักษณะเหมือนแตงโมผ่าซีก ชาวบ้านเลยเรียก พระธาตุหมากโม



ความรู้สึกอย่างหนึ่งเมื่อนั่งรถเข้ามาในเมืองหลวงพระบางคือ ไม่รู้สึกว่าอยู่ต่างบ้านเลย รู้สึกเหมือนยังอยู่เมืองไทย แต่ที่สัมผัสได้เลยว่าที่นี่เงียบสงบกว่ามาก จากวัดวิชุนไกด์พาเราไปเที่ยวต่อยังวัดใหม่สุวันนะพูมาราม (Wat MaiSuvannaphomaram) ซึ่งมีการบูรณะซ่อมแซมใหม่ในปี พ.ศ.2339 ไกด์เล่าให้เราฟังว่าวัดในหลวงพระบางส่วนใหญ่จะถูกสร้างขึ้นใหม่ภายหลังจีนฮ่อมาปล้นเมือง ที่เป็นวัดเก่าจริง ๆ ต้องเป็นวัดเชียงทองที่ไกด์จะพาเราไปชมวันที่สามก่อนกลับกรุงเทพฯ



สิมหรืออุโบสถของวัดใหม่สุวันนะพูมารามเป็นศิลปะแบบผสมผสาน มีการนำปูนปั้นแกะสลักปิดทองโดยช่างเพี้ยตันแห่งราชสำนักเล่าเรื่องพระเวชสันดร ที่สวยงามมาก ๆ จากที่เคยเห็นในภาพถ่ายก็ว่าสวยแล้วพอมาเห็นด้วยตาก็ยิ่งสวยมาก ๆ



หลังจากเข้าไปกราบพระในสิมและเดินชมรอบ ๆ วัดแล้ว คุณไกด์ก็มาบอกให้เราเตรียมตัวเดินขึ้นยอดพูสีค่ะ ภาพนี้เป็นยอดพูสีเมื่อมองจากวัดใหม่สุวันนะพูมาราม



ยอดพูสีมีความสูงประมาณ 150 เมตรค่ะ ขึ้นบันไดประมาณ 328 ขั้นบางคนอาจจะว่าไม่สูงนัก แต่กว่าเราจะเดินขึ้นมาถึงยอดพูนี่เล่นเอาหอบเหมือนกันค่ะ ถึงเหนื่อยแต่ก็คุ้ม เพราะวิวสวย ๆ ของเมืองหลวงพระบางยามเย็นเมื่อจากยอดพูสีนั้นสวยจริง ๆ



บนยอดพูสีมีพระธาตุจอมสี ซึ่งเป็นพระธาตุทรงดอกบัวสี่เหลี่ยมทาสีทอง ชื่อเต็มขององค์พระธาตุ คือ “จอมพูนันทะกางฮีสีสัตนาค” อยู่ด้านบน ด้านข้างมีโบสถ์ที่มีพระพุทธรูปให้เราลองยกเสี่ยงทาย ไกด์บอกว่าถ้าใครยกขึ้นที่ขอพรพระไว้ก็จะสมหวัง (คุ้น ๆ มั้ยคะ เหมือนวัดที่เมืองไทยเลย) ส่วนเราขอบายค่ะ ไม่ใช่อะไร หมดแรงกับการเดินขึ้นพู ยกเท่าไหร่ก็คงยกไม่ขึ้นแน่นอน



เพื่อนร่วม trip เราสนุกสนานกับการเสี่ยงทายกันใหญ่เราเลยถือโอกาสเดินชมวิวสวย ๆ ของเมืองหลวงพระบางรอบ ๆ มุมนี้มุมมหาชน เลยขอเป็นมหาชนกับเค้าด้วยคน แต่คงสวยสู้มหาชนไม่ได้ตามเคย



วิวอีกฝั่งของเมืองหลวงพระบางค่ะ ที่นี่เป็นเมืองในหุบเขา ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาสูง ๆ เต็มไปหมด สวยไปอีกแบบ



ช่วงเย็น ๆ อย่างนี้มีคนมาขึ้นรอชมพระอาทิตย์ตกดินบนยอดพูสีเยอะเลยเราเองก็กำลังเดินหาทำเลเหมาะ ๆ เหมือนกัน แต่จู่ ๆ คุณไกด์ก็มาเรียกว่าให้ลงข้างล่างได้แล้ว เพราะเพื่อนร่วม trip อีก 2 คนอยากเดินดูของที่ตลาดค่ำ เป็นอันว่าที่จะรอดูแม่น้ำโขงสีทองตอนพระอาทิตย์ตกดินเป็นอันฝันสลาย เศร้าจริง ๆ



เมื่อลงจากยอดพูสีแล้วเพื่อนร่วม trip เราก็ shopping ตลาดค่ำ (Night Market) กันเลยค่ะ (ฮึ่ม ยังโกรธอยู่) ตลาดค่ำที่นี่เป็นถนนคนเดินตอนเย็นค่ะ เริ่มตั้งแต่ประมาณ 5 โมงเย็นถึงประมาณ 4 ทุ่ม จะมีชาวหลวงพระบางนำสินค้าพื้นเมือง ผ้าทอมือ ผ้าซิ่น เครื่องเงิน วางขายบนถนนตั้งแต่หน้าพระราชวังจนถึงสี่แยกกลางเมือง



เราเดินไป ดูไป ถ่ายรูปไป ไม่ได้กะซื้ออะไรค่ะ



ตลาดค่ำ ตอนกลางคืนจะเปิดไปดวงเล็ก ๆ ร้านละดวงไปตลอดทาง ดูสวยดีค่ะ แต่คุณกล้องแก่ของเรามันไม่มีระบบกันสั่น ก็อดเก็บภาพสวย ๆ กลับมาฝาก ขอปิดท้ายด้วยภาพนี้แล้วกันนะคะ




Story by SoM SoM
Photo by SoM SoM



Create Date : 20 สิงหาคม 2550
Last Update : 29 สิงหาคม 2553 14:46:57 น. 6 comments
Counter : 723 Pageviews.

 
ยะ ยะ อยากปายยยยยยค่ะ


โดย: NiToRiA วันที่: 20 สิงหาคม 2550 เวลา:16:54:01 น.  

 
หวาวว...อยากไปบ้างจังเลยค่า
แพลนมาหลายเดือนแล้ว..ไม่ได้ฤกษ์ไปซะที
ฮ่าๆๆ
ถ้าไปก็กะว่าจะแบกเป้ไปเองกะเพื่อนสาวทั้งหลายนี่แหละ
ขึ้นเชียงใหม่ก่อน..แล้วล่องลำน้ำโขงลงไป..แล้วกลับเข้าทางหนองคาย กลับกรุงเทพ..
แต่..คงใช้เวลาเป็นอาทิตย์เลยอ่ะ
งบบานๆๆ


โดย: N'SinE วันที่: 23 สิงหาคม 2550 เวลา:14:23:28 น.  

 
เติมอีกนิด..ชอบรูปจังค่ะ..โดยเฉพาะรูปผ้าทอรูปสุดท้าย
ถ่ายออกมาสวยมากมาย
จะดีกว่านี้ถ้ามีรูปคนถ่ายในชุดผ้าทอมาให้ดูด้วย
ฮา


โดย: N'SinE วันที่: 23 สิงหาคม 2550 เวลา:14:50:29 น.  

 
รูปสวยจังครับ

เห็นแล้วอยากไปจัง แต่ว่าไม่มีโอกาสสักที

ชอบรูปดาวเรียงราย สวยดีครับ


โดย: pompier วันที่: 27 สิงหาคม 2550 เวลา:5:44:49 น.  

 
แวะผ่านมาค่ะ สวยมากๆๆทั้งรูปที่ถ่ายมาแล้วก็บ้านเมืองค่ะ ^_^ อยากไปมากๆๆๆเลยเหมือนกัน


โดย: ninkywinky IP: 58.8.90.69 วันที่: 5 กันยายน 2550 เวลา:2:06:48 น.  

 
สวย และแลดูมีชีวิต


โดย: lyonheartz วันที่: 31 พฤษภาคม 2554 เวลา:2:22:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

som som
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add som som's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.