สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ
Group Blog
 
All Blogs
 

ใครบางคน...บางส่วนที่หายไป

ใครบางคนในบางเวลา...
"ใคร"ที่ไม่รู้เมื่อไรจะได้เจอ...อีก
ใคร? เมื่อไร?...ที่ไหน

....
I told another lie today
And I got through this day
No one saw through my games
I know the right words to say
Like "I don't feel well"
"I ate before I came"

.....
I need you to know
I'm not through the night
Some days I'm still fighting to walk towards the light
I need you to know
That we'll be okay
Together we can make it through another day

บางตอนจาก Courage by superchick

โดนใจโคตรร เหมือนอีกท่อนนึงในhero ของวงเดียวกัน

You could be a hero
Heroes do what's right
You could be a hero
You might save a life
You could be a hero, You could join the fight
For what's right for what's right for what's right
.....

ใครบางคนในบางเวลาใน(เงา)เวลา
ใคร ที่ไหน และเมื่อไร

จะมีกี่ช่วงในชีวิตกันนะ ที่เราจะลุกขึ้นมามองหาตามหาชิ้นส่วนที่หายไป หรือแค่ "เชื่อ"ว่า สักวันจะเจอบางส่วนหายไป



ดึกดื่นค่อนคืนเมื่อไม่นานมานี้ บนถนนแสนสั้นสายหนึ่ง
ใครสักคนในเราสามคนพูดถึงเรื่องอะไรฉันไม่แน่ใจนัก จำได้แต่คำตอบของตัวเอง

"ไม่รู้ซิพี่ ไม่ได้ตามหา ไม่รู้เมื่อไร
ไม่ได้รีบร้อนอะไร รู้สึกแค่ว่าอยาก
เจอคนๆ ที่แค่เจอก็รู้ได้เองว่าใช่"

บอกไม่ถูก อ่ะนะ ความรู้สึกบางครั้งก็ยากอธิบายเป็นคำพูด

ถ้าใครๆ อีกคนที่ใครหลายคนมักบอกว่า คือ การตามหาบางส่วนที่หายไป
ก็น่าจะทำให้รู้สึกได้ประมาณนี้เลย
...ใช่เลย...
...อยากบอกว่าคิด...ถึงเธอที่สุด
อยากบอกว่ารักเธอยิ่งกว่าใคร
กี่คนหมื่นแสนล้านที่เจอ เห็นก็ยังไม่เท่าไร
ก็มีเพียงเธอ มีแต่เธอในใจ

คิด..ถึงที่สุด

แม้จะมีใครต่อใคร มาให้ได้เจอ
ไม่เคยเผลอไปมองใคร
คงไม่นานที่ตัวชั้นจะกลับไปหา ก็คงไม่ช้าเกินไปที่เรานั้นจะได้เจอ

อยากบอกว่าคิดถึงเธอที่สุด
อยากบอกว่ารักเธอยิ่งกว่าใคร
กี่คนหมื่นแสนล้านที่เจอ
เห็นก็ยังไม่เท่าไร
ก็มีเพียงเธอ มีแต่เธอในใจ
อยากบอกว่า คิด...ถึงเธอที่สุด

อยากบอกว่ารักเธอยิ่งกว่าใคร...

เพลงนี้ต้องฟัง อ่านเนื้อเฉยๆ ก็งั้นๆ ออกเลี่ยนด้วยซ้ำไป ต้องฟังๆ

หลายวันก่อนมีคนถามคำถามตอบยาก แต่ก็ตอบไปแล้ว และยังคิดถึงคำถาม และคำตอบของตัวเองอยู่เลย

ไม่ใช่อยากเปลี่ยนคำตอบ แต่แค่ถามตัวเองกลับไปกลับมาว่า เคยรู้สึกอะไรแบบที่ตัวเองตอบบ้างไหม

...เคยไหม แค่เจอใครสักคนในช่วงเวลาสั้นๆ
ได้คุยกันบ้างนิดหน่อย ซึ่งถ้าจะมีความหมายในเวลาต่อมา
ก็คงเป็นแค่ คนเคยรู้จัก
เหมือนไม่มีอะไร เหมือนไม่น่าจะ"รู้สึก"อะไร
ในบางขณะของช่วงเวลาแสนสั้นนั้น
eyes contact ระหว่างเรา บอกอะไรที่มากกว่านั้น...

"ก็เป็นไปได้มั้ง คงประมาณ love at first sight ปะ"ฉันตอบคำถามยืดยาวในวันนั้นแค่นั้นเอง






 

Create Date : 22 มิถุนายน 2552    
Last Update : 23 มิถุนายน 2552 17:05:50 น.
Counter : 238 Pageviews.  

ความฝันก็เหมือนไขมัน?

ความฝันก็เหมือนไขมัน
มีมากๆ ก็ลงพุง
ไม่มีเลยก็ไม่อบอุ่น
...จริงโคตรร..

แต่เริ่มๆ รู้สึกว่า เกินอบอุ่นไปมากจนร้อนซะแล้วซิ จนบางครั้งนะบางครั้งร่ำๆ จะหนีไปโดดน้ำว่ายตามหาความฝันก็หลายหน

เพราะทนร้อนเก่ง หรือรู้ตัวว่าว่ายน้ำไม่แข็งก็ไม่รู้ ยังไม่เคยคิดจริงๆ ว่าเพราะอะไร

ช่วงนี้งานเยอะมาก มีเรื่องให้ต้องคิดๆ มากจนแทบไม่มีเวลาเหลือให้คิดถึงเรื่องตัวเอง ดีเหมือนกัน (มั้ง)

วันก่อนคุยกับน้องคนนึงทำให้นึกถึงเรื่องที่คุยกับพี่กับเพื่อนต่างคนต่างวาระแต่เนื้อหาก็คล้ายๆ กัน

บางคนคิดได้เร็ว บางคนคิดได้ช้า

การวางแผนชีวิต และการเดินตามหาความฝัน

คนทำงานออฟฟิศก็มักอยากมีธุรกิจส่วนตัว เหตุผลไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า เงินๆ ทองๆ

"โคตรรัก โคตรชอบ สนุกมากๆ กับงานที่ทำ โชคดีจริงๆ ที่ได้ทำในสิ่งที่รักที่ชอบ"

ร้อยทั้งร้อยของพวกเราจัดอยู่ในกลุ่มคนโชคดี

แต่ร้อยทั้งร้อยในพวกเรา เริ่มคิดถึงอนาคตที่ไกลกว่านั้น



พี่มีฝัน มีเป้าหมายอะไร?
....
นึกว่าพี่อยากเป็นอยากทำงานที่ทำอยู่ซะอีก?

คำถามแรกฉันไม่ได้ตอบ เพราะฉันเองก็พยายามอยู่หลายครั้งเหมือนกันที่จะหามันให้เจอ

คำตอบนี้จะหาได้ง่ายมากๆ ถ้าคำถามเกิดขึ้นก่อนหน้านี้สัก 10 ปี

เร็วช้า...เกี่ยวอะไร

เกี่ยวมาก เมื่อเราเดินทางมาไกลพอตัว จุดหมายข้างหน้า ไม่ว่าจะใช่เป้าหมายที่เราต้องการหรือไม่ เราก็จะไปถึงตรงนั้นได้อยู่ดีในเวลาที่เหลือน้อยลงทุกที

...ถึงแล้วเหลืออะไร...น่าคิด..

"ฝันใกล้ๆ ไปให้ถึง" ?

เหมือนง่าย แต่ไม่ง่าย

ความฝันไม่มีวันหมดอายุ? อาจจริงก็ได้ แต่ที่แน่ๆ คนฝันนี่มีวันหมดอายุ


เลือกรูปเตียงนุ่มๆ ขึ้นมาแปะ ไม่ได้เกี่ยวกับฝัน เพราะเป็นที่"นอน"อ่ะนะ

แต่เห็นรูปนี้แล้วเหมือนเจอคำตอบ

ไม่รู้ว่าระหว่างทางจากจุดเริ่มต้นถึงปลายทางจะไปถึงยังไง จะเป็นไปได้แค่ไหน และมีอะไรอีกบ้าง

การตื่นขึ้นมาบนเตียงนุ่มๆ มองเห็นแสงสวยๆ แค่แดดอุ่นๆ ส่องผ่านม่านหน้าต่างให้นอนมองนิ่งๆ พร้อมอาหารเช้าเสริ์ฟบนเตียง...

ตื่นแล้วต้องลุกเข้าห้องนี้เลย


ไม่รู้ว่า ฝันใกล้ไปรึเปล่านะ

ใครฝันใกล้ๆ ฝันไกล ฝันว่ายังไงกันมั่ง




 

Create Date : 04 มีนาคม 2552    
Last Update : 4 มีนาคม 2552 15:35:04 น.
Counter : 290 Pageviews.  

ตัวหนังสือในสมุดฉีก

เสาร์ที่ผ่านมา รื้อกล่องเก็บของในตู้ ค้นไปค้นมาเจอสมุดจดข่าวเล่มเล็กๆ
เปิดดูมีตัวหนังสือยุกยิกจดโน่นนี่นั่นอยู่ไม่กี่หน้า

เริ่มต้นเล่ม กระโดดไปกลางเล่ม

มีภาพสเก็ตโต๊ะเก้าอี้ ตีเส้นยุ่งเหยิงดูไม่ออกว่าเป็นอะไรก็หลายหน้า สันนิษฐานว่า คนเขียนคงกำลังง่วง

ต้นๆ บันทึกหน้านึง ลงวันที่ 1พ.ย.2548 เป็นบันทึกไม่กี่บรรทัดบอกว่า ไปเดินเล่นที่สวนสันติไชยปราการ หูข้างซ้ายได้ยินเสียงเพลงไทยเดิมที่คุณยายหน้าตายิ้มแย้ม หูขวามีเสียงดนตรีแนวอัลเทอร์ อีนุงตุงนัง

บรรทัดสุดท้ายเขียนว่า มาที่นี่ติดกันเป็นวีคที่ 3 อาทิตย์แล้ว

นึกไม่ออกเลยว่าช่วงนั้นเราไปแถวนั้นบ่อยๆ ขนาดนั้นเชียวเหรอ ...ไปกับใครยิ่งจำไม่ได้ หรือไปคนเดียว...ไม่น่าจะใช่...5 ปีแล้ว

เปิดไล่เร็วๆ เห็นตัวหนังสือยุกยิกตลอดทั้งหน้า ความว่า

"คนเราต้องเปลี่ยนทัศนคติ
ความฝันก็เหมือนไขมัน
มีมากๆ ก็ลงพุง
ไม่มีเลยก็ไม่อบอุ่น
ถ้าเราฝัน เราคิดที่จะทำอะไร
ถ้าไม่ทำสักที เพราะสิ่งแวดล้อม
น่าจะเป็นข้ออ้างมากกว่า

พระอภัยมณี สุนทรภู่ยังเขียนในคุก
แวะโก๊ะก็เขียนภาพในห้องเล็กๆ
เรามัวแต่อ้างว่า ไม่มีเวลา หรือไม่มีแรงบันดาลใจ"

ข้อความข้างต้นลอกมาจากสมุดจด จำไม่ได้ว่า คัดมาจากไหนอีกที ถ้าไม่ใช่อ่านเจอที่พี่จิก-ประภาส ชลศรานนท์ให้สัมภาษณ์ในที่ไหนสักแห่ง ก็นึกไม่ออก หรือเป็นคนอื่นจำไม่ได้จริงๆ

"ผมเป็นโค้ช ไปเก็บตกสิ่งที่เขามองข้าม ที่เราคิดว่าเป็นประโยชน์"



บรรทัดเกือบสุดท้ายในหน้านั้น เป็นประโยคคำถามว่า อะไรคือแรงผลักดัน?
คำตอบเป็นของใคร ไม่รู้อีกตามเคย

"ผมสนุกกับมัน มีความสุขกับมันที่น่าจะทำเงิน และมีเพื่อนเพิ่มขึ้น"

...เข้าใจว่าหน้าถัดๆไปคงหลุดหายไปไหน เพราะมีช่องโหว่ระหว่างรอต่อของหน้านี้กับถนัดถัดไป

บันทึกช่วยจำ เรื่องราว ทั้งดี และไม่ดีของเมื่อวาน จำเป็นตัวหนังสือ เวลาผ่านไป กลับมาเจอความทรงใจในตัวหนังสือเก่าๆ

มีกี่เรื่องที่จำได้ มีกี่เรื่องที่นึกแทบไม่ออกว่าเคยเกิดขึ้น

ความจำคนเราคงสั้นยาวไม่เท่ากัน

ของฉันน่าจะสั้นน่าดู ความจำสั้น แต่ความฝันยาวจริงหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ




 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 30 มิถุนายน 2552 19:54:36 น.
Counter : 179 Pageviews.  

นานแล้วที่เราไม่ได้เจอกัน

นานแล้วที่เราไม่ได้เจอกัน

3 ปี 4 ปี หรือ 5 ปีกันนะ ไม่ได้เจอหน้า แต่ก็ใช่ว่าเราจะขาดการติดต่อกันซะทีเดียว

กลับมาเจอกันอีกครั้ง ฉันไม่คิดว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลง

ในความสัมพันธ์ระหว่างเรา ไม่ต่างไปจากวันนั้นวันโน้น หรือวันไหนๆ

3 ปี 4 ปี กี่ปีกันนะ

เจอกันคราวนี้ เราโผเข้าหากันเหมือนเคย

กอดกันหลวมๆ เหมือนปีโน้น ปีนั้น ปีไหนๆ เหมือนอย่างที่เคยเป็น

"กี่ปีแล้วนะที่ไม่ได้เจอกัน"

"อ้วนขึ้นรึเปล่า" แกพูดขึ้นหลังเราเปลี่ยนจากกอด มายืนยิ้มมองกันเฉยๆ

"อืมอ้วนขึ้นมั้ง"ฉันตอบ...แกผอมลงนะ (ฉันคิดในใจ)

3 ปี 4 ปีหรือ 5ปี กันนะ...ฉันนึก และพูดขึ้นมาว่า "ก็ตั้งแต่แกไปเมืองนอก นี่กลับมากี่ปีแล้วนะ"

"2ปีกว่าแล้ว"

ไปเมืองนอก 2ปี กลับมา 2 ปีกว่า 4 ปีกว่าๆ แล้วที่เราไม่ได้เจอกัน

ระยะทางระหว่างเราจะว่าใกล้ก็ไม่ แต่พูดว่าไกลก็ไม่ถูกนัก

ระยะทางสำคัญอะไร ใกล้กันแค่เอื้อมไม่ได้เจอกันเลยก็เยอะแยะไป

"ใกล้ตาไกลใจ"อะไรประมาณนั้น

กับบางคน ไกลกันสุดขอบฟ้า แต่อะไรๆ ไม่ได้ห่างกันขนาดนั้น

จะเรียกว่าอะไรดี การที่คนเราได้รู้จักกัน คบกัน ไม่ว่าจะเป็นในฐานะไหน

เพื่อน คนรัก แค่คนรู้จักกัน เคยรู้จัก เพื่อนของเพื่อน เพื่อนของแฟน เพื่อนร่วมงาน หรือแค่คนเคยเห็นหน้า

ไม่ว่าจะแค่ไหน การได้พบ ได้รู้จักกัน นับว่าต่างมีวาสนาต่อกัน

นึกย้อนไปในช่วงเวลาที่ผ่านมา หลายคนในชีวิต เดินผ่านมา และผ่านไป

บ้างหยุดอยู่ และวนเวียนไปมา ใกล้กันบ้าง ไกลกันบ้าง แต่ยังวนเวียนอยู่ไม่ไปไหน

บ้างก็แค่หยุดทัก และจากไป ตราบเท่าที่ฉันยังอยู่ สักวันเราอาจเจอกันอีกครั้ง

"แกสบายดีเหมือนเดิมใช่มะ"

"อืมก็เรื่อยๆ แหละ ดีมั่งแย่มั่ง"ฉันตอบ

"แกล่ะ ดีขึ้นแล้วใช่ไม๊" ฉันถาม

"ก็ดีขึ้นบ้างแล้วล่ะ"

"แกเคยถามตัวเองบ้างไหมว่า ทำไมเราไม่เจอกันบ่อยๆ กว่านี้"แกถามขึ้นมาในระหว่างที่เราต่างนิ่งเงียบ

ภาพทะเลสีฟ้าใสตรงหน้าทำให้ฉันนึกถึงหลายปีก่อน ทะเลสีฟ้าใส สวย เราเคยมาด้วยกันนานแล้ว

ทะเลตรงหน้าไม่เปลี่ยน เหมือนกับความรู้สึกของเรานั่นล่ะ ฉันคิด และว่า

"เมื่อเราโตขึ้น เราก็ต่างแยกย้ายไปมีชีวิตของเราเอง แกก็ไปใช้ชีวิตของแก ฉันเองก็เหมือนกัน"

"แต่แกก็ยังเป็นเพื่อนฉันเหมือนเดิม"

"ใช่ๆ เพื่อนก็ยังเป็นเพื่อนเสมอ"แกพูดไปยิ้มไป แม้ดวงตาจะไม่เป็นประกายเหมือนเคย แต่ก็ดีขึ้นมากกว่าที่ฉันคิด

แกเพียงแต่ต้องการ"เวลา"...มากกว่านี้...

เราคุยกันนานหลายชั่วโมงต่อจากนั้น ฉันเป็นฝ่ายฟังมากกว่าพูด และถ้าจะเป็นฝ่ายเล่าเรื่องของตัวเองบ้าง ก็แทบไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย

ดีหรือไม่ดีกันนะ...ฉันคิด

เราไม่ได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่ได้เจอกัน แค่เพียงบางส่วน...เนื้อๆ เน้น...ฉันเองพูดเรื่องตัวเองน้อยมาก คงเพราะได้พูดอะไรกับใครบางคนไปก่อนหน้านี้ มากจนไม่อยากจะพูดถึงมันอีก

(โทษทีว่ะเพื่อนที่บอกแกว่า ไม่มีอะไร ไว้อยากพูดถึงอีกเมื่อไรจะเล่าให้แกฟังคนแรก)...ถ้าฉันยังจำได้นะ

วันโน้น วันนี้ หรือวันไหนๆ ความรู้สึกระหว่างเราก็ยังเหมือนเดิม...

เราไม่ได้กอดลากัน...

"โชคดี แล้วเจอกัน"

ฉันยิ้มตอบ พร้อมโบกมือลา

อีก 2 ปี 3 ปี 4 ปี หรืออาทิตย์หน้ากันนะที่จะได้เจอกันอีก




 

Create Date : 08 ธันวาคม 2551    
Last Update : 29 มิถุนายน 2552 8:36:56 น.
Counter : 269 Pageviews.  

คน (ไม่)ชอบเหงา

ทำไมคนที่เหงาบ่อยๆ ถึงเรียกกันว่า "คนขี้เหงา"(กลิ่นไม่ดีเลยเนอะ)

ถ้าใช้คำว่า "คนชอบเหงา" จะหมายถึงว่า ชอบด้วยรึเปล่า...

เมื่อคืนดู"ซีเอสไอ" ไม่เคยจำเลยว่า เป็นนิวยอร์คหรือไมอะมี่
ไม่สำคัญหรอกนะ...

ที่ทำให้นึกถึง ไม่ใช่ความระทึกใจของเนื้อเรื่อง แม้ไม่ถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องเหมือนดู 24 Hrs ก็ดูแล้วมีเหนื่อย ช่วงนี้ ซีรี่ส์โปรดหลายเรื่องมาถึงซีซั่นท้ายๆ เสียดายจัง

นึกถึงฉากๆ นั้น ในซีเอสไอ

ตัวแสดงหญิงในเรื่อง (ชื่อไม่สำคัญเพราะจำไม่ได้) เอาเป็นว่าเป็นตัวเด่นพอสมควร

เธอกำลังมีปัญหาหัวใจ ...รักคนใกล้ตัว บอกให้เขารู้ไปแล้ว แต่โดนปฏิเสธ เรียกว่า อยู่ในอาการอกหักก็น่าจะได้ (มั้ง)

(ฝ่ายชายในเรื่อง เรียกสิ่งที่ตนเองทำว่า การ"ผลักไส")

ผู้หญิงคนนั้นเดินเดี่ยวกลางสายฝนพรำๆ บนถนนสายหนึ่งที่มีผู้คนพลุกพล่าน

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นเมื่อรับสายก็รู้ว่า คนที่โทร.มาเป็นคนๆ เดียวกับที่ทำให้เธอต้องมาเดินตากฝนเล่น (ไม่ใช่ซิ ถ้าเล่นก็ต้องสนุกจริงปะ)

"คุณอยู่ที่ไหน"

"เดินตากฝน...ฉันไม่รู้ว่าจะทนเหงาอย่างนี้ได้อีกนานแค่ไหน ไม่รู้ว่าจะทำยังไง...การรักคุณนี่มันยากจริงๆ ฉันไม่อยากเป็นอย่างนี้มันทำให้ฉันทำงานได้ไม่ดี"

"ผมขอโทษ ผมไม่น่าผลักไสคุณ มาที่นี่ซิ ผมคิดถึงคุณมาก"

"ฉันต้องวางแล้ว แค่นี้นะ"

...คิดถึงมาก..คำพูดประโยคนั้นคงทำให้หญิงสาวกลางสายฝนอยู่ในอารมณ์ประมาณว่า ทนฟังต่ออีกไม่ได้แล้ว

เคยเป็นเพื่อนกัน ไม่คิดกันแบบเพื่อนคงลำบากอย่างนี้

ต่างจาก จากแฟนเป็นเพื่อนรึเปล่านะ??

สายฝนกับคนเหงาๆ ฉากเชยๆ แต่นะ ดูกี่ครั้งก็โดน

"ฉันไม่รู้ว่าจะทนเหงาได้อีกนานแค่ไหน"

โหโดน ไม่มีน้ำตาประกอบ แต่ฟังแล้วอึ้ง

เข้าใจมากๆ นะ แต่ไม่"อิน"(เข้าไปข้างใน) แม้ปกติจะอินกับอะไรง่ายๆ
แสดงว่า หัวใจแข็งแรง (เย้)

(รู้สึกดีบอกไม่ถูก ที่ไม่อิน) สำหรับฉันอารมณ์เหงา เป็นสิ่งปกติ ควรที่จะรู้สึกกับมัน แต่ไม่ควรทุกข์ร้อน

อืมมเคยทุกข์ร้อนบ้างเหมือนกัน แต่ไม่มาก...(มั้ง)

ความเหงาไม่เข้าใครออกใคร คนเยอะๆ ก็เหงาได้ เหมือนกับที่อยู่คนเดียวก็ได้ไม่เหงา (จริงนะ)

เคยรู้สึกเสียวแปล๊บๆ ที่"หัวใจ" ฉันเคยบอกตัวเองว่า เป็นอาการเหงาที่ส่งผ่านมาทางร่างกายให้รู้สึก...

ไม่เศร้า แค่รู้สึก ...รู้สึกดีด้วยที่รู้สึก (บ้ามะ)



เดินเดี่ยวไปอีกสักพัก ฝนตกหนักขึ้น เธอเริ่มมองหาแท็กซี่

มีแท็กซี่คันนึงจอดอยู่ หญิงสาวมองไปยังแท็กซี่คันนั้น

(ระหว่างนั้นคนดูใจตุ้มๆ ต่อมๆ แทบจะตะโกนออกมาว่า อย่าเรียกนะ) ไม่ใช่อยากตะโกน เพราะเดาว่า เธอต้องจับแท็กซี่ไปหาคนปลายสาย ที่บอกว่า "คิดถึงมาก"

ไม่ใช่ ไม่ใช่อะไร ก็ "ซีเอสไอ"ตอนนี้อ่ะ

เป็นเรื่องของฆาตรกรต่อเนื่องที่มาในคราบคนขับแท็กซี่...กระชากอารมณ์จริงๆ

จากเหงามาเป็นระทึกขวัญ คิดดู

ขืนเรียกไปก็จบเห่อ่ะดิ...ไม่เอานะมาเดินเหงาให้ดูต่อดีกว่า

ฉากจบของ"ซีเอสไอ"เมื่อคืน จบลงที่เด็กหนุ่มอีกคนเรียกแท็กซี่คันนั้นไปแทน

ขอโทษนะที่ไม่ได้โล่งอก ใครดู"ซีเอสไอ"จะรู้ว่าทำไม...




 

Create Date : 20 ตุลาคม 2551    
Last Update : 20 ตุลาคม 2551 17:48:50 น.
Counter : 206 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  

cherydnk
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add cherydnk's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.