~~**~~ WELCOME TO SNOWBLACK WORLD~~ **~~
Group Blog
 
All blogs
 
หาดทราย สายลม และจุดเริ่มต้นของความรัก (ตอนที่3)

หาดทราย สายลม และจุดเริ่มต้นของความรัก (ตอนที่3)

ถ้าหากว่าเธอคือฟ้า ฉันคือทะเล จะเปรียบทะเลดั่งความมั่นคง หากแผ่นฟ้าเป็นรักที่ซื่อตรง ทุก ๆ สิ่งจะคงนิรันดร์ ไม่ต่างกับเรา มีเพียงหาดทราย ทะเล สายลม กับสองเรา ยินเพียงแผ่วเบา ยินเพียง เสียงคลื่น กับเสียงเรา
นกน้อย บินมาคู่กัน เคียงกัน เหมือนดังใจมัน ผูกพัน ไม่ต่างกับเรา


เพลงที่เกิดจากการประสานเสียงของคู่ซี้ต่างวัย ที่ตื่นแต่เช้าตรู่ ก่อนที่จะอาบน้ำ แต่งตัว และพากันไปวิ่งออกกำลังกายบนชายหาด โดยมีหัวโจก คือ กานต์ ซึ่งวันนี้สวมเสื้อสีส้มแจ๊ดตัดกับกางเกงสีเขียวสะท้อนแสง (คิดได้ยังไงเนี่ย) กำลังสอนเด็ก ๆ ทำท่าเต้นกระโดดเหยง ๆ ราวกับนกกระยางปีกหัก ส่วนเด็ก ๆ ก็พากันเอามือเกาะเอวต่อกันเป็นแถวพร้อมกับทำท่าตามผู้นำกันอย่างสนุกสนาน จนทำให้ทุก ๆ คนในบ้านปู่ทองและผู้ที่อยู่ในละแวกนั้นพากันหัวเราะอย่างขบขัน (ดีนะที่ไม่ได้ขันบินบริจาคมาด้วย) ไม่เว้นแม้แต่ฟ้าซึ่งยืนอมยิ้มแอบมองเด็กแคระและเด็กโข่งอยู่ที่ริมหน้าต่าง อืม ถึงเสียงจะเพี้ยนไปนิดแต่ดูรวม ๆ แล้วก็ใช้ได้ หญิงสาวแอบคิดอยู่ในใจ ก่อนที่จะสะดุ้งสุดตัว เมื่อได้ยินเสียงตะโกนเรียกเธอของหัวโจกตัวโย่ง อุตส่าห์ยืนแอบ ๆ แล้วยังเห็นอีก อะไรจะสายตาดีขนาดนั้น ฟ้าแอบหมั่นไส้ชายหนุ่มนิด ๆ ก่อนที่จะเดินออกไปหาเด็ก ๆ ที่พากันโบกมือไหว ๆ

“พี่กานต์บอกกับพวกเราว่า พี่กานต์อยากเป็นทะเล เพราะทะเลได้อยู่คู่กับท้องฟ้าสวย ๆ แบบนี้ตลอดไป”

เด็ก ๆ พูดพลางชี้มือไปยังท้องฟ้าสีสดใส ที่ดูกลมกลืนกับท้องทะเลสีครามในยามเช้า โดยมีกานต์ยืนยิ้มแก้มปริ ทำหน้าทะเล้น แอบเป็นกองเชียร์อยู่ด้านหลัง ฟ้ามองไปทางชายหนุ่ม ก่อนที่จะส่ายหน้าอย่างระอานิด ๆ

“ฟ้าดีใจจังเลยคะที่พี่กานต์อยากเป็นทะเล เพราะว่านอกจากทะเลจะสวยและมีประโยชน์แล้ว ทะเลยังพูดไม่ได้อีกด้วยแถมทะเลก็คงร้องเพลงเสียงไม่เพี้ยนด้วย”

หญิงสาวพูดพลางยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม ก่อนที่จะเดินหนีไปเก็บเปลือกหอยกับพวกเด็ก ๆ ปล่อยให้เขายืนนิ่งอึ้งขำไม่ออกอยู่ตรงนั้น เจอกันครั้งแรกก็นึกว่าจะเป็นคนเรียบร้อยน่ารัก ที่ไหนได้กะล่อนไม่แพ้ผู้ชายคนอื่นเลย ฟ้าแอบค้อนให้ชายหนุ่ม

กานต์มองตามไปด้วยสายตาละห้อย ก่อนที่จะถอนหายใจออกมานิด ๆ เฮ้อ สโนว์ไว้ท์ ท่าทางจะไม่ได้อ่อนหวาน ใจดี มีเมตตา และเถียงใครไม่เป็น เหมือนกับในนิทานซะแล้ว ว่าแต่แบบนี้เจ้าชายจะทำอย่างไรดีหละ

“วันนี้ปู่จะให้เจ้ากานต์พาเรากับเด็ก ๆ ไปเที่ยวนะฟ้า พอดีช่วง 3-4 วันนี้ มีคนงานขอลากลับบ้านไป 2 คน เลยต้องให้เจ้าศิวา อยู่ช่วยงานปู่สักหน่อย ”

ฟ้าซึ่งกำลังทำความสะอาดเปลือกหอยที่เก็บมา ชำเลืองมองไปกานต์แวบหนึ่ง ก่อนที่จะหันไปยกมือขอบคุณชายชราผู้สูงวัย

“ถ้าอย่างนั้นวันนี้ฟ้าอยู่ช่วยงานคุณปู่ดีกว่าคะ เรื่องเที่ยวไปวันไหนก็ได้ ยังอยู่ที่นี่อีกตั้งหลายวัน อีกอย่างเกรงใจพี่กานต์ด้วยคะ ไม่รบกวนดีกว่า”

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ถึงน้องฟ้าจะไม่อยากไปแต่ดูท่าทางเด็ก ๆ จะอยากไปเที่ยวนะครับ ลองถามดูก็ได้ “

กานต์พูดพร้อมกับยิ้มให้หญิงสาวด้วยสายตาที่ดูมีเลศนัยชอบกล

“ใช่แล้วครับ/คะ พี่ฟ้า เมื่อคืนพี่กานต์บอกว่าจะพาพวกเราไปตลาดบ้านเพ พาไปหาด.....และ.......”

หลังจากที่ฟังเด็ก ๆ พากันสารธารยาย สถานที่ต่าง ๆ ที่ไม่รู้ว่าชายหนุ่มเอาเวลาที่ไหนเล่าให้เด็ก ๆ ฟัง แล้วแบบนี้หญิงสาวจะปฏิเสธ คำขอร้องของเด็กตาดำ ๆ ที่โดนผู้ใหญ่ตัวโต ๆ หลอกไปเป็นพวกอย่างไม่รู้ตัวได้อย่างไร

“เอ้อ งั้นก็ไปกันเถอะ เจ้ากานต์เอ้ย ปู่ฝากดูพวกเด็กๆด้วยล่ะ เราด้วยนะฟ้าเอ้ย ” ว่าแล้วชายชราก็ใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดินไปทางโรงเรือนหลังใหญ่

กานต์ขับรถพาฟ้าและเด็ก ๆ ออกเดินทางไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ในจังหวัดระยอง โดยมีจุดหมายแรกอยู่ที่ สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมสมุนไพรถึง 20,000 ต้น โดยจัดกลุ่มจำแนกตามสรรพคุณการรักษาตามคัมภีร์ยาไทยโบราณ ตั้งอยู่บริเวณศูนย์บำรุงรักษาและบ้านพัก บริษัท ปตท จำกัด (มหาชน) ต.มาบข่า กิ่ง อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง

“ทำไมวันนี้น้องฟ้าดูหน้างอจังเลยครับ ตาก็ดูเขียว ๆ ผิดปกติ ไม่ทราบว่าเป็นอะไรหรือเปล่าครับ ปวดท้องหรือ อาหารไม่ย่อย จะให้พี่ช่วยอะไรก็บอกได้นะครับ”

น้ำเสียงอันแสนอบอุ่นและดวงตาที่แสนจะใสซื่อเกินเหตุของกานต์ ยิ่งเพิ่มดีกรีความหมั่นไส้ให้หญิงสาวมากขึ้นเป็นทวีคูณ แถมตอนก่อนออกเดินทางก็ไม่รู้ไปหาเสื้อคอฮาวายสีฟ้าสดที่ไหนมาใส่ก็ไม่ทราบ เท่านั้นไม่พอยังมีเผื่อแผ่มาถึงเด็ก ๆ ด้วย

“เปล่าคะ ไม่ได้เป็นอะไรนี่คะ แต่คงจะดีกว่านี้ถ้ามากับคนที่ทำตัวเหมือนคนปกติ หรือตัวเราที่ไม่ปกติเองนะเนี่ย” ประโยคสุดท้ายหญิงสาวแอบบ่นกับตัวเองเบา ๆ ฟาริดา เอ๋ย ฟาริดา ทำไมเธอถึงรู้สึกแปลก ๆ ทุก ๆ ครั้งที่สายตาคม ๆ คู่นั้นจ้องมองมาที่เธอ ยิ่งอยากอยู่ไกลผู้ชายคนนี้มากเท่าไหร่ ก็เหมือนโชคชะตายิ่งกลั่นแกล้งให้ได้พบเจอหน้ากันมากขึ้นเท่านั้น

เมื่อไปถึงจุดหมาย กานต์ก็เดินเข้าไปทักทายเจ้าหน้าที่อย่างคุ้นเคย ก่อนที่จะพาทุกคนไปยังห้องนิทรรศการ ซึ่งได้จัดแสดงรายละเอียดและสรรพคุณต่าง ๆ ที่สำคัญของสมุนไพรไทย ก่อนที่จะเดินออกมาขึ้นรถ NGV (รถที่ใช้เชื้อเพลิงจากแก๊สธรรมชาติ) เพื่อชมตัวอย่างจริง ของต้นสมุนไพรพันธุ์ต่าง ๆ ที่ทาง ปตท. ได้นำมาปลูกไว้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจได้เข้ามาเยี่ยมชมพร้อมกับศึกษาหาความรู้ โดยตลอดทางจะมีมัคคุเทศก์คอยช่วยแนะนำรายละเอียดต่าง ๆ ให้ทุกคนได้ทราบตลอดทั้งวัน สร้างความเพลิดเพลินใจให้กับฟ้าและเด็ก ๆ เป็นอย่างมาก ปกติแล้วที่นี่จะเปิดทำการตั้งแต่วันอังคาร - วันอาทิตย์ โดยที่จะหยุดวันจันทร์เพียง 1 วันเท่านั้น

ฟ้าไม่รู้สึกตัวเลยว่า ความน่ารักและสดใส ของเธอนั้น ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนหันมามองด้วยความชื่นชม บางคนถึงกับขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกเลยก็มี ส่วนกานต์นั้นไม่ต้องพูดถึง บรรดาแฟน ๆ รายการที่จำได้ต่างพากันแห่เข้ามาขอถ่ายรูป โดยมีเด็ก ๆ ร่วมเป็น background ให้อย่างสนุกสนาน หลังจากนั้นกานต์ก็พาทุกคนไปนั่งพักเหนื่อยที่ร้านขายเครื่องดื่ม ก่อนที่จะขับรถพาทุกคน ไปรับประทานอาหารที่หาดแม่รำพึง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของปู่ทองเอกนัก

“ฟ้าไม่รู้มาก่อนเลย ว่าพี่กานต์เป็นคนมีชื่อเสียงขนาดนี้” หญิงสาวพูดพลางมองอย่างทึ่งๆ เมื่อเพิ่งจะรู้จากสถานการณ์ระหว่างท่องเที่ยวว่า พี่กานต์ที่เธอรู้จักนั้น แท้จริงแล้วเป็นพิธีกรรายการชื่อดังของเมืองไทย

ชายหนุ่มยิ้มพร้อมยักไหล่ “ไม่แปลกหรอก ก็น้องฟ้าอยู่เมืองนอกมานานนี่ อีกอย่าง พี่เองก็ไม่ได้ดังอะไรขนาดนั้น แค่คนพอจำหน้าได้เท่านั้นเองครับ” ว่าแล้วชายหนุ่มก็ตักอาหารใส่ปาก เหมือนไม่มีอะไรต่อไป

ฟ้าพยักหน้ารับอย่างไม่ค่อยจะเชื่อนัก เธอกินอาหารช้าๆ และชำเลืองมองมองเด็ก ๆ ที่กำลังรับประทานอาหารอยู่ตรงหน้าอย่างมีความสุข โดยมีกานต์คอยตอบคำถามที่เด็ก ๆ ต่างพากันถามด้วยความสงสัย ถ้าหากคำถามไหนตอบไม่ได้ก็จะชี้มือให้ฟ้าช่วยตอบให้ หญิงสาวมองภาพเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้าแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า ทำไมนะโชคชะตาถึงทำให้คนเราเกิดมาไม่เท่าเทียมกัน โชคดีที่เธอเกิดมามีครอบครัวที่อบอุ่น ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ มีเสื้อผ้าสวย ๆ มีความเป็นอยู่ที่สุขสบาย

“อย่าคิดอะไรมากไปเลยครับน้องฟ้า สิ่งที่เราได้ทำไปทั้งหมดในวันนี้ รวมทั้งอีกหลาย ๆ สิ่ง ที่น้องฟ้าได้ทำไป ล้วนแต่ทำให้พวกเค้ามีความสุข ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เพราะท้ายที่สุดแล้วเราต้องสอนให้เค้าสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยคำว่า 'ความพอเพียง' ”

ฟ้ามองชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าอย่างประหลาดใจ เพราะอะไรเขาถึงได้รู้นะว่าเธอคิดอะไรอยู่ ก่อนที่จะพยักหน้าอย่างช้า ๆ ด้วยเข้าใจความหมายของสิ่งที่กานต์พูด และเผลอจ้องมองเขาโดยไม่รู้ตัว กานต์ยิ้มกว้างตอบ จนเธอรู้สึกตัวยิ้มตอบน้อยๆและรีบเบือนหน้าไปทางเด็กๆเป็นการกลบเกลื่อน สักพักจึงแอบมองชายหนุ่มอีกครั้ง กานต์ยังคงนั่งกินอาหารและคุยเล่นกับเด็กๆ โดยไม่ทันสังเกตว่ามีสายตาคู่หนึ่งแอบชำเลืองมองเขาอยู่ ทุกครั้งที่ชายหนุ่มมองมา ฟ้าเป็นต้องรีบเบือนหน้าไปทางอื่น เพื่อไม่ให้รู้ว่าเธอแอบมอบเขาอยู่

“ไปเถอะครับเด็ก ๆ เดี๋ยวเราไปซื้ออาหารทะเลสด ๆ ที่ตลาดบ้านเพกัน วันนี้พี่กานต์กับพี่ฟ้าจะช่วยกันทำบาบีคิวให้ทานนะครับ” พูดแล้วก็หันมายิ้มกว้าง พยักหน้ากับฟ้า เป็นเชิงว่าตกลงไว้กันเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวได้แต่ยิ้มน้อยๆเป็นเชิงยอมรับ

ก่อนที่จะพาคณะลูกทัวร์เดินทางต่อไปที่ตลาดบ้านเพ กานต์ก็แวะเข้าไปในห้างสรรพสินค้า พร้อมกับซื้อขนมเยอะแยะมากมาย หลังจากนั้นจึงเดินทางต่อไปที่ตลาดบ้านเพ เมื่อมาถึงฟ้าและเด็ก ๆ ต่างพากันเลือกอาหารทะเลที่วางขายอยู่อย่างมากมาย เช่น ปลาหมึก กุ้ง หอยกาบ อย่างเพลิดเพลินเจริญตา นอกจากนี้ฟ้ายังซื้ออาหารทะเลแห้ง ที่เป็นสินค้าขึ้นชื่อของที่นี่ เพื่อนำไปฝากคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้ร่วมเดินทางมาในวันนี้ด้วย

ส่วนกานต์นั้นเมื่อปล่อยให้ทุกคนได้สนุกกับการจับจ่ายสินค้าแล้ว ก็เอาขนมถุงใหญ่ไปแจกให้บรรดาเด็ก ๆ ที่กำลังเล่นกันอยู่ในบริเวณนั้น

“พวกเราพี่กานต์มาเยี่ยม แถมเอาขนมมาแจกอีกแล้ว"

เสียงตะโกนโหวกเหวกของเด็กชายตัวเล็ก ๆ 2-3 คน ดังขึ้น เมื่อเห็นชายหนุ่มกำลังเดินหอบถุงใบโตเดินมายังบริเวณที่ตนกำลังนั่งเล่นกับเพื่อน ๆ อยู่ ยังไม่ทันที่กานต์จะเดินไปถึง เด็ก ๆ ที่อยู่แถวนั้นก็พากันมาเข้าแถวตอนเรียงหนึ่งอย่างเรียบร้อย ก่อนที่จะพากันยกมือไหว้พร้อมกับกล่าว “สวัสดี” อย่างพร้อมเพรียงกัน

อีกด้านหนึ่ง เมื่อบรรดา พ่อค้า แม่ค้า ต่างทราบว่าฟ้ามากับกานต์แถมยังเป็นหลานของปู่ทอง เจ้าของเรือนไทยผู้อารี ที่มักจะเอื้อเฟื้อสิ่งของต่าง ๆ มาให้อยู่บ่อย ๆ นั้น ก็พากันแถมสิ่งของให้อย่างมากมาย แต่ฟ้าก็เลือกที่จะรับและปฏิเสธของบางอย่างที่มีราคาแพง แม้ว่าบรรดาพ่อค้า แม่ค้าจะคะยั้นคะยอมากแค่ไหนก็ตาม ฟ้ามองภาพกานต์ที่ขณะนี้กำลังนำขนมแจกจ่ายให้กับเด็ก ๆ ทั้งหลายด้วยแววตาที่อ่อนโยน ฟ้าได้รู้จากหลาย ๆ คนว่ากานต์เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีน้ำใจมาก ผ่านมาแถวนี้ทีไรก็มักจะซื้อของมาฝากบ่อย ๆ แถมยังสอนข้อคิดดี ๆ ให้กับเด็ก ๆ อีกด้วย ภาพตรงหน้าทำให้ความหมั่นไส้ค่อยๆกลับกลายเป็นความชื่นชมโดยไม่รู้ตัว

เมื่อนำของทั้งหมดไปวางไว้ตรงที่ว่างบริเวณท้ายรถแล้ว กานต์ก็บอกให้ฟ้าและเด็ก ๆ นั่งรออยู่ในรถ เพราะเห็นว่าค่อนข้างเย็นมากแล้ว ไม่อยากให้ฟ้าและเด็กๆไปเดินต่อ เกรงว่าจะเหนื่อยเกินไป ส่วนตัวเขาเดินกลับเข้าไปหาซื้อของอื่นที่ยังขาดอยู่คนเดียว แต่ด้วยความที่ฟ้าไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปเที่ยวไหนในประเทศไทยมากนัก ดังนั้นเธอจึงฝ่าฝืนคำสั่งของกานต์แอบพาเด็ก ๆ ไปเดินดูร้านรวงต่าง ๆ ที่อยู่ไกลออกไปทางชายหาดอีกด้านหนึ่ง ด้วยความที่ไม่รู้จักทางแถวนั้น จึงทำให้เดินห่างออกไปจากบริเวณตลาดไปเรื่อย ๆ จนถึงบริเวณชายหาดที่ค่อนข้างมีคนอยู่บางตา

ขณะที่กำลังพาเด็ก ๆ เดินเที่ยวชมวิวทิวทัศน์กันอยู่นั้น ฟ้าก็ต้องอุทานด้วยความตกใจเมื่อเห็น วัยรุ่นจำนวน 3-4 คน กำลังนั่งกินเหล้า อยู่หลังโขดหิน เพราะความมืดทำให้เธอไม่สามารถมองเห็นคนกลุ่มนี้ได้อย่างชัดเจนในระยะไกล กว่าจะรู้เธอและเด็ก ๆ ก็อยู่ใกล้กับพวกมันมาก และก่อนที่ฟ้าตัดสินใจชวนเด็ก ๆ กลับไปยังรถ พวกมัน ก็เดินมาล้อมหน้าล้อมหลังฟ้าและเด็ก ๆ เอาไว้ ก่อนที่ พวกมันคนหนึ่งจะเอามือมาคว้าตัวฟ้าไว้ แต่ฟ้ากับสะบัดหลุดออกจากมันมาได้

“ว่าไงจ๊ะ คนสวย จะรีบไปไหนจ๊ะ มานั่งคุยกันก่อนดีกว่า โห พาลูกมาด้วยหรือจ๊ะ ไม่รู้น้อง ๆ มีพ่อหรือยัง ถ้าไม่มีพวกพี่จะเป็นให้เอามั๊ยจ๊ะ”

ในเวลานี้ฟ้าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น รีบตั้งสติพาเด็ก ๆ เดินหนี แต่ว่าก็สายไปเสียแล้วเมื่อพวกมันที่เหลือลุกขึ้นมาจับแขนเด็ก ๆ ไว้คนละข้าง หญิงสาวจึงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ

“ร้องไปเถอะคนสวย แถวนี้ไม่มีใครเค้าได้ยินหรอก” ว่าแล้วพวกมันก็บีบข้อมือเด็ก ๆ จนต่างพากันร้องโอดโอยด้วยความเจ็บ

จริงอย่างที่พวกมันว่าแถวนี้ทั้งมืด ทั้งเปลี่ยว ไม่รู้ว่าเธอพาเด็ก ๆ มาได้ยังไง ว่าแต่เธอจะทำยังไงดี จะวิ่งหนีไปตามคนมาช่วยเธอก็คงจะทิ้งพวกเด็ก ๆ ไปไม่ได้ เพราะความที่ฟ้ามัวแต่พะว้าพะวง จึงทำให้โดนจับมือไว้ได้ พวกมันเอามือเหวี่ยงเด็ก ๆ ไปคนละทิศละทาง ก่อนที่จะรุมจับตัวหญิงสาวเอาไว้
“เด็ก ๆ รีบหนีไปเร็วเข้า ไม่ต้องห่วงพี่นะ ไปเร็ววว!”

ฟ้าร้องตะโกนสั่งด้วยน้ำเสียงดังลั่น ทั้งๆ ที่ในใจนึกหวาดกลัวมาก ๆ ก่อนที่ฟ้าจะถูกพวกมันลวนลามมากไปกว่านี้ พวกเด็ก ๆ ก็ตัดสินใจวิ่งเข้ามาทั้งทุบ ทั้งต่อย พวกมันทั้งหมด แต่ก็ถูกจับเหวี่ยงบ้าง เตะบ้าง ฟ้าแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ในขณะที่หญิงสาว และ เด็ก ๆ ต่างพากันสู้สุดแรงเกิด ทันใดนั้นเอง ก็มีร่างๆหนึ่ง ถือท่อนไม้ขนาดเหมาะมือกำลังวิ่งเข้ามาช่วยฟ้าและพวกเด็ก ๆ

“พี่กานต์!”

ทุกคนไม่เว้นแม้แต่ฟ้าต่างพากันส่งเสียงเรียกชายหนุ่ม ที่ขณะนี้กำลังเอาไม้ท่อนโตสู้กับพวกขี้เหล้าอย่างดุเดือด นับว่าเป็นโชคดีที่กานต์นั้นฝึกศิลปะการป้องกันตัวมาตั้งแต่เด็ก ทำให้สามารถสู้กับคนพวกนี้ได้อย่างไม่อยากนัก

“เฮ้ย! ปล่อยเดี๋ยวนี้! ลูกผู้ชายเค้าไม่รังแกผู้หญิงกันหรอก”

กานต์ ตะโกนใส่หน้าพวกนักเลง ด้วยความโกรธ เค้าเกร็งข้อมือที่ถือท่อนไม้แน่นขึ้น และไล่ฟาดพวกมันอย่างไม่เกรงกลัว

“เฮ้ย! มึงเป็นใครวะ มายุ่งอะไร พวกเราส่งมันไปลงนรก”

ทันใดนั้น พวกนักเลงต่างก็ปรี่เข้าล้อมกานต์ไว้ แต่ชายหนุ่มก็หาได้หวั่นเกรงไม่ พร้อมสบถออกไปว่า

“เข้ามาเลย พวกหมาหมู่!”

แต่แล้ว หนึ่งในพวกมันก็คว้ามีดอันใหญ่ขึ้นมาตั้งใจจะทำร้ายกานต์ แต่เขาก็หลบได้ทันท่วงที แต่กระนั้นปลายมีดก็ยังถากมือเขา จนเกิดบาดแผลเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเจ็บสักนิด ชายหนุ่มรวบรวมกำลังทั้งหมดที่มีเข้าจัดการพวกมันจนกระเด็น ไปคนละทิศละทาง

“นั่น! คุณกานต์อยู่ตรงนั้น พวกเราไปช่วยกันเร็ว” เสียงของชาวบ้านที่ได้ยินเสียงเหตุการณ์ ตามมาสมทบทีหลังดังขึ้นและต่างวิ่งกรูกันเข้าไปล้อมจับพวกนักเลงขี้เหล้าพลางกร่นด่าเซ็งแซ่

“ไอ้พวกเลว ไม่รู้จักทำมาหากิน ทำแต่เรื่องเลวทรามต่ำช้า ไปเข้าคุกเลย
ไป๊”

“คุณกานต์ เป็นยังไงบ้างครับ”ชาวบ้านคนหนึ่งเดินมาช่วยพยุงกานต์ ชายหนุ่มปัดฝุ่นตามตัว ยกแขนขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากมองไปยังฟ้าและพวกเด็กๆ ที่ยืนอกสั่นขวัญผวากันอยู่

“ผมไม่เป็นไรหรอก ช่วยไปดูน้องฟ้ากับเด็ก ๆ ก่อนเถอะ ครับ” ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ฟ้าก็รีบถลาเข้ามาประคองชายหนุ่มอย่างห่วงใย

“พี่กานต์ เป็นยังงัยบ้างค่ะ” หญิงสาวถามเสียงสั่น หน้าตาเสียขวัญ เพราะเธอแท้ๆ ทำให้เขาต้องมาบาดเจ็บแบบนี้

“พี่ไม่เป็นไรหรอก สบายมากแค่นี้เอง น้องฟ้าเป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บตรงไหนมั้ย เด็กๆล่ะ เป็นยังไงกันบ้าง” ชายหนุ่มยิ้มตอบพร้อมถามกลับฟ้า และเด็กๆด้วยความห่วงใยไม่แพ้กัน

“พวกเราไม่เป็นอะไรครับ พี่กานต์เจ็บมั้ย” เด็กๆถามกลับ และเดินมากอดชายหนุ่มอย่างห่วงใย ภาพที่เห็นสร้างความประทับใจให้กับฟ้า จนอดไม่ได้ที่จะน้ำตาคลอออกมา ด้วยความรู้สึกผิด

“ฟ้าขอโทษนะคะ เพราะฟ้าแท้ๆ ทำให้พี่กานต์และเด็กๆต้องถูกทำร้าย ฟ้าเสียใจ ขอโทษด้วยค่ะ” หญิงสาวกลั้นน้ำตาไม่ได้ กล่าวขอโทษด้วยเสียงสั่นเครือ

“ไม่เป็นไรครับ พี่บอกแล้วไงว่าพี่ไม่เป็นอะไร อย่าคิดมากสิครับ ไปนะ เราไปกันเถอะ กลับไปทำอะไรอร่อยๆกินกันดีกว่านะ ไปครับไป ไปกันเถอะพวกเรา”

ฟ้าน้ำตาคลอพยักหน้ารับและรีบกุลีกุจอไปดูแลเด็กๆ ที่ถลอกปอกเปิกกันคนละนิดละหน่อย และขอบคุณชาวบ้านที่เข้ามาช่วยเหลือได้อย่างทันเวลา

เมื่อความทราบถึงปู่ทองเอก ฟ้าก็ถูกตำหนิอย่างรุนแรง ที่เป็นต้นเหตุทำให้ทุกคนต้องบาดเจ็บ กานต์จึงช่วยออกรับหน้าแทนเพราะสงสารฟ้า ที่คงจะขวัญหนีดีฝ่อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หญิงสาวถึงกับยกมือไว้ขอบคุณชายหนุ่ม พร้อมกับขอโทษ ด้วยความจริงใจ เพราะความรั้น ของเธอแท้ ๆ ถึงทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อนกันหมด จนทำให้เธอรู้สึกละอายใจนัก ยิ่งเมื่อกานต์ไม่ตำหนิเธอด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกนับถือเขามากขึ้น เพื่อไม่ให้เป็นการทำลายบรรยากาศไปกว่านี้ ชายหนุ่มก็เอ่ยตัดบทอย่างสุภาพชักชวนให้ทุกคนไปช่วยกันทำอาหารเย็น ทุกคนจึงแยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ ตามแต่ตนถนัด ยกเว้นฟ้า เธอกลับเดินตามชายหนุ่มไปอย่างกระชั้นชิด

“พี่กานต์ค่ะ ฟ้าขอบคุณพี่มาก ๆ ไม่อย่างนั้นทั้งฟ้าและเด็ก ๆคง…” ฟ้าทำเสียงสลดพร้อมก้มหน้าลง

ชายหนุ่มหันกลับมาพร้อมกล่าวด้วยเสียงอบอุ่นว่า
“น้องฟ้า ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว คราวหลังก็ระวังตัวด้วยนะครับ คราวหน้าเราอาจจะไม่โชคดีอย่างนี้”

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นพบว่าชายหนุ่มกำลังยิ้มอย่างอ่อนโยน ทำให้เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นใจอย่างประหลาด เป็นอีกครั้งที่ได้สบตาคู่นั้น แล้วพบว่าตัวเองกำลังรู้สึกหวั่นไหว กานต์มองฟ้าด้วยสายตาอ่อนโยน ทั้งคู่สบตากันราวกับเวลาหยุดลงชั่วขณะ

“เอ้าๆๆ สองคนนั้น อย่าอู้งาน มาช่วยกันเลย มาเลยๆๆ” เสียงศิวาตะโกนเรียกทำลายความเงียบขึ้นมา

ทั้งกานต์และฟ้าจึงรู้สึกตัว ชายหนุ่มเกาศรีษะตัวเองอย่างเขินๆ หญิงสาวเองก็เขินอายเช่นกัน ก่อนที่จะเดินจากไปฟ้ายิ้มให้กานต์อย่างอ่อนหวานเป็นการขอบคุณอีกครั้ง และเดินหันหลังกลับไปช่วยเด็กๆ ซึ่งกำลังสนุกสนานวุ่นวายกับเตาบาร์บีคิว ทิ้งให้ชายหนุ่มมองตามโดยไม่ทันมีโอกาสได้เอ่ยอะไรต่อ สักพักจึงเดินตามไปสบทบกับเพื่อนซี้ทำโน่นทำนี่ต่อไป

“ยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่อะไรของแกวะ ไอ้กานต์ ท่าจะบ้านะเนี่ย” ศิวามองเพื่อนอย่างงุนงง กานต์จึงยิ้มกว้างพร้อมกับตบฝ่ามือลงบนหลังเพื่อนดังพลั่ก “ก็ชั้นมีความสุขนี่หว่า ฮ่าๆๆๆๆ”

“เฮ้ย มีความสุขแล้วเล่นไรวะ เจ็บนะเว้ย ต้องเอาคืนๆ” ด้วยความหมั่นใส้เพื่อนและเจ็บหลัง ศิวาต้องการเอาคืนง้างฝ่ามือขึ้นมาทันที กานต์เห็นดังนั้นจึงวิ่งหนีพลางหัวเราะพลาง ทั้งคู่วิ่งเล่นกันเหมือนเด็กๆ จนทุกคนต่างหัวเราะตาม

บทส่งท้ายของวันนี้จบลงที่เสียงหัวเราะอย่างมีความสุข บวกกับกลิ่นหอมจาง ๆ ของบาบิคิว และอาหารทะเลเผา โดยฝีมือของฟ้าและกานต์ ซึ่งตอนนี้เริ่มต้นเถียงกันอีกครั้งเพราะต่างก็อยากจะโชว์ “บาบิคิวสูตรลับฉบับครอบครัว”ด้วยกันทั้งคู่

ปู่ทองเอกมองภาพกานต์ที่ตอนนี้กำลังยิ้มอย่างสดใส ด้วยความโล่งใจ ชายหนุ่มคงไม่รู้ว่าทำให้พ่อกับแม่ของเขาเป็นห่วงมากมายสักแค่ไหน เพราะตั้งแต่กานต์เดินทางออกมาจากกรุงเทพ ทั้งคู่ต่างผลัดกันโทรมาถามว่ากานต์แวะมาหาบ้างหรือเปล่า จนกระทั่งปู่ทองต้องให้ ศิวา เรียกกานต์มาที่นี่ (แต่คุณปู่ไม่ได้บอกศิวาให้โกหกกานต์ว่าตนไม่สบาย) เพราะข่าวที่ออกมาทางหน้าหนังสือพิมพ์ทำให้ใคร ๆ หลายคนมองว่าหลานชายของเขาคนนี้เป็นคนเจ้าชู้ กานต์เองก็ไม่เคยออกมาแก้ข่าวแม้แต่น้อย กลับเลือกที่จะหนีมาตั้งหลักพักร้อนก่อนที่จะกลับไปสู้ใหม่ ปู่ทองเอกเป็นผู้ใหญ่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก็มาก ย่อมจะดูออกว่า กานต์ดูเหมือนจะมีใจให้กับฟ้า หลานสาวของตนไม่ใช่น้อย แต่เรื่องของความรักและความรู้สึก คงไม่อาจที่จะตัดสินกันได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ

”ความรักเกิดขึ้นได้ ขอแต่อย่าให้เป็นเพียงความหลงชั่วครั้งชั่วคราวเลย” ปู่ทองเอกรำพึงกับตัวเองและมองไปที่ทั้งสองคน

“พี่ฟ้าคะ ร้องเพลงให้พวกเราฟังหน่อยได้มั๊ยคะ เพลงที่พี่ฟ้าร้องให้พวกเราฟังบ่อย ๆ ” เด็ก ๆ ต่างคะยั้นคะยอขอให้หญิงสาวร้องเพลงกันเป็นแถว คงไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามีพรายกระซิบแอบบอกมาเช่นเคย

“นั่นนะซิ น้องฟ้าร้องเพลงออกจะเพราะ ตอนเจอกันครั้งแรก เหตุก็เกิดจากเสียงเพลงนี่หละครับคุณปู่” กานต์รีบสนับสนุนและยิ้มให้กับปู่ทองเอก

ฟ้ายิ้มเขินพร้อมกับลุกขึ้นยืน

“ขอบคุณคะที่ชม แต่ไหน ๆ ฟ้าจะร้องเพลงทั้งที ก็อยากให้ทุกคนช่วยกันร้องตามด้วยนะคะ”

"ในเมื่อมีนักร้องแล้ว ก็ควรจะมีนักดนตรีใช่มั๊ย เจ้าศิวา ไปหยิบไวโอลีนของปู่เอามาให้หน่อย แล้วเจ้าเจ้ากานต์หละไหวมั๊ย ถ้าไหวช่วยเล่นแทนปู่ทีซิ เห็นแบบนี้เจ้ากานต์มันสีไวโอลีน เก่ง พอ ๆ กับมืออาชีพเชียวนะ ยายฟ้า"

“ได้เลยครับคุณปู่ ถ้าน้องฟ้าเป็นนักร้อง ผมจะเป็นนักรัก เอ้ย!นักดนตรีให้ครับ” ชายหนุ่มกระเซ้า

หญิงสาวรู้สึกเขินอายแต่ทำเป็นเหมือนไม่ได้ยิน

เมื่อทุกอย่างพร้อมและเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ กานต์ก็เริ่มบรรเลงเพลง ‘ปลายฟ้า’ ออกมาด้วยท่วงทำนองที่อ่อนหวาน เพื่อให้เหมาะกับเสียงของฟ้า ที่ตอนนี้เริ่มต้นร้องเพลงด้วยน้ำเสียงที่ใสราวกับเสียงระฆังก็ไม่ปาน


ปลายฟ้า(ปลายฟ้า...) แค่หลับตาลงคงพบกัน
โอบกอดดวงใจสายสัมพันธ์ ท่ามกลางความฝันของเรา
ดาวน้อย(ดาวน้อย...) โปรดลอยมาลงตรงหัวใจ
เก็บเกี่ยวความคิดถึงฉันไป ให้เธอที่ปลายฟ้าไกล


หลังจากที่ร้องจบท่อนแรก ฟ้าก็ขอให้ทุกคนช่วยกันร้อง เด็ก ๆ ต่างพากันเดินมานั่งรวมตัวกันอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวยาว ก่อนที่จะโยกตัวไปมาตามจังหวะเพลง (ถึงมีบางตอนที่ศีรษะจะชนกันบ้างแต่ทุกคนก็มุ่งมั่นที่จะร้องเพลงอย่างไม่ย่อท้อ)

คิดถึงเพียงเธอ(คิดถึงเพียงเธอ...) ในใจฉันคิดถึงเพียงเธอ
ไม่มีคำใดจะแทนจิตใจมากมายเท่าคำนี้เลย
ดาวน้อย(ดาวน้อย...)โปรดลอยมาลงตรงหัวใจ
เก็บเกี่ยวความคิดถึงฉันไป...ให้เธอที่ปลายฟ้าไกล


คิดถึงเพียงเธอในใจฉันคิดถึงเพียงเธอ
ไม่มีคำใดจะแทนจิตใจมากมายเท่าคำนี้เลย


ทำนอง น้ำเสียง และใบหน้าอันแสนน่ารัก ทำให้กานต์ที่แม้ขณะนี้จะกำลังหลับสนิทแต่กับละเมอออกมาเป็นเพลงอย่างไม่รู้ตัว

ดาวน้อย(ดาวน้อย...) โปรดลอยมาลงตรงหัวใจ
เก็บเกี่ยวความคิดถึงฉันไป... ให้เธอที่ปลายฟ้าไกล


ความใกล้หรือไกลห่างในเวลาที่เรารู้สึกคิดถึงใครสักคน ระยะทางคงไม่ใช่อุปสรรค เพราะบางครั้งไม่ว่าเราจะไกลกันเพียงใด แต่ถ้าเพียงหัวใจของคนสองคนยังคงใกล้กัน ปลายทางของคำตอบก็คงจะมีสิ่งที่เรารอคอยอยู่ ณ ที่ตรงนั้น

เจ้าชายคงไม่รู้ตัวหรอกว่า ความอ่อนโยนและความมีน้ำใจ อาจทำให้เจ้าหญิงเริ่มเอนเอียงหัวใจไปให้อย่างไม่รู้ตัว





Create Date : 19 ตุลาคม 2550
Last Update : 25 สิงหาคม 2552 11:09:45 น. 12 comments
Counter : 108 Pageviews.

 
โฮ้ว.ว....
หายไปนานเลย
ตอนต่อไปอย่านานนะคะ


โดย: หมูปิ้งไม้ละ 5 บาท วันที่: 20 ตุลาคม 2550 เวลา:22:27:39 น.  

 


เพี้ยง...ส่งผ่านที่เถอะ มาเยี่ยมเยียนจ้า
นู๋หายไปนานเลยนะจ้ะ


โดย: ม่วงคราม (the violetblue home ) วันที่: 22 ตุลาคม 2550 เวลา:12:33:10 น.  

 
เข้ามาทักทาย ขอตอนต่อปายด้วยน๊า จารอจ้า


โดย: ๐๐ฉานม่ายช่าย..นางฟ้า๐๐ (MagicAngel_j ) วันที่: 22 ตุลาคม 2550 เวลา:20:34:44 น.  

 
ใจง่ายค่ะ แวะมาตามคำชวน ขออนุญาตไปอ่านก่อนนะคะ

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมค่ะ


โดย: f a i f u n (oHsINa ) วันที่: 22 ตุลาคม 2550 เวลา:23:42:46 น.  

 

สวัสดีค่ะ..

แวะมาอ่านค่ะ..เขียนเก่งจังเลยค่ะ..
สบายดีนะคะ..
เป็นกำลังใจให้เขียนได้เร็วขึ้นค่ะ..อิอิ..

ว่างๆๆ..ก็มาอัพนิยายใหม่นะคะ..


โดย: พิจักษณา วันที่: 23 ตุลาคม 2550 เวลา:1:33:13 น.  

 

สวัสดีคะ
แวะมาทักทายเหมือนกัน

ขอให้มีความสุข
ทุกนาทีที่หายใจนะคะ


โดย: taley sea far วันที่: 24 ตุลาคม 2550 เวลา:16:02:07 น.  

 
แวะมาทักทายกันครับ


โดย: manachanok วันที่: 24 ตุลาคม 2550 เวลา:17:10:47 น.  

 
ขอบใจมากนะ ที่เข้ามาแบ่งปันเรื่องดีดี

แต่ตอนนี้เรายังไม่มีอารมณ์อ่านเรื่องหวาน ๆ
เพราะเรากำลังแซ๊ด รอทำใจได้ก่อน และให้สถานการณ์อะไร อะไรมันดีกว่านี้ จะแวะเข้ามาอ่านนะ (คงไม่นาน)


โดย: Ninniko วันที่: 25 ตุลาคม 2550 เวลา:20:14:04 น.  

 
.. เขียน เก่งอ่ะ ..

จะแวปมาอ่านเรื่อยๆ นะคร้าบบบ



โดย: >>> (j_ucute ) วันที่: 26 ตุลาคม 2550 เวลา:7:22:45 น.  

 
ชอบฉากของเรื่องจังครับ
และดูแนวเรื่องก็หวานๆ
ชอบๆ

รออ่านต่อคับ : )


โดย: ชรันจ์ วันที่: 26 ตุลาคม 2550 เวลา:9:05:35 น.  

 
แล้วจะเข้ามาอ่านน่ะค่ะ
ตอนนี้ขอมาเจิม....แปะโป้งไว้ก่อน ^_^


โดย: The iora (The iora ) วันที่: 26 ตุลาคม 2550 เวลา:12:48:55 น.  

 

มาตามคำชวน ขออนุญาตติดตามตอนต่อไปนะค่ะ


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 27 ธันวาคม 2550 เวลา:8:48:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Designed By Me
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




...OnE GIrL STORY...
Friends' blogs
[Add Designed By Me's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.