~~**~~ WELCOME TO SNOWBLACK WORLD~~ **~~
Group Blog
 
All blogs
 
หาดทราย สายลม และจุดเริ่มต้นของความรัก (ตอนที่ 1)

หาดทราย สายลม และจุดเริ่มต้นของความรัก (ตอนที่1)

ภาพท้องทะเลสีฟ้าครามสดใส จรดหาดทรายขาวละเอียดแลดูสะอาดตาที่ทอดยาวออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา ผสานกับสายลมทะเลพัดโชยเอื่อย และแดดที่ทอแสงอ่อน ๆ สะกดสายตาของชายหนุ่มร่างสูง ผิวสีแทน รูปหน้าคมเข้ม ผมดำเป็นเงาหยิกสลวยได้รูป ซึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสืออย่างสบายอารมณ์อยู่บนชั้นสองของระเบียงบ้านไม้สีขาวหลังใหญ่ไว้เนิ่นนาน ชายหนุ่มเหม่อมองความสวยงามตรงหน้า เขากวาดสายตาไปรอบๆ พลางคิดว่าไม่ว่าจะทางไหน ทะเลก็สวยไปทุกมุมมอง จนทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะคว้าผ้าใบสีขาวพร้อมสีและอุปกรณ์วาดภาพ เดินตรงไปยังชายหาด เพื่อเก็บภาพวิวทิวทัศน์สวย ๆ เหล่านี้ไว้

ชายหนุ่มกวาดตามองทะเลสวยตรงหน้าเพื่อหามุมที่เหมาะสม เขาตั้งใจจะวาดภาพนี้เก็บไว้เป็นที่ระลึกสำหรับอวดเหล่าบรรดามิตรสหาย ซึ่งป่านนี้คงพากันเป็นห่วง ที่อยู่ๆ คนบ้างานอย่างเขาก็ลุกขึ้นมาเก็บเสื้อผ้า ลาพักร้อน หนีหายมาเที่ยวตามลำพังเอาดื้อ ๆ อย่างนี้ ชายหนุ่มค่อย ๆ เดินลัดเลาะตามแนวชายหาดไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้ทำเลที่ถูกใจ จึงปักหลักลงมือวาดภาพทิวทัศน์ตรงหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจ โดยไม่ได้สนใจสิ่งต่าง ๆ รอบตัว

“เอ๊ะ ! นั่น คุ้นๆนะ อุ้ย ใช่จริงๆ ด้วย นี่ๆ มาดูสิ เร็วๆ”

เสียงเด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่งดังขึ้น ก่อนที่จะหันไปสะกิดเพื่อน ๆ ที่มาด้วยกัน ให้หันไปมองชายหนุ่มสูงหล่อซึ่งขณะนี้กำลังใช้สมาธิมุ่งมั่นอยู่กับการวาดภาพอย่างจดจ่อ

”ไหนๆ เออ ใช่ จริงๆ ด้วย พี่กานต์ ที่เป็นพิธีกร นามสกุลอะไรน้า ธรรมธารัย ใช่มะ” กลุ่มเด็กสาวชี้ชวนกันดู พลางจ้องมองชายหนุ่มอย่างไม่เชื่อสายตา

“เออ ใช่ๆ ที่พี่เค้าเป็นพีธีกรรายการ ‘Life Style By Kan’ ไง ตอนนี้มีข่าวว่าถูกนางแบบสวยๆ ที่กำลังดัง ชื่อ ‘อลิศรา’ สลัดรัก ตัดสัมพันธ์อย่างไม่ใยดี ไปควงหนุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงแทนไง”

“แกดูซิ ตัวจริงหล้อหล่อ หล่อกว่าในทีวีอีกนะ แถมยังเพอเฟ็คมาก ๆ การศึกษาก็ดี มีดีกรีปริญญาโทเมืองนอก แถมยังเป็นเจ้าของรายการโทรทัศน์ตั้งแต่อายุยังน้อย ถ้าเค้าเป็นแฟนชั้นนะไม่ยอมเลิกไปง่าย ๆ หรอกย่ะ สมัยนี้หากันได้ง่ายๆที่ไหน จริงมะ ว่าแต่ ทำไงดีอะ ชั้นอยากไปขอถ่ายรูปจัง "

เด็กสาวคนเดิมคุยกับเพื่อนในกลุ่มอย่างตื่นเต้น พลางชักชวนกันจะเข้าไปขอถ่ายรูป

“ตื่นเต้นจังเลยอะ แต่ เราจะรบกวนพี่เค้ามั้ยเนี่ย ดูสิ เค้าตั้งอกตั้งใจวาดรูปอยู่อะ”

เด็กสาวหยุดชะงักอย่างไม่แน่ใจ เมื่อเห็นชายหนุ่มผู้เป็นขวัญใจของพวกเธอ กำลังมีสมาธิแน่วแน่กับการวาดรูปตรงหน้า โดยไม่ได้สนใจเสียงกรี้ดกร้าดวี้ดว้ายเหมือนนกกระจอกแตกรังของพวกเธอเลย เห็นดังนั้น บรรดาสาวน้อยทั้งหลายก็เกิดความรู้สึกเกรงใจ ต่างก็พากันเปลี่ยนใจ

"เฮ้อออ ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ หล่อ เท่ห์ สมาร์ท ดูดี มีชาติตระกูล แบบนี้ถ้าได้เป็นแฟนล่ะก็จะไม่ยอมให้ห่างไปไหนเลย ชั้นว่าพวกเรา อย่าไปรบกวนพี่เค้าเลยดีกว่า ท่าทางเค้าคงต้องการใช้สมาธิวาดรูปผ่อนคลายนะ อุตสาห์หนีเรื่องวุ่นวายมาพักผ่อนทั้งที อย่าไปกวนใจเค้าดีกว่า เนอะพวกเรา ไปกันเถอะ”

กลุ่มเด็กสาวจ้องมองชายหนุ่มในฝันของพวกเธออย่างชื่นชม ถึงแม้จะนึกเสียดายที่ไม่ได้ใกล้ชิดอย่างที่ตั้งใจ แต่ก็พากันเดินจากไปอย่างเงียบๆ

เวลาล่วงเลยไป พระอาทิตย์เริ่มอ่อนแสงใกล้จะลาลับขอบฟ้า ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนช้าๆ เหยียดแขนยืดตัวตรง พร้อมกับโยกศีรษะไปมา เพื่อคลายความเมื่อยล้า ก่อนที่จะก้มลงมองผลงานของตนเองพลางยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ เขาบรรจงเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างเชื่องช้า เสร็จแล้วจึงเดินลัดเลาะไปตามถนนสายเล็ก ๆ เพื่อกลับไปยังบ้านพักซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล ในขณะที่กำลังเดินคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยนั้น ชายหนุ่มก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ เมื่อได้ยินเสียงเพลง ‘Close to you’ ดังแว่วมาจากหลังโขดหินก้อนใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากบริเวณที่เขายืนอยู่มากนัก เขาหยุดเดินและตั้งใจฟังเพลงนั้นสักพักจึงรู้ว่าเจ้าของเสียงเพลงต้องเป็นผู้หญิงอย่างแน่นอน เพราะเสียงเล็กหวานกังวานใสฟังดูนุ่มนวลไพเราะยิ่งนัก

เอ๊ะ เธอเป็นใครกันนะ ทำไมถึงร้องเพลงได้เพราะจับใจขนาดนี้ ลองไปดูซะหน่อยดีกว่า

กานต์คิดพลางตัดสินใจเดินลัดเลาะโขดหินตามเสียงเพลงไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมายืนอยู่ข้างโขดหินใหญ่ก้อนหนึ่ง เบื้องหน้าเขานั้นเป็นภาพของหญิงสาวร่างเล็กนั่งหันหลังอยู่ท่ามกลางกลุ่มเด็กชายเด็กหญิงตัวน้อยซึ่งนั่งฟังเธอร้องเพลงอยู่รอบๆ ตัวเธอ

ชายหนุ่มถือวิสาสะขยับเข้าไปใกล้ยิ่งขึ้น และยืนฟังเพลงนั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ และในขณะที่เขากำลังยืนฟังอย่างเพลิดเพลินอยู่นั้น พลันร่างของหญิงสาวที่อยู่ในชุดกระโปรงลูกไม้สีชมพูอ่อนก็ค่อย ๆ หันหน้ามา เนื่องจากเด็ก ๆ หลายคนในกลุ่มชี้มือมาทางเขา พลางกระซิบบอกกับเธอ เมื่อเธอหันหน้ามาตรงๆ ชายหนุ่มถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นภาพหญิงสาวตรงหน้าเต็มตา

ผิวขาวราวกับปุยฝ้าย ดวงตากลมโตสุกใสราวกับนัยน์ตากวาง ริมผีปากแดงระเรื่อ แก้มขาวนวลอมชมพูเลือดฝาด ผมยาวตรงดำสนิทแลดูนุ่มสลวยเหมือนปอยไหม

ทันทีที่ได้เห็นหน้าหญิงสาวตรงหน้า กานต์ก็ตกตะลึงในความงดงามของเธอ เขาเผลอยืนจ้องมองราวกับตกอยู่ในภวังค์ ชายหนุ่มเกือบจินตนาการไปว่า เหมือนตัวเขาหลุดเข้ามาอยู่ในนิทานเรื่อง ‘สโนว์ไว้ท์กับคนแคระทั้งเจ็ด’

“ เพราะความงามทั้งกายใจที่บริสุทธิ์ สดใส อย่างไร้ที่ติ ของสโนไว้ท์ นั่นเอง จึงทำให้เกิดความรู้สึกอิจฉา ริษยา ชิงชังให้กับนางแม่มดอย่างมากมาย และความงดงามนี้เอง ที่ทำให้หัวใจของเจ้าชายรูปงามต้องหวั่นไหว มิอาจห้ามใจไม่ให้หลงรักเธอได้เลย “

กานต์นึกถึงประโยคในหนังสือนิทาน “สโนว์ไว้ท์กับคนแคระทั้งเจ็ด” ตอนสมัยเด็กๆ ที่บรรยายถึงลักษณะของ ‘สโนว์ไว้ท์’ เอาไว้อย่างงดงาม ทำให้ตัวเขาในขณะนี้ ไม่อาจละสายตาจากหญิงสาวสวยที่อยู่ตรงหน้าได้เลย กานต์คิดว่าบางทีหญิงสาวที่งามพร้อมอย่าง ‘สโนว์ไว้ท์’ ที่เขาเคยได้อ่านจากนิทานคงมีอยู่จริง

“เอ่อ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ถ้าเสียงของฟ้า ไปรบกวนคุณเข้า คือฟ้าเห็นว่าชายหาดแถบนี้ไม่ค่อยมีคนมาพักสักเท่าไหร่ ก็เลยถือวิสาสะสอนเด็ก ๆ ร้องเพลงคะ ต้องขอโทษจริงๆนะคะ”

เธอหันมาทางเขาอย่างขัดเขินและกล่าวขอโทษอย่างสุภาพ คำพูดของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าในขณะนี้ ทำให้เขาตื่นจากภวังค์ และรีบยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน

“ไม่หรอกครับ ผมต่างหากต้องขอโทษ ที่เสียมารยาท เดินเข้ามาแอบฟังคุณร้องเพลง ทำให้คุณเสียสมาธิ เสียงของคุณเพราะมากจริง ๆ นะครับ คุณ เอ่อ คุณฟ้า ผม ‘กานต์’ ครับ”

ชายหนุ่มกล่าวอย่างชื่นชมพร้อมกับแนะนำตัว เขาค่อนข้างประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อพบว่าหญิงสาวไม่รู้สึกรู้สาอะไรเมื่อได้เห็นเขา เป็นไปได้มากที่หญิงสาวตรงหน้าจะไม่รู้จักเขา กานต์ยิ้มน้อยๆ ดีซะอีก มันทำให้เขารู้สึกสบายอกสบายใจยิ่งนัก

คำชมของเขาทำให้หญิงสาวตั้งตัวไม่ถูกหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย เธอก้มศีรษะลงน้อย ๆ เป็นเชิงขอบคุณ อาจเป็นเพราะ สีหน้า ท่าทางของชายหนุ่มนั้น ดูจะชื่นชมเธอด้วยความจริงใจมากกว่าที่จะเสแสร้งแกล้งทำ จึงทำให้เธอรู้สึกปลื้มปิติในคำชมนั้น

กานต์ยังคงจ้องมองหญิงสาวที่ชื่อ”ฟ้า”ด้วยสายตาชื่นชม เสียงร้องเพลงของเธอยังติดตรึงอยู่ในใจ เสียงที่แสนไพเราะอ่อนหวาน เขาคิดก่อนจะหันไปทักทาย ‘บรรดาเจ้าตัวเล็ก’ ที่ยืนทำตาแป๋วจ้องมองมาที่เขาด้วยความสนใจ

“ว่าไง สวัสดีครับเด็ก ๆ พี่ชื่อกานต์นะ ขอโทษที่มารบกวนครับผม”
ชายหนุ่มพูดพลางทำท่าเลียนแบบหุ่นยนต์โค้งให้เด็กๆ ซึ่งส่งเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนาน ก่อนที่จะหยิบท๊อฟฟี่ในกระเป๋ากางเกงที่พกไว้สำหรับกินเล่นตอนวาดรูป แจกให้เด็ก ๆ ทีละ 2-3 เม็ด โดยทำราวกับว่าตนนั้นเป็นนักมายากล

“เอาอีก เอาอีก ผม/หนูขออีกคะ พี่ชายเก่งจังเลย” บรรดาเจ้าตัวเล็กแย่งกันพูดเสียงเจื้อยแจ้ว จนเขาแทบฟังไม่ทัน “แล้วพี่ไม่มีขนมอะไรให้ ‘สโนว์ไว้ท์’ บ้างหรือ คะ/ครับ “

เมื่อได้ยินชื่อที่เด็ก ๆ ใช้เรียกหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า กานต์ก็ถึงกับเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ และยิ้มออกมาน้อย ๆ ก่อนที่จะหยิบขนมชิ้นสุดท้ายออกมายื่นให้กับหญิงสาว

“นี่ครับ ของขวัญพิเศษสำหรับ ‘เจ้าหญิงสโนว์ไว้ท์’ ของบรรดาคนแคระทั้งเจ็ด ถูกต้องมั๊ยเอ่ย“ ว่าแล้วเขาก็หันไปพยักหน้ากับเด็กๆ และหันกลับมาขยิบตาคม ๆ ข้างหนึ่งให้กับหญิงสาว

หลังจากที่เขาลองนับแล้วนับอีก นับอีกนับแล้ว ก็พบว่าเด็ก ๆ มี 7 คนพอดี
“ขอบคุณคะ แต่อย่าเรียกว่า ‘เจ้าหญิงสโนว์ไว้ท์’ เลยคะ ฟังแล้วรู้สึกแปลก ๆ เรียกว่าฟ้าดีกว่าคะ“

คนพูดนั้นทำสีหน้าเรียบเฉยทั้ง ๆ ที่ใจเต้นโครมคราม ไม่เป็นจังหวะ ปกติแล้วถึงเธอจะเป็นคนที่ไม่ค่อยพูด แต่ก็ไม่เคยเขินอายกับบรรดาหนุ่ม ๆ ที่มักจะหาเรื่องเข้ามาพูดคุยกับเธอ แต่สำหรับชายหนุ่มตรงหน้านั้นกับตรงกันข้าม ดวงตาที่ดูมุ่งมั่นและเต็มไปด้วยความอบอุ่นของเขากลับมีอิทธิพลต่อเธออย่างมากมาย หญิงสาวคิดว่าหากยังยืนคุยกับเขาอยู่ต่อไปนาน ๆ เธอคงจะรู้สึกประหม่าและทำอะไรไม่ถูกแน่ ๆ ทางที่ดีควรจะรีบหาทางตัดบท ขอตัวกลับไปก่อนดีกว่า

“ขอบคุณมากนะคะ คุณกานต์ แต่ว่าวันนี้ ฟ้าคงต้องขอตัวพาเด็ก ๆ กลับก่อนดีกว่าคะ เพราะนี่ก็เย็นมากแล้ว”

หญิงสาวพูดตัดบทซะดื้อ ๆ พลางชักชวนเด็ก ๆ ลุกขึ้น แต่บรรดาเจ้าตัวเล็กกับมีท่าทีอิดออดอยากจะอยู่เล่นกับชายหนุ่มกันต่อ จนเธออดที่จะดุออกมาเบา ๆ ไม่ได้

“ไหนสัญญากับพี่แล้วไงคะ ว่าจะไม่ดื้อ จะเชื่อฟังที่พี่พูดทุกอย่าง ถ้าอย่างนั้นวันหลังพี่จะไม่พาออกมาเที่ยวด้วยอีกนะ ลุกขึ้นและก็หน้าเดิน กลับกันได้แล้วจ้า”

เด็กๆ ต่างพากันอิดออด ไม่อยากจะแยกจากพี่ชายใจดีที่เพิ่งพบกัน กานต์เองเมื่อเห็นดังนั้น จึงสบโอกาสที่จะได้พบกับหญิงสาวอีก ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบเอ่ยปากชักชวนให้ทุกคนมาเที่ยวที่บ้านเขาในวันรุ่งขึ้นทันที

“เอาอย่างนี้ดีมั้ยครับ คุณป้าแม่บ้านที่บ้านพักของผมทำขนมไทยอร่อยอย่าบอกใครเชียว พรุ่งนี้ ถ้าคุณฟ้าสะดวก ผมขอเชิญคุณฟ้า และเด็กๆ ไปทำขนมทานด้วยกันที่บ้านผม อยู่ตรงไปอีกนิดเดียวครับ ไม่ไกลจากตรงนี้เท่าไร่ ตอนสายๆ ผมจะมารอรับตรงนี้ ดีมั้ยครับ”

กานต์เชิญชวน แต่เมื่อเห็นหญิงสาวทำท่าอิดออดคล้ายกับอยากจะปฏิเสธ กานต์จึงคิดขึ้นได้ว่า คงเป็นเพราะเธอเพิ่งรู้จักเขา จึงรู้สึกไม่ไว้วางใจ หรือว่าอาจจะเกรงใจ กานต์คิดเข้าข้างตัวเองว่าเป็นอย่างหลัง ชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะแสดงความบริสุทธิ์ใจ อีกทั้งไม่อยากเสียโอกาสที่จะได้ทำความรู้จักกับเธอให้มากขึ้น เขาจึงรีบย้ำว่า

“อย่าห่วงเลยครับคุณฟ้า ผมไม่ใช่คนอันตรายอะไรหรอกครับ ผมมาพักคนเดียวกับป้าแม่บ้านอีกคน มีเด็กๆไปเป็นเพื่อนอยู่ด้วยกันหลาย ๆ คนสนุกดีออกครับ ผมกลับรู้สึกดีใจซะมากกว่า ดีมั้ยครับเด็กๆ พรุ่งนี้เราจะมาทำขนมกินกัน แล้วพี่ก็มีของเล่นอยู่ที่บ้านเยอะแยะเลยครับ” ชายหนุ่มพยักหน้าชักชวนเด็กๆ ซึ่งไม่สร้างความผิดหวังให้เขา

“เย้ๆๆๆๆ ดีค่ะ ดีครับ พี่ฟ้า พรุ่งนี้พาพวกเรามาเล่นที่บ้านพี่ชายนะค่ะ/ครับ” เด็กๆ พากันกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ

“เอ่อ ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็คงต้องขอรบกวนคุณกานต์ด้วยนะคะ แต่วันนี้เราต้องกลับกันก่อนนะเด็กๆ”

เมื่อเห็นเด็กๆ กระโดดโลดเต้นดีอกดีใจนักหนา ฟ้าก็ทำตัวไม่ถูกปฏิเสธไม่ลง แต่ใจจริงแล้ว เธอเองก็ไม่ได้นึกรังเกียจชายหนุ่มแปลกหน้าแม้แต่น้อย กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ไม่รู้ว่าเพราะคำพูด และท่าทางที่แสนกระตือรือร้น หรือแววตาจริงจังที่ชายหนุ่มมองมาทางเธอและเด็ก ๆ อย่างอ้อนวอน จึงทำให้หญิงสาวใจอ่อน พยักหน้าตอบรับคำเชิญ เดินตามเด็ก ๆ ซึ่งขณะนี้ ’หน้าเดิน’ ตามชายหนุ่มร่างสูงไปแล้ว

“ว่าแต่ คุณฟ้ากับเด็กๆพักอยู่ที่ไหนกันเหรอครับ แล้วนี่พวกเราเป็นน้องพี่ฟ้ากันทั้งหมดเลยเหรอ” กานต์ถามพลางมองกวาดสายตามองเด็กๆไปมาด้วยความสงสัยนิดๆ เพราะทั้งหมดอายุอานามดูแล้วมีตั้งแต่ 4 ขวบ ถึง 11 ขวบ ไล่เลี่ยกันไป

“พวกหนูอยู่ที่ มูลนิธิสงเคราะห์เด็ก ‘ชลาธิป’ พี่เห็นตึกใหญ่ ๆ ที่อยู่ปลายหาดทางนู้นหรือเปล่าคะ ตรงนั้นแหละคะ/ครับ“ เด็กน้อยคนหนึ่งบอก

“อืมม” กานต์พยักหน้ารับอย่างช้า ๆ เมื่อเด็ก ๆ ชี้ให้ดูตึกสีขาวเก่า ๆ ล้อมด้วยรั้วสีครีม ที่อยู่ห่างจากบ้านเขาไปทางทิศเหนือประมาณเกือบ 1 กิโลเมตร

“ถ้าอย่างงั้น ขอผมเอาอุปกรณ์วาดรูปไปเก็บก่อนนะครับ แล้วจะเดินไปส่งคุณฟ้ากับเด็กๆด้วย” กานต์รีบรับอาสา

“ไม่ต้องหรอกค่ะ พวกเรามารถของมูลนิธิ รถจอดรออยู่ที่ข้างหน้านี้เองค่ะ พวกเรากลับเองได้ ไม่ต้องไปส่งหรอกค่ะ” หญิงสาวยิ้มและปฏิเสธอย่างนุ่มนวลพลางชี้มือออกไปที่ริมถนน กานต์จึงจำต้องยอมจำนนด้วยความเสียดาย

“อ๋อ ครับ ถ้าอย่างนั้น ให้ผมเดินไปส่งที่รถแล้วกัน แล้วพรุ่งนี้เราเจอกันที่นี่นะครับ” กานต์ยืนโบกมือให้หลังจากทุกคนขึ้นรถไป เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นสักพัก ก่อนจะเดินผิวปากกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี

“ฟ้า อืมม เธอมาจากไหนกันนะ” ชายหนุ่มพึมพำเบาๆ อดคิดไม่ได้ว่า ดีแล้วที่เธอไม่รู้จักเขา

เช้าวันรุ่งขึ้น กานต์มายืนรอรับฟ้าและกลุ่มเด็กๆ ที่เดิม ตั้งแต่ 8 โมงเช้า เมื่อคืนเขานอนไม่หลับด้วยความตื่นเต้น พลางคิดไปว่า เขากำลังทำตัวเสมือนว่านัดพบกับคนรักคนสำคัญก็ไม่ปาน คิดแล้วก็หัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจ ชายหนุ่มรออยู่พักใหญ่ ก็ได้ยินเสียงเจี้ยวจ้าวของเด็กๆ แว่วมา กานต์รู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างบอกไม่ถูก เมื่อฟ้าและเด็กๆเดินเข้ามาใกล้

“เชิญครับ คุณฟ้า เอ้าไป พวกเด็กๆ ตามมา” ชายหนุ่มเชื้อเชิญ พลางจับมือพวกเด็กๆ ที่บ้างก็ร้องจะขี่หลังเขาเหมือนกับคุ้นเคยกันมานาน หญิงสาวยิ้มมองเขา และเดินตามอย่างว่าง่าย ไม่นานนัก ก็มาถึงบ้านพักหลังใหญ่สีขาว ชายหนุ่มจัดแจงให้เด็กๆ เล่นของเล่นกันอย่างสนุกสนานตามที่สัญญาไว้ จากนั้นจึงพาฟ้าเข้าไปช่วยงานทำขนมในครัวซึ่งอยู่ไม่ห่างไปเท่าไหร่

ขณะที่เขาและเด็กๆกำลังเล่นสนุกอยู่นั้น ชายหนุ่มแอบเหลือบตามองฟ้าที่กำลังช่วยคุณป้าแม่บ้านของเขาทำขนมกล้วยบวชชีอย่างตั้งใจพลางคิดว่า “ใครกันนะที่ตอนแรกอิดออดไม่อยากมา แต่พอตอนนี้กลับเพลินกับการทำขนมไปซะแล้ว”

ภาพยามที่หญิงสาวขมวดคิ้ว ขณะทำขนมอย่างตั้งใจ รวมทั้งภาพยามที่เธอหัวเราะและตบมือพร้อมกับเด็ก ๆ เมื่อสามารถทำขนมออกมาได้สำเร็จ ช่างดึงดูดใจจนทำให้เขารู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก เออ ดูท่าเขาคงจะเพี้ยนไปแล้วอยู่ ๆ ก็เสียมารยาทแอบจ้องมองคนอื่นอยู่ได้ ชายหนุ่มแอบมองพลางใจก็คิดว่า อย่าว่าแต่ตัวเขาเองเลยผู้ชายคนไหนที่ได้เห็นฟ้าก็คงคิดอย่างเขาทั้งนั้น ผู้หญิงอะไรน่ารักซะขนาดนี้ เขาคิดพลางอมยิ้ม

หลังจากที่ทำขนมเสร็จ ฟ้าจึงเรียกเด็กๆ และกานต์มาทานขนม ระหว่างนั้น คนทั้งสองจึงได้พูดคุยสอบถามความเป็นมาของกันและกัน กานต์จึงได้รู้ว่าฟ้าสนใจเกี่ยวกับศิลปะการดนตรีมาตั้งแต่เด็ก จึงตัดสินใจไปเรียนที่ประเทศออสเตรียตั้งแต่จบชั้นป.6 นาน ๆ ครั้งจึงจะกลับมาเยี่ยมบ้านสักครั้ง ทำให้ไม่ค่อยรู้จักสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศไทยมากนัก จะมีก็แต่ที่ หัวหินนี่เท่านั้น เพราะเป็นสถานที่ ที่เธอเคยมากับครอบครัวเป็นประจำตั้งแต่สมัยยังเด็ก และที่สำคัญสุดคือ เธอยังไม่รู้ว่าตัวเขาเป็นใคร ทำให้กานต์วางตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติเวลาที่อยู่กับเธอ

“ขนมที่ฟ้าทำรสชาติเป็นยังไงบ้างคะ ไม่อร่อยหรือเปล่าคะ”

หญิงสาวทำหน้ากังวลเมื่อเห็นชายหนุ่มนั่งนิ่ง เมื่อลองทานขนมฝีมือเธอ

“ใครบอกหละครับ อร่อยเชียวหละ เพียงแต่ผมชอบทานขนมที่ไม่หวานมาก ไม่เหมือนยายแก้วน้องสาวผม แล้วก็ “

กานต์เว้นวรรคไปนิดนึง “อลิสอีกคน นั่นก็เห็นของหวานไม่ได้ทานเรียบเหมือนกัน”

ฟ้าอดที่จะหมั่นไส้ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้ พลางคิดว่า แหม ทำหน้าตาท่าทางซะเธอใจเสียหมด แต่ดูจากสีหน้าและน้ำเสียงของเขาแล้ว นอกจาก แก้ว ที่เขาบอกว่าเป็นน้องสาว คนที่ชื่อ อลิส คงเป็นคนที่สำคัญกับเขามาก ฟ้าแอบคิดไปเรื่อยเปื่อย เอ๊ะ ทำไมเราถึงได้รู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกนะ ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับเราซะหน่อย หญิงสาวแอบนึกโมโหตัวเอง

เมื่อทานขนมกล้วยบวดชีเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว กานต์ก็ชวนเด็กๆไปเล่นกันต่อ โดยขนเอาบรรดาของเล่นต่าง ๆ มาให้เด็ก ๆ ได้เล่นกันอย่างถ้วนทั่วหน้า ถึงกระนั้นเด็ก ๆ ก็ยังมีการทะเลาะเบาะแว้งกันตามประสา จึงถูกฟ้าดุใส่ ต่างก็ทำหน้าสลดไปตาม ๆ กัน

“อย่าไปดุเด็ก ๆ เลยครับ พวกเค้าพูดไปตามใจคิด ธรรมชาติของเด็ก ก็อยากที่จะรู้จักและเรียนรู้ในสิ่งที่พวกเค้าไม่เคยรู้จัก เพียงแต่เราคอยตักเตือนให้เค้ารู้จักแบ่งปันและรู้จักคำว่าความพอเพียงเท่านั้นก็พอครับ เด็ก ๆ เค้าทราบดีว่าที่เราเตือนเค้าก็เพราะว่ารักและเป็นห่วง”

ฟ้ามองผู้ชายตรงหน้าอย่างทึ่ง ๆ ความคิด ความอ่าน ของคน ๆ นี้ดูแตกต่างจากคนอีกหลายคนที่เธอเคยรู้จัก อาจเป็นเพราะว่าคำพูดทุกคำพูดของเขานั้นมีเหตุผลเชื่อถือได้จนแม้แต่ตัวเธอเองก็ยังเถียงไม่ออก ปกติแล้วเธอไม่ใช่คนที่จะชื่นชมใครง่าย ๆ โดยเฉพาะคนที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่ผู้ชายคนนี้นอกจากจะวางตัวเป็นผู้ใหญ่แล้ว ยังใส่ใจความรู้สึกของคนรอบข้างอีกต่างหาก

ส่วนกานต์เองนั้น ก็อดคิดไม่ได้ว่าวันนี้เขาช่างโชคดีที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับฟ้าและเด็ก ๆ และคงจะดีกว่านี้ถ้าฟ้าไม่บอกเขาว่ากำลังจะเดินทางกลับไปเรียนต่อในอีก 1 เดือนข้างหน้า จะตลกมั๊ยนะถ้าหากเค้าอยากจะบอกคนตรงหน้าว่าเค้ารู้สึกเหมือนจะตกหลุมรักเธอเข้าซะแล้ว คนอย่าง กานต์ ธรรมธาลัย ผู้ชายที่เคยหัวเราะให้กับคำว่า”รักแรกพบ”มาตลอดชีวิต

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แสงอาทิตย์เริ่มจางลง เวลาเย็นมาถึงอีกครั้ง กานต์ชวนฟ้าและเด็ก ๆ ทานอาหารเย็นด้วยกัน แต่หญิงสาวปฎิเสธอย่างสุภาพ เพราะเกรงใจที่อยู่รบกวนเขาทั้งวัน อีกทั้งต้องรีบพาเด็ก ๆ กลับไปส่งยังมูลนิธิก่อนจะมืดค่ำไปกว่านี้

“เดี๋ยวก่อนครับ วันพรุ่งนี้คุณฟ้ากับเด็ก ๆ จะมาที่นี่อีกมั๊ยครับ” กานต์อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามก่อนที่หญิงสาวจะเดินจากไป

“คงไม่ได้แล้วคะ เพราะพรุ่งนี้ฟ้าต้องไปเยี่ยมคุณปู่ มาเที่ยวตั้งหลายวันแล้วยังไม่ได้แวะไปเยี่ยมท่านเลยคะ ขอบคุณคุณกานต์มากนะคะสำหรับวันนี้ ขอตัวก่อนนะคะ”

“งั้น ให้ผมเดินไปส่งนะครับ” ชายหนุ่มกุลีกุจอเตรียมตัว

“ไม่เป็นไรค่ะ อย่าลำบากเลยค่ะ แค่นี้ก็รบกวนมาทั้งวันแล้ว อีกอย่างรถของมูลนิธิก็มาจอดรอพวกเราอยู่ใกล้ๆแค่นี้เอง เดินไปไม่นานก็ถึงแล้วค่ะ คุณกานต์อยู่ทำอะไรๆ ต่อเถอะค่ะ พวกเรากลับเองได้ค่ะ” หญิงสาวส่งยิ้มหวานเป็นเชิงขอบคุณ กานต์จึงจำต้องยอมตามใจเธอ

“กลับกันดีๆนะครับ” ชายหนุ่มยกมือทำท่าบ้ายบายให้เด็กๆ พวกเด็กๆกล่าวขอบคุณทำตาละห้อย และจำใจยอมกลับ

เมื่อกล่าวลากันแล้ว “สโนว์ไว้ท์’ ก็พูดตัดบท และรีบต้อน ‘เด็กแคระทั้งเจ็ด’ ให้กลับไปยังกระท่อมกลางป่า ทิ้งให้เจ้าชายรูปงามต้องยืนมองตามอย่างอาลัยอาวรณ์ โดยลืมไปเสียสนิทว่า ในสมัยนี้นั้น ไม่ใช่ยุคเดียวกับในนิทาน เป็นยุคปัจจุบันที่มีโทรศัพท์มือถือหรืออีเมลล์ใช้กันอยู่ทั่วไป เจ้าชายได้แต่ยืนซึมนิ่งมองตาม จนเวลาผ่านไปพักใหญ่จึงรู้ว่าตัวเองนั้น ได้ลืมนึกถึงเรื่องสำคัญอย่างการขอเบอร์โทรศัพท์และอีเมลล์ของ ‘สโนว์ไว้ท’ ไปได้อย่างไร คิดแล้วเจ้าชายก็ได้แต่หัวเราะขำ และใช้ฝ่ามือตบหน้าผากตัวเองสองสามทีอย่างขุ่นเคือง



Create Date : 09 สิงหาคม 2550
Last Update : 25 สิงหาคม 2552 10:45:38 น. 3 comments
Counter : 135 Pageviews.

 


โดย: Vannessa วันที่: 6 พฤศจิกายน 2550 เวลา:10:41:31 น.  

 
เขียนเก่งจัง เป็นนักเขียนหรือเปล่าคับ...อ่านแล้วเพลินดี


โดย: อาลาดินตัวดำ วันที่: 15 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:00:59 น.  

 
เพิ่งเข้ามาอ่านวันนี้เอง สนุกดี

เดี๋ยวเข้ามาอ่านต่อนะคะ หิวแล้วๆ


โดย: LiLLa_JoY วันที่: 16 พฤศจิกายน 2550 เวลา:0:29:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Designed By Me
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




...OnE GIrL STORY...
Friends' blogs
[Add Designed By Me's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.