~~**~~ WELCOME TO SNOWBLACK WORLD~~ **~~
Group Blog
 
All blogs
 
หาดทราย สายลม และจุดเริ่มต้นของความรัก (ตอนที่ 9)

หาดทราย สายลม และจุดเริ่มต้นของความรัก (ตอนที่ 9)

“เพราะนายแท้ ๆ ที่ซี้ซั้วเลี้ยวรถตามใจชอบ แล้วเป็นไงหละ หลง หลงแบบไม่รู้ทิศทางด้วย ดีนะว่าชั้นเคยมาแถวนี้บ่อย ๆ เลยพอที่จะคลำทางกลับมาได้” เสียงแก้วพูดขึ้นอย่างอารมณ์เสียนิด ๆ หลังจากที่มาฆะจอดรถที่บ้านพักตากอากาศของครอบครัว ที่ขณะนี้ได้กลายเป็นออฟฟิศย่อม ๆ สำหรับทีมงานไปซะแล้ว

“ดีนะที่โทรเช็คกับทางมูลนิธิก่อน จะได้ไม่ต้องขับรถไปเก้อ เฮ้อ พี่กานต์นะพี่กานต์ ลืมน้องสาวตัวเองได้” ประโยคสุดท้ายหญิงสาวบ่นกับตัวเองซะมากกว่า ก่อนที่จะหันไปเชิญให้มาฆะกลับกรุงเทพไปได้แล้ว

“นี่ยายแก้วแตก นี่มันกี่โมงกี่ยามกันแล้ว กว่าจะกลับไปถึงก็เช้ากันพอดี นี่ชั้นขับรถมาส่งเธอเนี่ย เหนื่อยไม่ใช่เล่นนะ แถมระหว่างทางเจอทั้งฝนตก รถติด ตัวดำไม่พอ ยังใจดำอีกอีกต่างหาก คนเค้าอุตส่าห์มาส่งถึงที่หมาย สะกดเป็นมั๊ยคำว่า ‘น้ำใจ’ เนี่ย ” มาฆะพูดขึ้นด้วยสีหน้าวอนโดนตี... เอ๊ย อ้อนวอน

“นี่ตาบ๊อง เสื้อผ้า ข้าวของ เครื่องใช้ อะไรก็ไม่มีติดตัวมาสักอย่างแล้วนายจะอยู่ยังไงไม่ทราบ บ้านนี้ไม่มีอะไรให้ยืมนะยะ” แก้ววางท่าราวกับเป็นผู้ชนะอย่างเต็มที่

“ใครบอกว่าชั้นไม่มีของติดมาด้วย คนที่เดินทางบ่อยแบบชั้น ย่อมมีของติดรถอยู่เสมอ’ ว่าแล้วมาฆะก็เดินไปหยิบกระเป๋าเดินทางใบเขื่องที่เขาวางไว้หลังรถโชว์ให้หญิงสาวดู พร้อมกับยิ้มด้วยชัยชนะที่เหนือกว่า แหม จะหาเรื่องไล่เรากลับอย่างนั้นเหรอ ยายแก้วแตก ไม่มีวันซะหรอก มาไกลขนาดนี้ก็ต้องเตรียมของมาเผื่อไว้บ้างหละ หุ หุ หุ

แก้วยืนมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา จริง ๆ แล้วหญิงสาวก็รู้สึกเห็นใจคนที่อยู่ตรงหน้าอยู่เหมือนกัน อุตส่าห์ขับรถฝ่าพายุฝนมาเธอมาส่งถึงที่นี่ แถมเจอพี่ชายตัวดีทำแสบ หนีไปบ้านปู่ทองเอกตั้งแต่กลางวัน โทรไป 10 ครั้งก็ยังไม่รับสาย แต่จะรับปากง่าย ๆ ก็เดี๋ยวจะได้ใจซะเปล่า ๆ

“ให้อยู่ด้วยก็ได้ แต่นอนห้องรับแขกข้างล่างไปก็แล้วกัน เพราะข้างบนเต็มหมดแล้ว นี่เห็นว่าพอมีบุญคุณอยู่บ้างหละนะ” ว่าแล้วแก้วก็เดินทิ้งชายหนุ่มตรงหน้าไปอย่างไม่เหลียวหลัง

แก้วก็หยิบ flash drive ที่เธออุตส่าห์อดตาหลับขับตานอน save file ข้อมูลงานทุกอย่างที่กานต์ต้องใช้ ด้วยความขุ่นเคืองใจ นึก ๆ แล้วอยากจะโยนข้อมูลพวกทิ้งไปซะ ถ้าไม่ติดว่าทีมงานจะต้องมาเดือดร้อนด้วยหละก็ นะพี่กานต์เสร็จแน่ ๆ


“จะรีบไปไหนยายแก้วแตก กระบือแถวบ้านหายหรือไง”

“ตาบ้า ใครบอกหละ ชั้นรีบเดินให้หมามันถาม ต่างหาก” แก้วหันมาแลบลิ้นใส่มาฆะ ก่อนที่จะวิ่งไปหาคุณป้าแม่บ้านที่ขณะนี้เดินลงมาถึงบันใดขั้นสุดท้ายแล้ว ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างระอาใจ ผู้หญิงอะไรปากร้ายชะมัด (นายก็เหมือนกันหละ อย่าไปว่าคนอื่นเค้าเลย)

“พาใครมาด้วยคะ คุณแก้ว’ คุณป้าแม่บ้านถามขึ้น เมื่อเห็นชายหนุ่มหน้าแปลกเดินตามหญิงสาวเข้ามาด้วย

ก่อนที่แก้วจะทันได้พูดอะไร มาฆะก็จัดแจงแนะนำตัวเองเสร็จสรรพ แถมยังสรรหาคำพูดน่ารัก ๆ มาประจบประแจงให้คนสูงวันกว่ารู้สึกเอ็นดูได้อย่างน่ารักน่าชังอีกต่างหาก

“โธ่ ป้าก็นึกว่าใคร มาร์คเองหรือลูก ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ตัวโตขึ้นซะจนป้าจำไม่ได้เลย เมื่อก่อนป้าเคยอยู่บ้านคุณ ๆ ที่กรุงเทพ แต่พออายุมากป้าก็ขอย้ายกลับมาอยู่กับหลาน ๆ ที่นี่หละจ๊ะ”ว่าแล้วคุณป้าแม่บ้านก็เดินนำชายหนุ่มขึ้นไปดูห้องพัก โดยทิ้งให้แก้วยืนอยู่ตามลำพัง ป้าคะป้า พอได้ใหม่แล้วลืมเก่าเลยนะคะ หญิงสาวยืนทำหน้างออยู่ครู่หนึ่งก็รีบเดินตามไป เพราะรู้ว่าถึงยืนไปหน้าบูดไป ก็คงไม่มีใครเดินกลับมาง้อแน่ ๆ

“ไหนเธอบอกว่าห้องไม่ว่างไง ยายแก้วแตก เห็นว่างเกือบทุกห้อง” มาฆะพูดขึ้นขณะที่ดูแก้วยืนหน้าง้ำหน้างอทำกับข้าวอยู่ในครัว

“ถ้าพูดมากมื้อนี้ก็กินแต่ข้าวเปล่าไปก็แล้วกัน” หญิงสาวหันมาตอบก่อนที่จะยกไข่เจียวหมูสับ ยำปลาประป๋อง และแกงจืดเต้าหู้หมูสับ ที่ขณะนี้กลิ่นหอม ยั่วน้ำลายเขาอยู่ไม่ใช่เล่น ด้วยความที่กลัวจะได้กินแต่ข้าว ชายหนุ่มจึงยอมสงบปากสงบคำ ก้มหน้าก้มตาทานทุกอย่างบนโต๊ะซะหมดเกลี้ยง หลังจากนั้นแก้วก็ไล่ให้ชายหนุ่มเอาของไปเก็บ พร้อมกับขอตัวไปอาบน้ำอาบท่าเหมือนกัน เพราะว่าเหนื่อยและโชคร้ายมาทั้งวันแล้ว

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“เฮ้อ กว่าจะขนของครบก็เล่นเอาแทบหมดแรง ทำไมถึงได้เหนื่อยอย่างนี้นะ” กานต์แอบบ่นกับตัวเองเบา ๆ หลังจากที่หมดแรงไปกับการจัดข้าวของต่าง ๆ ขึ้นรถ เมื่อเสร็จเรียบร้อย เขาก็อาบน้ำและเข้านอน แต่หลังจากที่หลับตาลงไปได้ 5 นาที เขาก็ลืมตาโพลงขึ้นมาพร้อมกับตะโกนด้วยเสียงอันดังว่า “ไอ้แก้วววววว” จริงซินะ เขาลืมน้องสาวตัวเองไปสนิทเลย ตั้งแต่ตอนที่กลับมาถึงบ้านปู่ทองเขาก็เอาโทรศัพท์มือถือวางทิ้งไว้ในรถ เอาวะ

1...2...3... 4...5.... หลังจากใช้เวลาทำใจอยู่ 2 นาทีกว่า ๆ เขาก็ค่อย ๆ กดโทรศัพท์หาแก้ว ซึ่งบัดนี้ไม่รู้ว่าจะแปลงร่างเป็นนางมารร้ายไปเรียบร้อยหรือยัง

โจทย์ : มัวทำอะไรอยู่เจ้าคะพี่กานต์ ไหนบอกว่าต้องเอาข้อมูลให้ได้ในวันนี้ แล้วทำไมไปอยู่บ้านนู้นได้ (อืม ถ้ามันโผล่หน้าผ่านโทรศัพท์มาได้ คงบีบคอพี่มันตายคามือแน่เลยเนี่ย )

จำเลย : ขอโทษทีจ๊ะน้องรัก พอดีพี่มารับคุณปู่ทองเอก แล้วพอดีทำหลานคุณปู่ขาเจ็บ พี่ก็เลยโดนลงโทษให้ขนของขึ้นรถคนเดียวน่าสงสารจะตายไป

โจทย์ : ฮ่า ฮ่า ฮ่า สมน้ำหน้า กำหนดการงานทั้งหมดอยู่ไหน เดี๋ยวจะเอามาทำต่อให้ รู้หรือเปล่า ว่าเป็นเพราะต้องเอาข้อมูลงานมาส่งให้พี่ วันนี้แก้วต้องเจออะไรมาบ้าง..............................บ่น...บ่น...บ่น

จำเลย : เอาน่าอย่าโกรธนะจ๊ะ เดี๋ยวกลับไปกรุงเทพพี่เลี้ยงไอติม พิซซ่า แล้วก็เค้กทุกชนิดที่หนูแก้วอยากกิน เป็นการตอบแทนนะ นะ นะ

โจทย์ : เหอ เหอ เหอ มาทำเป็นสัญญิงสัญญา แค่พรุ่งนี้มาเจอกันภายใน 10 โมงให้ได้ก่อนเถอะ ไม่งั้นงานนี้ทำเอง เฟ้ย

หลังจากที่ได้ระบายความหงุดหงิดใส่พี่ชายตัวดีเรียบร้อยแล้ว แก้วก็ตั้งใจจะทำงานต่อ แต่ขณะที่หญิงสาวกำลังเดินลงมาข้างล่าง เจ้ากรรมนายเวรที่สี่ของวันนี้ก็ตามมาซ้ำด้ามพลอย ด้วยการบันดาลให้จู่ ๆ ไฟฟ้าในบ้านก็ดับวูบลงซะอย่างนั้น วันนี้มันวันอะไรกันเนี่ย ทำไมโชคร้ายอย่างนี้ หรือเป็นเพราะเราพกพาตัวโชคร้ายอย่างนายมาฆะมาด้วยฟะ (เอาเข้าไปยายแก้ว ไปโบ้ยให้คนอื่นเค้าผิดเฉยเลย) ท่ามกลางความมืดมิด ที่ไม่มีแม้แต่เสียงของนกและแมลง แก้วถือเชิงเทียนอันใหญ่ ก่อนที่จะรวบรวมสติ ค่อย ๆ ก้าวลงบันใดอย่างช้า ๆ พลางสำรวจไปรอบ ๆ บ้านด้วยความหวาดกลัวปนหวาดระแวง

“ตาบ้านั่นหายไปไหนกันนะ” แก้วถามขึ้นอย่างเบา ๆ ก่อนที่จะถือเทียนเดินรอบ ๆ ห้องรับแขกชั้นล่างเพื่อตามหาคู่ปรับจอมแสบอย่างนายมาฆะ ที่ในตอนนี้ไม่เห็นแม้แต่เงา ขณะที่หญิงสาวตัดสินใจกลับหลังหันนั้น เธอก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเงาทะมึนสูงใหญ่ปรากฏอยู่ตรงหน้า แก้วถึงกับร้องกรี๊ด ออกมาอย่างตกใจ ให้ตายเถอะชีวิตนี้คนอย่างการะบุหนิงไม่เคยกลัวอะไรนอกจาก 'ผี' เท่านั้น เพราะเสียงร้องของแก้วทำให้มาฆะวิ่งเข้ามาหาหญิงสาว ที่ขณะนี้รีบเอามือโอบรอบเอวของเขาไว้ ก่อนที่จะซุกหน้าลงที่อกกว้าง ๆ ด้วยความกลัวสุดฤทธิ์

“ช่วยด้วย ผีหลอก ฮือ ๆ น่ากลัวชะมัดเลย”

“ไหน ๆ ยายแก้วแตกใครบอกว่าผี นั่นมันเงาตู้โชว์ต่างหาก ยายเพี้ยนเอ๊ย’

“อะไรนะ เงาของตู้โชว์” แก้วร้องถามขึ้น ก่อนที่จะกระโดดถอยออกจากตัวของชายหนุ่มไปประมาณ 1 เมตร ตายหละเราทำอะไรไปเนี่ย อยู่ ๆ ก็กระโดดเข้าไปกอดอีตามาร์คเฉยเลย น่าอายจริง ๆ ว่าแล้วแก้วก็หน้าแดงซ่านขึ้นมาอย่างห้ามมิได้ ดีนะที่ตอนนี้มันมืด นายนั่นเลยไม่เห็น เฮ้อ ก็จะไม่ให้เธออายได้อย่างไร เพราะพอตั้งสติและมองตรงหน้าอย่างเต็มตา เธอก็พบว่ามาฆะใส่กางเกงขาสั้นแค่ตัวเดียว โดยมีผ้าเช็ดตัวพาดอยู่บนไหล่ ที่สำคัญ คือ ใบหน้าของเธอกับใบหน้าของตานั่นห่างกันเพียงไม่กี่นิ้ว แถม เธอยังกอดเขาไว้ซะแน่น หญิงสาวรู้สึกเขินอายรีบโวยวายแก้เขิน

“โธ่เอ๊ยตาบ้า อยู่ ๆ ก็โผล่มาเล่นซะชั้นตกใจหมด”

“นี่ยายแก้ว ผีที่ไหนจะเท่ห์ และดูดีแบบชั้นไม่ทราบ” มาฆะพูดด้วยน้ำเสียงหลงตัวเองนิด ๆ “ว่าแต่กลัวชั้นมากขนาดนั้นเลยเหรอยายแก้ว ถึงต้องรีบกระโดดไปไกลขนาดนั้น ปกติสาว ๆ อยากกอดชั้นจะตาย นับว่าเธอโชคดีสุด ๆ นะชั้นจะบอกให้ ถึงเธอจะถึกไปนิด แต่ยังไงก็เป็นผู้หญิง ”

“แหวะ น่ากอดตายชัดเลยนายอะ หน้าตาก็งั้น ๆ เพื่อน ๆ ชั้นที่ถ่ายแบบด้วยกันยังหน้าตาดีกว่าตั้งเยอะ’

“งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นก็ลองกอดดูอีกสักทีนะ ลองอีกสักครั้ง มามะ มาเร็ว” ว่าแล้วมาฆะก็ทำท่าน่ากลัว ค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้าหาแก้วทีละนิด ทีละนิด แต่หญิงสาวกลับมองด้วยความขำขันโดยไม่มีท่าทีว่าจะกลัวเขาแม้แต่น้อย

“เข้ามาเลยนายมาร์ค โดนชั้นทุ่มลงพื้นแน่ ๆ “ แก้วพูดอย่างท้าทาย แถมหัวเราะออกมาอีกต่างหาก แต่พอชายหนุ่มเข้ามาใกล้จริง ๆ คนที่ถูกบิดมือไปข้างหลังกลับเป็นแก้วไปซะได้ แถมมาฆะยังจับร่างของเธอกดลงบนโซฟาตัวใหญ่

‘นึกว่าชั้นยังอ่อนแอเหมือนสมัยเด็ก ๆ หรือยังไง จำไว้นะแก้วอย่าประมาทผู้ชาย ชั้นก็อยากจะรู้เหมือนกันนะแก้วว่าสาวจอมแก่นอย่างเธอ ถ้าโดนจูบขึ้นมาสักทีจะเป็นยังไง” ว่าแล้วมาฆะก็แกล้งก้มหน้าทำทีว่าจะเอาริมฝีปากของเขาจรดลงที่ริมฝีปากสวยได้รูปของแก้ว ส่วนหญิงสาวได้แต่หลับตาปี๋พร้อมกับตะโกนแช่งชักหักกระดูก มาฆะหยุดชะงักนิดหนึ่ง แต่ยังไม่ยอมปล่อยตัวแก้ว จนแก้วรู้สึกผิดสังเกตค่อยๆลืมตาขึ้นมองจึงพบว่า มีสายตาหวานซึ้งมองมาที่เธออย่างแน่วแน่ แก้วรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาทันที แต่ก็สบตากลับอย่างไม่ยอมลดละ มาฆะค่อยๆก้มหน้าลงมาใกล้เธอมากขึ้นจนริมฝีปากของเขาแตะกับริมฝีปากของเธอเบาๆ แก้วรีบหลับตาปี๋ด้วยความตื่นเต้น ตอนนี้เธอรู้สึกใจเต้นระรัวอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน แต่แทนที่มาร์คจะทำอะไรไปมากกว่านี้ เขากลับลุกขึ้นยืนพร้อมกับหัวเราะ

“โธ่เอ๊ย ยายแก้วแตก ปากหนาอย่างกับฮิปโป ตัวสูงอย่างกับเสากระโดงเรือ แบบนี้ใครจะไปมีอารมณ์โรแมนติกกับเธอได้ลง แกล้งคนได้แล้วไปดีกว่า” มาฆะค่อย ๆ ปล่อยมือแก้ว พร้อมกับโบกมือบ๊าย บาย ปล่อยให้แก้วโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ก่อนที่จะเอากุญแจล๊อคห้องทุกห้องข้างบนไว้ ปล่อยให้มาฆะนอนเฝ้าบ้านอยู่ชั้นล่าง

บังอาจมากนายมาร์ค นายกล้ามากที่ทำกับชั้นแบบนี้ ต้องจัดการให้เข็ด โทษฐานอะไรนะเหรอ โทษฐานที่ทำให้ชั้นหัวใจเต้นแรง อีตาบ้า

หลังจากนั้น ฝ่ายมาฆะหลังจากที่พยายาม ออดอ้อน โอดโอย ให้แก้วเห็นใจ แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ ต้องมานอนตบยุงพร้อมกับนับแกะเพื่อให้ข่มตาหลับลงได้ ใครจะไปนอนไหวหละร้อนก็ร้อน พัดลมก็ถูกยายตัวแสบยึดไปในห้องหมด เขานึกขำท่าทางของแก้วที่หลับตาปี๋ด้วยความกลัว นึกถึงริมฝีปากสวย ๆ ที่เกือบทำให้เขาอดใจไม่ได้ เขายืนกัดเล็บตัวเองอย่างเสียดาย ไม่ยักดิ้นแฮะ รู้งี้จูบจริงซะก็ดีหรอก มาฆะไล่ความคิดแปลก ๆ ออกไปจากหัวสมองและความทรงจำ ก่อนที่จะหลับไปหลังจากที่ได้จูบการะบุหนิงครั้งที่ 1500 เอ๊ย ไม่ใช่แกะตัวที่ 1500 กระโดดข้ามรั้วไปเรียบร้อยแล้วต่างหาก





Create Date : 08 มกราคม 2551
Last Update : 25 สิงหาคม 2552 12:11:05 น. 3 comments
Counter : 94 Pageviews.

 
เรื่องน่ารักดีครับ

ว่าแต่ชื่อของแก้ว "การะบุหนิง" แปลว่าอะไรครับ



โดย: พฤกษาริมน้ำ วันที่: 8 มกราคม 2551 เวลา:21:00:24 น.  

 
ขอตอบในนี้ก่อนนะคะ คุณพฤกษาริมนำ

คำว่าการะบุหนิง เป็นคำที่มาจากภาษาชวาจ๊ะ แปลว่า ดอกแก้ว พวกเราคงเคยได้ยินชื่อ ละคร ดอกแก้ว การะบุหนิง คนแต่งได้ใช้ชื่อ ที่สื่อให้เห็นความหมายของคำให้ผู้อ่านได้เข้าใจกันง่ายขึ้นจ้า


โดย: snowblack07 (zaturday_kero ) วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:10:39:23 น.  

 
แวะมาทายทัก


โดย: manachanok วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:16:59:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Designed By Me
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




...OnE GIrL STORY...
Friends' blogs
[Add Designed By Me's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.