Group Blog
 
All Blogs
 

27-สี่สาวกับ BIG TIP

**เรื่องเล่าแทกซี่นิวยอร์ก..( ตอน. สี่สาวกับ BIG TIP..)

ปัญหาการหาห้องน้ำเมื่อคุณต้องการใช้ แบบปัจจุบันทันด่วน นี่ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะครับ
โดยเฉพาะเมืองใหญ่ๆ ไม่ใช่จะหาห้องน้ำสาธารณะได้ง่ายๆ

มันแบบว่า you gotta go, you gotta go เสียด้วยสิ เรื่องปลดเปลื้องทุกข์หนักทุกข์เบานี่
ใครจะไปรู้ว่ามันจะปวดจะไหลเมื่อไรกันละ

อืมม์ หากมีที่มีทางได้พบเจอพอดี ก็นับว่า โชคดีไปเช่นไปเดินๆใกล้ห้าง ใกล้ มอลล์
หรือร้านอาหารใหญ่ๆดังๆ ซึ่งอาจไม่เข้มงวดกับลูกค้า ที่ไปใช้บริการ

สำหรับ ผมนี่ หากต้องการเข้าห้องน้ำกระทันหัน หากไม่อยู่ใกล้ พวกที่กล่าวมาข้างบนนั้น
ก็ขอให้มีร้านอาหารไว้ก่อน จะเล็กใหญ่ไม่เป็นไร

ธรรมดาพวกร้านอาหารนี่ เขาจะเขียนไว้ใกล้ทางประตูเข้า ว่า ห้องน้ำให้ใช้เฉพาะสำหรับ
ลูกค้าของร้านเท่านั้น

แต่หากต้องneed หรือ gotta go,gotta go ก็เข้าไปเถอะครับ พบพนักงานคนแรกที่คุณจะขอ

ใช้ ห้องน้ำ ก็พูดแบบเพราะๆหางเสียงเกรงใจ พลางยื่นสักเหรียญสองเหรียญ ใส่ในมือ
พนักงานคนนั้น รับรองได้อึได้ฉี่

ไม่ต้องทรมานต่อไป และ ส่วนมาก จะบอก โน ไม่เอาเงินคุณเสียอีก

กับคำพูดเพื่อจะเอาไรคนนี่ ต้องอย่าคิดว่า เขาต้องให้นะครับ
ต้องคิดว่าเขาจะกรุณาเราหรือไม่ ดีกว่านะ คุณเห็นด้วยไม๊ละ
อีกแห่งที่ หากคุณอยู่ๆบริเวณนั้นๆพอดี ก็คือ เข้าโรงแรมครับ เข้าไปเถอะ โรงแรมที่ไม่ใช่

โรงแรมม่านรูดนี่ ที่ลอบบี้ มีห้องน้ำสะอาด เขาไม่มานั่งสังเกต ว่าต้องเป็นแขกจึงขี้ได้หรอกครับ

ที่นิวยอร์กนี่ ก่อนนี้ในสถานีรถใต้ดินเกือบทุกสถานีมีห้องน้ำให้คนเดินทางใช้ ทั้งแบบ

ฟรี เร็สท์รูม และ แบบหยอดเหรียญ แต่ตอนหลังก็ยกเลิก ปิดกันไปหมด เพราะทาง MTA

(METROPOLITAN TRANSSIT AUTHORITY) พบปัญหา มากทั้ง ต้องจ้างคนทำความสะอาด

เพราะทุกห้องน้ำในซับเวย์ นี่โคตร สกปรก จนขี้ไม่ลงเลยละ และปัญหา จากพวกโฮมเลส มาใช้

เอาเป็นห้องน้ำของ โอมเลส แฟมิลี่ ปัญหา ยาเสพติดที่เอาห้องน้ำนี่เป็นที่โด้ป ที่อัพ

ที่รับที่ส่งยา รวมทั้งปัญหา sex in public เหล่าเกย์ เหล่าตุ๊ด ก็เอาเป็นที่มั่วเซ็ก

สมัยที่รุ่นผมมาใหม่ๆนั้น อะไรที่เรียกกันว่า หยอดเหรียญแล้วออกมานั้น เป็นที่แปลกใหม่กัน

อยู่ ไปที่ไหนจะมีตู้ให้หยอดเหรียญ ทั้ง ลูกอม ขนมหวาน แคนดี้ กาแฟร้อน โซดา มีหมด

แล้วก็ต้องยกเลิกไปหมดเหมือนกัน ไม่คุ้ม กับการถูกงัด ถูกทุบ ที่จริงนับว่าสดวกดีใช้ได้นะ

หุหุ เล่าแล้วก็ บอกเลยแล้วกัน ผมนี่เคยฉี่ในสถานีรถใต้ดิน เอาตัวห่างไปสุดปลายสถานี แล้ว

จัดการล้างผนัง แต่ไม่รอด ตำรวจ MTA มาจากไหนไม่ทันเห็น บอก ผมว่า finish it, finisg it.. okay

ผมก็วันนั้นก็สุดกลั้น หน้าหนาวด้วย กินน้ำมาก ปริมาณก็มากตามไปด้วย ก็จัดการต่อจนเสร็จ

แล้วก็ไปให้นายตำรวจเขียนใบสั่งให้ 50$ แพงนะค่าฉี่นี่

มีคนเคยถามนะครับว่า ขับรถทั้งวันนี่ เวลาฉึอี่ ฉี่อึชิ๊งฉ่องปีปีปูปูก่าก๊า นี่ทำไงอะ ผมทีแรกก็กังวลนะ

เออ จริงด้วย สำคัญเหมือนกันนิ หรือใครว่าเป็นแทกซี่แล้วไม่ขี้ เพราะไม่ค่อยมีกิน หุหุ

ผมก็ตามไอ้พวกรุ่นเก๋าๆนะ แรกๆนะด่ามัน ยูนี่ดิสคั๊สทิ้ง เดอร์ตี้ เมื่อเห็นวิธีฉี่กลางถนนนิวยอร์ก
ของพวกมัน
คือมันจะจอดข้างถนน ด้านซ้าย แล้วเปิดประตู ด้านคนขับ และประตูหลังสำหรับผู้โดยสาร

ให้ประตูทั้งสองกางออก เป็นฉากกั้น การปฎิบัติการ มันจะล้วงไอ้น้องออกมา แล้วให้ไอ้น้อง

ห้อยหัวหลั่งน้ำตาไป ตัวมันก็ทำเป็นเอามือ จับป้ายบนหลังคารถ ทำว่าหมุนหลอดไฟป้าย

ก็ได้ปล่อยทุกข์ แม้ว่าจะน่าเกลียดไป ก็นับว่าเป็นทางออกที่น่าให้มันเสี่ยงกันได้
ก็gotta go ,gotta go
ตอนหลังผมก็ต้องเอาบ้าง แต่ไม่กล้ากลางถนน ที่จอแจคนพลุกพล่าน เหมือนไอ้เก๋าๆ ออกไปนอกๆ
สุดแนวขวาๆซ้ายๆ ของเกาะแมนฮัททั้น

ผมเอาวิธีนี้ไปบอกไอ้ โทนี่ เพื่อนคนไทยที่ขับพร้อมกัน ไปเรียน ไปสอบเอาใบขับแทกซี่ก็พร้อมกัน
ผมถามมันว่า เฮ้ย มรึงกล้าปะ ฉี่กลางเมือง รู้ไม๊ทำไง

ไอ้โทนี่ มันย้อนผมอีกว่า เอางี้ดีกว่า มรึง กล้าขี้ กลางเมืองไหม กรูนี่อย่าว่าแต่ฉี่เล้ย
กูขี้มาแล้ว หน้า ตึกห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลก new york public libraly

ผมต้องยกหัวแม่มือให้มัน นับเป็นคนไทยคนแรก ที่ขี้บนถนนใจกลางเมืองนิวยอร์ก
ฝากรอยรักรอยมนฑิล และกากอาหารไทยฟู้ด ให้ม้าลากรถได้อายไปเลย
มันว่า มันจัดการตอนสามทุ่ม นะ หากโดนจับได้ เสียค่าปรับ ดีกว่าขี้ใส่กางเกง ขี้ใส่รถ หุหุหุ
เข้าเรื่องสักทีเนอะคุณ

ช่วงซัมเมอร์ปีหนึ่ง เย็นวันหนึ่ง
ผมรับสี่สาวแถว ดาวน์ทาวน์ ใกล้ๆกับ WTC ที่ตอนนั้น ยังอยู่ดีมีเห็นเป็นแลนด์มาร์ก เฮ้อ นึกถึง
แล้ว เฮ้อ อย่าพูดอีกเลย จะเศร้า ทำลายบรรยากาศสนุกๆ
ผมรับสี่สาวสวย เซ็กซี่ จาก agogo club แห่งหนึ่งอะ อือม์ นุ่งสั้น สวมบู้ท หุ่น บึ้บ
เชฟบ๊ะ ทั้งสี่คนเลยละ ผิวขาว ผมบลอนด์สอง ผมดำหนึ่ง แม่ดำสวยหนึ่ง
พอขึ้นรถมาพวกหล่อนบอกให้ขึ้นทางด่วน FDR ไปเลย
จุดหมายแถวถนน72street/2nd. avenue
โอ่เค้ ผมก็ออกรถขึ้นทางด่วน ขับได้คล่องตัว ไม่มีรถมาก
จนมาถึงแถวๆถนน ใกล้ๆถนน houston ที่มีpark เล็กๆให้ชาวบ้านมาพักผ่อน
อ้าวอยู่ๆรถก็ติดกัน เป็นพรืด หลังจากที่ชะลอ ช้าๆ ขยับกันที่ละนิด
คงมีอุบัตเหตข้างหน้าแน่เลยแบบนี้ ซวยอีกแล้วตู
แรกแม่สาวสี่คนนั้น ที่ท่าทางจะมึนๆกันนะ ครับ ส่งเสียง คุยลั่นรถ
พูดถึงอาชีพ การงานที่พวกเธอทำ
ผมเลยได้รู้ว่า สี่สาวสวยนี่ ก็พวกstriper เต้นโกโก้ โชว์นมโชว์ร่างนี่เอง
อาชีพนี่ ต้องสวยครับ ทำเงินระเบิด อาทิตย์ละเกินสองพัน ทั้งทิป ทั้งการล่อเงินจากคนเที่ยว

ทันใดนั้น แม่สาวคนดำแต่สวย ที่นั่งข้างผม ก็บอกให้ได้ยินทั้งผมและเพื่อนแกสามคนว่า
"oh shit , i need to pee."
สามสาวก็หัวเราะ บอกกับผมแบบทีเล่นทีจริงว่า
"mister, let her pee in your cab okay , we gonna give you a big tip..okay?"

ผมก็คิดนะ ว่าอีพวกนี่ จะมาเล่นโป๊ๆบนรถตูนีหว่า เลยถามไปว่า ฮาว นะที่ยูจะฉี่ได้ ผู้หญิงนิ
นึกถึงขวดปากกว้างที่ผมเก็บไว้ท้ายรถ เลยบอกต่อไปว่า หากยูโฮลไม่ได้
"can you make it in a snaple bottlle?"
บอกไปแล้วก็ขำๆในใจ และรู้สึกว่าจะทลึ่งโป๊กับพวกหล่อน
แม่ดำ หัวเราะ แล้วบอก โนเวย์ แล้วถามผมว่า หากเป็นยู ยูทำไง
ผมก็บอกไปถึงวิธีที่พวกแทกซี่ใช้กันนะ คือเปิดประตู แล้วยืนฉี่
แต่ยูคงทำไม่ได้แบบนั้น

สภาพถนน ยังเหมือนลานจอดรถ จอดแช่กันทุกคัน ขยับไม่ได้แล้ว
อ้อ ลืมบอก รถผมขับอยู่ด้านริมขวาของถนนครับ ใกล้ๆนั้นเป็นพาร์ก
มีคนหนุ่มๆ เล่นบาสเกตบอล และเกมอื่นๆบ้างก็วิ่งเล่นออกกำลังกัน

แล้วเหตุการณ์ระทึกใจก็มาถึง หุหุ
แม่สาวมืดคนสวย เปิดประตู ด้านหล่อน ถลกกระโปรงสั้น รูด กกน ลงปลายเท้า
นั่งชิดขอบพื้นรถ หันก้น nice ass มาทางผมเต็มตา
หันหน้า หันถังประปา ออกไปนอกรถ

สามสาวนั่งข้างหลัง ส่งเสียงหัวเราะ ด้วยความมัน และเชียร์
" go,go Mindy go.. hey,driver.. don't look ?

ผมก็ไม่ใช่จะไม่ประสีประสาเรื่องแบบนี้ จนถึงกับเอาเป็นเรื่องใหญ่โต ว่า รับไม่ด้ายๆๆๆ
ก็ทั้งขำ ทั้งทึ่ง ทั้ง เอ ไรดีหว่า ชอบสิ ได้ดูระบำโป๊ฟรีๆ

แต่ที่ชอบสุดก็คือ พวกที่เล่นบ้าสฯในพาร์กอยู่นะ
หยุดเล่นกันหมด เพ่งมองมาที่ แม่มินดี้
ซึ่งกำลังปล่อยน้ำฉ่าๆ ชู่ๆ แม่มินดี้ แกจะอายไรละครับ อาชีพแกอยู่แล้ว
แกเลยโบกมือตอบพวกนั้น พร้อมยิ้ม ปนหัวเราะ แกใจถึงจริงๆ
พวกในพาร์ก เป่าปาก เวี้ยวๆตบมือ ดังๆ
พอมินดี้ จบการแสดง ใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วปิดประตู
เสียงตะโกน "good show lady"

ผมบอกกับพวกหล่อนว่า" ladies ,thanks for a VERY BIG TIP"

พวกหล่อนใจถึงนะครับ เงินหาง่าย จ่ายง่าย แต่ไม่รู้จะได้เลิกอาชีพนี้
เก็บเงินร่ำรวยกันบ้างหรือเปล่านะ

พอถึงจุดหมาย หลังจากนั้นอีกสามสิบนาทีต่อมา
หล่อนจ่าย ค่าโดยสาร 17$และทิปผมตั้ง13$ แนะ
นึกว่า แกทิปด้วย แก้ผ้าโชว์ซะอีก ฮ่า ฮ่า แทกซี่ ทาลึ่ง

เมื่อลงรถไป ผมก็เห็นพวกเธอก็ยิ้มแย้ม ร่ารื่นกันดี
ขอให้โชคดี นะหนู อย่าไปฉี่ในรถใครเขาอีกหละ

หุหุหุ

**เรื่องเล่าแทกซี่นิวยอร์ก..( ตอน. สี่สาวกับ BIG TIP..เรื่องขำในแทกซี่4)













 

Create Date : 11 สิงหาคม 2548    
Last Update : 11 สิงหาคม 2548 13:38:26 น.
Counter : 333 Pageviews.  

26-เรื่องร้อนในคืนหนาว

**เรื่องเล่าแทกซี่นิวยอร์ก**( ตอน เรื่องร้อนๆของคืนหนาวๆ)


เรื่องราวแปลกๆ ของมนุษย์บางคนบางกลุ่ม ที่ทำไรพิเรนทร์ จะว่าบ้าก็บ้า
จะมองให้ขำก็ขำ ที่เรามักได้ยินได้เห็นจากข่าว ประเภทเบาๆสมอง แทรกปนไปกับข่าวสาร
บ้านเมืองที่เรารับรู้กันอยู่ทุกวัน ทุกแห่ง ทั่วโลก เดี๋ยวที่นั่น เดี๋ยวที่โน้น เดี๋ยวที่นี่
ตามแต่สำนักงานข่าวนั้นๆ จะส่งไปให้เผยแพร่ ทั้งทาง โทรทัศน์ หรือหนังสือพิมพ์
เรื่องของคนที่อยากทำตัวให้ดังแบบบ้าบอๆ หรือบ้าจริงๆโดยไม่ต้องทำตัวให้บ้านี้
คือ ธรรมดาคนเรานี่ ถึงมีความคิดที่อยากดัง อยากเด่น อยากเป็นข่าว แต่หากไม่มีอะไรๆ
เป็นความสามารถพิเศษ กว่าคนทั่วไป ก็ไม่ใช่จะทำให้ดัง ให้เด่นได้ง่ายๆนะครับ
มันเลยต้องมีคนเหนือธรรมดา เกิดขึ้นมาให้เห็นบ้าง เอาวะจะยังไงก็ยอม ขอให้ได้เป็นข่าว
รู้กันไปทั้งโลกหล้าสากล ก็คุ้มเกินคุ้มแล้ว
ที่มีพวกบ้านี่มากที่สุด ก็ต้องเป็นข่าวจากการแข่งขันกีฬา
เช่นตอนที่ขณะการแข่งขันฟุตบอลของสองทีมดัง ลีคใหญ่ของประเทศอังกฤษ
เกิดมีไอ้บ้าคนหนึ่ง แก้ผ้าล่อนจ้อน วิ่งโตงเตงพาสองลูกบอลเล็กๆมีขนของแก ลงไปในสนาม
ทำให้บรรดานักเตะ ที่กำลังแข่งขันเอาเป็นเอาตายอยู่ ต้องวิ่งหนี และหยุดการเตะบอลจริงๆ
กลัวเตะพลาดไปโดนบอลสองใบของไอ้บ้านั่น
หลังจากนั้น ทั้งตำรวจ ทั้งเจ้าหน้าที่ควบคุม สนามแข่งขัน ก็เฮโลวิ่งลงไปบ้าง วิ่งไล่จับไอ้ชีเปลือย
ที่วิ่งหนีไปรอบสนาม ทำเอาแฟนๆผู้ชมบอล พลอยสนุก หัวเราะกับเหตการณ์ที่เห็น เป็นของแถม
บ้างตะโกนเชียร์ บ้างก็ด่าไอ้บ้าเอ๊ย มาทำให้เกมแข่งขันที่กำลังมัน ต้องขาดจังหวะจะตอนไป
และในการแข่งขันกอล์ฟ โอเพนดังๆใหญ่ๆ โอเพนหนึ่ง ที่เมกานี่เองหละ แต่ผมจำไม่ได้แลัว
ว่า รายการไหน มีโปรดังไหนลงแข่งบ้าง
แต่ได้ดูจากทีวี ประเภทข่าวกีฬานี่แหละ ขณะที่นายโปรกอล์ฟ กำลังจะพัทลูก ที่หลุม สิบแปดนะ
กะระยะ วาดพัทเตอร์ วางท่าอย่างดี
ทันใดบัดดล ก็มีไอ้ชีเปลือยเมกัน วิ่งฝ่าฝูงคนดูรอบๆกรีน มาได้ยังไงไม่รู้ แล้ววิ่งไปบนกรีน
หญ้าเขียว สวยเรียบ วิ่งวนไปทั่ว แล้วทำท่าเอนข้างนอนราบกับหญ้าบนกรีน
เหมือนมันกำลังจะท้าทาย เปิดอ้าหลุมสิบเก้าของมัน ให้นายโปรคนนั้น ลองพัท ให้ลง เอ้ย ให้เข้า
หลุมเข้ารูของมัน ทำเอายุ่งกันไปหมด กว่าตำรวจและเจ้าหน้าที่ จะล๊อกตัวได้
และมีอีกหลายคนหลายข่าวด้วยแหละ ที่เล่น อุตริพิเรนทร์อย่างนี้
ส่วนมากจะหาคอยโอกาสอยู่ก่อนนะ หากรายการกีฬาไหนดัง มีถายทอด ทีวีไปทั่ว
มักจะเป็นที่ต้องการของพวกนี้มาก ก็ได้ดังแบบบ้าๆไปสมใจนะ
ก็น่าขำไปกับความบ้าของคนเราได้อยู่นะ หากไม่ได้มีเจตนา ทำไรให้เป็นที่หวาดกลัว
แตกตื่น และมุ่งไปในทางทำร้ายผู้คน
ที่บ้า แต่น่ากลัว หรือบ้าจริงๆพวกประสาทผิดปกติ ก็มีข่าวหนึ่ง ที่นายบ้า แต่ไม่แก้ผ้า
เหมือนชีเปลือยที่กล่าวมาข้างบน ลงไปสนามเทนนิส ขณะทีมีการแข่งขันรายการใหญ่
แล้วใช้มีดที่ติดตัวมา ทำร้ายนักเท็นนิส มือต้นๆในสมัยนั้น โมนิก้า เซลลิส ไงละครับ
คงยังจำกันได้นะ
คืนที่ John Lennon ถูกยิงนั้น ผมกำลังขับแทกซี่ อยู่บนcentral park west บนรถมีผู้โดยสาร
ชายที่จะไปยังตึก dakota ด้วย คือตึกที่ นายเลนนอน พักอยู่กับเมียแก มิสซิสโอโน่ แหละครับ
และเวลาที่เกิดเหตนั้น ก็ช่วงที่ผมกำลังจะไปถึงตึกนั้นพอดี เห็นรถติด รถพยาบาลรถตำรวจ
มากันนับสิบ ผู้คนแถวนั้น มามุงออกันเต็มหน้าตึก
ผมก็ไม่ทราบว่าเกิดไรขึ้น มารู้เมื่อเปิดวิทยุ1010ฟังข่าวเอา ว่านายเลนนอน
ถูกนายบ้า โรคประสาทยิงตายที่ลอบบี้ ของตึกนั้น
น่าเสียดายคนดีมีฝีมือสุดยอด มาตายโดยไม่คาดคิดจากน้ำมือคนบ้าๆคนหนึ่ง
อ้อ แถมอีกนิด ตอนนี้ บอร์ดเวย์ มี musical โชว์ใหม่ เรื่องLENNON ก็เรื่องเพลง และชีวิต
ของ john lennon แต่เริ่มแรก จนร่างแกดับไปแหละครับ ผมชอบฝีมือแต่งเพลงของแก แบบสุดๆ
คิดว่า อาจจะหาโอกาสไปดูสักวัน

ย่านBrooklynใน คืนหนึ่ง หน้าหนาว อากาศหนาวมากๆด้วย ต่ำกว่าสิบองศาฟาเรนไฮท์
วันนั้น วันเสาร์ประมาณสี่ทุ่ม ผมเพิ่งส่งลูกค้าที่ ocean parkway กับ avenue f
ก็วกรถเพื่อจะกลับเข้าแมนฮัทตั้น สี่ทุ่มแล้ว เดี๋ยวไปรับ ส่งพวกเที่ยว บาร์ เที่ยวดิสโก
ช่วงนี้จะเรียกว่า ช่วงทำเงินสำคัญ รายนี้ลง ร้ายนั้นขึ้น ไปตลอดจนถึงตีสี่ และไมมีรถติดด้วย
ขึ้นลงuptpown- downtown แบบขับสนุกในบรรดารถสีเหลือง นับร้อยด้วยกันบนถนนเลยละ
ผมจอดรอไฟแดงอยู่บนocean parkway ถนนนี้เป็นถนนlocalไม่ถึงกับเป็นพาร์กเวย์ ทางด่วนอื่นๆ
แต่ทำไมต้องตั้งชื่ออย่างนี้ไม่ทราบ ถนนไปกลับด้านละสามเลน มีไฟสันญาน
มีต้นไม้ปลูกอยู่ ตลอดแนว กลางคืนก็มีไฟสว่างบนกลางเกาะถนน
ที่ข้างหน้า ผมเห็น เอ้อ นั่นคนนี่หว่า ทำท่าโบกไม้โบกมือเรียกรถหรือไง ผมเหลียวไปมองรอบข้าง
ไม่มีรถคันอื่นเลย คนๆนั้นวิ่งมาที่รถผม
เฮ้ย นี่มันชีเปลือยฝรั่งนี่หว่า อากาศหนาวอย่างนี้ มันจะบ้าเกินไปแล้ว เดี๋ยวก็แข็งตายหรอก
ร่างคนๆนั้นผู้ชายราวๆยี่สิบกว่า นะ ยังหนุ่ม หน้าตาก็ดูดี ผมยาว เปลือยกายล่อนจ้อนจริงๆครับ
เมื่อแกมาที่รถผม แกยกมือแบบกั้นๆกางๆ เหมือนอย่าให้ผมหนีทิ้งแกไปนะ
แล้วแกก็เอามือเปิดประตูเข้ามาในรถด้านหลังได้ในที่สุด
ก่อนผมจะอ้าปากถามอะไร นายนั่น ปากสั่น คางคอสั่น ยกมือข้างหนึ่งห้ามผม
เหมือนจะบอกว่า อย่าเพิ่งถามไรเลย
ผมเลยเลยขับไปจอดข้างๆทางด้านขวา
เปิดไฟกระพริบไว้ ให้รถที่มาจากทางหลังได้รับรู้ และหลีกได้
ผมรู้ว่าพิษสงความหนาว มันร้ายแค่ไหน ขนาด มีเสื้อผ้าหลายชั้น
รวมทั้งเจ้าlong john ยังเอาไม่อยู่ บทโดนลม มันบาดร่างได้ด้วยจริงๆนะ
ผม เร่งความร้อน จากheaterในรถ
ในใจคิดว่า นายนี่อาจถูกจี้ ถูกลอกคราบ หันไปมองหน้า แกก็ไม่ได้มีท่าจะเป็นคนร้าย
เออ คนร้ายไรจะแก้ผ้า หน้าหนาวดึกๆ นั่นมันคนบ้า หรือซูปเปอร์แมนแล้ว
แล้วมันจะมาทำไรได้ อย่างแรกที่รู้ มันไม่มีอาวุธแน่นอน นอกจากปืนฉีดน้ำที่หดเท่าของเด็กๆ
ผมเห็นตอนแกวิ่งโทงๆมาขึ้นรถนะ จะบอกให้เราเหล่าชายไทยทั้งหลาย
อย่าไปน้อยใจนะ บทมันหนาว มันหดตัวนะ ไม่ได้บะรึ้มทึ่มอย่างในหนังที่ดูกันหรอกจ้า
ไอ้ชีเปลือยนอนงอเข่าหนีบตัว ด้วยความหนาว ไม่รู้ว่ามันแก้ผ้ามานานเท่าไรแล้วนิ
คิดแล้วก็น่าสงสารเหมือนกันนะ คนเหมือนกัน ไม่ใช่งูเห่ากับชาวนา ทุกเรื่องหรอกมั้ง
เอ้า ช่วยก็ช่วย อย่าคิดไรมาก
"hey buddy, are you okay now..?"ผมถาม
นายนั่น บอกโอเค อุ่นตัวมาบ้าง แล้วบอกว่า
" thanks driver, for not kicking me out..."
ผมถามต่อว่า เป็นไงมาไงละ ยูโดน ร้อบ(rob)หรือ
นายนั้น ท่าทางจะดีขึ้นมาจริงๆ แหละ ผมเห็นแกเริ่มยิ้ม หัวเราะ
แล้วบอกผมว่า ให้ไปส่งแกที่แถวๆ bayridge ,brooklyn ด้วยเถอะ
เมื่อขึ้นบ้านแล้วจะเอาเงินมาจ่ายค่าแทกซี่
ผมก็ออกรถ หันหัวไปทางจุดหมายปลายทางนั้น
แล้วแกก็ บอกผมว่า มันเรื่องยาวนะ ไอไม่โดนจี้หรอก
แต่ไอไมมีไรติดตัวมาเลย... เพราะ เพราะ.....เพราะ..................
"her husband cameback home unexpected" แล้วนายนั่นก็หัวเราะ
ผมงงอยู่นะ เลยถาม" her husband ?.. i don't see what you mean "
นายนั่น ปล่อยอีกก้ากมาเพราะแกขำอะไรไม่รู้ แล้วต่อเรื่อง ว่า
ไอวอส กำลังบูมบูมฟักกี้ๆ กับมายเกริลเฟรนด์ ที่บ้านเธออยู่นะ มายเกิร์ล ซ่อนมายเสื้อผ้า
ของไอไว้ใต้เตียงนอน พอเสียงฮัสสะแบนด์ของเธอเดินเหมือนวิ่ง
มาไขกุญแจประตูบ้าน มายเกิร์ล ตกใจตะโกนว่า
"my husband ,he 's a gun" ไอ เลยต้องรีบเปิดหน้าต่างในห้องนั้น แล้วกระโดดลงมา เนกๆอย่างนี้
ผมนึกภาพตามที่นายนั่นบอก ก็ขำจนต้องหัวเราะออกมาดังๆ คนแก้ผ้ากระโดดหน้าต่าง
ในคืนหนาวมากๆนี่ พูดแล้วเย็นไข่จัง
"and you know what .ha ha ha ..that condom still wrap my di..k when i got out"
ไอ้นี่ทลึ่งหวะ ยังมีอารมณ์ขันอีก เกือบตายไปแล้ว
นี่หากไม่ได้ผม มันอาจแข็งตาย ทั้งไข่ทั้งตัวแน่เลย
ผมไม่ได้เปิดมีเตอร์นะครับ เพราะคิดว่า ยังไงๆก็เป็นเที่ยวการกุศลแน่แล้ว
เมื่อถึงบ้านนายนั่น ผมจอด แกบอกว่า ให้รอนะจะไปเอาเงินมาให้ ถามว่าผมจะคิดเท่าไร
ผมบอกว่า โอเค ไม่เป็นไร ให้ก็เอาไม่ให้ก็ไม่ว่า ผมถอดเสื้อโคทของผม ให้แกใส่ขึ้นบ้าน
สักครู่ผมได้ยินเสียงตะโกน เหมือนแม่ดุลูก เป็นภาษาอิตาเลี่ยน
เสียงลูกชาย ก็นายชีเปลือยแหละ ก็ตะโกนกลับตอบ
ผมฟังออกประโยคเดียว เสียงลูกชายว่า
"mama mia"
แล้วนายซอนนี่ คาสซาโนว่า หน้าหนาว ก็ออกมาจากบ้าน เปิดประตูเข้ามานั่งด้านหลัง
ยื่นเสื้อโคทผมคืนมา บอกผมว่า แท้ง กิ๊ว เวรี่ มัช ยู อาร์ ซัช เอ ไนซ์ เพอร์ซั่น
หากไม่ได้ผมช่วยไม่รู้จะเกิดไรขึ้น แกว่าจะไม่มีวันลืม แทกซี่คนนี้เป็นอันขาด
แล้วยื่นซองสีขาว มาให้ผม ยื่นมือขวามาเชกแฮนด์ บีบมือหนักๆ
"goodnight and drive safely"
ผมมาเปิดซองนั้นดูทีหลัง มีแบงค์หนึ่งร้อยเหรียญหนึ่งใบ พร้อม thank you card
ระบุชื่อ ผม MR.???????? อีกด้วย แกคงจำเอาจากใบขับขี่ ที่ติดไว้ด้านขวาหน้านะ
อือม์ คืนนั้น ผมกลับบ้านเลย ไม่เข้าแมนฮัทตั้นแล้วละ
แถ่งกิ้ว มิสเตอร์ซอนนี่ ชีเปลือยอิตาเลี่ยน

**เรื่องเล่าแทกซี่นิวยอร์ก**( ตอน เรื่องร้อนๆของคืนหนาวๆ)










 

Create Date : 11 สิงหาคม 2548    
Last Update : 11 สิงหาคม 2548 13:36:13 น.
Counter : 320 Pageviews.  

25-เรื่องขำๆจากแทกซี่-แทกซี่แกล้งบ้า

**เรื่องเล่าแทกซี่นิวยอร์ก**..(ตอน เรื่องขำจากรถติด 3)
สวัสดีครับ ผมเพลาๆไปบ้างนิโหน่ย ไม่ใช่เพราะกลัวว่ากระทู้จะโดนโหวตให้ติดอันดับอะนะ
(อยากบอกว่า อย่ามาโหวตเรื่องผมนะ ก็ใครก็จะกล้าบอก
เพราะใจลึกๆก็ชอบนิ หากว่ากันตรงๆ)
แค่ยังไม่รู้จะเอาเรื่องไหนมาดี

วันนี้เอาชุดสั้นๆ ที่ยังเกี่ยวกับรถติด มาแถมก่อนนะครับ ขำได้ก็ดี ไม่ขำก็อย่าร้องไห้ละกัน
ขอบคุณทุกคนที่มาอ่านครับ


...........................
วันหนึ่ง ผมรับชายคนหนึ่งบอกให้ไปส่งโรงพยาบาล แถวๆ
เกือบนอกเขต nyc ทางไป long island
ท่าทางผู้โดยสาร แกกระวนกระวาย เมื่อเห็นรถติดมากๆ เหมือนตอนไปแอร์พอร์ท กับไอ้นักบิน หัว ประตู สี่คนนั่นนะ

ไปทางเดียวกันด้วย แล้วจะไปแยกออกทางอื่นทีหลัง
แกว่าให้ผมทำเวลากว่านี้ได้ไหม

ผมก็เข้าใจนะ ว่าพอขึ้นรถมาแล้วทุกคน อยากให้รถเหาะได้
ตาก็มองค้อนแล้วค้อนอีกกับไอ้มีเตอร์ ตัวทำเงินของผม แต่ทำไงได้ละ รถติดอย่างนี้ ใครๆโดนหมด

ผมก็ไม่ว่าไรแล้ว หงุดหงิดก็ยิ่งเสียอารมณ์เปล่าๆ ไม่ใช่ผมคนทำให้ติดนีหว่า
ผมก็น่าจะ ชวนคุยดีกว่า
เกือบถามแล้วว่า นายจะออกลูกหรือ ถุงน้ำคาวๆไรนั่นระเบิดยัง
ที่เขาเรียกว่า น้ำ เอ้อ น้ำแตก นะ
เฮ้อ คำนี้ แม้ใช้กับการจะออกลูกก็จริง แต่ผมฟังแล้ว
ออกจะไปทางเซ็กๆลามกมากกว่า หุหุ

นายนั่นบอกว่า จะไปเยี่ยม เพื่อนสาวที่ประสบแอกซิเด็นท์

ผมก็เห็นท่าทาง แกจะไม่สนใจฟังไรนะ ใจคงห่วงคนเจ็บจริงๆแหละ
ใครก็เป็น หากเจอสภาพนี้ อยากไปเยี่ยม ไปเห็นอาการ

อีกนานกว่าจะออกทางแยก ทางด่วนไปโรงพยาบาล
แต่โอเคแล้ว แยกจากรถติดทางนั้นได้ในที่สุด
นายนั่น คนไม่วัยรุ่น แต่ใจร้อน ก็ถอนใจ
เฮ้อ we made it
ผมก็บอก yeah
แต่มันก็ยังมีรถมากเหมือนกันนะ ทางด่วนไหนๆก็ต้องมีรถ
นายนั่น ก็คงอยากให้ผมเหาะได้อีกแหละ บอกผมว่า
"driver can you make it faster?"
อ้าว แค่นี้ยังไม่พออีก กฎหมายเขาจำกัดให้ขับ55/mphนี่ล่อไปเกือบ70ยัง
ว่าช้าอีก
ตอนโดนใบสั่ง คนโดยสาร แค่เงียบนั่งฟัง แต่คนขับนี้หน้าซีด ด่าแม่ในใจ
โดนอย่างต่ำ120$ บวกโดนตัดแต้ม อีกสาม
หากครบสิบสอง ต้องพักการอนุญาตขับขี่
ผมเลยถามกลับไปว่า
"are you visiting someone at the
hospital right,sir?"

นายนั่น บอก เย็ส then what?
ผมบอกว่า หากผมขับเร็วกว่านี้
"then,you and me going to be visited
by anoter visitors in a emergency room"
เห็นนายนั่น ทำหน้างงๆ เลยต่อไปอีก
" or.. we both, will be seen in a funeral"
ผมแกล้งออกสีหน้าจริงๆจังๆ เพราะฝีมือเรื่องอำคนที่มีอยู่พอตัว

"you want that? ผมถามแล้วทำท่าโชว์ ด้วยการเร่งสปีด
เหยียบคันเร่งไปอีก แซงรถอื่นซ้ายขวา ให้น่ากลัว
แต่ผมก็รู้ตัวดีและระวังอยู่นะ
"you like it..hah?"ขึ้นเสียงสูง
เหมือนที่ดูจากหนังพี่โรเบิร์ท ดี เนโร่ เรื่องtaxi driver

นายนั้น คงคิดว่า เจอแทกซี่คลั่ง บ้าดีเดือด เข้าแล้ว

พอเห็นผมเอาจริง แกรีบตะโกนบอก
"okay driver ,please you can slow down now"
โธ่เอ้ย กลัวตายเหมือนกันนี่หว่า แหม ผมหันไปดู หึ แอบรัดเข็มขัดนิรภัย
เมื่อไรก็ไม่รู้ ตอนรถติด ทำอึดอัด นั่งมาซ้ายมาขวา ตอนนี้ หน้าซีด

เมื่อถึงโรงพยาบาล แกจ่ายเงิน บวกทิปงามๆ ลงรถไป แก บอกผมว่า
"thanks,driver and may god bless you"
แล้วยกมือข้างหนึ่ง มานาบระดับกับอก
ตาก็มองไปบนฟ้า
" thank you GOD"

จากคุณ : smartupid - [ 8 ก.ค. 48 10:19:51 ]





 

Create Date : 11 สิงหาคม 2548    
Last Update : 11 สิงหาคม 2548 13:34:51 น.
Counter : 348 Pageviews.  

24-เรื่องขำๆจากแทกซี่-นักบิน hua kra dor





**เรื่องเล่าแทกซี่นิวยอร์ก**..ตอน.อีกเรื่องขำๆในรถแทกซี่-2

เรื่องการจราจร นี่ทุกเมืองใหญ่ๆทั่วโลก เป็นปัญหามานาน ที่ยากจะแก้ไขให้หมดไปไหลลื่นคล่องตัวนะครับ ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผังเมืองที่เริ่มมาก่อน การตัดถนนอย่างชาญฉลาดมาแต่ต้น

การก่อสร้างอาคารบ้านเรือน ทั้งถิ่นที่อยู่อาศัย หรือถิ่นแถวที่ดำเนินธุรกิจ หากวางแผนมองไปไกล
ก็อาจลดปัญหาให้น้อยลงได้

บางเมืองก็มีรถใหม่ๆเพิ่มขึ้นๆทุกวัน คันเก่าๆหมดสภาพที่น่าโละไปได้แล้ว ก็ยังขับยังใช้กันอยู่ แต่ถนนก็ยังเท่าเดิม

การเดินทางใช้เวลาตั้งแต่ออกจากบ้าน ตอนไก่ขัน จนไก่ตัวนั้นโดนเชือดคอไปแกงเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ คนที่ออกจากบ้านเช้ายังไปไม่ถึงจุดหมายเลยก็มี
เอ เมืองนี้เหมือนจะคุ้นๆนะ อยู่ไหนเอ่ย

นิวยอร์กนี่ก็มีปัญหารถติดเหมือนกันนะครับ แต่ไม่บ้าเลือดเหมือนเมืองที่กล่าวมานั้น
ส่วนมากจะมีรถติด บางช่วง บางพื้นที่ หรือด้วยสาเหตุจากการก่อสร้าง ซ่อมแซมถนน
หรือเป็นในตัวเมืองnew york city อาจมีการซ่อมท่อแกส ท่อสายไฟฟ้า หรือท่อน้ำบริโภค ท่อน้ำเสีย

อ้อ พูดถึงท่อแกสนี่ มีไรขำนอกเรื่องที่จำได้มาเสริมนิดนะ คือไอ้ท่อแกสที่มีต่อกันจากอุโมงค์ใต้ดินนี่นะครับ เขามีทางปิดเปิดเป็นเหมือนหลุม ที่ปิดด้วยฝาเหล็กกลมใหญ่ๆ ให้เห็นตามหัวมุมทุกถนน ในแมนฮัทตั้น ยิ่งใกล้ๆอุโมงค์รถไฟใต้ดิน จะเห็นหลายหลุม
วันดีคืนดี เขาจะระบายอะไรเขาผมก็ไม่รู้ชัด ที่จะมีควันพวยพุ่งขึ้นมาจากหลุมนั้น ตามด้วยเสียง
เหมือนปังๆ เหมือนระเบิด เบาๆ เท่าเสียงประทัดนะ ผมและเพื่อนๆเลยเรียกมันเองว่าหลุมระเบิด

ยังจำนายปีเตอร์ อิวส์ หลานชายขี้เล่นของผมได้ไหมเอ่ย หุหุ เรื่องนี้มันเกี่ยวด้วยนะ
ในช่วงที่นายปีเตอร์ ฟอดิควาย มาใหม่ๆยังเรียนภาษาก่อนไปได้เข้า ยูแถวๆอิลลินอยส์นะ ผมพามันตระเวณ ทั่วนิวยอร์ก จากซัมเมอร์ยันวินเตอร์ แม้มันจะกวนเมื่ออยากทำตัวเป็นฝรั่งบ้าง แต่มันก็ไม่ได้ถึงกับร้ายไรมากหรอกครับ ลองร้าย ลองเลวสิ ผมเอาตาย ไม่ส่งไม่เสียให้มันเรียนด้วย

ในหน้าหนาวคืนหนึ่ง ช่วงใกล้ๆคริสต์มาส ผมพามันไปดู ไปถ่ายรูป การจัดต้นคริสต์มาสต้นใหญ่ประดับไฟสวยงาม ที่rockiefeller cente
มีการจัดรอบบริเวณนี้ สวยงามทั้งฉากกวางเรนดียร์ ไปจนถึงบริเวณลานสเกตท์น้ำแข็ง ก็เป็นจุดที่คนไปเที่ยวนิวยอร์กช่วงนี้น่าไปเห็นไปถ่ายรูปเหมือนกันนา

พอขึ้นจากสถานีรถไฟมาสักครู่ เราเดินจากสถานีที่ถนน47th.กับ6th.avenue จะเดินไปที่รอกกี้เฟลลเลอร์เซ็นเตอร์นั่นบน 5th.avenue
ไอ้ปีเตอร์บอกผมว่า ขอหยุดถ่ายรูปมันให้หน่อย กลางคืนเห็น radio city music hallแสงไฟสวยดี
ผมก็บอกโอ่เค้ แต่พอไปเห็นท่อแกส จากถนนถัดไป ระเบิดปุบๆอยู่
ผมก็เกิดไอเดียอย่างหนึ่งที่เคยโดนไอเดียนี้ จากไอ้รุ่นพี่แกล้งผมตอนมาใหม่ๆ
ผมบอกให้มันไปยืนตรงนั้น พาตัวมันให้มายืนบนฝาปิดท่อแกสไงครับ บอกว่ามุมนี้สวยดี
ผมก็ไม่ได้คิดถึงกะกำหนดเวลาว่า ท่อมันจะปล่อยควัน เปล่งเสียงตอนไหนหรอกครับ ใครจะไปรู้ละ แล้วแต่ดวง
ละกัน โชคดีก็ได้ โชคร้ายก็ยิ่งกว่าได้
ผมบอกให้มันแอ้กท่าให้ดีสุด จะถ่ายรูปเป็นมาสเตอร์พีซ ให้มันส่งให้แฟนมันที่เมืองไทยดู

ตั้งไฟแฟลชแล้วผมก็กดชัดเตอร์ ไม่มีไร ท่าพระเจ้าจะไม่เป็นใจให้แกล้งคนนะ ผมบอกมันเอาอีกรูป อีกมุมกล้อง แกล้งถ่วงเวลา ด้วย มันก็โอเค ผมก็นับ เอานะ หนึ่ง ซ้อง .........

...บึมม ปังงง ปัง ชี๊ดดดดดด ตามด้วยควันระเหยร้อนพุ่งปรี๊ดสูง
ไอ้ปีเตอร์กระโดด วิ่งหนี หน้าตื่น เฮ้ย น้าอะไรนี่ ตกใจเหมาะเลย... โอมาย ก้อด อิ้วส์ ว้อดาฟัก แฮปเป็นนิ่ง..

ผมไม่ถือไม่หมั่นใส้คำฝรั่งมันแล้วอะตอนนั้น
แต่ผมทำท่าเหมือน ที่ไทเกอร์ วูดส์ พัท หลุมสุดท้าย
แล้วได้ แชมป์มาสเตอร์นะ ....เย็ส เย็สสสสส ฮ่า ฮา อีกหนึ่ง ซ้ำเหร็ด .....

จะว่าเรื่องรถติด แต่ไหงมาเป็นท่อแกส เร็วๆยูเทิร์นเลยน้า นี่แหละที่ผมอยากให้เข้าใจที่ผมเขียน
ผมไม่คิดเขียนแบบนักเขียนนะ ผมเขียนแบบคนเล่าไง ผมไม่รับรู้ด้วยหรอกกับลักษณะคำประพันธ์ ความเรียงไรนั่น คิดไรได้ผมก็เล่าสดๆ เหมือนได้มาอยู่ต่อหน้าท่านคนอ่าน

วันหนึ่งหน้าร้อน(อีกแล้ว )ผมรับคนสี่คนจากโรงแรมฮิลตั้น บนถนน 6th/54street
ก็เป็น crew การบินของunited airlines ผมพอดูออกว่าว่าสี่คนนี้ เป็นพวกนักบิน เป็นไพลอท เป็นกัปตัน มีปีกโลหะประดับ และจากการฟังเขาคุยกัน และมาดที่สง่างาม หล่อ
กู้ด ลุกกิ้ง
เอทำไมนะ นักบินนี่ ทำไมมาดและหน้าตา มันดูดีทุกคน หาขี้เหร่ยาก น่าอิจฉาจัง ทั้งหล่อทั้งเก่ง และเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจ ของผู้โดยสารให้ฝากชีวิตไว้กับพวกเขาเหล่านี้

เขากำลังจะไปแอรพอร์ทJFKครับ ผมก็ออกรถ และบอกผู้โดยสารว่า ผมไปเข้าcentralpark drive แล้วไปออกทางถนน110th เพื่อเข้าสะพานtriborough เพื่อหลีกรถติด
โอเคไหม
ช่วงนั้น ก็สามโมงเย็นกว่าๆครับ รถไปสนามบิน จะติดมาก ไฟลท์ ขาออก ขาเข้าก็มากด้วยในช่วงนี้
พอขับมาเข้าgrand central parkway ได้หน่อยหนึ่ง รถชักเป็นปาร์กกิ้ง ล้อท แล้วครับ ขยับทีละคืบ
เอ้อ เกินไปไม่ใช่รถtoyนี่ จะไปได้แค่นั้น ขยับทีละช่วงคันรถดีกว่า ว่าไม๊ หุหุ
แต่พวกนักบินก็ไม่ได้ว่าอะไรครับ เพราะเขาก็ผ่านทางนี้ ทุกบ่อย เข้าใจและไม่เห็นเป็นความผิดของคนขับ มันไม่มีทางอื่นด้วย
เขาชวนผมคุย ถามมาจากไหน พอบอกไทยแลนด์ เขาก็บอกว่าเคยไปแล้ว ชอบไทยแลนด์มาก
ชอบกินอาหารไทย โดยเฉพาะ พ้าดไทย แอนด์ ทมยัมกุง แอนด์ แคงแพแนงชิกเก้น

ผมก็ฟังที่เขาๆคุยกันด้วย ท่าจะนักบินอารมณ์ดีนะ ฟังเขาเล่าโจ๊กกัน ผมยังฟังรู้เรื่องและก็ขำไป
ด้วย(มันต้องมีบ้างน่า ที่แทกซี่ฟังออก )

รถขับมาได้ครึ่งชั่วโมงแล้ว ยังไม่ถึงไหนเลย ตอนนี้เหล่านักบินเริ่มดูนาฬิกากันแล้ว
ถามผมว่า ยู แคน เมก อิท ออน ไทม์ ฟอร์เทอร์ตี้ หา
ผมก็ว่า ชัวร์ ไอ แคน เมก อิท แอนด์ ยู ก็ แคน ด้วย

ผมก็ทนขยับไปทีละนิดๆ แบบนี้ไม่ชอบเลย มีเตอร์ขึ้นติ้กๆก็จริง แต่เสียเวลาทำเงินมากกว่า
ผู้โดยสารส่วนใหญ่จะหงุดหงิดมาก จะพากันเกลียดเจ้าตัวมีเตอร์ ที่สูบเอาๆๆ เงินที่เสียไปไม่คุ้ม กับการมานั่งแช่ในรถ แต่ทำไงได้ละ
อีกสิบห้านาทีต่อมา พวกนักบินในรถ พูดกันเองอีกว่าท่าจะสายจะเลทแน่ๆ ผมก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ อะไรที่ไม่ใช่ความผิดของผม ผมไม่รับรู้นะ
ก็ใครเขาก็โดนกัน แทกซี่อีกนับสิบ ทั้งหน้าหลังรถผม ก็เจอเหมือนกัน
อือม์ สี่โมงครึ่งแล้ว ยังไม่ถึงออนไทม์แบบว่าเลย นักบินคนหนึ่งว่า

"hey,man we're late"

อีกคนก็บอก " no good ha, driver"

ผมใจเย็นนะ เพราะเขาก็ไม่ได้ว่าไรแรงๆกับผม ผมเลยกล่าวว่า

" you must fly that flight at five?"

นักบินตอบ"yeah that's right"

ผมว่า" why worry?"แล้วต่อด้วย

"without you the plane cannot fly,so you
'll never miss that flight,right?"

ไม่มีใครกล่าวไรต่อทันทีครับ แต่มีสองคนหัวเราะหึหึ กับคำตอบผม คนหนึ่งพูดว่า

" you ,smart ass 'hua kra dor"

ไอ้หมอคนนั้น พูดไทยออกเสียงคำนั้นชัดมากๆเลย ผมแค่สดุ้ง แต่ไม่ถือครับ ทีใครทีมัน

พอส่งพวกนักบินถึงสนามบบินก็เวลา ห้าโมง ยี่สิบ พวกเขาก็จ่ายเงินไม่เรื่องมาก
และให้ทิปดีด้วยนะ

"เหอ เหอ ไอ้ นักบิน hua kra dor"



จากคุณ : smartupid - [ 2 ก.ค. 48 14:22:57






 

Create Date : 11 สิงหาคม 2548    
Last Update : 11 สิงหาคม 2548 13:31:32 น.
Counter : 404 Pageviews.  

23-เรื่องขำๆจากแทกซี่-1-GOD BLESS YOU

***เรื่องเล่าแทกซี่นิวยอร์ก**... ตอนเรื่องขำๆในรถแทกซี่ (1)

สวัสดีครับ แทกซี่มาแล้ว หลังจากต้องต่อสู้กับไวรัส ลงตับ เอ้ย ไวรัสลงคอม เพื่อนซ่อม
ให้ใช้ได้แล้ว ฟรีด้วยอีก แถ่งกิ๊ว เพื่อนนะ โอ่เข
.....................................................................................................................................................................
หลังจากที่ผมเล่าเรื่องเครียดๆไปหลายวัน ผมว่าคุณๆก็พลอยเครียดไปกับผมด้วยสินะ
ไม่เอาอะ เล่าเรื่องแบบนั้น มากไป เดี๋ยวคุณจะดูผมเป็นอีกแบบ คุณๆเริ่มชอบๆเรื่องที่ผมเล่า
ก็จากเรื่องที่น่าขัน น่าตลก ความเปิ่น เชย ของผม ใช่ไหมเล่าครับ
เพราะที่จริงแล้ว ผมก็เป็นคนแบบง่ายๆ ชอบมองอะไรให้มันขำเสียเป็นส่วนใหญ่ ยิ่งพอได้มา
ขับแทกซี่นี่ หากไปคิดเอาแต่ คอยจะเกลียด จะคอยว่า ดูผู้โดยสารไปทางลบเสียหมด ก็เกินไปแล้ว
มันก็ต้องมีบ้างแหละครับ ทั้งดี เลว บ้า บอๆ หรือกวนประสาทคนขับ และกับ อารมณ์ขัน
การพูดจาพาที ที่สร้างบรรยากาศดีๆทั้งคนขับ และคนนั่ง ที่น่าประทับใจก็มีมาก ที่น่าไปหาซื้อ
ยาพิษ ยาดมรมควันมาพ่นใส่ให้มันสลบไปในรถก็อีกมีมากกว่า
คิดดูสิครับ ผมขับมาได้ถึงหกปี แค่ว่ามีคนนั่งรถผมวันละ 50คน หกปี ผมต้องเจอผู้คนเท่าไร
แต่ละคนก็ต่างกันไป ทั้งนิสัยใจคอ และรูปลักษณ์
เดี๋ยวนี้พอตอนว่างๆจากงานที่ทำอยู่ ผมก็นึกคิดไปนะ ว่าวันนี้ จะเอาเรื่องไหนมาเล่าคุณๆดีละ
ทันทีที่นึกได้ถึงคนนั้นคนนี้ ที่ผ่านมาให้ผมได้บริการ ผมต้องรีบจดไว้ในเศษกระดาษ กลัวลืม
นะครับ วันนี้ขอเอาเรื่องเบาๆพอขำๆนั้นมาเล่าสู่กันฟัง หากไม่ยาวไป จะเอาสองเรื่องนะ
เริ่มเลยนะครับ โอ่เค้
จำได้ไหมครับ ที่ผมเคยเล่าเรื่องหลานชายผม นายปีเตอร์ ฟอดิควาย ที่ผมว่ามันน่าถีบเอามากๆ
ตอนที่มันแค่นจะเป็นฝรั่งนะ ที่ผมหมั่นใส้มันมากๆกับวันหนึ่ง ที่ผมจาม นะ จามหลายครั้งด้วย
แต่ละจาม มันจะพูดต่อด้วยคำว่า god bless you คิดดูสิครับ น่ารำคาญขนาดไหน ไม่ใช่รำคาญเสียงจามนะครับ
แต่จากไอ้ ก้อด บ้า ก้อดบอ มาเบล็ส ผมนี่แหละ ผมเลยต้องไล่มันไปห่างๆ ไปเลย ไป ปล่อยให้กรู
จามจนตายไปก็ช่างกรู นี่หากผมเป็นหวัด จามทั้งวัน มันคงตามติดผม คอยเรียกก้อด มาช่วยผม ผมอาจจะ
ทนไม่ได้หายหวัดไปเลย แต่อาจจะอัดมันสักถีบสองถีบ อะดิ๊
วันหนึ่ง ของช่วงการขับแทกซี่ หากจะบอกเวลาหรือรายละเอียด ผมก็คงจำไมได้หมดนะครับ
ผมรับคุณยายคนขาวคนหนึ่ง แถวๆอัปเปอร์อีสไซด์ แกก็คงอายุราวเจ็ดสิบกว่านะ แต่ดูๆก็ไม่ถึงยักแย่
ยักยันนัก หน้าตาก็เหมือนคนใจดี แต่งตัวเกินวัยซะอีก คงเป็นพวกมีเงิน คนหนึ่งและท่าทางจะ
conservative ไม่เบา แบบอเมริกันแท้ๆ นึกถึงหนังฝรั่งสักเรื่องก็ได้ครับ เอาแบบแม่นางเอก แม่พระเอก
นั้นนะครับ
พอแกบอกจุดหมายปลายทาง ผมออกรถ ผมก็แค่ทำหน้าที่ขับไป ไม่อยากสนใจคนนั่งเท่าไร เพราะใจ
อาจกำลังคิดถึง ว่าคืนนี้ monday night football จะเอาทีมไหนดีด้วย ระหว่างทีม แรมส์ กับไวกิงส์
ขับไปพัก คุณยายก็เริ่มจาม แล้วจาม แล้วจาม แล้วก็จาม.. going going going.. จามๆหลายครั้ง เว้นช่วง
ก็ซักหนึ่งนาทีมั๊ง
ผมก็ไม่ได้คิดไรไปกว่าว่าคืนนี้ น่าจะเล่น แรมส์ เนอะ ตอนนี้ได้ยินเสียง คุณยายจามอีกครั้ง ตามด้วยคำพูด
ของแกว่า
" driver, won't you try to say something?"
"say what maam?" ผมก็ตอบไปนะ
"say GOD BLESS YOU"
"what for ?" กระเหรี่ยงแทกซี่พูดได้ด้วยนะ ก็ถามกลับ
แล้วคุณยายก็ว่า ยูนี่ไม่รู้อเมริกัน คัสตอม เลยหรือ มาจากประเทศไหนละนาย
ผมก็บอกแกนะ ใจก็คิดสนุกไปกับแกแล้ว ว่าผมรู้ แต่ไม่พูดเองละ คำนั้นนะ
คุณยายว่าทำไมไม่พูดฟอร์มี เมื่อไอ สนี๊ส ผมก็ตอบไปว่า ไอเห็นยูจามนะ กว่าสิบครั้ง
แล้วคิดว่าเดี๋ยวยูก็ต้องจามอีก ไอ้ต้องเซย์คำนี้กับยูทุกครั้ง โอยคงน่าเบื่อนะแหมม
คุณยายก็ว่าไม่ต้องทุกครั้งก็ได้ ขอให้พูดออกมาก็พอแล้ว ดูสิ แกจะให้ผมพูดให้ได้ ตลกดีหวะ
ผมก็บอก โอ่เค๊ แลัวผมก็กล่าวกับแกแบบให้ๆจบๆไป
" god bless RAMS"
ผมปล่อยคำนั้นออกไปจริงๆนะ เพราะใจมันอยู่กับไอ้ทีมนี้ ขณะที่โต้ตอบกับคุณยาย
คุณยายได้ยินก็กล่าวว่า ยูเซย ว่าไรนะ ไดรเวอร์ แกก็กล่าวต่อว่า
" thank you anyway,driver where 're you from" พอผมบอก ไทยแลนด์แดนรัก แกก็ถามว่า
เวลาที่ยู ตื่นเต้น หรือตกใจไรนะ" what do you say in THAI when you get exited."
ผมตอนนั้น ก็รู้สึกอารมณ์ดีนะและคิดว่าบอกไรไปก็ได้ แกไม่สนใจอยากรู้จริงจังหรอก
ผมตอบไปว่า " I say 'OOY YhET MAE WHOY' อุ๊ย แยะแม่โว๊ย "
คุณยายแกจามอีกครั้ง แล้วลองกล่าวตามคำไทยนั้นครับ ว่า
" อูย แหยด แม ว๊อย "
เอาละ ถึงที่หมายปลายทางแล้ว แกยังจามอีกครั้งสองครั้ง แกจ่ายเงินแถมทิป พร้อมยิ้ม บอกว่า
ไดรเวอร์ ยูเวรี่ สมาร์ท... ยูไรท์ ไอนีด เอ ไทลีนอล ฟอร์ โคลด์ ...นอท เอ เวิร์ด ฟรอม ยู
ก่อนลงรถแกกล่าวคำ ที่ผมนึกว่าแกไม่สนใจกับมันเลย
............
............
............
"แท๊งส์ ,ไดรเวอร์ ........อูย แหยดแม ว๊อย."




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2548    
Last Update : 11 สิงหาคม 2548 13:18:24 น.
Counter : 368 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  

smartupid
Location :
New York United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




กรุณาตรวจตราสิ่งของก่อนลงจากรถไป แค่ลืมหัวใจไว้ในรถ คนขับก็สดชื่น.... โอ่เค้
Please check your belongings before leaving my cab, just leave your heart here ...Thank You
Friends' blogs
[Add smartupid's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.