Group Blog
 
All Blogs
 
43- แท็กซี่กับดนตรีแจ๊ส






**เรื่องเล่า แท็กซี่นิวยอร์ก**( ตอน แท็กซี่กับดนตรีแจ๊ส)


ผมได้มีโอกาศรำลึกถึงความหลัง ช่วงทศวรรษแรกๆที่มาอยู่นิวยอร์ก กลางๆๆยุค 70's นะครับ
คือว่า วานนี้ ผมเปิดทีวี กดรีโมทแบบผ่านๆ มาเจอช่องหนึ่งครับ
เป็นรายการจากเทปเก่าๆ การแสดงดนตรีของ The Lawrence Welk Show
เป็นวงที่เมืองไทยเรียกกันว่า หัสดนตรี หรือ Orchestra หรือ Big Band ประมาณนี้แหละครับ
สมัยนั้นคนไทยที่นิวยอร์กนี่ ไม่มีทางเลือกทางด้านบันเทิงมากเท่าไร
กลับจากงานก็เข้าบ้าน ทำกับข้าวง่ายๆกิน ยามค่ำคืนก็อยู่บ้านดูทีวีขาวดำ
ทีวีขาวดำจริงๆนะครับ แล้วก็มีไม่กี่ช่องด้วย ไม่ถึงยี่สิบ
ก็ดูกันเหมือนคนเมกันเมกาทั่วไปแหละครับ
จึงเมื่อถึงทีว่า มีรายการ มีข่าวสารใดที่ออกทางทีวี ส่วนมากจะไม่พลาด
จะพอคุยกันได้รู้เรื่องดีกันอยู่ หลังจากได้ดูได้ชมกัน
สมัยนั้นผมอาศัยอยู่ในตึกที่คนไทยเรียกกันว่า ตึกไทยคู่ฟ้า
หุหุ ไม่ใช่ทำเนียบรัฐบาลสมัยหนึ่งนะครับ
มีคนไทยอยู่กันประมาณสามในสี่ของจำนวนคนในตึก จำนวนห้องอพาร์ทเมนท์
ค่าเช่าจ่ายกันเป็นอาทิตย์ครับ เริ่มจาก 40-50$
ตอนนั้นใครทำงานได้อาทิตย์ละเกินร้อยเหรียญ ก็ยอดแล้วครับ
เอาแต่พวกใช้แรงงานนะ ไม่นับพวกคุณพยาบาล คุณหมอ

เอ้า วกมาที่รายการโชว์ของวงดนตรี สุนทราภรณ์ ต่อครับ
จริงๆครับ คนไทยเราเรียกวงดนตรีที่โชว์ทางทีวี วงนี้ว่า วงสุนทราภรณ์ฝรั่ง
นับแต่ตัวนายหัวหน้าวงที่ถือไม้บาตอง ไม่ถือไวโอลินเหมือนครูเอื้อ สุนทรสนาน
นาย ลอเร็นซ์ เวลค์ นั้น หน้าตาใจดี และมีเค้าหน้าหล่อ โรแมนติกแบบสุภาพ
ทั้งหน้าตา ท่าทางเหมือน หรือคล้ายครูเอื้อมากเลยละครับ
อายุก็พอๆกับครูเอื้อ สุนทราภรณ์ สมัยนั้น
รายการแกจะเริ่มด้วยเสียง เหมือนเป่าปากแบบเม้มๆ เสียงออกมาเป็น "ปุบ"
นึกถึงเสียงการเปิดจุกขวดแชมเปญ ก็ได้ครับ ประมาณนั้น
คนดูในห้องส่งที่เห็น90% เป็นรุ่นคุณแม่คุณพ่อ คุณป้า คุณลุง
แล้วการบรรเลงดนตรีก็เริ่มอย่างสนุกสนาน
เป็นBig Band พวกดีด สี ตีเป่า มีสมาชิกนักดนตรีกว่าสามสิบคน
บรรยากาศบอลรูมอบอวล คนดูในห้องส่ง เริ่มออกมาวาดฝีเท้าลีลาศลีลา
บ้างคลอเคลียเหมือนจะรำลึกถึงคืนหวานวันวานอยู่ สีหน้าบอกแช่มชื่น
การแสดงก็สลับด้วยเพลงร้องเสียงไพเราะห์ จากสาวๆหนุ่มๆของวง
หุหุ เพลงคู่ฝรั่ง ร้องโต้กันก็มีนะครับ ทำให้นึกถึง น้าวินัย น้าศรีสุดา น้าเลิศ น้าชวลีย์
น้าวินัย น้าศรีสุดานี่ก็มีนักร้องในวงนี้หน้าคล้ายแกอีกด้วย ร้องเพลงสนุกๆ
เราคนไทยจะตั้งฉายาใหม่ให้กันหมดแหละ
เมื่อรายการโชว์จะจบ จะมีสี่ สาว The Lennon Sisters มาร้องประสานเสียง
ร้องเพลงลารายการ ที่ผมจำได้แค่ว่า " Goodnight ....sleeptight ........."

ผมมีข้อสังเกตุอย่างหนึ่ง กับการอ่านผู้คนในลักษณะนิสัย และจิตใจ
ผมเห็นความเป็นคนเมกันที่ค่อนข้างมีอายุ จากการดูวงดนตรีคณะนี้ วานนี้ครับ
เหมือนจะแยกออกบอกได้ว่า พวกคนที่มีศิลป เป็นศิลปิน หรือผู้มีดนตรีในหัวใจนี่
ไม่ว่าผิวไหน พันธ์ไหน เชื้อใด ชาติใด
คือจะดูออกจนเห็นความเป็นคนจิตใจดี หน้าตาเปี่ยมสุข ยิ้มได้ทั้งหน้าทั้งตา
ก็คงเป็นอย่างนั้นได้จริงๆส่วนใหญ่ เหมือนกันนะครับ
การมีอาชีพสร้างความสำราญบันเทิงให้ผู้คน
ตัวเองก็คงมีจิตใจสำราญก่อนอื่นเลยละ ว่าไม๊

กลุ่มคนไทยสมัยนั้น นิยมจัดงาน บอลล์ กันด้วยสิ
มีงานโน้นงานนี้จัดกันเป็นประจำ มีเต้นรำ ฟังเพลง ดื่มกิน พบปะสังสันท์
มีการตั้งวงดนตรี ที่รวมเอาผู้มีความสามารถด้านดนตรี คอยบริการให้ความสำราญด้วยอีกต่อมา
สถานที่จัดงานส่วนมากก็จะเอาห้องประชุมของมหาวิทยาลัย Columbia ที่อยู่ใกล้ๆตึกไทยคู่ฟ้า
มีการเชิญนักร้องจากเมืองไทยมาร่วมด้วย
อย่าง น้าสุเทพ วงค์กำแหง น้าสวลี ผกาพันธ์
น้ารวงทอง ทองลั่นทม น้าชรินทร์ นันทนาคร และอีกหลายท่าน
สมัยนั้นก็มีพวกศิลปินนักร้องที่เรียกว่า ยิ่งใหญ่จริงๆ ก็พวกท่านเหล่านี้แหละครับ
คนไทยมาอยู่เมืองนอกนี่ แม้จะอยู่มาหลายปีก็ใช่จะได้กลับไปเยี่ยมบ้านกันบ่อยๆเหมือนสมัยนี้
ที่พวกเราบอกกัน หรือ พูดคำว่า คิดถึงบ้าน กัน
มันรู้สึกกันได้มากว่า คิดถึง มากจริงๆ
คิดถึงแบบร้องไห้ น้ำตาไหลได้
มีคืนหนึ่ง ที่พวกเราคนไกลบ้าน ไปงานหนึ่งและชมการแสดงของศิลปินยิ่งใหญ่
น้าสุเทพ ขึ้นเพลงแรก ด้วยเพลง บ้านเรา
" บ้านเรา แสนสุขใจ แม้จะอยู่ที่ไหน ไม่สุขใจเหมือนบ้านเรา....................... "
ในห้องประชุมเงียบกันหมด คนฟังเกือบทุกคนน้ำตาคลอ บ้างเหมือนสอื้นเบาๆ
เป็นอย่างนั้นจริงๆครับ ผมไม่ได้ว่าให้เกินเลยไปหรอกครับ
จากนั้น เพลงกัดต่อมน้ำตา ต่อมคิดถึงบ้านก็ตามมาอีก
ไม่ว่าเพลง ไกลบ้าน เพราะขอบฟ้ากว้าง บ้านของเรา ฟ้ามิอาจกั้น รักข้ามขอบฟ้า
หรือแม้แต่เพลงสดุดีมหาราชา-มหาราชินี
และเพลงที่บอกความหมายความร่วมใจ สามัคคีของคนไทย ที่ผมไม่ทราบชื่อเพลง
สมัยนี้ คำว่าคิดถึงบ้าน ฟังกันไม่ลึกซึ้งเท่าไรแล้วครับ
คิดถึงวันนี้ พรุ่งนี้ก็บินไปได้แล้ว
ไหนจะโทรศัพท์ทางไกลก็ง่าย ก็ไม่แพงอีกต่อไปแล้ว
มีอีเมล์ มีอินเตอร์เน็ท มาย่อโลก ย่นระยะทางให้อีกด้วยแหละ
พูดเรื่องด้านบันเทิง ด้านดนตรี ด้านเพลงนี่
นิวยอร์กก็เหมือนหนึ่งเป็นศูนย์กลาง แห่งหนึ่งของโลกก็ว่าได้อยู่ครับ
การแสดงละครของOn -Broadway หรือ Off- Broadway
ทั้ง Musical ทั้ง Drama และVareity Show
การแสดงดนตรี คลาสสิกที่ Carnegie Hall หรือ Lincoln Center
การไปดู Rock Concert วงดัง ดาราใหญ่ ตามสนามกีฬา
และดนตรี Jazz ตามแจสคลับดังๆ ที่มีเกือบร้อยคลับ
ที่ว่าดังๆและเป็นที่รู้จัก บ้างถึงเคยเป็นที่เกิดของศิลปินแจสใหญ่ของโลก
ก็เช่น Birdland ,Blue Note,Village Vangard , Iridium ,The Jazz Gallery , Dizzy Club ,

ศิลปินคนดำนี่ต้องยอมรับเขาครับว่า เป็นเลิศเลยครับ กับอัจฉริยะด้านดนตรี
ยิ่งดนตรีแจส นี่เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ หากเป็นแจสขั้นมาสเตอร์ ต้องพวกคนดำ
ไล่มาสิครับ ตาหลุยส์ อาร์มสตรอง พี่จอห์น โคลเทรน พี่ไมล์ เดวิส ลุงดิซซี่
น้าโคลแมน ฮอว์กินส์ น้าเบ็นนี่ คาร์เตอร์ น้าชาร์ลี ปาร์กเกอร์ ลุงดุ๊กส์ เอลลิงตัน
น้าม๊องส์ ป้าเอลลา ป้าบิลลี่ ป้าซาร่า โอยไล่ไม่หมดหรอกครับ

เมื่อสักห้าเดือนมาแล้วครับ ผมได้ไปดูในงานประมูลของจากพวกศิลปินแจสดังของโลก
ผมได้ถ่ายรูปพวกอุปกรณ์ ที่พวกเขาเคยใช้ในการแสดงดนตรี ทั้งแซกโซโฟน ทั้งทรัมเป็ท
และอื่นๆ รวมทั้งลายมือเขียนตัวโน๊ทเขียนเพลง ของ จอห์น โคลเทรน ที่เขียนเพลงชุด Love Supreme
เสียดายจังเลยครับ ที่ผมโหลดไฟล์ไว้ แล้ว คอมผมพังไงครับ คงจำกันได้นะที่ผมเคยบอกไว้
และได้เขียนกลอนไปลงห้องแจสด้วย
เอาหน่อยไหมครับ อาจจะแข็งๆไปนิด

................................................
สืบเนื่องจากวันไปดู NY jazz auction........

.......เหมือนย่างเท้าเข้าไปในอดีต...............
...เสียงลมหวีดแผ่วผ่านม่านความหลัง......
...คลอเพลงพลิ้วหวิววาบอาบภวังค์.......
...และบางครั้งแผดผาดมาดจังจริง.........

.......นั่น BENNY ที่เห็นเป็นอย่างนั้น..............
...แคลริเน็ทเริ่มพลันหยุดสรรพ์สิ่ง.........
...ด้วยลีลาท่าทางอย่าง SWING...........
...SING, SING, SING, BIGBAND แสนจับใจ......

......แนะแก้มยุ้ย LOUIS ARMS. งามแก้มป่อง...........
..เสียงคอร้องโหยแหบแต่แสบใส้..............
..อุ้ย เธอนี่ที่รู้อยู่ไกลไกล.........
...มิใช่ใคร ELLA มาคู่กัน......

......แว่วทรัมเป็ทเผ็ดสนิทของ DIZZY....
..เหมือนขยี้แพรไหมในกองฝัน.....
..MILES DAVIS มาด้วยช่วยประชัน.........
..ELLINGTON ก็โชว์สวยด้วย A TRAIN.......

......มาดสุภาพคาบแมน STAN GETZ.....
..ปล่อยทีเด็ดโซโล่โย้หลังแอ่น....
..อีกมาดยืนตัวโยน JOHN COLTRANNE....
..นั่นนาย WAYNE SHORTER ก็เจอมา....

......อีกมากมายหลายหลากที่อยากเห็น.....
..ก็เหมือนเป็นจริงตามความปรารถนา..........
..ลายมือจริงสิ่งของที่ต้องตา.............
..มีชีวาของพวกเขา ให้เราชม.........
......................................................................................................
หุหุ เอ้า บ้ายอ แถมอีกอัน ผมเขียนในห้องแจส แด่ ไมล์ส เดวิส

..................1926-1991 = 65 MILES..........................

.... ห่างกี่ไมล์ไม่เลือนเหมือนยังอยู่.............
kind of blues ปลาบแปลบบลูส์แบบไหน.............
miles ahead เลือนลางยิ่งห่างไกล...............
so what เห็นเป็นไมล์ดีใจนัก.......................

...แล้วก็ถึงซึ่งจุดไมล์สุดท้าย.......
พบจุดหมายมองเห็นเหมือนเป็นหลัก....
'day my prince will come และนำรัก..............
เอาป้ายไมล์มาปักว่ารักไมล์..............

... หกสิบห้าไมล์ทองของชีวิต............
ดูน้อยนิดจริงจริงคนยิ่งใหญ่.............
เพลงทรัมเป็ทกึกก้องสองหมึ่นไมล์.................
ยังยินอยู่รู้ได้ MILES DAVIS................................
......................................................................................................................................
ผมนี่รู้ไรชอบไรแต่ไม่รู้ลึกครับ ที่จริงผมชอบฟังเพลงพวกแจสครับ
ก็ไม่ได้ฟังเพราะคิดว่า จะทำให้ตัวเองดูดีมีคลาสไรหรอกครับ ทั้งพวกเพลงคลาสสิกด้วย
บอกเหตผลไม่ได้หรอกครับ และจะให้วิจารณ์ว่าดีไม่ดีอย่างไร ก็ไม่ได้เหมือนกัน
ผมไม่ได้ยึดหลักว่าแจสหรือเพลงคลาสสิกนี่ต้องศึกษาให้รู้แน่ จึงฟังได้ดี เข้าใจ
ผมชอบผมก็ไปหามาฟัง บางทีเรียกประเภทเขาไม่ถูกหรอกครับ
แต่เห็นว่า หูเรารับได้ เพราะดี เล่นดีนีหว่า ก็แค่นั้นเองครับ
หากไปคุยกับคนที่เป็นเซียนแจส ก็คงคุยไม่รู้เรื่อง แต่คงฟังเขาบอกเขาแนะนำได้อยู่
ก็ไปฟังที่เขาเล่นสดๆบ้าง ตามแจสคลับ หรือ ของเจ วีซี แจส เฟ็สติวอล ที่มีจัดทุกปี

แฟนผมทำงานในตึกเดียวกับบริษัทที่ทำเพลงแจสของพวกศิลปินแจสเก่าๆ
เขารู้จักกันดี เลยเป็นผลมาถึงผม ได้เพลงแจสที่เขาทำมา ให้ผมฟรีก็หลายแผ่น หลายตังค์อยู่
บริษัทนั้น ชื่อ32 JAZZ คนร่วมหุ้นคนหนึ่งเป็นนักดนตรีแจส มีชื่อเสียงคนหนึ่ง
Houston Person นักเทเนอร์แซกโซโฟน ที่มีผลงานอัดเพลงเกือบร้อยแผ่น หรือมากว่า
ผมได้เพลงจากนาย ฮุสตั้น มาด้วยหลายแผ่น
แต่มีอะไรอย่างหนึ่ง นอกจากรูปในอัลบั้ม ทำให้ผมหวลกลับไปคิดถึง ....................

วันหนึ่ง ในปี 1991 ที่ผมยังขับแท็กซี่ ประมาณเดือนSeptember
ผมรับชายคนผิวดำคนหนึ่ง วัยสักสี่สิบได้นะ จากแถวถนน 46th ระหว่าง 8-9th Avenue
ในมือถือกล่อง สำหรับอุปกรณ์ดนตรี ก็คงเป็นแซกโซโฟน ผมพอดูออก
พอแกขึ้นมา แกก็เริ่มมาก่อนเลย เมื่อได้ยินเพลง
จากสถานีวิทยุที่ผมเปิดในรถประจำ ก็คือ FM 88.3 หรือ แจส88
." Hey,..You like jazz haa ? "
ผมก็ยิ้มให้แก บอกเหมือนว่า ก็โอเคนะย ู ฟังได้
ผมกดมีเตอร์เมื่อแกบอกจุดหมาย
" Blue Note ...You know ...don't you? "
ผมบอก ผมรู้จัก แล้วผมก็ออกรถ นายคุณมืดหน้าตาใจดี คนนี้ก็ฟังเพลงแจสจากในรถไป
มีบางครั้งก็ชวนผมคุยถึงเรื่องแจสที่ผมเพิ่งเริ่มจะหัดฟัง
แต่ทันใดนั้น มีข่าวจากสถานีแทรกมาแบบด่วนเลยว่า
" Miles Davis DIES at age 65"
นายพี่มืดทำท่าตกใจมากเลยกับข่าว กล่าว โอ มายก้อด
แล้วเงี่ยหูฟังรายละเอียด การตายของ นายไมล์ส เดวิส
ผมก็ไม่อยากถามไรแกมาก เพราะยังไม่ได้รู้สึกลึกซึ้งกับนายไมล์ส คนดังเท่าไรอยู่
นายคนมืดถามผมว่า ยูรู้จักชอบเพลงนายเดวิสไหม
ผมก็ว่า ก็ฟังบ้าง และกล่าวไรในทำนอง วีมิสฮิมนะยู
เมื่อก่อนจะถึงบลูโนท รายการเพลงจากสถานีก็เปิดเพลงแจสเหมือนเก่า
นายคนมืดพูดบอกผมว่า "They 're playing my tune"
ผมฟังก็เป็นเพลงแซกโซโฟนแนว ballad จากเพลงดังเพลงหนึ่ง
ผมเลยถามไปว่า "Are you.......?"
แกตอบผมว่า " Houston Person ..I am playing here tonight"
..........................................................................................................................................
ที่ STARY NIGHT CLUB ส่วนหนึ่งของ Museum of American History
เมื่อสักสามเดือนที่ผ่านมา วันนั้นผมได้ไปดูฟรีแจสที่นี่
หลังจากได้ดูจากหนังสือโปรแกรมแจส
คนเล่นเป็นคนมืด อายุเลยหกสิบกว่าๆ แต่หน้าตา ยังมีแววใจดี
ผมได้ดูการเล่นของแก แบบนั่งแถวหน้าด้วยละ หนึ่งชั่วโมงเต็ม
เมื่อการแสดงจบลง ผมกับน้องผู้หญิงที่ไปด้วยกัน
ได้มีโอกาศขอถ่ายรูปกับแกด้วย แกยินดีและท่าทางอยากบริการเรา ที่เห็นหน้าเอเชียๆ
สำหรับผมนั้น ผมถามท้าวความก่อนเก่า เรียกความจำของแก
ถึงวันหนึ่ง วันตายของไมล์ส เดวิส เดือนกันยาปี 91
ที่แกรับรู้เมื่อขณะนั่งแท็กซี่นิวยอร์กของกระเหรี่ยงคนนี้
ไม่น่าเชื่อ แกจำได้ครับ
" Thank You ....MR. PERSON- HOUSTON PERSON"























Create Date : 31 ตุลาคม 2548
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2548 4:48:53 น. 3 comments
Counter : 365 Pageviews.

 
รูปจากซ้ายไปขวา
1,หุหุ แท้กซี่วันฮัลโลวีนกับ Houston Person
2,Outfit ของ Ella Fitzgerald
3,แซกโซโฟน Charlie Parker อันนี้มีคนประมูลไปสองแสนกว่าเหรียญ
4, Miles Davis


โดย: smartupid วันที่: 31 ตุลาคม 2548 เวลา:14:22:08 น.  

 
อิอิอิ

เข้ามาอ่านค่ะ

ไม่ได้มานาน

เห็นรูปแล้วต๊กกะจายหมดเลย ---รูปแรกน่ะค่ะ


โดย: asita วันที่: 31 ตุลาคม 2548 เวลา:14:42:17 น.  

 
เข้ามาอ่านด้วยค่ะ
ติดใจตั้งแต่อ่านที่ห้องไกลบ้านแล้ว


โดย: grappa วันที่: 31 ตุลาคม 2548 เวลา:19:21:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

smartupid
Location :
New York United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




กรุณาตรวจตราสิ่งของก่อนลงจากรถไป แค่ลืมหัวใจไว้ในรถ คนขับก็สดชื่น.... โอ่เค้
Please check your belongings before leaving my cab, just leave your heart here ...Thank You
Friends' blogs
[Add smartupid's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.