Group Blog
 
All Blogs
 

ผงวิเศษ ตราร่มชูชีพ

ที่จริงยาใส่แผลที่ชื่อ "ผงพิเศษ ตราร่มชูชีพ" น่าจะถูกเก็บเข้าพิพิธภัณฑ์ไปนานแล้ว ในฐานะที่เป็นตำนานของยารักษาสิวในสมัยคุณแม่ยังสาว แต่นี่ปาเข้าไป 56 ปีเต็ม หรืออาจจะเรียกว่าครึ่งค่อนอายุคนแล้ว (จนคุณแม่ไม่มีสิวให้รักษา) ผงพิเศษ ตราร่มชูชีพ ก็ยังอยู่ยงคงกระพัน เคียงคู่วิถีชีวิตคนไทยมาได้จนถึงทุกวันนี้ และไม่ว่าคุณหรือใครก็ตามที่เคยผ่านวัยสิวมาแล้ว อย่าปฏิเสธเชียวล่ะ ว่าคุณไม่รู้จักและลองใช้สินค้ายี่ห้อนี้ คงไม่ต้องอายหรอกถ้าจะบอกกับใครๆ ว่า ใบหน้าที่เนียนใสของคุณเคยสัมผัสกับผงพิเศษ ตราร่วมชูชีพ มาแล้ว เพราะแม้แต่ดารา นางงาม หรือกระทั่งวัยรุ่นหนุ่มสาวยุคใหม่หลายคนก็ยังจงรักภักดีต่อสินค้ายี่ห้อนี้อยู่แล้วอย่างนี้จะปฏิเสธได้หรือ ว่านี่คือหนึ่งในสุดยอดแบรนด์ไทยที่คนไทยไม่ควรลืม

Generation 1

ผงพิเศษ ตราร่มชูชีพ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่เคยทำให้ใครผิดหวังและรับใช้คนไทยมานานถึง 56 ปี ด้วยสรรพคุณที่ไม่เกินเลย เพราะชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าพิเศษจริงๆ ดังคำโฆษณาในแผ่นพับชิ้นหนึ่งที่อ่านแล้วก็อดยิ้มตามไม่ได้ มีใจความว่า "ถ้าไม่ใช้ผงพิเศษ ตราร่มชูชีพ...ท่านจะรู้สึกเสียใจภายหลัง" ผู้ที่สร้างตำนานแบรนด์เนมชื่อดังรายนี้คือ คุณสมเกียรติ ศุภโกวิท ปัจจุบันอายุ 88 ปี เป็นชาวจังหวัดแพร่ จบปริญญาตรีคณะวนศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เคยรับราชการที่กรมป่าไม้ ต่อมาได้ลาออกมาประกอบอาชีพค้าขายและรับเหมาก่อสร้าง หลังจากสะสมทุนรอนได้ก้อนหนึ่งจึงคิดที่จะลงทุนทำธุรกิจเป็นหลักแหล่ง โดยอาศัยความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาทางด้านพืชศาสตร์ทำให้พอมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องสมุนไพรอยู่บ้าง จึงคิดริเริ่มทำยาขาย

ปี 2491 ยาใส่แผลที่ชื่อผงพิเศษก็ได้ออกวางจำหน่ายเป็นครั้งแรก หลังจากคิดค้นส่วนผสมของตัวยาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อมาคือการตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ ซึ่งถือเป็นการบ้านที่ทำให้คุณสมเกียรติต้องคิดหนักเอาการ จนวันหนึ่งเขาไปนอนพักสมองอยู่ใต้ต้นประดู่หลังวัดเทพศิรินทร์ แหงนมองบนฟ้าเห็นเครื่องบินลำหนึ่งบินผ่านพร้อมกับร่มชูชีพกางเต็มท้องฟ้า นาทีนั้นความคิดวาบหนึ่งก็ผุดขึ้นทันทีว่า นี่แหละคือเครื่องหมายการค้าของเขา เหตุการณ์บ้านเมืองในยุคนั้นเพิ่งจะผ่านพ้นจากสงครามโลกครั้งที่ 2 มาได้ไม่นาน ผู้คนยังติดภาพของความโหดร้าย ฉะนั้น หากร่มชูชีพเปรียบได้กับสัญลักษณ์ของการช่วยชีวิตผู้คนให้รอดพ้นจากสงคราม ผงพิเศษ ตราร่มชูชีพ ก็เป็นเสมือนยาชนิดหนึ่งที่จะช่วยเยียวยารักษาแผลได้

.................................

Generation 2

หลังจากนายห้างขายยาชื่อดังเริ่มวางมือ จึงมาถึงผู้สืบทอดรุ่นที่ 2 พล.ต.อ. บุญศรี หุ่นสวัสดิ์ บุตรเขยเพียงคนเดียวที่เข้ามารับช่วงต่อ พล.ต.อ. บุญศรี เล่าย้อนเรื่องราวกลับไปให้ฟังว่า ในสมัยที่พ่อตาเริ่มผลิตยาออกวางจำหน่ายครั้งแรกนั้น ต้องต่อสู้โดยลำพังมาตลอด โดยเป็นทั้งผู้คิดค้น ผู้ผลิต และต้องเดินเร่ขายด้วยตัวเองจนรองเท้าสึกไปหลายคู่ ยุคต่อมาจึงพัฒนามาใช้รถฉายหนังกางแปลง หรือที่ชาวบ้านคุ้นเคยกันดีว่า "หนังขายยา" โดยออกตระเวนฉายหนังไปตามหมู่บ้านและชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ หลังจากเร่ฉายหนังขายยาอยู่พักใหญ่ คุณสมเกียรติจึงมองการณ์ไกลไปอีกขั้นหนึ่งว่า จากนี้ไปจะต้องลงทุนครั้งใหญ่ในการใช้สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อจะก้าวไปสู่ระบบอุตสาหกรรมเต็มตัว

"ในเรื่องการใช้สื่อโฆษณา เรียกได้ว่าพ่อตาผมมีความคิดนี้เป็นคนแรกๆ ในยุคนั้นก็ว่าได้ โดยใช้ดวงตา ตุงคะมณี เป็นพรีเซนเตอร์ ซึ่งหนังโฆษณาชุดนั้นคนรุ่นเก่าๆ น่าจะจดจำกันได้ ถ้าเห็นดวงตา ตุงคะมณี ก็ต้องนึกถึงผงพิเศษ ตราร่มชูชีพ" ทว่าผลจากความโด่งดังในครั้งนั้น กลับกลายเป็นช่องทางให้บางบริษัทผลิตยารักษาสิวขึ้นเลียนแบบ ทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ จากนั้นจึงมีกฎหมายออกมาบังคับใช้ว่า หากเป็นยาที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสิว ไม่ว่ายี่ห้อใดก็ตาม ต้องถือเป็นยาอันตรายทั้งสิ้น รวมถึงการตั้งชื่อสินค้าจะต้องไม่เป็นการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง เดิมทีผลิตภัณฑ์ยาเทวดาชิ้นนี้มีชื่อดั้งเดิมว่า "ผงวิเศษ" จนในที่สุดก็ได้เปลี่ยนมาเป็น "ผงพิเศษ" เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ อีกหลายยี่ห้อก็ต้องถูกเปลี่ยนชื่อไป อาทิ ยาทัมใจ (ทันใจ) ยาบวดหาย (ปวดหาย) ฯลฯ สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยก็คือ แพ็คเกจจิ้งและดีไซน์ที่คงเอกลักษณ์มาตลอด 56 ปี








Generation 3

ผงพิเศษ ตราร่มชูชีพ เป็นสินค้าเพียงชนิดเดียวของบริษัท แต่กลับสามารถยืนอยู่ได้จนถึงครึ่งศตวรรษ นับว่าเป็นตำนานไม่มีทางปิดฉากลงง่ายๆ และหากจะบอกว่าอีกไม่นานผลิตภัณฑ์น้องใหม่ภายใต้สัญลักษณ์ร่มชูชีพกำลังจะแจ้งเกิดในเร็วๆ นี้ ก็คงได้ฮือฮากันอีกระลอกเป็นแน่ ใครจะรู้ว่าวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของคุณสมเกียรติจะมองไปไกลจนถึงรุ่นหลาน โดยการวางแผนให้ลูกชายคนโตของ พล.ต.อ. บุญศรี สืบทอดกิจการนี้ต่อไป

"พ่อตาของผมอยากให้หลานเรียนทางด้านเภสัชฯ ตอนนี้ก็ได้เรียนจบทางด้านเภสัชกรรมและไปต่อโทสาขาเดียวกันที่มหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจ และปริญญาโทด้านบริหารอีกหนึ่งใบ ปัจจุบันรับราชการอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ แผนกปรุงยา ซึ่งอยู่ในสายอาชีพของครอบครัวโดยตรง"

พล.ต.อ. บุญศรี แอบหงายไพ่ใบสุดท้ายให้ฟังอีกว่า "ตอนนี้ลูกชายก็กำลังคิดขยายผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มขึ้น เร็วๆ นี้ก็คงออกสู่ตลาดแล้ว" บอกให้ก็ได้ว่าผลิตภัณฑ์น้องใหม่ที่ว่านี้ก็คือ "ยาหม่อง ตราร่มชูชีพ" ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเตรียมทำหนังโฆษณาชิ้นใหม่ที่จะออกสู่สายตาเราอีกไม่นาน โดยใช้พรีเซนเตอร์เจ้าเก่า ดวงตา ตุงคะมณี รีเทิร์น




 

Create Date : 10 มีนาคม 2548    
Last Update : 10 มีนาคม 2548 12:12:57 น.
Counter : 3234 Pageviews.  

กว่าจะเป็น siam sq (4 )

ต่อมาก็ถึงยุค center point จะเล่าให้ฟังนิดนึง ก่อนจะมาเป็น center point นั้น จริงๆแล้วที่ตรงนั้น เค้าอยากจะทำตึกสูงหกชั้นไว้สำหรับ เป็นที่รวมของเหล่าโรงเรียนกวดวิชา เพื่อความเป็นระเบียบ แต่พอเกิดปัญหาเศรษฐกิจทำให้ การก่อสร้างหยุดชะงัก ไม่สามารถดำเนินงานต่อไปได้ จึงนำที่ตรงนั้นให้คนอื่นเช่าต่อ (ให้ใครเช่าต่อไม่แน่ใจ) ประกอบที่ตรงนั้นอยู่ใจกลางสยามพอดี สยามนั้นมีขนาด กว้างxยาว 500x200 เมตร ซึ่งก็นับว่าทำเลดีอยู่แล้วเพราะล้อมด้วยถนน พอมี certer point อยู่ตรงกลางก็เลยทำให้เป็นศูนย์รวมที่นัดหมายไปกันใหญ่ จนทุกวันนี้ centerpoint นั้นเข้าไปอยู่ ในทำเนียบตุดท่องเที่ยวของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยแล้ว ประมาณว่าคุณมากรุงเทพนะ คุณจะพลาดที่ๆ นี่ไปไม่ได้
ทุกวันนี้ สยามกลายเป็นแหล่งแฟชั่น จุดรวมพลของบรรดาวัยรุ่น คุณอยากอัพเดทอะไร คุณอยากรู้ว่าตอนนี้แฟชั่นเค้าไปถึงไหน คุณต้องมาที่นี่ ถ้าไม่อยากล้าสมัย ตกแนว คุณต้องมาที่สยามอย่างน้อยเดือนล่ะครั้ง สมัยก่อนจำได้ตอนตู้สติ๊กเกอร์กะลังบูม สยามก็มีไอ้ตู้นี้ล่ะที่แรก ชานมไข่มุก ตอนนั้นก็หาได้ที่สยามที่เดียว ถ้าคุณอยากฟังเพลงหายากหรือ เพลงใต้ดิน คุณก็หาได้ที่นี่ แม้แต่คุณอยากมาเดินดูวัยรุ่น หน้าตาหล่อๆ สวยๆที่นี่ก็มีเพียบเช่นกัน ดาราวัยรุ่นหลายคนก็เกิดจากที่นี่ แมวมองหลายคนก็มาหาดารา นักร้องจากที่นี่ เช่น มอส เต๋า และอีกหลายๆคน




 

Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2548    
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2548 11:00:24 น.
Counter : 158 Pageviews.  

กว่าจะเป็น siam sq (3)

จากนั้นสยามก็เป็นที่รวมของเหล่าแฟชั่นนำสมัย วัยรุ่น สถานที่กวดวิชา แหล่งรวมเหล่านักช้อป จนเวลาต่อมาก็มี siam discovery ซึ่งก็เป็นที่ช้อปปิ้งของคนอีกกลุ่ม ที่ตรงนั้นก็จะมีทั้ง MBK SiamDiscovery SiamCenter SiamSq ซึ่งแทบจะครอบคลุมไปหมดทุกอย่าง คุณแทบจะหาของได้ทุกอย่างจากการมาสยามครั้งเดียว รวมทั้งสยามเนี่ย ถ้ามองทางด้านจุดยุทธศาสตร์แล้ว สยามนั้นเป็นที่ต่อรถของคนมากมาย ที่เป็นตัดกันของรถเมล์หลายสาย เพราะถ้าจะมองแล้ว สยามเป็นที่ตัดกันของถนนสายสำคัณสองสายของประเทศไทยเลยทีเดียว คือ สายสุขุมวิทและสายที่มาจากอนุสาวรีย์(จำชื่อไม่ได้ อภัยด้วย) ยิ่งตอนหลังยังเป็น interchange station อีกด้วย คนก็ยิ่งเยอะไปกันใหญ่




 

Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2548    
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2548 22:53:18 น.
Counter : 158 Pageviews.  

กว่าจะเป็น siam sq (2)

ช่วงต่อมาน่าจะเป็นช่วงที่เริ่มสร้างมาบุญครอง และสยามเซ็นเตอร์ คนเริ่มมาจับจ่ายใช้สอย ช้อปปิ้งมากขึ้น แต่ช่วงนั้นก็ยังไม่นับว่าเป็นแหลวงรวมของวัยรุ่นอย่างแท้จริง จนมาช่วงที่โรงเรียนกวดวิชาเริ่มบูม โรงเรียนแล้วโรงเรียนเล่ามาเปิดตัวกันที่สยาม คงเนื่องมาจากใกล้โรงเรียนดังอย่าง เตรียมอุดมและใกล้มหาลับชื่อดังอย่างจุฬา จึงเป็นแหล่งรวมเหล่าอาจารย์เก่งๆ ที่พากันมาสอนที่สยาม เนื่องจากว่าใกล้ อย่างเช่นช่วงแรกๆ ก็จะมี appied physics อังกฤษ อ.เสาวณิต Anopco ชีวะ อาจารย์ไรนะที่ดุๆ หน่อย The Brain เรียนไปด้วย ฮาไปด้วย พอเป็นแหล่งรวมของบรรดาขาโจ๋ทั้งหลาย สิ่งต่างๆก็เริ่มตามมาไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น ร้านค้าต่างๆ ที่นี้สยามก็ไม่ได้ขายแต่อาหารอีกต่อไป ก็จะเริ่มมีร้านค้า เสื้อผ้าต่างๆ ตามมา ร้านต่างๆก็ปรับแต่งให้เข้ากับวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ฟาสฟู้ด อะไรใหม่นำสมัย หาได้ที่สยาม




 

Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2548    
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2548 22:35:48 น.
Counter : 162 Pageviews.  

กว่าจะเป็น siam sq (1)

เริ่มก่อสร้างเมื่อ 2509 โดย บริษัท south eastern เช่าที่มาจาก จุฬา แล้วมาสร้างตึกแถวอาคารพาณิชย์ พร้อมด้วยโรงหนังอีกสามโรง สมัยนั้นที่แถวนั้นๆ ยังเป็นที่ว่างๆ โล่งๆ ไม่มีใครสนใจ แต่พอมีอาคารพาณิชย์ มีโรงหนังถึงสามโรง ซึง่ เป็นที่ฮือฮามากในสมัยนั้น หนังที่นำมาฉายส่วนมาก ก็เป็นคนล่ะเรื่อง ไม่ชอบดูเรื่องนี้ที่โรงนี้ ก็เดินไปอีกโรงก็ได้ ช่วงนั้นร้านที่เปิดในสยามส่วนมากก็เป็นร้านอาหารเช่น ร้านกิเลน เป็นต้น เป็นร้านอาหารที่ไม่ใช่แนวปัจจุบัน (ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าแนวอะไร)




 

Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2548    
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2548 22:35:36 น.
Counter : 194 Pageviews.  


bb8
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add bb8's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.