ถ้าทุกคนยืนอยู่ฝั่งพระเจ้ากันหมด โลกคงน่าเบื่อแย่..!!
Group Blog
 
All blogs
 
บทความ : เรื่อง งานวรรณกรรมออนไลท์

บทความ : เรื่อง งานวรรณกรรมออนไลท์

ในยุคที่อินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทมากประหนึ่งส่วนหนึ่งของชีวิตเช่นในปัจจุบัน พลอยทำให้บรรดานักเขียน และนักอยากเขียน ทั้งน้อยใหญ่ต่างหันเหความสนใจมุ่งหมายไปเอาดีในด้านนี้กันเป็นแถว ซึ่งบรรดาผู้ให้บริการความบันเทิงในอินเทอร์เน็ตที่หัวใสหยิบยกเอาประเด็นนี้ มาสรรค์สร้างเว็บไซต์สนองตอบความต้องการเขียนกันอย่างมากมาย ซึ่งนั่นนับว่าเป็นเรื่องดีที่ช่วยทำให้วงการวรรณกรรมในบ้านเราได้มีการปั้นนักเขียนจากอินเทอร์เน็ตขึ้นมาประดับวงการนักเขียนได้อีกหลายต่อหลายคน

จากรูปแบบเดิมๆของการเขียนงานที่ต้องได้รับการยอมรับจากกองบรรณาธิการจึงจะได้ตีพิมพ์หนังสือซักเล่ม แถมยังกินเวลาในการพิจรานาอีกหลายเดือน ประกอบทั้งต้องรอพิมพ์อีกนานโข กลับถูกสื่อที่เรียกว่าอินเทอร์เน็ตแปลงโฉมรูปแบบกระบวนการเหล่านี้ใหม่เสียจนเอี่ยมอ่อง ผู้พิจรานากลายเป็นจำนวนเรทติ้งผู้เข้าชม และเสียงตอบรับในรูปแบบผมโหวตแทน ซึ่งยิ่งผู้ยิ่งได้รับการกล่าวถึงในอินเทอร์เน็ทมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะมีแมวมองของสำนักพิมพ์ต่างๆมาติดต่อเซ็นสัญญาให้ได้รับการตีพิมพ์ก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

ด้วยเหตุผลดังกล่าว บรรดานักอยากเขียนจึงแข่งขันการสร้างสรรค์งาน และโปรโมทผลงานของตนเองในอินเทอร์เน็ทอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยทุกคนต่างมุ่งหวังที่จะได้รับโอกาสนั้น และได้ก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวงการนักเขียนมืออาชีพของไทยอย่างเต็มภาคภูมิ….

ถึงจะกล่าวว่า การริเริ่มเขียนงานลงในเว็บไซต์ต่างๆในอินเทอร์เน็ทนั้นนับเป็นก้าวแรกในมุ่งเข้าสู่วงการนักเขียนมืออาชีพ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงก็ใช่ว่าผู้ที่มีความสามารถจะได้ไต่เต้าขึ้นไปสู่วงการเหล่านั้นได้อย่างง่ายๆ เพราะบางครั้งถึงแม้ว่างานของบางคนจะถูกสร้างขึ้นมาอย่างตั้งอกตั้งใจ และมีเนื้อหาที่ดีเลิศขนาดไหนก็ตาม ในโลกของอินเทอร์เน็ทที่กว้างขวางเปรียบเสมือนห้องสมุดขนาดใหญ่แล้ว ผลงานหนึ่งชิ้นในนั้นก็ไม้ต่างอะไรไปกับหนังสือเล่มหนึ่งที่ถูกวางแทรกอยู่กลางหนังสือเล่มอื่นนับพันๆเล่มเท่านั้น การที่จะมีคนอ่านเข้ามาหยิบอ่านหนังสือเล่มที่เราเขียนนั้นเป็นไปได้ยากมาก เผลอๆคนอ่านเขาจะเดินผ่านไปเสียดื้อๆอย่างไม่ใยดีเสียด้วยซ้ำ

ดังนั้น นักเขียนในอินเทอร์เน็ทจำนวนมากจึงมีการเรียนรู้ที่จะใช้ปัจจัยอื่นๆเข้ามาเป็นตัวช่วยในการดึงดูดผู้อ่านเข้ามาอ่านงานเขียนของตนให้ได้ เรียกได้ว่าไม่เอาด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล เพราะหากมีผู้อ่านหลงเข้ามาอ่านผลงานบางส่วนของเราแล้ว หากงานของเราถูกอกถูกใจผู้อ่าน ก็จะเกิดพฤติกรรมการเข้ามาซ้ำๆจากผู้อ่านเหล่านั้นเอง ดังนั้นวิธีการดึงคนอ่านของนักเขียนใน

อินเทอร์เน็ทจึงนับเป็นการชิงไหวพริบกันเป็นอย่างมาก โดยมีรูปแบบการสร้างจุดเด่นให้กับผลงานของตนเองหลักๆนั้น ได้แก่ การใช้รูปภาพประกอบเรื่องในการดึงดูดผู้อ่าน,การตั้งหัวข้อเกี่ยวกับผลงานของตัวเองในเว็บบอร์ดต่างๆบ่อยๆ เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความเคยชินกับชื่อเรื่องของเรา หรือแม้กระทั่งการเข้าไปโฆษณาผลงานกับกลุ่มผู้อ่านโดยตรงผ่านอีเมลย์ก็ยังมี

แต่... สิ่งที่ยากที่สุดในการเขียนงานวรรณกรรมลงในอินเทอร์เน็ทกลับไม่ได้อยู่ที่การดึงดูดให้ผู้อ่านมาอ่านผลงานของเรา แต่มันอยู่ที่การที่เราจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนั้นไปได้จนตลอดรอดฝั่งหรือไม่ต่างหาก เพราะเท่าที่ผ่านมามีผลงานทางวรรณกรรมจำนวนมากที่ผู้อ่านให้ความสนใจ พร้อมทั้งเฝ้ารอคอยให้นักเขียน เขียนตอนต่อไป แต่ตัวนักเขียนเองกลับประสบปัญหาในเรื่องต่างๆที่ไม่อาจทำให้สามารถเขียนงานเรื่องดังกล่าวได้จนจบ บางเรื่องถึงขนาดต้องปล่อยทิ้งค้างอยู่นานหลายเดือน หรือ บางเรื่องถึงขนาดที่นักเขียนต้องปล่อยทิ้งให้ถูกลืมไปเลยก็มีตัวอย่างในเรื่องดังกล่าวให้เห็นอยู่อย่างมากมาย

ยิ่งเป็นนักเขียนที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นเท่าไหร่ ความกดดันก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่สำคัญที่สุดอย่างเรื่องของการ “ละเมิดงานเขียน” หรือ การก็อปปี๊ผลงานนั่นเอง ซึ่งนักเขียนส่วนใหญ่มักจะกลัวกันมากในเรื่องนี้กันมาก เพราะหากผลงานที่คนเขียนอุตส่าห์คิดมาจนแทบตายถูกคนอื่นนำไปเผยแพร่ต่อโดยเจ้าตัวมิได้ยินยอมแล้ว ผลกระทบที่ตามมาอาจหนักหนาถึงขั้นฟ้องร้องกันไปมา หรือ ทำให้นักเขียนคนนั้นหมดกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงาน บางคนถึงขนาดเลิกเขียนงานไปเลยก็มีให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ

ดังนั้น.... การนำเสนอผลงานเขียนของตนเองทางอินเทอร์เน็ทจึงเปรียบเสมือนดาบสองคม ที่มีทั้งโอกาสที่ดีในการก้าวเข้าไปในสู่วงการนักเขียน แต่บางครั้งก็อาจจะกลายเป็นการทำลายความเชื่อมั่นในการสร้างสรรค์ผลงานของนักเขียนคนนั้นไปเลยก็ได้เช่นกัน

ถึงจะกล่าวว่าการเผยแพร่งานเขียนในอินเทอร์เน็ทจะมีทั้งผลกระทบที่ดี และผลเสียก็ตาม แต่ก็ยังเป็นที่น่ายินดีว่าเด็กไทยในปัจจุบันนั้นหันมารักการเขียนกันมากขึ้น ซึ่งสามารถดูได้จากยอดผลงานวรรณกรรมเรื่องใหม่ๆที่สำนักพิมพ์ต่างๆนำออกมารวมเล่มวางขายในปัจจุบัน ถ้าหากผู้อ่านสังเกตจะเห็นได้ว่าช่วงอายุของคนที่ได้ร่วมเล่มผลงานวรรณกรรมนั้นมีอายุลดลงเรื่อยๆ จนปัจจุบันแม้แต่เด็ก ม.3 ก็ยังสามารถสร้างสรรค์งานเขียนรวมเล่มออกมาได้อย่างสนุกจนน่าทึ่ง

นับว่าอย่างน้อยที่สุดโลกของอินเทอร์เน็ทที่ผู้ใหญ่พากันมองว่าเป็นโลกของความยุ่งเหยิง และมีแต่สื่อที่บุตรหลานไม่น่ารับชม ก็ยังมีเว็บไซต์สำหรับวรรณกรรมที่ช่วยเป็นสื่อกลางในการสร้างเสริมจินตนาการ และช่วยปลูกฝังการรักการเขียนให้เด็กไทยในปัจจุบัน มากขึ้น ซึ่งนับเป็นผลดีที่ช่วยให้เด็กไทยได้พัฒนาตนเองในการเขียนไปได้ในระดับหนึ่ง นอกเหนือจากการเรียนการสอนตามปกติในโรงเรียนไม่น้อยทีเดียว...


*****************************************************************************************






Create Date : 16 มิถุนายน 2550
Last Update : 16 สิงหาคม 2550 22:38:37 น. 3 comments
Counter : 565 Pageviews.

 

ยาวอะ


โดย: warot321 IP: 125.25.141.129 วันที่: 29 มกราคม 2551 เวลา:20:30:16 น.  

 
เนื้อหาดีมากๆ


โดย: ปุ๋ย IP: 58.10.36.53 วันที่: 20 มิถุนายน 2551 เวลา:15:09:10 น.  

 
เนื้หาดีมีสาระมากๆค่ะ..........


โดย: วราภรณ์ IP: 222.123.250.254 วันที่: 5 มิถุนายน 2552 เวลา:11:27:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อัจฉริยะมืด
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add อัจฉริยะมืด's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.