ถ้าทุกคนยืนอยู่ฝั่งพระเจ้ากันหมด โลกคงน่าเบื่อแย่..!!
Group Blog
 
All blogs
 
คนที่หนาวเหน็บที่สุด

คนที่หนาวเหน็บที่สุด

ในปัจจุบันสังคมของมนุษย์เรานั้นไม่ว่าชนชาติไหนๆต่างก็มุ่งไปในทิศทางเดียวกัน กล่าวคือมนุษย์ทุกคนนั้นมีจุดร่วมเป็นถนนเส้นเดียวกันที่ทั้งเล็ก และแคบจนสามารถเดินผ่านไปบนถนนเส้นนั้นได้เพียงคราวละหนึ่งคนเท่านั้น แต่ทุกคนต่างก็ยินดีที่จะต้องแก่งแย่งชิงดีกันเพื่อได้สิทธิขึ้นไปเดินบนถนนเส้นนั้น ทั้งๆที่มันต่างเต็มไปด้วยทางคดเคี้ยววกวนและเต็มไปด้วยภยันตรายที่คาดไม่ถึง... แต่ทุกคนก็ยังอยากที่จะก้าวขึ้นไปบนเส้นทางนั้น แม้จะต้องแก่งแย่งและเบียดเสียดกันขึ้นไปอย่างยากลำบากก็ตามที

“ คนที่อ่อนแอ” ต้องทนกับความเบียดเสียดยัดเยียดและยอมทีจะค่อยๆก้าวเท้าไปกับคนอื่นๆอย่างช้าๆ ในขณะที่คนที่แข็งแรงกว่าและกลายเป็น “ผู้ชนะ” ก็จะเหยียบย่ำลงไปบนร่างของผู้อ่อนแอที่พ่ายแพ้ต่อตนเองต่างบันไดขึ้นไปทีละขั้นๆอย่างรวดเร็ว แต่บางครั้งความกระหยิ่มยิ้มย่องนั้นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ชนะกลับกลายมาเป็นหนึ่งในผู้แพ้ได้อย่างง่ายดาย เพราะเมื่อผู้ชนะเหยียบลงไปบนร่างของผู้แพ้ที่ไม่ยอมสยบต่ออำนาจของตนตอนใด ตอนนั้นล่ะที่ผู้พ่ายแพ้จะลุกขึ้นฉุดกระชากผู้ชนะให้ลงมาให้ผู้ชนะกลายเป็นหนึ่งในผู้แพ้โดยทันที

ดังนั้นผู้ชนะจึงต้องก้าวเดินไปอย่างรวดเร็ว และในขณะเดียวกันนั้นก็ต้องอยู่บนเส้นทางนั้นด้วยความหวาดระแวงกลัวว่าวันใดจะมีคนลุกขึ้นมาจากพื้นดินเบื้องล่างแล้วฉุดกระชากตนเองลงไปเป็นส่วนหนึ่งของธุลีดิน.... มันเป็นความรวดเร็วที่แลกมาด้วยความหวาดกลัว

ในขณะที่ผู้อ่อนแอที่ดูท่าทางรักใคร่ช่วยเหลือซึ่งกันและกันดีก็ตาม พวกเขาก็มีความกลัวของตนเอง แต่ความกลัวเหล่านั้นหากยิ่งใกล้สุดปลายทางของถนนเส้นนี้เท่าใด ความกลัวนั้นมันก็ยิ่งจะปรากฏออกมาขัดเจนมากเท่านั้น

“มนุษย์ คือ สัตว์กระหายเลือดชนิดหนึ่ง” คำพูดนี้ไม่เกินความจริง เพราะหากยิ่งใกล้สุดปลายทางเส้นนี้เท่าใด สีหน้าและแววตาที่แสดงความเป็นมิตรและความห่วงใยซึ่งกันและกันของผู้อ่อนแอมันจะกลับกลายเป็นแววตาของความตื่นเต้น ความหื่นกระหายที่จะก้าวไปข้างหน้าให้รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเมื่อใดก็ตามที่ผู้อ่อนแอทั้งหลายอยู่ในจุดที่สามารถจะเอื้อมมือไปคว้าสิ่งที่ต้องการได้ นั่นล่ะสัญชาติญาณดิบของคนเหล่านั้นก็จะระเบิดออกมา การฆ่าฟันที่โหดเหี้ยมที่สุดในบรรดาสัตว์ที่พิสมัยการฆ่าฟันกันเองที่สุดในโลกจะแสดงพฤติกรรมของมันออกมาเองโดยธรรมชาติ ผู้ที่พ่ายแพ้อีกครั้งจากการต่อสู้ตรงนั้นจะทอดกายลงบนพื้นดินรอคอยผู้ที่มาใหม่และคอยฉุดกระชากเหนี่ยวรั้งให้ลงมาอยู่ ณ จุดเดียวกับตนเอง

ส่วนผู้ที่รอดอยู่ท่ามกลางกองซากศพและคาวเลือดก็จะถูกตีหน้าประณามจากคนอื่นๆ และถูกผู้ที่เดินทางมาใหม่จากเบื้องหลังคอยจ้องที่จะแก้แค้นให้พวกพ้องที่มาก่อน และหวังที่จะฮุบเอาจุดสุดยอดที่เขาแลกมาด้วยเลือดและน้ำตา..... นี่ก็อยู่อย่างคนที่หวาดกลัว

สถานที่สำหรับ “ผู้แพ้” ในเส้นทางสายนี้ คือ พื้นดินที่เย็นเฉียบ สกปรกหยาบกระด้าง และอยู่อย่างไร้ศักดิ์ศรี แม้แต่กำลังที่จะลุกขึ้นยืนในวันถัดไปก็หามีไม่ พวกเขาจะคอยเพียงจ้องมองชะตากรรมของคนอื่นๆ คอยหลีกหนีเมื่อภัยเขามาใกล้ตัว คอยหัวเราะซ้ำเติมเมื่อคนอื่นประสบภัยและภาวนาให้คนอื่นเขาล่มจม ทุกๆวันจะผ่านไปอย่างเชื่องช้าและเฉื่อยชาและหวาดกลัวว่าซักวันตนเองจะพลาดพลั้งและถูกหัวเราะยามล่มจมเหมือนที่ตนเองกระทำใส่คนอื่นๆมาก่อน.... นี่ก็อยู่อย่างหวาดกลัว

ผู้ที่มีโอกาสได้อ่านคงจะคิดว่ามนุษย์เราทั้งสามตัวอย่างนั้น ต่างประสบชะตากรรมเดียวกัน นั่นคืออยู่ด้วยความหวาดกลัว ถ้าเช่นนั้นมนุษย์ทุกคนก็ต้องอยู่อย่างเป็นทุกข์เพราะความหวาดกลัวเช่นนั้นหรือ?

สิ่งที่กล่าวมาก็ไม่ถูกไปเสียหมด เพราะหากมีโจทย์ทางคณิตศาสตร์ขึ้นมาแล้วก็มักจะมีวิธีลัดในการทำโจทย์คณิตศาสตร์นั้นๆตามมาเสมอ เรื่องนี้ก็เช่นกันเพราะหากมีถนนขึ้นมาหนึ่งเส้นแล้วมันก็มักจะมีคนจำพวกหนึ่งที่คิดแตกต่างออกไปจากคนอื่นๆ แต่พวกเขาอาจถูกจัดเป็นสองพวกที่ “หนาวเหน็บ” ที่สุดบนเส้นทางของถนนสายนี้ก็เป็นได้

พวกแรกถูกเรียกว่า “พวกที่มีพรสวรรค์” พวกนี้จะเป็นผู้ที่ก้าวเดินไปบนเส้นทางสายนี้ได้อย่างว่องไวและรวดเร็วที่สุด พวกเขาฉลาดที่จะหลบหลีกและหาช่องทางเลี่ยงการต่อสู้ หาทางลัด และเจรจาหาพวกพ้องไว้เป็นฐานกำลังให้ตนเอง หากถนนที่ทอดยาวไปข้างหน้านั้นมืดมิดพวกเขาก็จะใช้ปัญญาประดิษฐ์ตะเกียงขึ้นส่องนำทาง ในขณะที่คนอื่นๆต่างยังมัวแต่ใช้มือคลำหาทางเดินไปต่อในความมืดมิด...

พวกเขาจะไม่ยอมเสียเปรียบผู้อื่น! และก้าวเดินไปอย่างรวดเร็วด้วยความมั่นใจ แต่โปรดอย่าลืมว่าผู้ที่ยิ่งอยู่นำหน้าผู้อื่นมากเพียงใด คนที่อยู่เบื้องหลังก็จะยิ่งถูกทิ้งห่างออกไปมากเท่านั้น จนในที่สุดเมื่อเขารู้สึกตัวว่าตนเองก้าวเดินมาข้างหน้าเร็วจนเกินไปนั้นเขาก็จะต้องยืนอยู่คนเดียวในความมืด แม้ความร้อนแรงและแสงที่ส่องประกายออกมาจากตะเกียงที่เขาประดิษฐ์ขึ้นมาจะร้อนแรงจนมอดไหม้ผิวกายซักเพียงใด ก็หาที่จะให้ความอบอุ่นได้ไม่ในถนนสายนี้.....

แม้พวกเขาจะไม่อยู่อย่างหวาดกลัวเช่นคนอื่นๆ แต่ต้องแลกมาด้วยความหนาวเหน็บต่อบรรยากาศ ความมืด สายตาที่แสดงความอิจฉาริษยาของคนรอบข้างและการกีดกันจากคนที่ยากจะยอมรับสิ่งใหม่ๆจากผู้ที่อยู่สูงกว่า และเสียงหัวเราะของผู้ที่ไม่เชื่อถือ....

พวกสุดท้ายที่กล่าวถึงในเรื่องนี้ พวกเขาถูกเรียกว่า “พวกนอกคอก” ที่คอยแต่จะคิดผิดแปลกแตกแยกไปจากสิ่งที่เราทุกคนเรียกกันว่ากฎ และคอยเดินสวนทางกับคนอื่นๆไปบ่อยๆ กล่าวคือหากมีถนนให้ก้าวเดิน พวกเขากลับเลือกที่จะเดินออกนอกเส้นทางที่กำหนดไว้และลุยเข้าไปในดงหญ้ารกริมทางด้วยความเต็มใจและมีความสุขในสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นั้น พวกนี้น่าอิจฉาที่กล้าจะทำ กล้าที่จะคิด กล้าที่จะพูด แต่โปรดอย่าลืมว่าทุกชีวิตต้องมีปัญหาของมันเอง พวกเขาต้องทนรับแรงกดดันรอบด้านจากการที่ไม่อยู่ในกรอบ และเสียงประณามจากคนอื่นๆที่กำลังก้าวเดินไปบนถนนพร้อมกับการขัดขวางการกลับขึ้นไปเดินบนถนนเคียงข้างกับคนอื่นๆ....

พวกเขาก็เป็นอีกพวกหนึ่งที่หนาวเหน็บราวกับเปลือยเปล่าบนถนนสายนี้! เพราะคนที่เดินนำหน้าคนอื่นอย่างรวดเร็วจนคนอื่นตามไม่ทันจะถูกมองว่าเป็นตัวประหลาดทำให้ถูกทิ้งไว้ลำพังเพียงคนเดียว และถูกหัวเราะเยาะในสิ่งใหม่ๆที่พวกเขากำลังสร้างสรรค์ขึ้นมา หาว่ามันไม่มีทางสำเร็จ เหมือนกับพวกนอกกรอบที่จะถูกคนอื่นๆรังเกียจและทิ้งให้เดินรั้งท้ายเพียงลำพังอย่างหนาวเหน็บเสมอ...

ดังนั้นหากมนุษย์เราอยากที่จะเลือกทางเดินแบบใดจากมนุษย์ทั้งห้าแบบนั้น มันก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของตนเองว่าจะก้าวเดินไปในเส้นทางนี้เช่นไร และอย่าไร จะก้าวเดินไปอย่างช้าๆแต่มั่นคง หรืออย่างรวดเร็วแต่ล้มคว่ำมันก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวเราเอง....

แต่คิดว่าคงไม่มีใครที่จะต้องการเป็นผู้พ่ายแพ้ในถนนสายชีวิตเส้นนี้ ดังนั้นพวกเราทุกคนควรจะช่วยกันสอดส่องดูแลเพื่อนใกล้ตัวที่ก้าวเดินอย่างเหนื่อยล้าในเส้นทางสายนี้ และคอยพยุงซึ่งกันและกันฟันฝ่าอุปสรรคแห่งชีวิตนาๆประการที่ถาโถมเข้ามารูปแบบต่างๆ อย่าท้อถอย และกัดฟันเดินก้าวไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมั่นคง เพื่อว่าซักวันหนึ่งพวกเราทุกคนจะได้กลายเป็นผู้พิชิตถนนสายนี้ด้วยความอบอุ่นของสามัคคีอันเป็นหนึ่งเดียวพร้อมๆกัน............... โดยไม่ปล่อยใครซักคนให้ล้มคว่ำและเจ็บช้ำจากความหนาวเหน็บไว้เพียงลำพังคนเดียว!!!




Create Date : 10 มิถุนายน 2550
Last Update : 10 มิถุนายน 2550 16:30:35 น. 1 comments
Counter : 201 Pageviews.

 
ชอบเรื่องที่เขียนคะ

goodpeople มาเยี่ยมยามบ่ายแก่ ๆคะ


โดย: goodpeople วันที่: 10 มิถุนายน 2550 เวลา:16:47:04 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

อัจฉริยะมืด
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add อัจฉริยะมืด's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.