ประสีประสาสิงสาราสัตว์
Group Blog
 
All Blogs
 
ค่างแว่นแสนประหยัด





หากไม่นับ "บ่าง" ซึ่งเป็น สัตว์อันไม่เข้าพวกเลย โฟกัสเฉพาะ "ลิง ค่าง ชะนี" แล้วละก็

ผมว่าผมชอบค่างที่สุดแล้ว จากรูปร่างสะโอดสะองกว่าใคร พร้อมผม เอ๊ย หางยาวเฟื้อยอย่างน่าตื่นตา ไหนจะสีสันนวลเนียน และวงตา สีขาวตลกๆ อันเป็นที่มาของชื่อ "แว่น"

แต่ผมก็พอจะรู้ว่าหากมองลึกไปถึงวิถีชีวิต ชะนีจะเป็นสัตว์ที่น่าประทับใจที่สุด จากการใช้ชีวิตเป็นครอบครัวเล็ก พ่อ-แม่-ลูก ไม่ใช่ฝูงใหญ่แบบค่างและลิง

แถมด้วยเสียงร้องก้องไพร อย่างที่ลิงกับค่างไม่สามารถเปล่งออกมาได้ (นักเลงชะนีบอกว่า "อั๋วๆๆๆ" แต่เราๆ ท่านๆ รู้สึกสะใจกว่าที่จะร้อง "ผัวๆๆๆ")

ค่างแว่นยังแบ่งเป็นค่างแว่นถิ่นเหนือกับค่างแว่นถิ่นใต้ ซึ่งผมเองต้องสารภาพว่าจนบัดนี้ยังไม่เคยเห็นตัวจริงเสียงจริงของค่างแว่นถิ่นเหนือ

เพราะป่าที่ผมเที่ยวบ่อยที่สุดอย่างแก่งกระจาน มีแต่ค่างแว่นถิ่นใต้ให้ดู

ถึงจะเห็นค่างในแก่งกระจานบ่อยมาก แต่การจะถ่ายรูปให้ได้แบบจะจะไม่ง่าย ส่วนใหญ่มันจะอยู่บนต้นไม้สูง ใบไม้ทึบ และถ้าตื่นตกใจ ก็จะเผ่นหนีอย่างรวดเร็ว

แต่ผมเพิ่งโชคดีเมื่อเร็วๆ นี้ เมื่อขับรถขึ้นเขาพะเนินทุ่งในวันธรรมดา แล้วใช้เทคนิค "บังไพรติดล้อ" ซึ่งก็คือการถ่ายรูปจากในรถ

สำเร็จ! ช่างเป็นการถ่ายรูปที่แสนเพลิดเพลิน ค่างอยู่ในอาการสงบ ง่วนกับการรูดใบไม้ยัดใส่ปากเคี้ยวอย่างผ่อนคลาย

ค่างก็ใส่แว่น คนถ่ายรูปค่างก็ใส่แว่น แถมไม่ใช่แว่นธรรมดา แต่เป็นแว่น Progressive อีกต่างหาก เรียกว่าจัดเต็มทั้งสายตาสั้นสายตายาว โธ่ถังสังขารา

ในนวนิยายสุดมันที่กำลังจะกลายเป็นหนังอย่าง "เพชรพระอุมา" ค่างมีชื่อเล่นในหมู่พรานว่า "กวางโจน" เปรียบค่างเป็นกวางที่กระโจนไปตามยอดไม้ได้

แล้วก็บรรยายสรรพคุณว่า เลือดค่างสดๆ ผสมกับเหล้า จะช่วยแก้ปวดเมื่อยให้หายเป็นปลิดทิ้ง จริงเท็จไม่ทราบ แต่ผมไม่เชื่อ

ในสารคดีท่องป่ายุคเก่าๆ จะมีการพูดถึงผีป่าที่เรียกว่า "ผีโป่งค่าง" ด้วย ลักษณะเป็นค่างปีศาจที่ดอดมาดูดเลือดพรานถึงในแคมป์ตอนดึกๆ

ซึ่งมาถึงยุคเต็นท์โดมสีสวยลานตา กางพรึ่บตามแคมป์อุทยานอย่างทุกวันนี้ ตำนานผีโป่งค่าง ออกจะโบราณคร่ำครึพอๆ กับ "ผีกองกอย" แบบเถือกันไม่ลง

เห็นค่างกินใบไม้ พลันนึกย้อนอดีตไปช่วงปี 40 ซึ่งผมเจอพิษเศรษฐกิจเล่นงานอ่วม จำได้ว่าตอนนั้นมาเที่ยวป่าแก่งกระจาน ถึงกับยืนซึมดูค่าง อิจฉามัน กินแต่ใบไม้ของฟรีรอบตัว อะไรจะเรียบง่ายรื่นรมย์ปานนั้น!

เทียบกับคนแล้ว เกิดเป็นคนมันช่างหาเรื่องวุ่นวาย ไหนจะต้องกินฟูจิ กินเอ็มเค กินแมคโดนัลด์ กินสตาร์บัคส์ กินแบล็กฯ กินไฮเนเก้น ฯลฯ

ถ้าวันๆ เด็ดกินแต่ใบไม้แบบค่าง ป่านนี้คงเป็นเศรษฐีกันค่อนประเทศไปแล้วมั้ง


ปริญญา ผดุงถิ่น เรื่อง/ภาพ


Create Date : 16 กรกฎาคม 2555
Last Update : 16 กรกฎาคม 2555 0:53:24 น. 0 comments
Counter : 730 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

HWAMEI
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add HWAMEI's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.