ประสีประสาสิงสาราสัตว์
Group Blog
 
All Blogs
 
กระรอกสวนมะพร้าว




นานมากแล้วตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ผมตื่นเต้นกับเรื่องในนิตยสาร “ชีวิตกลางแจ้ง” ว่าด้วยเกมยิงกระรอกในสวนมะพร้าวด้วยปืนลูกกรด แบบว่าอ่านแล้วคันไม้คันมือ อยากลองมั่งเลยทีเดียว

แต่เวลาร่วม 30 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก จนบัดนี้ก็ยังไม่เคยยิงกระรอกเลย มิหนำซ้ำ พออายุมากเข้า ก็หมดความสนใจไปเรียบร้อยแล้ว (อย่างมากก็แค่“ยิงกระต่าย”ตามข้างถนน)

อย่างไรก็ดี เมื่อเร็วๆนี้ ผมได้ตามไปสังเกตการณ์การล่ากระรอกในสวนมะพร้าวเป็นหนแรก โลเกชั่นคือสวนมะพร้าวในพื้นที่อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ ซึ่งถือเป็นนครหลวงของมะพร้าวไทย

ไปถึงก็เห็นเลยว่าเกมนี้ไม่ง่าย โดยเฉพาะสวนมะพร้าวที่มีการไล่ยิงกระรอกเป็นประจำ กระรอกจะเต็มไปด้วยความปราดเปรียวระแวงภัยสุดขีด

อย่างไรก็ดี นักเลงปืนประจำสวนก็สอยกระรอกเคราะห์ร้ายลงมาได้ 2 ตัว พอเห็นซากกระรอกสวนมะพร้าวชัดๆ ก็ต้องบอกว่าผมคุ้นกับมันเป็นอย่างดี

มันก็คือกระรอกปลายหางดำ (Grey-bellied Squirrel) ซึ่งจะพบมันทุกครั้ง เวลาไปเฝ้าถ่ายนกตามบ่อนกแก่งกระจาน

จากการสอบถามคนสวนมะพร้าว ได้ความว่า กระรอกที่สิงสู่อยู่ในสวนมะพร้าว มีแค่เจ้าปลายหางดำชนิดเดียวเท่านั้น

ปลายหางสีดำๆ นั่น ก็ถือเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวที่ไม่มีในกระรอกชนิดอื่น

กระรอกปลายหางดำไม่มีชื่อในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่มีชื่ออยู่ในบัญชีดำของบรรดาเจ้าของสวนมะพร้าวทั้งหลาย เพราะมันก่อความเสียหายทุกเมื่อเชื่อวัน ด้วยการแทะลูกมะพร้าวจนเป็นรูโหว่ เพื่อล้วงกินเนื้อมะพร้าวข้างใน

มะพร้าวไม่ว่าลูกไหนที่โดนกระรอกกัดทะลุกะลา น้ำมะพร้าวรั่วออกไปหมด มันจะแห้งตายคาทลาย หรือไม่ก็หลุดขั้วร่วงลงดิน

แต่กระรอกไม่ใช่ตัวแสบในสวนมะพร้าวตัวเดียว ยังมีหนูซึ่งตัวเล็กกว่า แต่มีจำนวนมากกว่าด้วย หนูจะออกมาปฏิบัติการช่วงกะกลางคืน สลับกับกระรอกที่ออกกะกลางวัน

บาดแผลของลูกมะพร้าวที่ถูกจอมแทะทั้งสองเล่นงานจนร่วงลงมา จะแตกต่างกันจนดูรู้ได้ว่าฝีมือใคร กระรอกนั้นจะกัดตั้งแต่กลางลูกไปจนถึงด้านใต้ลูก ส่วนหนูกัดด้านบนลูกใกล้ๆขั้ว (ขนาดตัวที่ต่างกัน เป็นตัวกำหนดจุดแทะ)

กระรอก 2 ตัวที่ถูกสอยมาได้ ถูกนำไปปรุงเป็นกระรอกผัดเผ็ดมาให้ผมลองกินด้วย ผมเองคิดว่าเนื้อมันน่าจะหอมมัน จากการกินแต่เนื้อมะพร้าวอันหวานมันและสะอาด

เคี้ยวได้คำเดียว ก็แอบเรียกลูกจ้างเจ้าของสวนมาหา แล้วยกจานกระรอกผัดเผ็ดให้ไปทั้งหมด

เนื้อสัตว์ป่าก็คือเนื้อสัตว์ป่าตามเคย กลิ่นเนื้อกระรอกทั้งคาวทั้งสาบชวนผะอืดผะอม ขนาดมีเครื่องแกงช่วยแล้วด้วยนะเนี่ย

ว่าไปแล้ว ผมไม่เคยเห็นจะมีสัตว์ป่าตัวไหนที่อร่อยจริงตามวลี “เอาไก่มาแลกก็ไม่ยอม” แม้แต่ตัวเดียว!


ปริญญา ผดุงถิ่น เรื่อง/ภาพ



Create Date : 15 กรกฎาคม 2555
Last Update : 15 กรกฎาคม 2555 23:56:55 น. 3 comments
Counter : 3917 Pageviews.

 
เคยกินแต่หนูนาแท้ๆ มัน หอมมากค่ะ ถ้าเนื้อกระรอกสาบไม่เอาดีกว่า


โดย: แม่น้องกะบูน วันที่: 15 กรกฎาคม 2555 เวลา:21:02:59 น.  

 
สำหรับผมเอง ดักกินหนูพุกมาก็เยอะ ถ้าย่างแห้งก่อนก็โอเค แต่ถ้าผัดเผ็ดสดๆเลย กินลำบากเหมือนกับกระรอกเลยครับ


โดย: HWAMEI วันที่: 15 กรกฎาคม 2555 เวลา:23:56:02 น.  

 
แถวบ้านกระรอกเพียบเลยครับ แต่ส่วนใหญ่คนไม่ค่อยไปกวนมันเลยแพร่พันธุ์ง่าย


โดย: AugustSky วันที่: 25 ตุลาคม 2555 เวลา:21:10:30 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

HWAMEI
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add HWAMEI's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.