Group Blog
 
All Blogs
 

ในที่สุดก็ได้ไปสักที

คิดอยากไป Grand Canyon มาก่อนที่จะมาอเมริกาเสียอีก แต่การที่ใช้ชีวิตตัวคนเดียวในต่างแดน จะหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์มันแสนจะยากลำบาก อย่ากระนั้นเลย ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนใช่มั้ย หลังจากตัดสินใจ พร้อมกับหาข้อมูลนิดหน่อย ฉันก็ได้ไปยืนมองหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกตัวตาตัวเอง

การเดินทางคนเดียวไม่ใช่เรื่องยาก ไม่ลำบาก การไปครั้งนี้ได้ข้อคิดมา 2 อย่าง อย่างแรกคือ "ยิ่งมีมากก็ยิ่งอยากได้มาก" หรือความโลภนั่นเอง ก่อนไปนั้นฉันไม่เคยตั้งความหวัง หรือความต้องการมากมาย แค่การไปถึงที่นั่นก็บรรลุเป้าหมายแล้ว แต่ว่าหลังจากที่ไปถึงแล้ว เกิดความตั้งใจใหม่ขึ้นมาว่า คราวหน้าจะต้องมาค้างให้ได้
เพราะจากการที่ไม่เคยมาเห็นเลยไม่รู้ไงว่ามันแสนวิเศษแค่ไหน ความต้องการของคนเรานี่เหมือนกับการปีนบันไดที่ไม่มีการสิ้นสุดจริงๆ ว่าไปแล้วมันก็มีทั้งดีและเสียนะ สุดแท้จะเลือกทางไหน ถ้ามนุษย์พอใจที่จะขี่จักรยาน คงไม่มีรถเก๋ง หรือเครื่องบิน

ข้อคิดอีกอย่างเกี่ยวกับเครื่องบินนี่แหละ “เมื่อเราลำบาก ไม่ใช่เราคนเดียวที่ลำบากหรอก” คือว่าตอนขาไปเครื่องบินมีปัญหา โหลคคนเข้าไปเต็มลำแล้ว มาพบว่าเครื่องมีปัญหา ทีแรกคงคิดว่าคงแก้ไขไม่นาน แต่ไปๆมาๆ ใช้เวลานาน เลยตัดสินใจ เอาผู้โดยสารออกมาดีกว่า เดี๋ยวจะเป็น economic syndrome กันเปล่าๆ สุดท้ายเครื่อง delay ไปเกือบสามชั่วโมง แทนที่จะถึง 2 ทุ่ม ไปถึงเอาเกือบๆเที่ยงคืน ตอนขากลับไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ปรากฏการณ์ซ้ำรอยเดิม เราต้องจับเครื่องบินลำ PDX-LAS กลับไปเป็น LAS-PDX เนื่องจากเครื่องบิน delay สามชั่วโมงตามเดิม แทนที่จะออก 3 ทุ่มต้องเลื่อนไปเที่ยงคืนกว่าๆ ตอนขาไปฉันรู้สึกแย่ที่ต้องมารอเครื่องบิน ฉันตอนนั้นคิดถึงแต่ตัวเรา กับคนที่ใช้เที่ยวบินเดียวกับเรา แต่ตอนขากลับ ความรู้สึกที่ต้องรอมันต่างออกไป คิดว่าตอนที่ฉันรอเครื่องจะออกจาก PDX คนที่ LAS ก็รอเหมือนกัน รอเครื่องที่จะบินเข้ามา แปลกดีที่ความรู้สึกเหมือนว่าฉันค้นพบอะไรบางอย่าง บอกตัวเองว่าอย่ามองอะไรแค่เพียงด้านเดียว มันคงเป็นความจริงที่ใครๆก็รู้ แต่หลายๆครั้งเราต่างมองข้ามมันไปเพียงเพราะ เราคิดถึงแต่ตัวเองหรือเห็นแก่ตัว อย่างตอนเป็นเด็ก เวลาขอไปเที่ยว พ่อมักจะดุและห้ามไม่ให้ไป ตอนนั้นรู้สึกโกรธและน้อยใจ ไม่เคยมองอีกด้านที่เป็นความหวังดี ดวามห่วงใยของพ่อเลย จะว่าไปตอนนั้นคิดให้ตายก็คิดไม่ได้หรอก คิดดูสิโตป่านนี้ก็ยังคิดได้เท่านี้เอง




 

Create Date : 15 สิงหาคม 2550    
Last Update : 15 สิงหาคม 2550 13:14:01 น.
Counter : 294 Pageviews.  

ประสบการณ์ไปหาหมอครั้งแรก

ที่อเมริกานี่ใครๆก็คงรู้ว่าการจะไปหาหมอ ใช่ว่าเราสามารถจะไปเดินเข้าไปคลีนิค หรือ โรงพยาบาลแล้วก็ให้หมอรักษาได้แบบเมืองไทย กรณีเป็นอะไรฉุกเฉินก็สามารถไป ER ได้ แต่ถ้าไม่สบายต้องนัดก่อน โดยปกติแล้วกว่าจะถึงเวลานัด ถ้าป่วยไม่มาก ก็มักจะหายไปแล้ว แต่จะนัดกับใครล่ะ ก็หมอประจำครอบครัวนะสิค่ะ ตั้งแต่วันแรกที่มาอยู่จนถึงเมื่อวานนี่ เป็นเวลาเกือบหกปีที่อาศัยที่นี่ ฉันยังไม่มีหมอประจำตัวเลย ด้วยเหตุที่ว่าไม่มีความจำเป็นต้องหา เคยคิดเสมอๆว่าเกิดเป็นไรมา มันจะไม่ทันการ แต่ก็ได้แต่คิดล่ะคะ ถ้าไม่เร่งด่วนอะไรก็ผลัดวันประกันพรุ่งเรื่อยมา

เมื่อปีที่แล้วก็เกือบต้องหาหมอ เพราะว่าผลตรวจสุขภาพที่ต้องทำตอนขอทำกรีนการ์ดพบว่าฉันยังไม่เคยเป็นอีสุกอีกใสเลย ต้องฉีดวัคซีน แต่. . . เป็นเพราะไม่มี Family Doctor เลยต้องขับรถไปฉีดยาตั้งไกลแถมเสียค่ายาไป $181 แหนะ

พล่ามซะเยอะเลยยังไม่ถึงเนื้อซะที สาเหตุที่ไปหาหมอมาเมื่อวานเพราะเป็นแผลร้อนในค่ะ เรื่องมันช่างจิ๊บจ๊อยเสียจริง แต่อาการมันสาหัสมากค่ะ เพราะเป็นที่ลิ้น ฉันต้องพูดแบบเด็กดอยเพราะว่ามันเจ็บมาก ส่วนภาษาอังกฤษนั้นพูดไม่ได้เลย (มันใช้ลิ้นมากกว่าไทย) สองวันก่อนถึงกับนอนไม่ได้เลย มันเจ็บตอนหลับด้วยล่ะ

พอไปบ่นๆให้เพื่อนฟัง เค้าก็เลยว่าไปซื้อยา หรือไม่ก็ไปหาหมอ ฉันเลยเริ่มมาเลือกหมอดีกว่าจะไปหาใครดี เลือกมา 4 ชื่อที่ office ใกล้ๆบ้าน คนแรกที่โทรหาเป็นหมอผู้หญิง เดาจากนามสกุลน่าจะเป็นเกาหลี เอาประเทศเพื่อนบ้านไว้ก่อน จะได้วินิจฉัยโรคได้ใกล้เคียง ตอนที่โทรไปเพื่อนโทรให้ เค้าก็ถามเป็นว่าอะไร เพื่อนก็บอกว่าเป็นแผลในปากตอนนี้พูดไม่ได้เลยต้องโทรมาให้แทน คนที่รับโทรศัพท์ก็แสนใจดีบอกว่ามีคิวว่างอยู่ จะมาเลยมั้ยอีก 20 นาที เราก็เฮ้ยฟลุกจัง แต่ว่าดันไม่ได้เอาบัตรประกันสุขภาพมานะสิ จะกลับไปบ้านหาก็ไม่รู้จะเจอหรือเปล่า เอาไงเอากันจดไอดีมาก่อน พอไปถึงที่ counter ก็บอกว่าตะกี้นัดไว้ คนที่รับนัดบอกว่าอ้าวพูดได้นี่นา เลยสงสัยว่าที่เค้าลัดคิวให้เพราะคงคิดว่าอาการคงหนักมั้ง ฮ่าๆๆ เค้ายื่นเอกสารให้กรอก ยังไม่ทันทำไรเลย พยาบาลมาเรียกล่ะ จัดการวัดน้ำหนัก ส่วนสูง ความดัน อื่นๆ เรียกหมอมา ก็คุยๆ หมอบอกว่าอืมม ท่าทางจะเจ็บนะ แต่ว่ามันจะหายไปเอง ใช้เวลาสัก 2 อาทิตย์ ไม่มีการสั่งยาใดๆให้ เพียงแต่แนะนำให้กลั้วปากด้วย Hydrogen peroxide หรือใช้ Oragel แค่นี่ เสร็จละ

ก็กรอกๆข้อมูลแล้วคืนให้ที่ counter เค้าบอกว่าคราวหน้าอย่าลืมเอาบัตรมาด้วย ก็เดินออกมาด้วยความงง ว่าตกลงมาหาหมอทำไมเนี่ย? เฮ้อ.... ตอนยังเจ็บเหมือนเดิมเลย




 

Create Date : 27 มิถุนายน 2550    
Last Update : 27 มิถุนายน 2550 8:23:12 น.
Counter : 341 Pageviews.  

อาหารที่อยากกินเมือกลับไปเมืองไทย

อ่ะแฮ่ม .... ตอนน้องหยินมาส่งแท๊กมาทักทาย หัวข้อนี้ฉันก็คิดว่าง่ายๆ เอาเข้าจริงๆนึกไม่ออกเลย เพราะว่าตอนนี้แทบจะไม่ได้ทำกับข้าว ข้าวก็ไม่ต้องซื้อ ทุกเย็นจะมีมาให้กิน เลือกก็ไม่ได้ ต่อมที่คิดว่าอยากกินนู้นนี่ก็หยุดทำงานไปซะอย่างงั้น ที่รู้ๆตอนนี้เกลียดไก่มากๆ ตอนทำกับข้าวกินเอง เมนูไก่นี่ทำบ่อย แต่ไก่ที่เค้าทำให้กินมักเป็นอกไก่ แค่เห็นฉันก็พาลไม่มีอารมณ์จะกิน

พอโดนน้องอู๋แท๊กมาอีก เลยคิดว่ามาเขียนให้เสร็จดีกว่าไม่งั้นได้รอไปถึงตอนกลับเมืองไทยแน่นอน

อย่างแรกเลย ไม่ใช่อาหาร แต่เป็นผลไม้ค่ะ อยากกินมังคุดค่ะ โชคดีที่ส่วนใหญ่กลับตอนหน้าร้อน เลยได้กินมังคุดเป็นโลๆ ตอนมาใหม่ๆคิดถึงมาก เลยไปซื้อมังคุดกระป๋องมาลอง ไม่ได้เรื่องเลยค่ะ อย่าเสียเวลามาลองนะคะ หวานน้ำเชื่อมอย่างมาก

ราดหน้าจ๊ากกี่ อันนี้ลอกเลียนแบบน้องบุก จริงๆยังไม่เคยกินหรอกนะคะ แต่อยากกินมาก เคยกินแต่ของนายเคี้ยง ก็ว่าอร่อยแล้ว แต่ท่าทางร้านนี้ไม่ธรรมดาแน่ๆ เชื่อน้องบุก

อาหารทะเล ที่ครัวแสวง ปูผัดพริกไทยดำ แล้วอะไรอีก ปลาๆ ทั้งหลาย คราวที่แล้วตั้งใจจะไป แต่ว่าขาพ่อเข้าเฝือกก็เลยอดไป ร้านนี้อยู่ใกล้บ้านมาก แต่ไม่ได้ไปทานนานแล้วไม่รู้จะเป็นยังไง คิดว่าน่าจะยังอร่อยอยู่

อยากกินขนมไทย เช่น ตะโก้ ขนมครก ขนมปากหม้อ กล้วยแขก ที่หาซื้อได้ตามตลาดทั่วไทย จำได้ว่าคราวที่แล้วกลับไปก็ได้กินเยอะ แต่มันคงเยอะเกินไปเลยไม่ค่อยอร่อย หรือยังไงก็ไม่รู้ แต่ว่าตอนนี้อยากกินอีกแล้วค่ะ

อยากกลับไปกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับพ่อแม่ พี่ๆ หลานๆ ร้านที่เราชอบไปกินเป็นร้านอาหารจีน อร่อยทุกอย่าง ชื่อ "ฮั่ว เซ่ง ฮง" ตอนนี้มีหลายสาขา สาขาแรกอยู่เยาวราช ก่อนหน้านี้เราไปกินที่ศาลายา แต่หลังๆนี้มาเปิดแถวบ้านเลย ใกล้มากๆ

เมื่อก่อนฉันรู้จักกับลูกชายเจ้าของร้าน เพราะเล่น IRC ด้วยกัน เค้ายังเคยเอารูปตอนที่เฝ้าสมเด็จพระเทพมาอวดฉันเลย เพราะท่านก็โปรดอาหารร้านนี้เหมือนกัน แต่ว่าไม่ได้ติดต่อกันนานมากแล้ว เค้าก็คงลืมฉันไปแล้วล่ะ เสียดายจัง

อ้าวครบ 5 แล้วล่ะ ขอไม่ส่งต่อละกัน คราวที่แล้วยังตามไม่หมดเลย ขอให้มีความสุขกันนะคะ




 

Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2550 7:53:08 น.
Counter : 315 Pageviews.  

แฟนฉัน

ใกล้ถึงวาเลนไทน์แล้ว ทำให้นึกถึงคนรัก อย่างฉันก็เคยมีแฟนเหมือนกันนะ คนล่าสุดนี่บอกเลิกวันวาเลนไทน์พอดี คือเราทะเลาะกันก่อน เป็นการเลิกกันแบบไม่ค่อยดีเท่าไร เอาเป็นว่าไม่อยากจำดีกว่า

คนที่อยากเล่าเนี่ยมันเกิดขึ้นสมัยประถม เรื่องมันเกิดขึ้นตอนที่ฉันอยู่ปอหก ไม่รู้ว่าคุณครูใหญ่คิดยังไงขึ้นมาถึงจับฉันไปอัญเชิญธงขึ้นสู่ยอดเสาตอนเช้ากับเด็กชายชั้นปอห้า ตอนนั้นจำไม่ได้แล้วสิว่ารู้สึกยังไง แต่ว่าหลังจากที่เราอัญเชิญธงด้วยกันบ่อยๆ ฉันรู้สึกว่าเด็กคนนั้นชอบตามฉันแจ ตอนเช้าๆตอนมาโรงเรียนก็เดินตามต้อยๆ รู้สึกนะว่าเค้าอยากคุย แต่ว่าไงดีล่ะ ฉันอายมากและกลัวโดนเพื่อนล้อด้วยเลยได้แต่หนีหน้า แต่จริงๆแล้วชอบเค้านะ เพราะว่าเค้าเป็นเด็กหน้าตาดีแถมเรียนเก่งมากๆด้วยสิ วันหยุดวันนึงตอนบ่ายๆ ฉันนั่งอ่านหนังสือให้พ่อฟังอยู่ จู่ๆเค้าก็บุกมาถึงบ้านโดยให้เพื่อนผู้ชายห้องเดียวกับฉันพามา จำได้ว่าวันนั้นหัวใจฉันเต้นแรงมาก พอเค้ากลับไปก็ไม่สามารถอ่านหนังสือต่อได้อีก

ฉันกับเขาก็ยังคงทำหน้าที่ด้วยกันทุกเช้า แต่เราก็ไม่เคยคุยกัน จนฉันเรียนจบ ก็ไปต่อชั้นมัธยมที่โรงเรียนสตรีล้วน น่าสงสารที่เค้าไม่สามารถตามไปเรียนได้ ไม่งั้นเราอาจได้เป็นแฟนกัน

ถึงตอนนี้ยังจำชื่อของเค้าได้เลยนะ (ทั้งๆที่ชื่อเพื่อนห้องเดียวกันลืมไปหมดแล้ว) ตอนที่เรียนปอโทเรื่องราวคล้ายๆกันก็เกิดขึ้นอีก คล้ายกับว่าพระเจ้าจะให้โอกาสฉันอีก แต่กว่าที่ฉันจะรู้ตัวว่าชอบเค้าเหมือนกันก็ผ่านมาเนิ่นนาน จนคิดว่าความรู้สึกฉันคงจะช้ามากช้าจนไม่ทันการณ์ ยังไงก็ตามตอนนี้ขอได้แค่คิดถึงเค้าทั้งสองคนก็มีความสุขแล้วล่ะคะ

หลังจากเขียนเรื่องนี้ ฉันได้ฝันถึงเค้าด้วย เด็กชายเสียงแหบเสน่ห์คนนั้น แต่ว่าโตขึ้นมาหน้าตาจะเป็นยังไงนึกไม่ออกเลยจริงๆ




 

Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2550 14:39:16 น.
Counter : 329 Pageviews.  

และแล้วก็โดนจนได้

ก่อนหน้านี้ยุ่งมาก blog ก็ไม่ได้เข้า จนใกล้ๆปีใหม่ต้องดอดมาเขียน 1 อันเกรงว่า blog เก่าจะเลยข้ามปี แวะไปอวยพร ได้ยินแว่วเรื่อง Tag ยังคิดอยูเลยว่าถ้าฉันเนี่ยโดนมั่งจะรู้ได้ไง ก็เล่นไม่เข้าเป็นเดือนๆ และแล้ววันนี้ก็โดนค่ะ โดยน้องสาวอารมณ์ดีใช้ชื่อว่า so-coke พี่หนะดีใจเหมือนได้แก้วว่ายังมีคนคิดถึง

แต่ดีใจได้แป๊บเดียวก็เกิดอาการใบ้รับประทาน แล้วฉันจะเขียนอะไรดีเนี่ยยิ่งมีความลับเยอะอยู่ด้วย ประชดค่ะ

ถ้าอยากอ่านต่อก็ตามมาเลยค่ะ

เรื่องที่หนึ่ง ฉันเป็นคนที่ anti จดหมายลูกโซ่มาก ไม่ว่าทางกระดาษหรือ email แต่ก่อนตอนเด็กๆ เคยคัดจดหมายด้วยมือ เพราะเค้าขู่ว่าจะมีอันเป็นไปใน 7 วัน แต่ว่าคัดเสร็จแล้วก็ไม่กล้าส่งไปที่ไหน เกรงว่าคนที่ได้รับจดหมายเราจะลำบาก จดหมายฉบับแรกนี้ถ้าจำไม่ผิดตำรารักษาเบาหวานหรือมะเร็ง ลงท้ายชื่อพระด้วยนะคะ พอโตมาหน่อย จากเดิมที่กลัวกลายเป็นโกรธค่ะ ใครหน้าไหนส่งมาเห็นท้ายจดหมายบอกว่าให้ส่งต่อ ฉันลบในทันทีโดยไม่อ่าน หลังๆอารมณ์ดีก็อ่าน บางอันก็อ่านแต่ไม่ส่งต่อ เอ้อ แล้วนี้ฉันจะ tag ใครต่อดีไหมเนี่ย? ติดตามต่อไปนะคะ

เรื่องที่สอง เรื่องชื่อ ฉันมีชื่อเล่นจริงๆที่บ้านว่าหมวย ก็ลูกคนจีนนี่นะ ตอนเรียนประถมไม่มีใครเรียกชื่อเล่นกันเลย แปลกไหม? จนมาเข้าเรียนมัธยม ทุกคนมีชื่อเล่นเก๋ๆ เท่ๆ ทั้งนั้น ทั้ง เบส มด ต๊อบ (เพื่อนสนิทตอนมอต้น) แล้วหมวยนี้ไม่เก๋เหรอ เก๋ค่ะ แต่ว่ามีเยอะนับไม่ถ้วน ทันคอมมอนเหลือเกิน กลัวมีต่อท้ายหมวยดำ เพราะว่าเด็กๆด๊ำดำค่ะ ไม่รู้ทำว่าไม เลยคิดตั้งชื่อเอง ก่อนจะเป็น"ทราย" เคยตั้งว่า"อ้อม"ก่อน ตอนนั้นชอบอ่านหนังสือสำนักพิมพ์เม็ดทราย เลยเอามาเป็นชื่อซะเลย แต่ก่อนชื่อนี้ไม่โหลนะ แต่ตอนนี่คนใช้เยอะแล้วล่ะ

เรื่องที่สาม โกรธกับพี่ชายคนโตมานานมากตั้งแต่อยู่มัธยม ทะเลาะกันเพราะสมุดวาดเขียนเล่มเดียว ตอนที่โกรธจำไม่ได้ว่าใครเป็นคนพูดว่า ต่อไปอย่ามาพูดกันอีก แล้วต่างคนก็ต่างทำตามนั้น จนถึงป่านนี้ก็ไม่ได้พูดกันอีกเลย เป็นเรื่องงี่เง่ามากที่สุดในชีวิต จนป่านนี้เราก็ไม่สนิทกันอีกต่อไปแล้ว เหมือนแค่คนที่เคยรู้จักกัน จริงๆฉันประคนประเภทโกรธง่ายหายเร็ว แต่ว่าฑิฐิสูงมาก

เรื่องที่สี่ เริ่มคิดหนักล่ะสิ เรื่องที่ฉันจริงๆไม่ได้เป็นลูกคนสุดท้อง คุณแม่เคยมีน้องชายให้ฉัน แต่เสียหลังจากคลอดไม่นานเพราะเป็นดีซ่าน

เรื่องที่ห้า เรื่องที่ฉันเคยเขียนบทความภาษาจีนและวาดภาพประกอบลงหนังสือพิมพ์ซิงเสียนเยอะเป้าตอนสมัยประถม บัดนี้แม้แต่สมุดบันทึกประจำวันที่อาจารย์ให้เขียนช่วงปิดเทอมยังอ่านไม่ออกเลยค่ะ น่าเศร้านะคะ

บัดนี้รายชื่อผู้โชคดี 5 ท่านคือ

1 poom pim
2 M1ku
3 Platoo
4 Overseas
5 SFO-CNX




 

Create Date : 14 มกราคม 2550    
Last Update : 25 มกราคม 2550 9:10:06 น.
Counter : 268 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  

pixp
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add pixp's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.