We always love you, Roger Federer !
Group Blog
 
All Blogs
 

Roger Federer : เครียดมาทั้งปีแล้วมาเฮฮากันบ้างดีกว่านะ


แฟนคลับเฟดเครียดกันมาทั้งปีกับข่าวป่วย เจ็บ แพ้ ตกรอบ
ของเฟดตลอดปี 2008 แล้ว นาน ๆ ทีจะมีข่าวได้แชมป์
ให้เฮกันทีนึง 1 ปีที่ผ่านมา ได้ 4 แชมป์กับ 1 เหรียญทอง
เฉลี่ยแล้วเป็นแชมป์รายไตรมาสค่ะ
เพราะฉะนั้นสุดสัปดาห์อย่างนี้
เรามาเฮฮากับข่าวและภาพ ชิลล์ ชิลล์ ของเฟดกันบ้างดีกว่านะ

ไหน ๆ ก็จะเฮฮากันแล้ว ขอแปะรูปนี้หน่อยละกัน
เป็นรูปเฟดที่ลงใน Vogue เมื่อปีกลาย
นุชชอบรูปนี้มากที่สุดเลย ดูสบาย ๆ สบายดี
เค้าบอกว่า รูปนี้ถ่ายจากระเบียงอพาร์ทเมนท์ของเฟด
ที่ดูไบ อพาร์ทเมนท์ตั้งอยู่ริมอ่าวที่กำลังก่อสร้างท่าจอดเรือยอร์ชของเศรษฐีทั้งหลาย



แถมภาพนี้อีกภาพ เป็นภาพที่ชอบมาก ๆ เลยล่ะ
ดูทีไรทั้งมีความสุข ทั้งอิจฉาตาร้อนพิลึกเลย



เรื่องแรกขอเมาท์เรื่องกิจวัตรประจำทัวร์นาเมนท์ของเฟดหน่อยค่ะ
เคยอ่านเจอเฟดให้สัมภาษณ์ tennis week ไว้เมื่อตอนต้นปีว่า
เฟดมักจะไปถึงสนามก่อนเวลาแข่งประมาณ 3 ชั่วโมง
ไม่ช้าและไม่เร็วไปกว่านี้ และที่ทำอย่างนี้ก็ไม่ได้ถือโชคลางอะไร
เฟดเป็นคนไม่เชื่อเรื่องโชคลางค่ะ
นอกจากนี้เฟดยังเป็นคนที่ไม่ชอบมองขึ้นไปที่ box ตัวเอง
เวลาที่แข่งอีกด้วย ประมาณว่าจะได้ไม่ต้องยึดติดอยู่กับคนใน box
กลัวว่า สักวันมองไปแล้วเจอว่า คนใน box ไม่ได้ดูเขาเล่น
ก็เล่นขอยึดตัวเองดีกว่า ไม่ยึดติดกับ "อะไร" หรือ "ใคร" ทั้งสิ้น



เรื่องที่ 2 Nike ต่อสัญญากับเฟดออกไปอีก 10 ปี
โดยข่าวบอกว่าเฟดได้ค่าเหนื่อยจากการเป็น brand ambassador
ให้กับ Nike ประมาณปีละ 13 ล้านเหรียญ
ในการไปเยือนสำนักงานใหญ่ของไนกี้
ที่รัฐโอเรกอนในครั้งนั้น ไนกี้ลงทุนตกแต่งภายนอกตึก
ด้วยภาพของเฟดกับถ้วยแชมป์แกรนด์ สแลมทั้ง 12 รายการ



มีการเปิดเวทีสัมภาษณ์เฟดด้วยนะ



เสียดายที่ไม่รู้ว่าเฟดเปิดใจว่าอย่างไรบ้าง



รู้แต่ว่า พนักงานไนกี้วันนั้น น่าอิจฉามาก ๆ ๆ
ที่ได้สัมผัส พูดคุยกับเฟดอย่างใกล้ชิด
มีโอกาสได้ลวนลาม (ด้วยสายตา) อยู่นานเชียวล่ะ



ส่วนภาพนี้เห็นว่าน่ารักดี เลยเอามาให้ช่วยกันชื่นชมค่ะ
จากรายการ Pacific Life Open ในปีนี้
เฟดมอบเค๊กวันเกิดครอบรอบ 29 ปี
ให้อีวาน ลูบิซิซ หลังจากที่วันนั้นแข่งกันแล้วลูบิซิซแพ้เฟด
ลูบิซิซเป็นอีกคนนึงที่ชื่นชมเฟดเอามาก ๆ
ชนิดที่เคยให้สัมภาษณ์ว่า ....ไม่เสียใจที่แพ้เฟด
เพราะในวันข้างหน้าสามารถเอาไปเล่าให้ลูกหลานฟังได้ว่า
เคยเล่นเทนนิสอยู่ในยุคเดียวกับนักเทนนิสที่เล่นดีที่สุดในโลกมาแล้ว



แต่จากนั้นอีกสองวัน เฟดก็เดินหน้ามุ่ยลงสนาม
มาแพ้ Fish ไปแบบพลิกความคาดหมาย
ให้แฟน ๆ เฮิร์ตกันไปหลายวัน
ไม่เอา ไม่เขียนเรื่องเครียด บอกแล้วว่าจะชิลล์ ชิลล์

เอารูปนี้มาดูกันดีกว่า เจ๊เมียร์ก้าค่ะ
นานมากแล้วที่ไม่ได้เห็นเจ๊แกกับชุดเทนนิส
จำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เห็นคือ ที่เมลเบิร์นปี 07
เจ๊แกช่วยซ้อมให้เฟดก่อนลงแข่ง

รูปชุดนี้จากปักกิ่งค่ะ



เจ๊แกยืนบัญชาการอยู่กลางคอร์ตเลยอ่ะ



นอกจากเด็กเก็บลูกแล้วเนี่ย ยังต้องมีเด็กแจกลูกด้วยเหรอ



รูปนี้ก็ปักกิ่งเหมือนกัน แต่คนละวันกับชุดข้างบน
เจ๊แกเลยเปลี่ยนบทบาทใหม่



ชวนกันไปเลือกดูของที่ระลึกซะหน่อย



ช่วงปีที่ผ่านมาเนี่ย เจ๊แกอ้วนท้วนสมบูรณ์ดีมากเลยนะ
เลยเป็นที่มาของข่าวลือ ที่ลือสะพัดกัน
ตั้งแต่ที่ดูไบยันยูเอส โอเพ่นเลยมั๊ง
น้องเราเพิ่งจะมาเปิดปากเอาตอนไปเยี่ยม Jura office
เมื่อเดือนกันยายน



เมื่อเดือนกันยายน Jura บริษัทผลิตเครื่องชงกาแฟสำเร็จรูป
สำหรับใช้ในบ้านของสวิสเซอร์แลนด์
สปอนเซอร์รายใหญ่ของเฟดอีกรายหนึ่ง
ต่อสัญญาการเป็น brand ambassador ของเฟด
ออกไปอีก จนถึงปี 2016 - ทั้งที่ตอนนั้นเฟดไม่ได้เป็นมือ 1 แล้วนะ

เฟดไปเปิดตัวแคมเปญชุดหล่อเวอร์ ๆ ของเฟด
ที่สำนักงานของ Jura ในเดือนกันยายน
พร้อมกับตอบคำถามถึงข่าวลือที่แพร่กันมาตั้งแต่ต้นปี
ว่าอย่างนี้ค่ะ (ข่าวจากฟอรั่มใน rf.com นะคะ)

Roger Federer
The tennis star talks about marriage and family.
"We naturally have already talked about it" ...

"One hears again and again, Mirka is pregnant
and we are planning a wedding.
That is however everything… unfortunately… not yet the case”

In addition, Federer believes that now,
after the biggest stress is gone,
he and Mirka would talk more and more "relaxed" about a wedding
and that it is really only a matter of organization,
since they both were always underway.

ข่าวบอกเพิ่มเติมด้วยว่า เฟดกับเมียร์ก้านั้นอยู่คู่กันมา 8 ปีแล้ว
และก็ยังคงมีความสุขกันดีอยู่ เป็นเสมือนดรีมทีม มีความเป็นส่วนตัว
และความเป็นมืออาชีพอยู่ด้วยกัน ทั้งสองคนไม่เคยแยกจากกันเลย
เมียร์ก้าเป็นคนจัดการนัดหมายต่าง ๆ การให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน
กำหนดการเดินทาง และการปรากฏตัวในที่สาธารณะให้กับเฟด - her king
ถ้าปราศจากหญิงสาวผู้มากความสามารถและเปี่ยมไปด้วยพลังคนนี้แล้ว
โรเจอร์แทบจะไปที่ไหนไม่ได้เอาเลยทีเดียว....



รูปน่ารักข้างบนนี้นะคะ
แฟนคลับในเว็บเฟด
บอกว่าเป็นลูกสาวของ Tony Godsick เอเย่นต์ของเฟด

เฟดดูท่าทางเป็นคนรักเด็กนะ



รูปนี้ถ่ายตอนเฟดแข่ง US open ปีนี้
สังเกตว่าเมียร์ก้าเวลาแต่งชุดลำลองชอบใส่รองเท้าแตะค่ะ



ปิดท้ายด้วยรูปนี้ มุมสวย ๆ ของเมียร์ก้าค่ะ
ตอนรอบชิงชนะเลิศที่ออสเตรเลียน โอเพน ปี 2007



เรื่องดี ๆ อีกเรื่องหนึ่งของเฟดในปี 2008
ก็คือการได้รับเลือกให้ได้รับรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมฝ่ายชาย
Laureus Sports Awards 2008 ปีนี้เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน
เฟดบินไปรับรางวัลด้วยตัวเองพร้มอกับเมียร์ก้า
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ the Mariinsky Theatre
ในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รัสเซีย

รูปนี้เมียร์ก้าสวยมาก ๆ เลยนะ




ส่วนเฟดรูปนี้ดูเครียด ๆ (กับเรื่องคนอื่นอ่ะ)
ตอนไปดูแมทช์ระหว่าง FC Basel กับ Barcelona
ระหว่างที่แข่งเทนนิสที่บาเซิลเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
ทีมโปรดของเฟดแพ้ในบ้านตัวเอง 5-0



สังเกตสีหน้าดูเครียดทั้งคุณพ่อคุณลูกเลย
คุณแม่ของเฟดไม่ได้ตามไปดูด้วย
แต่คุณเมีย(ร์ก้า)ตามไปด้วยค่ะ




 

Create Date : 23 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 4 ธันวาคม 2551 11:05:22 น.
Counter : 914 Pageviews.  

Roger Federer: A smashing guy ......3


Roger Federer: A smashing guy.......3
– โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ชายหนุ่มผู้วิเศษสุด


มาเล่าตอนจบค่ะ...

ในขณะเดียวกันเราคงงดเว้นที่จะไม่กล่าวถึง
บุคคลบางคนที่เสียสละตัวเองเพื่อคอยอำนวยความสะดวก
ทุกอย่างให้เฟเดอเรอร์ไม่ได้
เริ่มตั้งแต่แม่ซึ่งทำหน้าที่เป็นเอเย่นต์ดูแลผลประโยชน์ของเขา




คนรักที่คบหากันมานาน 5 ปี
และเธอยังทำหน้าที่ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของเขาอีกด้วย




เมียร์ก้า วาฟริเน็คคนรักของเฟเดอเรอร์นั้น
เคยเป็นนักเทนนิสอาชีพมาก่อน
โดยจุดเริ่มต้นการเป็นนักเทนนิสของเธอ
เกิดจากความใจดีของแชมป์เทนนิสหญิงผู้ยิ่งใหญ่อีกคนหนึ่ง
: มาร์ติน่า นาวราทิโลว่า
ผู้เพิ่งจะอำลาวงการไปด้วยตำแหน่งแชมป์ US Open
ประเภทคู่ผสม (คู่กับบ๊อบ ไบรอัน) เมื่อปี 2006นั่นเอง




ในปี 1987 เมื่อเด็กหญิงเมียร์ก้าอายุได้ 9 ปี
พ่อพาเธอไปดูการแข่งขันเทนนิสในเยอรมันที่เมือง Filderstadt
การแข่งขันในวันนั้นตรงกับวันเกิดของ Martina Navratilova พอดี
พ่อซึ่งเป็นแฟนพันธุ์แท้ของนักเทนนิสหญิงผู้นี้
ได้นำของขวัญวันเกิดไปให้เธอกับมือ โดยมีเมียร์ก้ายืนอยู่ข้าง ๆ

เธอได้ถามเด็กหญิงว่า
....เล่นเทนนิสด้วยหรือเปล่า
พอได้รับคำตอบว่า ไม่เคยเล่นเลย ........
Navratilova จึงได้บอกกับพ่อของเด็กหญิงว่า

ท่าทางเธอน่าจะเป็นนักกีฬาได้ และควรที่จะให้เธอได้ลองดู

เรื่องทั้งหมดก็ควรจะหยุดอยู่แค่นั้น
ถ้าไม่ใช่เพราะความใจดีเป็นอย่างยิ่งของ Navratilova
เมื่อเธอรู้ว่าครอบครัววาฟริเน็คซึ่งอพยพมาจากสโลวาเกียนั้น
อาศัยอยู่ที่เมืองซูริค เธอจึงโทรศัพท์หาเพื่อนคนที่อยู่เมืองนั้น
ให้ช่วยหาคอร์สเรียนเทนนิสเบื้องต้นให้เมียร์ก้า

หลังจากนั้นเธอได้ส่งแร็คเก็ตของเธอมาจากอเมริกาเพื่อให้เมียร์ก้า
ซึ่งสัญชาตญาณนักเทนนิสของเธอได้พิสูจน์แล้วว่า
สิ่งที่เธอคิดไว้นั้นถูกต้อง
ในปี 2000 เมียร์ก้ากลายเป็นนักเทนนิสหญิง
ที่ติดอยู่ใน 100 อันดับแรกของโลก



และติดทีมชาติสวิสเซอร์แลนด์ไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกส์ที่ซิดนีย์



ซึ่งเธอได้พบกับเฟเดอเรอร์ที่นั่น




สองปีหลังจากนั้นเมียร์ก้าต้องเลิกเล่นเทนนิส
เพราะอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่เท้า
จนเธอต้องเปลี่ยนมาทำหน้าที่ดูแลงานด้านประชาสัมพันธ์
และการติดต่อกับสื่อมวลชนให้กับเฟเดอเรอร์



สำหรับเรื่องการเข้าสู่วงการเทนนิสของเมียร์ก้านั้น
เป็นเรื่องที่เฟเดอเรอร์ชอบอกชอบใจมาก
เขายังคิดด้วยว่า Martina Navratilova
นั้นเองที่เป็นผู้นำเขาทั้งสองคนให้ได้มาพบกัน




ยิ่งไปกว่านั้นเฟเดอเรอร์ยังได้แรงบันดาลใจ
จากการที่แชมป์เปี้ยนอย่าง Navratilova ฉลองวันเกิดตัวเอง
ด้วยการแสดงความมีน้ำใจกับเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง

เรื่องนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผล
ที่ทำให้เขาก่อตั้งมูลนิธิโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ขึ้นมา
(ปี 2003) เพื่อให้ความช่วยเหลือกับเด็กด้อยโอกาส
ในบ้านเกิดของแม่ที่ประเทศแอฟริกาใต้



จริงอยู่แม้ว่า นักกีฬาดัง ๆ อย่างอังเดร อกัสซี่
หรือ ไทเกอร์ วูดต่างก็มีมูลนิธิเพื่อการกุศลด้วยกันทั้งนั้น
แต่เฟเดอเรอร์ก็แตกต่างจากคนอื่น ๆ ที่ว่า
เขาตั้งมูลนิธิขึ้นมาตั้งแต่ในระยะเริ่มต้นของการมีชื่อเสียง

และเขาได้อุทิศแรงกายแรงใจให้กับมูลนิธินี้เป็นอย่างมาก
เขาเดินทางไปที่แอฟริกาใต้บ่อยครั้งเท่าที่เขาจะสามารถทำได้
เพื่อพบปะกับเด็ก ๆ พวกนั้น
และเพื่อดูความก้าวหน้าของการดำเนินงานของมูลนิธิ






แอนดี้ ร็อดดิก :“เขาน่าจะเป็นนักเทนนิสที่มีความสามารถมากที่สุดเท่าที่วงการเคยมีมา”

โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ : “บางช็อตของผมที่ดูเป็นธรรมชาติมาก ๆ นั้น เบื้องหลังก็คือการฝึกฝนและการทำงานหนักมาก ถึงอย่างนั้นผมก็ยังรักที่จะทดลองมันเสมอ”


เรียบเรียงจาก Roger Federer: A smashing guy –
โดย Brian Viner ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 02 July 2005
ใน The Independent




ตอนนี้กว่าจะจบได้ หารูปซะเหนื่อยเลยค่ะ
รูปเมียร์ก้าเดี่ยว ๆ นี่หายากจังเลย
ใคร ๆ มีรูปสวย ๆ อยากจะบริจาค ส่งอีเมล์มาได้เลยนะคะ





 

Create Date : 13 ตุลาคม 2550    
Last Update : 14 ตุลาคม 2550 18:43:33 น.
Counter : 761 Pageviews.  

Roger Federer: A smashing guy .....2


Roger Federer: A smashing guy
– โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ชายหนุ่มผู้วิเศษสุด


มาเล่าต่อจากตอนที่แล้วนะคะ...

เมื่อเย็นวันอังคารแอนดี้ ร็อดดิกนักเทนนิสมือวางอันดับ 2 ของรายการ
ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับความรู้สึกของเขาที่มีต่อเฟเดอเรอร์ว่า

“เขาน่าจะเป็นนักเทนนิสที่มีความสามารถมากที่สุดเท่าที่วงการเคยมีมา
ไม่ว่าจะเป็นทุกช็อตที่เขาตี หรือวิถีทางที่เขากลายมาเป็นนักเทนนิส
ที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่ผมคิดว่า ยิ่งเห็นเขาเวลาอยู่นอกคอร์ตแล้ว
ผมก็ยิ่งนับถือเขามากขึ้น”

“แชมป์เปี้ยนที่เก่งกาจอาจจะมีอยู่อีกหลายคน
แต่เขา (เฟด) นั้นยอดเยี่ยมกว่ามากนัก
เวลาที่อยู่ในล็อคเกอร์ รูม หรือที่อื่น ๆ ก็ตามที
เขาไม่เคยทำตัวให้สูงกว่าหรือว่าอวดเบ่งใส่คนอื่นเลย
เขามักจะให้เกียรติผู้อื่นเสมอแม้ว่าคนนั้นจะเป็นเพียงผู้ดูแลล็อคเกอร์ รูม
หรือคนเสิร์ฟอาหารก็ตามที
คำพูดที่ติดปากของเขาก็คือคำว่า “กรุณา....” และ “ขอบคุณ”
ผมคิดว่านั่นคือเหตุผลที่ดีว่า
ทำไมเขาจึงเป็นที่ชื่นชอบของคนอื่นในทัวร์นาเมนท์อยู่เสมอ
ไม่มีใครเลยที่จะแสดงออกถึงความไม่เป็นมิตรกับเขา
แม้ว่าเขาจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นเหลือก็ตามที”




การที่เฟเดอเรอร์มีลักษณะแบบนี้
เป็นเรื่องที่ต้องยกความดีให้กับพ่อแม่ของเขา
สมัยที่เขายังเด็ก
พ่อแม่ของเขาจะไม่ทนความเป็นคนเจ้าอารมณ์ของเขาเลย
แต่จะหาวิธีสั่งสอนให้เขารู้สึกตัว


พ่อและแม่ของเฟเดอเรอร์



ตอนเป็นวัยรุ่นใหม่ ๆ นั้น
เฟเดอเรอร์มีทีท่าว่าจะเป็นพวกที่ติดนิสัยชอบขว้างแร็คเก็ต
เวลาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอยู่ในสนาม
โรเบิร์ตพ่อของเขาซึ่งตอนนั้นเป็นเซลส์แมน
อยู่ในบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างซีบ้า ไกกี้
มักจะตกใจมากเวลาเห็นลูกชายแสดงกิริยาแบบนี้
เขาจะออกคำสั่งทันทีให้ลูกหยุดทำ
จากนั้นก็ขับรถพากลับบ้านโดยไม่พูดอะไรด้วยสักคำเดียว
แม้บางครั้งจะต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าจะถึงบ้านก็ตามที
ลูกชายของเขาจึงรับรู้ถึงสิ่งที่พ่อต้องการสื่อได้เป็นอย่างดี

เมื่อเขามาเล่นเทนนิสอาชีพในปี 1998
ตอนที่อายุได้ 16 ปี
เขาก็ได้เรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเองไว้ให้ได้แล้ว


เฟดตอนอายุ 16 ปีทำเซอร์ไพรซ์คนในครอบครัว
ด้วยการย้อมผมเป็นสีบรอนซ์




เฟเดอเรอร์เป็นลูกคนที่สองในครอบครัว เขามีพี่สาวอีก 1 คนชื่อ ไดอาน่า



พ่อของเขาเป็นชาวสวิส ส่วนลินเน็ตแม่ของเขานั้นเป็นชาวแอฟริกาใต้
ทั้งพ่อและแม่เล่นเทนนิสเป็นการออกกำลังกาย
และเพื่อเข้าสังคมที่สโมสรแห่งหนึ่งใกล้เมืองบาเซิล
โรเจอร์จึงเคยชินกับการไปดูพ่อแม่เล่นเทนนิส
ตั้งแต่ยังเดินเตาะแตะอยู่



เมื่อเขาอายุได้เพียง 3 ขวบก็เริ่มที่จะตีลูกบอลด้วยตัวเองได้
ซึ่งความกลมกลืนอย่างน่าประทับใจของเขานั้น
เป็นสิ่งที่สมาชิกของสโมสรแห่งนั้น
จดจำและระลึกถึงได้อย่างมีความสุขเสมอ




2-3 ปีหลังจากนั้นทั้งโรเบิร์ตและลินเน็ต
จึงตระหนักได้ว่าพวกเขามีสิ่งแปลกมหัศจรรย์อยู่ในมือ
แต่กว่าเด็กชายโรเจอร์ซึ่งมีบอริส เบคเกอร์เป็นนักเทนนิสต้นแบบอยู่ในใจ
จะได้มาพบกับโค้ชคนที่เหมาะสมกับตัวเขาก็ต่อเมื่อเขาอายุได้ 12 ปี

โค้ช Peter Carter เป็นชาวออสเตรเลียที่มาทำงาน
ให้กับสหพันธ์เทนนิสแห่งสวิสเซอร์แลนด์




คาร์เตอร์แตกต่างจากคนอื่นตรงที่เขาไม่ได้ตื่นเต้นจนเกินไปนัก
กับความแปลกมหัศจรรย์ของเฟเดอเรอร์
เขากลับสั่งให้เด็กชายฝึกการเล่นคู่อย่างเอาเป็นเอาตาย
ทั้งนี้ก็เพื่อพัฒนาเกมส์ของเขา
และเพื่อหลีกเลี่ยงอาการเหน็ดเหนื่อยที่อาจเกิดขึ้น
มากเสียจนเด็กชายเบื่อการเล่นเทนนิสไปเลย




และคาร์เตอร์ยังแนะนำอีกด้วยว่า
เขาไม่ควรจะสนใจแต่เทนนิสเพียงอย่างเดียว
จนละเลยเรื่องอื่น ๆ ในสังคมไปจนหมด


ต่อมาเมื่อเฟเดอเรอร์เปลี่ยนโค้ช มาเป็น Peter Lundgren
ชาวสวีเดนซึ่งเคยเป็นนักเทนนิสอาชีพมาก่อน



คาร์เตอร์ก็ยังคงเป็นที่ปรึกษาที่เฟเดอเรอร์ให้ความเชื่อถือ
ไว้วางใจเป็นอย่างยิ่ง และตัวเขาเองยังเฝ้ามองลูกศิษย์คนนี้
อย่างภาคภูมิใจที่ความเฉลียวฉลาดในการเล่นเทนนิส
ทำให้เขาก้าวสู่ระดับท็อปเทนของโลกได้ในที่สุด

อย่างไรก็ตามเฟเดอเรอร์ต้องใช้ช่วงเวลานานที่เดียว
กว่าเขาจะก้าวไปคว้าแชมป์แรกในรายการแกรนด์ สแลมแรกได้สำเร็จ
เป็นเรื่องที่เชื่อกันไปทั่ว
ว่าเขาคงไม่มีความเหมาะสมและยังดื้อดึงเสียจน
ไม่สามารถที่จะทำสิ่งนี้ให้สำเร็จได้ในช่วงเวลาการแข่งขัน 2 สัปดาห์
ทั้งที่เป็นเรื่องที่พูดกันมาตั้งแต่สมัยเขายังเด็กแล้วว่า

เขานั้นมีความเป็นอัจฉริยะอยู่ในตัว
มีจิตใจอันแน่วแน่มั่นคงที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้ตัวเอง
ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
และยังต้องการที่จะเก็บเกี่ยวชัยชนะครั้งแล้วครั้งเล่า
รวมไว้ด้วยกันอีกด้วย

อันดับโลกของเขาเริ่มที่จะลดลง
หนึ่งปีหลังจากที่เขาเอาชนะพีท แซมพราสได้ในการเล่นกันถึง 5 เซ็ต
เขากลับตกรอบแรกในการแข่งขันวิมเบิลดัน ในปีถัดมา (ปี 2002)
และนั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตนักเทนนิสของเขา
ที่เขาต้องเดินคอตกออกจากสนาม
แทนที่จะเชิดหน้าเหมือนที่เคยทำ




หลังจากนั้นก็มีโศกนาฏกรรมบางเรื่องเกิดขึ้น
ก่อนจะถึงวันครบรอบวันเกิดปีที่ 21 ของเขาไม่กี่วัน(8 สิงหาคม 2002)
ในระหว่างที่เขาลงแข่งในรายการที่แคนาดา
เฟเดอเรอร์ก็ได้รับข่าวร้ายทางโทรศัพท์จากโค้ช Lundgren
ซึ่งข่าวที่ได้รับนั้นทำให้เขาตกใจสุดขีด
นั่นคือ การที่คาร์เตอร์ อดีตโค้ชวัย 37 ปีของเขา
เสียชีวิตเนื่องจากประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์
ในระหว่างการไปพักผ่อนที่แอฟริกาใต้
ซึ่งเฟเดอเรอร์เป็นผู้ขอร้องให้เขาไปพักผ่อนที่นั่นเอง
เหตุเกิดเมื่อรถจิ๊ปที่คาร์เตอร์เช่าไปขับเกิด
เสียหลักพลิกคว่ำบนสะพานและคาร์เตอร์ก็เสียชีวิตในทันที


วันเกิดปีนั้นเป็นปีที่เฟเดอเรอร์เศร้าโศกเสียใจเป็นที่สุด
และยังคงอยู่ในอารมณ์นั้นต่อมาอีกนานหลายเดือน
เฟเดอเรอร์บอกว่า

“ปีเตอร์เป็นผู้ที่ให้ผมมากที่สุด
และผมก็ติดค้างเขาอยู่มากที่สุดเช่นกัน”


ในตอนแรกนั้นประสิทธิภาพในการเล่นเทนนิสของเขานั้นยังคงตกต่ำลงมาอีก
จนกระทั่งเขาเริ่มที่จะฟื้นตัวจากความเศร้าโศกเสียใจได้ทีละเล็กละน้อย
พร้อมกับที่เขาพบวิธีแก้ปัญหาแบบใหม่
นั่นคือการสร้างช็อตที่น่าอัศจรรย์ของเขาขึ้นมา

ซึ่งเดี๋ยวนี้มันสมบูรณ์แบบมากขึ้นเพราะเขามีจุดมุ่งหมายที่แน่วแน่
และยังประกอบด้วยทักษะที่ยากที่สุด
แต่ก็จำเป็นสำหรับนักกีฬาทุกคนที่ต้องการชัยชนะ
นั่นคือการฝึกให้มีสัญชาตญาณของนักฆ่า



สิบเอ็ดเดือนหลังการเสียชีวิตของคาร์เตอร์
เฟเดอเรอร์สามารถคว้าแชมป์แกรนด์ สแลมแรกของตัวเองได้สำเร็จ
ในการแข่งขันที่วิมเบิลดัน






ซึ่งเป็นชัยชนะที่ทำชื่อเสียงให้กับเขาได้มากที่สุด
เหนือกว่าชัยชนะอื่นทั้งหมด
หลังการแข่งขันจบลงเขาร้องไห้ออกมาอยู่พักหนึ่ง
แสดงให้เห็นถึงอารมณ์ที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในขณะนั้น
ระหว่างความดีใจ ความภาคภูมิใจ และความโศกเศร้า



ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเมื่อเขาได้แชมป์แกรนด์สแลมมาอีก 3 รายการ
เขาก็ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดออกมามากนัก

วันพรุ่งนี้มีแนวโน้มว่าเขาคงจะได้แชมป์แกรนด์ สแลม
อีกเป็นรายการที่ 5
แต่หากเขาต้องการที่จะแซงหน้าแซมพราส
ที่ได้แชมป์แกรนด์ สแลมทั้งหมดรวม 14 รายการ

เขาก็คงต้องมุ่งหน้าไปสู่ที่สูงและจะต้องปีนป่ายมันขึ้นไปให้ได้
แต่เขาเป็นชาวสวิสนี่นะ เพราะฉะนั้นเขาน่าจะรู้จักภูเขาได้เป็นอย่างดี


....ยังมีต่อตอนที่ 3....




 

Create Date : 12 ตุลาคม 2550    
Last Update : 12 ตุลาคม 2550 19:58:50 น.
Counter : 509 Pageviews.  

Roger Federer: A smashing guy


Roger Federer: A smashing guy
– โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ชายหนุ่มผู้วิเศษสุด


บทความนี้เป็นบทความที่มีผู้เขียนขึ้นตั้งแต่ก่อนการแข่งขันวิมเบิลดัน ปี 2005
แต่เนื้อหาน่าสนใจมากมีทั้งเรื่องราวของเฟดในวัยเด็ก
เรื่องของ Peter Carter โค้ชของเฟดในช่วงวัยรุ่น
และเรื่องราวการเริ่มเล่นเทนนิสของเมียร์ก้า
ติดตามอ่านไปเรื่อย ๆ นะคะ



หากในวันพรุ่งนี้โรเจอร์
เฟเดอเรอร์แชมป์วิมเบิลดันเมื่อปีที่แล้วและมือวางอันดับ 1 ของรายการ
จะสามารถป้องกันแชมป์ไว้ได้อีกสมัยหนึ่ง
ซึ่งจะเป็นการครองแชมป์วิมเบิลดันติดต่อกันเป็นสมัยที่ 3 ของเขา
และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อีกครั้งในรอบหลายปีของการแข่งขันที่นี่แล้ว
จะมีคนอีกจำนวนมากที่เชื่อว่านี่คือปรากฏการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
พอ ๆ กับการหลีกเลี่ยงไม่ให้พระอาทิตย์ขึ้น –
นั่นคือ หนุ่มชาวสวิสวัย 23 ปีผู้นี้กำลังจะก้าวไปสู่ความสำเร็จ
ในวงการเทนนิสยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีกอย่างแน่นอน




ตั้งแต่ออลอิงแลนด์เทนนิสและโครเกต์คลับย้ายมาอยู่ ณ ที่ตั้งปัจจุบัน
ในปี 1922 หรือ 83 ปีมาแล้ว มีนักเทนนิสชายเพียง 3 คนเท่านั้น
ที่ได้แชมป์รายการนี้ติดต่อกันมากกว่า 2 สมัย
คือ Fred Perry ได้ 3 สมัยในช่วงกลางทศวรรษ 1930




Bjorn Borg ได้ 5 สมัยในระหว่างปี 1976 -1980



และ Pete Sampras ได้ 4 สมัยในระหว่างปี 1997-2000
และยังได้แชมป์ 3 สมัยในปี 1993, 1994 และ 1995 อีกด้วย



มีการวิเคราะห์กันด้วยเหตุผลที่ดีหลายประการและตัดสินลงไปแล้ว
ว่าเกมส์ของเฟเดอเรอร์นั้นน่าจะทำให้เขาเป็นนักเทนนิสที่ดีกว่า
ที่แซมพราสเคยเป็น
แล้วทำไมจึงต้องมีการมาพูดถึงเขาอีก
มันเหมือนกับว่า 1 เดือนก่อนที่จะถึงวันเกิดครบรอบปีที่ 24 ของเขานี้
ถูกโชคชะตากำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว
ให้เขากลายเป็นนักเทนนิสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

แน่นอนว่ายุคสมัยที่ต่างกัน
อุปกรณ์การเล่นที่ต่างกันและมาตรฐานของคู่แข่งที่แตกต่างกัน
ทำให้ “ความยิ่งใหญ่ที่สุดกว่าที่เคยมีมา” …..
เป็นคำพูดที่อาจจะทำให้เกิดความขุ่นเคืองใจและยังเป็นเพียงสมมติฐานเท่านั้น ถึงแม้ว่าเฟเดอเรอร์จะเอาชนะแซมพราสได้ที่วิมเบิลดันในปี 2001
ทำให้ชัยชนะติดต่อกัน 31 แมทช์บนคอร์ตหญ้า
ของนักหวดชาวอเมริกันผู้นี้สิ้นสุดลง




แต่จะมีใครกล้าพูดได้ไหมว่า
เขาจะเอาชนะ Rod Laver ผู้ยิ่งใหญ่ได้ด้วย
เมื่อพูดถึงในแง่ของการทำลายสถิติ




แท้จริงแล้วตัวของเลเวอร์เองก็คิดว่าเฟเดอเรอร์นั้นน่าที่จะทำได้
“ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงที่มีผู้นำผมไปเปรียบเทียบกับเฟเดอเรอร์”
เลเวอร์อดีตนักเทนนิสชาวออสเตรเลียวัย 66 ปีกล่าว
“หลาย ๆ ช็อตของเขานั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครจะเลียนแบบได้แน่ ๆ”


ร็อด เลเวอร์ในวัย 66 ปีกับโรเจอร์ เฟเดอเรอร์นักเทนนิสรุ่นหลาน



เป็นเรื่องจริงที่ว่าเฟเดอเรอร์
ดูเหมือนจะเล่นอยู่ในสนามได้ราวกับใช้เวทย์มนต์
ปล่อยให้คู่แข่งที่แม้จะคล่องแคล่วว่องไวที่สุดยังต้องยืนขาตาย – วิ่งไม่ออก
ด้วยช็อตซึ่งเขายิงได้มุมอย่างน่ามหัศจรรย์แบบที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เลย

ดังนั้นเฟดจึงยังมีทางที่จะทำสถิติให้เท่ากับเลเวอร์ได้อยู่
Rockhampton Rocket หรือร็อด เลเวอร์
ยังคงเป็นนักเทนนิสชายคนเดียวที่ได้แชมป์แกรนด์สแลมทั้ง 4 รายการ
คือ ออสเตรเลียน โอเพน เฟรนช์ โอเพน ยูเอส โอเพน และ วิมเบิลดัน
ภายในปีเดียวกัน และยังทำได้ถึงสองครั้งเสียด้วย

แต่สิ่งที่กล่าวมานั้นก็เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1962 และ 1969
ส่วนในปัจจุบันด้วยเหตุผลในเรื่องของความเร็วและความแข็งแรง
ของนักเทนนิสชายในยุคใหม่
รวมถึงความรุนแรงของการแข่งขันที่อยู่ในระดับสูงที่สุด
เรื่องที่นักเทนนิสที่มีความแตกต่างกันล้วนถูกฝึกมาอย่างดีเยี่ยม
เฉพาะที่จะเล่นในคอร์ตที่มีพื้นผิวต่างกัน
ทำให้เกือบจะไม่มีทางจินตนาการได้เลยว่า
จะมีนักเทนนิสคนใดที่จะสามารถคว้าแชมป์แกรนด์ สแลม
ทั้ง 4 รายการได้ภายในระยะเวลา 12 เดือน


แต่เมื่อปีที่แล้วนี่เองที่เฟเดอเรอร์เข้ามาใกล้ความจริงดังกล่าวได้อย่างน่าพิศวง
ด้วยการได้แชมป์แกรนด์ สแลมบนฮาร์ดคอร์ตทั้งที่เมลเบิร์นและนิวยอร์ค
ในขณะเดียวกันก็ได้แชมป์บนคอร์ตหญ้าที่วิมเบิลดันอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้นการได้ชัยชนะในรายการยูเอส โอเพนนั้น
เขายังสามารถเอาชนะเลย์ตัน ฮิววิต
คนที่แพ้เขาในรอบรองชนะเลิศเมื่อวานนี้
ซึ่งจัดเป็นนักเทนนิสที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม
เฟเดอเรอร์ชนะด้วยคะแนน double bagel 6-0 6-0 ในรอบชิงชนะเลิศ !!! คะแนนของเฟเดอเรอร์ในแมทช์นั้นคือ 6-0, 7-6, 6-0




ปีนี้ถึงแม้จะไม่มีเหตุการณ์อย่างปีที่แล้วเกิดขึ้นกับเฟเดอเรอร์อีก
เพราะเขาพ่ายแพ้ในรอบรองชนะเลิศทั้งที่ออสเตรเลียน


เฟดแพ้ซาฟินที่ Australian open ปี 2005



และที่เฟรนช์ โอเพน
เฟดแพ้นาดาลในรอบรองชนะเลิศเช่นกัน




และในขณะนี้ยังไม่รู้ว่าจะชนะที่วิมเบิลดันหรือเปล่า
แต่ความจริงอย่างหนึ่งที่เป็นที่รู้กันทั่วก็คือ

หากเขาเล่นได้สุดยอดตามแบบของเขาแล้ว
ก็ไม่มีใครที่จะเอาชนะเขาได้
หรือแม้แต่วันที่เขาเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานของตัวเอง
ก็ยังมีบ่อยครั้งที่ไม่มีใครสามารถเอาชนะเขาได้เช่นกัน


หากจะมีนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องสักคนหนึ่ง
ที่จะโคลนนิ่งนักเทนนิสขึ้นมาโดยให้มีองค์ประกอบ
ของความเป็นที่สุดอยู่ในตัวคน ๆ นั้นแล้ว
ก็คงจะต้องสร้างขึ้นมาให้เหมือนเฟเดอเรอร์นั่นแหละ
เฟเดอเรอร์ผู้มีความรวดเร็วเป็นพิเศษผิดไปจากคนธรรมดาสามัญ




ปราดเปรียวและมีความมุ่งมั่นเหมือนบียอน บอร์ก



มีทักษะการแก้เกมส์อย่างเฉลียวฉลาด
และทำได้ในทันทีทันใดเหมือนจอห์น แม็คเอนโร




มีพลังอำนาจที่จะใช้บดขยี้คู่แข่งได้อย่างแซมพราส



แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ยังคงเป็นคนที่เกือบจะไม่มีความปรานีให้กับคู่ต่อสู้
แต่ก็มีบุคลิกภาพของความเป็นมิตรอยู่ในตัว
ซึ่งน่าจะเหมือนกับจอห์น ลอยด์

จอห์น ลอยด์ นักเทนนิสชาวอังกฤษ
แชมป์ออสเตรเลียนโอเพน ปี 1977
ปัจจุบันเป็น commentator ของ BBC
และเป็นกัปตันทีม Davis Cup ของอังกฤษในปี 2006




เมื่อใดก็ตามที่คุณอยู่ในคอร์ต
แล้วคุณไม่สามารถที่จะหาจุดเล็กน้อยที่คู่ต่อสู้ของคุณเปิดไว้ให้จู่โจมได้แล้ว
บางครั้งคุณอาจจะใช้วิธีนึกถึงลักษณะที่โหดร้ายของใครบางคน
ที่จะช่วยจุดไฟในตัวคุณให้ลุกขึ้นมาสู้ให้จงได้
แต่แท็คติกพวกนี้น่ะใช้ไม่ได้หรอกกับเฟเดอเรอร์


ยังมีต่อนะ......

เรียบเรียงจาก : Roger Federer : A smashing guy
By Brian Viner Published: 02 July 2005 The Independent





 

Create Date : 11 ตุลาคม 2550    
Last Update : 12 ตุลาคม 2550 18:32:20 น.
Counter : 475 Pageviews.  

The woman behind the modern – day Borg........2


The woman behind the modern – day Borg
หญิงสาวผู้อยู่เบื้องหลังบอร์กยุคใหม่



ต่อจากคราวที่แล้วนะคะ

ในระหว่างการแข่งขันวิมเบิลดันครั้งนี้ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน
ในบ้านหลังหนึ่งพร้อมกับ Reto Staubli นายธนาคารและแฟนสาวของเขา



Staubli เป็นคนที่เล่นเทนนิสได้ดีคนหนึ่ง
และเป็นเพื่อนเล่นเทนนิสที่สำคัญมาก
ตั้งแต่เฟเดอเรอร์ประกาศแยกทางกับโคช – โทนี โรช
เพราะว่าความสัมพันธ์ในการทำงานระหว่างเขากับโคช
เริ่มที่จะ “ไม่มีอะไรใหม่” อีกต่อไป




เกี่ยวกับเรื่องโคชคนใหม่ เฟเดอเรอร์บอกว่า
ล่าสุดนี้เขาได้จดหมายส่งมาสมัครงานในตำแหน่งนี้ประมาณ 40 ฉบับ
“บางคนผมก็ไม่เคยได้ยินชื่อเสียงมาก่อน
และบางคนไม่เคยมีใครได้ยินชื่อเสียงมาก่อนเลย”

เฟเดอเรอร์มีอารมณ์รื่นเริงมากเมื่อได้มาอยู่ที่บ้าน
ซึ่งเหมือนบ้านของตัวเองหลังนี้
เขาพอใจที่จะได้เดินจากที่พักไปยังสนามแข่งขัน




เฟเดอเรอร์ยังบอกอีกว่า
“ดีมากเลยล่ะที่ได้มาอยู่ที่นี่
หลังจากอยู่ที่ปารีสซึ่งมีแต่ความสับสนวุ่นวายเหลือเกิน


คงจะต้องกล่าวถึง “ปารีส”
ซึ่งเป็นเมืองที่ทำให้เฟเดอเรอร์รู้สึกเจ็บปวดเมื่อนึกถึง
เมื่อสองสัปดาห์ก่อนหน้านี้
นักเทนนิสที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในโลกคนหนึ่ง
พลาดโอกาสที่จะได้เป็นแชมป์ในรายการใหญ่รายการหนึ่ง
ที่เขายังไม่เคยได้เป็นแชมป์มาก่อน
เพราะว่าคู่แข่งของเขา – ราฟาเอล นาดาล
ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง
และความเป็นคนไม่ยอมแพ้ของเขาบนคอร์ตดิน
ที่โรลังด์ การ์รอส เป็นปีที่สองติดต่อกัน


ความทรงจำบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับปารีส
จึงยังคงระคายเคืองความรู้สึกของเฟเดอเรอร์อยู่จนบัดนี้




นอกจากนี้ยังมีบางเรื่องเกี่ยวกับปารีส
ที่เฟเดอเรอร์เล่าว่า

“ผมออกจากที่พักจะไปช็อปปิ้ง
พอเดินออกไปเท่านั้นแหละผมก็สังเกตเห็นว่า
มีคนแอบอยู่หลังต้นไม้และกำลังจะถ่ายรูปผม
ผมเดินลงไปที่ถนนก็มีคนอีก 2 คนถือกล้องถ่ายรูปไว้ในมือวิ่งตามผมมา
ผมก็เลยขึ้นแท็กซี่หนีพวกเขา......ผมไม่ชอบเรื่องแบบนี้เลยนะ”


ที่บ้านของเขาในสวิสเซอร์แลนด์และดูไบ
ผู้คนที่นั่นมักจะให้โอกาสเฟเดอเรอร์ได้มีชีวิตอยู่แบบสงบ
โดยไม่มารบกวนความเป็นส่วนตัวของเขา


รูปนี้ถ่ายจากระเบียงคอนโดมิเนียมของเฟดที่ดูไบ
ลงใน Vogue เมื่อเดือนประมาณเมษายนที่ผ่านมา



สำหรับที่ลอนดอนนั้นเฟเดอเรอร์บอกว่า

“หากคุณไปสถานที่ยอดฮิตบางแห่งในลอนดอน
ในช่วงที่มีการแข่งวิมเบิลดัน เชื่อได้เลยว่า
ต้องมีพวกช่างภาพคอยดักถ่ายรูปคุณอยู่ข้างนอกแน่ ๆ"
เขากล่าว “แต่มันก็มีวิธีแก้ปัญหาแบบง่าย ๆ นะ....
คือคุณไม่ไปที่แบบนั้นซะก็หมดเรื่อง


เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
ผมกับเมียร์ก้าไปที่ภัตตาคาร Gordon Ramsay
ไม่มีพวกช่างภาพอยู่ที่นั่นเลยซักคนเดียว แถมอาหารยังอร่อยมากด้วยนะ”


เมื่อต้นปีนี้เฟเดอเรอร์ใช้เวลา 2 วันเล่นเทนนิส
และพูดคุยกับพีท แซมพราส แชมป์วิมเบิลดัน 7 สมัย
ในระยะเวลา 8 ปี ระหว่างปี 1993 ถึง ปี 2000
และอาจจะเป็นนักเทนนิสที่ชนะเลิศวิมเบิลดันติดต่อกันถึง 5 สมัยซ้อน
หากเขาไม่แพ้เฟเดอเรอร์เสียก่อนในการแข่งขันรอบที่ 4 ของปี 2001
เฟเดอเรอร์ผู้ซึ่งทำสถิติเป็นแชมป์ในรายการแกรนด์ สแลม
เข้าใกล้สถิติ 14 รายการของพีท แซมพราสเข้ามาทุกที
พูดถึงเรื่องนี้ว่า “ผมได้อะไรมากมายจากการที่ได้พูดคุยกับพีท”



“จากที่ผมรู้สึกได้ว่า ผมกำลังทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
เขาทำให้ผมรู้สึกมั่นใจมากขึ้นด้วย
กับการที่เขาบอกกับผมว่า
เขาชื่นชมวิธีการวางตัวของผมมากทั้งในคอร์ต




และนอกคอร์ต”



ถึงอย่างไรเส้นทางชีวิตที่อาจขึ้น ๆ ลง ๆ เหมือนคนเจ้าอารมณ์
ก็ยังคงรอคอยเขาอยู่ในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า
เพื่อที่จะได้ทดสอบความสามารถของเขาอีกครั้งหนึ่ง

แต่อย่างน้อยที่สุด.......
การมีคนเคียงข้างที่เข้าใจแรงกดดัน
ที่เทนนิสสามารถทำให้เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ดี
เพราะภาระทั้งหมดนั้นคงไม่ใช่เฟเดอเรอร์
เพียงผู้เดียวที่จะต้องแบกรับมันเอาไว้






จากบทความเรื่อง The Woman behind the modern day Borg
By Malcolm Folley, Daily Mail : June 23, 2007


ถึงวันนี้คงรู้แล้ว
เส้นทางชีวิตของหนุ่มเฟดวกขึ้นที่สูงอีกครั้ง
หลังจากลุ่ม ๆ ดอน ๆ เมื่อตอนต้นปี
แฟน ๆ เฟดคงต้องตามให้กำลังใจกันต่อไป
สำหรับการแข่งขันที่เหลืออีก 2 รายการ MS
ที่มาดริดซึ่งจะเริ่มวันจันทร์หน้า กับที่ปารีสประมาณปลายเดือน
รวมทั้งรายการในบ้านเกิดของเฟดเอง
ในสัปดาห์ต่อจาก MS ที่มาดริด
และส่งท้ายปีด้วยมาสเตอร์ คัพที่เซี่ยงไฮ้
มาช่วยกันเชียร์นะคะ......................





 

Create Date : 10 ตุลาคม 2550    
Last Update : 12 ตุลาคม 2550 20:01:24 น.
Counter : 358 Pageviews.  

1  2  

เวสาตรี
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add เวสาตรี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.