We always love you, Roger Federer !
Group Blog
 
All Blogs
 

Happy New Year 2009 to all RFFC.


สวัสดีปีใหม่ค่ะ ชาวคลับเฟดทั้งหลาย
รวมทั้งท่านอื่น ๆ ที่หลงเข้ามาติดตามอ่านบล็อกนี้ทุกคนนะคะ
ขอให้มีความสุขมาก ๆ สุขภาพแข็งแรง มีกำลังใจที่ดี
มีชีวิตสดใสเหมือนสีสันดอกไม้เหล่านี้




มีชีวิตที่ชื่นฉ่ำตลอดทั้งปีเหมือนสายน้ำสายนี้นะคะ



และขอความสงบสุขกลับคืนมาสู่เมืองไทยเสียที




สำหรับหนุ่มหล่อขวัญใจพวกเราคนนี้
ก็ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ
ให้สามารถเรียกฟอร์มสุดยอดกลับคืนมาได้ซะที
จะได้ทวงมือ 1 กลับมาให้ได้สำเร็จ
บวกแชมป์เดวิส คัพปีหน้าด้วยก็ดีนะ



ตอนนี้เฟดอยู่ที่ดูไบแล้วจ้ะ แต่ยังหารูปมาให้ไม่ได้เลย
ดูรูปเก่า ๆ แบบนี้ไปก่อนละกัน
นุชชอบจังเลยเวลาเฟดแต่งชุดแบบนี้
รูปนี้จากโดฮาปี 2006




เฟดประเดิมแข่งในรายการแรกของปีที่อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรต
ในรายการ Capitala World Tennis Championship 2009
รายการประเภท exhibition ที่มีสุดยอดนักเทนนิส 6 คนเข้าร่วม

วันแรก 1 ม.ค. เป็นการพบกันระหว่าง
น้องแอน - Andy Murray (4) กับ พี่เบลค -James Blake (10)

อีกคู่หนึ่งคือ
ลุงดาวี -Nikolay Davydenko (5) กับนายดุ๊กดิ๊ก Andy Roddick (8)

เสียใจกับน้องลูกแก้วด้วยนะจ๊ะที่ต้องยืดเวลาดูเฟดไปอีก 1 วัน

วันที่ 2 ม.ค. เฟดกับนาดาลจะพบกับผู้ชนะของวันแรก
โดยเฟดอยู่สายเดียวกับเมอเรย์และเบลค
ส่วนนาดาลอยู่สายลุงดาวีกับดุ๊กดิ๊ก

ตอนนี้อยากลุ้นให้เฟดอย่าต้องเจอน้องแอน คูโบต้าแต่ต้นปีเลยน่า
แต่เมื่อนึกถึงฟอร์มเฟดที่เล่นกับแอนนัดหลังสุดเนี่ย
เกิดความมั่นใจขึ้นมากว่า.....แอนก็แอนเหอะ เจอเฟดตอนเต็ม 100
ก็ต้องหนาวเหมือนกันแหละนะ

เว็บไซต์รายการเขาทายว่า วันที่ 2
น่าจะเป็นคู่รีแมทช์ ยูเอสโอเพนระหว่างเฟดกับเมอร์เรย์
และคู่รีแมทช์โซนี อีริคสัน โอเพนระหว่าง นาดาลกับดาวีเดนโก
แม่หมอนุชทายต่อเลยว่า

วันที่ 3 ม.ค. เป็นรอบชิงชนะเลิศ
ทายว่าเป็นคู่รีแมทช์รายการ Estoril Open 2008 จ้ะ

วันที่ 1 และ วันที่ 2 เริ่มแข่งเวลา 15.00น.(local time)
วันที่ 3 รอบชิงชนะเลิศ แข่งเวลา 17.00 น.

รายการนี้มีเงินรางวัลสำหรับแชมป์ US$ 250,000.-


ในเว็บไซต์มีให้โหวต favourite tennis player ด้วยค่ะ
ตอนนี้มีแฟนๆ เข้าไปโหวตแล้ว 5,471 คน
อันดับ 1 แน่นอนว่าไม่ใช่ใคร

Roger Federer 66.4%
Rafael Nadal 26.2%
Andy Roddick 4.1%
Andy Murrey 2.1%
James Blake 0.7%
Nikolay Davydenko 0.5%


p.s. เวลาที่ดูไบช้ากว่ากรุงเทพ 4 ชั่วโมงค่ะ
เพื่อน ๆ ที่ไม่ได้ไปเที่ยวไหน ใครหา link ดูรายการนี้ได้
รบกวนมาแปะบอกกันด้วยนะคะ
วันที่ 3 นุชมีตารางไปทำงานที่กาญจนบุรี แต่จะพยายามกลับมา
ให้ทัน 3 ทุ่มมาลุ้นเฟดให้ได้

** มั่นใจมากค่ะ **




 

Create Date : 30 ธันวาคม 2551    
Last Update : 30 ธันวาคม 2551 13:20:14 น.
Counter : 476 Pageviews.  

Roger Federer's off the court images......2


มาต่อภาค 2 ค่ะ
เริ่มจากนี่เลย เด็กอะไรน่ารัก น่ากินจริง ๆ



เมียร์ก้า เป็น 1 ในครอบครัวนี้ไปแล้ว



เฟด เมียร์ก้า และโค้ช Peter Lundgren (โค้ชเฟดก่อนโทนี โรช)
ในงาน Hopman Cup Player's Party 2001/2002
ไม่รู้เจ๊ดูแล้ว จะเสียดายหุ่นตัวเองบ้างไหมนะ



ไปงานฉลอง Champions Dinner ปีแรกที่ได้แชมป์วิมเบิลดัน
ความจริงเฟดควรจะได้ไปงานนี้ตั้งแต่ปี 1998
ที่ได้แชมป์จูเนียร์ วิมเบิลดัน
แต่บังเอิญตอนนั้นเฟดได้ WC ลงแข่ง ในรายการเอทีพี
รายการแรกที่ Gstaad ในสวิสเซอร์แลนด์
ปีเตอร์ คาร์เตอร์ (โค้ชในขณะนั้น) ตัดสินใจให้เฟด
รีบเดินทางไปเตรียมตัวแข่งโดยไม่สนใจกับงานเลี้ยงฉลอง



โฆษณา Rolex ค่ะ แฟนคลับบางคนมาเห็นเข้า
ต้องบอกว่า หล่อแบบเว่อร์ ๆ อีกแล้วเฮีย



อันนี้โฆษณารถ Mercedez Benz



ไปรับรางวัลในงาน GQ men of the year 2006
ช่วงนั้นเฟดฮอตเอามาก ๆ ชนิดนักข่าวรุมถ่ายรูปตั้งแต่หัวจรดเท้า
ข่าวบอกว่า ผู้ได้รับรางวัลคนอื่น ๆ โดนถ่ายรูปแค่ครึ่งตัวเท่านั้นเอง
แหม! ช่างสังเกตกันจังเลย



ว่ากันว่า งานนี้เฟดตื่นเต้นมากเพราะคนมอบรางวัลคือ Boris Becker
นักเทนนิสในดวงใจของเฟด ถึงขนาดเฟดพูดผิดพูดถูก

"It's really big honor for me to receive this award.
Especially from the hands of Becker
who was my idol so long time. I helped him as I was a child."

Becker เลยแซวว่า "It's opposite." เฟดยังถามกลับอีกนะว่า
"What?! Opposite?
Sorry, I said the opposite thing...."
คือจะพูดว่า Becker ช่วยเฟดต่างหากล่ะ



พามาดามไปดูคอนเสิร์ตของ Elton John
White Tie and Tiara Ball in London 29 มิถุนายน 2006
เฟดใส่สูทของ Dolce & Gabanna ถึงจะผิด concept ของงาน
ที่เป็น white tie ก็ยังดูหล่อนะ



ออกจากงานเลี้ยง ไปเที่ยวสนามกอล์ฟละกัน
เฟดไปดูเพื่อนซี้ Tiger Woods เล่นกอล์ฟรายการ HSBC
ที่สนามในเซี่ยงไฮ้ ช่วงไปแข่งมาสเตอร์ คัพ ปี 2006



ลุงโทนี่ก็ไปด้วย



นุชชอบดูเวลาไทเกอร์ วูดเค้ายิ้ม
หน้าตาสดใสกระจ่างดีจริง ๆ



นาน ๆ จะได้เห็นเฟด acting แบบนี้สักทีนึง



ดูเสื้อที่เฟดใส่ เดาว่ารูปนี้น่าจะเป็นที่ปักกิ่ง



รูปนี้ไม่รู้ว่าถ่ายที่ไหน แต่ตอบได้ว่าใครหล่อกว่ากัน



กับเซเรน่า วิลเลี่ยมส์ ในงานเลี้ยงของไนกี้
ระหว่างแข่ง US Open ปีนี้



ขอเอารูปสาวสวยคนนี้ แปะไว้ด้วย คิดถึงจัง
เธอไปงานเดียวกับเฟดแหละ



ไปช็อปปิ้งแถว Madison Avenue ใน New York
ระหว่างแข่ง US Open ปีนี้



LV ในถุง สงสัยจะเป็นของมาดาม



หนูน้อย Isbella ลูกสาวคนโตของ Tony Godsick กับ Mary Jo Fernandez



แอบเชยเล็กน้อยที่เพิ่งรู้ว่า Mary Jo Fernandez-Godsick
ภรรยาของคุณโทนี เป็นนักเทนนิสเก่า
มีดีกรีเป็นแชมป์เหรียญทองโอลิมปิคประเภทคู่ 2 สมัย
(1992,1996) และได้เหรียญทองแดงหญิงเดี่ยว ปี 1992
แชมป์แกรนด์ สแลมป์ประเภทคู่ที่ AO (1991) และ FO (1996)
และเป็น runner-up ที่ AO (1990 แพ้กราฟ ปี 1991 แพ้เซเลซ)
และ FO (1993 แพ้เซเลซ)



Tony และ Mary Jo Fernandez - Godsick
ตอนที่ไปดูเฟดแข่ง US Open ปีนี้



ปิดท้ายด้วยรูปนี้ค่ะ
sometimes two make less than one,
but for roger and mirka,
one and one together make more than two.





 

Create Date : 24 ธันวาคม 2551    
Last Update : 30 ธันวาคม 2551 11:23:48 น.
Counter : 885 Pageviews.  

Roger Federer 's off the court images





มาดูรูปเก่า ๆ ของเฟด ฉลองคริสต์มาสกันเถอะ

รูปเที่ยวนี้ไม่ได้เรียงเหตุการณ์นะคะ
ประมาณว่าหาอันไหนเจอก่อนก็แปะเลย ทันที
ประเดิมด้วยภาพนี้เลยค่ะ



ชอบไดอาน่า - พี่สาวเฟดจังเลย สวยน่ารักดี



เฟดกับมาร์โค ฉลองวันเกิดปีที่ 18



ผมยาวเนี่ยต่อให้หล่อแค่ไหน ก็ดูแก่ได้นะ



ชุดนี้ปี 2004 ค่ะ เอามาจาก mentennisforum.com
เขาบอกข้อมูลว่าก่อนที่เฟดจะประกาศถอนตัวจากรายการที่บาเซิลไม่กี่วัน



รูปนี้เคยเห็นในแมกกาซีนอะไรจำไม่ได้แล้ว
จำได้แต่ว่าเป็นเล่มที่เฟดพูดถึงแหวน
วงที่ซื้อให้เมียร์ก้าว่าไม่ใช่แหวนหมั้น
แต่เป็น the I love you very much ring



มีเฟดก็ต้องมีมาดาม ไม่งั้นขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง
รูปนี้ต้องไม่ได้ถ่ายในสวิสแน่ ๆ เพราะเฟดบอกว่า
ไม่มีปาปารัสซี่ในสวิสเซอร์แลนด์



รูปนี้ที่โตเกียว ตอนไปแข่ง Tokyo Open 2006
เฟดบอกว่าพามาดามไป window shopping แถวกินซ่า



อยากรู้ว่ารองเท้าเนี่ย หัวจะแหลมกว่านี้ได้อีกไหม



จาก US Open 2006 ค่ะ
ไม่น่าเชื่อว่ามาดามจะใส่กางเกงทรงนี้ได้สวยมาก



ลืมตัวไปว่า ไม่ควรจะเป็นช้างเท้าหน้า
เลยหันมาจูงมือกันไว้ดีกว่า
ไม่งั้นเดินเพลิน หันกลับมาอีกที อาจหายไปแล้วก็ได้



วางมาดหล่อ ๆ เท่ ๆ แบบนี้ต้องรูปถ่ายลงแมกกาซีนแน่ๆ



อยู่ที่ไหนก็โดนสัมภาษณ์



ถ้าไม่ใช่แฟนพันธุ์ เห็นแล้วต้องเข้าใจผิดแน่ ๆเลย



ความจริงคือเฟดเป็นเพื่อนกันกับGwen Stefani
และGavin Rossdale สามีของเธอซึ่งเป็นนักดนตรี
ครอบครัวของ Gwen ไปดูเฟดแข่งที่วิมเบิลดัน
และระหว่างวันหยุดพัก ทั้งหมดก็พากันไปเที่ยวสวนสัตว์ลอนดอน



เฟดท่าทางจะเป็นคนรักเด็กนะ



หนูน้อยในภาพคือ Kingston ลูกชายของ Gwenและ Gavin



รูปนี้ถ่ายโฆษณาให้ไนกี้ เวอร์ชั่นไหนก็ม่ายรู้







 

Create Date : 23 ธันวาคม 2551    
Last Update : 24 ธันวาคม 2551 21:15:23 น.
Counter : 659 Pageviews.  

Thus Spoke Roger Federer....2


Thus Spoke Roger Federer.



IT: เรื่องหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ในอาชีพของคุณ คือเรื่องความสัมพันธ์ของคุณกับเมียร์ก้า คุณใกล้ชิดกันมาก ผมรู้สึกเลยว่า เธอมีส่วนช่วยเหลือคุณได้มากในหลาย ๆเรื่อง ทั้งด้านการจัดการและอื่น ๆ

RF: เธอมีส่วนช่วยสนับสนุนผมเป็นอย่างมาก เธอมักจะอยู่กับผมเสมอ ไม่ว่าจะเป็นในรายการไหนก็ตามที เป็นเรื่องที่ดีมากนะในเวลาที่คุณไปแข่งขันแล้วต้องเจอกับกสถานการณ์ทั้งดีและแย่ และมีใครสักคนหนึ่งอยู่เคียงข้างคุณเสมอ คอยเตือนคุณว่าอะไรดีอะไรแย่



เธอรู้จักกับผมมาตั้งแต่ผมยังไม่ได้แชมป์เลยสักรายการเดียว ถึงตอนนี้ผมได้มา 53 แชมป์แล้ว เธอไม่ได้มารู้จักผมตอนที่ผมได้แชมป์ 20 รายการหรืออะไรประมาณนั้น เธฮเริ่มต้นมาด้วยกันกับผม นั่นคือเธอได้ช่วยเหลือผมมามาก ผมอยากชี้แจงสักนิดว่า คนทั่ว ๆ ไปมักเข้าใจว่าเธอเป็นผู้จัดการส่วนตัวผมหรืออะไรแบบนั้น ความจริงแล้วไม่ใช่ เธอแค่ช่วยเหลือผมบ้างในเรื่องของสื่อมวลชน แต่ผมพยายามที่จะไม่ให้เธอต้องยุ่งยากมากนัก มันจะทำให้เธอเครียดเกินไป ตอนนี้คนที่จัดการเรื่องนี้ให้คือ โทนี ก๊อดซิคและไอเอ็มจี เธอแค่จัดการเรื่องเกี่ยวกับเที่ยวบิน เรื่องโรงแรม แต่.....

เฟดกับเมียร์ก้าที่เอสโตริล โอเพ่น เมื่อเดือนเมษายน



IT: แต่ เธอก็ยัง ........

RF: เธอก็ยังคงมีความสำคัญ เธอเป็นคนที่มองการไกลมาก คำแนะนำของเธอมีประโยชน์ต่อผมเสมอ เธอเป็นหนึ่งในคนในสำคัญของทีมงานของผมอย่างแท้จริง ในแง่ของการจัดการทุกสิ่งทุกอย่าง คือบทบาทที่แท้จริงของเธอ




IT: ครั้งหนึ่งเนี่ยเวลาที่นักเทนนิสคนอื่น ๆ รู้ว่าจะต้องมาเจอกับคุณบนคอร์ตเนี่ย พวกเขาก็รู้สึกว่าจิตตกแล้วล่ะ เหมือนคุณจะมีอิทธิพลเหนือนักเทนนิสคนอื่น ๆอยู่มากทีเดียว แต่ถึงตอนนี้รู้สึกว่าอาการแบบนี้จะน้อยลงอแล้วนะ คุณคิดว่าพวกเขาเปลี่ยนทัศนคติกันไปแล้วไหมเวลาที่รู้ว่าจะต้องมาเจอกับคุณ

RF: ในครั้งหนึ่งผมเคยมีสถิติชนะนักเทนนิสระดับท็อปเทน 24 แมทช์ติดต่อกัน ผมว่ามันเป็นการเอาชนะที่เหลือเชื่อมากจริง ๆ ผมชนะรอบชิงได้ทั้งหมด 19 ครั้งติดต่อกัน ผมมีสถิติชนะรวดติดต่อกันในปี 04 05 06 เป็นปีที่ผมแทบจะไม่แพ้คู่แข่งคนไหนชนิดสูสีเลยล่ะ แต่ตอนนี้ก็เริ่มเปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งนี่แหละที่ทำให้ใคร ๆ เขาพูดกันมากขึ้น

มันคงจะไม่เป็นไปแบบเหลือเชื่ออย่างนั้นอีกแล้ว และมีข้อสังเกตว่า พวกเด็ก ๆ ที่ขึ้นมาใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะเริ่มต้นอาชีพของพวกเขา เขามักจะไม่ค่อยเกรงบารมีนักเทนนิสเก่า ๆ มากนัก (ประมาณว่ากำลังห้าวน่ะ) ผมก็เคยเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน คุณอาจจะยังคงนับถือเขาอยู่ แต่ในขณะเดียวกันคุณก็คิดว่าคุณสามารถที่จะเอาชนะเขาได้
จากนั้นคุณก็เอาชนะคนในรุ่นเดียวกัน เหมือนที่ผมเอาชนะฮิววิตต์ ซาฟิน และร็อดดิก และเริ่มสะสมจำนวนคนที่เขาเอาชนะได้ พวกเขาเริ่มที่จะไม่เชื่อว่าจะมีเพียงแค่นั้น (ที่เขาจะเอาชนะได้) เด็ก ๆ รุ่นใหม่มักจะคิดเสมอว่า
เขาสามารถจะทำได้ มันเป็นความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป (กับที่รุ่นเดียวกันคิด)


โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ กับ แอนดี้ ร็อดดิก
head to head 15 : 2




โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ กับ เลย์ตัน ฮิววิต
head to head 14 : 7




โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ กับ มารัต ซาฟิน
head to head 9 : 2




IT: ตอนที่คุณยังเด็กอยู่ คุณคิดแบบนี้กับพีทหรือเปล่า คิดว่าคุณเองก็สามารถจะโค่นเขาลงได้

RF: ผมคิดว่า ผมมีโอกาสที่จะทำ แต่ผมไม่เคยคิดว่า ผมกำลังจะโค่นเขา แต่ผมก็รู้ว่า หากสถานการณ์มันเหมาะสม ผมก็มีโอกาสที่จะทำได้ คุณต้องเชื่อเสมอว่า คุณสามารถที่จะโค่นใครก็ได้ นี่คือเรื่องที่น่าสนใจสำหรับวงการเทนนิส วงการมักจะมีนักเทนนิสแบบนี้เกิดขึ้นมาอยู่เสมอ




IT: คุณคิดว่าการที่คุณทำผลงานเอาไว้ได้ดีมากๆ เป็นการพันธนาการตัวคุณเอง เป็นการที่คุณทำให้มาตรฐานของตัวคุณเองสูงขึ้น เพราะฉะนั้น....

RF: แน่นอน เมื่อคุณแพ้ใครสักคนหนึ่ง คนเค้าก็เริ่มที่จะพูดกันแล้วล่ะ มันเป็นเรื่องธรรมดา ผมเข้าใจตรงนี้ดี

IT: อยากถามคุณถึงเรื่องนักเทนนิสคนอื่น ๆ ที่เป็นสุดยอดในแต่ละเรื่อง ในความคิดของคุณ เริ่มกันที่โฟร์แฮนด์

RF: ผมคิดว่าน่าจะเป็นราฟา (นาดาล) เฟอร์นันโด กอนซาเลซ หรือว่าเจมส์ เบลค พวกนี้ตีโฟร์แฮนด์ได้ยอดเยี่ยมมาก

IT: เสิร์ฟแรกดีล่ะ ?

RF: แอนดี้ ร็อดดิก หรืออีโว คาร์โลวิช

IT: แบ็คแฮนด์ ?

RF : นัลบานเดียน

IT: วอลเลย์ล่ะ ?

RF: น่าเสียดายที่เดี๋ยวนี้ไม่มีใครเล่นแบบนี้ได้ยอดเยี่ยมเลยนะ

IT: น่าเสียดาย จริง ๆ หรือ ?

RF: โชคดีมากกว่านะผมว่า

IT: คุณเห็นวอลเลย์สวย ๆ ที่พีทเล่นที่เมดิสัน สแควร์ การ์เดนท์ รึเปล่า
(exhibition match ที่พีทเล่นกับเฟดเมื่อเดือนมีนาคม)


RF: นั่นซิ ผมว่านะเขาน่าจะยังเป็นเบอร์ 1 นะ ถ้าเขายังเล่นอยู่




IT : ที่ผ่านมาพวกเสิร์ฟและวอลเลย์ สไตล์เดียวกับพีท แซมพราส สเตฟาน เอ็ดเบิร์ก หรือ แพ็ท ราฟเตอร์ พวกนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก แต่ในยุคปัจจุบันที่มีแต่พวกเล่นแบบ groundies and returns นี่คุณคิดว่า เป็นไปได้ไหมที่ เสิร์ฟและวอลเลย์ จะกลายเป็นพวกที่อยู่ในระดับท็อปของเกมการเล่นได้

RF: เป็นไปได้อย่างแน่นอน เนื่องจากตอนนี้หลาย ๆ อย่างเริ่มช้าลง เช่น ลูกบอล คอร์ต และทุกสิ่งเริ่มช้าลง แต่ถ้าหากคุณวอลเลย์ได้ดีมาก ๆ เหมือนเอ็ดเบิร์ก หรือพีท หรือราฟเตอร์ หรือแม้แต่เบคเกอร์ก็ตามที คุณต้องสามารถที่จะกดดันพวกที่เล่น basline ให้ได้มาก ๆ แบบไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว คุณต้องฉวยโอกาสจากพวกเขาให้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องยาก เพราะพวกเรานั้นรีเทิร์นและพาสลูกได้ดีกว่าแต่ก่อนมาก ก็อย่างที่ผมบอกแหละว่า มีเงื่อนไขบางอย่างที่ทำให้ช้าลง และทุก ๆคนก็ถูกฝึกมาให้เล่นแบบนั้นด้วย แต่ตัวผมเองว่ามันน่าสนใจนะ ถ้าหากว่าผมเริ่มต้นมาด้วยเสิร์ฟและวอลเลย์ ผมก็อยากจะรู้ว่าวิธีการเล่นแบบนั้น จะพาผมไปได้จนถึงจุดไหน น่าสนใจมาก ๆเลยทีเดียว

IT: แล้วเรื่องความเร็วล่ะ เมื่อไม่นานมานี้เอง มีคนบอกว่าเรื่องนี้ต้องยกให้เลย์ตัน ฮิววิต แต่เดี๋ยวนี้ทั้งหมดกลายเป็นราฟาไปแล้ว

RF: ถ้าดูวิธีที่เขาป้องกันพื้นที่ของตัวเองแล้วล่ะก็ ผมก็ให้ราฟาเหมือนกัน




IT: แล้วเรื่องความแข็งแกร่งของจิตใจล่ะ มีผู้เล่นเยอะมากเลยนะที่เป็นพวกแกร่ง ๆน่ะ

RF: ในบรรดาคนเหล่านั้นต้องมีราฟาหรือเลย์ตัน รวมอยู่ด้วยแหละ อาจจะมีโจโควิชด้วย ซึ่งนับได้ว่า stong มาก ๆ


IT: ถ้าโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ไม่ได้เป็นนักกีฬาอาชีพ มือ 1 ของโลก คุณคิดว่า เขาจะไปเป็นอะไร

RF: ผมมีการเปลี่ยนแปลงไปหลายเรื่อง ส่วนลึกของจิตใจผมแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง ผมอาจจะกลายเป็นนักธุรกิจ เพราะว่าผมเริ่มตระหนักขึ้นมาบ้างแล้วว่า ธุรกิจของผมจะเป็นอย่างไร หรือว่าไปทางไหนต่อ ผมเริ่มที่จะสนุกกับมัน หลังจากที่ได้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับโทนี (ก็อดซิค) ผมก็เลยมองภาพของตัวเองเป็นนักธุรกิจ - หลังจากนี้

IT: หากคุณได้มีโอกาสไปดินเนอร์กับใครสักคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการกีฬา แต่เป็นวงการการเมือง แฟชั่น คนทำงานเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆ คุณจะเลือกใคร

RF: ผมอยากที่จะพบกับ เนลสัน แมนเดล่า และไมเคิล จอร์แดน ซึ่งเป็นบุคคลที่น่าสนใจมาก


IT: ถ้าผมพูดถึงคำต่อไปนี้ เช่น "วิมเบิลดัน" คุณจะนึกถึงอะไร
(ถามยังกะจะทำวิจัยโฆษณาแน่ะ )

RF: ความฝันของผมเป็นความจริงขึ้นมา ณ ที่แห่งนั้น สิ่งที่ผมฝันถึงเกิดขึ้นแล้วจริง ๆ

IT: พีท แซมพราส

RF: หนึ่งใน 2 หรือ 3 ของนักเทนนิสที่ดีที่สุดที่วงการเคยมีมา

IT: ชายหนุ่มที่เหมือนจะคอยโจมตีคุณข้ามเน็ตได้เสมอ ๆ — Rafa Nadal.

RF: คู่ปรับคนสำคัญของผม

IT: คนที่คุยด้วยยาก เล่นด้วยลำบาก - Novak Djokovic.

RF: นักเทนนิสที่มาแรงและอาจจะกลายเป็นหนึ่งใน the great ของวงการ

IT: นักกีฬาที่คนอเมริกันรู้จักกันดีอย่าง - Michael Jordan.

RF: คนที่เป็น icon สำหรับกีฬาทุก ๆ ประเภทอย่างแท้จริง

IT: หนุ่มสวีเดนที่สถิติแชมป์วิมเบิลดันของเขา ถูกคุณลบไปเมื่อปีที่แล้ว
— Bjørn Borg.


RF: "พระราชา" ราชาผู้ยิ่งใหญ่ในเกม ใครสักคนหนึ่งที่ผมชื่นชมเอามาก ๆ

IT: และบริษัทไม่ใหญ่โตนัก อย่าง — Nike.

RF: เพื่อนที่ดีที่สุดคนนึงของผมในโลกนี้ ที่ซึ่งผมอยากที่จะทำงานด้วย และแบรนด์ที่ดีมาก ๆ

IT: คุณบอกว่าคุณชอบธรกิจ แล้วธุรกิจอีกอย่างหนึ่งที่เป็นธุรกิจสัญชาติเดียวกับคุณเองล่ะอย่าง — Rolex.

RF: แบรนด์นาฬิกาที่ดีที่สุดในโลก แบรนด์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด
และผมโชคดี ที่ผมได้เป็น partner ของพวกเขา

ไม่รู้ว่าเฟดใช้คำว่า partner ในความหมายไหนนะคะ เฟดเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้โรเล็กซ์มาหลายปีแล้ว และเมื่อไม่นานมานี้เฟดให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่นักข่าวถามว่า ปีหน้าเนี่ยเศรษฐกิจไม่ดีทั่วโลก คิดว่าจะกระทบกระเทือนวงการเทนนิสบ้างไหม เฟดบอกว่าคงจะกระทบบ้างในเรื่องของสปอนเซอร์ แต่สำหรับตัวเขาเอง นับว่าโชคดีเพราะมีสปอนเซอร์ 2-3 รายให้การสนับสนุนเค้าเกือบตลอดชีวิต - almost all my life- ซึ่งนุชตีความว่าน่าจะตลอดชีวิตการเล่นของเขาอย่างจูรา มีสัญญาถึงปี 2016 ไนกี้มีสัญญาถึง 2018 และโรเล็กซ์ซึ่งไม่เปิดเผยว่าเมื่อไหร่




IT: Tiger Woods

RF: สุดยอดนักกีฬา ผู้ชายที่เก่งอย่างเหลือเชื่อจริง ๆ



เฟดกับไทเกอร์ วูดที่สนามกอล์ฟในไมอามี่ ฟลอริด้า วันที่ 21 มีค. 2007
เฟดเดินตามดูวูดซ้อม 9 หลุมสุดท้าย (Photo by David Cannon/Getty Images)



Tiger - Elin Woods ไปดูแซมพราสกับเฟดในรายการ
the NetJets Showdown ที่ Madison Square Garden นิวยอร์ค
เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ภาพจาก: http://www.cornedbeefhash.wordpress.com/.../


IT: Andy Roddick

RF: นักเทนนิสที่เสิร์ฟได้แรงที่สุดและเป็นนักสู้ที่ทรหดอย่างไม่น่าเชื่อ

IT: และสุดท้าย ....นักเทนนิสที่เป็นแรงบันดาลใจของคุณอย่าง Boris Becker

RF: My idol growing up.
ช่วยแปลประโยคนี้หน่อยจ้ะ ไม่รู้จะแปลไงดี






 

Create Date : 19 ธันวาคม 2551    
Last Update : 23 ธันวาคม 2551 6:54:24 น.
Counter : 398 Pageviews.  

Thus Spoke Roger Federer.


Thus Spoke Roger Federer.



ช่วงปิดฤดูกาลเนี่ยเงียบเหงามากเลยนะ คิดถึงเฟด คิดถึงเทนนิส
คิดถึงเพื่อน ๆ ที่เคยร่วมกรี๊ด ๆ กันมา อีกตั้งเดือนนึงแน่ะกว่าจะถึง AO ปีหน้า
ตอนนี้เลยไปรื้อเอกสารเก่า ๆ เจอบทสัมภาษณ์เฟดเมื่อตอนกลางปี
เห็นน่าสนใจดีเลยเอามาเล่าสู่กันฟัง เผื่อจะหายคิดถึงกันไปได้บ้างนะ

Bill Simons บรรณาธิการ Inside Tennis Publisher สัมภาษณ์เฟดลงใน
Inside Tennis เมื่อเดือนพฤษภาคม ปีนี้ค่ะ

Inside Tennis : ในอีก 25 หรือ 30 ปีข้างหน้า คุณอยากจะให้นักเทนนิสรุ่นนั้น
พูดถึงคุณว่าอย่างไร


RF : ผมหวังว่าพวกเขาจะยังคงจำผมได้อยู่ เพราะว่าในบางครั้งพวกเรา(นักเทนนิส) มักจะจำเรื่องราวในอดีตได้ไม่ค่อยแม่นยำนัก สิ่งที่สำคัญสำคัญสำหรับนักเทนนิสทุกคน คือการที่คนอื่นจำเราได้ในด้านดี ผมหวังว่าผมจะสามารถจบเส้นทางอาชีพผมได้เป็นอย่างดี ผมอยากให้เขาจดจำผมได้ในเรื่องงานการกุศลของผม ผลการแข่งขัน และเรื่องความมีน้ำใจนักกีฬาของผม



IT : มีเหตุการณ์หนึ่งที่คุณคงสะเทือนอารมณ์มาก ๆ ตอนที่ร็อด เลเวอร์มอบถ้วยแชมป์ออสเตรเลียน โอเพน ให้คุณในปี 2006 ผมเห็นคุณร้องไห้ออกมาป็นเพราะว่าเขาเป็นแชมป์ที่ยิ่งใหญ่หรือเปล่า

RF : นั่นก็ส่วนหนึ่งด้วย อีกอย่างหนึ่งคือเส้นทางการได้แชมป์ปีนั้นมีความหมายกับผมมากทีเดียว

IT : อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ - การที่คุณมาจากครอบครัวธรรมดา ๆ มีพื้นฐานที่ธรรมดามากในสวิสเซอร์แลนด์ แต่มาถึงเดี๋ยวนี้คุณกลายเป็นคนดังไปแล้ว - ในระดับโลกซะด้วยซิ ผมเดาได้ว่า คงมีสถานที่แค่ไม่กี่แห่งเท่านั้นที่คุณจะไปได้โดยไม่มีใครรู้จักคุณ

RF : ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น

IT : คุณเคยมาคิดทบทวนว่ามันเหลือเชื่อบ้างไหม หรือทำให้คุณประหลาดใจบ้างหรือเปล่า

RF : มันเกิดขึ้นในเวลาค่อนข้างรวดเร็ว เริ่มจากการมีชื่อเสียงในระดับภาค
ระดับชาติ แล้วก็มาถึงนานาชาติ แต่ก็เป็นไปในทางที่ดี ผมกลายมาเป็น
icon ไปแล้ว อาจจะตอนที่ผมได้แชมป์วิมเบิลดันครั้งแรกก็ได้ มีคนรู้จักผมมากขึ้น จากชัยชนะครั้งนั้น การที่ผมร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจที่สวิสได้แชมป์วิมเบิลดันอีกครั้งนึงหลังจากที่ฮิงกิสเคยทำได้ พวกเขามีความสุขมาก และมันคงเริ่มจากจุดนั้น ชาวสวิสชื่นชมในความพยายามของผม และผมกำลังพยายามที่จะทำหน้าที่ทูตที่ดีของสวิสเซอร์แลนด์ มันเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับประเทศเราที่เราจะสะท้อนภาพที่ดีของประเทศออกไป
เพราะสวิสเซอร์แลนด์นั้นเป็นประเทศที่สวยงามมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลกนี้ ผมมีความสุขมากที่ได้ทำอย่างนี้ ถึงแม้บางครั้งพวกเขาจะไม่แสดงออกมากนักว่าชื่นชมผม แต่นั่นเป็นเพราะว่า พวกเราเป็นอย่างนี้ คือไม่แสดงออกรวดเร็วจนเกินไป (ไม่ยินดีแบบเว่อร์ ๆ มั๊ง) มันทำให้ผมต้องได้มาอีกหลายแกรนด์ สแลมและอีกหลาย ๆแชมป์ เรื่องดี ๆแบบนั้นถึงได้เกิดขึ้น แต่ผมก็ได้ชัยชนะมาแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แม้จะยากก็ตาม

IT : ทุกคนมักจะมองเห็นแต่ความมีสีสันของการเป็นคนดัง ที่จริงแล้วมันมีด้านลบ หรือมีอะไรที่คุณคิดว่าเป็นภาระที่คุณต้องแบกไว้บ้างไหม

RF : เรื่องดีอย่างหนึ่งก็คือ ในสวิสเซอร์แลนด์ไม่มีปาปารัสซี่ คุณสามารถไปไหน ๆ ได้โดยไม่มีคนมาห้อมล้อมคุณ มาสนใจคุณมากจนเกินไป นี่เป็นเรื่องที่ดี และเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมต้องการที่จะอยู่ที่นี่เมื่อผมอายุมากขึ้น



IT : ถ้าอย่างนั้นมีอะไรในความเป็นสวิสเซอร์แลนด์ที่ช่วยคุณในฐานะนักเทนนิสได้บ้าง

RF : ผมเองก็ไม่รู้ว่า มันเป็นสายเลือดสวิส หรืออาฟริกาใต้กันแน่นะ หรือว่าเป็นเรื่องของการทำงานหนัก ผมมักจะเป็นผู้นำเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ที่โรงเรียน หรืออยู่ในสนามกีฬา ผมต้องการที่จะเป็น the best เสมอ และผมรักที่จะเป็นผู้นำทีม ดังนั้นผมเลยไม่รู้ว่า มันจะช่วยผมได้มากไหมกับการที่ว่าผมมาจากทีไหน ผมเติบโตขึ้นมาเป็นอย่างดี พ่อแม่ของผมเป็นคนที่วิเศษที่สุด และสวิสเซอร์แลนด์ก็ให้โอกาสผมในทุก ๆเรื่อง สหพันธ์ดีกับผมมาก ๆ และให้ผมในหลายเรื่อง ผมมีโค้ชที่ดีที่สุด และผมคิดว่าผมโชคดีจริง ๆ พวกเขาไม่เคยหยุดที่จะเชื่อว่า ผมจะกลายเป็นนักเทนนิสที่ไม่เพียงแต่จะยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่จะเป็น the best อีกด้วย และนี่คือความแตกต่าง

สำหรับผมแล้วการเป็นลำดับที่ 100 ของโลกแค่นั้นยังไม่พอ ผมมักจะต้องการเป็น "ที่สุด" เสมอ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ผมเล่นในระดับจูเนียร์หรือซีเนียร์ก็ตามที มันเป็นแรงผลักดันที่ดีและผมก็ภาคภูมิใจในความสำเร็จของตัวเองด้วย

IT : เมียร์ก้าเคยบอกว่า เธอไม่คิดว่าจะมีใครอีกแล้ว ที่จะตื่นขึ้นมาในตอนเช้าพร้อมกับมีความสุขความพึงพอใจในตนเองมากไปกว่าที่คุณเป็นอยู่ คุณคิดว่าคุณเป็นอย่างที่เธอพูดหรือเปล่า

RF : เป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียวล่ะ เพราะว่า ผมมีความสุขกับสิ่งที่ผมทำอยู่ ผมทำตัวดีกับทุก ๆ คน นั่นเป็นธรรมชาติของผม แต่ขณะเดียวกันผมก็มีแรงกระตุ้น แรงจูงใจอยู่เสมอ ๆและยังเป็นคนที่คิดบวกอีกด้วย นานมากทีเดียวที่คนจะเห็นผมมองอะไรในด้านลบซะทีนึง และนี่ก็เป็นสิ่งที่ประทับใจเมียร์ก้าเอามาก ๆเลยทีเดียว (เอ้อ! ตรงนี้เค้าไม่ได้ถามนะ แฟนคลับก็ไม่อยากรู้อ่ะว่า เมียร์ก้าประทับใจเฟดตรงไหน ตอบทำไมเนี่ย)



IT : แต่คุณก็มีช่วงเวลาที่คุณทุกข์ร้อนอย่างยิ่ง เมื่อหลายปีก่อนโน้น ช่วงที่ปีเตอร์ คาร์เตอร์ บุคคลที่มีความสำคัญกับคุณมาก ๆ คนที่เป็นยิ่งกว่าโค้ชของคุณ แล้ววันนึงตอนที่คุณกำลังแข่งอยู่ที่แคนาดา คุณก็ได้รับข่าวว่า ปีเตอร์เสียชีวิตกระทันหันจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ จากนั้นคุณก็พบว่า คุณต้องโดดเดี่ยวและเศร้าสร้อยกับความพ่ายแพ้ที่โตรอนโตอยู่ตามลำพัง ในคืนนั้นทุกคนจำได้ดีว่า คุณเศร้าซะจนต้องออกไปเดินอยู่ตามถนนเพียงคนเดียว

RF : ใช่ ตอนนั้นเป็นช่วงที่ผมทุกข์ใจมาก เพราะมันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ จนถึงเดี๋ยวนี้ ผมก็ยังไม่เคยต้องเผชิญกับการตายจากไปของคนใกล้ตัวผมแบบนั้นอีกเลย เหตุการณ์นั้นสอนให้ผมเข้มแข็งขึ้น สำหรับผมแล้วปีเตอร์เป็นคนให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับผมให้กลายมาเป็นนักเทนนิสจนได้ ในตอนที่คุณยังเด็กอยู่นั้น การที่โค้ชคนนึงดูแลคุณ เขามักจะเป็นยิ่งกว่าโค้ช เป็นที่ปรึกษา เป็นกำลังใจ เป็นเพื่อน เป็นตัวแทนของพ่อแม่คุณ ในยามที่ท่านมาอยู่ใกล้ ๆคุณไม่ได้ และนี่เองการจากไปของปีเตอร์จึงมีความสำคัญกับผมมาก ผมไม่อาจจะพูดได้ว่า เหตุการณ์นั้นปลุกให้ผม "ตื่น" ขึ้นมาก็จริงอยู่ แต่มันก็ทำให้ผมเริ่มทำงานหนักขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่ามันแสดงให้คุณเห็นแล้วว่า เรื่องมันจบได้รวดเร็วเพียงใด


IT : การตายของปีเตอร์ มีผลกับคุณมากเลยใช่ไหม

RF : ใช่ครับ มีผลต่อเกมการเล่นของผมมาก

IT : คุณเคยพูดถึงความสำคัญของการได้แชมป์ที่ฮัมบูร์ก ในปี 2002 ก่อนหน้านั้นคุณบอกว่า คุณยังไม่ติด Top 10 และคุณก็ได้แต่หาวิธีการว่าทำอย่างไรคุณถึงจะติด Top 10 ได้ คุณกลายเป็นพวกที่อยู่ในกลุ่มที่มีศักยภาพมาก แต่ก็ยังเป็นแค่คนๆ หนึ่งที่น่าจะทำได้ แต่ก็ทำไม่ได้สักที หลังจากที่คุณได้แชมป์ รายการนั้นแล้ว คุณก็มั่นใจมากขึ้นว่า คุณจะเป็นมือ 1 ให้ได้

RF: ตอนนั้นผมเล่นได้ไม่ค่อยดีเลย อาทิตย์ก่อนหน้านั้นผมแพ้ Andrea Gaudenzi แล้วตกรอบแรกที่โรม จากนั้นผมเริ่มเปลี่ยนแร็คเก็ต เปลี่ยน strings เปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง กลายมาเป็นอย่างที่ผมเล่นอยู่ทุกวันนี้ เกือบจะหกปีแล้วได้มั๊ง ก่อนหน้านั้นผมใช้ Pete's racket (Wilson ProStaff) ช่วงนั้นเป็นช่วงที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านของผม ที่ผมประสบกับปัญหาในการเล่นบนคอร์ตดิน ผมแพ้แบบหวุดหวิด เช่น 7-5 อะไรแบบนี้ ผมแพ้ติดต่อกันเลยนะ 11 จาก 12 แมทช์บนคอร์ตดิน ผมรู้ตัวว่า ผมสามารถเล่นได้ดีบนคอร์ตดิน แต่มีอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมแพ้ติด ๆ กันซะขนาดนั้น ผมอาจจะไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน และเพิ่งจะผ่านจากช่วงจูเนียร์ขึ้นมาเล่นอาชีพ ดังนั้นทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่ฮัมบูร์ก และผมเอาชนะได้ ทำเอาผมเกือบ ๆ ช็อคไปเลยล่ะ ผมทำได้แล้ว ผมเอาชนะคู่แข่งชั้นยอดอย่างกูก้า อย่างซาฟิน เป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มาก ๆ เลยทีเดียว

IT: แล้วก่อนที่คุณจะได้แชมป์แกรนด์ สแลมรายการแรก ก่อนที่จะมาไกลได้ขนาดนี้ (แชมป์ 53 รายการ เป็นรายการใหญ่ซะ 12 แล้วก็เป็นมือ 1 มายาวนานกว่า 4 ปี) มันยิ่งใหญ่และจะกลายเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของวงการ คุณคิดว่าอะไรเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่ทำให้คุณทำได้ขนาดนี้ เป็นอย่างที่ใคร ๆ กล่าวถึงหรือเปล่าว่า คุณมีการจัดระบบที่ดี มีความสุขุมรอบคอบ ลองบอกหน่อยได้ไหมถึงแรงบันดาลใจ หรือว่าพื้นฐานของคุณว่า......

RF: ทั้งหมดนี้มีพื้นฐานมาจากอะไร ฟอร์มการเล่นที่ดี มันมีพื้นฐานมาจากทักษะความสามารถ ความล้มเหลวในการตีช็อตต่าง ๆ ความสามารถในการปรับตัวและการอ่านสถานการณ์ (ในระหว่างการเล่น) ของผม ทั้งหมดนี้มันรวม ๆกันอยู่ในสิ่งที่เรียกกันว่า talent ซึ่งผมต้องผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักมาก ๆ วันแล้ววันเล่า เพื่อที่จะพัฒนามันขึ้นมาเป็นอาวุธร้ายประจำตัวของผม กว่าที่จะมาถึงตอนนั้นผมก็ผ่านการพ่ายแพ้มามากต่อมาก ผมต้องพยายามที่จะเล่นช็อตยาก ๆ ผมต้องเริ่มที่จะพยายามทำความเข้าใจกับเกมของตัวเอง ช็อตของตัวเอง และในเวลานั้นผมต้องเริ่มทำให้มันดูง่ายขึ้นและต้องทำด้วยความอดทนอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผมสามารถพัฒนามันขึ้นมาและเปลี่ยนแปลงได้จากหน้ามือเป็นหลังมือคือ mental ability ของผมเอง เพราะก่อนหน้านั้นมันคอยแต่จะต่อต้านตัวผมเองอยู่เสมอ หลายปีหลังจากนั้น กลับกลายเป็นว่า ผมมีชื่อเสียงมาก ๆ ในเรื่องของการควบคุมจิตใจและอารมณ์ตัวเอง เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมากจริง ๆที่ผมสามารถเปลี่ยนแปลงตรงนี้ได้


เฟดตอนได้แชมป์มาสเตอร์แรกที่ฮัมบูร์ก ปี 2002



ตอนนั้นนี่ดูมาดเซอ มาก ๆ เลยนะ ไม่เป็นคุณชายเหมือนเดี๋ยวนี้เลย



IT : หากว่า คุณสามารถเลือกความสำเร็จในอาชีพของคุณได้อีกอย่างหนึ่ง ระหว่างได้แชมป์เดวิส คัพ ได้เหรียญทองโอลิมปิค ได้แชมป์ที่โรลังด์ การอส หรือทำลายสถิติแชมป์แกรนด์ สแลมของแซมพราส คุณคิดว่าจะเลือกอะไร

RF : ไม่รู้เหมือนกันนะ ผมก็เหมือนคนเห็นแก่ตัวทั่ว ๆไปแหละ คืออยากได้มันหมดเลย ผมอยากได้เฟรนช์ โอเพน ผมเกือบจะทำลายสถิติแกรนด์
สแลมของพีทอยู่แล้ว ผมว่าผมก็อยากจะได้ทั้งหมดก่อนที่ผมจะรีไทร์นะ ตอนนี้ผมอยากได้แชมป์เฟรน โอเพ่นมาก ๆ เลยล่ะ เพราะผมประสบความสำเร็จเรื่องอื่นมามากแล้ว และผมก็ยังอยากได้เหรียญทองโอลิมปิค อยากได้แชมป์
เดวิส คัพ มันคงทำให้ผมมีความสุขมาก ๆ เลยนะ เพราะผมรักการเล่นเป็นทีม และรักโค้ชของเรามาก คงเป็นเรื่องที่ดีมากที่จะเห็นทีมก้าวหน้าไปได้มากขนาดนั้น ผมก็หวังว่า ผมจะทำได้ทั้งหมดตามที่ผมหวังไว้


อิอิ ถ้ายัง "hungry" ขนาดนี้ล่ะก็ เฟดคงไม่ท้อหรือเลิกราง่าย ๆหรอก

IT : ที่ผ่านมานักเทนนิสอันดับ 1 หลาย ๆคนเลือกที่จะอยู่ให้ห่างจากการเมืองภายในและนโยบายทั้งหลายแหล่ของ เอทีพีเข้าไว้ แต่นั่นไม่ใช่คุณ คุณมักจะให้ความเห็นต่าง ๆเสมอ เวลามีอะไรเกิดขึ้นในเอทีพี อย่างเช่น การใช้ฮอค-อาย ประเด็นต่าง ๆในวิมเบิลดัน การลดขนาดรายการเก่าแก่อย่างรายการที่มอนติ-
คาร์โล หรือการทดลองเอาระบบราวน์โรบิ้น มาใช้ในการแข่งขันของเอทีพี ทำไมคุณถึงเลือกที่จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องพวกนี้


RF : ก่อนอื่นคุณต้องนึกถึงว่า วงการเทนนิสนั้นเป็นอะไรที่หยั่งรากลึกมายาวนาน เราไม่ได้เพิ่งจะมีกันมาแค่ 5-6 ปีที่คุณจะเปลี่ยนแปลงอะไรก็ได้ โดยที่ใคร ๆ ก็จะยอมรับมันโดยไม่โต้แย้ง ผมโตขึ้นมากับเทนนิส ในแบบที่มันเป็นอยู่นี่ ผมก็ไม่ต้องการให้มันเปลี่ยนแปลง เพราะผมคิดว่ามันเป็นเกมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ ปัญหาของเราตอนนี้คือ เราต้องการสปอนเซอร์เพิ่มมากขึ้น หาเงินเข้ามาให้ได้มากขึ้น และกลับไปถ่ายทอดผ่านรายการทีวีที่เป็นฟรีทีวี (ไม่ใช่เคเบิลทีวี) นี่คือปัญหาที่ใหญ่ที่สุดสำหรับพวกเรา เรามีปัญหาการทำธุรกิจกับ ISL การเจรจามันล้มเหลวไปแล้ว ซึ่งทำให้เราเดือดร้อนกันมากในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดผ่านฟรีทีวี พวกเขาขายลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดให้กับเครือข่ายเคเบิลทีวี นั่นเท่ากับทำลายตลาดของเราไปแล้วในส่วนที่เกี่ยวกับสปอนเซอร์ รวมทั้งโอกาสในการดูรายการของแฟน ๆทั่วไปด้วย ที่นั่งในสนามก็ขายไปหมดแล้ว แล้วพวกที่ชอบดูเทนนิส รักกีฬาเทนนิสจะทำอะไรได้ เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก ๆ แต่เราอาจจะย้อนกลับไปได้อีกครั้งหนึ่ง หากเรามีแพ็คเก็จดี ๆที่น่าสนใจ ปัญหาเหล่านี้ต่างหากที่เราควรจะให้ความสนใจ และพยายามที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆน้อย ๆที่ดูหน่อมแน้ม (เฟดใช้คำว่า stupid) มาก ๆอย่างการเอา rr เข้ามาใช้ในการแข่งขัน




 

Create Date : 15 ธันวาคม 2551    
Last Update : 23 ธันวาคม 2551 20:36:19 น.
Counter : 268 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

เวสาตรี
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add เวสาตรี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.