ทำอย่างไรให้ได้มาใช้ชีวิตในแดนปลาดิบ (1)



สำหรับคนที่มีความคิดอยากมาทำงานต่างประเทศนะคะ
คือตัวเราเป็นคนที่เคยฝันไว้ว่าอยากลองไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศสักครั้งแต่ไม่ใช่แบบไปเที่ยวแค่แปปๆก็กลับ
อยากได้มาลองทำงานเรียนรู้เรื่องงานทำงาน ได้เจอได้คุยกับคนท้องถิ่น ดูความเป็นอยู่จริงๆของเค้าแล้วเราก็ได้
ได้ไปใชชีวิตจริงๆดูสักช่วงหนึ่งก็คือประมาณ 2-3 ปีแล้วเมื่อเราไปทำงานต่างประเทศเราก็จะได้ภาษาด้วยเวลากลับ
ไปทำงานที่เมืองไทยจะได้หางานง่าย แต่ก็ได้แค่คิดมาตลอดทั้งๆที่จบเอกภาษามาแต่เรียบแบบกลางๆพอให้ผ่านมาได้เรื่อยๆ
จบมาปีแรกไปสมัครงานก็ได้งานการเงินที่บริษัทขนาดเล็กทำๆไปได้ปีกว่าก็ไม่ไหวเราไม่ถนัดเลย ก็ไปสมัครงานบริษัทที่สอง
เริ่มคิดว่าโอเคขึ้นมาหน่อยแล้วเป็นงานบริการเกี่ยวกับระบบขนส่งได้เจอลูกค้าได้ใช้ภาษาแต่ก็ใช้แค่จำกัดบอกทางให้ข้อมูลโปรโมชั่น
แต่ส่วนตัวเป็นคนชอบเที่ยวแล้วงานที่สองเนี่ยตอบโจทย์ตรงที่เราทำงานเป็นกะแลกกะเพื่อนเอาวันหยุดไปรวมๆกันทำให้ไปเที่ยวได้สะดวกมาก
แต่แลกกับการไม่เคยได้หยุดเทศกาลเค้าดาวบนสถานีทุกปีไปนั่งดูพลุกับพี่ รปภ แต่ก็เหมือนเด็กจบใหม่ทำที่ๆสองได้สองปีกว่าเที่ยวต่างจังหวัดตลอดไม่มีเงินเก็บเลยทำงานมา 3 ปีกว่าแล้วทำไงดีที่เรียนจบมาก็ไม่ได้ใช้ลืมหมดแล้ว
ก็เริ่มอยากหางานใหม่ที่ได้ใช้ภาษาเยอะๆอยากลองไปทำงานต่างประเทศดู
     จุดเริ่มต้นคือเพื่อนที่สมัครโครงการไปทำงานต่างประเทศกับกรมแรงงานครบสัญญา 1 ปีกลับมาไทยพอดีก็สนใจถามรายละเอียดงานการใช้ชีวิตขั้นตอนการสมัครกับเพื่อนรวมถึงค่าใช้จ่างต่างๆก็เริ่มเตรียมตัวระหว่างนี้ก็มีเปิดสอบของกรมแรงงานไปทำงานที่เกาหลีด้วยเพื่อนที่กลับจากญี่ปุ่นก็สนใจจะไปเกาหลีกับกระทรวงแรงงานต่อก็ไปลงเรียนภาษาเกาหลีอย่างเร่งด่วน เราต้องทำงานก็เรียนเอกเปิดดูคลิปสอนภาษาในยูทูปไปด้วยแต่ไปสอบแล้วไม่ผ่าน
ก็มีเพื่อนไปทำงานออแพร์ที่อเมริกาก็สนใจไปสมัครฟังอบรมขั้นแรกฟังข้อมูลต่างๆแต่ไม่ได้ภาษาอังกฤษเลยได้แค่พื้นๆจริงๆก็กล้าๆกลัวๆ แต่พอดีโครงการไปทำงานญี่ปุ่นของ IMM  JAPAN เปิดรับสมัครก็เลยสนใจไปสมัครดู
ใครสนใจอยากทราบรายละเอียดไปดูตามลิ้งนี้เลยนะคะ
เป็นรายละเอียดการเปิดรับสมัครหาคนมาทำงานที่ญี่ปุ่นรอบนี้ของผู้หญิงเปิดรับสมัครประมาณปีละ 1 ครั้ง
ของผู้ชายเปิดรับสมัครหลายรอบกว่าเพราะมีงานรองรับมากกว่า

อันนี้ลิ้งของกรมแรงงานเอาไว้ไปดูวันประกาศรับสมัครสำหรับคนที่สนใจไปทำงานที่ญี่ปุ่นแบบไม่เสียค่านายหน้า

รายละเอียดคราวๆของโครงการคะ
กรมการจัดหางานเปิดรับสมัครคัดเลือก  ผู้รับการฝึกอบรมเพื่อจัดส่งไปฝึกปฏิบัติงานเทคนิคในประเทศญี่ปุ่น โดยผ่านองค์กร IM ปี 2559 ครั้งที่ 1 ตำแหน่งคนงานทั่วไป ระยะเวลาฝึกปฏิบัติงาน 1 ปีหรือ 3 ปี ได้รับเบี้ยเลี้ยงตลอดการฝึกงานโดยในเดือนแรกได้รับเบี้ยเลี้ยงเดือนละ 80,000 เยน หรือประมาณ 24,000 บาท และ IM ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าที่พัก ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ยกเว้นค่าอาหาร ค่าโทรศัพท์ และค่าใช้จ่ายส่วนตัว เดือนที่ 2 ถึงเดือนที่ 12 หรือเดือนที่ 36 จะได้รับค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด ผู้ฝึกปฏิบัติงานเทคนิคจะต้องรับผิดชอบค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าสาธารณูปโภคต่างๆ และค่าประกันสังคม ฝึกครบ 1 ปี จะได้รับประกาศนียบัตร  รับรองการฝึกงาน และจะได้รับเงินสนับสนุนการประกอบอาชีพจำนวน 200,000 เยน หรือประมาณ 61,000 บาท ผู้ฝึกงานครบ 3 ปี จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการฝึกงาน และจะได้รับเงินสนับสนุนการประกอบอาชีพจำนวน 600,000 เยน หรือประมาณ 184,000 บาท 
คุณสมบัติผู้สมัครเป็นเพศชาย อายุ 20 – 30 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ไม่จำกัดสาขาวิชา สายตาปกติ และไม่บอดสี ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 160 ซม. สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ พ้นภาระการรับราชการทหาร ไม่มีรอยสัก หรือความผิดปกติทางร่างกายไม่มีประวัติอาชญากรรม ความประพฤติดี และไม่เคยเข้าเมืองหรือทำงานโดยผิดกฎหมายในประเทศญี่ปุ่น หรือประเทศอื่น ๆ และไม่เคยไปฝึกปฏิบัติงานเทคนิคที่ประเทศญี่ปุ่นโดยใช้วีซ่าประเภท Technical lntem มาก่อนหรือเป็นผู้ต้องห้ามในการเข้าประเทศญี่ปุ่น

หลักฐานที่ใช้ในการสมัคร ได้แก่ ใบสมัครสอบคัดเลือกซึ่งผู้สมัครต้องเลือกระยะเวลาที่ต้องการเข้าไปฝึกปฏิบัติงานเทคนิคในประเทศญี่ปุ่น 1 ปี หรือ 3 ปี รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก และไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 3 รูป สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หลักฐานการศึกษา หลักฐานการพ้นภาระการรับราชการทหาร ใบรับรองแพทย์ที่แสดงว่าสุขภาพแข็งแรงสายตาปกติและตาไม่บอดสี ประวัติส่วนตัว  ใบผ่านงาน (ถ้ามี)

ที่ตั้งกระทู้นี้ก็อยากเป็นแรงบรรดาลใจให้คนที่อยากไปทำงานต่างประเทศแต่มีงบจำกัดแล้วไม่ได้มีความรู้ทางด้านภาษาเป็นพิเศษได้มีโอกาส
เพราะเราก็มีงบจำกัดและไม่อยากรบกวนที่บ้าน ไม่อยากมาผ่านเอเจนซี่เอาไว้เป็นข้อมูลให้คนที่คิดจะสมัครไปทำงานที่ญี่ปุ่นกับโครงการของกรมแรงงานได้มีข้อมูลก่อนตัดสินใจ

ก้าวแรก
พอรู้ประกาศวันรับสมัครปุ๊ปก็เริ่มเตรีมเอกสารเพื่อสมัครเตรียมตัวอ่านหนังสือไปสอบ
โดยการสอบปีที่เราสอบจะมีความถนัดวิชาช่าง ตัวอักษรภาษาญี่ปุ่น และคณิต
พอสอบผ่านจะมีรอบทดสอบสมถรรภาพอีกคือวิ่ง ซิทอัพ และวิดพื้น แล้วต่อด้วยสัมภาณ์
ซึ่งโหดทุกด่านเพราะมีคนมาแล้วโดดวีซ่าทำงาน ขอกลับเพราะงานไม่ตรงกับที่เรียนมา
คิดถึงบ้าน หลายๆเหตุผล เคยเรียนภาษาญี่ปุ่นมาก็สบายมาตัวอักษรญี่ก็ชิวๆไปวิชานี้
แต่หนักที่วิชาช่างไม่รู้จะออกแนวไหนไม่รู้จะอ่านอะไรดีวัดดวงไปแล้วกันไปเตรียมวิชาคณิตศาสตร์ดีกว่า
ด้วยความที่เป็นเด็กเรียนภาษามาตลอดแล้วก็ไม่ชอบคณิตเลยก็ไปหาข้อสอบคณิตคิดเร็วในอินเตอร์เน็ตแล้วปริ๊นออกมา
เอามานั่งทำทุกวันๆ ควบคู้ไปกับการซ้อมวิ่ง วิดพื้น ซิทอัพ เตรียมตัวอยู่เดือนกว่าจนถึงวันสอบก็สอบผ่านมาแล้วเฉียดฉิว
สอบเสร็จวันเสาร์บ่ายประกาศผล เช้ามืดวันอาทิตย์จะเป็นการทดสอบสมถภาพคือวิ่ง ซิทอัพ และวิดพื้นแล้วไปเข้าห้องตรวจ
รอยสักแล้วรอฟังผลสายๆหน่อยก็ประกาศผลสอบก็เตรียมตัวสัมภาษณ์ตอนนั้นเครียดมากได้สัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่คนญี่ปุ่นด้วย
แต่เราก็ตั้งใจตอบมากพูดให้เขารู้ว่าเราอยากมากับโครงการนนี้จริงๆเราทราบแล้วว่าเนื้อหางานเป็นแบบไหน รายได้ประมาณเท่าไหร่
เราพร้อมที่จะไปทำงานที่ญี่ปุ่นจริงๆ พอเสร็จเย็นๆก็รอฟังผลผ่านก็เตรียมเอกสารไปรายงานตัวที่กรมแรงงาน ต้องไปทำพาสปอร์ต
ต้องไปทำประวัติอาชยากรรมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วไปตรวจร่างการเพื่อเอาผลไปส่กรมแรงงานที่โรงพยายาลรามา
เราก็ทำทุกอย่างจนไปถึงขั้นตอนขึ้นบัญชีรายชื่อเพิ่อรอเรียกเข้าไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่กรมจัดไว้ให้ 
เมษายน  2558.       สมัครสอบรอดูรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าสอบ
พฤษภาคม. 2558     สอบฟังผลทำพาสปอร์ต ทำประวัติอาชยากรรม ตรวจร่างกาย
มิถุนายน 2558.        มีชื่อขึ้นในบัญชีรายชื่อของกรมแรงงาน
กุมภาพันธ์ 2559.      เรียกเข้าไปเรียนภาษาญี่ปุ่นพาร์ทแรกที่ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานที่ปทุมธานี 
มิถุนาย  2559.         ผ่านสัมภาษณ์จากตัวแทนบริษัทเข้ามารับตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่นเริ่มเรียนพาร์ท 2 เพื่อเตรียมบินไปทำงานที่ญี่ปุ่น
กรกฎาคม 2559.      บินไปญี่ปุ่นเรียนภาษาที่ศูนย์ที่ญี่ปุ่น  1 เดือน
สิงหาคม 2559.        เริ่มทำงานมีสัญญา 3 ปี

ค่าใช้จ่าย
ค่ารถไปสมัครที่กรมแรงงานหรือแรงงานจังหวัด
ค่าตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลรามา 1800 บาท
ค่าทำพาสปอร์ต 1040. บาท (รวมค่าส่งด้วย)
ค่าใช้จ่ายตอนเรียนในศูนย์ที่ปทุมธานี 3. เดือนๆละประมาณ 5000บาท(เป็นค่าขนมค่าพจนานุกรมค่าถ่ายรูปติดเอกสาร)

-ค่าข้าวฟรี 3 มื้อ
-ชีทเรียนมีให้ฟรี
-ค่าที่พักฟรี

ก่อนบิน
-แลกเงินติดตัวมาใช้เดือนแรกหลังจากเรียนจบออกจากศูนย์ที่ญี่ปุ่นจริงๆโครงการมีให้คนละประมาณ 50,000 เยน
-ค่าเสื้อผ้ากระเป๋าเดินทางแล้วแต่เราจะหมดคนลเท่าไหร่

-ค่าตั๋วเครื่องบินฟรีโครงการจ่าย
-ค่าที่พักตอนมาเรียนภาษาที่ญี่ปุ่นฟรี
-เรียนภาษาญี่ปุ่นฟรี 1 เดือน
-ฟรีอาหาร 3 มื้อ

รวมๆทุกอย่างเราเสียเงินประมาณ 60,000-70,000 บาทตั้งแตสมัครจนบินไปญี่ปุ่นจนถึงวันเงินเดือนๆแรกออก



Create Date : 28 กรกฎาคม 2560
Last Update : 28 กรกฎาคม 2560 23:25:22 น.
Counter : 171 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Sim_Cinder
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]