ว่างเปล่าไร้จุดยืน
Group Blog
 
All Blogs
 

อำนาจของยา"จิตเวช Depakine" ทำให้เราไม่ตกเป็น"ทาสทางอารมณ์"

อำนาจของยา"จิตเวช Depakine" ทำให้เราไม่ตกเป็น"ทาสทางอารมณ์"

 " แต่ผู้ป่วยมักได้ยาเมื่อสายไปแล้ว เพราะอะไร  เราก็ไม่รู้เหมือนกัน "  แต่เพิ่งเป็นการเริ่มต้นสำหรับหมอจิตเวช เมื่อไหร่หมอจะเริ่มจ่ายยาตัวนี้กันนะ

คนทั่วไปอาจสงสัยว่า ยาDepakine คือยาอะไร  ทางการแพทย์  ยาตัวนี้ใช้รักษาโรคลมชัก หรือที่เรียกว่าลมบ้าหมู ในคนที่มีผิดปกติทางด้ายร่างกายและสมอง 

แต่ความจริงแล้วยา Depakine สามารถใช้รักษา โรคทางจิตเวชได้เช่นกัน  โรคที่ผู้เขียนจะกล่าวต่อไปนี้คือ  โรคBipolar หรือ โรคอารมณ์2ขั้ว

โรค  อารมณ์2ขั้ว   คือ  โรคที่ทำให้ผู้ป่วยมีความผิดปกติทางด้านจิตใจและอารมณ์ ผู้ป่วยจะมีช่วงอารมณ์ดี ดีเกินปกติ และอารมณ์เศร้า เศร้าเกินปกติ สลับกันไปมา  แล้วแต่ว่า สารสื่อในสมองจะหลั่งสารชนิดไหนออกมาเกินปกติ

จากตัวผู้เขียนเอง ไม่อยากเขียนให้ดูเป็นทางการมากนัก เพราะมันดูซีเรียส และจริงจังมากไปเกินกว่าที่ตัวผู้เขียนเองจะรับได้

 

ดิฉันเริ่มมีความผิดปกติทางด้านอารมณ์ที่เด่นชัด ในช่วงม.1 คือ มีอาการเศร้าผิดหวังกลัวว่าพ่อแม่จะไม่รัก เพราะด้วยความห่างเหิน และไม่เคยอยู่ด้วยกันมาเเต่เกิด ดิฉันเรียนในโรงเรียนชั้นดี เห็นเพื่อนๆน้องมีพ่อแม่คอยมารับรับมาส่ง และถูกปลูกฝังมาตลอดว่า  พ่อแม่จะไม่ทิ้งลูก  เมื่อได้มีโอกาสมาอยู่กับพ่อแม่พี่น้องของตัวเองจริงๆ กับรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น  ทุกอย่างแตกต่างจากที่ฉันคิด  ประจวบกับการเจอคุณพ่อที่มีความเป็นคอมมิวนิสสูง  ความเครียดหลายอย่างประดังประเดเข้ามา ทำให้ตัวดิฉันเองเริ่มมีอาการซึมเศร้า  เศร้าเป็นจริงเป็นจัง  เศร้าเป็นเดือนๆ  เหมือนกลางวันตื่น กลางคืนฝัน   กลางวันอยู่โรงเรียนทิ้งเรื่องเครียดแต่เมื่อกลับมาบ้าน ทุกอย่างเหมือนเรื่องฝันไป  ฝันร้ายที่ทำให้ พยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง  ทั้งการกรีดข้อมือ  การกินยาเกินขนาด  การพยายามเกิดขึ้นหลายครั้งแถบจะทุกเดือน

1ปี  ในบ้านนี้  ฉันไม่ได้คุยกับใครเลย  ครอบครัวฉันเป็นครอบครัวใหญ่อยู่กันหลายคน ฉันมีพี่หลายคนทุกคนรักกันมากพูดคุยกันสนุกสนานแต่เค้าไม่คุยกับเราที่นั่งหัวโด่เด่อยู่ อายุมีทั้งห่างกันไม่มาก และห่างกันมากๆ  กับตัวพ่อแม่เอง  ท่านก็ไม่ได้ใยดี  ไม่ได้คุยด้วย แม้แต่การรับไหว้ฉัน  ยังไม่มีให้เห็น 

พอขึ้นม.2ชั้นก็โดนส่งกลับไปอยู่กับคุณป้าเหมือนเดิม นรกอีกแล้ว  เพราะอยู่บ้านแล้วช่วยงานบ้านไมได้  บ้านฉันทำอาชีพค้าขาย  แต่ฉันเป็นเด็กสาวขี้กลัว หวาดระแวง พูดง่ายฉันไม่ชอบพบเจอใครก็ไม่รู้  แม้กระทั่งกับคนในครอบครัวฉันยังไม่อยากเจอ

ฉันกลับไปอยู่กับป้า เรื่องเลวร้ายที่เคยมีในอดีต ก็ยังดำเนินต่อไป การไม่เท่าเทียมทางอายุและความคิด การตกเป็นทาสอารมณ์ของคนอื่น การถูกตัดสินผิดๆทั้งที่ไม่ได้ทำ การกล่าวหาต่างๆนา  ดำเนินมาจนฉันขึ้นม.4  ชั้นไม่ใช่เด็กเรียนเก่งเลย  แต่ถึงไม่เก่งแต่ก็ไม่ได้โง่เกินไป  และการถูกเลี้ยงดูแบบตีกรอบสี่เหลี่ยมเท่ามดดิ้นตาย ก็ไม่ได้ทำให้ฉันเป็นเด็กเกเร  แต่มันปลูกฝังด้านความคิด ด้านอารมณ์หลายอย่าง 

การกลับไปอยู่บ้านตัวเองอีกครั้งมาถึง  ครั้งนี้ ฉันไม่ใช่เด็กที่เอาแต่ร้องไห้อย่างเดียวแล้ว  ฉันมีพัฒนาการที่เลวร้ายกว่านั้น  การเอาตัวรอดแบบผิดๆ  การเถียง การเอาชนะ ซึ่งโดยพื้นฐานฉันไม่ได้เป็นคนแบบนั้นเลย พี่ฉันมักพูดว่าฉันเป็นเด็กกร้าวร้าว  ฉันคิดเสมอว่า เปล่านะฉันไม่ได้เป็นคนแบบนั้น  การโดนใครสักคนมากร้าวร้าวใส่ก่อน  เราควรนิ่งให้เค้าโคกสับร่ำไปเหรอ 

ฉันขึ้นม.4  จะต้องคิดเรื่องการเรียนต่อ  ฉันเป็นเด็กศิลป์ ใช้ศิลปะควบคุมจิตใจมาโดยตลอด  ฉันใจเย็นได้  สงบได้ ถ้าได้วาดรูปได้คิดจิตนาการเรื่อยเปื่อย   แต่พ่อฉันไม่ยอมรับ  จะไม่มีการเรียนต่อใดๆทั้งสิ้น ต้นเหตุมาจากที่พี่ชายฉันเอนท์ไม่ติด  คนนี้เก่งมาก แต่โดนพี่คนโตหักเหลี่ยมโหดก่อนเอนท์1วัน  ฉันเห็นแล้วยังอดคิดไม่ได้ว่า  นี่มันการกลั่นแกล้งกันเพราะความอิจฉาล้วนๆ  ด้านตัวฉันเองก็ไม่ได้โดนน้อยกว่า  การกลับมาบ้านครั้งนี้ ทำให้ได้รู้จักนิสัยพี่คนโตอย่างแท้จริง  รายนี้คบไม่ได้  อย่าไปเข้าใกล้อย่าหาเรื่องใส่ตัว  แต่เรื่องมักลอยมาหาเอง  ต่อมากลับพี่ชายอีกคนที่อายุห่างกัน2 ปี   ก็ไม่ได้น้อยกว่าเลย  การโดนขัดใจ  ความห่างเหินที่พี่แกช่วยย้ำทำให้ เราคิดว่า  ที่อยู่ทุกวันนี้ มันฝันร้ายชัดๆ 

ครอบครัวไปเที่ยวกันบ่อยมากแต่ ฉันถูกทิ้งให้เฝ้าบ้าน  เมื่อจำเป็นที่ต้องไปกันหมดฉันถูกเขี่ยให้ไปนั่งรถกับคุณพ่อ  เป็นที่รู้กันว่า  ห้ามหลับบนรถ  ห้ามตอบคำถามกำกรวม  ห้ามตอบคำถามไม่เข้าหู  ทางที่ดีเออออห่อหมกไปเหอะ  แต่ฉันมักพลาดทุกครั้งตอบคำถามไม่เคยเข้าหู  กลายเป็นหูชาไปตลอดการเดินทาง 

ที่บ้านมีรถหลายคันเลย  แต่ฉันไม่เคยได้นั่งรถคันที่พี่ๆขับ  แค่ครั้งเดียวที่เคยนั่งรถพี่  ฉันว่านะ  ครอบครัวยิ่งมีอะไรมากความห่างเหินก็ยิ่งมาก  ฉันถูกห้ามทุกอย่างแม้กระทั่งรถของครอบครัว ต้องน่ังนิ่งเงียบ ไม่คิดให้น้อยใจเล่น และไม่พูดให้น่าน้อยใจเล่น เพราะไม่มีใครเคยตอบอะไรฉันกลับมา

พ่อมักแสดงให้เห็นเลยว่าฉัน น่ะไร้ค่า และพูดเสมอว่าฉันเป็นขยะสังคม  ห้ามคิดในใจ ห้ามพูด  ห้ามๆๆๆๆ 

ฉันคิดว่า การไม่คิดอะไร  การไม่ฝันอะไรให้มันสูงกว่าสิ่งที่เป็นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ในการมีชีวิต เพราะมันทำให้เราเจ็บน้อยลง คิดน้อยลง  เสียใจน้อยลง  การไม่ทะเยอทะยาน  เป็นสิ่งดีที่สุดแล้ว

 

ฉันเคยพลาด ยกถังน้ำ แล้ววางลงไม่ดีพอ ถังน้ำแตก  หลังจากเหตุการณ์นั้นพ่อ ห้ามไม่ให้ฉันหยิบจับอะไรเลย มันเหมือนตราบาปติดตัวเราไปตลอด  พ่อเกลียดฉันมาก

ตั้งแต่นั้นมาฉันทำอะไรก็ผิดเสมอ ทุกอย่างเป็นเรื่องใหญ่ไปหมด  แม้แต่การเรียงกล่องนมแล้วฉลากขวดหันเบี้ยวไปนิดเดียว  ไม่รู้สิ  ฉันว่าหูฉันชาไป3วัน  เสียน้ำตาไปเป็นตันๆ

พ่อทำให้ฉันกลัว  เวลาที่พ่อฉันเครียด  พ่อมักเรียกฉันเข้าไปในห้อง  ห้องกระจกสีชา ปิดไฟ แอร์เย็นเจี๊ยบ  มีโตีะไม้กลางห้อง โคมไฟนึงดวง  และขวดเบียร์พร้อมด้วยแก้วเหล้า  ฉันเกลียดมันมาก 

พ่อจะเรียกฉันเข้าไปนั่งรอ  และเดินเข้ามาที่หลัง และเริ่มยิงคำถามเหมือนเดิมทุกครั้ง  คำถามพวกนี้ฉันไม่เคยตอบได้   ฉันไมรู้จะตอบยังไง   ฉันโดนยิงคำถามชุดนี้ครั้งตอนอายุ13

แกเกิดมาทำไม

แกเกิดมาเพื่ออะไร

เพราะอะไรแกถึงเกิดมา

แกเกิดมาเเกจะทำอะไรต่อไป

 

และเริ่มวกเข้าเรื่องความผิดผลาดต่างๆนานาที่เราก่อไว้ 

ตามมาด้วยคำพูดถากถาง และจบด้วยคำว่า  พ่อจะให้โอกาสแกไปคิด คิดได้แล้วพ่อจะถามอีกครั้ง

แต่ระยะหลังๆ ฉันจะอยู่ทนฟังได้แค่คำถางถางเค้าไม่กี่ประโยคแล้วก็เผ่นแหนบ วิ่งหนีขึ้นห้อง ไม่ก็วิ่งเข้าห้องน้ำเปิดก๊อกน้ำแรงๆ  ยืนชกกำแพงด้วยความโกรธ เศร้าเสียใจ

ม.5 ฉันถูกส่งกลับบ้านป้า กลับไปใช้ชีวิตในนรกขุมเดิมเดิม  ฉันเริ่มกลายเป็นเด็กกิจกรรมแบบจริงจังในโรงเรียน  ทำกิจกรรมเยอะๆ กลับบ้านดึกๆ  เอาแบบที่ กลับไปแล้วมีเวลาโดนด่านิดเดียว  ฉันเริ่มซื้อซาวเบ้าท์ เปิดเพลงดังๆ  จนแก้วหูเกือบทะลุมาแล้วครั้งนึง  จะเรียกว่าเป็นการหนี  เป็นการเอาตัวรอดก็ได้ 

ฉันจำวันก่อนวันกีฬาสีได้  ฉันไปทำงานบ้านเพื่อน  ฉันรักงานศิลปะมาก และฉันรับงานไม่อั้น ทุ่มเททั้งชีวิตเลยก็ว่าได้   วันเสาร์ฉันไปบ้านเพื่อน ไปทำงาน แล้วกลับบ้านเร็ว  ฉํนเองงานกลับมาบ้านด้วย เป็นงานเขียนผ้าดิบทำป้ายรณณงค์แบกสีกลับบ้านหลายทั้ง  และฉันไม่หนัก และภูมิใจมาก เป็นเด็กอาร์ตคนเดียวในทีมที่ใช้พู่กันเก่ง

วันเสาร์ ฉันกลับบ้านมาทำการบ้าน อ่านหนังสือ เคลียร์งานที่อาจาร์ยให้  วันอาทิตย์ ฉันตื่นมาตี5  เตรียมของ  อ่อใช่ฉันซื้อขนมมาด้วยเป็นแครกเกอร์ที่กินคำเดียวได้ไม่ต้องถือ

ฉันเริ่มงานตอนตี5 ล่วงมาจนถึง7โมง  บรรยากาศมาคุขึ้น เมื่อป้าฉันเรียกกินข้าว  ฉันก็แจงไปว่า อืมกินแล้วซื้อขนมมา  แต่คำตอบที่ได้คือ เลว ไร้น้ำใจซื้อขนมมากินคนเดียว  ไม่รู้สิ ฉันว่า เค้าน่าจะหงุดหงิดอะไรสักอย่างแหละ  ฉันกลางผ้าดิบไว้กลางบ้าน  เค้าก็มาไล่ที่บอกจะกวาดบ้าน ฉันยังไม่ทันจะเก็บของ เค้าก็เดินมาเตะกระป๋องสีหกใส่งานเรา  มันปรี๊ดขึ้นมาเลย  แต่ทำอะไรไม่ได้ แค่เงยหน้ามาแล้วตาขวางใส่เค้า   แล้วเราก็ออกไปทำที่ทางเดินหน้าบ้าน เอาสีพลาสติกสีขาวปาดทับสีที่เค้าเตะใส่  มันทำให้เราอารมณ์เสียขึ้นมาซะงั้น  แล้วเค้าก็เรียกเราไปกวาดบ้านที่เค้ากวาดไปแล้ว พอเราไม่ทำเค้าก็ด่า พอเราไปทำให้เค้าก็ด่า  งานเราเยอะมาก จนแอบคิดว่า  การที่เราทำตัวเป็นเด็กดีอยู่บ้านสักนึงวันบ้างเป็นเรื่องที่เราคิดผิด  ใช้กวาดบ้าน ถูบ้าน  แล้วใช้ให้รีดผ้า ทั้งที่เรามีเวรรีดผ้าตอน2ทุ่ม  เราไม่รู้ว่าเค้าทำเพื่ออะไร  พอเราเดินเข้าบ้าน เค้าก็ว่าเรา หน้าใหญ่ใจโต รับงานเกินตัว

หึ  ไม่รู้หรอกนะ ว่าอยากสื่ออะไร พอ3โมงเย็น  ฉันเรื่มเครียดงานยังไม่เสร็จ  เค้าก็ใช้ฉันไปซื้อปลาทูให้แมวทั้งที่ปกติ ไปตอน5โมงเย็น พอฉันบอกว่าไม่ไปตอนนี้  เค้าก็ออกไปเอง  พอน้องสาวป้าออกมาจากครัวแล้วหาผู้พี่ไม่เจอ  เค้าก็อาละวาดใส่เรา ว่าเราเนรคุณใช้ให้พี่เค้าไปตลาดคนเดียว  แล้วเฉดหัวเราออกจากบ้าน   คือเรางง  และตั้งตัวไม่ติด  ก็ออกไปเดินหาด้วยความโกรธยอมรับว่าโกรธเลย  ไปเดินหาทั้งตลาดหาไม่เจอเดินกลับมา  ป้าแกก็เตะงานเรา เราว่า การที่เราอายุน้อยกว่า มันจำเป็นเหรอที่เราจะต้องเป็นคนผิดเสมอไป  กลับเข้าบ้านครั้งนี้ทำเราฟิวขาดจริงๆ เค้าเอานิ้วมาจิ้มหน้าผากเราด่าเรา เฉดหัวเรา บอกว่าไม่ต้องกลับมาที่นี่อีกถ้าหาป้าไม่เจอ   เราเดินอ้อมเค้าไปเข้าไปที่โต๊ะเรา ไปหยิบคัตเตอร์ เราเครียดจริงๆนะ  เราเดินออกมาจากบ้านเค้ามานั่งหน้าบ้าน เอาคัตเตอร์กรีดข้อมือตัวเอง  และตัดสินใจนั่งมอเตอร์ไชต์กลับบ้าน 

การกลับเข้าบ้าน ฉันว่าฉันไหว้แม่นะ แล้วรีบขึ้นห้องเลย  ไป หยิบบรรดายาทั้งหมดตามห้องพี่ ไม่รู้หรอกว่ายาอะไรบ้าง   แล้วกินมันทั้งหมดนั่นแหละ  มันเครียดอะ  งงงานเรากทิ้งไว้นั่น  เราโทรหาเพื่อนเราว่า งานไม่เสร็จแล้วหาคนทำด้วย ทำใหม่ไปเลย เราไม่ได้เก็บงานเราออกมาด้วย  ตอนประมาณทุ่มนึง  ป้าเราโทรมาบ้านแล้วเรารับโทรศัพท์พอดี  เค้าขอคุยกะแม่เรา   แล้วมันก็เป็นเรื่องขึ้นมา  เราโดนแม่ด่า ทั้งที่เค้าไม่ฟังเราเลย   แล้วก็โดนพ่อด่าซ้ำอีก  เค้าบอกว่า ไม่ว่าเหตุผลมันคืออะไร   แต่เป็นเพราะเราอายุน้อยกว่า  เราต้องไปขอโทษ  เราไม่รู้ว่าแม่เราโกรธเพราะว่าคนพวกนั้นเป็นพี่น้องของแม่รึเปล่า   แต่สิ่งที่เรารู้คือ   หนูเป็นลูกแม่เลยนะ

แม่จะไม่รัก จะด่าจะว่าอะไรก็ได้  แต่หนูขอแค่ว่า  แม่เชื่อลูกแม่บ้างเข้าข้างลูกแม่บ้างได้ไหม

 

ตอนม.3 ลูกพี่ลูกน้องที่แก่จนเรียกว่าน้าได้แล้ว  แค่มาพูดว่าเห็นเราหนีโรงเรียน แม่ก็เชื่อแม่ไม่ได้ถามเลยว่าความจริงคืออะไร  เเค่มีคนเค้าคิดไปเองเป็นตุเป็นตะแม่ก็เชื่อ  ถามลูกแม่บ้างไหม  งง  ไปหนีโรงเรียนตอนไหน  ไม่ทราบ

พอขึ้นม.6 พ่อก็ตัวตั้งตัวตี หาเรื่องทะเลาะได้ไม่เว้นแต่ละวัน  ทั้งปาเก้าอี้ข้ามหัว ไปซาวร์เบ้าว์  เอาวิทยุไปซ่อน  ไปโทรทัศน์ทั้งเครื่องใส่หน้า เอาการ์ตูนไปเผา  ห้ามวาดรูป  ห้ามฟังเพลง   ห้ามไปหมดทุกอย่าง  เป็นเกาหลีเหนือไปได้ สุดท้ายห้ามเอนท์

คือชีวิตไม่รู้อยู่ไปทำไมอะ   ตอนม.3 ชอบภาษาญี่ปุ่นมาก ขอไปเรียนไม่ให้ ซื้อหนังสือมาอ่านเรียนเองก็ไม่ได้  ป้าเอาหนังสือไปซ่อน โดนด่า หาว่าไม่เก่งภาษาอังกฤษ ก็เพราะไม่เก่งไง ถึงพยายามเอาดีภาษาอื่น สุดท้ายเรื่องมาถึงพ่อ อะไรจะเหลือไม่มีอะไรเหลือเลย  เละเป็นโจ๊ก

จะเอนท์ก็ไม่ให้ ไม่ให้เอนท์ก็ไม่รู้จะเรียนทำไม  ไปเรียนก็ไปนั่งหลับ  หนีเรียนด้วยไม่รู้จะไปทำไม  ไปนอนหรอเบื่อ  ก็เรียนวาดรูปวันละ100 ก็โอเคเป็นการฆ่าเวลาแบบไม่ศุนย์เปล่า แต่ไม่ได้ใส่ใจอะไรเลย  ไม่คิด ไม่สนใจ ใช้ชีวิตแบบนั่งมอง แม่น้ำ นั่งมอง หมาแมวข้างทางไปวันๆ แบบจริงๆจังๆ

สอบก็แค่พยายามอีกนิดแค่ไม่ตก ขึ้เกียจตามซ่อม  เอนท์เพราะอาจารย์บอกให้เอนท์ ก็ทำตามระเบียบไปแบบนั้น

เบื่อชีวิตอะ  เบื่อมาก  อยากหนีไปให้ไกล  แต่ไปไม่ได้  ไม่มีเงิน

เอนท์ติดราชมงคล ถามว่าพอใจไหม ไม่พอใจอะ  อยกไปเรียนไกลกว่านั้น เพราะดันเอนท์ติดง่ะ พ่อไม่มีทางเลือก เหมือนโดนสังคมตราหน้าอะ 

เราก็นะ  ไม่อยากอยู่บ้านเบื่อ  รำคาญ  เพื่อนชวนไปสอบสมทบก็ไป   ไปสอบไกลเลย ใจนึงอยากติดที่นี่  อีกใจคืออยากไปตายไกลๆบ้านอะ

ปรากฎว่าติด มหาลัยมีชื่อ แค่สมทบ ว่ายอมส่งเงินเรียน  ชีวิตแม่งแค่กูติดมหาลัยมีชื่อ พ่อไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามหาลัยอะไร  เรียนคณะอะไร ต้องทำอะไร   เหมือนเราแหละ  เรียนไปแบบนั้น สอบไปแบบนั้น

เพราะแค่ไม่อยากอยู่บ้านอยากไปอยู่หออะ

ปี1ไปกลับเหนื่อยมาก  ตื่นตี5 กลับบ้าน เที่ยงคืน   เจอพี่ด่าทุกวันด่าที2ชั่วโมง  มีเวลา3ชั่วโมงในการนอน

1ปีผ่านไป  สนุกเรียนสนุกบ้ากิจกรรมเทอมแรกเกรดตก โดนด่าเละเลย  เทอม2งดกิจกรรมก็โอเค ทำยังไงก็ได้เอาเกรดให้ถึง3  เรียนแบบไม่ได้สนใจอะไร  ไม่คาดหวังแต่ผิดหวังก็ร้องไห้

ขึ้นปี2 เหนื่อยงานเยอะ  เริ่มเจอเพื่อนรัก แฟนรักหักเหลี่ยมโหด  เจอครอบครัวหักเหลี่ยมโหดใส่  เหมือนจะบ้าอะ  ขอมาอยู่หอกับเพื่อนผู้หญิงในหอหญิง  พี่ชายดันไปบอกแม่ว่าเพื่อนผู้หญิงเค้าที่ไปอยู่หอใจแตกทุกคน

 

จริงหรอว่ะ 

 

ฮึ้

 

เกิดเหตุการณ์บาดเจ็บทางอารมณ์ทันทีที่พี่พูดจบ พ่อรัวสารพัดสัตว์เลื้อยคลานใส่หน้า  ตามด้วยคำพูดเหยียดหยามเป็นชุด

ยังไม่ได้ไปอยู่หอเลย เพิ่งจะขอ

 

สุดท้ายได้ไปอยู่เพราะเหนื่อยมากๆ  งานเยอะไปค้างหอเพื่อน บางวันก็กลับบางวันก็ไม่กลับ  สุดท้ายเค้าทำตราบาปให้เราด้วยการแหกปากด่าให้คนอื่นได้ยินว่าเราใจแตกหน้าบ้านแล้วก็ย้ายให้เราไปอยู่หอเลย

งง

ไปอยู่หอก็ยังตามไปรังควาญโทรมาด่าทุกคืน

 

ไม่กะให้มีความสุข 

มันเริ่มแบบ  มีอาการจิตตก  เริ่มร้องไห้  เริ่มรู้สึกเดียวดาย ชีวิตไม่มีใคร  เครียด ในอยู่กับกลุ่มเพื่อนมันเริ่มเว้งว้างเหมือนเพื่อนไม่คุยกะเราไม่สนใจเรา  เริ่มปลีบตัวเริ่มโดนทิ้ง  สุดท้าย เราก็อยู่ไม่ได้ในสังคม  อยู่คนเดียวมากขึ้น  เริ่มควบคุมอารมณ์ไม่ได้พอเพื่อนด่ามากเราก็ด่ากลับ  พอเพื่อนกวนอารมณ์ใส่เรา  เราก็เริ่มตั้งตัวว่าไม่ยอม   เครียด เริ่มนอนไม่หลับ  เริ่มจาก 3แรกไม่หลับเลย  เริ่มล้า ไม่อยากป่ะอารมณ์กับใคร  พอเข้าวันที่4เริ่มไม่อยากกินข้าว  สุดท้ายไปหาหมอหมอก็ให้ยานอนหลับมา   น้ำหนักเริ่มลดเป็นจริงเป็นจัง  กินเยอะ  ทำงานเยอะขึ้น  ก้าวร้าวมากขึ้น  มั่นใจในตัวเองมากขึ้น งงป่ะ

ไปหาหมอแต่ไม่เคยเล่าว่า อามร์สวิตไปมา   เล่าเเค่เรื่องครอบครัว 

ชีวิตเสียอะไรไปเยอะมาก  เปลี่ยนยานอนหลับทุกอาทิตย์ 3วันดื้อยา  ต้องเพิ่มขนาดยาขึ้นถึง4เม็ด ยาหมดเร็วขึ้น  หมอสั่งงดเครื่องดื่ม คาเฟอีนทุกชนิด

เหนื่อยจะขาดใจ  แต่ก็รับจ๊อบเพิ่มเพราะอาการนอนไม่หลับมันตรงกับงาน ทำงาน3วันไม่หยุด พอหมดแรง  ได้ยาก็หลับเอาเป็นเอาตาย  บางทีหลับตา3วิก็ทำงานต่อได้เลย  ง่วงแต่ใจไม่หลับ

ความคิดแล่นเร็ว คิดเยอะ  เศร้าเยอะ อาจารย์ไล่ไปดร็อป  เค้าว่าเราเหมือนวิญญาณลอยไปลอยมามากกว่า  คือ น้ำหนักลด11โล  ผอมหนังติดกระดูก  ตาโหล  ดูสติไม่ค่อยอยู่กับตัว  กับพี่ๆ ก็เริ่มให้อิสระเรามากขึ้น  เค้าก็ว่านะว่าถ้าดร็อปได้ก็อยากให้ดร็อป  ดูว่าเราไม่ไหวแล้ว

แต่กับพ่อไม่ได้ พ่อไม่สนใจอะไรหรอก   แค่เกรดห้ามตก  ห้ามดร็อป

 

ก็เรียนๆแบบไม่ค่อยรู้เรื่องไปแหละเหมือนสมองไม่รับอะไรแล้ว เพิ่มงานมากขึ้น ชั่วโมงนอนน้อยลง  เพิ่มยามากขึ้น กินวันนึงเป็น10เม็ด แค่ยาต้านเศร้ากับยานอนหลับ

 

อาการไม่ดีขึ้นเลย  จนกระทั่ง  พี่จะไปเรียนต่อต่างประเทศให้เรากลับไปอยู่บ้าน ตอนปี3เทอม2 เป็นช่วงทำทีสิต   ต้องแบกโน๊ตบุตหนักมาก ไปมหาลัยทุกวัน ไปกลับ ไปกลับ  จนกระทั่งไม่ไหวและ  ต้องไปหาหมอที่มหาลัย  พ่อไม่ให้ไป  สุดท้ายก็ยอมสารภาพกับแม่ว่า  ไม่สบายต้องไปหาหมอ  ไปรับยานอนหลับ  พอถึงวันที่พี่ไปต่างประเทศจริงๆ  ก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น  พี่ให้ให้เราไปบ้านเช่าของที่บ้านไปรับผิดชอบงานต่อจากพี่  คืนนั้นกลับถึงบ้านตอน3ทุ่ม แล้วไปบ้านเช่าต่อเลย ก็ไปดูความเรียบร้อยที่ไม่เรียบร้อยเอาเสียเลย  ก็รับเรื่องต่อจากพี่ชาย  ไปส่งพี่ที่สุวรรณภูมิใกล้มหาลัยมากถึงขั้นว่าเดินก็ถึงแต่ดันให้เรากลับบ้านก่อน  พอส่งพี่เสร็จตอน7โมงกลับมาบ้านก็ไปจัดการงานให้พี่ก่อนเลย   ก็โดนเลย 

พ่อเล่นเรื่องบ้านเช่าก่อนเลย   ก็โดนแทนพี่  เละ  ทะเลาะกัน ร้องไห้ โดนด่าตั้งกะเช้า พูดอะไรไปพ่อก็ไม่ฟัง   พอบอกว่าเราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลย  พ่อก็หาว่า เพราะเราไม่เคยสนใจใครนอกจากตัวเอง   แล้วก็ยาวมาจนเที่ยง ทะเลาะกันมีปากเสียง  แม่บอกว่าให้เงียบไม่ต้องตอบ  พอเงียบก็โดนด่าอีก หาว่าไม่ตอบ   มันเหมือนเส้นบางๆในหัวเราขาดผึงเลยอะ  เราขี่จักรยานไปบ้านเช่า เรารู้สึกว่าเราปวดไปทั้งตัวเลย  กล้ามเนื้อแขนขา  ปวดหัว จะอ้วก ร้องไห้ไปตลอดทางแล้วมันไกลมากเหมือนกัน  ปั่นไปปั่นกลับ  พอดีพี่อีกคนมาก็มาช่วยไกล่เกลี่ย  พอเราร้องไห้ เค้าก็หาว่าเราเยอะ แค่นี้ก็ร้องไห้   พี่พาเราไปบ้านเช่าไปบอกลูกหนี้ทุกคนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจากความรับผิดชอบของลูกหนี้ทุกคนตอนนี้เราโดนคนเดียว  เราที่ไม่เคยเห็นหน้าลูกหนี้เลยจนเมื่อคืนเห็นเฉพาะบางคนที่อยู่ห้อง  แต่เช้านี้  พ่อเราไม่ได้สนใจว่า เราเป็นลูก  และพ่อเราจะแจ้งความดำเนินคดีกับลูกหนี้ทุกคน  เค้าดูไม่พอใจและไม่ได้เห็นใจเราด้วย

คนเรา

มีป้าตาบอดคนนึงที่เป็นลูกหนี้อะนะ  เค้าก็พูดขึ้นมาว่า   พ่อเราไม่เหมือนใคร  ใครที่เคยเห็นพ่อเราตอนอารมณ์เสียจะรู้ว่า ผู้ชายคนนี้เอาจริง เอาตาย 

เราปล่อยโฮตรงนั้นเลย  แถบจะกราบเท้าลูกหนี้ตัวเอง  จ่ายเงินเถอะค่ะ  หนูจะตายแล้ว

หลังจากวันนั้น  ก็ตัวผู้เขียนเองก็มีอาการทางจิตเพิ่มขึ้น  มีฝันร้าย หูแว่ว ประสาทหลอน  เห็นพ่อทุกที่  หลอนว่าโดนพ่อกระชากขึ้นจากเตียงทุกคืน  นอนแค่5นาทีเอง

นอนไม่หลับ7วันติดกัน แต่ยังต้องไปกลับมหาลัยอยู่  สุดท้ายจิตแพทย์ที่มหาลัยก็เชิญผู้ปกครอง  พ่อดูอารมณ์เสียมากขึ้น  เอะอะอาละวาดจะเอาเราออกจากมหาลัย  ที่บ้านมาคุเรียกประชุมกัน พี่ๆลงความเห็นว่า อีกไม่กี่เดือนก็จบแล้ว  พ่อเลยยอมความ วันรุ่งขึ้นก็ยอมพาไปพบจิตเวชที่โรงบาลจิตเวชแถวบ้าน พี่สาวดูไม่ชอบใจที่ต้องพาเราไปโรงบาล  พอเข้าไปเค้าก็ซักประวัติเรากับพี่เราที่ไม่เคยคุยกันเลย   พี่อ้างว่าเราเป็นคนโลกส่วนตัวสูง  ฟังแต่ซาวเบาท์  เราเองตั้งแต่แก้วหูเกือบทะลุตอนม.3ก็ไม่ได้ใช้หูฟังซาว์เบ้าท์เลย

ซักประวัติก็ทะเลาะกันเองสุดท้ายถูกจับแยก 

เราพาแฟนเราไปด้วย แฟนเราบอกว่าพ่อเราก็ดูปกติดีนี่ไม่เห็นจะอารมณ์ร้ายเลย  เหอๆๆๆ

เรามารักษาที่นี่  หมอแจ้งว่าเราเป็Bipolar  แต่ไม่ได้จ่ายยามาให้   จ่ายแค่ยาทางจิตเวชตัวอื่นแบบรักษาตามอาการ หูแว่วก็กินยาแก้หูแว่ว  นอนไม่หลับก็จัดยาหนักให้เราซะแทบตาย

สุดท้ายแล้ว4ปีผ่านไป  เรารักษาแค่อาการซึมเศร้า แต่ไม่เคยได้ผล 

 

พอเรียนจบมหาลัยเราก็สติแตก  หลายเรื่องจริงๆ  รวมถึงเรื่องอาการแมเนียด้วย  ก็ระเบิดโผะออกมาเรียกว่า  ชีวิตเสียหายเกือบหมด  เสียเพื่อนทุกคนตั้งแต่เพื่อนสมัยมัธยมยันเพื่อนมหาลัย  แฟน เพื่อนร่วมงาน  งานที่ทำอยู่  ไม่กล้าออกจากบ้าน ไม่กล้าไปไหน ไม่ลงมาจากห้องเก็บตัวเป็นปี ห้องรกมากไม่จัด ไม่ขยับ ทิ้งทุกอย่างไว้ในห้องเรียกว่าซกมกของจริง น้ำแทบไม่อาบ ข้าวก็แทบไม่กิน นอนอย่างเดียว  ฆ่าตัวตาย กินยา อ้วก ผูกคอตายแต่ไม่ตาย  ร้องไห้ พูดคนเดียว หัวเราะคนเดียว คิดคนเดียว เรื่อยเปื่อย

หมอเลยยอมจ่ายยาทางจิตเวชที่ใช้รักษาโรค Bipolarมาให้ ยาตัวนั้นคือ Depakine  ยามีผลทำให้คลื่นใส้อาเจียน  หัวใจเต้นช้าลง  หายใจยากขึ้น  หิวมากขึ้น น้ำย่อยมากขึ้น  แต่ทำให้เราปล่อยวางจากทุกอย่างได้จริง

 

ไม่มีความคิดร้ายๆเลย  อาการสวิตไปมาก็หายไป กลายเป็นคนนิ่ง อารมณ์นิ่ง ไม่ยิ้ม ไม่ร้องไห้ ไม่คิด หยุดทุกอย่างเลยจริง กินยาเกือบ2ปี

เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะคนปกติ  ออกจากห้องมากขึ้น  พ่อแม่เริ่มไม่กล้าเเตะ เริ่มกลัวว่าเราจะระเบิดออกมา กลัวว่าเราจะไม่เอาอะไรกับชีวิตจริง  เริ่มพูดดีมากขึ้น  คุณแม่เริ่มสารภาพว่าคุณพ่อเองก็เคยดดยคุณหมอ แจ้งว่ามีความผิดปกติทางประสาท  คุณปู่เองก็ด้วยแต่ไม่ได้คิดว่าเป็นกรรมพันธุ์ที่จะมีลูกซักคนเป็นเหมือนกัน  พ่อก็ดูสงบและยอมรับมากขึ้น ว่าช่วงนึกในชีวิตก็เคยเป็นแบบนี้แต่ไม่ยอมไปหาหมอ  อาการที่มันแย่เลยส่งผลกับคนในบ้าน

พออาการเริ่มดีขึ้นผู้เขียนก็เริ่มหางานทำ  ไม่ได้งานดีหรอก   หมอแนะนำว่าถ้าอยู่กับหมาแมวก็ให้ลองทำงานแบบนั้นดู  ช่วงแรกมันก็ดีนะ  สเกลวงานเล็ก  ไปเป็นผู้ช่วยสัตว์แพทย์ที่คลีนิค  เลิกวาดรูปแล้วเพราะสมาธิสั้นมาก  รวมถึงเป็นโรคกลัวความคิดของคนอื่น กลัวโดนตัดสินว่างานเราไม่ดีพอ

คือโดนเพื่อนที่มหาลัยดูถูกว่างานเรามันแย่มาตลอด4 จนแบบ เลิกวาดรูป  ไปหลายปีเลย

ตอนนี้ก็กินยาบ้างไม่กินยาบ้าง  ส่วนนึงเพราะชม.การทำงานมากขึ้น นอนไม่พอ  ถ้ากินยาครบก็นอนเกิน  ง่วงเกิน 

สุดท้ายก็หยุดDepakine  เพราะไม่ไหวจริงๆ  แต่เมื่อใดที่รู้สึกว่า  ความคิดแย่ๆกลับมา  ความคิดเยอะขึ้นควบคุมไม่ได้ นอนน้อยลง  ฝันเยอะขึ้น ก็จะเลือกกิน Depakine ก่อน  กินไปสัก3วัน  อาการจะทุเลา  แล้วก็จะหยุด รอจนกว่า อารมณ์เราจะสวิตอีกครั้ง

ซึ่งผู้เขียนจะบอกว่าเป็นการกินยาที่ผิดวิธี   เพราะมันมีช่วงเวลาที่เราอยากตายแวบขึ้นมาเสมอ

 

งานที่ทำตอนนี้ก็ท้อ  แต่คงไม่ตอนนี้หรอกที่เราพร้อมจะตายจริงๆแค่ไปนอนเล่นที่โรงบาล

 

ทานยามาเรื่อย

 




 

Create Date : 02 เมษายน 2556    
Last Update : 2 เมษายน 2556 16:59:19 น.
Counter : 13031 Pageviews.  

รายชื่อยาที่ใช้ได้ในคลีนิคสัตว์เล็ก

หลังจากคลุกคลี กับการทำงานคลีนิคสัตว์เล็กมาพักนึง  ก็นะทำงานหลายอย่างแต่เรื่องที่เราสนใจ คงหนีไม่พ้นเรื่องของ ชื่อยา การใช้ยา และการจัดยา (เพราะมันจำเป็นต่อการทำงาน)

ที่มาของการเอาชื่อยามาลง  เพราะตัวเองนั้นเป็นคนขี้ลืม  แล้วบางทีก็ชอบจดใส่เศษกระดาษแล้วก็ลืม 

มาไล่ชื่อยาตามตัวอักษรกันดีกว่า เอาเท่าที่เราได้รู้จักน้า  แต่ไม่รู้วิธีใช้กะปริมาณโดสยา  เพราะมันเป็นหน้าที่ของสัตวแพทย์

Acetylcysteine [amp]    ยาแก้ไอละลายเสมหะ

Adrenaline      [inj]      กระตุ้นหัวใจ ห้ามเลือด

Air-x               [tab]     แก้ท้องอืด แน่นเฟ้อ

Aminophylline   [tab]    ขยายทางเดินหายใจ

Aminophylline   [inj]     ขยายทางเดินหายใจ

Amoxicillin Clavulanic Acid Dry Syrup Starclav 156 [syrup] ฆ่าเชื้อ

Amoxicillin Clav 125 [tab] ฆ่าเชื้อ

Amoxicillin Clav 250 [tab] ฆ่าเชื้อ

Amoxicillin Clav 375 [tab] ฆ่าเชื้อ

Acepromazine25mg

Acepromazine          [inj]

Anadol                    [tab]  แก้ปวดรุนแรง

Aureo                              เจลสารอาหารบำรุง กระตุ้นภูมิคุ้มกัน

Atropine 100ml         [inj]  ยานำสลบ

Baytril 15 mg            [tab] ฆ่าเชื้อ

Baytril 50 mg            [tab] ฆ่าเชื้อ

Baytril 150 mg          [tab] ฆ่าเชื้อ

Baytical                            น้ำยาฆ่าเห็บหมัด

Bactacin 450 g                   ยาฆ่าเชื้อ

Batadine                           ยาฆ่าเชื้อ

Betadine scrub 500 ml Betamed

Bromhexine [Bromso]  [tab] ยาละลายเสมหะ

วันนี้พักแค่นี้ก่อนละกันพรุ่งนี้จะมาต่อ




 

Create Date : 12 มีนาคม 2556    
Last Update : 12 มีนาคม 2556 11:22:10 น.
Counter : 1863 Pageviews.  

เทรักหมดหน้าตัก ฝึกวาด ภาพพี่อั้ม อธิชาติ

หลังจากได้ดูละครเรื่อง ธาราหิมาลัย(ย้อนหลัง)เมื่อเร็วๆนี้  ก็ตกหลุมรัก พระเอกกล้ามโต พี่ อั้ม อธิชาติ เข้าไปเต็มหัวใจ  และพยายามหาละครทุกเรื่องที่พอหาดูได้ทุกๆเรื่อง ของพระเอกหนุ่มคนนี้มาดู

แรกๆ ก็แค่ ดูๆ ไป แต่ตอนนี้ แค่ดูอย่างเดียวคงไม่พอ  เพราะ กระแสหัวใจเรียกร้อง ให้ สมองสั่งการ หยิบดินสอสีขึ้นมาละเลงภาพ  พระเอกในดวงใจ

ยากมากกลับการหันมาจับดินสอกด วาดportrait หลังจากล้างลา จากวงการศิลปะมาหลายปีร่างกาย  เพราะ เหตุผลทางสุขภาพและจิตใจ

เค้าว่ากันว่า การวิจารณ์ภาพตัวเอง ทำให้คุณค่าในตัวเองดูลดลง  ความจริงแล้วเราก็เห็น ข้อผิดผลาดหลายจุด  แต่ก็มองไม่เห็นข้อผิดผลาดอีกมากมาย 

 

เลยอยากให้พี่ๆ น้องๆ ที่ได้มีโอกาสเข้ามาดูผลงานของเรา ช่วยวิจารณ์งานของเราหน่อยค่ะ 




 

Create Date : 11 มีนาคม 2556    
Last Update : 11 มีนาคม 2556 23:00:04 น.
Counter : 741 Pageviews.  

ใจล้าๆ กับชีวิตที่จำเจ

 หลังเจอมรสุมชีวิต ช่วงปลายเดือนมกราคม  2556 ด้วยเหตุสุดวิสัย ของการพยายามหยุดยาทางจิตเวช  หลังพยายามหยุดยามาเกือบปี  ทั้งที่คุณหมอจิตเวทย์ก็เตือนอยู่เสมอ  แต่ด้วยความที่รับไม่ได้กับผลข้างเคียงของยา  ซึ่งไม่อยากให้มีผลกับการทำงานในแต่ละวัน 

จนมาถึงช่วงที่เจอสภาวะเครียดเพราะโรค กำเริบ   และไม่ยอมทานยา  สุดท้ายก็เรียกได้ว่า

                         บทจบของชีวิตการทำงาน  มันไม่สวย  เลย

เริ่มต้นชีวิตได้ไม่ดีเท่าที่ควร  อย่างที่ควรเป็น  และทั้งที่ก็พยายาม วางตัวในสังคมให้ดีที่สุดแล้ว  แต่ก็ยังดีเท่าคนปกติไม่ได้  พยายามนิ่งสงบความเคลื่อนไหว จากทุกคำต่อว่า คำว่ากล่าว และอารมณ์ต่างๆจากคนรอบข้าง  จนกลายเป็นการสร้างภาพว่าตัวเอง  เป็นคนนิ่ง สุภาพ  ไปซะอย่างงั้น

พอเรามีอาการว่าไม่พอใจ  คนรอบข้างก็มองว่า นี่ไม่ใช่ตัวเรา เราเป็นอะไร เราป่วยรึเปล่า

แต่แท้จริงแล้ว อาจเพราะเรา เก็บอาการความเครียดทุกอย่างดีเกินไป  พอเราเริ่มมีอาการ จิตตก  คนรอบข้างก็มองว่า 

 

เราไม่ปกติ 

คนที่เข้าใจเราจริงๆ  คงมีแต่เพื่อนร่วมงานที่ใจกว้าง  ยอมรับ ตัวตนที่แท้จริงของเรา  เพื่อนร่วมงานที่เปิดใจ  รับผู้ป่วยทางจิตเวชแบบเรา

คนเหล่านี้  รู้ว่า  ความผิดปกติของเรา คือ ความนิ่งสงบ ภายในตัวเรา  เรานิ่งจนดูเหมือนพยายาม ตัดความทุกข์ในตัวตนของมนุษย์มากจนเกินไป

และคนเหล่านี้ แยก  ความผิดปกติของ เราได้  ว่าช่วงไหน เรามีความเครียด  มีความสุขล้นเกิน 

 

ขอขอบคุณทีมคุณหมอ สัตวแพทย์  ที่คอยช่วยเหลือ  ให้คำปรึกษา และสอน ให้หลายความคิด และมุมมองในการมีชีวิตอยู่ในสังคม 

ถึงแม้ว่าวันนี้ เราจะไม่ได้ทำงานด้วยกันแล้ว  แต่หนูหวังว่า ในอนาคตเราคงได้ร่วมงานกันใหม่

 




 

Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2556    
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2556 12:21:19 น.
Counter : 591 Pageviews.  

วิธีฝึกสุนัขที่อายุเกิน5ปี และดุมาก กัดไม่เลือก

การดูแลและฝึกสุนัขไทยตัวใหญ่ อายุเยอะ ที่ดุมากๆ

(ไม้อ่อนดัดง่ายไม้แก่ดัดยาก  บางทีเราต้องโหดหากไม่มีเงินส่งมันไปฝึก)

หมาที่บ้านดุมาก กัดคนดะไปหมด  ไม่ยอมให้เข้าใกล้  ไม่ฟังใคร  และเข้ากับหมาตัวอื่นไม่ได้ เราพอมีทางแก้ค่ะ

1. สุนัขไม่ยอมใส่ที่ครอบปากหรือตะกร้อครอบปาก 

เหตุเพราะ เราไม่ฝึกให้เค้าเคยชินตั้งแต่เล็ก  เมื่อเค้ามีอายุมากขึ้นเค้าจะไม่ยอมเพราะรำคาญและอึดอัด   ขั้นแรกลองหาที่ครอบปาก

เลือกขนาดที่พอเหมาะกับขนาดปากเค้า   วิธีใส่ เราต้องยืนหลังเค้าใช้หัวเข่าหนีบลำตัวเค้าไว้ แล้วค่อยสวมให้เค้า หรือเอาอาหารล่อเค้าจากด้านหน้า

เค้าจะพยายามถอดมันออกในช่วงแรก   ต้องบอกว่าเราต้องใจเเข็ง  ฝืนใจเค้าหน่อย ด้วยการดุ จับหน้าเค้าให้นิ่ง  แล้วเอาขนมให้เค้ากิน   (ตบหัวแล้วลูบหลัง)ให้ขนมเค้ากินไปเรื่อยจนเค้าเริ่มนิ่ง ก็พยายามลูบเนื้อตัวเค้า  ถ้าเค้าขู่ ให้ดุ  แล้วตีหน้าเค้าเบาๆ จากนั้นก็ถอดออก  ทำซ้ำกันไป 2-3ครั้ง  แล้วค่อยเปลี่ยนมาใช้ตะกร้อครอบปากแทน  (สาเหตุุที่ไม่ใส่ตะกร้อก่อนเพราะเค้าจะกินอาหารไม่ได้ แล้วเราก็เสี่ยงยื่นนิ้วเข้าไปให้มันกัดด้วย)

2. สุนัขดุเข้าพวกกับหมาในบ้านตัวอื่นไม่ได้  ชอบแย่งข้าวกัน

หากมีสุนัขพันธุ์เล็กกว่าหรือเด็กกว่าเค้าในบ้าน   หากเค้าไม่ถูกกันถึงขั้นกัดกันตายไปข้าง เราต้องฝึกโหดค่ะ

ลองฝึกให้ขนมดูค่ะ  ให้ขนมตามลำดับความอาวุโสค่ะ  แต่เราเปลี่ยนไปให้ตัวอ่อนสุดก่อนค่ะ  เพื่อให้เค้ารู้ว่าถึงเค้าจะตัวโตกว่ากำลังมากกว่าและอายุมากกว่า แต่เค้าไม่ได้ใหญ่ที่สุดในฝูง  เราต้องทำให้เค้ารู้ว่าหัวหน้าฝูงคือเราค่ะไม่ใช่ตัวเค้า

หากเค้าเข้าไปแย่งขนมสุนัขตัวอื่น  ให้เราดึงหูเค้าลงกดหน้าเค้าลงกับพื้นแล้วใช้มือตีเหนือหัวตาขึ้นไป  ประมาณ2ที  เค้าจะรู้ว่าเค้าทำผิด  (อย่าใช้ไม้ค่ะ  เพราะไม้ไม่ได้ติดอยู่กับตัวเราตลอด) แล้วเราก็ดุเค้าเสียงดังๆ หนักแน่น  ทำแบบนี้ไปเรื่อยค่ะ  คุณน้องหมาจะไม่กล้าเข้าไปแย่งน้องหมาตัวอื่นกินข้าวอีกเลย   เค้าจะรู้จักมารยาทมากขึ้น

*เวลาตีหมาแนะนำว่าใช้มือดีกว่า   เพราะเราคงไม่พกไม้ตลอดเวลา  ถ้าฝึกเค้าจนเป็นนิสัย  แค่เรายกมือขึ้นเค้ารู้แล้วว่าเค้าผิด และหยุดทำพฤติกรรมแย่ๆ

*หมาบ้านป้าเรากลัวแต่ไม้ค่ะ  ถ้าไม่มีไม้  เค้าก็ไม่กลัวเราค่ะ

3. หมากัดกัน 

ไม่ว่าใครจะเริ่มก่อนให้ตีทั้งคู่ค่ะ  เวลาตีต้องตีให้เค้าร้อง  เค้าถึงจะจำ อย่าเข้าข้างตัวใดตัวนึงเพราะเค้าจะรู้สึกว่าตัวเค้าใหญ่กว่า

4. ถึงสุนัขของคุณจะโหด แต่คุณต้องให้ความรักทุกตัวเท่ากัน   ไม่ให้เกิดความเลื่อมล้ำ

5. หากสมาชิกครอบครัวเยอะ  ก็ต้องหาโอกาสและเวลามาคลอเคลียกับเค้าทุกคน จับเค้าใส้ตะกร้อครอบปากก่อนก็ได้ถ้าเค้าดูไม่น่าไว้ใจ  หากเค้าเห่า ให้เราทักเค้าตอบว่า เค้าเห่าอะไร  แล้วก็ลูบหัวเค้าบ้างลูบตัวเค้าบ้าง

6. หมาเป็นชอบกระโดดกัด   หากเค้าหวังจะงับคอเรา   หรือแขนเรา  ถ้าเจอหมาอย่าวิ่งหนี  (ให้แกล้งตาย) เปล่าค่ะ ทำใจดีสู้เสือไว้  ยืนจังก้ากับมันจ้องตาเอาไว้  อย่าลุกลิกเด็ดขาด  ถ้าเค้ากระโดดเข้ามาให้ยื่นมือไปบีบคอเค้าไว้ ขยุ้มเนื้อที่คอให้อยู่ ดันเขาออกไปสุดปลายแขน  แล้วดึงคอเค้าขึ้นให้ขาหน้าเค้าลอยจากพื้นมากที่สุด จากนั้นดันเค้าไปด้านหลัง เค้าจะเดินลำบากและขาหลังล้า  อาจต้องมองหาไม้ด้วย  หากเจอไม้ให้ใช้มือนึงดึงเนื้อที่คอเค้าไว้แล้วกดคอเค้าลงกับพื้น อีกมือเราก็คว้าไม้  จากนั้นปล่อยเค้าค่ะ  เงื้อมไม้เต็มกำลังถ้ากระโดดมาอีกก็ตีเค้าค่ะ

หากเค้ากระโดดมาจากด้านหลัง   ถ้าเราเห็น ให้ก้มตัวลงค่ะ  เก็บหัวกับไหล่ให้ดี  คุณอาจจะได้แค่แผลจากเล็บมันเท่านั้น  จากนั้นก็หาจังหวะพลิกตัวไปด้านหน้าคว้าคอเค้าและใช้วิธีเดียวกันกับที่บอกไว้ข้างต้น 

(ใช้ได้จริง  หลังจากโดนหมาที่บ้านเป็นพันธุ์ไทยหลังอาน ลูกผสมตัวใหญ่มาก  จู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว หลายครั้ง   หมาตัวนี้พี่เราเอามาเลี้ยงช่วงที่เราเรียนมหาลัย  เราแทบไม่เคยเจอหน้ามันเลยจนเวลาผ่านไป5ปี มันเป็นหมาที่ตาไม่ดี หูไม่ดีและจมูกไม่ดีด้วยมั้ง เป็นหมาขี้หงุดหงิดมาก ไว้ใจไม่ได้   เพราะมันกัดดะไปหมด  ทั้งพี่เราที่เป็นเจ้าของ  และป้าเราที่บังเอิญเดินไปเจอมัน โดนกัดที่ไหล่6เขี้ยว และหมาตัวอื่นที่เดินผ่าน

แฟนต้าเป็นหมาขัง ที่เลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน ประกอบคนบ้านเราไม่ได้ชื่นชอบสุนัขแต่อย่างใด ไม่มีคนตั้งชื่อให้ ไม่ได้เล่นกับใคร  และไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ จนเวลาผ่านไป5ปี  เมื่อเราเรียนจบ  (เราชอบหมามาก)  ก็กลับมาบริหารจัดการสิ่งมีชีวิตในบ้าน  ตั้งชื่อ และเริ่มฝึกมัน 

ผ่านมา3ปีแล้ว  ตอนนี้แฟนต้าดูขี้เล่นมากขึ้น  ยอมให้จับได้ตลอดเวลา  ไม่กัดหมาตัวอื่นแล้ว  และ ไม่แย่งข้าวหมาตัวอื่นด้วย ถึงจะมีข้อห้ามเรื่องการจับขาบ้างแต่โดยรวมก็นับว่าดีขึ้นมาก 

เราคิดว่ามันเป็นหมาซาดิสนะ   ใครที่เคยตีมันมันจะรักและคิดถึงมาก   จะชอบเดินไปไซ้เค้า

 

แฟนต้าหมาหน้าเลือดค่ะ  กินทุกอย่างที่ขวางหน้า

กับน้องเล็กสุดในบ้าน เค้าดูรักกันดีค่ะ 

เจ้าตัวเล็กคือ YEN ค่ะ  ชื่อมาจากดาราหนังบู๊ของฮ่องกง  เพราะชื่นชอบ

ดอนนี่ เยนมากค่ะ  สำหรับฝรั่งการเอาชื่อคนมาตั้งชื่อหมาไม่ผิดค่ะ    แต่คนจีนอันนี้ไม่รู้

เพราะเรารักและชอบเค้ามากจึงไม่อยากลืมเค้าค่ะ  ซึ่งแน่นอนค่ะ เจ้าตัวเล็กนี่ฉลาดและว่องไวมากที่สุดในบ้านแล้ว รูที่เล็กมากๆเยนยังสามารถมุดรอดเข้าออกสบายค่ะ  และยังบู๊เก่งที่สุดด้วย กัดกับใครชนะเค้าตลอด

YEN มีดวงตากลมโต และเปล่งประกายจนน่าหมั้นใส้ค่ะ ตาเหมือนตัวการ์ตูนเลยค่ะ อายุตอนนี้ประมาณ5เดือนเจ้านี่กินยากค่ะ  ที่บ้านอาหารเม็ดเลี้ยง แต่เจ้ากรรม  ไม่ค่อยจะยอมกินเลยผอมเป็นไม้เสียบลูกชิ้นเนื้อหมาค่ะ

ใครจะคิดว่าหมาพันธุ์ทางที่เก็บมาจากข้างถังขยะเพราะแม่ตายจะน่ารักได้ขนาดนี้




 

Create Date : 08 เมษายน 2555    
Last Update : 8 เมษายน 2555 12:00:21 น.
Counter : 5247 Pageviews.  

1  2  

blackcat'eye'
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ทำไมแมวตัวเมียถึงได้ชอบพันแข้งพันขา ม้วนต้วนรอบตัวเรา ดูมันสิ เวลารักใครก็รักจริง เวลารักเล่นก็ รักหลอกหยอกให้สนุก แถมชอบทำตาแป๋ว ใส่ลูกอ้อน กลิ้งไปกลิ้งมา
Friends' blogs
[Add blackcat'eye''s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.