สมาชิกหมายเลข 3519206
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






เราคือนักเขียนบล็อกอิสระ
เราที่หลงใหลการค้นหาแรงบันดาลใจให้ชีวิต
เราก็คือเมฆที่สว่างได้ด้วยตัวของมันเอง
ไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นเช่นไร...

The clouds are always improvising,
but the culprit is wind.
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 3519206's blog to your web]
Links
 

 

(Let's Psychology เหลือเชื่อจิตวิทยา) Classical Conditioning กับชีวิตประจำวันของเรา





Classical Conditioning กับชีวิตประจำวันของเรา

Classical Conditioning คืออะไร?
ขออธิบายอย่างรวบรัดว่า Classical Conditioning Theory ก็คือ ทฤษฏีการเรียนรู้จากเงื่อนไขการกระทำ
ซึ่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับสิ่งเร้าหรือสิ่งกระตุ้น และการตอบสนอง (เขาเลยเรียกว่าเป็นทฤษฎีการเรียนรู้แบบคลาสสิคน่ะ)
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ivan pavlov
แล้วใครเป็นผู้คิดค้นทฤษฎี Classical Conditioning นี้ขึ้นมาล่ะ?
เขามีชื่อว่า Ivan Pavlov อีวาน พาฟลอฟ นักสรีรวิทยา ผู้คิดค้นทฤษฏีอย่างว่านี้ขึ้นมาในปี 1900
ซึ่งการทดลองครั้งแรกของเขา ก็ได้ใช้สุนัขในการทดลองครั้งสำคัญครั้งนี้ด้วย ร่วมกับนักทดลอง อาหาร และการหลั่งน้ำลายของสุนัขจึงเกิดเป็นทฤษฏี Classical Conditioning ขึ้น
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ classical conditioning

ในขั้นแรกของการทดลอง สุนัขได้ถูกมัดไว้ให้อยู่กับที่และปล่อยให้อยู่ในกล่องเป็นเวลาสักพัก พวกเขาทำแบบนี้หลายๆครั้งเป็นเวลาหลายวัน
ขณะเดียวกัน พวกเขาได้ทำการผ่าตัดใส่ปลายท่อหลอดเข้าไปใส่ขากรรไกรของสุนัขด้วย และทิ้งส่วนที่เหลืออีกด้านของท่อหลอดพักไว้ในเหยีอกแก้วตวง
ขั้นตอนที่สองนักทดลองทำการสั่นกระดิ่งและให้อาหารกับสุนัขทันทีหลังจากสั่นกระดิ่งแล้ว สุนัขกินอาหารนั้นอย่างเอร็ดอร่อย พวกเขาทำเช่นนี้ติดต่อกันเป็นเวลาสองสามวัน
เมื่อกระดิ่งสั่น กริ๊งงง ก็มีจะมีอาหารมาเสิร์ฟให้เจ้าสุนัขในทันที(อาหารที่ว่าก็คือผงเนื้อ) ระหว่างนั้น สุนัขจะน้ำลายไหลทันทีที่เห็นผงเนื้อในจาน
แต่ไม่ได้ตอบสนองต่อเสียงกระดิ่งสั่นแต่อย่างใด(สนแต่อาหารว่างั้น) น้ำลายมันก็ยังคงไหลไม่หยุดหลังจากที่อาหารถูกวางต่อหน้าแล้ว เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งมีอยู่ครั้งหนึ่งที่การทดลองก็ดำเนินไปเช่นเดิม เว้นแต่ว่าหลังจากการสั่นกระดิ่งจบลง ก็ไม่มีอาหารมาปรากฎต่อหน้าสุนัขอีกแล้ว
อย่างไรก็ตาม พวกเขาพบว่าสุนัขน้ำลายยังคงไหลย้อยอยู่อย่างนั้นแม้มันจะได้ยินแค่เสียงกระดิ่งสั่นก็ตาม (มันหวังจะได้เห็นอาหารปรากฎหลังจากนั้นเหมือนครั้งที่ผ่านๆมา)
การหลั่งน้ำลายของสุนัขที่เกิดขึ้นระหว่างการสั่นกระดิ่งกับการปรากฎขึ้นของอาหาร ส่งผลให้เกิดการตอบสนองใหม่ของสุนัข
ที่ว่าสุนัขน้ำลายไหลเพราะได้ยินเสียงกระดิ่งนี้ก็คือที่มาของการนิยามของคำว่า conditioning นั่นเอง
สามารถเข้าไปดูวีดีโอถ่ายการทดลองต้นฉบับได้ตามลิ้งค์นี้

Classical Conditioning ที่เราสามารถสังเกตได้ในชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้น
ตัวอย่างที่1 คุณแม่ท่านหนึ่งเปิดประตูให้ลูก และก่อนที่เธอจะปล่อยให้ลูกเดินผ่านประตูออกไป เธอจะสั่งให้ลูกพูดว่า ขอบคุณค่ะ ทุกครั้ง
คุณแม่ทำเช่นนี้เสมอเวลาที่เปิดประตูให้ลูกก็จะคอยสั่งว่า พูดขอบคุณค่ะสิลูก แล้วลูกก็ทำตามอย่างเชื่อฟัง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า
จนมาวันหนึ่ง ทันทีที่คุณแม่เปิดประตูให้ลูก ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรกับลูกสาว เธอแค่มองหน้าลูกเท่านั้น ลูกก็พูดโดยอัตโนมัติว่า ขอบคุณค่ะ

ตัวอย่างที่2 เด็กที่ถูกรังแกในโรงเรียนจะเริ่มมีอคติและปฏิกิริยาในแง่ลบต่อโรงเรียนและสถานศึกษา พวกเขาเริ่มเกลียดและกลัวการมาโรงเรียน
หรือแม้แต่แค่พูดหรือนึกถึงภาพโรงเรียนพวกเขาก็จะมีความรู้สึกที่ไม่ดีเกิดขึ้นแล้ว เด็กนักเรียนบางคนถึงขั้นไม่ชอบวิชาใดวิชาหนึ่งไปเลย
นั่นเพราะอาจมีสาเหตุมาจากการถูกล้อเลียนหรือถูกลงโทษโดยคุณครูผู้สอนในวิชานั้นๆ พฤติกรรมนี้อาจส่งผลไปถึงตอนโตหากเขาต้องทำงานหรือร่วมงานกับสถานศึกษาในอนาคต
Classical conditioning ไม่ใช่ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เกิดจากการเรียนรู้ และสามารถแก้ไขได้ด้วยการจัดระบบการเรียนรู้ให้เกิดพฤติกรรมแง่บวกใหม่
ยกตัวอย่างเช่น คุณครูสามารถสร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้เป็นมิตรและไม่กดดันนักเรียนให้เกิดความรู้สึกกลัวหรือกังวลใดๆ อาจจะจัดกิจกรรมทำงานกลุ่มร่วมกันกับเพื่อน
ทำกิจกรรมและสร้างบรรยากาศการเรียนในเชิงบวก ในระยะยาวนักเรียนจะเกิดความมั่นใจและไม่กลัวที่จะเผชิญกับกลุ่มคนจำนวนมาก สามารถผ่อนคลายและสงบจิตใจได้ดี

ตัวอย่างที่3 วันที่เด็กอนุบาลต้องมารับการฉีดวัคซีน ทันทีที่เด็กคนแรกร้องลั่นตัวสั่นเพราะความเจ็บปวดที่ถูกเข็มฉีดยาเจาะเข้าไปในแขนของเขา
ส่งผลให้เด็กๆที่รอต่อแถวที่เหลือเริ่มร้องไห้และมีอาการกลัวจนตัวสั่นเกร็ง เด็กๆเหล่านั้นเริ่มร้องไห้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่เห็นเข็มด้วยซ้ำ
และนี้ก็คืออีกหนึ่งตัวอย่างของทฤษฎี Classical Conditioning ที่เด็กๆร้องไห้ก็คือพฤติกรรมตอบสนองที่เด็กๆเรียนรู้มาว่าเมื่อครูและพยาบาลบอกว่า ฉีดยา หรือได้ยินเพื่อนๆร้องด้วยความเจ็บปวด
Classical conditioning สำคัญอย่างไรกับชีวิตประจำวันของเรา?
Classical conditioning เป็นเหมือนเครื่องมือทรงพลังอย่างหนึ่งที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ในหลายสถานการณ์ไม่ว่าจะเป็น การฝึกทางทหาร, การฝึกซ้อมนักกีฬา, การสอนมารยาทเด็กๆ หรือแม้แต่ การฝึกสุนัข ก็ย่อมทำได้
Sources:  psychestudy.com




 

Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2560    
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2560 16:33:59 น.
Counter : 232 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

(Hacking Boyfriend's World) ตะลุยท่องห้องสมุดอีบุ๊คไต้หวัน



สวัสดีวันพ่อนะคะ วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่เราจะแสดงความรักและความกตัญญูของต่อคุณพ่อของเรา
สำหรับเราแล้วทุกวันที่ได้เจอและใช้เวลาร่วมกับป๊าถือเป็นวันพิเศษทุกวันเสมอ
เราไม่อายที่จะแสดงความรัก หอมแก้ม บอกรักและคอยดูแลท่านในทุกๆวัน
เพราะนี่คือสิ่งที่เราสามารถทำได้โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันสำคัญ จงแสดงให้ท่านรู้ว่าเรารักท่านมากแค่ไหน
สิ่งใดที่พอจะทำให้พ่อของเราได้ จงรีบทำเดี๋ยวนี้และตอนนี้ อย่ามัวแต่รอเวลาอยู่เลย ทุกวันมีค่าเสมอ..
แต่หัวข้อบล็อกในคืนนี้คงเป็นเรื่องจิปาถะ ออกแนวจะไร้สาระไปด้วยซ้ำ Smiley แต่ถึงอย่างไรก็ยังอยากจะเขียนถึงอยู่ดี
คืนนี้เราจะมาแฮคและเปิดเผยข้อมูลของหนุ่มผู้โชคร้ายกัน  Smiley
ก่อนอื่นขอเกริ่นก่อนว่าเราและแฟนเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือเป็นงานอดิเรกเหมือนกัน แต่จะสนใจกันคนละเรื่อง อย่างเช่น
เราชอบและเลือกที่จะอ่านหนังสือแนวภาษาต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, สุขภาพ, ศิลปะวรรณกรรม, จิตวิทยาและปรัชญา
แต่เขาชอบอ่านหนังสือหมวดเศรษฐกิจและการเงิน, ธุรกิจการค้า, การคำนวณ, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, หุ้นและการลงทุน
เพราะงั้นเวลาเวลาพูดก็จะพูดกันคนละเรื่อง เพราะถ้าเขาพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจการเงินเมื่อไหร่ เราก็พูดถึงการใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุขและสุขภาพดี
และถ้าเขาพูดถึงเรื่องสังคมและวิวัฒนาการทางด้านวิทยาศาสตร์ เราก็ยกเอาเรื่องศิลปะและวัฒนธรรมมาพูดแทน
บางครั้งก็พบว่าเราและเขาคุยคนละเรื่องเดียวกัน Smiley

ตอนนี้เรากำลังฝึกอ่านตัวอักษรจีนตัวเต็มอยู่(整体字 คนไต้หวันเรียกว่า เจิ๋งถี่จื้อ)เพราะตั้งแต่เล็ก เราเรียนและคุ้นเคยมากับตัวอักษรจีนตัวย่อ
(简体字อ่านว่า เจี๋ยนถี่จื้อ)มาหลายปีแล้ว เลยตั้งใจที่จะศึกษาและอ่านตัวอักษรตัวเต็มให้ได้
เพราะคิดว่าถ้าอ่านได้ทั้งตัวเต็มและตัวย่อคงจะดีไม่น้อย อันที่จริงดีเอามากๆเพราะอยากเก่งอ่านได้ทั้งสองแบบตัวอักษร
พอดีตอนนั้นแฟนได้เปิดห้องสมุดออนไลน์ของไต้หวันให้ดู (หนังสืออีบุ๊คสามารถอ่านแบบออนไลน์ได้)
และก็ให้เราเข้าไปยืมอ่านหนังสืออีบุ๊คผ่านแอคเคาท์เขาได้ตลอดเวลาที่ต้องการ
แต่ว่าอภิสิทธิ์สมาชิกห้องสมุดนี้ต้องถือว่าเป็นพลเมืองและประชาชนของไต้หวันเท่านั้นถึงจะสามารถเข้าไปใช้บริการได้ ส่วนเราก็แอบๆเข้าไป อิอิ
ขึ้นชื่อว่าอีบุ๊คก็สะดวกมากๆแล้ว แถมนี่ยังได้อ่านเป็นตัวอักษรจีนตัวเต็มอย่างที่หวังไว้อีกด้วย วันนั้นถือว่าโชคดีมาก
เราดีใจมากที่ได้อ่านหนังสือแบบที่ต้องการโดยไม่ต้องเสียแรงและค่าใช้จ่ายใดๆ ฮาา Smiley

ถ้าพูดถึงไต้หวันแล้วนอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องอาหารจุกจิกกินเล่นที่มีมากมายแล้ว ยังขึ้นชื่อเรื่องการให้ความสำคัญทางการศึกษาอีกด้วย
สังเกตได้จากทุนการศึกษาที่มีให้แต่ละปีไม่ว่าจะสำหรับนักเรียนนักศึกษาจากในหรือต่างประเทศ ก็มีเยอะแยะมากมาย
รวมไปถึงการบริการห้องสมุด ซึ่งถือเป็นแหล่งตักตวงความรู้ชั้นดี ได้อ่านแบบฟรีๆ หนังสืออัพเดทใหม่ๆมีทุกวัน
(แต่มีข้อแม้ว่าเราต้องอ่านหนังสือภาษาจีนอักษรตัวเต็มออกนะ ไม่งั้นอาจจะมึนเหมือนเราได้)
  • และนี้ก็คือหน้าตาเว็บไซต์คร่าวๆของห้องสมุดอีบุ๊คไต้หวัน ซึ่งมีหลายหมวดให้เลือกอ่านมากมาย เลือกได้ตามความชอบของสมาชิกเลย
  • หลังจากเข้าสู่ระบบในนามสมาชิกของห้องสมุดฯแล้วก็จะมีคลังหนังสือที่เรายืมมาเก็บไว้แบบข้างล่างนี่ รวมถึงบอกด้วยว่าเหลือเวลายืมอ่านได้อีกกี่วัน ต้องคืนหรือยืมใหม่อีกครั้ง ของเราที่ยืมอ่านมีเล่มเดียว ที่เหลือเป็นของนางหมดเลย เป็นประเภทที่ยืมๆๆมาแต่ไม่เคยอ่านหมดเล่มสักที  เหมือนนางจะรู้เลยเหมือนกั๊กที่ไว้ไม่ให้เรายืมหลายเล่มจนเกินไป Smiley
  • แล้วนี่ก็คือโฉมหน้าปกของหนังสือที่เรายืมมาได้เล่มหนึ่ง สุดท้ายก็อ่านไม่จบเพราะเนื้อหาเยอะเกินไป ฮาา
  • เปิดอ่านไปเรื่อยๆ ก็เหมือนอีบุ๊คทั่วๆไป ปรับโหมดและเลือกรูปแบบการอ่านหนังสือได้เสมือนจริง ชอบมากๆ
หากใครมีเพื่อนหรือคนรู้จักเป็นชาวไต้หวันและสนใจอยากจะอ่านหนังสืออีบุ๊คดีๆจากห้องสมุดออนไลน์ไต้หวันก็ลองๆถามเขาดูได้
เผื่อเขาจะให้เราเข้าไปอ่านได้ ประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายและได้ความรู้มาเต็มๆ เหมาะสำหรับผู้ที่อยากพัฒนาทักษะความรู้ทางด้านภาษาจีนมากๆค่ะ
ส่วนเราก็ต้องเรียนรู้ต่อไป วันนี้อาจยังไม่เก่งเท่าใครคนอื่น แต่เชื่อว่าถ้าเราอ่านเป็นประจำ มันก็คงจะพัฒนาขึ้นเองนั่นล่ะ
หนังสือเป็นแหล่งความรู้ที่สำคัญ เพราะความรู้ที่ดีมาจากแหล่งข้อมูลที่ดี
ขอตัวไปนอนก่อนล่ะ 晚安(หว่านอัน)!Smiley




 

Create Date : 05 ธันวาคม 2559    
Last Update : 5 ธันวาคม 2559 23:22:07 น.
Counter : 104 Pageviews.  

(รีวิวแนะนำ)December Faverite Products ธันวานี้ใช้อะไรดี?







สวัสดีวันจัทร์ค่าา
วันนี้จะมาแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ด้วยตัวเองตลอดตั้งแต่เดือนพฤศจิกามาจนถึงเดือนธันวาคมนี้
หลังจากที่ใช้ไปได้สักพักแล้วค่อยๆเห็นผล คิดว่ามันดีจริง เลยยยกให้เป็นผลิตภัณฑ์ตัวโปรดเดือนธันวานี้
คิดว่าใช้แล้วดีจึงมาบอกต่อ มาแนะนำกันค่ะ
(*ผลิตภัณฑ์ที่ถูกกล่าวถึงทั้งหมดไม่ได้มีเพื่อจุดประสงค์ทางการค้าหรือโฆษณาใดๆทั้งสิ้น)

ขอเริ่มจากผลิตภัณฑ์ตัวแรกกันก่อน
1.GINO McCRAY The Professional Make Up Mineral Water Spray
จากคุณค่าสาหร่ายสกัดสีชมพู ผสานน้ำแร่ธรรมชาติ Mineral Sea Water ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อผิว
ช่วยให้ใบหน้ากระจ่างใส เนียนนุ่ม ไปพร้อมกับความสดชื่น ให้เครื่องสำอางติดทน พร้อมเสริมประสิทธิภาพการบำรุงสูงสุด
(beautybuffetshop.com)

รีวิวเมื่อใช้แล้ว : เนื่องจากเราเป็นคนผิวหน้าค่อนข้างมันเวลาอากาศร้อนๆ แต่ผิวหน้าจะขาดน้ำหรือแห้งเมื่อหน้าหนาวมาถึง
เจ้าตัวสเปรย์น้ำแร่นี้เหมาะใช้ช่วงหน้าร้อนหรือฉีดระหว่างวันมาก เพราะมันไม่เหนอะหนะ ไม่เยิ้มและให้ความรู้สึกสดชื่นกับใบหน้าอีกด้วย
แต่ก็คงเก็บไว้ใช้เป็นตัวเสริมหรือติดกระเป๋าเท่านั้นเพราะว่าไม่สามารถใช้เพียวๆได้ เพราะความชุ่มชื้นไม่เพียงพอ
หวังพึ่งตัวนี้เพียงอย่างเดียวหน้าก็ยังคงแห้ง ตอนนี้มีติดไว้สองกระป๋องแล้ว ใช้ได้เรื่อยๆค่ะ


2. Lansley Vitamin C Cream Bright and White

ครีมบำรุงผิวหน้าสูตรเข้มข้นพิเศษ อุดมด้วยคุณค่าของวิตามินซีในรูปแบบที่มีความคงตัวสูง (Ascobyl Glucoside)
ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของประเทศญี่ปุ่น ช่วยปรับโทนสีผิวให้กระจ่างใส ลดการจับกลุ่มกันของเม็ดสี
อันเป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า กระและจุดด่างดำ ช่วยให้ผิวกระจ่างใส แลดูอ่อนเยาว์ PHAs พร้อมช่วยผลัดเซลล์ผิว
ลดความเสี่ยงในการเกิดการระคายเคือง เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวเนียนนุ่มกระจ่างใส ไร้ริ้วรอย COLLAGEN ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว
ปรับสภาพผิวให้มีความยืดหยุ่นและกระชับ ทั้งยังช่วยลดริ้วรอย ทำให้ผิวแลดูเนียนเรียบ
(beautybuffetshop.com)

รีวิวเมื่อใช้แล้ว : เมื่อก่อนนี้เราเคยซื้อมาเป็นแพ็คเกจของมันเลย ซึ่งจะมีอีกสองตัวก็คือ เซรั่มกับอายครีม
แต่ไปๆมาๆตอนนี้ลดเหลือมาใช้เพียงตัวเดียวเพราะคิดว่าตัวนี้ใช้ได้นานและใช้ได้ทั่วถึงจริง ใช้แทนเซรั่มได้(แต่คิดว่าความชุ่มชื้นอาจไม่เข้มข้นเท่า)
แล้วยังใช้แทนอายครีมได้ด้วย เอาบริเวณรอบดวงตา จมูกและปากก็ไม่ระคายเคือง อ่อนโยนและซึมซาบดีมากๆ
ชอบตรงที่หลังจากล้างหน้าแล้วทาลงไปจะมีกลิ่นหอมอ่อนๆของครีมติดอยู่ด้วย
ผิวหน้านุ่มชุ่มชื้นและสว่าง ไม่หมองเมื่อทาเป็นประจำติดต่อกันเช้า เย็นและก่อนนอนหรือก่อนแต่งหน้า


3. Lansley Fade-Fast Stretch Mark Cream

เป็นครีมที่สามารถแก้ไขปัญหาริ้วรอยบนผิวหนังอันเนื่องมาจากการยืดตัวของผิวหนัง เมื่อมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นหรือขณะตั้งครรภ์
หลังจากกน้ำหนักลดลงหรือหรือหลังจากการคลอดจะทิ้งร่องรอยแตกเป็นลายทางบนผิวหนัง ครีมซึ่งมีส่วนประกอบด้วย คอลลอเจน (collagen)
และอีลาสติน (elastin) ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของผิวหนัง จะซึมซาบเข้าเสริมโครงสร้างของผิวหนังส่วนที่เป็นริ้วรอยให้กระชับ
ทั้งยังมีส่วนประกอบของสารสกัดสมุนไพรจากฝรั่งเศสหลายชนิด ซึ่งช่วยเสริมให้ผิวที่กระชับแล้วมีความเนียนและนุ่มยิ่งขึ้น
 (beautybuffetshop.com)

รีวิวเมื่อใช้แล้ว : เมื่อเข้าเดือนธันวานี้เพิ่งลองซื้อมาใช้สักกระปุกหนึ่งดู จริงๆแล้วตัวเองก็มีปัญหาเรื่องริ้วรอยแตกลายอยู่เหมือนกัน
เพราะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เกิดน้ำหนักขึ้นและลดลงอย่างฉับพลัน TT ทิ้งริ้วรอยไว้ให้ดูเจ็บปวดใจเล่น
ตัวนี้ที่สังเกตได้ชัดๆเลยคือหลังจากใช้แล้วผิวจะนุ่มและเนียนขึ้น ไม่แห้ง และค่อยๆสว่างขึ้น(หรือรู้สึกไปเอง ฮาา)
แต่ครีมตัวนี้ติดเรื่องกลิ่นแรงไปหน่อย แต่ทาไม่นานก็ซึมซาบเร็วและไม่ทิ้งคราบหรือกลิ่นไว้เลย คิดว่าถ้าตัวนี้ให้ผลที่ดียิ่งขึ้นจะซื้อมาใช้อีก


4. BIFESTA Cleansing Lotion Sebum
โลชั่นน้ำเช็ดเครื่องสำอางและทำความสะอาดผิว สูตรกระชับรูขุมขน สำหรับผิวผสมและผิวมัน
เช็ดเครื่องสำอางออกได้อย่างสะอาดหมดจดล้ำลึกถึงรูขุมขนในขั้นตอนเดียวโดยไม่ต้องถู เพียงแค่เช็ดเบาๆ ด้วยสำลี
เมคอัพที่หนาหรือคราบแป้งในรูขุมขนก็หลุดออกอย่างง่ายดาย และไม่ต้องล้างซ้ำด้วยโฟมหรือเจลใดๆ เหมาะสำหรับสำหรับผิวผสมและผิวมัน
รีวิวเมื่อใช้แล้ว : คลีนซิ่งตัวนี้แล้วใช้ติดใจมากๆ เคยลองใช้คลีนซิ่งที่เป็นทั้งน้ำมัน, ครีมน้ำนมและน้ำมาแล้ว
คิดว่าโลชั่นแบบน้ำเหมาะกับเราที่สุด เพราะเราผิวค่อนข้างมันเลยพยายามหลีกเลี่ยงไอตัวที่เป็นน้ำมันทั้งหลาย
บิเฟสต้าซื้อมาขวดเดียว ใช้ลบเครื่องสำอางค์ได้หมดจดตั้งแต่หน้าผากลงไปถึงคาง(รวมถึงตาและปาก) เพราะมันอ่อนโยนและไม่แสบ
ไม่ระคายเคืองผิวเลย ใช้ดีมากๆ เช็ดครั้งสองครั้งเครื่องสำอางค์หรือครีม รองพื้น ฯลฯที่เราโบะๆเข้าไปในตอเช้าก็หลุดติดกับสำลีมาเป็นแผ่นๆ
ให้ได้เห็นกันว่าประสิทธิภาพทำลายล้างดีแค่ไหน แถมราคาไม่แพงเกินไปด้วย ขวดเดียวเราใช้ถึงเดือนก็สองเดือนโดยประมาณ
ถือว่าคุ้มค่ะ สะอาดจริง หมดก็ซื้อใช้ต่อ


5. ศรีจันทร์ ทรานส์ลูเซนท์ พาวเดอร์ Srichand Translucent Powder

แป้งฝุ้นโปร่งแสง สูตรควบคุมความมัน
รีวิวเมื่อใช้แล้ว : หากคุณกำลังมองหาแป้งฝุ่นเนื้อเนียนละเอียด ที่กลืนเข้ากับสีผิวได้ดีและไม่หนักหน้า
ไม่ทำให้หน้ามันหรือขาวโบ๊ะ ตัวนี้ตอบโจทย์ได้ดีมาก สามารถใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา
เรามักใช้ตัวนี้ปัดทับรองพื้นหรือครีมกันแดดเพราะเนื้อแป้งมันเบาบางและสามารถปกปิดรวมถึงทำให้ใบหน้าดูสว่างขึ้นได้ระดับหนึ่ง
ในวันสบายๆที่ไม่ต้องการจะแต่งหน้าจัดหรือจัดเต็ม มาลองใช้ตัวนี้ปัดๆดู รับรองว่าแทบไม่รู้สึกเลยว่าทาไปแล้วหรือยัง?
เราพกติดกระเป๋า ออกไปข้างนอกก็เติมระหว่างวันได้ ไม่มีระคายเคือง ไม่เยิ้ม ไม่มัน ไม่วอก หายห่วงจ้า
แต่ติดที่ตัวตลับมันใหญ่ไปหน่อย เวลาเราใส่กระเป๋ามินิก็จะกินพื้นที่ไปได้เยอะพอสมควร^^" แต่ก็หยวนๆให้ได้ ชอบเนื้อแป้งมากๆค่ะ

หากมีข้อสงสัยหรืออยากทราบถึงรายละเอียดเพิ่มเติม อย่าลืมคอมเม้นท์ทิ้งไว้ที่ด้านล่างนะคะ :)




 

Create Date : 05 ธันวาคม 2559    
Last Update : 5 ธันวาคม 2559 10:39:08 น.
Counter : 39 Pageviews.  

(บล็อกความงาม 30 นาที) ผิวอัศจรรย์ด้วยมาส์กชาเขียว(reuse)





เชื่อว่าหลายท่านคงทราบถึงสรรพคุณของชาเขียวที่มีต่อสุขภาพร่างกายดีแล้ว
ในวันนี้จะขอพูดถึงคุณประโยชน์ของชาเขียวที่มีต่อผิวพรรณความงามกันบ้าง
ส่วนตัวเป็นคนชอบดื่มชาเขียวร้อนในเวลาว่าง โดยเฉพาะชาเขียวญี่ปุ่นมากเป็นพิเศษ
หลังจากที่ดื่มแล้วในแต่ละวัน ถุงชาที่เราใช้ต้มแล้วก็คงต้องทิ้งไป
แต่ถ้าทำอย่างนั้น มันก็คงจะหมดประโยชน์โดยเร็ว เพียงแค่ให้เราดื่มแล้วก็หมดคุณค่าไป
แต่เพราะว่าจุดประสงค์ที่เราดื่มชาเขียว เราคำนึงถึงสรรพคุณและคุณค่ามากกว่าการดื่มเพื่อให้ร่างกายสดชื่นและสุขภาพดี
เราจึงเริ่มค้นคว้าหากมีการนำถุงชาที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ หัวข้อที่ดึงดูดความสนใจเรามากเป็นพิเศษคือ
การนำถุงชาใช้แล้วมามาส์กหน้าและผิว (ผู้หญิงกับเรื่องความสวยความงามเป็นของคู่กันใช่ไหมคะ ฮ่าๆ)
เมื่อเราศึกษาขั้นตอนวิธีการทำมาส์กหน้าและผิวแล้ว ไม่ยากเกินกำลัง สะดวกรวดเร็ว ทำได้ง่ายและประหยัดตังค์ในกระเป๋าอีกด้วย
ว่าแล้วในวันนี้จะขอนำเสนอ การฟื้นฟูผิวอ่อนเยาว์ด้วยชาเขียวที่ใช้แล้ว ^O^

สิ่งที่ต้องเตรียม
1. ชาเขียวที่ใช้แล้วประมาณ 1 ถุง
2. น้ำผึ้งแท้ 1 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำมะนาว 2-3 หยด
วิธีทำง่ายๆ
นำส่วนผสมทั้งสามนี้คนผสมเข้าด้วยกัน และนำมาทาบนผิวที่ต้องการ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที
หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น และซับหน้าเบาๆด้วยผ้าขนหนูสะอาด หลังจากนั้นก็ทาครีมบำรุงผิวและกันแดดได้

ควรทำเมื่อไหร่ดี?
หากทำเป็นประจำก็จะดีมาก เรามักจะทำในตอนเช้าเพราะตื่นมาก็พอมีเวลา
ทำให้ผิวสดชื่นกระปรี้ประเปร่าด้วยมาส์กชาเขียวซะก่อนจะออกไปเผชิญกับสายลมแสงแดดนอกบ้าน
และถือเป็นการเตรียมพร้อมและฟื้นฟูผิวทั้งก่อนและหลังแต่งหน้าอีกด้วย หรือจะทำก่อนนอนก็ได้นะคะ
ผลลัพธ์ที่สังเกตได้คือ ริ้วรอยด่างดำและรอยสิวค่อยๆจางลง ผิวเต่งตึงกระชับ ผิวสดชื่นดูอิ่มน้ำ
ผิวกระจ่างสว่างมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน แถมมีกลิ่นหอมอ่อนๆติดผิวเราอีกด้วย




 

Create Date : 22 พฤศจิกายน 2559    
Last Update : 5 ธันวาคม 2559 10:39:44 น.
Counter : 19 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.