blind spot จุดบอดของชีวิต
เรื่องที่1 จุดบอด

ตามลักษณะโครงสร้างร่างกายมนุษย์ เรามีจุดบอดในดวงตาเรา(blind spot)
จุดที่ว่านี้เป็นทางเข้าออกของเส้นประสาทคู่ที่2ที่ชื่อว่าoptic nerve ซึ่งไม่มีตัวรับภาพอยู่
ใครที่เคยได้ยินแต่ไม่เคยพิสูจน์ ขอแนะนำให้เข้าไปในเว็บไซต์นี้
http://www.blindspottest.com/
เค้าจะให้ปิดตาข้างซ้ายมองด้วยตาข้างขวาข้างเดียว
โฟกัสไปที่รูปดาว เราจะยังคงเห็นรูปวงกลมที่ด้านซ้าย
พอเอาหน้าเข้าไปใกล้จอคอม (ค่อยๆเข้าไปช้าๆ) วงกลมจะค่อยๆหายไป
และเมื่อเอาหน้าใกล้เข้าไปอีก วงกลมนั้นจะกลับมา
ไอ้จังหวะที่วงกลมหายไป นั่นแหละคือblind spotของตาเรา
(ข้างซ้ายก็ทำเช่นเดียวกันแต่สลับข้าง)
เรื่องที่ว่าข้างต้นเป็นความจริงที่พิสูจน์แล้วทางวิทยาศาสตร์
เรื่องที่ว่าข้างต้นนี้เป็นเรื่องปกติของมนุษย์

จากลักษณะข้างต้น เปรียบกับตัวเรา
สิ่งที่อยู่ใกล้ที่สุดเรามักจะมองไม่เห็นมากที่สุด
สิ่งนั้นก็คือตัวเรานั่นเอง
เราเห็นคนอ้วนเดินมา
อีนี่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวมาได้ไงจนขนาดนี้ ไม่รู้สึกเกะกะบ้างเหรอ
คนอ้วนนี่น่าเกลียดจัง ไม่ดูแลตัวเองเลย
ชั้นจะไม่มีวันอ้วนน่าเกลียดขนาดนนั้นแน่ๆ
คนนี้ถ้าผอมคงดูดี 9ล9
แต่พอเราอ้วน
ชั้นนี่อ้วนแบบซ่อนรูปนะ ดีจัง
เรายังไม่ได้อ้วนถึงขนาดนั้นน เธอก็เว่อไป
เราไม่อ้วนหรอก
..
เราก็ไม่ได้รู้สึกอะไร หรือไม่ได้รู้สึกแย่กับตัวเองเท่าที่รู้สึกกับคนอื่น
เพราะเหตุนี้ คนเราจึงชอบนินทา ชอบเรื่องเม้าท์ เรื่องฉาวดารา 9ล9
เพราะเรื่องเหล่านั้นเรามองเห็นและสัมผัสได้ ชัดเจน
แต่เรื่องของเราๆมักไม่ชอบหรือรับไม่ค่อยได้ เวลามีคนพูดถึงเราในแง่ไม่ดี แม้ว่านั่นจะเป็นความจริง
พวกที่ไม่รู้สึกอะไรเลยก็มี 1.มีสติ ยอมรับ และแก้ไข 2.ไม่สนใจ กูเป็นคนอย่างนี้
ในหลายๆครั้งเราก็อาจจะไม่เข้าใจตัวเอง เเอ๊ะทำไมกูพูดอย่างนั้นออกไป
เอ๊ะนี่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะไม่ทำอย่างนั้น เอ๊ะนี่เราเศร้าเรื่องอะไรอยู่
เอ๊ะเราเป็นยังไงกันเนี่ย
ในหลายๆครั้งเราทำผิด ทำให้คนอื่นโกรธหรือเสียใจ โดยไม่รู้ตัว
และในหลายๆครั้งนั้น เราอาจจะสูญเสียคนเหล่านั้นไปโดยที่เราไม่รู้ตัวเลย
อาจจะสูญเสียทีละนิดๆ คือเป็นความไม่พอใจสะสมเล็กสะสมน้อย
หรือสูญเสียเพื่อนไปอย่างฉับพลัน โดยที่เราอาจไม่มีวันรู้เลยว่าเพราะอะไร
เพราะ เรา ไม่ เห็น ตัว เอง
เราจึงควรเปิดใจให้กว้าง ยอมรับความคิดเห็นของคนอื่นที่มีต่อเรา
นิสัยที่ไม่ดีทั้งหลายที่ควรได้รับการแก้ไข เราก็ควรจะแก้มัน
เพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำเดิม กันไว้ ดีกว่าแก้ตอนที่สูญเสียอะไรบางอย่างไป
หลายๆคนรู้ว่าตัวเองมีข้อเสียอะไร คนที่บ้านก็บอก แฟนก็บอก
แต่ทำยังไงก็เปลี่ยนไม่ได้
เหมือน blind spot test
นั่นคือคุณต้องมองใกล้เข้าไปมากกว่าเดิมจนพ้นจุดบอดตรงนั้น
มองลึกเข้าไปในตัวคุณเอง
เมื่อถึงจุดหนึ่ง คุณก็จะมองเห็นและเข้าใจตัวเองได้
ฉันใดก็ฉันนั้น
:)
blind spot*



เรื่องที่2 human error

ด้วยความที่เราเป็นมนุษย์ เราทุกคนสามารถเกิดข้อผิดพลาดได้
หรือที่เรียกกันว่า human error
นั่นเป็นสิ่งที่เราต่างจากเครื่องจักร
เพราะมนุษย์ยังมีปัจจัยอื่นๆที่มาเกี่ยวข้องมากมาย
หลายๆอย่าง ก็ไม่มีเหตุผล อย่างเช่น อารมณ์
เมื่ออารมณ์ไม่ดี หรือมีเรื่องเครียด สมาธิก็แย่ลง
พลอยทำให้ทำงานอย่างอื่นประสิทธิภาพลดลงไปด้วย
ในทุกๆวันทีhuman errorเกิดขึ้นมากมาย
ขับรถเฉี่ยวทั้งที่เราก็ระวังดีแล้ว
ปืนลั่นตอนทำความสะอาดทั้งที่มั่นใจว่าเอากระสุนออกหมดแล้ว
ตื่นสายทั้งที่ตั้งนาฬิกาปลุกไว้แล้ว
เขียนตัวเลข/ตัวอักษรผิด ทั้งที่ได้ตรวจสอบไปแล้ว
ระบบการสื่อสารล่ม ทั้งที่ได้คำนวนไว้แล้ว
หรือแม้แต่วินิจฉัยโรคผิด! ทั้งที่ได้ตรวจอย่างละเอียดไปแล้ว

นี่คือประเด็นหนึ่ง
บางทีเราต้องทำใจ ปล่อยวาง และ เล็ท อิท บี

เรื่องที่3"Nobody is perfect"
มนุษย์ทุกคนล้วนแต่มีจุดเด่น และจุดด้อย
เป็นหลักในการบริหารงานที่เรียกว่า right man to the right job
คือวางลูกจ้างไว้ในตำแหน่งที่แต่ละคนถนัด งานก็จะออกมาดี
เป็นแนวคิดในการช่วยเหลือกันโดยการตั้งสมาคมขึ้นมา
ชั้นผลิตอันนี้ได้เยอะเธอผลิตอันนั้นได้เยอะ งั้นเรามาแลกเปลี่ยนกัน เราทั้งคู่ก็win-win
เพราะทุกคนมีจุดเด่น และ จุดด้อย
จุดด้อย หรือปมด้อย
สองคำนี้ต่างกันยังไง
คำว่าปมด้อยอาจจะรุนแรงต่อความรู้สึกเจ้าของปมนั้นมากกว่า
ปมด้อยเป็นสิ่งที่เจ้าของปมรู้สึกเอง
นายA เป็นศิลปินวาดรูปอิสระ โดนลูกหลงจากการวางระเบิด ณ ที่ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล แขนขวาเขาขาด
นายAใส่แขนเทียม และฝึกวาดรูปด้วยแขนซ้าย เขาวาดรูปได้สวยกว่าเดิม
นายB เป็นบัณฑิตจบใหม่ เป็นวิศวกรอนาคตสดใส เกิดอุบัติเหตุเครื่องจักรหล่นมาทับแขนขวาขาด
นายBถูกแฟนบอกเลิก บริษัทเลิกจ้างงาน เขาตัดสินใจจบชีวิตด้วยตนเอง
แขนขวาขาดเหมือนกัน เจ้าของแขนคิดต่างกัน
แทนที่จะมานั่งคิดว่าทำไมเราถึงไม่มีแขนขวา
คนบางคนเลือกที่จะคิดว่ายังดีที่เรามีแขนซ้าย
นี่ไม่ใช่ให้เลือก positive หรือ negative thinking
แต่เป็นการเลือกคิดให้เรามีความสุขและใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ
positive thinkingก็ไม่ได้ดีเสมอไป บางครั้งมันอาจทำให้เราเสียสัญชาตญาณการเอาตัวรอด
หรือมันอาจทำให้เราไม่พัฒนาตนเพิ่ม
ทุกอย่างล้วนมีความพอดีของมัน มากไปน้อยไป ล้วนแต่ไม่ดีทั้งนั้น
จริงอยู่ที่คนเราไม่มีใครเพอร์เฟค
ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ อย่าไปเสียใจ
ถ้าคุณรู้สึกว่าทำไมคุณถึงไม่รวยเหมือนคนอื่น
ไม่เก่ง ไม่สวย ไม่หล่อ ไม่แข็งแรง ... เหมือนคนอื่น
เพราะธรรมชาติสร้างเรามาให้มีความหลายหลากกัน
แม้แต่ต้นไม้ชนิดเดียวกัน ทุกต้นก็ไม่ได้เหมือนกัน แทงกิ่งตรงนั้นออกรากตรงนี้
เป็น art of nature ทำให้โลกนี้มีความหลากหลาย
คนที่รวย ก็มีความทุกข์ของเขา อาจจะไม่เกี่ยวกับเรื่องเงิน หรืออาจจะเกี่ยวกับเรื่องเงิน
ต่างก็มีความทุกข์ เพียงแค่รูปแบบมันต่างกัน

แค่นี้ก่อนละกันเนอะ
(ติดมาจากพี่ที่วอร์ด เวลาอยากจะจบคำพูด)



Create Date : 30 พฤษภาคม 2555
Last Update : 30 พฤษภาคม 2555 23:14:12 น.
Counter : 743 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

stethoscope
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เรียกสั้นๆว่าบุ๋ม
ก็แล้วกันนะ
instagram : @sheepdog123