เราไม่มีเวลามาดูแลยายเราหรอก เพราะต้องเอาเวลาไปดูแลคนไข้คนอื่น

วันนี้เป็นวันพฤหัส เป็นอาทิตย์ที่สองของการอยู่วอร์ดนรีเวชวิทยา
อาทิตย์นี้อยู่เวรไปทั้งหมด 3ครั้ง ลงจากวอร์ด5ทุ่มทุกวัน เหนื่อยจัง

เมื่อคืนนี้ไม่ได้นอน นั่งเขียนรายงานผู้ป่วยกับทำPWPไว้present caseจนถึงเช้า ตีห้าครึ่งรีบออกจากบ้านเพื่อไปรพ.ไปreview caseที่admitเตรียมผ่าตัดมดลูกวันนี้ ไม่มีเวลาจะกินข้าวเช้า ซึ่งมาพบภายหลังว่า พลาดไปแล้ว เนื่องจากcaseที่เข้าช่วยผ่าตัดวันนี้ มันช่างยากเย็นเหลือเกิน กินเวลา3ชม.ครึ่ง ออกมาจากORตอนบ่ายสองโมง ไม่ได้กินทั้งข้าวเช้าและเที่ยง เสร็จพี่เรียกไปroundคนไข้หลังผ่าตัด ก็ต้องรีบไป บ่ายสองครึ่งต้องไปเรียนlectureต่อ รีบซื้อไส้กรอกในเซเว่นแล้วขึ้นไปเรียน วันนี้อยู่เวรจนถึงห้าทุ่มครึ่ง ช่วงที่อยู่เวรก็แอบแว่บไปหายายที่ศัลยกรรมพิเศษชั้น5 ยายเรามาadmitด้วยเรื่องfasciitis มาอยู่รพ.ก็มีอาการเพ้อโวยวาย หลงๆ สับสน หรือที่เรียกว่า delirium ไปนั่งป้อนข้าวให้ยายกิน ยายเหมือนจะจำเราไม่ได้ แต่กินหงับๆอย่างว่าง่าย พอลงเวรห้าทุ่มก็ไปเจาะน้ำตาลDTXของยาย ได้119 ก็เลยปลุกขึ้นมาป้อนโจ๊กไข่ขาวกับรังนก กลัวน้ำตาลจะไม่ถึงเช้า เสร็จแล้วก็ออกไปหน้ารพ.เรียกรถtaxiกลับบ้าน

ตอนนี้ 00.38 ของเช้าวันใหม่ แต่ฉันยังไม่ได้นอน นั่งคิดทบทวนถึงเรื่องที่ผ่านมา ฉันไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบต่างๆที่มีอยู่นี้ได้ แม้ใจจริงอยากไปเฝ้ายายใจจะขาด แต่เรากลับต้องมาดูแลคนไข้ในวอร์ด ยายที่รักเรามากที่สุดและเป็นคนที่เรารักมากที่สุด เรากลับมาดูแลคนไข้ที่ไม่รู้จักเราเลยด้วยซ้ำ เรารักในงานที่เราทำ แต่ตอนนี้เราแยกเรื่องส่วนตัวกับงานที่ต้องรับผิดชอบไม่ได้

ตั้งแต่จำความได้ก็เห็นยายคอยเลี้ยงเรากับพี่สาวมาตลอด เราไม่เคยรู้สึกว่าขาดความรักเลย เพราะยายรักเรามากๆๆ และเราก็รักยายของเรามากๆๆ เราเคยคิดว่าถ้าเราเป็นหมอเราจได้มาดูแลยายของเรา แต่เราก็พบว่า เราคงไม่มีเวลามาดูแลยายเราหรอก เพราะเราต้องเอาเวลาไปดูแลคนไข้คนอื่นๆ คิดแล้วก็เศร้า ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกของเรา เพื่อนๆก็ไม่เข้าใจความสัมพันธ์เรากับยาย มองว่าเราเว่อบ้างอะไรบ้างแต่เราก็ไม่สนใจ ตอนนี้อยากจะพักการเรียน อยากจะดูแลยายให้เต็มที่ แม้ว่าตอนนี้ยายจะจำเราแทบไม่ได้แล้วก็ตาม

เราเกลียดโรคทางสมองทุกชนิด มันเปลี่ยนคนที่เรารักให้กลายเป็นใครก็ไม่รู้ มันเป็นโศกนาฏกรรมทางจิตใจ ลองนึกภาพคนที่คุณรักที่สมองเสื่อมไปตามวัย บุคลิกภาพค่อยๆเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ความจำค่อยๆหายไป จนวันนึงที่เค้าจำคุณไม่ได้ และเค้าไม่ได้เป็นเค้าอย่างเดิม ถุยน้ำลายไปทั่ว โวยวายเสียงดังในที่สาธารณะ หรือแม้แต่เอามือไปทุบบตีคนอื่นโดยไม่รู้เรื่อง แต่สิ่งที่อยู่ในหัวคุณ ความรู้สึกของคุณ ทุกอย่างมันยังเหมือนเดิม แต่เค้าจำคุณไม่ได้แล้ว

คุณจำเค้าได้ทุกอย่าง จำสิ่งดีดีที่เค้าทำให้ได้ทุกอย่าง คุณรักเค้ามาก

ภายนอกเค้าดูเหมือนเดิม แต่ภายในเค้าคือใครคนหนึ่งที่คุณไม่รู้จัก และเขาก็จำคุณไม่ได้

มันคือการทรมานกันนทั้งเป็น โดยเฉพาะตอนนี้ ที่เราต้องทำหน้าที่ของเรา นั่นคือดูแลคนไข้ แต่ยายเราๆกลับต้องให้คนอื่นดูแล

 

เคยมีคนถามว่า ถ้าไม่มียายแล้วจะะเป็นยังไง มันเป็นคำถามที่กระชากอารมณ์เราทุกครั้ง และเราเชื่อว่าคนทุกคนล้วนมีเรื่องที่ไม่อยากพูดถึง เรื่องที่ทำให้เราเสียใจมากกว่าปกติ เช่น เรื่องเพื่อน เรื่องพ่อแม่ เรื่องปมด้อยตัวเอง เรื่องของที่ถูกขโมย เรื่องที่โดนหลอกโดนโกง เรื่องวัยเด็ก 9ล9 สำหรับเรา เรื่องนั้นคือเรื่องของยายเรา ทุกครั้งที่เราคิดถึงยายเราขึ้นมา น้ำตาเรามันจะไหลตลอด ยายเราอายุ89 และผ่านมาไม่รู้กี่ปี เรายังคงทำใจไม่ได้แม้แต่นิดเดียว กับคำถามที่ว่า ถ้าไม่มียายแล้วจะเป็นยังไง

เราคิดว่ามันเป็นคำถามที่ไม่จำเป็นต้องตอบ เป็นคำถามที่ไม่สร้างสรรค์ และไม่เกิดประโยชน์ใดๆ เหมือนกับมาถามคนทั่วไปว่า ถ้าพ่อแม่คุณตายแล้วจะเป็นยังไง ถึงแม้ว่าคนที่ถามอาจจะหวังดีอยากให้เราเตรียมใจไว้ว่าซักวันนึงยายเราก็จะต้องไปตามวัฏสงสาร และถึงแม้ว่าเราเรียนหมอ เราเคยเห็นศพคนตาย เคยเห็นน้ำตาพ่อแม่ที่สูญเสียลูก น้ำตาลูกที่สูญเสียพ่อแม่ เราคุุ้นเคยกับการตาย และเราเข้าใจกลไกที่เกิดขึ้น เพราะเราได้ร่ำเรียนมาอย่างดี แต่เราไม่สามารถยอมรับได้ หากวันนึงเราไม่มียาย

มันคงเหมือนกับซีกหนึ่งของร่างกายและจิตใจ ได้ถูกกระชากออกไปและไม่มีวันหวนกลับมาอีก รอยยิ้มที่สดใสของเราแต่ละครั้งหลังจากนั้น จะไม่มีทางออกมาจากความรู้สึกสดใสจริงๆ เพราะชีวิตเราหลังจากนั้นมันคงเหมือนตายไปแล้ว แต่แค่อยู่ไปเพื่ออะไรก็ไม่รู้เท่านั้นเอง เราคงจะไม่รู้เลยว่าจะอยู่ไปเพื่อใคร เพื่ออะไร แน่นอนว่าไม่ใช่เพื่อตัวเองอยู่แล้ว

ขอโทษคนอ่านด้วยที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอาจจะรู้สึกเสียเวลาและคิดว่าผู้เขียนคงบ้าไปแล้ว

แค่อยากจะระบายความรู้สึกอัดอั้นไว้โดยการพิมพ์ๆๆๆมันออกมา ถ้าอ่านแล้วอยากด่าหรือมีความรู้สึกไม่พอใจก็รบกวนอย่าคอมเม้นมาในนี้เลย เพราะตอนนี้ผู้เขียนมีความล้มเหลวเศร้าสร้อยมาก ไม่พร้อมรับเรื่องไม่ดีใดๆทั้งสิ้น ตอนนี้แค่ถถ้ามีใครซักคนมาพูดว่า ทำไมเธอเป็นคนแบบนี้ เราก็แทบจะกระอักความเศร้าแล้ว ..




Create Date : 11 พฤษภาคม 2555
Last Update : 11 พฤษภาคม 2555 1:06:12 น.
Counter : 586 Pageviews.

5 comments
  
สวัสดีค่ะ..

เป็นกำลังใจให้คุณหมอนะค่ะ

และเป็นกำลังใจให้คุณยายหายป่วยไวไวด้วยค่ะ

ชีวิตในรั้วโรงพยาบาลก็เป็นอย่างนี้นี่เอง..

เป็นชีวิตที่เราได้เลือกเอาไว้แล้ว

ยังไงก็ขอให้ผ่านพ้นไปด้วยดีนะค่ะ

อย่าลืมทานข้าวเช้าด้วยล่ะ..

โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 11 พฤษภาคม 2555 เวลา:1:30:33 น.
  
ก่อนอื่นป้าพรรณขอเป็นกำลังใจให้...มีเวลาได้ดูแลคุณยายได้มากขึ้นนะคะ แล้วก็อยากชมว่า...จขบ.เป้นเด็กดีคนหนึ่งเลยทีเดียว เป็นปลิ้มแทนคุณยายทีในเวลานี้เค้าป่วยจำอะไรไม่ได้ แต่หลานก็ไม่เคยรังเกียจ ที่จะดูแล
ถ้าป้าพรรณแก่ตัวลงมีหลานมาดูแลใกล้ๆแบบนี้คงจะดีใจไม่น้อยเลย
ยังไงก็ขอให้ จขบ. ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
โดย: ป้าพรรณ (ประนม ) วันที่: 11 พฤษภาคม 2555 เวลา:2:10:03 น.
  
เราเข้าใจคุณหมอดีค่ะ เพราะก็เป็นเหมือนกัน แต่เราเป็นพยาบาล พ่อเราป่วยแทบจะไม่ได้ดูแลเลย จนกระทั่งท่านเสียชีวิต ได้ไปเฝ้าแค่ 5 วันเอง อย่าเสียใจเลยค่ะ ตอนนี้ทำอะไรได้รีบทำจะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลังเหมือนเรา เอาใจช่วยนะคะ
โดย: magic-women วันที่: 11 พฤษภาคม 2555 เวลา:9:25:29 น.
  
ชีวิตทางแพทย์ ก็เป็นอย่างนี้และคุณยายก็เข้าใจและภูมิใจ
ด้วย มาให้กำลังใจค่ะ

ลูกชายสองคนเป็นหมอ คนแรกเป็น Rhumatoloist ,คนที่สองจะเป็น chief resident และจะไปต่อเฉพาะทาง ไม่คอยได้พบกันเลย เรียกว่าพบกันปีหนี่งไม่ถึงห้าครั้ง เคยเจ็บป่วยเข้ารพ. ลูกก็มาเยี่ยมได้นิดหน่อย ไม่เคยคิดน้อยใจว่าลูกมาไม่ได้เลย กลับภูมิใจว่าลูกทำงานรับผิดชอบอย่างดี และเข้าใจว่าลูกมีหน้าที่สำคัญที่ต้องรับผิดชอบ

อย่าคิดมาเลยค่ะ ตั้งใจทำให้สำเร็จ แต่ถ้าเครียดมากก็ควรปรึกษาอจ. นะคะ อาจจะขอพักสักพักก่อน แต่ก็จะจบช้ากว่าเพื่อนนะคะ

ดูแลตัวเองด้วย เพราะร่างกายไม่แข็งแรง สมองก็ไม่ทำงานด้วย
newyorknurse



โดย: newyorknurse วันที่: 11 พฤษภาคม 2555 เวลา:10:04:16 น.
  
ขอบคุณทุกคอมเม้นมากๆเลยนะคะที่เข้ามาให้กำลังใจ น้ำตาซึมเลย จะพยามเข้มแข็งให้มากกว่านี้และหาเวลาไปดูแลยายให้มากที่สุดคะ ;)))
โดย: stethoscope (stethoscope ) วันที่: 11 พฤษภาคม 2555 เวลา:23:09:13 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

stethoscope
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เรียกสั้นๆว่าบุ๋ม
ก็แล้วกันนะ
instagram : @sheepdog123