Group Blog
 
All blogs
 

รำลึกก่อนพล่าม

๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๒
เพลากะลาเปิด ที่ ๓๔


ฉันอ่านผลงานของกามูเป็นครั้งแรก โอยยยยย ปานว่าได้สมสู่เริงสุขกันอย่างสุขสม (ทางความคิด....) มันช่างเป็นการเสนอและสนองตอบรับต่อกันได้อย่างลงตัว ตามท่วงทำนองสุก ดิบ ของจังหวะชีวิตที่พลิ้วหวิวไหว จิตใจลิ่วละล่องล้อเคียงคู่กันอย่างอิสระ..... เสรี หากให้เปรียบแล้วฉันคงไม่พ้นต้องเปรียบเหมือนดังว่ามีชายชาติตีตรากดบาปแรกให้หญิงสาว.................. ฉันรู้สึกเหมือนได้ค้นพบโลกอีกโลกนึง ฉันพบคนที่เข้าใจฉัน เกือบทุกสิ่งที่เขาพูดออกมามันช่างเหมือนกับเขาเล่นตลกซ่อนกล เอาสิ่งที่มันวิ่งวนอยู่ในใจฉันออกมาสรุปได้จี้ใจอะไรอย่างนี้!!!

ฉันหาคำอธิบายความ.... กรึ๊บ... ที่บังเกิดหลังจากได้อ่าน “มนุษย์สองหน้า” ให้สละสลวยไม่ได้จริงจริง มันอาจฟังระคายหูอยู่สักนิด ผิดวิสัยหญิงไทยอยู่สักหน่อย แต่ก็นั่นล่ะนะฉันอยากบอกให้รู้แค่ว่ามันกรึ๊บยังงัย

ฉันไม่เคยรู้จักกามูและไม่เคยได้อ่านหนังสอกหนังสืออะไรทำนองนี้มาก่อน ให้ง่ายเมื่อก่อนแค่เห็นปกตูก็ไม่เอาแระ ที่ผ่านๆ มาปกแบบนี้ลักษณะอย่างนี้มันก็คงชีวประวัติคนดัง คนเด่น คนเก่งอะไรอย่างนั้นล่ะ ไม่เคยอยากรู้อยากเห็น........ มันเอ..อื่อสิ้นดี ไม่รู้จะรู้ไปทำไม ไม่เห็นจะสนใจ เท่าที่จำต้องเรียนให้จบมาได้ก็รู้สึกเบื่อหน่ายสิ้นดี ไม่เห็นมันจะให้อะไรกับชีวิตตูสักหน่อยนึงเลยนี่นา คืนกรุไปเรียบร้อยโรงเรียนแมว ก็แล้วอะไรมันฉุดอะไรมันรั้งนำฉันให้หยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาน่ะหรือ? จะเชยมั้ยถ้าฉันจะบอกว่าการพบกันครั้งนี้ฉันมีพ่อสื่อ

กลับเมืองไทยคราวก่อนฉันต้องไปตามลูกชายที่มักจะไปหมกตัวอ่านการ์ตูนที่ดับเบิ้ลเอทาวเวอร์และเลยถือโอกาสมองหาหนังสือเผื่อได้ติดมือมาอ่านเล่นบ้าง เดินอยู่นานก็ไปเตะตาเอากับภาพชายที่มีใบหน้ากวนๆ ปากคาบบุหรี่ ดูยวนๆ เต๊ะๆ เตะตาเตะใจ ฉันจำได้แม่นว่าฉันเห็นภาพชายคนนี้จากบล็อก พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง เกิดนึกอยากรู้ (อีตานี่มันใครวะ!?) เค้ามีอะไรดีพี่คนนี้เค้าถึงเอารูปขึ้นเป็นโลโก้แสดงความทึ่งให้วะ ฉันเลือกหยิบ “ความตายอันแสนสุข” เพราะปกเล่มนี้เป็นรูปเดียวกันกับของพี่พยัคฆ์ฯเค้าและฉันคงต้องสารภาพตามตรงรูปนี้พี่แกมาดกวนเตะใจ (อิอิ) ฉันหยิบ “มนุษย์สองหน้า” ติดมาอีกเล่ม จริงๆ ก็ไม่อยากได้สักเท่าไหร่แต่ก็ซื้อมายังงั้น มันบางและไม่แพงจนเกินไป ส่วนคนนอกฉันไม่ได้หยิบมาเพราะภาพจากปกพี่แกชักอืดดูยังงัยก็ไม่เร้า ฉันจึงวางแหมะไว้อย่างเดิม........

หลังจากฉันอ่าน “มนุษย์สองหน้า” จบลง ฉันมีความสุขเหมือนได้คุยกับคนรู้ใจ คลายความอึดอัดที่คิดว่าตัวเองประหลาด (รึเปล่า) อยู่คนเดียว ฉันเริ่มมองหาหนังสือแนวนี้มาอ่านแต่ไอ้แนวนี้ที่ฉันว่าฉันก็ไม่รู้ว่าต้องไปหาที่ไหน อย่างไร ฉันจะหามันเจอได้อย่างไรหนังสือมีเป็นแสน ฉันจึงไปขอคำแนะนำนักอ่านในห้องสมุุดพันทิปโดยยึดแนวหนังสือเล่มเดียวที่ได้อ่านเข้าไปถามว่าฉันชอบเล่มนี้ ฉันควรอ่านเล่มไหนอีกบ้าง ได้รับคำตอบจากผู้เอ็นดูซึ่งต้องขอบคุณและขออภัยที่จำนามท่านๆ ไม่ได้ ขอบคุณอีกครั้ง...... และที่จะลืมเสียไม่ได้ก็ต้องขอขอบคุณพี่พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวงด้วยนะคะที่เป็นพ่อสื่อพ่อชักให้คนสองภาคได้พบกับหนุ่มที่ถูกใจ (อยากจะบอกว่ายิ้มกะลิ้มกะเหลี่ย อิอิ)

ที่วันนี้เอ่ยถึงกามูอีกครั้งเพียงเพราะสถานการณ์มันพาแว๊บให้นึกถึง (จริงๆ ก็นึกถึงมาเป็นเดือนแล้วล่ะ อย่างกามูว่า “รู้สึกซึมๆ อย่างไรชอบกล อยากถ่ายทอดความในใจให้คุณฟัง แต่นึกหาถ้อยคำไม่ออก...” เห็นมะยังไม่ทันไรหายใจเข้าเป็นกามูไปซะละ หุหุ) ว่าแล้วความสะเปะสะปะของความนึกคิดก็กระจัดกระจาย......









ก็อย่างที่เกริ่นเอาคำเขามา ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองคิดอะไรอยู่................ แต่ก็มีประโยคเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัว นี่เป็นเพียงบางส่วนของกามูที่แว๊บเข้ามา....... ยังไม่หมดแต่คงต้องจบไว้ก่อน ก่อนที่จะโดนข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์จากผู้เขียน เหอ เหอ


ยังมีอีกคนที่ฉันนึกถึง เขาเป็นนักเขียนดังชาวเชก ฉันได้อ่านหนังสือเขาเพียงเล่มเดียวเท่านั้น สามีนอกกฎหมายแนะนำให้ฉันอ่าน เดอะโจ๊กกับรักชวนหัว เขาบอกว่ามันแนบบทเรียนทางด้านการเมืองไว้อยู่มากพอให้เธอได้เห็นภาพคร่าวๆ ของชีวิตในช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง......... ฉันไม่รู้อะไรหรอกการเมืองการปกครองที่ว่าเนียะ ขนาดประวัติศาสตร์ชาติตัวเองฉันยังไม่เคยใส่ใจจำ..... แต่เขายังเล่าให้ฟังต่ออีกเล็กน้อยในส่วนความคิดเห็นของเขา ครั้งหนึ่งผุ้คนบางกลุ่มของเมืองนี้ก็เคยเห็นดีเห็นงามกับการเข้ามา “ช่วยเหลือ” ของคนอีกชาติหนึ่ง คิดหวังเอาว่าจะต้องดีกว่า แต่ท้ายสุดแล้วก็ต้องอกตรม.......

ฉันก็ได้แต่หวังว่าชาติของฉันจะไม่ซ้ำรอยอย่างเขาให้ต้องระทม.......... แม้ตอนนี้ฉันจะผิดหวัง เจ็บช้ำ จนไม่อาจปฏิเสธความไม่พอใจที่มีต่อรัฐบาลเถื่อนยามนี้ซึ่งได้ใช้ความอยุติธรรมอย่างสุดจะทานรับได้ ความโกรธแค้นชิงชังแผ่กว้างถ้วนถึงทุกภาคส่วน ก็ได้แต่ภาวนาให้มีทางออกที่ดีกว่า.... ดีกว่า.... อย่าให้ความเห็นแก่ตัวของคนเพียงไม่กี่คนซึ่งกำลังเริงอำนาจ อย่าให้ความโกรธ ความคับแค้นขมขื่นใจกับความกดดัน กดขี่ข่มเหง ของเรานำความวิบัติมาสู่เราเหล่าปวงชน (โดยไม่รู้เท่าทันการณ์) อย่างไม่รู้จบสิ้นอีกเลย (พูดมาถึงตรงนี้นึกตะหงิดตัวเองอยู่เหมือนกัน นี่กูดัดจริตอะไรเป่าวะ รู้อยู่เต็มอกว่าอยากให้ไอ้รัฐบาลเถื่อนนี่มันชิบหาย หายวับดับไปซะ) อันว่า “อย่าให้ความโกรธแค้นเหล่านั้น....” ฉันไม่ได้หมายความว่าการต่อสู้ของอีกฟากเป็นตัวร้ายอย่างนั้น... (เพราะสถานการณ์ตอนนี้ฉันยกให้บทบาทของเขาเป็นพระเอก) แต่ฉันก็กริ่งๆ เกรงๆ ว่าจะมีใครคิดไปไกล.......... (ฉันก็ไม่รู้ว่ามีใครเขาคิดอย่างนี้หรือเปล่าหรอกนะ ออกจะเป็นการจินตนาการจนเกินกว่าเหตุอยู่สักหน่อย) ฉันไม่อยากสบประมาทความเป็นผู้มีวิจารณญาณของใคร จึงไม่คิดว่าใครจะหยิบยกเรื่องที่ฉันจะเอ่ยถึงไปเป็นประเด็น.... มันเป็นเพียงความคิด(มาก) ความวิตกจริตอย่างขาดการพิจารณาใคร่ครวญถึงผลที่อาจจะตามมาภายหลัง.......... แต่ไอ้ครั้นจะไม่เอ่ยถึง ฉันก็อึดอัดและไม่สบายใจ ........

จากบางภาพฉันเห็นพี่ผู้หญิงใส่หมวกเขียวดาวแดง............. ฉันภาวนาว่าให้เธอใส่อย่างไม่รู้ความหมายของมัน...........

ฉันหวังจะได้เลือกตั้งอย่างยุติธรรม ไร้เล่ห์สกปรก ไร้กลซ่อนอำนาจ ไม่ต้องมีหน้าไหนเสนอหน้าหนุนหลังใคร คนดี (จะมากจะน้อย) ไม่ต้องมีใครการันตีความดีของใคร (มึงเอาเองให้รอดก่อน) ....... ฉันอยากได้ผู้มีความสามารถ มีความซื่อตรง (ซี่อสัตย์ยังไม่อยากหวัง.....) มาขับเคลื่อนบ้านเมืองต่อไป......


คิดแล้วหลอน......... เหอ เหอ ไม่รู้เลยว่าเมืองไทยจะเลือกตั้งอีกไหม?? และหากมีแล้วคนด้อยการศึกษาอย่างฉันจะมีสิทธิ์ได้เสนอหน้าในฐานะผู้มีสิทธิ์ตามสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองกับเขาหรือเปล่า...... แล้วถ้าไม่มีการเลือกตั้ง???????? .............................. โอนี่ฉันต้องวิกลจริต จนจริตวิกลไปแล้วแน่ๆ แน่แท้แล้วเชียว................................................................


ย้อนมาที่เรื่องหนังสืออีกที หลังจากที่ฉันได้อ่านหนังสือเหล่านี้ (อ่านมาไม่กี่เล่มของไม่กี่คน) ฉันถึงกับสบถกับตัวเอง (แถมให้เพื่อนอีกคน) ว่าทำห่าไรอยู่วะ ทำไมไม่เคยอ่าน..... ทำไมไม่เคยเจอ... คนที่เค้าได้อ่าน ทำไมเค้าถึงได้อ่านวะ .......... ฯลฯ แล้วฉันก็มารู้ภายหลังว่าหนังสือเหล่านี้คนที่เค้าเรียนหนังสือขั้นมหาลัยเขารู้จักกันแทบทั้งนั้น หรือบางคนก็รู้จักตั้งแต่ยังไม่เข้ามหาลัยเพราะเค้ามีพ่อมีแม่คอยแนะนำ หรืออีกทีวิถีทางชีวิตก็นำเขาให้ได้สัมผัส.............. ขวนขวาย ว่ารวมๆ ง่ายๆ ก็คง.... โอกาส โอกาสที่คนเรามีไม่เหมือนกัน........................

ว่าแล้ววันนี้ก็ขี้เกียจพล่ามต่อ วันหลังค่อยกลับมาพิล่ำพิไลเรื่องโอกาสแล้วกัน.............


อ้อ วันนี้ไปเรียนขับรถครูสอนคงอยากจะเลิกสอนแล้วแถมเงินสักก้อนให้ฉันไปไกลๆ เอิ๊กๆ


อีกสักนิดหลังจากตั้งใจเปิดใจคุยกับผู้มีทัศนคติ.... ก่อนนอนเมื่อคืนฉันยังนึกถึง “พี่น้องคารามาซอฟ” ซึ่งฉันก็ยังอ่านไม่จบ และยังไม่กระจ่างนักดอก ยังคลุมๆ เคลือๆ แต่ก็ฉันก็ขอชิงสุกก่อนห่ามจากเนื้อความบางส่วนที่คิดว่าเออ..... มันสะกิดดี ว่าอย่างไรแม่นๆ ก็ขี้เกียจจะเดินไปหยิบหนังสือเขามาลอกให้กระจ่าง เอาเป็นว่าดึงเอามาบางเสี้ยว บางท่อน ผสมปนเปก่อนรวบยอดว่า บางทีนักคิด คนชั่งคิด ก็อาจเป็นเพียงพวกชักใบให้เรือเสีย หรือเป็นผู้ที่ทำอะไรไม่สำเร็จสักที.....(หรือเปล่าวะ..??) ไม่ได้หมายความเขาว่าอย่างนี้หรอกนะ แต่เท่าที่ฉันอ่านได้สามร้อยกว่าหน้า ทำให้ฉันมีความคิดนี้.......................... อ้อๆ ยังมีที่มันจุกใจอยู่อีกอย่าง เขาว่าประมาณว่าอีกพวกแปลกแยกตัวเองออกนอกสังคมเป็นพวก............ ไม่รู้งัยแน่นะจำไม่ได้ แต่ฉันสรุปเอาอย่างหยาบๆของฉันเองว่าเออเขามองว่าพวกนี้ (กูหรือเปล่าวะ) เป็นพวกนึกว่าตัววิเศษ...??????? ........ แต่เขาจะเจตนาว่าอย่างไรแน่นั้น ฉันคงต้องขออ่านให้จบและวกกลับมาอ่านใหม่อีกสักรอบ...




 

Create Date : 26 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 27 พฤษภาคม 2553 15:33:20 น.
Counter : 231 Pageviews.  

ด้วยความเขลา.....

เพิ่งกลับมาจากไปออกกำลังกาย...


ก่อนไปมีข้อสงสัยอะไรนิดหน่อยเกี่ยวกับไฮเทค เทคโนโลยี เพิ่งได้ความกระจ่างแจ้งแท้ๆ เอาเมื่อกี้...

ไอ้ที่ว่าปิดๆ คิดว่าเออไม่มีใครรู้เห็น แท้ที่สุดเพียงแค่เข้าไปแปลงในกูเกิ้ลอะไรที่ว่าปิดๆ ชะ ที่แท้มันทะแล่แท่ ล่อนจ้อนอยู่นั่นเอง

เอาไหนๆ ก็ล่อนจ้อนประเจิดประเจ้ออยู่ตลอดแล้ว ก็เปิดแบบไม่ต้องปิดก็ได้ฟระ เพราะที่จริงก็ไม่มีอะไรดอก ก็เคยเปิดมาก่อนแล้ว เพียงแต่รู้สึกขายขี้หน้าความละอ่อนเล่ห์ทางเทคโนแค่นั้นเอง




กลับมายังตามเหตุการณ์บ้านเมืองไม่ถึงไหนเลย รู้แค่พอได้เศร้าใจแม้จะทำใจไว้ล่วงหน้าว่าต้องได้เผชิญกับมันเป็นแน่แท้แล้ว.... คงไม่อาจพูดอะไรได้ ขอแค่ส่งใจถึงเพื่อนๆ ผู้มีแนวความคิดเดียวกันว่าเอ้อ.... ก็คงได้แต่มองดูและอยู่อย่างเงียบๆ กับสังคมระบอบโฟโต้ช็อป (แก้ไขและปรับเปลี่ยนเฉดสีได้ตามอำเภอใจ)


อยากเขียนอะไรเยอะแยะ แต่สุดท้ายก็สรุปกับตัวเองว่าจะเขียนไปเพื่ออะไร? (อีกแระ )



อ้อเมื่อคืนนายที่รักบอกข่าว The Thai winner of the film festival in Cannes (FRA) is a director Apichatpong Weerasethakula and the name of the winning film is "Uncle Boonmee - Who Can Recall His Past Lives มีใครได้ดูแล้วบ้างคะ




 

Create Date : 23 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 24 พฤษภาคม 2553 17:46:53 น.
Counter : 213 Pageviews.  

หยุดการปราบปรามประชาชนในทันที

วันนี้.....




จากเบาไปหนักบ้านพ่อมึงเหรอ เล็งยิงแต่หัว นี่คือเจตนาฆ่าประชาชน



ขอไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิตจากการเฆ่นฆ่าจากรัฐบาลเถื่อนนี้...........







>>>>>>>>>>>> ต้านเผด็จการ เบี่ยงบ่ายสังคมนิยม.. มุ่งตรงสู่ประชาธิปไตย<<<<<<<<<<<<<




*****************************ลาไปออกกำลังกายสักอาทิตย์ นะคะ****************************





 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 15 พฤษภาคม 2553 2:33:47 น.
Counter : 310 Pageviews.  

เอาคำเขามา

วันนี้รอฟังคำแถลง แต่ก็แห้ว........

แต่ไม่เป็นไร ไม่ว่าอย่างไร ก็เป็นกำลังใจให้กันเสมออยู่แร้นนนนนนน...
เข้าใจว่าบางอย่างพูดง่าย แต่ทำยาก แต่บางทีไอ้ที่ว่ายาก ก็ไม่ได้ยากอย่างที่เข้าใจ.....


เอาเป็นว่างานนี้หวังผลอาจได้ แต่หวังประโยชน์อาจชวด.............


*******************************************

"มิตรภาพเป็นเรื่องยุ่งยาก ต้องใช้เวลานาน เมื่อได้มาแล้วจะทิ้งเสียก็ลำบาก ต้องเก็บเอาไว้ ทั้งๆ ที่บางทีก็เป็นภาระ..."

ประโยคข้างบนนี้จริงๆ ตั้งใจฝากไว้ตอบคำถามบล็อกหนุ่มรอสาว ๑๐ ปี ของน้องปายคนงาม แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาวิ่งไป วิ่งมา รวบไว้ตรงนี้เลยนะจ๊ะปาย


*******************************************

ช่วงนี้คนสองภาคจะขาดๆ หายๆ ไปพักนะคะ อาทิตย์นี้คงยุ่งๆ แต่น่าจะพอแว๊บเข้ามาได้บ้าง แต่อาทิตย์หน้า คงไม่ได้เข้ามา..

นั่นหมายความว่าบล็อกนี้จะมีอายุอย่างน้อยสองสัปดาห์เจ้าค่ะ

********************************************




 

Create Date : 10 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 10 พฤษภาคม 2553 4:06:42 น.
Counter : 260 Pageviews.  

ปฏิบัติการ Valkýra

หนังแท้


หลังข้อถกเถียง ฉันนึกถึง... รังหมาป่า...

Valkýra (ภาษาเชก แต่ไม่รู้เขียนถูกเป่า อิอิ) มันเป็นชื่อปฏิบัติการหนึ่ง นำโดย Von Stauffenberg

และฉันยังนึกและคิดไม่ตกกับชะตากรรมของ ๗ วีรชนคนเชกที่ถูกทหารเยอรมันไล่ล่า และท้ายสุดต้องจบชีวิตในโบสถ์แห่งหนึ่ง โดยที่ผู้ให้การสนับสนุนให้ความช่วยเหลือไม่ทันการ


..............................




อ้อ เห็นวิวบ้านพี่สายเกินใจ... แล้วนึกได้ว่าตัวเองก็เก็บวิวนี้มาเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเขาเดียวกันเป่า อิอิ




 

Create Date : 07 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 7 พฤษภาคม 2553 15:57:52 น.
Counter : 246 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

คนสองภาค
Location :
Praha, Czech Republic

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




****คนสองภาคใช้ชื่อนี้เฉพาะในพันทิปและบล็อกแก๊งแห่งนี้เท่านั้น****


จากใจสู่ใจเพื่อนบล็อก

ขอเกริ่นออกตัวก่อนว่าคนสองภาคเป็นเพียงผู้ด้อยการศึกษา ดังนั้นไม่การันตีในความสุภาพของคำพูดคำจา

นอกจากนั้นคนสองภาคค่อนข้างเป็นคนลมเพลมพัด หากเพื่อนคนไหนแวะเข้ามา อยากเม้นต์ก็เม้นต์ อันไหนที่ไม่สะดวกเม้นต์ ก็ไม่ต้องเกรงใจค่ะ เพราะคนสองภาคเองท่องไปเรื่อย เจอตรงไหนอยากแจมก็แจม ตรงไหนคนสองภาคไม่รู้จะแจมอย่างไร คนสองภาคเองก็ไม่ได้ทิ้งรอยไว้เช่นกันค่ะ


***** คนบล็อกนี้ต้านเผด็จการ และ ทุกการปกครองที่นอกเหนือไปจากระบอบประชาธิปไตย*****




บล็อกนี้เดี๋ยวปิด เดี๋ยวเปิด เอาเป็นว่าสักปีสองปีค่อยกลับมาเยี่ยมกันทีแล้วกันค่ะ

*****หรือฉันกำลังแสวงหาเพื่อน... อยู่นะ*****
Friends' blogs
[Add คนสองภาค's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.