[Youth Lit.] เด็กชายคนสุดท้าย...เมื่อเด็กมีค่ายิ่งกว่าทองคำ
หลังจากที่ลอดเข้าบล๊อกคนนั้นที มุดออกบล๊อกคนนั้นทีมาสักพัก ได้นั่งอ่านที่ชาวประชามารีวิวหนังสือกันไว้มากมาย (อันเป็นเหตุให้เราต้องรีบไปสอยมาก็หลายเล่มอยู่ ) ก็ขอลองรีวิวกับเขามั่งจัง ว่าแล้วก็ต้องขุดหัวสมองขึ้นมาดูว่าเล่มไหน อ่านแล้วยังจำได้มั่ง เพราะสถิติหนังสือที่อ่านจบ มีน้อยจนน่าตี (...ขอย้ำว่าเฉพาะเล่มอ่านจนจบ ที่อ่านด้สนเทคนคการอ่านแบบ skim scan และ skip (ทีละหลายๆหน้า)นั่นไม่ควรนับ )


ลูกรักที่เลือกมาอวดโฉมเล่มนี้เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่ดูตอนแรกคิดว่าเป็นประเภทผจญภัยทั่วไป น่ารักๆ แต่...ยิ่งอ่านไปยิ่ง...เอิ่ม...แอบเครียดเนาะ แต่สนุกค่ะ

The hunted เด็กชายคนสุดท้าย...เล่มนี้เป็นหนังสือแปล สร้างสรรค์โดยสำนักพิมพ์ในเครือแจ่มใส ต้องขอสารภาพด้วยความจริงใจเลยว่าไม่เคยคิดว่าแจ่มใสจะพิมพ์หนังสือแบบนี้ออกมาด้วย เพราะไม่เคยเห็นมาก่อน แต่อย่างว่าถ้าพิมพ์จากบริษัทในเครือถ้าไม่ดูดีๆก็ไม่รู้จริงๆ แต่ปกนี่สวยแจ่มได้มาตรฐานแจ่มใส สนพ.นี้ทำหนังสือปกสวยจริงๆให้ตาย แล้วเล่มนี้ก็สอยมาเพราะปกเหมือนกัน





[เรื่องย่อเอง]
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้(อาจจะใกล้กว่าที่เราคิดด้วย) เป็นยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาจนถึงขีดสุด ทั้งด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมไปถึงเทคโนโลยีพันธุวิศวกรรม ที่ช่วยให้คนเราไม่ต้องแก่และมีอายุยืนยาวได้เป็นร้อยปี แถมยังฟรีอีกต่างหากเพราะรับบาลเป็นคนสนับสนุน!

แต่โลกนี้ไม่มีอะไรฟรีอย่างแท้จริง ของแถมจากการไม่แก่และอายุยืนคือ การเป็นหมัน! ประมาณว่า 50 ปีมีเด็กเกิดสักคน ทีนี้สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "เด็ก" ก็เลยกลายเป็นของหายากและมีค่าอย่างที่สุด แล้วนี่ก็คือผลที่ทำให้เกิดอาชีพ "รับจ้างเป็นลูก" ขึ้น คนที่ทำอาชีพนี่มีทั้งเด็ก"จริง"และเด็ก"ไม่จริง" และอาชีพนี้ก็สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำใช่เล่นเลยทำให้ใครหลายคนเลือกที่จะหากำไรเอาจาก "ความเป็นเด็ก" หนุ่มน้อยตัวเดินเรื่องของเราเป็นหนึ่งในเด็ก"จริง"ที่มีอยู่น้อยนิดในเรื่อง เป็น "เหยื่อ" ที่สมบูรณ์แบบที่สุดของเทคโนโลยีทั้งหมดที่ในเรื่องมีอยู่ ถูกขโมยมาจากแม่ แล้วก็ถูกขาย แล้วฏยังถูกเอามา "รับจ้างเป็นลูก" อีก แล้วพอตัวเองเริ่มโตเกินกว่าที่จะเป็นเด็ก ก็ยังถูกบังคับให้หยุดเวลาเอาไว้ให้เป็นเด็กตลอดไปอีก แต่ว่าเด็กมันอยากโตเป็นผู้ใหญ่ แล้ว"ผู้ใหญ่" มีสิทธิ์อะไรจะมาบังคับให้เขาเป็นเด็กตลอดไปล่ะ ยิ่งรู้ว่าคนที่ดูแล เลี้ยงดู และคอยจัดการเรื่อง"งาน"ให้ตัวเองมาตลอดต้องการหาผลประโยชน์จาก"เด็ก"ในตัวเองตลอดไป งานนี้..หนีลูกเดียว แล้วจะหนีไปที่ไหนได้

...ก็ต้องกลับ"บ้าน"สิ...

[เรื่องคิดเอง]
ทั้งเล่มไม่มีฉากที่แสดงความรุนแรงเลยแม้แต่นิดเดียว แต่สะเทือนใจนี่พรึ่บพรั่บ ไม่ได้สะเทือนใจแบบให้อ่านแล้วเศร้าเคล้าน้ำตา แต่อ่านแล้วหดหู่ได้เป็นวันๆ แถมยังออกอาการปวดหัวตุบๆ เพราะต้องคอยคิดตอบคำถามที่คนเขียน(แอบ)ถามเราอยู่เกือบตลอดเวลาว่า

1. ทำไมเด็กถึงต้องเป็น "เหยื่อ" ในทุกยุคและเกือบทุกสถานการณ์
2. การมีชีวิตที่ยืนยาวแต่ว่างเปล่าคือสิ่งที่คนเราต้องการจริงหรือ และ
3. สิ่งที่เราต้องการจริงๆในชีวิตของเราคืออะไร

ส่วนตัวแล้วเชื่อว่าคำถาม 3 ข้อนี้มีคนถามกันอยู่ทุกวัน แต่เราจริงจังกับการหาคำตอบแค่ไหน แล้วเราพอใจกับคำตอบที่เราให้กับตัวเองหรือเปล่า...


จขบ.อ่อนไหวเป็นพิเศษกับเรื่องที่เกี่ยวกับเด็กๆ

เด็กเดี๋ยวนี้เก่ง...แต่ก้าวร้าว ฉลาด...แต่ใช้ชีวิตไม่เป็น

ถ้าคำพูดที่ว่า เด็กคือผ้าขาวยังเป็นจริงอยู่

แล้วที่เด็กๆเดี๋ยวนี้เป็นแบบนี้เพราะอะไร...


หรือว่าเพราะใคร...




Create Date : 18 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 6 ตุลาคม 2553 13:25:34 น.
Counter : 175 Pageviews.

3 comment

schwazen_wolf
Location :
เชียงราย  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ใครชม ใครชอบ..ช่างเถิด
ใครเชิด ใครแช่ง...ช่างเขา
ใครด่า ใครบ่น...ทนเอา
ใจเรา ร่มเย็น...เป็นพอ
Photobucket
MY VIP Friend