Cannstatter Volksfest in Stuttgart

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆลูกหมวยกลับมาแล้วพร้อมกับเรื่องราวที่ได้รับคำแนะนำให้เขียนเล่าให้เพื่อนๆอ่านเป็นความรู้กันสำหรับผู้เดินทางที่สนใจเข้าร่วมงานเทศกาลช่วงปลายปีในประเทศเยอรมนีที่กำลังจะมาถึงว่าแต่พอพูดถึงปลายปีแฟนพันธุ์แท้เทศกาลคนเมาที่ใหญ่ที่สุดในโลก (เป็นที่รู้กัน)ก็คือ Oktoberfest ที่จัดที่เมือง München ใช่ไหมคะ Smiley ไม่ต้องห่วง...ตอนนี้เราจะไม่พูดถึงค่ะ..Smiley แป่ววว แต่เราจะมาพูดถึงงาน Cannstatter Volklsfest ที่เมือง Stuttgart กันค่ะ

Smileyเครดิตข้อมูลจากWikipedia นะคะ

บรรยากาศในงานตามลิงค์นี้ไปดูได้เลยค่ะ

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=fF3_1kJR5yk

Cannstatter Volksfest (คันน์ชตัทเทอร์ โฟล์คเฟสท์) เรียกกันแบบบ้าน ๆว่า CannstatterWasen (คันน์ชตัทเทอร์ วาเซน) หรือ Wasen เป็นfolk festival ที่มีระยะเวลาจัดงาน 2 สัปดาห์ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน ถึงต้นเดือนตุลาคม และจัดขึ้นที่ CannstatterWasen ในสวน NeckarPark ที่อยู่ในเขต Stuttgarter Stadtteil Bad Cannstatt


พื้นที่จัดงานนี้บน Cannstatter Wasen มีขนาดประมาณ 35 เฮคเตอร์ปกติแล้วเทศกาลแบบชเวบิช (ชวาเบีย) นี้จะเริ่มต้น 1 สัปดาห์หลังจากงานOktoberfest ค่ะ (มีเกี่ยวจนได้) เนื่องจากเทศกาลนี้มีผู้เข้าร่วมจัดงานเป็นจำนวนมากงานนี้ก็เลยได้ชื่อว่าเป็น"งานเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองที่มีจำนวนผู้ออกงานมากที่สุดในยุโรปSmiley เค้าว่าแบบนั้นนะคะลูกหมวยก็ไม่เคยไปเหมือนกัน มีเพื่อน ๆท่านไหนเคยไปมาแล้วบ้างคะ 

คุณ Andreas Kroll หัวหน้าผู้จัดงานกล่าวว่าในปีค.ศ. 2006 มีผู้เข้าร่วมงาน Cannstatter Volksfest ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 161 เป็นจำนวน 4.2 ล้านคน ซึ่งจำนวนดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากปี ค.ศ. 2005 ประมาณ20% เชียวค่ะ Smiley ในปีค.ศ.2011 มีการติดตั้งบันไดฉุกเฉินขนาดกว้าง 2 แห่งมาลงที่ถนน Mercedesstraße ปกติแล้วบันไดนี้จะไม่เปิดให้บริการค่ะจะเปิดใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉิน และโดยคำสั่งของเจ้าหน้าที่เท่านั้นค่ะ

ไปดูรูปบรรยากาศในงานกันค่ะ ลูกหมวยว่าไม่แพ้ Oktoberfest เลยน้า Smiley




Cannstatter Volksfest จัดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1818 เพื่อระลึกถึงเทศกาลเฉลิมฉลองผลผลิตทางการเกษตรที่จัดขึ้นในวันที่28 กันยายนของทุกปีในปีแรกที่จัดงานก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงแล้วค่ะเพราะว่ามีแขกเข้าร่วมงานรวมถึงผู้จัดงานมากกว่า30,000 คนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเทศกาลนี้ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆSmiley

เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในงานนี้ได้แก่งานเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบ25 ปีของพระเจ้าWilhelm ที่หนึ่ง เมื่อวันที่ 28 กันยายนค.ศ. 1841 และการพบกันของจักรพรรดิทั้งสองพระองค์แห่งฝรั่งเศสและรัสเซีย ณ สถานที่แห่งนี้เมื่อวันที่ 28 กันยายน ค.ศ. 1857ในวันที่ 28 กันยายน ค.ศ. 1876 พระเจ้า Wilhelm ที่หนึ่ง และ Großherzog Friedrich ที่หนึ่ง (ลูกเขย) เสด็จมาที่งานเทศกาลนี้ และในปี ค.ศ. 1881ก็เช่นกันค่ะ ในช่วงศตวรรษที่ 19 งานนี้จัดขึ้นเพียงแค่วันเดียวจากนั้นก็เพิ่มขึ้นเป็น 3 และ 4 วันตั้งแต่ปี ค.ศ. 1920 ก็จัดงานทั้งหมด 5 วันค่ะ ช่วงต้นของปี ค.ศ. 1950 ก็มีการขยายระยะเวลาในการจัดงานโดยเริ่มต้นที่10 วัน เป็น 12 วัน และในปี ค.ศ. 1972กลายเป็น 16 วัน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007 เป็นต้นไปงานเทศกาลนี้ก็จัดทั้งหมด 17 วันค่ะ

จนถึงปี ค.ศ. 2006 พิธีเปิดงานนี้จะจัดขึ้นในวันที่27 กันยายนของทุกปีเพื่อเป็นการระลึกถึงวันพระราชสมภพของพระเจ้า Wilhelm ที่หนึ่งพิธีเปิดงานที่เคยจัดขึ้นเร็วที่สุดคือวันที่ 22 กันยายนและตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007 เป็นต้นไปพิธีเปิดก็จัดขึ้นเวลา 15.00น. ของวันศุกร์และช่วงหัวค่ำวันศุกร์ก็จะมีการถ่ายทอดสดพิธีเปิดโดยผู้ว่าราชการเมือง Stuttgartให้ชมทางโทรทัศน์ในท้องถิ่นค่ะ

เขาเปิดงานกันแบบนี้ค่ะลูกหมวยก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร พิธีทุบเปิดถังเบียร์ (ตรงเกิ๊นน) Smiley ลงภาพให้ดูดีกว่าค่ะ

(เครดิตภาพจาก StuttgarterZeitung.de ค่ะ)


ในบริเวณที่จัดงานจะมีเต๊นท์ทั้งหมด 9 หลังค่ะ Smiley เบียร์ 7 หลัง และไวน์อีก 2 หลัง (จริง ๆมันมาเป็นหลังเบ้อเริ่ม เรียกเต๊นท์ฟังดูแปลก ๆแต่ภาษาเยอรมันใช้คำนี้ค่ะ) รวมถึงบูธของผู้ออกงานที่จำหน่ายอาหาร และเบียร์การ์เดนจำนวนมาก Smiley

ชื่อของเต๊นท์ทั้ง 9 มีดังต่อไปนี้ค่ะ


Dinkelacker-Festzelt เป็นหนึ่งในสามของเต๊นท์เบียร์ที่ใหญ่ที่สุด ให้บริการโดยครอบครัว Klauss มีที่นั่งสำหรับแขก 5,000 คน




เอาล่ะสิ... ลูกหมวยเริ่มจะหิวแล้วนะเนี่ย (เขียนบล็อคข้ามวัน) Smiley


Grandl Hofbräu Zelt ให้บริการโดย Hans-Peter Grandl มีที่นั่งสำหรับแขก 5,800 คน มีวงดนตรี Königlich-Würtembergische Hofbräu-Regiment บรรเลงเพลง และนักดนตรีที่ใส่ชุดฟอร์มโบราณตามประวัติศาสตร์และใส่หมวกยอดแหลมด้วยค่ะ (ลูกหมวยเห็นรูปหมวกแล้วอึ้ง Smiley) ถ้าอากาศดีเต๊นท์นี้สามารถกดปุ่มเปิดหลังคาออกได้ด้วยนะคะ





Schwaben-Bräu-Festzelt ให้บริการโดย Michael Wilhelmer เป็นเต๊นท์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในงาน มีพื้นที่ 4,000 คิวบิกเมตร ปัจจุบันนี้ให้บริการแขกได้ 5,000 ที่นั่ง




Fürstenberg-Festzelt ให้บริการโดย Peter Brandl 

ช่วงปีค.ศ. 2000 - 2004 มีผู้มาใช้บริการของWalter Weitmannที่เต๊นท์นี้ 5,000 คน แต่ว่าการนำเอาเบียร์แบบบาดิชเข้ามาขายบนพื้นที่ของชเวบิชทำให้กลายเป็นประเด็นที่สร้างความโกรธเคืองอย่างหนักค่ะ (เยอรมันเค้าเรียกว่าภูมิภาคนิยมก็ว่าได้นะในความคิดของลูกหมวยSmiley) ตั้งแต่ปีค.ศ. 2005 ก็มีการตั้งเต๊นท์เบียร์ที่มีขนาดเล็กกว่าของผู้ให้บริการคนใหม่ Peter Brandl โดยมีที่นั่งให้บริการ 3,300 ที่ และมีพื้นที่แบบโถงส่วนตัวให้บริการสำหรับแขกประมาณ 370 ท่านค่ะ



Festzelt Göckelesmaier ให้บริการโดย Karl Maier เป็นเต๊นท์ขนาดกลาง มีที่นั่งสำหรับแขก 3,500 คน



Cannstatter Wasenzelt ให้บริการโดย Sonja Merz มีที่นั่งบริการ 3,500 ที่ เต๊นท์นี้ให้บริการครั้งแรกในปี ค.ศ. 2005 ใช้ชื่อว่า Erlebniszelt Arcadia โดยมีที่นั่ง 1,800 ที่ มีโชว์ และบาร์ แถมยังมีน้ำตกในเต๊นท์ด้วยค่ะ แต่ตอนนี้ไม่มีน้ำตกแล้วนะคะ และคงไม่มีลาบ... (อะไรยังไง Smiley



Festzelt Wasenwirt ให้บริการโดย Max Rudi Weeber เต๊นท์แห่งนี้ถือเป็นเต๊นท์สำหรับปาร์ตี้ (SWR3-Wasenparty, Megapark Mallorca, Gaydelightparty) ให้บริการได้ 2,900 ที่นั่ง และมีที่ตั้งอยู่ตรงกับ Früchtsäule พอดีค่ะ




Cannstatter Oberamt ให้บริการโดย Dieter Zeiß เป็นเต๊นท์ไวน์ดั้งเดิม มีบริการอาหารเลิศรส เช่นเมนูตอนบ่ายจะมีกาแฟ และเค้ก รวมถึงไวน์ใหม่ และเค้กหัวหอมอุ่นๆ... (เค้กหัวหอมเป็นยังไงหว่า Smiley) ตอนเย็นจะมีอาหารแบบครัวชเวบิชไว้ให้บริการ เต๊นท์นี้สามารถให้บริการแขกได้ 550 ที่ 


อร๊ายย... เค้กหัวหอมหน้าตายังกะพิซซ่า น่ากินมั้ยคะ Smiley



Württemberg Haus ให้บริการโดย Marco Grenz ตั้งอยู่ตรง Früchtsäule มี 2 ชั้น ให้บริการได้ประมาณ 1,000 ที่



สิ่งที่น่าสนใจในงานเฉลิมฉลองนี้นอกจากจะมีเต๊นท์ตามที่พูดถึงแล้วก็จะมีบูธต่าง ๆรวมถึงเครื่องเล่นสวนสนุกค่ะ มีผู้ประสงค์จะเข้าร่วมงานนี้ 1,054 ราย แต่ได้รับคัดเลือก 333 รายในปีค.ศ. 2004 หนึ่งในสิ่งที่ดึงดูดที่สุดก็คือชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 60 เมตรที่ตั้งอยู่จนถึงปีค.ศ. 2009 

Fruchtsäule (ฟรุคทซอยเลอ) แปลตรง ๆก็เรียกว่าเสาผลไม้ค่ะ เป็นเสาไม้สูง 26 เมตร หนัก 3.5 ตันที่ตกแต่งด้วยผลไม้ต่าง ๆบนยอดเสา ถือเป็นสัญลักษณ์ของ Cannstatter Wasen ค่ะ ซึ่งก็แน่นอนว่าจะมีผู้คนจำนวนมหาศาลหลั่งไหลกันไปตรงเสานี้ค่ะ เมื่อก่อนนี้เสานี้จะได้รับการสร้างใหม่ทุก 2 - 3 ปี ตั้งแต่ปีค.ศ. 1995 เขาก็พยายามจะปล่อยให้เสานี้ตั้งอยู่ตลอดทั้งปี และก็จะเริ่มเห็นได้ในช่วงงานเทศกาลฤดูใบไม้ผลิที่ชตุทท์การ์ท เป็นเวลา 2 - 3 ปีมาแล้วค่ะที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบแค่ตรงยอดเสา และโครงสร้างด้านล่างเท่านั้นซึ่งเป็นที่ตั้งบูธประชาสัมพันธ์


นอกจากนั้นก็ยังมีพวกเครื่องเล่นสวนสนุกขนาดใหญ่ บูธเล่นเกมส์ ร้านขายอาหาร โชว์การแสดงต่าง ๆ มีหมูบ้านฝรั่งเศสซึ่งแขกที่เข้าชมงานสามารถฟังเพลงสไตล์พื้นบ้านฝรั่งเศสพร้อมกับรับประทานอาหารและเครื่องดื่มไปด้วยได้ ในปีค.ศ. 2007 ถูกยกเลิกไป แล้วก็ยังมี Almhüttendorf ที่เหมือนกับหมู่บ้านฝรั่งเศสเพียงแต่เป็นบูธรวมในรูปแบบของบ้านสไตล์ชาเล่ แล้วก็มีขบวนพาเหรดประจำงานที่จะจัดขึ้นเป็นประจำในวันอาทิตย์แรกของงาน

งานนี้ผู้จัดเขาก็พยายามหากิจกรรมที่ดึงดูดให้ผู้ชมงานมาเที่ยวกันทั้งครอบครัวด้วยนะคะ ในเต๊นท์บางหลังก็จะมีธีมของตัวเองเช่น เครื่องเล่นสวนสนุกสำหรับเด็กโดยเฉพาะ หรือไม่ก็มีส่วนลดพิเศษสำหรับทั้งครอบครัว เต๊นท์อีกหลายหลังก็ลดราคาพิเศษตลอดทั้งวัน หรือไม่ก็มีข้อเสนอราคาพิเศษช่วงกลางวัน แล้วก็ส่วนลดพิเศษสำหรับผู้เกษียณอายุ Smiley

ตั้งแต่ปีค.ศ. 1990 ก็มีการจุดดอกไม้ไฟประกอบเสียงเพลงเนื่องในโอกาสฉลองวันชาติเยอรมันตอนต้นเดือนตุลาคม (วันชาติเยอรมันวันที่ 3 ตุลาคมค่ะ) และในวันอาทิตย์สุดท้ายก่อนปิดงานเวลา 21.45 น. จะมีการจุดดอกไม้ไฟประกอบเสียงเพลงยาวนานถึง 20 นาทีด้วยค่ะ

งานนี้เขาก็มีตลาดขายของชำด้วยนะคะ สินค้าที่มีให้เลือกซื้อก็ได้แก่ สายเอี๊ยม Smiley เข็มขัดหนัง กะทะ สิ่งทอ เครื่องเทศ และสิ่งของกระจุกกระจิกอื่น ๆ

เพื่อน ๆสามารถเข้าชมงานนี้ได้ตั้งแต่วันอาทิตย์ถึงวันศุกร์ 11.00 - 23.00 น. ส่วนวันเสาร์ร้านค้า และเต๊นท์ต่าง ๆจะให้บริการถึง 24.00 น. ค่ะ ส่วนดนตรีในเต๊นท์สำคัญทั้ง 9 แห่งจะหยุดเล่นเวลา 23.30 น. พวกม้าหมุน และเครื่องเล่นสำหรับเด็กจะให้บริการถึง 22.00 น.ค่ะ

ปีนี้งาน Cannstatter Volksfest (Stuttgart Beer Festival 2013) จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27.09.2013 - 13.10.2013 ค่ะ เพื่อน ๆท่านไหนสนใจจะเปลี่ยนบรรยากาศจาก Oktoberfest มาที่นี่ก็เชิญเลยนะคะ 

Smileyมาดูเวลาที่ใช้ในการเดินทางด้วยรถไฟ ICE กันดีกว่าค่ะ 

Frankfurt Flughafen - Stuttgart Hbf 1 ชั่วโมง 15 นาที

Frankfurt Hbf - Stuttgart Hbf 1 ชั่วโมง 30 นาที 

München Hbf - Stuttgart Hbf 2 ชั่วโมง 19 นาที

Freiburg Hbf - Stuttgart Hbf 2 ชั่วโมง 6 นาที (เปลี่ยนรถไฟจาก ICE เป็น IC ที่ Karlsruhe Hbf ค่ะ)

ประเภทตั๋วที่เพื่อน ๆใช้เดินทางได้ก็มี German Rail Pass, Point to Point, Baden-Württemberg Ticket (ตั๋วประเภทนี้เหมือนกับ Bayern-Ticket ค่ะ เพียงแต่ใช้เดินทางได้ในรัฐ Baden-Württemberg เท่านั้นค่ะ), quer-durchs-Land-Ticket, schoenes-Wochenende-Ticket ใช้ได้เยอะเหมือนกันแฮะ Smiley

โอ้ว... เป็นบล็อคที่ยาวสุดตั้งแต่เขียนมานะคะ อัดแน่นด้วยสาระเรื่องที่ลูกหมวยเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนเหมือนกัน เยอรมนีเค้าก็สมกับเป็นเมืองเบียร์จริง ๆเนอะ

Smiley ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะคะ เดือนหน้าอย่าลืมแวะไปเจอกันที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ในงานเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก ระหว่างวันที่ 15 - 18 ส.ค. 2556 นะคะ Smiley




Create Date : 25 กรกฎาคม 2556
Last Update : 30 กรกฎาคม 2556 16:47:29 น.
Counter : 639 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Mission Wiederaufbau
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



สวัสดีค่ะ หมวยอ้วนตาขีดค่ะ
เป็นปุถุชนคนแสนธรรมดาคนหนึ่งบนโลกใบนี้ที่มีความสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ยินดีที่รู้จักทุกคนนะคะ ~_~
New Comments