Group Blog
 
All blogs
 

Day 29 ,,

โปรตีนบริสุทธิ์ รอบที่ 2 วันที่ 2 = วันที่ 17/08/09

................................................

9.30 - skim milk ตราหมี 1 กระป๋อง
10.30 - ปลาซาบะย่าง 1/2 ตัว
15.00 - โยเกิร์ตดัชชี่ไขมัน 0% 1 ถ้วย
17.00 - ไข่ต้ม 2 ฟอง
19.00 - โยเกิร์ตดัชชี่ไขมัน 0% 1 ถ้วย
21.00 - ปลาช่อนเผาเกลือ/ ลาบปลาหมึก/ ไก่ย่างโยเกิร์ต

ออกกำลัง -

น้ำหนักวันที่ 29 - 53.4 kg
ลดลงไปแล้ว 4.5 kg
สิ่งที่กังวล
- อะไรมันชักจะหลุดเข้าไปทุกวันแร้วว 55
- อยากถ่ายท้องมาก เหมือนมันไม่ค่อยถ่าย
....................................................

วันนี้เหนื่อยจังค่ะ ไปนอนก่อนนะคะ :)





 

Create Date : 17 สิงหาคม 2552    
Last Update : 17 สิงหาคม 2552 23:54:22 น.
Counter : 158 Pageviews.  

Day 28 ,,

โปรตีนบริสุทธิ์ รอบที่ 2 วันที่ 1 = วันที่ 16/08/09

................................................
11.00 - skim milk ตราหมี 1 กระป๋อง
12.30 - .........................(อึอึ๊)
13.00 - ไก่ย่าง 5 ดาว 1/2 ตัว (ไม่เอาหนัง/ น่อง/ ปีก)
15.00 - อกไก่อบชานอ้อย 1 อก
17.00 - โค้ก light 1 กระป๋อง

ออกกำลัง -

น้ำหนักวันที่ 28 - 53.6 kg
**โปรตีน + ผักรอบสองลดลงไป 0.2 kg (ต่ำสุดลดลงไป 0.5 kg)
สิ่งที่กังวล
- วันนี้กินโค้กด้วย ไม่ดี แต่อยากมาก เพราะอากาศร้อน (โทษดินฟ้าอากาศโน่น)
- อาหารวันนี้มีไขมันเยอะมาก
- รู้ว่าพรุ่งนี้น้ำหนักขึ้นแน่ เพราะตัวบวมน้ำมาก สังเกตได้จากข้อมือ
- อยาก 52 เด็ดขาดเร็วๆ กลัวมันกลับมาเป็น 54 kg หง่ะ

....................................................

เมื่อเช้า เมื่อเช้าน้ำหนักขึ้นมาอีก 0.3 kg ค่ะ สืบเนื่องจากเมื่อวานกินเยอะ ไขมันเยอะ และกินดึกด้วย น้ำหนักเลยพุ่งขึ้นมาทันตา อยาก 52 แล้วไป 50 ไวๆจังเลย จะทำได้มั๊ยเนี่ย ตอนนี้เมนูอาหารเริ่มมีตัวแดงมากขึ้นทู๊กวัน ต้องรีบกลับมาตั้งตัวใหม่ด่วน

สาเหตุที่กินโค้กวันนี้ ต้องขอเท้าความมาจากอากาศที่ร้อนมากจริงๆ มันร้อนมาหลายวันแล้ว ร้อนจนไม่อยากจะกินอะไร เพลียไปหมดเลย ตอนบ่ายถึงขั้นนอนหมดแรง ร้อนไปหมดทั้งตัว (ไม่ใช่ร้อนรุ่มนะ 555) เลยตัดสินใจกินโค้กดีกว่า เอาแบบไดเอตโค้กด้วย เพราะในหนังสือเค้าบอกมาว่า สามารถกินได้ 1 กระป๋องต่อหนึ่งช่วงการลดน้ำหนัก แปลว่า เราจะไม่ได้กินโค้กอีกจนกว่าจะเข้า step ที่สาม โอ้! นานมากเรย

ตอนเย็น ไปเดิน the mall บางกะปิกะพี่รูทมา ตอนนั้นหน้ามืดมากๆ อยากกินแป้งมากกกก อยากกินพิซซ่าแป้งนุ่มๆชีสเยอะๆ อยากมาก อยากที่สุด แต่ยังห้ามๆใจไว้ ตอนหลังมานั่งคุยกะพี่รูทเรื่องแฟนเพื่อนพี่รูท เห็นเค้าสวยๆกัน อารมณ์ฮึดขึ้นมาทันทีเลย ไม่กินแล้ว ชั้นจะต้องสวยผอมให้ได้ คอยดู!


ส่วนเรื่องที่พี่ทอยแนะนำ บอกให้ดาวเอาไปโพสต์ในห้องแป้งหรือสวนลุมด้วย ดาวยินดีค่า แต่ขอเวลาทำใจหน่อยนะคะ เพราะดาวอยากใช้ log inโพสต์นี่แหละค่ะ แต่มันก็อายเหมือนกัน เปิดใจกะเพื่อนๆในนี้มันง่ายกว่าไปเล่าให้คนที่รู้จักกันฟังเย๊อออเลย 55 ใจนึงกลัวเจอคนรู้จักด้วยค่ะ กลัวเค้ารู้ว่าเป็นเรา แต่ดาวโพสต์แน่ๆค่ะ เอาไว้เป็นวิทยาทานให้เพื่อนๆ เพราะรู้ว่าตอนนี้ยังมีสาวๆลดน้ำหนักด้วยวิธีลัดกันเยอะแยะเลย ขอเวลาหนูหน่อยนะคะ

.. ของกินเริ่มหมดตู้แล้ว ตอนนี้เหลือแต่ปลาทั้งนั้น พรุ่งนี้ได้เวลาไปตุนของกินหล่ะ ..




ปล. ตั้งใจลดน้ำหนักเต็มที่หล่ะ จะผอมก็คราวนี้หล่ะ :)




 

Create Date : 16 สิงหาคม 2552    
Last Update : 16 สิงหาคม 2552 22:22:29 น.
Counter : 149 Pageviews.  

Day 27 ,,

โปรตีน + ผัก รอบที่ 2 วันที่ 5 = วันที่ 15/08/09

................................................

6.30 - โยเกิร์ตดัชชี่ไขมัน 0% 1 ถ้วย ใส่รำข้าวโอ๊ต 3 ช้อนโต๊ะ
7.00 - แกงจืดตำลึงหมูสับ (ไม่กินน้ำ)
11.00 - ไข่ตุ๋น (ไข่ 2 ฟอง)
15.30 - ไก่ย่างขมิ้น 1 อก
19.00 - ไก่ย่างห้าดาว 1/2 ตัว

ออกกำลัง -

น้ำหนักวันที่ 27 - 53.3 kg
ลดลงไปแล้ว 4.6 kg
สิ่งที่กังวล
- วันนี้กินผักน้อยไปหน่อยนะจ๊ะ

....................................................

วันนี้น้ำหนักลดลงไปอีก 0.1 kg ค่ะ แต่เราว่าพรุ่งนี้มันจะต้องขึ้นมาอีกแน่ๆ เพราะดูแล้ว อาหารที่กินไปในวันนี้เค็ม + มันมากเลย ยิ่งตอนเช้าไปกินแกงจืดหน้าปากซอยบ้านนี่แหละ แต่ก่อนเราชอบกินร้านนี้มาก พอช่วงหลังมาทำกับข้าวกินเอง (ตั้งแต่กินโปรตีนนี่แหละ) พอมากินร้านนี้รู้สึกได้เลยว่ากับข้าวร้านนี้สกปรกมากกกกก และเค็มมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กินน้ำแกงไม่ได้เลย ทำไมแต่ก่อนเราดันไปชอบกินได้วะ

...........................

วันนี้ไม่มีอะไรมากค่ะ อยากเอาประสบการณ์ลดความอ้วนมาแชร์ให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆอ่านกัน เพราะมันเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเลยค่ะ อันตรายต่อสุขภาพมาก (ยาวหน่อยค่ะ อารมณ์อยากระบาย)

ปล. ใครกินข้าวอยู่ข้ามไปก่อนได้เลยค่ะ

เริ่มแรกเลยต้องบอกว่า ดาวเป็นคนที่ไม่ผอมมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว จะเป็นเด็กอวบๆหน่อย แบบลูกคนจีนที่ตาตี่ๆขาวๆเนื้อเยอะๆนั่นแหละค่ะ น้ำหนักปกติจะอยู่ที่ 53-55 kg ทั้งๆที่สูงแค่ 155 cm เท่านั้น เป็นยังงี้มาตั้งแต่ ม.1-ม.4 แต่พอตอนม.5 มันมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น เลยทำให้เราเปลี่ยนนิสัยการกินไปเลย

ช่วงม.5 เป็นช่วงที่เราอ้วนมากกกกกกกก มากที่สุดในชีวิตแล้วมั่ง ตอนนั้นหนักเกือบ 65 kg ตอนนั้นเสื้อนักเรียนนี่ถึงกับติดกระดุมที่แขนเสื้อไม่ได้เลย (คิดกลับไปแล้วอนาถมาก) กิจกรรมที่ต้องทำทุกอาทิตย์คือ ต้องนัดไปกินซาบูชิกะเพื่อนสาวทุกวันจันทร์ เพราะโรงเรียนเลิกครึ่งวัน ทุกครั้งที่ไปกินจะกินมาจนอิ่มมมมมมม ท้องระเบิด แถมกับข้าวที่โรงเรียนตอนนั้น ทุกวันเลย ต้องกินยำไข่ดาวกะมัสมั่น ราดข้าว ติดมาก ต้องทานทุกวัน ทำให้น้ำหนักมันเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จาก 53 เป็น 65 ภายในเวลาไม่นาน

และแล้วก็มีคนนึงๆที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตเราโดยสิ้นเชิง ตอนนั้นเราแอบชอบรุ่นพี่คนนึง เค้าชื่อพี่ติงลี่ เพราะว่าพี่เค้าดูเกเร แล้วเท่มาก (55 คิดไปด๊าย) ไปๆมาๆ พี่เค้าดันมาชอบเราเหมือนกัน แต่ไม่ได้จริงจังอะไร เพราะพี่เค้ามีแฟนอยู่แล้ว (ซึ่งสวยและหุ่นดีมาก) เราก็ไม่ได้คิดอะไรค่ะ คุยกันไปเรื่อยๆ

.. จนมาวันนึงพี่เค้าก็หายไปเลย ..

เราก็ไม่กล้าโทรไปหาพี่เค้าอีก ได้แต่ส่ง sms ไปเรื่อยๆ ประมาณเดือนละอันสองอัน ส่งอยู่เทอมนึงเต็มๆ จนตอนวันสงกรานต์ ช่วงปิดเทอมใหญ่ที่เราจะขึ้นม.6 (ตอนนั้นพี่เค้าจบไปเรียบร้อยแล้ว) เราส่ง sms ไปหาเค้าตอนกลางคืน จำได้ว่าตอนนั้นนั่งอยู่ที่ชิงช้าที่บ้านที่โคราช ซักพัก.. มี sms ตอบกลับ เป็นชื่อพี่เค้า แต่เป็น sms ทั้งหมดที่เราเคยส่งไปหาเค้า ส่งกลับมาที่เราหมดเลย ประมาณ 20 อันได้ คล้ายๆว่าเบอร์นั่นพี่เค้าไม่ได้ใช้แล้ว แล้วกล่องข้อความ sms มันเต็มหรืออะไรนี่แหละ พอเราส่งไปอีก มันเลยย้อนกลับมาหาเราหมดเลย ตอนนั้นร้องไห้อย่างเดียวเลย เสียใจมาก และด้วยอะไรไม่รู้เลยทำให้เราคิดได้ตั้งแต่ตอนนั้นว่า ไม่มีใครรักชั้น ชั้นรักตัวเองดีกว่า ลดน้ำหนักดีกว่า สรุปคือดาวได้เริ่มลดน้ำหนักวันแรกวันที่ 13 เมษาเลย

ช่วงแรกเราเน้นลดน้ำหนักโดยการกินให้น้อยลง และไม่กินข้าวเย็น ทำแบบจริงจังมาก ร่วมกับการกิน CLA วันละ 3 เม็ด (ตอนหลังมาเรียนแล้วได้อ่าน research นี่แหละค่ะ ว่ามันได้ผลนิดหน่อย แต่ไม่คุ้มราคา FDA เลยไม่ค่อยแนะนำ) ปรากฎว่า ตอนเปิดเทอม น้ำหนักเหลือ 48 kg!!! จาก 65 เหลือ 48 น้ำหนักลดลงไป 65-48=17 kg เว่อร์มากกกก แต่เป็นไปแล้ว เพื่อนตกใจกันใหญ่ พลังแห่งความแค้นนี่มันรุนแรงมากๆ ตอนนั้นเริ่มโรคจิตนิดหน่อย จำได้ว่าตอนเปิดเทอม อีกสองอาทิตย์จะไหว้ครู ศิษย์เก่าจะกลับมารร. เราอยากลดอีก 3 kg ให้มันเหลือ 45 ให้พี่ติงลี่เห็นว่าเราผอมลงแค่ไหน คิดย้อนกลับไปตอนนั้นเรานี่มุ่งมั่นมากพอดูเลย

หลังจากเปิดเทอมไม่นาน ดาวเริ่มรู้วิธีที่จะทำให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วแล้ว นั่นคือ การกินยาถ่าย เพราะช่วงหลังๆเรากินน้อยมาก น้อยจนมันขับถ่ายไม่ปกติ เราเองก็อยากถ่ายให้ได้ทุกวัน เพราะอยากผอมหนิ เลยอาศัยยาถ่าย พอถ่ายไปแล้วจะรู้สึกดีมาก เพราะพุงมันจะยุบ เราเลยชอบมาก ตอนแรกกินเป็นยาขมเม็ดตราใบห่อก่อน กินทีละ 5 เม็ด (จริงๆสำหรับผู้ใหญ่เค้าจะให้กินทีละ 2-4 เม็ด) ออกมาทีหมดไส้หมดพุง กินไปได้ซักพัก 5 เม็ดมันเริ่มไม่พอ ต้องเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จาก 5 เม็ดมันก็กลายมาเป็น 15 เม็ด 20 เม็ด ในขณะเดียวกัน ดาวเริ่มกินข้าวน้อยลงเรื่อยๆ เรียกว่าไม่กินข้าวเลยดีกว่า วันนึงกินนมถั่วเหลืองแลคตาซอย 1 กล่อง ตอนกลางวันเท่านั้น (ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างนะคะ)

ทำแบบนี้มาได้ประมาณเทอมนึง ตอนนั้นน้ำหนักเราลดลงไปเหลือ 40 kg แต่ยังไม่พอ ยังอยากจะให้มันเหลือ 35 เพราะช่วงนั้นเบเบ้ดังมาก อ่านเจอมาว่าเบเบ้สูงเท่าเรา แล้วหนัก 35 ไอเราก็ดันอยาก 35 ด้วย (บ้าจริงๆ) ตอนนั้นผู้ชงผู้ชายไม่สนเท่าไหร่แล้ว อยากผอมอย่างเดียว ยาขมเม็ดก็เลิกกินแล้วด้วย เปลี่ยนมากินยากศัยเส้นแทน เพราะฤทธิ์มันแรงกว่า แต่มันเหม็นมากๆ เวลากินต้องกลั้นใจเอา กลายเป็นว่า เราเป็นคนที่ติดยาถ่ายมากๆ ต้องกินทุกวัน ต้องคอยกะเวลาให้มันจู๊ดๆตอนดึกๆ พ่อแม่จะได้ไม่รู้ หรือไปกินข้าวนอกบ้านก็ต้องกินยาถ่ายตามไปเลย ไอที่กินไปมันจะได้ออกไปให้หมดๆ ต้องซื้อยามาตุนไว้ที่บ้านทีละยกโหล อายคนขายเหมือนกัน กินไปเรื่อย จนถึงตอนที่ต้องกินยากศัยเส้นเพื่อให้ถ่ายท้องครั้งละ 40 เม็ด

กลับมาคิดแล้วโชคดีมากที่ตอนนั้นไม่ตาย เพราะตอนหลังๆที่ดาวต้องเพิ่มขนาดยาขึ้นไปเรื่อยๆ พอกินไปแล้วมันจะมึนหัวมาก อยากอ้วก เพราะยามันเหม็น และขนาดมัน overdose มากๆ แต่ต้องทน เพราะอยากให้ยามันออกฤทธิ์ จนวันนึง ดาวกินยาไปแล้วมันทนไม่ไหว อ้วกออกมาหมดเลย แถมยังไม่ได้สติอีก สลบต่อไปถึงเช้าทั้งๆยังงั้น ตื่นมาแล้วทนสภาพตัวเองไม่ไหวเลย เลยลาขาดกะยากศัยเส้นอีก แม้แต่ตอนนี้แต่นึกถึงดาวยังอยากอ้วกเลย แต่ตอนนั้นมันยังไม่เข็ดค่ะ เพราะถึงจะไม่กินยากศัยเส้นแล้ว แต่ก็ยังอยากให้ถ่ายเหมือนเดิม (ตอนนั้นก็ยังกินแลคตาซอยวันละกล่องนะคะ) เลยกลับมากินยาขมเม็ดตราใบแก้วเหมือนเดิม เพิ่มปริมาณไปเรื่อยจนมันได้ 80 เม็ด!! มันพะอืดพะอมเหมือนเดิม สุขภาพก็่ย่ำแย่มากๆ เมนส์ไม่มา 6 เดือนแล้ว ผมร่วงจนเห็นหนังหัวเป็นหย่อมๆเลย เพื่อนทุกคนเตือนหมดเลยว่าผอมเกินไปแล้ว ตอนนั้นหนักเหลือ 39 แล้วค่ะ นัำหนักมันลดลงช้าลงเรื่อยๆ สมองช้าลงด้วย รู้สึกได้เลย เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่กำลังอ่านหนังสือเตรียมเอนท์พอดี

ตอนนั้นรู้สึกตัวแล้วว่าตัวเองผิดปกติ ทำไมเรากินอะไรไม่ได้เหมือนเพื่อนๆกิน เห็นเค้ากินน้ำแข็งใส กินนมเย็นก็อยากกินมั่ง แต่ทำไมเรากินไม่ได้ ทำไมเมนส์ไม่มาเลย ทำไมคิดอะไรช้าไปหมดเลย (มารู้ตอนหลังค่ะว่านี่มันอาการโคม่าแล้ว) เหนื่อยง่าย แต่ก็ยังอยากผอมมากๆ เลยเริ่มไม่บอกคนอื่นว่าเรากินอะไรเท่าไหร่ เริ่มไม่กินอาหารต่อหน้าเพื่อน ต่อหน้าพ่อแม่ เพราะกลัวคนอื่นรู้ว่าเรากินน้อย กลัวเค้าบังคับให้กิน ต้องบอกคนอื่นว่าเราไปกินนี่ๆๆๆๆมานะ เค้าจะได้ไม่กังวล ในขณะเดียวกันก็ต้องอ่านหนังสือเอนท์ไปด้วย กลัวเอนท์ไม่ติด (ไม่กลัวตายแต่กลัวเอนท์ไม่ติด!) อาการที่หนักที่สุดของเรา นอกจากเหนื่อยง่าย ใจเต้นตึกๆๆๆๆแบบไม่รู้สาเหตุ เมนส์ไม่มา ก็เรื่องที่เราเป็นลมบ่อยขึ้น จากคนที่ไม่เคยเป็นลมเลย กลายเป็นคนที่เป็นลมง่ายมาก ร้ายที่สุดคือ เราเป็นลมในห้องน้ำ โชคดีที่ไม่เป็นอะไร หัวไม่ฟาดพื้น ตื่นขึ้นมาในห้องน้ำโรงเรียนกวดวิชา ตอนนั้นสภาพน่าสมเพชตัวเองมากๆ เลยคิดว่าไม่เอาแล้ว พอกันทียาถ่าย

ตอนหลังเราเลยเลิกยาถ่ายไปเลยค่ะ เพราะเรื่องเป็นลมในห้องน้ำ บวกกับเราทนกินยาถ่ายไม่ไหวแล้ว เพราะมันเหม็น + พะอืดพะอมมากๆ เรื่องสำคัญที่สุดคือ กลัวตาย เราเลยเลิกกินยาถ่ายเด็ดขาด กลับมากินข้าวให้มันเยอะขึ้น เริ่มอ้วนขึ้นมาหน่อย ตอนนั้นคนรอบข้างมีแต่คนชมว่าสวยขึ้น เพราะดูไม่ซูบซีดเหมือนเดิมแล้ว แต่เป็นเพราะด้วยความที่เราอดมานาน พอกลับมากิน มันเลยกินไม่ยั้งเลย ตอนนั้นเป็นช่วงที่ใกล้เอนท์มากๆแล้ว หัวสมองเรากลับมาปกติเหมือนเดิม เมนส์ก็ปกติ เหลือแต่เรื่องผมที่มันแหว่งนี่แหละที่มันไม่ยอมขึ้นใหม่ (ตอนนี้ก็ยังแหว่งค่ะ) จำได้ว่าตอนขึ้นปีหนึ่งมา น้ำหนักเราก็เท่ากับ 53 เหมือนเดิมพอดี

และด้วยเรื่องที่เราเคยไม่สบายจากการเป็น eating disorder นี่แหละค่ะ ทำให้เราสนใจเรื่องอาหารการกินมากขึ้น ทำให้ได้เข้ามาเรียนสาขาโภชนาการและการกำหนดอาหารที่จุฬาแห่งนี้ ได้รักษาคนที่กำลังเป็นโรคนี้อีกหลายๆคน เคสที่เราสะเทือนใจที่สุดคือ เด็กอายุ 14 หน้าตาสวยมาก สูง 168 หนัก 34 kg พ่อแม่พาเข้ารพ.มาเพราะน้องเค้ามีอาการตอบสนองช้ามากแล้ว มีความเสี่ยงว่าหัวใจกำลังจะหยุดเต้น เราเห็นน้องเค้าแล้วเรานึกถึงตัวเองแต่ก่อนเลยค่ะ ความอยากสวย อยากผอมมันบังตา ยอมทำได้ทุกอย่างแม้แต่แลกกับชีวิตตัวเอง เราเคยบอกเพื่อนในสาขาคร่าวๆว่าเราเคยมีอาการแบบนี้เหมือนกันตอนม.ปลาย เพื่อนทำหน้าไม่เชื่อเท่าไหร่ เพราะดูหุ่นเราแล้วไม่ใกล้เคียงกับคำว่าผอมเลย ส่วนพ่อไม่รู้เลยค่ะ แม่รู้แต่คิดว่าเราไม่ได้เป็นอะไรมาก คิดว่าแค่ติดยาถ่ายเหมือนคนทั่วไป

นี่แหละค่ะ บทเรียนอันแสนแพง(มาก)ของเรา เกือบเอาชีวิตไปแลกกับอะไรก็ไม่รู้ เกือบตายมาก็หลายครั้ง ทั้งตอนกินยา ทั้งตอนเป็นลม พอเอามาเล่าเป็นเรื่องเป็นราวแล้วมันดูน่าเหลือเชื่อมากๆเลย แต่ของจริงในรายละเอียดปลึกย่อยของเรา มันยิ่งกว่านี้เยอะมากๆค่ะ อยากเตือนใครก็ตามที่กำลังเป็นแบบนี้ อย่าทำแบบเราเลยนะคะ eating disorder มันเป็นเรื่องของทางจิตใจค่ะ ปรับความเข้าใจซะใหม่ เราว่า หนทางที่จะลดน้ำหนักมันยังมีอีกหลายวิธีค่ะ

จริงๆเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราไม่เคยบอกอาจารย์ในสาขาเลย ปกติเพื่อนเค้ากินยังไงเค้าจะปรึกษาอาจารย์กัน เราเองก็ปรึกษามั่งเหมือนกัน แต่มีเรื่องนี้นี่แหละที่เราไม่กล้าบอกอาจารย์เลย เพราะถ้าต่อไปเราต้องไปสอบเป็น RD (registered dietitian) ที่อเมริกา เค้าไม่รับคนที่เคยมีอาการของ eating disorder ค่ะ ถึงตอนนี้จะหายแล้วก็ไม่รับ เพราะกลัวจะยังมีความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับพฤติกรรมการกินค่ะ เอาไปแนะนำคนไข้แล้วจะยุ่ง
แต่ที่เรามาเขียนเรื่องที่นี่ เพราะเราถือว่าที่นี่ปลอดภัยต่อตัวเราเอง และเพื่อนๆในนี้ก็ยังเป็นมิตรที่ดีของเราทุกๆคน เราเลยอยากฝากเรื่องเอาไว้เตือนใจคนที่เป็นเหมือนเรา หรือกำลังจะเป็นเหมือนเราค่ะ

ขอบคุณค่ะ




ปล.1 เราเรียบเรียงเรื่องไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่นะคะ มันมีเรื่องอยากเล่าเยอะไปหมดเลยค่ะ ขออภัยด้วยค่ะถ้าอ่านแล้วงงๆ :)
ปล.2 วันนี้เขียน blog ยาวสุดในประวัติศาสตร์!!










 

Create Date : 15 สิงหาคม 2552    
Last Update : 16 สิงหาคม 2552 12:02:57 น.
Counter : 2912 Pageviews.  

Day 26 ,,

โปรตีน + ผัก รอบที่ 2 วันที่ 4 = วันที่ 14/08/09

................................................

9.30 - skim milk ตราหมี 1 กระป๋อง ใส่รำข้าวโอ๊ต 3 ช้อนโต๊ะ
14.00 - WINNER HOUSE (กุ้งมะนาว/ ไก่อบสมุนไพร/ ปลาหมึกยัดไส้) กินแกล้มผัก
20.45 - อกไก่อบชานอ้อย 1 อก
22.45 - ..............................(อึอึ๊)

ออกกำลัง -

น้ำหนักวันที่ 26 - 53.4 kg
ลดลงไปแล้ว 4.5 kg
สิ่งที่กังวล
- ปลาหมึกยัดไส้วันนี้มันไส้หมู แถมชุบแป้งทอดด้วย
- เพิ่งค้นพบสัจธรรมจากอกไก่อบชานอ้อยวันนี้ ว่ามันมันเยอะม๊าก จ๊อด จ๊อด

....................................................

วันนี้น้ำหนักลดลงไปอีก 0.4 kg ค่ะ ดีมากๆ ตอนนี้เลยลงมาอยู่ที่ 53.4 kg แล้ว ห่างไกลจากเลข 54 มากขึ้นทุกที มีกำลังใจขึ้นเยอะเลยค่ะ ว่าแล้วก็โลภ อยากเห็นเลข 52 เร็วๆเหมือนกัน รีดน้ำหนักจากโปรตีนบริสุทธิ์คราวหน้าจะได้เห็นกะเค้าบ้างมั๊ยนะ

เมื่อกี๊เพิ่งรู้ความจริงสดๆร้อนๆจากอกไก่อบชานอ้อย ว่ามันมันเยอะขนาดไหน แต่ก่อนเวลาเรากิน เราชอบกินทั้งที่มันเย็นๆ แบบไม่ต้องอบเลย (แหะๆ ^^") แต่วันนี้ซื้อไก่มาจากนอกบ้าน อารมณ์อยากกินแบบร้อนๆแฮะ เลยลองเอาไปเข้าเตาอบก่อน อบไปได้ไม่นาน อู้วววว น้ำมันมันไหลออกมาเยอะมากๆ ๆๆๆๆๆๆ ประมาณปลาซัมมะนั่นแหละ ไม่ได้แล้ว ต่อไปนี้ถ้าจะกินอีก เราว่ายังไงต้องอบให้แห้งสนิทก่อนกินดีกว่า กินเย็นๆนี่น่าจะได้มันไปเต็มๆเลย ต้องปรับปรุงแล้ววว :)

วันนี้เป็นวันที่ไม่รู้จะกินอะไรเลย เพราะผักหมดบ้านแล้ว จะซื้อเข้าบ้านมาอีกก็กินได้อีกแค่ 2 วันเอง เลยยังไม่อยากซื้อ ตอนกลางวันเลยชวนพี่รูทไปกินข้าวนอกบ้านกัน พากันไปกินอาหารเวียดนามที่ WINNER HOUSE หน้าปากซอยบ้านเรา จริงๆแล้วเราไม่ชอบกินผัก แต่เรากลับชอบอาหารเวียดนามมากๆ ชอบเกือบทุกอย่างเลย ทั้งก๋วยเตี๋ยวญวน, แหนมเนือง, กุ้งพันอ้อย อูยย อีกสารพัดอย่าง วันนี้เลยได้กินแกล้มผักไปได้บ้าง ติดใจจริงๆค่ะ ชอบอาหารเวียดนามหล่ะ

พรุ่งนี้ต้องหาทางคิดใหม่แล้ว ว่าจะเอาผักอะไรมากินดี ผักหมดบ้านแร้ว

กิเลสมาแล้วยังไม่ไปไหนเลย อยากผอมกว่านี้ อยากสวยกว่านี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอดทนและเวลา :)




ปล.1 ช่วงนี้เหมือนอารมณ์แปรปรวนบ่อยๆ ทำไมนะ
ปล.2 ตอนนี้กำลังอ่าน twilight - breaking dawn เล่ม 2 เราว่ามันก็ไม่ได้สนุกมากนะ แต่อ่านแล้วหยุดไม่ได้!




 

Create Date : 14 สิงหาคม 2552    
Last Update : 14 สิงหาคม 2552 22:20:04 น.
Counter : 154 Pageviews.  

Day 25 ,,

โปรตีน + ผัก รอบที่ 2 วันที่ 3 = วันที่ 13/08/09

................................................

9.30 - skim milk ตราหมี 1 กระป๋อง ใส่รำข้าวโอ๊ต 3 ช้อนโต๊ะ
14.00 - แกงจืดผักกาดขาวหมูสับ 1 ถ้วยใหญ่ (ไม่กินน้ำ)
14.30 - ปลาซาบะย่าง 1/2 ตัว
17.00 - อกไก่ย่างหมัก apple cider + พริกไทย 1 อก
18.30 - โยเกิร์ตดัชชี่ไขมัน 0% 1 ถ้วย
20.30 - ชามะลิเย็น (ไม่ใส่ syrup) 1 แก้ว

ออกกำลัง -

น้ำหนักวันที่ 25 - 53.8 kg
ลดลงไปแล้ว 4.1 kg
สิ่งที่กังวล
- หมูสับ จริงๆกินไม่ได้ซะหน่อย แถมแกงจืดใส่ซุปก้อนด้วย
- วันนี้รู้สึกว่ากินเยอะมาก แต่พอมาดูจริงๆแล้วก็ไม่เท่าไหร่นี่หว่า
- ที่บ้านกำลังขาดแคลนผัก ไม่รู้จะกินผักอะไรด้วย ไม่ชอบผัก

....................................................

วันนี้น้ำหนักขึ้นมา 0.2 kg อีกแล้ว เราว่าสาเหตุมันไม่ได้มาจากการกินผักหรอก มันมาจากการที่เรากินไก่ย่างไปครึ่งตัวตอนสองทุ่มครึ่งต่างหาก! น้ำหนักไม่ขึ้นก็แปลกแล้ว 555 ต้องรอดูต่อไป เพราะตอนนี้วันกินผัก เราไม่กะรีดน้ำหนักมาก เอาไว้กินโปรตีนล้วนก่อน เจอกันแน่

ช่วงนี้เป็นช่วงที่อากาศร้อนมาก ร้อนจนไม่อยากทำอะไรเลย ตอนกลางวันจะเล่นคอมก็ไม่ค่อยอยากเล่นเท่าไหร่ เพราะไม่มีอารมณ์ มันร้อนหน่ะ แอร์พ่อก็ไม่ให้เปิด เพราะพ่อมัวแต่ทำสวน เค้าไม่ได้เข้ามาอยู่ในบ้านเหมือนกัน จริงๆแล้วพ่อน่าจะร้อนกว่าเราอีกนะเนี่ย แต่พ่อก็ไม่บ่นเลย พ่อนี่ยอดจริงๆ

สืบเนื่องจากอากาศร้อน เราว่ามันทำให้เราไม่ค่อยอยากกินอะไรเท่าไหร่ (ไหนว่าวันนี้กินเยอะไง) แบบ ไม่อยากกินอะไรร้อนๆ กินเข้าไปแล้วเหมือนมันไม่ค่อยย่อยด้วย เพราะไม่ได้เดินไปไหนเลย ร้อนแล้วอยากนอน อยากอยู่นิ่งๆ พอมันไม่สบายตัวก็จะหาอะไรมากินต่อ (เป็นตรรกะที่แปลกมาก)ตอนเย็นเลยไม่ค่อยสบายท้องเท่าไหร่ ชวนพี่รูทมานั่งร้านกาแฟสวยๆเย็นๆ อะไรเย็นๆกินดีกว่า :)

..........

สำหรับเรื่องที่ดาวไม่สบายใจ ดาวขอขอบคุณเพื่อนๆใน blog มากนะคะ สำหรับกำลังใจและคำแนะนำดีๆ ขอบคุณพี่ออย, พี่เมย์, พี่ทอย, น้องแอน, พี่ปิ๊ค, พี่ส้ม และพี่หมูอ้วนมากๆค่ะ ตอนนี้ดาวสบายใจขึ้นเยอะเลย เพราะคำแนะนำดีๆของพี่ๆน้องๆใน blog นี่แหละค่ะ ขอบคุณมากจริงๆค่ะ

ตอนนี้ดาวตัดสินใจได้แล้วว่า ตอนนี้จะตั้งใจสอนพิเศษไปเรื่อยๆก่อน เดือนนึงหาเงินได้หมื่นสองหมื่นมันก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่ใช่มั๊ยคะ :) ระหว่างนั้นจะพยายามสมัครแอร์ไปด้วย ได้เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละค่ะ แต่ถ้ามันไม่ได้จริงๆ ดาวอาจจะไปเรียนต่อ ต่อในนี้หรือต่อข้างนอกนั่นเป็นอีกเรื่องนึง ใจจริงอยากไปเรียนนอกมากกว่าค่ะ แต่ต้องดูพ่ออีกทีด้วย ถึงพ่อจะบอกว่า ไปเลย ไม่เป็นไร แต่ไปเรียนมันไม่เหมือนเป็นแอร์แล้วไปอยู่เมืองนอก เป็นแอร์ยังได้กลับบ้านบ่อยกว่า แต่ไปเรียนนี่ท่าทางไปนานมากแน่ๆ คิดถึงพ่อแย่เลย

สืบเนื่องจากที่เมื่อวานคิดถึงแม่มาก พรุ่งนี้เลยชวนพี่รูทไปใส่บาตรค่ะ เหตุที่ไม่ชวนพ่อ เพราะพ่อเค้าเป็นคนไม่ทำบุญค่ะ เคยชวนแล้ว แต่พ่อจะรอทำบุญ 100 วันทีเดียวเลย แต่เรารอไม่ไหวแล้ว อยากทำให้เค้าตอนนี้เลย อยากทำให้บ่อยๆด้วย เลยไปตกลงกะพี่รูทมาแล้วว่าต่อไปนี้ทำบุญให้แม่กันบ่อยๆนะ พี่รูทเค้าก็โอเค

.. หนูขอโทษค่ะแม่ที่ไม่ได้ไปใส่บาตรให้แม่ในวันแม่ ..


เม้าเรื่องพี่รูทนิดนึง วันนี้พี่รูทไปเลือกท้องที่ที่จะทำงานแล้วค่ะ หลังจากเป็นนักเรียนนายร้อยมานมนาน ตอนนี้เลยได้สังกัดอยู่สน.โชคชัยเต็มตัวแล้ว ไปเป็นร้อยเวรอยู่ที่นั้น ทั้งๆที่เป็นสน.ที่งานหนักและงานเยอะมาก ไม่ค่อยมีคนเลือกเท่าไหร่ แต่พี่รูทก็มาอยู่ที่นี่ เค้าบอกว่าสาเหตุเพราะรุ่นพี่ที่สน.ใจดี และเพราะมันใกล้บ้านดาวแหละ (ฮิ้ววว)
ยินดีด้วยนะคะ พนักงานสืบสวน สน.โชคชัยคนใหม่




ปล. กลับมาบ้านก็เหงื่อท่วมอีกแล้ว ทั้งๆที่เราไม่ใช่คนที่เหงื่อเยอะเลยจริงๆ สาบานได้




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2552    
Last Update : 13 สิงหาคม 2552 22:55:24 น.
Counter : 158 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  

Saruwatari Miwa~*
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ตอนนี้เพิ่งเรียนจบด้านโภชนาการและการกำหนดอาหารจากจุฬาค่ะ ปัจจุบันทำงานสอนพิเศษเป็นอาชีพหลัก :)
Friends' blogs
[Add Saruwatari Miwa~*'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.