Group Blog
 
All blogs
 
Day 27 ,,

โปรตีน + ผัก รอบที่ 2 วันที่ 5 = วันที่ 15/08/09

................................................

6.30 - โยเกิร์ตดัชชี่ไขมัน 0% 1 ถ้วย ใส่รำข้าวโอ๊ต 3 ช้อนโต๊ะ
7.00 - แกงจืดตำลึงหมูสับ (ไม่กินน้ำ)
11.00 - ไข่ตุ๋น (ไข่ 2 ฟอง)
15.30 - ไก่ย่างขมิ้น 1 อก
19.00 - ไก่ย่างห้าดาว 1/2 ตัว

ออกกำลัง -

น้ำหนักวันที่ 27 - 53.3 kg
ลดลงไปแล้ว 4.6 kg
สิ่งที่กังวล
- วันนี้กินผักน้อยไปหน่อยนะจ๊ะ

....................................................

วันนี้น้ำหนักลดลงไปอีก 0.1 kg ค่ะ แต่เราว่าพรุ่งนี้มันจะต้องขึ้นมาอีกแน่ๆ เพราะดูแล้ว อาหารที่กินไปในวันนี้เค็ม + มันมากเลย ยิ่งตอนเช้าไปกินแกงจืดหน้าปากซอยบ้านนี่แหละ แต่ก่อนเราชอบกินร้านนี้มาก พอช่วงหลังมาทำกับข้าวกินเอง (ตั้งแต่กินโปรตีนนี่แหละ) พอมากินร้านนี้รู้สึกได้เลยว่ากับข้าวร้านนี้สกปรกมากกกกก และเค็มมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กินน้ำแกงไม่ได้เลย ทำไมแต่ก่อนเราดันไปชอบกินได้วะ

...........................

วันนี้ไม่มีอะไรมากค่ะ อยากเอาประสบการณ์ลดความอ้วนมาแชร์ให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆอ่านกัน เพราะมันเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเลยค่ะ อันตรายต่อสุขภาพมาก (ยาวหน่อยค่ะ อารมณ์อยากระบาย)

ปล. ใครกินข้าวอยู่ข้ามไปก่อนได้เลยค่ะ

เริ่มแรกเลยต้องบอกว่า ดาวเป็นคนที่ไม่ผอมมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว จะเป็นเด็กอวบๆหน่อย แบบลูกคนจีนที่ตาตี่ๆขาวๆเนื้อเยอะๆนั่นแหละค่ะ น้ำหนักปกติจะอยู่ที่ 53-55 kg ทั้งๆที่สูงแค่ 155 cm เท่านั้น เป็นยังงี้มาตั้งแต่ ม.1-ม.4 แต่พอตอนม.5 มันมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น เลยทำให้เราเปลี่ยนนิสัยการกินไปเลย

ช่วงม.5 เป็นช่วงที่เราอ้วนมากกกกกกกก มากที่สุดในชีวิตแล้วมั่ง ตอนนั้นหนักเกือบ 65 kg ตอนนั้นเสื้อนักเรียนนี่ถึงกับติดกระดุมที่แขนเสื้อไม่ได้เลย (คิดกลับไปแล้วอนาถมาก) กิจกรรมที่ต้องทำทุกอาทิตย์คือ ต้องนัดไปกินซาบูชิกะเพื่อนสาวทุกวันจันทร์ เพราะโรงเรียนเลิกครึ่งวัน ทุกครั้งที่ไปกินจะกินมาจนอิ่มมมมมมม ท้องระเบิด แถมกับข้าวที่โรงเรียนตอนนั้น ทุกวันเลย ต้องกินยำไข่ดาวกะมัสมั่น ราดข้าว ติดมาก ต้องทานทุกวัน ทำให้น้ำหนักมันเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จาก 53 เป็น 65 ภายในเวลาไม่นาน

และแล้วก็มีคนนึงๆที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตเราโดยสิ้นเชิง ตอนนั้นเราแอบชอบรุ่นพี่คนนึง เค้าชื่อพี่ติงลี่ เพราะว่าพี่เค้าดูเกเร แล้วเท่มาก (55 คิดไปด๊าย) ไปๆมาๆ พี่เค้าดันมาชอบเราเหมือนกัน แต่ไม่ได้จริงจังอะไร เพราะพี่เค้ามีแฟนอยู่แล้ว (ซึ่งสวยและหุ่นดีมาก) เราก็ไม่ได้คิดอะไรค่ะ คุยกันไปเรื่อยๆ

.. จนมาวันนึงพี่เค้าก็หายไปเลย ..

เราก็ไม่กล้าโทรไปหาพี่เค้าอีก ได้แต่ส่ง sms ไปเรื่อยๆ ประมาณเดือนละอันสองอัน ส่งอยู่เทอมนึงเต็มๆ จนตอนวันสงกรานต์ ช่วงปิดเทอมใหญ่ที่เราจะขึ้นม.6 (ตอนนั้นพี่เค้าจบไปเรียบร้อยแล้ว) เราส่ง sms ไปหาเค้าตอนกลางคืน จำได้ว่าตอนนั้นนั่งอยู่ที่ชิงช้าที่บ้านที่โคราช ซักพัก.. มี sms ตอบกลับ เป็นชื่อพี่เค้า แต่เป็น sms ทั้งหมดที่เราเคยส่งไปหาเค้า ส่งกลับมาที่เราหมดเลย ประมาณ 20 อันได้ คล้ายๆว่าเบอร์นั่นพี่เค้าไม่ได้ใช้แล้ว แล้วกล่องข้อความ sms มันเต็มหรืออะไรนี่แหละ พอเราส่งไปอีก มันเลยย้อนกลับมาหาเราหมดเลย ตอนนั้นร้องไห้อย่างเดียวเลย เสียใจมาก และด้วยอะไรไม่รู้เลยทำให้เราคิดได้ตั้งแต่ตอนนั้นว่า ไม่มีใครรักชั้น ชั้นรักตัวเองดีกว่า ลดน้ำหนักดีกว่า สรุปคือดาวได้เริ่มลดน้ำหนักวันแรกวันที่ 13 เมษาเลย

ช่วงแรกเราเน้นลดน้ำหนักโดยการกินให้น้อยลง และไม่กินข้าวเย็น ทำแบบจริงจังมาก ร่วมกับการกิน CLA วันละ 3 เม็ด (ตอนหลังมาเรียนแล้วได้อ่าน research นี่แหละค่ะ ว่ามันได้ผลนิดหน่อย แต่ไม่คุ้มราคา FDA เลยไม่ค่อยแนะนำ) ปรากฎว่า ตอนเปิดเทอม น้ำหนักเหลือ 48 kg!!! จาก 65 เหลือ 48 น้ำหนักลดลงไป 65-48=17 kg เว่อร์มากกกก แต่เป็นไปแล้ว เพื่อนตกใจกันใหญ่ พลังแห่งความแค้นนี่มันรุนแรงมากๆ ตอนนั้นเริ่มโรคจิตนิดหน่อย จำได้ว่าตอนเปิดเทอม อีกสองอาทิตย์จะไหว้ครู ศิษย์เก่าจะกลับมารร. เราอยากลดอีก 3 kg ให้มันเหลือ 45 ให้พี่ติงลี่เห็นว่าเราผอมลงแค่ไหน คิดย้อนกลับไปตอนนั้นเรานี่มุ่งมั่นมากพอดูเลย

หลังจากเปิดเทอมไม่นาน ดาวเริ่มรู้วิธีที่จะทำให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วแล้ว นั่นคือ การกินยาถ่าย เพราะช่วงหลังๆเรากินน้อยมาก น้อยจนมันขับถ่ายไม่ปกติ เราเองก็อยากถ่ายให้ได้ทุกวัน เพราะอยากผอมหนิ เลยอาศัยยาถ่าย พอถ่ายไปแล้วจะรู้สึกดีมาก เพราะพุงมันจะยุบ เราเลยชอบมาก ตอนแรกกินเป็นยาขมเม็ดตราใบห่อก่อน กินทีละ 5 เม็ด (จริงๆสำหรับผู้ใหญ่เค้าจะให้กินทีละ 2-4 เม็ด) ออกมาทีหมดไส้หมดพุง กินไปได้ซักพัก 5 เม็ดมันเริ่มไม่พอ ต้องเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จาก 5 เม็ดมันก็กลายมาเป็น 15 เม็ด 20 เม็ด ในขณะเดียวกัน ดาวเริ่มกินข้าวน้อยลงเรื่อยๆ เรียกว่าไม่กินข้าวเลยดีกว่า วันนึงกินนมถั่วเหลืองแลคตาซอย 1 กล่อง ตอนกลางวันเท่านั้น (ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างนะคะ)

ทำแบบนี้มาได้ประมาณเทอมนึง ตอนนั้นน้ำหนักเราลดลงไปเหลือ 40 kg แต่ยังไม่พอ ยังอยากจะให้มันเหลือ 35 เพราะช่วงนั้นเบเบ้ดังมาก อ่านเจอมาว่าเบเบ้สูงเท่าเรา แล้วหนัก 35 ไอเราก็ดันอยาก 35 ด้วย (บ้าจริงๆ) ตอนนั้นผู้ชงผู้ชายไม่สนเท่าไหร่แล้ว อยากผอมอย่างเดียว ยาขมเม็ดก็เลิกกินแล้วด้วย เปลี่ยนมากินยากศัยเส้นแทน เพราะฤทธิ์มันแรงกว่า แต่มันเหม็นมากๆ เวลากินต้องกลั้นใจเอา กลายเป็นว่า เราเป็นคนที่ติดยาถ่ายมากๆ ต้องกินทุกวัน ต้องคอยกะเวลาให้มันจู๊ดๆตอนดึกๆ พ่อแม่จะได้ไม่รู้ หรือไปกินข้าวนอกบ้านก็ต้องกินยาถ่ายตามไปเลย ไอที่กินไปมันจะได้ออกไปให้หมดๆ ต้องซื้อยามาตุนไว้ที่บ้านทีละยกโหล อายคนขายเหมือนกัน กินไปเรื่อย จนถึงตอนที่ต้องกินยากศัยเส้นเพื่อให้ถ่ายท้องครั้งละ 40 เม็ด

กลับมาคิดแล้วโชคดีมากที่ตอนนั้นไม่ตาย เพราะตอนหลังๆที่ดาวต้องเพิ่มขนาดยาขึ้นไปเรื่อยๆ พอกินไปแล้วมันจะมึนหัวมาก อยากอ้วก เพราะยามันเหม็น และขนาดมัน overdose มากๆ แต่ต้องทน เพราะอยากให้ยามันออกฤทธิ์ จนวันนึง ดาวกินยาไปแล้วมันทนไม่ไหว อ้วกออกมาหมดเลย แถมยังไม่ได้สติอีก สลบต่อไปถึงเช้าทั้งๆยังงั้น ตื่นมาแล้วทนสภาพตัวเองไม่ไหวเลย เลยลาขาดกะยากศัยเส้นอีก แม้แต่ตอนนี้แต่นึกถึงดาวยังอยากอ้วกเลย แต่ตอนนั้นมันยังไม่เข็ดค่ะ เพราะถึงจะไม่กินยากศัยเส้นแล้ว แต่ก็ยังอยากให้ถ่ายเหมือนเดิม (ตอนนั้นก็ยังกินแลคตาซอยวันละกล่องนะคะ) เลยกลับมากินยาขมเม็ดตราใบแก้วเหมือนเดิม เพิ่มปริมาณไปเรื่อยจนมันได้ 80 เม็ด!! มันพะอืดพะอมเหมือนเดิม สุขภาพก็่ย่ำแย่มากๆ เมนส์ไม่มา 6 เดือนแล้ว ผมร่วงจนเห็นหนังหัวเป็นหย่อมๆเลย เพื่อนทุกคนเตือนหมดเลยว่าผอมเกินไปแล้ว ตอนนั้นหนักเหลือ 39 แล้วค่ะ นัำหนักมันลดลงช้าลงเรื่อยๆ สมองช้าลงด้วย รู้สึกได้เลย เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่กำลังอ่านหนังสือเตรียมเอนท์พอดี

ตอนนั้นรู้สึกตัวแล้วว่าตัวเองผิดปกติ ทำไมเรากินอะไรไม่ได้เหมือนเพื่อนๆกิน เห็นเค้ากินน้ำแข็งใส กินนมเย็นก็อยากกินมั่ง แต่ทำไมเรากินไม่ได้ ทำไมเมนส์ไม่มาเลย ทำไมคิดอะไรช้าไปหมดเลย (มารู้ตอนหลังค่ะว่านี่มันอาการโคม่าแล้ว) เหนื่อยง่าย แต่ก็ยังอยากผอมมากๆ เลยเริ่มไม่บอกคนอื่นว่าเรากินอะไรเท่าไหร่ เริ่มไม่กินอาหารต่อหน้าเพื่อน ต่อหน้าพ่อแม่ เพราะกลัวคนอื่นรู้ว่าเรากินน้อย กลัวเค้าบังคับให้กิน ต้องบอกคนอื่นว่าเราไปกินนี่ๆๆๆๆมานะ เค้าจะได้ไม่กังวล ในขณะเดียวกันก็ต้องอ่านหนังสือเอนท์ไปด้วย กลัวเอนท์ไม่ติด (ไม่กลัวตายแต่กลัวเอนท์ไม่ติด!) อาการที่หนักที่สุดของเรา นอกจากเหนื่อยง่าย ใจเต้นตึกๆๆๆๆแบบไม่รู้สาเหตุ เมนส์ไม่มา ก็เรื่องที่เราเป็นลมบ่อยขึ้น จากคนที่ไม่เคยเป็นลมเลย กลายเป็นคนที่เป็นลมง่ายมาก ร้ายที่สุดคือ เราเป็นลมในห้องน้ำ โชคดีที่ไม่เป็นอะไร หัวไม่ฟาดพื้น ตื่นขึ้นมาในห้องน้ำโรงเรียนกวดวิชา ตอนนั้นสภาพน่าสมเพชตัวเองมากๆ เลยคิดว่าไม่เอาแล้ว พอกันทียาถ่าย

ตอนหลังเราเลยเลิกยาถ่ายไปเลยค่ะ เพราะเรื่องเป็นลมในห้องน้ำ บวกกับเราทนกินยาถ่ายไม่ไหวแล้ว เพราะมันเหม็น + พะอืดพะอมมากๆ เรื่องสำคัญที่สุดคือ กลัวตาย เราเลยเลิกกินยาถ่ายเด็ดขาด กลับมากินข้าวให้มันเยอะขึ้น เริ่มอ้วนขึ้นมาหน่อย ตอนนั้นคนรอบข้างมีแต่คนชมว่าสวยขึ้น เพราะดูไม่ซูบซีดเหมือนเดิมแล้ว แต่เป็นเพราะด้วยความที่เราอดมานาน พอกลับมากิน มันเลยกินไม่ยั้งเลย ตอนนั้นเป็นช่วงที่ใกล้เอนท์มากๆแล้ว หัวสมองเรากลับมาปกติเหมือนเดิม เมนส์ก็ปกติ เหลือแต่เรื่องผมที่มันแหว่งนี่แหละที่มันไม่ยอมขึ้นใหม่ (ตอนนี้ก็ยังแหว่งค่ะ) จำได้ว่าตอนขึ้นปีหนึ่งมา น้ำหนักเราก็เท่ากับ 53 เหมือนเดิมพอดี

และด้วยเรื่องที่เราเคยไม่สบายจากการเป็น eating disorder นี่แหละค่ะ ทำให้เราสนใจเรื่องอาหารการกินมากขึ้น ทำให้ได้เข้ามาเรียนสาขาโภชนาการและการกำหนดอาหารที่จุฬาแห่งนี้ ได้รักษาคนที่กำลังเป็นโรคนี้อีกหลายๆคน เคสที่เราสะเทือนใจที่สุดคือ เด็กอายุ 14 หน้าตาสวยมาก สูง 168 หนัก 34 kg พ่อแม่พาเข้ารพ.มาเพราะน้องเค้ามีอาการตอบสนองช้ามากแล้ว มีความเสี่ยงว่าหัวใจกำลังจะหยุดเต้น เราเห็นน้องเค้าแล้วเรานึกถึงตัวเองแต่ก่อนเลยค่ะ ความอยากสวย อยากผอมมันบังตา ยอมทำได้ทุกอย่างแม้แต่แลกกับชีวิตตัวเอง เราเคยบอกเพื่อนในสาขาคร่าวๆว่าเราเคยมีอาการแบบนี้เหมือนกันตอนม.ปลาย เพื่อนทำหน้าไม่เชื่อเท่าไหร่ เพราะดูหุ่นเราแล้วไม่ใกล้เคียงกับคำว่าผอมเลย ส่วนพ่อไม่รู้เลยค่ะ แม่รู้แต่คิดว่าเราไม่ได้เป็นอะไรมาก คิดว่าแค่ติดยาถ่ายเหมือนคนทั่วไป

นี่แหละค่ะ บทเรียนอันแสนแพง(มาก)ของเรา เกือบเอาชีวิตไปแลกกับอะไรก็ไม่รู้ เกือบตายมาก็หลายครั้ง ทั้งตอนกินยา ทั้งตอนเป็นลม พอเอามาเล่าเป็นเรื่องเป็นราวแล้วมันดูน่าเหลือเชื่อมากๆเลย แต่ของจริงในรายละเอียดปลึกย่อยของเรา มันยิ่งกว่านี้เยอะมากๆค่ะ อยากเตือนใครก็ตามที่กำลังเป็นแบบนี้ อย่าทำแบบเราเลยนะคะ eating disorder มันเป็นเรื่องของทางจิตใจค่ะ ปรับความเข้าใจซะใหม่ เราว่า หนทางที่จะลดน้ำหนักมันยังมีอีกหลายวิธีค่ะ

จริงๆเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราไม่เคยบอกอาจารย์ในสาขาเลย ปกติเพื่อนเค้ากินยังไงเค้าจะปรึกษาอาจารย์กัน เราเองก็ปรึกษามั่งเหมือนกัน แต่มีเรื่องนี้นี่แหละที่เราไม่กล้าบอกอาจารย์เลย เพราะถ้าต่อไปเราต้องไปสอบเป็น RD (registered dietitian) ที่อเมริกา เค้าไม่รับคนที่เคยมีอาการของ eating disorder ค่ะ ถึงตอนนี้จะหายแล้วก็ไม่รับ เพราะกลัวจะยังมีความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับพฤติกรรมการกินค่ะ เอาไปแนะนำคนไข้แล้วจะยุ่ง
แต่ที่เรามาเขียนเรื่องที่นี่ เพราะเราถือว่าที่นี่ปลอดภัยต่อตัวเราเอง และเพื่อนๆในนี้ก็ยังเป็นมิตรที่ดีของเราทุกๆคน เราเลยอยากฝากเรื่องเอาไว้เตือนใจคนที่เป็นเหมือนเรา หรือกำลังจะเป็นเหมือนเราค่ะ

ขอบคุณค่ะ




ปล.1 เราเรียบเรียงเรื่องไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่นะคะ มันมีเรื่องอยากเล่าเยอะไปหมดเลยค่ะ ขออภัยด้วยค่ะถ้าอ่านแล้วงงๆ :)
ปล.2 วันนี้เขียน blog ยาวสุดในประวัติศาสตร์!!










Create Date : 15 สิงหาคม 2552
Last Update : 16 สิงหาคม 2552 12:02:57 น. 13 comments
Counter : 2935 Pageviews.

 
ดีใจด้วยนะ เหลือ53.3แล้ว อดทนไว้นะครับ เอาใจช่วยเต็มที่จ้ะ จะรอดูวันที่สมหวังนะ ^^


โดย: vocal_ghost IP: 124.121.225.16 วันที่: 15 สิงหาคม 2552 เวลา:20:44:59 น.  

 
โห....อ่านแล้วน่าติดตามมากเลยค่ะน้องดาว ...คิดว่ายังไม่น่าจะจบ...ไงพี่จะรออ่านต่อน๊า...ตื่นเต้นๆ เป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ ค่ะ ....ขอบคุณที่น้องดาวเอามาแชร์น๊า และพี่ก็ดีใจที่น้องดาวหลุดจากตรงนั้นได้นะคะ เพราะมันแย่ต่อสุขภาพทั้งใจและกายเลยนะคะนั่น น่ากลัวนะคะ



โดย: ToY (tiny ) วันที่: 15 สิงหาคม 2552 เวลา:20:46:28 น.  

 
โอ้.....ดีใจด้วยนะคะ ที่ผ่านช่วงวิกิตชีวิตมาอย่างปลอดภัย
ดีนะคะที่มาเล่าสู่กันฟัง จะได้แชร์สิ่งที่เป็นประโยชน์กัน

ปล. วันนี้พี่เมย์กินขนมเยอะขึ้นมาครึ่งโลเลยง่ะ


โดย: maydaysayHi วันที่: 15 สิงหาคม 2552 เวลา:22:04:28 น.  

 
เป็นกำลังใจให้เลยค่ะ

โชคดีีที่ผ่านจุดนั้นมาได้

สู้ๆนะค่ะ
ช่วงนี้เป็นช่วงที่ฝนจะลดน้ำหนักเหมือนกันค่ะ ^^


โดย: betaken_na วันที่: 16 สิงหาคม 2552 เวลา:0:02:19 น.  

 
สุดยอดเลยค่ะ

อ่านเหมือนอยู่ในเหตุการณ์เลย

เรารอดมาแล้ว

น้องแอนเชื่อมั่นว่า

เราจะกินทุกอย่างได้ที่เราต้องการ ถ้ากินน้อยๆๆนะคะ

แต่ตอนนี้ขอลดลงก่อนก็แล้วกันน้า


โดย: annjeeja วันที่: 16 สิงหาคม 2552 เวลา:0:05:28 น.  

 
หวัดดีจ้าน้องดาว
อ่านเรื่องน้องดาวแล้วอ่ะ
แอบกลัวเหมือนกันเนอะ
โชคดีที่น้องดาวเปลี่ยนใจทัน
บางทีพี่ก็เคยคิดอยากจะทำมั่งนะ
แต่ความอยากกินมันมีมากเกิน
ก็เลยอวบอยู่อย่างนี้ไง อิอิ
สู้ สู้ นะจ๊ะน้องดาว


โดย: emmycookie วันที่: 16 สิงหาคม 2552 เวลา:0:30:23 น.  

 
ลืมบอกเลย
แดดดี้โดที่เอสพลานาดมะรู้ว่ามีอ๊ะป่าวอ่ะจิ
วันก่อนพี่ไปซื้อที่พารากอน
แต่หลังๆมานี่สั่งมากินที่ทำงาน
เค้ามีเดลิเวอรี่ด้วย
ดีจริงๆ
ส่งความอ้วนถึงที่เลยจ้า เอิ๊ก...


โดย: emmycookie วันที่: 16 สิงหาคม 2552 เวลา:0:32:09 น.  

 
ขอบคุณน้องดาวจากก้นบึ้งของหัวใจ...ช่างเป็นประสบการณ์ที่น่ากลัวเหลือเกินนะคะ..แต่พี่ก็ดีใจและยินดีกับน้องดาวที่พลิกโอกาสอันนี้มาเป็นแนวทางการศึกษาและกลายเป็นนักโภชนาการเก่งๆ อย่างนี้ได้นะคะ เยี่ยมมากๆ เลยค่ะ....

พี่อยากให้น้องดาวเอาเรื่องนี้ไปโพสที่กระทู้พันทิพจังเลยค่ะ (ห้องสวนลุม หรือห้องโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้ ที่สาวๆ อ่านเยอะๆ หน่ะค่ะ) ...อยากให้เผยแพร่กันไปเยอะๆ เพราะว่าคนที่ต้องการลดอ้วน ส่วนมากก็เหมือนน้องดาวเมื่อก่อนนะคะ พยายามหาตัวช่วยพวกยาลดอ้วน ยาถ่ายอะไรต่างๆ...โดยที่ยอมเอาสุขภาพของตัวเองเข้าและเพื่อความผอมอย่างเดียวเท่านั้น....

เมื่อก่อนพี่ก็เคยทานยาลดอ้วนเหมือนกันค่ะ อันตรายมาก ผอมลงแต่ว่าสุขภาพย่ำแย่ เกือบตายเอาเหมือนกัน...พี่เลยสาบานกับตัวเองเอาไว้เลยว่าต่อไปนี้จะลดอ้วนต้องคุมอาหารและออกกำลังเท่านั้น ห้ามตัวช่วยอื่นๆ เด็ดขาดค่ะ..และตอนนี้พี่ก็เจอทางสว่างกับสูตรพี่ปลาและการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอแล้วค่ะน้องดาว คิดว่านี่จะเป็นการลดอ้วนครั้งสุดท้ายในชีวิตของพี่แล้วนะคะ 555 เวอร์ที่ซู๊ดดด

น้องดาวเอาไปโพสเผยแพร่เป็นวิทยาทานให้คนอื่นนะคะ ได้บุญเยอะเลยแหละ อุตสาห์พิมพ์มาเยอะแยะมากมาย อยากให้แบ่งบันประสบการณ์ค่ะ สู้ๆ ต่อไปนะคะน้องดาวมาถูกทางและน้องดาวลดอ้วนอย่างมีสุขภาพแล้วค่ะ


โดย: Toy (tiny ) วันที่: 16 สิงหาคม 2552 เวลา:1:17:24 น.  

 
อ่านแล้วตกใจเลยจ๊ะน้องดาว แต่ดีใจด้วยที่ผ่านพ้นจุดนั้นมาได้ ตอนนี้น้องดาวก้อคุมได้ดีแล้วนะ สู้ ๆ นะจ๊ะ

ตอนนี้พี่กลับมาอยู่ชั้น5แล้วจ้า แบบว่าอยากมีเพื่อนเยอะ ๆ 55555


โดย: jrom วันที่: 16 สิงหาคม 2552 เวลา:6:02:06 น.  

 
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆที่นำมาแบ่งปันค่ะ


โดย: refreshy วันที่: 16 สิงหาคม 2552 เวลา:18:10:57 น.  

 
อ่านแล้วขนลุกเลยคะ เคยคิดจะกินเหมือนกันแต่ยังไม่กินเพราะไม่ชอบกลิ่นมัน รอดไป เรื่องดีๆอย่างนี้ เขียนไว้เตือนคนอื่นดีแล้วคะมีประโยชน์มากคะ อย่างน้อยก็กับหมูอ้วนคนนึงหล่ะคะ

เรื่องหมูกะทะ กร๊ากๆ สังเกตุจะเป็นกันทุกคนจริงๆ ด้วยโน๊ะ


โดย: นักคอมฝึกหัด วันที่: 16 สิงหาคม 2552 เวลา:18:38:21 น.  

 
น้องดาว
วันนี้พี่ไม่ได้กินหนมด้วยล่ะ
เก่งป่ะ อิอิ


โดย: emmycookie วันที่: 16 สิงหาคม 2552 เวลา:21:26:57 น.  

 
พี่ได้อ่านบล๊อกของวันที่ 27 ตั้งแต่ตอนที่น้องดาวอัพลงบล๊อกใหม่ๆ แต่ก็ยังไม่ได้เม้นท์ ... วันนี้แวะมาเลยขอเม้นท์ซักนิด

--------------------------------------------------

พี่ว่า น้องดาวยังมีอาการเดิมอยู่นะคะ จริงๆพี่ก็ไม่รู้ว่าไอ้โรคนี้มันมีอาการยังไง แต่ที่พี่ว่ามีอาการเดิมคือ .... น้องดาว ยังคิดและมุ่งมั่นที่จะเร่งให้น้ำหนักลดเร็วๆเหมือนเดิมอยู่ คือได้น้ำหนักเท่านี้ไม่พอใจ แต่อยากจะเร่งให้มันลดมากกว่า ....

อย่างที่รู้ๆว่าชั่งน้ำหนักทุกวันมันมีผลดีคือ เราสามารถรู้ได้ว่าไอ้ที่เรากินไปเมื่อวันก่อนๆนั้นมันส่งผลต่อน้ำหนักวันนี้มากแค่ไหน แต่ข้อเสียมันก็มีค่ะ มันทำให้เราหมกมุ่น อยากให้มันลดได้มากกว่านี้ ... พี่เข้าใจมาก่อน เพราะตอนลดน้ำหนักแรกๆก็ชั่งน้ำหนักทุกวันเหมือนกัน สังเกตได้จากกราฟของพี่เลย มันดิ่งลงเรื่อยๆเลยนะตอนแรกน่ะ เพราะเรารู้แล้วไงว่าอะไรกินไปแล้วน้ำหนักมันจะขึ้น กินอะไรแล้วน้ำหนักลด ช่วงนั้นพี่ก็เลยข่มใจกินแต่ของที่มันไม่ทำให้อ้วนขึ้น มันถึงได้ดิ่งลงเรื่อยๆ แต่ตอนนั้นพี่ก็ออกกำลังกายไปด้วย กินไปเท่าไหร่ก็เอาออกเท่านั้นหรือมากกว่าซะด้วยซ้ำไป ... แล้วพอหลุด น้ำหนักก็จะเด้งขึ้นมา 2-3 โลเลย แต่ก็เป็นแค่วัน 2 วันเพราะไปเบิร์นออกจนหมด ..... เดือนแรกลดไป 4 โลนิดๆ เดือนต่อๆมาเฉลี่ยแล้วก็ประมาณ 2-3 โล/เดือน

ทีนี้มาในกรณีของน้องดาว ... โดยส่วนตัวพี่คิดว่าน้องดาวทานน้อยไปและอาหารไม่หลากหลายพอ แถมไปหนักตรงกินแต่ของ 5 ดาว นอกจากนี้ยังไปเร่งไปให้น้ำหนักลดแต่ไม่ออกกำลังกายด้วย ... พี่เข้าใจว่าน้องดาวยังไม่มีแรงฮึดสำหรับเรื่องออกกำลังกาย อันนี้ไม่เป็นไร .... แต่การที่น้ำหนักลดลงเกือบทุกวันแถมกินน้อยด้วยเนี่ย พี่ไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นะคะ ......... บางครั้งการที่เรารู้เรื่องโภชฯมันก็ดี แต่ข้อเสียมันก็มีนะพี่ว่าเพราะมันไปทำให้เราคิดมากไป กังวลมากไป

พี่อยากให้น้องดาวเน้นเรื่องจิตใจหน่อยนะคะ ..... อะไรตัดได้ก็ตัด อะไรที่ไม่ไปสนใจมันได้ก็อย่าไปสนใจมัน ...... ค่อยๆปรับปรุงไปเรื่อยๆแล้วกันนะ สู้สู้


โดย: Cype วันที่: 17 สิงหาคม 2552 เวลา:15:01:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Saruwatari Miwa~*
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ตอนนี้เพิ่งเรียนจบด้านโภชนาการและการกำหนดอาหารจากจุฬาค่ะ ปัจจุบันทำงานสอนพิเศษเป็นอาชีพหลัก :)
Friends' blogs
[Add Saruwatari Miwa~*'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.