แพรร่ำ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แพรร่ำ's blog to your web]
Links
 

 

เพลงพระราชนิพนธ์ "เมื่อโสมส่อง"




เมื่อโสมส่อง

ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา





ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์


อ้าโสมทอแสงอำไพ ฉันสุขใจหมายชม
เพลินหลงพร่ำเพ้อภิรมย์ โสมสาดส่องแสงมา
ภาคพื้นเวหาพราวพราย เพราะก่องประกายดารา
เพียงเพชรพลอยส่องฟ้า แวววับจับใจ

เมฆน้อยลอยโลมลูบหาว เหมือนมืออันผ่องขาวละไม
ลูบโลมนภาสดใสนั้นพาให้หทัยฉันสะเทือน
โอ้ลมเอ๋ยเชยพัดเตือนมามิให้อุราลืมเลือน
เพียงเสียงเธอรำพันเตือนคำมั่นสัญญา

อ้าโสมชวนฉันคำนึงครั้งหนึ่งกลางแสงจันทร์
เราสองพลอดเพ้อรำพันรักมั่นไม่ผันแปร
ตราบฟ้าดินม้วยแลเราสองดับสลายดวงแด
วิญญานไม่ห่างแหลอยรักร่วมทาง

ครั้นแล้วเวรกรรมชาติไหนระดมกันผลักไสเราห่าง
เมื่อรักยังไม่หม่นหมางรักยังสลักกลางดวงใจ
แต่ยังหวังในผลบุญนำให้บาปกรรมแคล้วไป
คืนพบความรักเดิมในคืนหนึ่งวันเพ็ญ



I Never Dream

Music: H.M.K. Bhumibol Adulyadej
Lyric: H.H. Prince Chakrabandh Pensiri


I never dream that I will ever find you.
I never dream my dreams will ever come true.
My thoughts were like the weary winding little streams,
That would never meet the sea, it seems.

No matter where I roamed away from my home alone,
I found no one at all, no one I could call my own.
And I never dream the sun will ever shine again,
While skies are full of thunder storms and rain.

I never dream that I will ever find my way,
My life was like an endless journey night and day,
Like travelling through the night without the moon above,
I could never dream I'd find my love.

But then you came along, like a lovely song so sweet.
And every time you kiss, my heart would just miss a beat.
So I never have to dream since I have found you
Sweetheart, now you have made my dreams come true.



เกร็ดประวัติ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. 2494 เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกวาระหนึ่งเพื่อทรงศึกษาต่อ

เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ในจังหวะวอลทซ์เพลงที่ 4 เพลงพระราชนิพนธ์เมื่อโสมส่องใช้เสียงที่กว้าง ในบางคู่โน้ตจะใช้โน้ตซ้ำกันแต่ห่างหนึ่งคู่แปด มีการไล่โน้ตสูงลงมาต่ำ โดยเสียงที่ไล่บางทีมีเพียงครึ่งเสียงเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีการซ้ำโน้ตเดิมแม้ว่าเป็นช่วงที่ต้องใช้เสียงลากยาว ทำให้รู้สึกถึงความหรูหรา สง่างาม คอร์ดที่ทรงใช้นั้นทำให้เกิดสุ้มเสียงที่บ่งบอกความเป็นกลางคืนอย่างชัดเจน กับทั้งยังมีความระยิบระยับพร่างพรายควบคู่กันไปด้วย นับว่าเพลงนี้มีอารมณ์โรแมนติคอยู่สูงทีเดียว

เพลงพระราชนิพนธ์เมื่อโสมส่องมีการใช้เสียงในหลายคู่แปด และต้องร้องด้วยเสียงที่ลากยาว ผู้ร้องจึงต้องมีความสามารถค่อนข้างสูง ต้องมีลมหายใจยาว และต้องแม่นเสียงเมื่อบรรเลงในแนวบัลลาด ผู้ขับร้องที่ไม่ชำนาญพอจะทำให้เห็นข้อบกพร่องชัดเจน บางครั้งมีการนำไปบรรเลงในแนวสวิงซึ่งก็เพราะไปอีกแบบหนึ่งแต่ไม่เหมาะจะใช้ขับร้องเพราะผู้ร้องจะหายใจไม่ทัน

สำหรับเนื้อร้องภาษาอังกฤษนั้น พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงนิพนธ์ เนื้อหารำพันถึงความคิดถึงและครวญหาเมื่อต้องจากคนรัก และจบลงด้วยความสุขเมื่อได้พบกัน

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิง สมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา ประพันธ์เนื้อร้องภาษาไทย เนื้อหากล่าวถึงความงามของธรรมชาติยามค่ำทำให้จิตประหวัดถึงคนรัก แม้ต้องเศร้าหมองเพราะพลัดพรากจากกัน แต่ก็ยังหวังว่าผลบุญจะนำให้กลับมาพบกันอีก




รวบรวมและเรียบเรียงจากหนังสือ "งานช่างของในหลวง" โดยมหาวิทยาลัยศิลปากรและ "ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์" โดยโรงเรียนจิตรลดา




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2549    
Last Update : 16 กันยายน 2549 21:12:20 น.
Counter : 2699 Pageviews.  

เพลงพระราชนิพนธ์ "แก้วตาขวัญใจ"




แก้วตาขวัญใจ

ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ





ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ "กุหลาบควีนสิริกิติ์"


แก้วตาขวัญใจเธออยู่แห่งใดขวัญเอย
ขาดชู้คู่เชยรักเอยเดียวดาย
เฝ้าคอยรักเศร้าเหงาใจแสนหน่าย
เปลี่ยวปานชีวาวางวายคลายสุขตรม

โอ้เวรไหนมาพาโชคชะตาแสนชั่ว
โลกนี้มืดมัวหวาดกลัวระทม
ได้แต่หวังนั่งแต่ฝันคอยคู่ขวัญตันอกตรม
ร้อนอารมณ์หวังชมชิดเชยดวงใจ

อยู่เดียวเปล่าเปลี่ยวปานใดอกใจระทม
ขาดคนนิยมขาดคู่ชิดชมระบมทรวงใน
โอ้บุญไม่ช่วยนำพาแก้วตาขวัญใจ
ได้แต่ฝันไปไม่สบสมใจรักเอย

แก้วตาขวัญใจเธออยู่แห่งใดหนอเธอ
เฝ้าเพ้อเฝ้าละเมอใฝ่เธอมาเชย
สุดจะเหงาเฝ้าแต่ฝันทรวงกระสันพรั่นจิตเลย
ฝันถึงวันขวัญเอยชิดเชยชื่นชม



Lovelight in My Heart

Music: H.M.K. Bhumibol Adulyadej
Lyric: H.H. Prince Chakrabandh Pensiri


Oh, darling mine, I'm so in love with you.
Since first we met long, long ago.
I wonder if you love me too?
My lonely, loving heart's bleeding so,

My whole life now depends on you, my love.
You're sent from heaven up above.
Just to fill empty heart
With a thrill from the start.
At first sight, lovelight burns in my heart.

Fate brings me life anew,
When I meet you,
Love at first sight,
With flaming light
Burns in my heart.
In Reaching for you, love,
You're high above,
Like stars afar
It seems we are apart.

So beats my heart with such a love so true,
My heart, my soul belong to you.
You alone, mean to me,
You're my own destiny.
At first sight, lovelight keeps burning me.

If you love me as much as I love you,
The whole world, dear, will be so fair,
The skies will be so clear, so blue
And there'll be warm sunshine everywhere,

My searching heart will never roam again
With you alone I shall remain,
Ever care, from the start,
Ever share, lover's part.
At first sight, lovelight burns in my heart.

Fate brings me life anew,
When I meet you,
Love at first sight,
With flaming light
Burns in my heart.
In reaching for you, love,
You're high above,
Like stars afar
It seems we are apart.

So beats my heart with such a love so true,
My heart, my soul belong to you.
You alone, mean to me,
You're my own destiny.
At first sight, lovelight keeps burning me.



เกร็ดประวัติ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์เพลงนี้เมื่อ พ.ศ. 2493

เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ในจังหวะวอลทซ์เพลงที่ 3 ต่อจาก สายฝน และ เทวาพาคู่ฝัน เพลงพระราชนิพนธ์แก้วตาขวัญใจนี้เป็นเพลงที่ค่อนข้างจำกัดคุณสมบัติของผู้ร้อง เพราะมีการใช้ครึ่งเสียงอยู่หลายแห่ง นักร้องที่จะร้องเพลงนี้ได้ดีจะต้องเป็นผู้ที่หูไม่เพี้ยน จดจำเสียงต่างๆได้แม่นยำ และควรรู้จักระบบของการจัดกลุ่มคำร้องที่ดีด้วย จึงจะช่วยลดความอึดอัดระหว่างครึ่งเสียงทั้งหลายที่อยู่ด้วยกันได้

เพลงพระราชนิพนธ์นี้ แสดงให้เห็นพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการใช้เสียง โดยสามารถนำเสียงในระดับที่ต่างกันในสเกลที่ต่างกันมาจัดวางให้ล้อรับกันอย่างงดงามราวกับเสียงทุกเสียงก้องกังวาลเด่นชัดในพระราชหฤทัย เมื่อทรงมีพระราชประสงค์จะใช้เมื่อใดก็ทรงทำได้ทันที

สำหรับเนื้อร้องทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงนิพนธ์ เนื้อร้องภาษาไทยมีสัมผัสอย่างกลอนสุภาพ แต่จำนวนคำในแต่ละวรรคมีตั้งแต่ 8-12 คำ เนื้อหาคือการคร่ำครวญถึงคนรักที่จากไปไกล หากไม่ได้ฟังทำนองเพลงนี้มาก่อน อาจรู้สึกว่าเนื้อร้องสื่ออารมณ์เศร้าและทุกข์ใจมาก แต่ด้วยจังหวะวอลทซ์ก็ช่วยทำให้สีสันของเพลงนุ่มนวลขึ้น และอารมณ์ของเพลงกลายเป็นการครุ่นคำนึงถึงความรักที่จากไปไกล

เนื้อร้องภาษาอังกฤษมีเนื้อหาคล้ายกับในภาษาไทย จะแตกต่างตรงสีสันที่นุ่มนวลกว่า อ่อนหวานกว่า และหม่นหมองน้อยกว่า




รวบรวมและเรียบเรียงจากหนังสือ "งานช่างของในหลวง" โดยมหาวิทยาลัยศิลปากรและ "ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์" โดยโรงเรียนจิตรลดา




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2549    
Last Update : 16 ตุลาคม 2549 20:05:44 น.
Counter : 2504 Pageviews.  

เพลงพระราชนิพนธ์ "คำหวาน"




คำหวาน

ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ





ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ "วันแห่งความสุข"


ได้ยินเพลงหวานก้อง ถ้อยทำนองร้องรำพัน
ฝากความรักไว้มั่น ด้วยถ้อยอันอ่อนหวาน
เปรียบดังเพลงทิพย์มา จากฟากฟ้าบันดาล
เสียงเพลงปานเพลงวิมานประทานมากล่อม

เมื่อได้ยินเพลงเพราะดังว่า
ดั่งเทวาพาจิตโน้มน้อม
หรือมาลวงลองร้องเพลงกล่อม
จะประนอมให้ยอมปลงใจ

หากคำหวานขานเอ่ย เพื่อเฉลยน้ำใจ
รักจริงใจ ขอฟังไป ฟังให้ชื่นเชย

ชื่นอารมณ์สมปอง แว่วเพลงร้องคมคำ
พลอดความรักเพ้อพร่ำ ด้วยถ้อยคำงามสม
ถ้อยทำนองร้องส่ง ก่อให้หลงลิ้นลม
เพลินเพลงชมย้อมอารมณ์ นิยมกลมกล่อม

เมื่อได้ยินเพลงเพราะดังว่า
ดั่งเทวาพาจิตโน้มน้อม
หรือมาลวงลองร้องเพลงกล่อม
จะประนอมให้ยอมปลงใจ

หากคำหวานขานเอ่ย เพื่อเฉลยน้ำใจ
รักจริงใจ ขอฟังไป ฟังให้ชื่นเชย



Sweet Words

Music: H.M.K. Bhumibol Adulyadej
Lyric: H.H. Prince Chakrabandh Pensiri

The song you sing me
Has sweetest words and melody.
It's love-laden flare
That keeps my heart all aflame.
I wonder if you really care
Or is it just a game
Of teasing poor me
Ever to be your slave of love?

Listen to sweetwords
In your song of love?
Like the tunes of birds
Singing up above.
How am I to know
Those sweet words are true?
Please say so.
Don't say no.
Say you mean it too.

Though your melody haunted me,
But your heart I never knew
You can sing along
Sweet love song
But the words may not be true.

If the song you sing
Has sweet words sincere,
Please, darling
Keep singing.
Forever, dear.



เกร็ดประวัติ

เป็นเพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นในระยะแรกที่เสด็จพระราชดำเนินนิวัติพระนครเมื่อพ.ศ. 2493

เพลงพระราชนิพนธ์คำหวานเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ที่มีจังหวะรุกเร้าและค่อนข้างจะเร็วมากกว่าเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับก่อนๆ ซึ่งมีอารมณ์เพลงหวานๆ เศร้าๆ ในลีลาที่ไม่เร็วนัก

สิ่งที่พิเศษที่สุดของเพลงพระราชนิพนธ์เพลงนี้จะอยู่ในภาษาอังกฤษ นั่นคือในเพลง “Sweet Words” ซึ่งจะมีท่อนเกริ่น (verse) ขึ้นมาก่อน 20 ห้อง จากนั้นจึงเข้าสู่ทำนองหลัก ซึ่งเป็นท่อน refrain ดังนั้นในภาคภาษาอังกฤษนี้จะมีความยาวถึง 52 ห้อง ซึ่งลูกเล่นพิเศษจะทรงใช้เฉพาะในเพลงนี้เท่านั้น

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงนิพนธ์เนื้อร้องทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เนื้อหากล่าวถึงความไพเราะของบทเพลงที่รำพันถึงความรักเหมือนกัน แต่ในภาษาอังกฤษเจาะจงกล่าวกับคนรักโดยตรงมากกว่า โดยมีน้ำเสียงวอนขอให้ร้องเพลงรักต่อไปหากรักจริง




รวบรวมและเรียบเรียงจากหนังสือ "งานช่างของในหลวง" โดยมหาวิทยาลัยศิลปากรและ "ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์" โดยโรงเรียนจิตรลดา




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2549    
Last Update : 16 ตุลาคม 2549 20:34:32 น.
Counter : 4172 Pageviews.  

เพลงพระราชนิพนธ์ "มหาจุฬาลงกรณ์"




มหาจุฬาลงกรณ์

ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา ร่วมกับ นายสุภร ผลชีวิน





น้ำใจน้องพี่สีชมพู ทุกคนไม่รู้ลืมบูชา
พระคุณของแหล่งเรียนมา จุฬาลงกรณ์
ขอทูนขอเทิดพระนามไท พระคุณแนบไว้นิรันดร
ขอองค์พระเอื้ออาทร หลั่งพรคุ้มครอง

นิสิตพร้อมหน้า สัญญาประคอง
ความดีทุกอย่างต่างปอง ผยองพระเกียรติเกริกไกร

ขอตราพระเกี้ยวยั้งยืนยง นิสิตประสงค์เป็นธงชัย
ถาวรยศอยู่คู่ไทย เชิดชัยชโย



เกร็ดประวัติ

เนื่องจากเพลงพระราชนิพนธ์ในระยะแรกส่วนใหญ่เป็นเพลงที่ทรงใช้สเกลแบบสิบสองเสียง (Cromatic Scale) ทรงใช้คอร์ดอย่างสลับซับซ้อนและพัฒนาออกไปไกลมาก ซึ่งทำให้เพลงพระราชนิพนธ์เหล่านั้นค่อนข้างยาก จึงมีพระราชปรารภว่า แม้แต่เพลงที่ใช้เสียงเพียง 5 เสียง (Pentatonic Scale) ก็สามารถแต่งให้ไพเราะได้ ซึ่งสเกลแบบนี้เคยทรงนำมาสอดแทรกอยู่ในเพลง “ใกล้รุ่ง” บ้างแล้ว จึงทรงตั้งพระราชหฤทัยจะทรงพระราชนิพนธ์ในเพนตาโทนิค เมเจอร์สเกล ซึ่งเป็นเสียงที่คนไทยมักจะคุ้นเคย ด้วยใกล้เคียงกับเสียงของเพลงไทยเดิมและเพลงพื้นบ้านโดยทั่วไป ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริทรงเริ่มนิพนธ์วรรคแรก จากนั้นจึงทรงพระราชนิพนธ์ต่อจนจบทั้งเพลง

ต่อมาเมื่อจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย ม.ร.ว. สุมนชาติ สวัสดิกุล ได้ขอพระราชทานเพลงประจำมหาวิทยาลัย จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทำนองเพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์โดยใช้เพนตาโทนิค เมเจอร์สเกลนั้นแก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ไปใส่เนื้อร้องร้องเอง ซึ่งต่อมาท่านผู้หญิง สมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา และ สุภร ผลชีวิน ได้ประพันธ์เนื้อร้องถวาย

เพลงพระราชนิพนธ์นี้บรรเลงเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2492 เมื่อต้นพ.ศ. 2497 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายเทวาประสิทธ์ พาทยโกศล นำทำนองเพลงมหาจุฬาลงกรณ์ มาแต่งเป็นแนวไทยเดิม นายเทวาประสิทธ์ รับพระราชทานลงมาทำและบรรเลงถวายด้วยวงปี่พาทย์ถึงสองครั้ง

ต่อมาเมื่อนายเทวาประสิทธ์ ได้เป็นอาจารย์ประจำชมรมดนตรีไทย สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้นำเพลงมหาจุฬาลงกรณ์ แนวไทยเดิมมาเรียบเรียงใหม่ โดยนำท่อนแยกตรงที่ว่า “นิสิตพร้อมหน้า สัญญาประคอง ความดีทุกอย่างต่างปอง ผยองพระเกียรติเกริกไกร” มาแทรกไว้ตอนกลางเพลงด้วย เพื่อให้รำลึกว่าต้นกำเนิดมากจากเพลงพระราชนิพนธ์ มหาจุฬาลงกรณ์ แล้วจึงปรับปรุงให้เป็นเพลงโหมโรงประจำชมรมซึ่งใช้มาจนถึงทุกวันนี้




รวบรวมและเรียบเรียงจากหนังสือ "งานช่างของในหลวง" โดยมหาวิทยาลัยศิลปากรและ "ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์" โดยโรงเรียนจิตรลดา




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2549    
Last Update : 16 กันยายน 2549 21:07:06 น.
Counter : 723 Pageviews.  

เพลงพระราชนิพนธ์ "เทวาพาคู่ฝัน"




เทวาพาคู่ฝัน

ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ





ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ "ดั่งโค้งสำคัญ"


ช่างงามทัศน์ทิวเขตคามงดงามน่าดู
ทั้งมวลล้วนมีเป็นคู่ชิดชูเชยชมรมย์รื่น
แต่ฉันดวงใจผูกพันใฝ่ฝันทุกคืน
เฝ้าปองเคียงครองคู่ชื่นให้รื่นเริงใจ

โลกนั้นดังเมืองสวรรค์เทวัญสร้างไว้
พิศดูเป็นคู่ทุกสิ่งล้วนมีรักจริงยิ่งใหญ่
อันธรรมชาติไซร้
ใช้แรงความรักความใคร่ ย้อมชีวิตให้ยืนยง

อยู่เดียวเปลี่ยวใจหทัยใฝ่ฝัน
เดชกามเทพพันผูกใจให้หลง
แม้เคยทำคุณบุญส่ง ฟ้าคงปรานีดีอยู่
โปรดจงประทานความเอ็นดู
ให้มียอดชู้เป็นคู่ชูใจ

จวบวันทิวาเฉิดฉันตะวันสดใส
ฟ้าดลบันดาลรักให้สมดังดวงใจมุ่งมั่น
เฝ้าวอนพระทรงเสกพรไหว้วอนทุกวัน
โศกทรวงดวงใจอัดอั้นตื้นตันอุรา

จวบวันราตรีเฉิดฉันดวงจันทร์แจ่มฟ้า
พบความรักดังใจมั่นเหมือนเดือนตะวันกลางหล้า
สมพรจากฟ้า
พระทรงประทานปวงข้าชีวิตในหล้ายืนยง



Dream of Love Dream of You

Music: H.M.K. Bhumibol Adulyadej
Lyric: H.H. Prince Chakrabandh Pensiri


Each day, I dream of love, I dream of you
You’re like an angel dear,
For heaven sends you here.
With joy, I feel your kiss;
Your lovelight gleams.
But then, I find each bliss:
Only in dreams.

Each night, I yearn for love.
I long for you
You bring me ecstasy
Now you’re forsaking me.
So heaven, please-
Please don’t let me just dream
Please make my dream come true.

In wonderland of love with you,
The rainbow gleams and roses bloom,
You are the lovely bride
And I, the happy groom,
But the wonderland of love
Is just a dream of love for you.

Each day, I dream of love, I dream of you
Your eyes are heaven’s bless;
Your smile brings happiness.
I find a cozy room,
A home for two
With roses all in bloom,
And lovely you.

In my kingdom of dreams,
You are my queen.
The joy is waking me;
I’m lost in reverie
So heaven, please-
Please don’t let me just dream.
Please make my dream come true.



เกร็ดประวัติ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์เพลงนี้ต่อจากเพลง อาทิตย์อับแสง ในขณะทรงประทับแรม ณ เมืองดาโวส์เช่นกัน

เพลงพระราชนิพนธ์เทวาพาคู่ฝันเป็นเพลงจังหวะวอลทซ์ โดยปกติ เพลงพระราชนิพนธ์ก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่มีความยาวประมาณ 32 ห้อง แต่ก็น้อยกว่าเพลงเทวาพาคู่ฝัน ซึ่งมีความยาวถึง 96 ห้อง เหตุที่เพลงนี้ยาวก็เพราะมีลักษณะเป็นเพลงประเภทพรรณนาเนื้อหา ซึ่งอาจจะเทียบได้กับเพลงแนวบัลลาด (Ballad) ของดนตรีตะวันตก แนวเพลงนี้นิยมกันมากในการบรรเลงเพลงประเภทแจสมาตรฐาน อันเป็นแบบอย่างของดนตรีแจสที่เปิดโอกาสให้นักร้องสามารถแสดงอารมณ์และความรู้สึกไปตามเนื้อร้องและทำนองเพลง กับยังได้แสดงความสามารถในการใช้เสียงในเทคนิควิธีเฉพาะตัว และปฏิภาณไหวพริบในการจัดกลุ่มคำร้อง (Phrasing) อีกด้วย

พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริทรงนิพนธ์เนื้อร้องทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เนื้อร้องภาษาไทยพรรณนาถึงความงามของธรรมชาติโดยโยงเข้ากับความรักที่ “ย้อมชีวิตให้ยืนยง” และความเปล่าเปลี่ยวที่ต้อง “อยู่เดียว” แต่ในตอนท้ายยังมีความหวังที่จะ “พบความรักดังใจมั่น เหมือนเดือนตะวันกลางหล้า”

ส่วนเนื้อร้องภาษาอังกฤษรำพึงรำพันถึงคนรักที่อยู่ห่างไกล แม้จะเป็นความอ้างว้างแต่ก็มีความสุขจากความฝันและจินตนาการ อารมณ์เพลงจากเนื้อร้องภาษาอังกฤษจึงดูเบาสบายและโปร่งอารมณ์กว่าในภาษาไทย




รวบรวมและเรียบเรียงจากหนังสือ "งานช่างของในหลวง" โดยมหาวิทยาลัยศิลปากรและ "ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์" โดยโรงเรียนจิตรลดา




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2549    
Last Update : 30 ตุลาคม 2549 21:04:40 น.
Counter : 1333 Pageviews.  

1  2  3  4  5  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.