IMPOSSIBLE IS NOTHING
Group Blog
 
All blogs
 

ใกล้ถึงวันประกาศผล

ประกาศ"แอดมิสชั่นส์" 12 พ.ค. "จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์"รับเด็กซิ่ล

เลื่อนประกาศผลแอดมิสชั่นส์เร็วขึ้น เป็น 12 พ.ค. เปิดดูได้ทางเว็บไซต์"สกอ.-ม.เครือข่ายพันธมิตร"ตั้งแต่ 6 โมงเย็น ด้านผู้บริหาร "จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์-แม่ฟ้าหลวง" ขานรับเด็กซิ่ลเข้าเรียนถ้าคะแนนถึงเกณฑ์-มีที่ว่าง ส่วนเด็กซิ่ลพอใจวิธีเยียวยา วอนมหาวิทยาลัยให้ความมั่นใจรับเข้าศึกษา ยันส่วนใหญ่ไม่กลับคณะเดิม

ความคืบหน้ากรณีสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) มีมติให้มหาวิทยาลัย 57 แห่ง พิจารณารับนักเรียนที่จบก่อนปีการศึกษา 2549 และสมัครสอบระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือแอดมิสชั่นส์ ประจำปีการศึกษา 2550 หรือเด็กซิ่ล ที่มีคะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ไม่ตรงกับปีที่จบ รวมถึงผู้ที่สอบโอเน็ตไม่ครบทุกวิชา ให้เข้าเรียนเป็นกรณีพิเศษภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการคัดเลือกนิสิตนักศึกษาในระบบแอดมิสชั่นส์นั้น

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม นายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า มธ.พร้อมจะพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งแต่ละปีมหาวิทยาลัยต่างๆ จะรับนักศึกษาที่อยู่ในข่ายรับเป็นกรณีพิเศษ โดยพิจารณาจากเหตุผล เช่น รับนักเรียนทุนสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่เรียนไม่ไหว และกลับมาเรียนต่อในไทย เป็นต้น และดูผลการเรียน

นายสุรพลกล่าวว่า กรณีเด็กซิ่ลก็เช่นกัน มธ.จะพิจารณาให้ แต่ไม่ได้หมายความว่าสมัครเรียนคณะไหนแล้วจะได้คณะนั้น โดยเฉพาะคณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จะรับนักศึกษาเต็มตามจำนวนอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นสายสังคมศาสตร์ก็มีสิทธิมากกว่า หากคะแนนอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ก็จะรับเข้าเรียน แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับคณะด้วย โดยจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป

"ในการเลือกอันดับของเด็กซิ่ล 1,754 คนนั้น มีผู้ที่เลือก มธ.กว่า 600 อันดับ การรับเข้าเรียนต้องขอดูความจำเป็น คะแนน เช่น ไม่เคยสอบเข้ามหาวิทยาลัยเพราะต้องทำงาน แต่คะแนนถึงเกณฑ์ก็รับฟังได้ หรือเพราะปัญหาสุขภาพ ไม่ชอบในคณะที่เรียนก็มีเหตุผลรับฟังได้เช่นกัน เป็นต้น แต่ถ้าเป็นเหตุผลอื่นๆ อย่างบางคนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ถึง 2 ปี และปีนี้เป็นครั้งที่สาม ก็ต้องดูเหตุผล" อธิการบดี มธ.กล่าว

นายสุรพลกล่าวว่า ส่วนที่ สกอ.จะขอให้มหาวิทยาลัยรับเด็กซิ่ลเข้าเรียนในคณะเดิมก่อนลาออก หากคณะที่เด็กซิ่ลเลือกในปีนี้รับเพิ่มไม่ได้นั้น ในส่วนของ มธ.นั้น นักศึกษาที่ลาออกไปขอกลับเข้ามาเรียน และขอคืนสถานสภาพนักศึกษาได้ แต่จะต้องไม่ใช่เด็กที่ถูกให้ออก โดยจะพิจารณาตามเหตุผลความจำเป็น ส่วนจะโอนย้ายไปคณะใหม่นั้นก็ทำได้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะนั้นๆ โดยดูเหตุผลความจำเป็น และคะแนนที่เรียนในคณะเดิมต้องไม่น้อยกว่าคะแนนต่ำสุดของคณะที่จะขอโอนย้าย

นายวีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การรับนักศึกษาเพิ่มหลังการประกาศผลแอดมิสชั่นส์เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ซึ่งคงต้องรอการประกาศผลแอดมิสชั่นส์ และผลการสอบสัมภาษณ์ เพื่อดูว่าแต่ละคณะมีที่ว่างเท่าไหร่ที่จะรับเพิ่มในรอบสอง โดยจะพิจารณากรณีเด็กซิ่ลพร้อมเด็กทั่วไปที่สมัครเพิ่มในรอบสอง หากคะแนนเป็นไปตามเกณฑ์ที่เลือกไว้ก็รับเข้าเรียนได้ แต่ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน เน้นความโปร่งใส และไม่ได้ให้สิทธิพิเศษ เพราะเด็กซิ่ลได้เปรียบเด็กปกติอยู่แล้ว คาดว่าจุฬาฯจะประกาศผลเด็กซิ่ลได้ก่อนวันที่ 25 พฤษภาคม

นายวันชัย ศิริชนะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) กล่าวว่า มฟล.เปิดกว้างให้เด็กซิ่ลซึ่งมีประมาณ 27 คน ที่เลือกเรียน มฟล. โดยจะดูคะแนนโอเน็ต คะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง หรือเอเน็ต ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมในชั้น ม.ปลาย หรือจีพีเอเอ็กซ์ และผลการเรียนเฉลี่ยรายกลุ่มสาระการเรียนรู้ หรือจีพีเอ หากคะแนนอยู่ในเกณฑ์ก็รับเข้าเรียนได้

นายวุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งเป็นทางการแล้ว จะประชุมผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในการรับนิสิต ที่ผ่านมายังไม่เคยมีกรณีที่ มก.รับนิสิตเป็นกรณีพิเศษ หรือนิสิตลาออกแล้วรับกลับเข้าเรียนใหม่ จึงต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะการรับเด็กซิ่ลเท่ากับเพิ่มภาระให้มหาวิทยาลัย ส่วนการโอนย้ายระหว่างมหาวิทยาลัย หรือคณะนั้น ดำเนินการได้ตามปกติ

"รู้สึกเห็นใจและสงสารเด็กซิ่ล เพราะคงสับสนกับความเปลี่ยนแปลงที่ไม่ลงตัว จึงยืนยันจะรับเข้าเรียนแน่นอน ส่วนจะมากน้อยแค่ไหนต้องพิจารณาอีกครั้ง" อธิการบดี มก.กล่าว

น.ส.พัชราภา บุนนาค เด็กซิ่ลที่สมัครแอดมิสชั่นส์ในคณะนิติศาสตร์ มธ. อดีตนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ปี 2 กล่าวว่า ถ้าเด็กซิ่ลมีคะแนนถึงเกณฑ์คณะที่เลือก ก็ควรจะรับเข้าเรียน แต่ไม่รู้ว่ามาตรฐานในการคัดเลือกของแต่ละแห่งจะเหมือนกันหรือไม่ ส่วนที่ให้มหาวิทยาลัยเดิมรับเข้าเรียนหากไม่ผ่านการคัดเลือกจากคณะที่เลือกในปีนี้นั้น คิดว่าเด็กซิ่ลคงไม่มีใครอยากกลับเข้าเรียนที่เดิม ไม่เช่นนั้นคงไม่ลาออก ส่วนการเปิดโอกาสให้โอนย้ายคณะได้นั้น ไม่แน่ใจว่าจะทำได้จริงหรือไม่

นายณพวรรช ลิ้มจำรูญธร นักศึกษาปี 1 มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) เด็กซิ่ลที่สมัครคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มน. กล่าวว่า แม้จะไม่เห็นด้วยกับวิธีการเยียวยาที่ 3 ฝ่ายประกาศ 100% เพราะไม่มั่นใจว่ามหาวิทยาลัยทั้ง 57 แห่งจะยอมรับเด็กซิ่ลเข้าเรียนต่อหรือไม่ แต่รู้สึกอุ่นใจขึ้นที่เห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแสดงความกระตืนรือร้น และความจริงใจในการแก้ปัญหา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นมหาวิทยาลัยใดประกาศชัดเจนว่าจะรับเด็กซิ่ล จึงอยากเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยสร้างความมั่นใจ

"ยังคงยืนยันที่จะยื่นฟ้องศาลปกครอง เพื่อเรียกร้องให้นำผลคะแนนของเด็กซิ่ลไปประมวลรวมกับผู้สมัครปกติ และขอให้ใช้คะแนนโอเน็ตครั้งที่ 2 ในการประมวลผลด้วย ที่สำคัญอยากให้แก้ปัญหาเด็กซิ่ลในระยะยาว" นายณพวรรชกล่าว

น.ส.ปอนด์ (นามสมมุติ) เด็กซิ่ลที่สมัครคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น ตัวแทนยื่นฟ้องศาลปกครองขอนแก่น กล่าวว่า ยอมรับและพอใจวิธีเยียวยา เพราะให้โอกาสเด็กซิ่ลเต็มที่ ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่อยากกลับไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเดิม เพราะได้ลาออกแล้ว จึงหวังให้มหาวิทยาลัยที่สมัครใหม่ในปีนี้รับเข้าเรียน

น.ส.จิรณี ตันติรัตนวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า สำหรับการประกาศผลแอดมิสชั่นส์ในวันที่ 15 พฤษภาคม ตามที่ประกาศนั้น คาดว่าจะประกาศได้ก่อนกำหนด ส่วนจะเป็นวันใดนั้น กำลังรอคำตอบจากฝ่ายเทคนิคของ สกอ.ก่อน เมื่อทราบแล้วจะประกาศพร้อมจัดแถลงข่าวถึงผลคะแนนสูงสุดในแต่ละสาขาวิชา

รายงานข่าวจาก สกอ.แจ้งว่า คาดว่า สกอ.จะประกาศผลแอดมิสชั่นส์ได้ในวันที่ 12 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลาประมาณ 18.00 น.เป็นต้นไป ผ่านเว็บไซต์ สกอ. http://www.cuas.or.th และเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ และเครือข่ายพันธมิตร







ไม่เคยรู้สึกว่าการรอคอยมันช่างเคร่งเครียดอย่างนี้เลย เป็นความเครียดปนความตื่นเต้น จนแม้เวลาเพียงไม่กี่วัน ดูยาวนานเหลือเกิน...

การเดินทางในขวบปีของการสอบแอดมิชชั่นกำลังดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว เป็นปีที่มีความหมายในชีวิตมากมายนัก สิ่งต่างๆ เหล่านี้กำลังจะผ่านไป เหมือนกับสิ่งอื่นๆ ที่เข้ามาในชีวิตและผ่านไป

หลายสิ่งที่เคยเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของฉัน อีกไม่นาน...ก็จะกลายเป็นอดีต เป็นภาพความทรงจำอีกภาพหนึ่ง ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดอีกช่วงหนึ่งของชีวิต ไม่ว่าเราจะสามารถก้าวผ่านมันไปอย่างไร ...ผ่านไปอย่างสง่างามหรือล้มลุกคลุกฝุ่น แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้จะติดตามไป อาจเป็นแรงผลักให้เราพยายามไปต่อ หรือ อาจจะทำให้เกิดความรู้สึกสิ้นหวัง แต่ก็ขอให้เชื่อเถอะว่าผลลัพธ์ย่อมมาจากการกระทำของตัวเรา ไม่สามารถโทษใครได้ คนอื่นอาจพูดให้เราเขวได้ แต่อย่างไรก็ตามอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ "เรา" ไม่ใช่ใครเลย

ยิ่งใกล้วันประกาศผลเท่าไหร่ ยิ่งมีข่าวลือออกมามากเท่านั้น ความรู้สึกตื่นเต้นที่หายไปนาน ได้กลับมาอีกครั้ง คราวนี้มากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว จนฉันต้องเข้าเว็บเด็กดีเช็คข่าวอยู่ทุกวัน ดีใจที่มีบอร์ดนี้ บอร์ดแอดมิชชั่นเหมือนเป็นพื้นที่เล็กๆ สำหรับคนที่ต้องเผชิญอะไรเหมือนๆ กัน เข้าใจเลยว่าความรู้สึกของแต่ละคนย่อมคล้ายคลึงกัน เมื่อถึงวันประกาศผลจริงๆ มันก็ต้องมีทั้งคนที่ผิดหวังและสมหวังปนเปกันไป ฉันรู้ว่าตอนนี้ฉันเองรู้สึกอย่างไร แต่บอกไม่ถูกว่าเป็นเพราะอะไร

เป็นความรู้สึกหลายๆ อย่างปะปนกันจนทำให้รู้สึกวุ่นวายใจ ไม่สบายใจ อยากให้ประกาศผลเร็วๆ อยากรู้ผลแล้ว ไม่อยากรออีกต่อไป วันๆ หนึ่งดูยาวนานเหลือเกินในความรู้สึก ไม่อยากอึดอัดใจ เหมือนเวลาต้องตัดสินใจ ต้องมีฝ่ายสมหวังและผิดหวังเป็นธรรมดา

ฉันเฝ้าติดตามข่าวการประกาศผลมาตลอดสัปดาห์นี้ แต่ข่าวคราวจากทางสกอ. ดูเงียบเชียบ ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เป็นการรอคอยอะไรก็ไม่รู้ที่เราไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดอยู่ที่ใดกัน อย่าให้นานนักเลยนะคะพวกผู้ใหญ่ เด็กๆ อย่างหนูอึดอัดจนเหนื่อยหัวใจแล้วนะ จะประกาศก็รีบทำสักที ก่อนที่จะทนไหว ย๊ากส์...

ในที่สุดวันนี้ (11 พ.ค.) มีการประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะสกอ.และเว็บพันธมิตรจะสามารถประกาศผลได้ในวันที่ 12 พ.ค. เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป

การรอคอยกำลังจะสิ้นสุด ใกล้ถึงบทสรุปเข้าไปทุกที และชีวิตการแอดมิชชั่นกำลังจะจบลง ก้าวผ่านช่วงมัธยมไปเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในอีกรูปแบบหนึ่งที่เรายังไม่สามารถคาดเดาได้ แต่มันก็น่าจะดีกว่าการรอคอยเป็นไหนๆ อย่างน้อยเรายังรู้ได้ว่าชีวิตของเราหลังจากนี้ดำเนินไปในทิศทางใด

เมื่อเวลาผ่านไป...อาจจะเหลือเพียงภาพความทรงจำเก่าๆ ให้นึกถึงว่าครั้งหนึ่งชีวิตเราเคยผ่านอะไรมาบ้าง




 

Create Date : 08 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 11 พฤษภาคม 2550 13:53:38 น.
Counter : 315 Pageviews.  

มันก็เป็นวันธรรมดาอีกวันหนึ่ง

วันนี้ไม่รู้เป็นไร เหมือนมีความตั้งใจที่จะอ่านบันทึกของหล้าให้จบ ในที่สุดเค้าก็อ่านจบจนได้ หลังจากที่ตอนแรกยอมรับว่าอ่านไปได้สองสามหน้าก็หลับทุกที ไม่ใช่ว่าหล้าเขียนน่าเบื่อหรืออะไรหรอกนะ แต่เป็นเค้าเองที่เลือกเวลาอ่านไม่ถูกเอง จริงๆ นะเวลาในการอ่านหนังสือนี่มีผลมากเลย เค้าเลือกอ่านบันทึกหล้าก่อนนอนอ่ะ กลายเป็นหนังสือก่อนนอนไปโดยปริยาย อ่านแล้วนอนหลับดีว่ะ หุหุ

ชีวิตประจำวันเค้าไม่ไปไหนเลย มีกิน ดูทีวี เล่นเกมคอม เล่นเน็ต นอน หมดไปวันๆ บางครั้งรู้สึกว่าตัวเองไร้สาระมากเลย มีชีวิตอยู่แบบเค้าเรียกว่าไรนะ "ไม่มีอนาคต" ก็รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ การรอคอยโดยที่ไม่รู้อะไรเลย ช่างอึดอัดทรมานใจ

ที่จริงวันนี้มันก็เป็นวันธรรมดาๆ อีกวันหนึ่งเท่านั้นเอง แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะให้ความสำคัญกับมัน วันนี้อาจจะเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งในชีวิตเค้าหรือใครต่อใคร เพราะพวกผู้ใหญ่กำหนดให้มันเป็น บอกตามตรงเลยนะ วันนี้ตื่นเต้นมากๆ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็รู้คะแนน รู้ผลแล้วว่าอนาคตเราจะเป็นยังไง มันไม่แฝงความหวาดกลัวผลคะแนนอีกต่อไปแล้ว เหลือแต่ความอยากรู้กับความรู้สึกตื่นเต้น

แค่รู้ว่าออกวันนี้ก็ตื่นเต้นแล้ว แต่เหนือฟ้ายังมีฟ้า เข้าเว็บเด็กดีเล่นๆ กรี๊ดดดดด มันออกแล้ว ไหนบอกว่าสามทุ่มไงคะ แต่ก็ดีออกตอนนี้ก็ดีเน็ตจะได้ไม่ล่ม พอดีหล้าโทรมาบอกว่าห้องวิชาการโรงเรียนกำลังจะแตกแล้ว มีคนไปดูคะแนนเยอะมาก ถ้ามีคนถามว่าจะไปดูที่โรงเรียนไหม เค้าคงตอบว่าไม่ไปดูหรอก ไม่ชอบที่จะต้องไปเห็นคะแนนตัวเอง ไม่อยากเผชิญหน้ากับใครๆ ไม่ว่าใครก็ตาม

แต่ให้ตายสิ ทำไมจะต้องประกาศที่โรงเรียนด้วยนะ คนอื่นเขาก็รู้คะแนนหมดเค้าอ่ะดิ คะแนนของเค้าเค้าก็อยากเป็นคนแรกที่รู้ ที่สำคัญอยากดูอยากรู้คนเดียวก่อน แล้วค่อยบอกคะแนนทีหลัง

เค้ารู้...เค้ากลัวว่าถ้าคะแนนออกมาไม่ดี เค้าไม่อยากรับรู้ความรู้สึกของป๊าตอนที่รู้หากว่าดูพร้อมกัน พูดง่ายๆ คือ เราไม่อยากเห็นความรู้สึกผิดหวังของพ่อแม่ มันยิ่งกว่าคนอื่นๆ อีกร้อยคนที่ทำให้เรารู้สึกไม่ดี ป๊าน่ะ ปากก็บอกว่าไม่หวัง แต่จริงๆ แล้วก็แอบหวังไว้มาก ป๊าเป็นพ่อที่ดีนะ ไม่พยายามกดดันหนู แต่คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ต้องอยากเห็นลูกตัวเองได้คะแนนดีๆ ทั้งนั้น

บันทึกนี้เค้าเขียนก่อนที่จะดูคะแนน ไม่สนใจหรอกว่าเพื่อนคนอื่นๆ จะได้คะแนนมากมายสักแค่ไหน

หนึ่งปีที่ผ่านมากับชีวิตเด็กเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ใกล้ถึงบทสรุปเข้าไปทุกที

หนึ่งปีกับความพยายามที่แสนน้อยนิดของเรา กำลังจะผลิดอกออกผลแล้ว ไม่ว่าผลที่ได้มันดีหรือเลวอย่างไร มันก็เกิดจากการกระทำของเราทั้งนั้น เป็นสิ่งที่เราควรยอมรับ และดำเนินชีวิตต่อไป เพราะมันอาจไม่ใช่ทั้งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดในชีวิต.




 

Create Date : 05 เมษายน 2550    
Last Update : 12 สิงหาคม 2550 12:36:08 น.
Counter : 156 Pageviews.  

ช่วงเวลาแห่งความสุข

หลังจากสอบเสร็จ ได้ทำอะไรที่อยากทำมากมาย
อ่านหนังสือ เล่นเกมคอม วาดรูปการ์ตูน และอื่นๆ
ณ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขจริงๆ
ไม่ต้องคิดอะไรให้ปวดหัว
ง่วงก็นอน อยากเล่นเกมก็เล่น อยากทำอะไรก็ทำไป

คิดๆ ดูแล้ว การเป็นผู้ใหญ่มันคงน่าปวดหัวไม่น้อยเลย
กับการที่ต้องรับผิดชอบอะไรตั้งมากมาย
ชีวิตมีเรื่องคิดเยอะแยะไปหมด

ว่าแต่...ทำไมตอนเด็กนึกอยากโตเร็วๆ กันนะ
อยากทำอะไรก็ได้เหมือนที่ผู้ใหญ่เค้าทำกัน
ไม่มีใครมาห้าม ไม่มีใครดุโน่นดุนี่
เป็นผู้ใหญ่ทำอะไรก็ถูกไปหมด
มีเหตุผลมารองรับการกระทำนั้นเสียดิบดี

ตอนนี้ตัวเราเดินทางมาถึงรอยต่อของชีวิตแล้ว
ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เราได้เรียนรู้
ทำให้เราโตขึ้น มองโลกด้วยความเป็นจริงมากขึ้น
ว่าโลกของผู้ใหญ่ที่เราเคยเห็นว่าสวยงาม
มันไม่มีอยู่จริง...

โลกแห่งความเป็นจริงมีอะไรแฝงเร้นอยู่มากมาย
ที่เราจะต้องเผชิญ เพื่อก้าวเดินต่อไปในวันข้างหน้า
ซึ่งอาจจะทำให้เราท้อแท้...สิ้นหวัง...หมดกำลังใจ
แต่ฉันเชื่อว่าถ้าใจของเราเข้มแข็งแล้ว
อุปสรรคเหล่านี้ก็จะต้องพ่ายแพ้ไปในที่สุด

มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสับสนวุ่นวาย
ที่เราจะต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางที่จะไปต่อ
ข้างหน้าอาจเป็นแม่น้ำสายใหญ่
ที่เราไม่รู้ว่าระหว่างทางนั้นจะต้องเจออะไรบ้าง
นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญเลย

สำคัญที่ใจของเรา...จะกล้าข้ามฝั่งไปหรือไม่




 

Create Date : 23 มีนาคม 2550    
Last Update : 3 เมษายน 2550 10:09:31 น.
Counter : 174 Pageviews.  

9 มีนาคม 2550

เมื่อวานไปขึ้นรถที่ BKS (บขส.) ตอนบ่ายสามโมงกว่า
นั่งรถไปขุนหาญไปหาเจ้แหม่มที่ทำงานอยู่ที่นั่น
รู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อยเพราะนั่งไปคนเดียว
แถมได้นั่งรถคอกหมูไปซะด้วย
ป๊าไปส่งพอเห็นรถก็แซวว่าโชคดีจังได้นั่งรถนี้
นี่ป๊าไม่ห่วงหนูเลยเหรอคะ หนูลูกป๊านะ

การนั่งรถไปต่างอำเภอเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ เลย
ทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรตั้งมากมาย
ค่ารถเดี๋ยวนี้ตั้ง 40 บาทเชียวนะ แพงเหมือนกัน
ไปถึงขุนหาญตอนประมาณห้าโมงเย็น
ตอนไปรู้แค่ว่าโรงพยาบาลอยู่ใกล้ๆ กับธนาคารกรุงไทย
ช่างเป็นข้อมูลที่มีค่าจริงๆ เกือบลงไม่ถูก
ดีที่พี่คนเก็บค่ารถจำได้ว่าลงโรงพยาบาล
ก็เลยกดกริ่งให้ ใจดีมากๆ เลย ขอบคุณค่ะ

โรงพยาบาลที่เจ้แหม่มอยู่มีหมอฟันสองคนเอง
ฉันเคยเข้าไปครั้งหนึ่งตอนที่มากับแม่
ชอบบรรยากาศในโรงพยาบาลนี้จังดูเงียบสงบดี
ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านเหมือนโรงพยาบาลในตัวจังหวัด

ฉันยังไม่ได้บอกเลยเนอะไปขุนหาญทำไม
บอกเลยก็แล้วกัน ไปทำฟันกับพี่สาวไงคะ
ฉันมีปัญหาเกี่ยวกับช่องปากอยู่พอสมควรทีเดียว
ทั้งการนอนกัดฟัน ฟันผุ มีหินปูน ฯลฯ
เรียกว่าไปให้พี่สาวทำฟันเกือบทั้งปากเลย

ประสบการณ์ในการขูดหินปูนครั้งแรก
ทั้งเจ็บไม่เจ็บผสมกัน พี่ขูดใต้เหงือกให้ด้วย
เครื่องมือหมอฟันนี่ดูๆ ไปแล้วก็น่ากลัวเหมือนกัน
เหมือนในเรื่อง The Dentist เลย
เป็นงานที่ต้องใช้แรงงานและความอดทนมาก
ทั้งหมอฟันและคนไข้ที่ต้องอ้าปากหลายชั่วโมง

ตอนที่ขูดหินปูนน่ะไม่เท่าไหร่ สนุกดี
แต่ตอนอุดฟันนี่สิแทบจะบ้า อุดซี่ละชั่วโมง
ตอนที่เค้ากรอเอาส่วนที่ผุออกก่อนอุด
เป็นอะไรที่แสนจะทรมานจริงๆ ทั้งปวดฟัน เสียวฟัน
เครื่องมือที่ใช้แต่ละอัน ทำไมมันน่ากลัวอย่างนี้วะ
แถมปากที่อ้าค้างไว้เริ่มหุบลงๆ เรื่อยๆ
จนพี่ต้องเอามือแงะปากฉันให้อ้าเหมือนเดิม
รู้สึกว่าปากเหมือนเรนเลยตอนที่พี่อุดฟันเสร็จ

อุดฟันเสร็จพี่สั่งห้ามไม่ให้ฉันกินอะไรที่ต้องเคี้ยวมากนัก
เดี๋ยววัสดุที่ไว้จะแตก ต้องอุดใหม่ทีนี้น่ากลัวกว่าเดิม
ฉันก็พยายามไม่กินนะ แต่บางครั้งก็อดไม่ได้ ก็มันหิวนี่
สรุปว่าหลังทำฟันเสร็จฉันกินมากกว่าเดิมซะอีก
แต่ก็จะพยายามลดพวกขนมหวานไม่กินเยอะ
เนื่องจากอาจทำให้ฟันผุเพิ่มขึ้น
พี่ก็ว่าฉันอยู่ว่าถ้าอยากกินก็กินไป
แต่ต้องแปรงฟันให้สะอาด ใช้ไหมขัดฟันด้วย
ฉันเป็นคนร่องฟันลึก ทำให้ผุง่าย ถ้าไม่ดูแลดีๆ

เมื่อก่อนฉันค่อนข้างละเลยกับการแปรงฟัน
การแปรงฟันสำคัญที่สุด
ถ้าแปรงฟันดี ดูแลรักษาสุขภาพฟันและช่องปากดี
เราก็จะไม่มีปัญหาเรื่องฟันมาก
อีกทั้งการไปหาหมอฟันก็เป็นเรื่องจำเป็น
แม้เราจะมั่นใจในสุขภาพฟันของตัวเองมากแค่ไหน
ถ้าได้รับการตรวจจากหมอฟันแล้วล่ะก็ดีที่สุด

เห็นอย่างนี้แล้วอาชีพหมอฟันก็เป็นงานหนักเอาการ
ทำให้ตอนนี้ฉันรู้สึกชื่นชมพี่มากขึ้น
แม้จะต้องทำงานอยู่ในห้องที่เจอแต่ปากและฟันของคนไข้
แต่พี่ก็มีความสุขในการทำงานด้านนี้เช่นกัน
ฉันแอบหวังเล็กๆ ว่าในอนาคต
ฉันคงได้ทำงานที่ฉันรักเหมือนพี่บ้าง




 

Create Date : 12 มีนาคม 2550    
Last Update : 12 มีนาคม 2550 22:29:40 น.
Counter : 180 Pageviews.  

ช่วงเวลาที่ยากลำบาก

นี่คือช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต
สิ่งที่ไม่เคยทำ ไม่อยากทำก็ต้องทำ ต้องพยายาม
เช่น การอ่านหนังสือสอบ อ่านหนังสือเล่มหนาๆ
นั่งอ่านหนังสือเรียนได้นาน รู้สึกไม่สมาธิสั้นเหมือนเคย

เจ้มายกลับมาติวคณิตให้แต่เราก็ยังไม่รู้เรื่อง
สมองปลาทองจำได้แป๊บเดียวก็ลืม
ทำโจทย์คณิต พลิกแพลงและประยุกต์โจทย์ไม่ได้เลย
ทำโจทย์ไปร้องไห้ไป เครียดจัง
พยายามแล้วแต่ทำไมผลที่ได้มันกลับสูญเปล่า

วันนี้พี่ให้ลองทำข้อสอบเอเน็ตปีที่แล้ววิชาคณิตศาสตร์
เปิดข้อสอบดู ไม่มีข้อไหนเลยที่ทำได้
ได้แต่นั่งมองข้อสอบแล้วร้องไห้(อีกแล้ว)
ลองกามั่วดู มั่วไม่เป็นไม่เคยมั่วได้เกิน 7 ข้อซะที
ตอนเช้าเครียดมากแค่มองเห็นข้อสอบก็เวียนหัว

ก็เลยบอกเจ้เค้าไม่ไหวแล้วนะ
สงสัยคงเปิดเฉลยแล้วนั่งทำ เป็นวิธีการที่ดีที่สุด
อีก 2 วันก็สอบแล้ว พยายามเข้าล่ะ
แม้มันจะยากลำบากเหมือนเข็นครกขึ้นภูเขาก็ตาม
ไม่อยากให้ล้มไปก่อนที่จะลุกขึ้นสู้
ที่สำคัญช่วงนี้อย่าเครียดมากนักล่ะ เดี๋ยวไม่สบาย

ตอนนี้ก็เลยเปลี่ยนบรรยากาศมาทำสังคมเอนท์ ต.ค. 47
รู้เรื่องขึ้นแล้วล่ะ ทำได้ 73.75 คะแนน
เป็นคะแนนที่ดีที่สุดเท่าที่เคยทำมา
ต้องขอบคุณทั้งอาจารย์ปิงและครูป๊อบนะคะ
ไม่อยางนั้นหนูแย่แน่ๆ เลยค่ะ
ขอบคุณที่ทำให้หนูเข้าใจภาษาไทยและสังคมมากขึ้น

หนูจะพยายามต่อไป โค้งสุดท้ายแล้วนะ
อีกไม่นาน...เราก็จะรู้ว่าที่เส้นชัยมีอะไรรอเราอยู่

อาจจะเป็นสายรุ้งที่งดงามหรือม่านหมอกที่แสนอึมครึม

ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราทั้งนั้น!

ปล.อาร์เซนอลกระเด็นตกรอบเอฟเอ คัพไปเรียบร้อย
ช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้าอะไรเช่นนี้ แพ้มาสามนัดรวด




 

Create Date : 01 มีนาคม 2550    
Last Update : 6 เมษายน 2550 10:31:07 น.
Counter : 150 Pageviews.  

1  2  3  

สลิลลา No.1
Location :
ศรีสะเกษ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




กระต่ายตัวกวน
เจ้าตัวหัวเขียว
X
X
Friends' blogs
[Add สลิลลา No.1's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.