Chonravee Sinthuwapee
 
โอคิคุ วิญญาณสาวใช้ในบ่อน้ำเก่า



อาโอยามะ เทสซัน เป็นซามูไรผู้มีอำนาจมากในช่วงศตวรรษที่ 18 เขามีคฤหาสถ์ตระกูลใหญ่โตพร้อมทั้งข้าทาสรับใช้มากมาย และมีภรรยาที่ขี้หึงอยู่อีกหนึ่งคน หล่อนเป็นคนจ้าวอารมณ์และโมโหร้าย มักเคี่ยนตีบ่าวรับใช้ที่ทำงานพลาดอย่างโหดเหี้ยมทารุณ เทสซันเอือมระอากับพฤติกรรมของภรรยาผู้นี้มาก อยู่มาวันหนึ่งมีสาวใช้คนใหม่นามว่า โอคิคุ เข้ามารับใช้ตระกูล อาโอยามะ เธอเป็นคนที่น่าตาสวยมากจนสาวรับใช้คนอื่นๆ อิจฉาในความงามของนาง และ เทสซัน เองก็เกิดหลงเสน่ห์ในความงามของ โอคิคุ จนบ่อยครั้งแอบลอบมาหว่านเสน่ห์ใส่นาง แต่นางกลัวว่าจะเป็นข่าวลือหนาหูจึงผลัดตัวออกไปทุกครั้งที่เทสซันมาหา

โอคิคุ เป็นคนซื่อ เทสซันพยายามหว่านล้อมนางต่างๆ ทั้งยังบอกนางอีกว่าจะให้นางขึ้นเป็นเมียน้อย แต่นางก็ไม่รับปาก ด้วยนิสัยที่ซื่อและเจียมตัวของนาง

เรื่องนี้ได้ยินไปถึงหูของภรรยาขี้หึงของเทสซัน นางโกรธแค้นเดือดดาลที่สามีตัวเองไม่เห็นค่าของตนซ้ำยังปันใจไปให้คนรับใช้ นางพยายามจับผิดโอคิคุต่างๆ นาๆ จนหลายครั้งคิดจะทำร้ายเคี่ยนตีนาง แต่เทสซันก็เข้ามาห้ามไว้ทุกครั้ง เป็นเหตุให้ภรรยาขี้หึงผู้นี้แค้นใจเป็นอย่างมาก

อยู่มาวันหนึ่งเทสซัน ได้รับหมายจากทางการให้คุมกองทัพไปประจำอยู่ที่หัวเมือง และต้องใช้เวลาว่าราชการอยู่ที่นั้นถึง 1 ปี เขาหวาดระแวงเป็นอย่างมากเพราะกลัวว่าช่วงที่ตนไม่อยู่ภรรยาขึ้หึงของตนจะหาเรื่องทำร้ายโอคิคุ

แล้วก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ อยู่มาวันหนึ่งภรรยาขี้หึงผู้นี้ได้ทีจึงเรียกให้โอคิคุไปหาตน แล้วมอบหน้าที่ใหม่ให้ว่า ในช่วงที่สามีนางไม่อยู่นี้ให้โอคิคุมาดูแลนางใกล้ๆ แทน

ที่คฤหาสถ์ อาโอยามะ มีชุดถ้วยจานล้ำค่าอันเป็นสมบัติตกทอดมาหลายร้อยปี จานนี้มีทั้งหมด 10 ใบ และ เทสซัน เองก็หวงแหนจานชุดนี้มาก ครั้งหนึ่งเธอใช้ให้โอคิคุนำถ้วยจานชุดนี้ออกมาจากตู้เพื่อเช็ดถูทำความสะอาด พร้อมทั้งกำชับหนักหนาว่าจานนี้เป็นสมบัติอันล้ำค่าของตระกูล ห้ามทำให้เกิดรอยชำรุดเสียหายอันเด็ดขาด

โอคิคุนั่งเช็ดจานไป เสร็จใบใบหนึ่งนางก็นับว่าหนึ่ง พร้อมทั้งวางจานลงซ้อนกันอย่างทะนุถนอม นางทำแบบนี้ทุกๆ ใบแล้วก็นับเลขทุกใบ เรื่องเกิดขึ้นที่ว่าพอทำท่าว่าจะเช็ดจานใบสุดท้ายเสร็จ ภรรยาขี้หึงของเทสซันจู่ๆ ก็แกล้งผลักจนทำให้โอคิคุสะดุ้งตกใจ และแล้วจานใบสุดท้ายที่อยู่ในมือนางก็ตกลงแตก เศษจานกระจายไปทั่ว..

โอคิคุเองตกใจผวากลัวเป็นอย่างมาก นางร้องไห้อย่างน่าสงสาร ภรรยาขี้หึงผู้นี้ได้ทีจึงเอาไม้ไล่เคี่ยนตีโอคิคุจนตัวนางเป็นแผล นางร้องไห้ทุรนทุราย โอคิคุคิดจะวิ่งหนีออกไป แต่ภรรยาขี้หึงได้ให้บ่าวรับใช้ของตนดักล้อมไว้ แล้วตนจึงเข้าทำร้ายบีบคอนางจนขาดใจตาย..

ภรรยาขี้หึงตกใจเป็นอย่างมากที่ตนพลั้งลงมือกับโอคิคุจนถึงแก่ความตาย นางกระวนกระวายใจกลัวความผิด จึงสั่งให้คนใช้นำศพนางไปโยนทิ้งที่บ่อน้ำเก่าในสวนหลังบ้าน แล้วปิดเรื่องนี้เป็นความลับ..

ศพของโอคิคุถูกทิ้งไว้ที่บ่อน้ำเก่าหลังสวน เรื่องนี้เงียบหายไปพักใหญ่ ไม่มีผู้ใดในคฤหาสถ์รู้เลยว่านางหายไปไหน นอกจากภรรยาขี้หึงกับคนของนาง

จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง ในค่ำคืนอันเงียบสงบที่บ่อน้ำเก่าหลังสวน วิญญาณของโอคิคุปรากฏกายขึ้นมาจากบ่อน้ำ ในสภาพริ้วรอยแห่งความสยดสยอง ผิวขาวซีด ใบหน้าที่บ่งบอกถึงความทรามานอย่างถึงที่สุด นางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่โหยหวล พร้อมกับนับจาน 1 ใบ... 2 ใบ... ใบจนถึงใบที่ 9 จากนั้นก็มีเสียงจานแตก พร้อมๆ กับเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังกลบท้ายขึ้นมา เป็นจังหวะเดียวกับที่มีคนสวนไปพบเข้า วิญญาณโอคิคุหันหน้ามาทำตาถมึงทึงใส่ เขาตกใจจนแทบช๊อคแต่ก็คุมสติวิ่งไปบอกคนอื่นๆ ในคฤหาสถ์ ทำให้เกิดความหวาดผวาไปทั่ว

วิญญาณโอคิคุปรากฏกายหลอกหลอนภรรยาขึ้หึงของเทสซันจนอกสั่นขวัญแขวน นางมักได้ยินเสียงนับจานดังมาจากหลังสวนเข้ารูหูนางทุกคืน อีกทั้งในฝันก้มักเห็นภาพของโอคิคุในสภาพสยดสยองหลอกหลอนอยู่ตลอดเวลา ท้ายที่สุดนางก็เป็นบ้าเสียสติไป...

วิญญาณของโอคิคุเฝ้าหลอกหลอนทุกคนในคฤหาสถ์ด้วยเสียงร้องไห้นับจานของนางตลอดทุกคืนๆ จนทุกคนต่างพากันหนีหายออกไปหมด เป็นจังหวะเดียวกับที่ เทสซันกลับมาจากหัวเมือง

เทสซันแปลกใจอย่างมากที่เห็นคนในคฤหาสถ์ตนแตกตื่นกันขนาดนี้ จนได้รับรู้ความจริงทั้งหมดถึงเรื่องฆาตกรรม กับผีของโอคิคุ เทสซันสืบสาวราวเรื่องจนได้ความว่าคนที่สังหารโอคิคุอย่างโหดเหี้ยมคือภรรยาขี้หึงของตัวเอง เขาโกรธเคืองเป็นอย่างมาก แต่ด้วยเห็นว่านางเสียสติไปด้วยผลกรรมของนางเองแล้ว จึงสั่งเนรเทศนางกับคนของนางออกจากคฤหาสถ์ไป

แต่ทว่าเสียงนับจานร่ำไห้ของโอคิคุที่ดังมาจากบ่อน้ำหลังสวน ก็ยังคงเฝ้าหลอกคนผู้คนอยู่ทุกคืนๆ...






Create Date : 11 ตุลาคม 2550
Last Update : 11 ตุลาคม 2550 20:58:59 น. 2 comments
Counter : Pageviews.  
 
 
 
 
แต่เคยได้ยินว่าวิญญาณโอคิขุไปสู้สุขติแล้ว
คือขุนนางคนนั้นทนไม่ได้ที่ได้ยินเสียงโอคิขุนับจานทุกคืนจึงได้ไปปรึกษาเพื่อน เพื่อนคนนั้นก็ไปจัดการให้โดย เมื่อโอคิขุนับถึงจานใบที่เก้าแล้วก่อนที่จะร่ำไห้ถึงจานใบที่สิบ เค้าก็ได้โยนจานล่งบ่อ แล้วตะโดนว่า "นี่ไงจานใบที่สิบ" หลังจากนั้นก็ไม่มีโอคิขุอีกเลย
และผมเคยดูสารคดีว่าตำนานเรื่องนี้มีจริง เพราะเค้าไปถ่ายถึงบ่อโอคิขุเลย แต่จำชื่อเมืองไม่ได้แล้ว
 
 

โดย: ชัช (กู่ฉิน ) วันที่: 12 ตุลาคม 2550 เวลา:6:29:14 น.  

 
 
 
ชอบผีญี่ปุ่นจัง



ดูน่ากลัวแบบมีแก่นสาร

ไม่ใช่ไล่ล่าเค้าไปทั่ว
 
 

โดย: PADAPA--DOO วันที่: 17 พฤศจิกายน 2550 เวลา:12:59:58 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
oRyujinmaruo
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




...Chonrave Sinthuwape...
[Add oRyujinmaruo's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com