Welcome to My World

newravana
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




บ้างาน ชอบการ์ตูน คลั่งใคล้การเมือง และสนุกกับการแต่งนิยาย
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add newravana's blog to your web]
Links
 

 
(Shinkenger & Rider Decade Fanfiction) Look at me Part 2 (จบ)

คำเตือน    แฟนฟิค (Fanfic ) นี้เป็นฟิค Y  นะคะ   คุณผู้ชายไม่ควรอ่าน   และเนื้อเรื่อง จริงๆของ
Shinkenger กับ Decade ไม่ Y นะคะ


คำเตือนสอง  สปอยตอนจบ ของ Shinkenger เล็กน้อย   และสปอยเนื้อเรื่องการ Crossover  ของ
Rider decade และ Shinkenger ค่ะ


Paring  สึคา สะ x ทาเครุ 


Look at me   Part 2



“ จะเล่นอะไรน่ะ”


“ เปล่า  นี่เป็นการขอความเห็นใจต่างหาก” หัวเราะเบาๆ และจ้องเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย  เจ็บแผล  เจ็บปวด  ไม่มีอะไรจะแสบสันไปกว่าการถูกทอดทิ้งและมองว่าเป็นขยะไร้ค่าหรอก   เดินทางมานาน  นานจนไร้สิ้นซึ่งความจำหรือเพราะไม่ประสงค์ที่จะจดจำ  หากจะมีใครสักคนที่เข้าใจความรู้สึกนี้ล่ะก็.....  “ ท่านโทโนะ  คิดหรือเปล่าว่าฉันมาหาทำไม” ฉัน....มาปรากฏตัวที่นี่ทำไม  ทั้งที่รู้จักกันไม่นาน  และเหินห่างจนแทบลืมเลือน  แต่ว่า...กลับมาทำไม


“ ไม่ได้คิดว่ามาเพื่อให้ทำแผลให้หรอกนะ” หัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนจะพยายามสะบัดเอามือของอีกฝ่ายไปให้พ้นตัว   เขาพยายามจะลุกขึ้นยืน  แต่ก็ถูกรั้งเอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้างของอีกฝ่าย  “ ปล่อยฉัน  สึคาสะ ”


“ นั่นเป็นคำสั่ง  หรือว่าคำขอร้องล่ะ” คำสั่งเหมือนอย่างที่สั่งพวกข้ารับใช้คนอื่นๆ  คำขอร้องเหมือนอย่างที่สามัญชนผู้หนึ่งพึงมี


“ ฉันไม่สนุกกับเรื่องล้อเล่นของนายหรอกนะ  ฉันจะเรียกปู่กับพวกคุโรโกะ” อ้างเช่นนั้นแต่กลับได้รับตอบกลับมาเป็นเสียงหัวเราะในลำคอพร้อมกับรอยยิ้มสุนัขจิ้งจอกอีกครั้ง


“ ถ้าอยากให้ใครมาเห็นเราสองคนยามนี้ล่ะก็  จะตะโกนก็ได้นะ” ทันใดนั้นสึคาสะกลับกระชากข้อมือของทาเครุอย่างแรง  ด้วยความที่ไม่ทันตั้งตัว  กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีทาเครุกลับพบว่าตนเองนั้นถูกยื้อเข้ามาในอ้อมแขนของอีกฝ่าย  สึคาสะกำลังกอดเขา  กอดไว้ในอ้อมแขนอย่างหนักแน่น   สองมือที่ประคองศีรษะ  สองแขนที่โอบรอบกอดรัด  หากแต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่ากลับเป็นตัวเองที่ไม่อาจจะผละหนีไปได้ 


“ สึคาสะ........”


“ ......................” ไม่เอ่ยเอื้อนอันใดอีกแต่กลับใช้ปลายนิ้วเชยชิดปลายคางมนของนายท่านแห่งตระกูลชิบะขึ้น    สบสายตาเพียงชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะบรรจงก้มลงฝากจุมพิตลงบนกลีบปากบาง  แค่เพียงสัมผัส  เพียงลมหายใจที่รินระรดระหว่างกัน  สามัญเรียบง่าย   แต่ลึกซึ้งในทุกช่วงอารมณ์  “ นี่เป็น.....จูบแรกรึเปล่า”


“.............................” ไม่มีคำตอบ หากแต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งงัน เบิกกว้างและคลับคล้ายจะมึนงงไปกับเหตุการณ์เมื่อเสี้ยววินาทีที่ว่า


“ แสดงว่าใช่สินะ” ยิ้มหยันอย่างพึงพอใจก่อนจะเกลี่ยปลายนิ้วลงที่ข้างแก้มของอีกฝ่าย “  ถึงจะไม่ใช่จอมโจรงี่เง่าอย่างเจ้าไดกิ   แต่ฉันก็ขโมยของสำคัญของโลกนี้มาแล้วนะนี่ ” หัวเราะเบาๆอย่างครื้นเครง  หากแต่ทันใดนั้นที่ทาเครุกลับมุ่นคิ้วและผลักเอาสึคาสะออกไปเต็มแรง ชายหนุ่มไม่พูดจาแต่กลับเพียรจะหยัดกายลุกถอยหนี  “ ท่านโทโนะ!”


“ หากนายมาที่นี่เพราะจะเล่นอะไรพรรค์นี้  ฉันไม่สนุกด้วยหรอกนะ!” สะบัดมือทิ้ง และลุกหนีอย่างไม่สบอารมณ์  แต่ทันควันที่สึคาสะผุดลุกขึ้นและพยายามจะรั้งทาเครุไว้อีกครั้ง


“ท่านโทโนะ!” 


“ ฉันไม่รู้ว่านายไปเจออะไรมา!  และไม่รู้ด้วยว่านายกับผู้หญิงที่ชื่อนัตสึมิมีปัญหาอะไรกัน!  แต่ฉัน....ไม่มีธุระที่จะต้องพูดกับนาย!” เหยียดสายตามอง และแม้จะต่างจ้องกันไม่คลาดสายตา  หากแต่ยามนี้ที่มีเพียงอารมณ์ขุ่นมัวและความไม่พอใจอยู่สุมทรวง


“ แต่ฉันมี”


“ !”


“ ฉันไม่ได้กลับมาที่นี่  กลับมาที่โลกที่ไม่มีไรเดอร์อยู่นี่  เพียงเพราะจะมาปล้นจูบของท่านโทโนะหรอกนะ” เผยรอยยิ้มปรากฏชัดด้วยความจริงใจ  นั่นไม่ใช่การจูบที่สิ้นคิดหรือจุมพิตที่เต็มไปด้วยความลุ่มหลง   แต่เพราะเขาต้องการเช่นนั้น  ต้องการและปรารถนาอย่างที่ใครคนหนึ่งพึงมี  หลังจากหลับฝันหลายต่อหลายตื่น  ฝืนลืมหลายต่อหลายหน   แต่เขารู้   รู้ว่าต้องกลับมาที่นี่   มายืนอยู่ต่อหน้าคนๆนี้


“.......................” คำพูดคำจาตรงไปตรงมาของสึคาสะทำเอาผู้ฟังหน้าขึ้นสี หากว่าแสงไฟจากตะเกียงแรงพอล่ะก็  สึคาสะคงจะได้เห็นว่านายท่านของเขามีใบหน้าขึ้นสีชาดเป็นแน่แท้  “ ไร้ยางอายจริงๆ” ถอนหายใจพลางส่ายศีรษะเชิงปฏิเสธ


“ ใช่สิ  หน้าด้าน  ไร้ยางอาย   และไร้มารยาทสุดๆอีกด้วย” บอกแบบนั้นก่อนจะก้าวเข้ามาหา ในขณะที่ครั้งนี้ทาเครุก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังของเขาประชิดติดกับฝาผนังบ้าน  ลำแขนของสึคาสะกลับค้ำยันกับผนังขัดขวางไม่ให้ทาเครุหนีหน้าหรือเดินจากไปได้อีก  “ ครั้งก่อน  ฉันเป็นฝ่ายมองนายเดินจากไป   ฉันมีหน้าที่  นายก็มีหน้าที่  ครั้งนี้ฉันหวังว่าจะกลับมา   เพื่อที่จะ...”


“ เพื่ออะไร”


“ เพื่อดูนายอีกครั้ง”


“?”


“ ฉันอยากมองนายให้เต็มตาอีกครั้ง  ให้แน่ใจว่านายยัง......ไม่ได้เป็นของใคร” ยังไม่ได้เป็นของใคร  ยังไม่มีเจ้าของ  ยังไม่มีแม้เพียงหัวใจที่หยิบยื่นให้ใคร


“พูดบ้าอะไรน่ะ....” มุ่นคิ้วแทบชนกัน   รู้สึกได้ว่าแต่ละคำพูดจาของสึคาสะนั้นแทบรับฟังไม่ได้  ตั้งแต่เกิดมา  นี่เป็นครั้งแรกที่ทาเครุรู้สึกว่าตนเองกำลังเสียเปรียบชนิดที่ไม่อาจทำความเข้าใจสถานการณ์ได้เลยทีเดียว  เชื่อสิว่าถ้าปู่อยู่แถวนี้จะต้องร้องโวยวายเอาอะไรฟาดหัวสึคาสะอย่างแน่นอน  แค่คำพูดก็ฟังไม่ได้แล้ว  ทั้งกริยามารยาทท่าทียิ่งติดลบชนิดไม่อาจเอ่ยบรรยาย


“ ก็ท่านโทโนะเป็นที่รักใคร่ออกปานนั้นนี่นา” ว่าพลางยื่นใบหน้าเข้าหาในระยะประชิดก่อนจะเป่าลมรดใส่ข้างใบหูขวาของทาเครุ  พฤติกรรมเช่นนั้นทำเอาเจ้าบ้านตระกูลชิบะถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปในทันที


“ สึคาสะ!” อยากจะร้องโวยวายออกมามากกว่านั้น  แต่ก็รู้สึกอายอย่างบอกไม่ถูก  ถ้าพวกคุโรโกะมาเห็นเขาในสภาพนี้ล่ะก็เรื่องคงไปถึงหูฮิเมะกับพวกริวโนสึเกะอย่างรวดเร็ว  จากนั้น.......


“ ไม่เอาน่า  อย่าทำหน้าเหมือนจะวิ่งหนีแบบนั้นสิ  ฉันอาจจะเป็นโจรปล้นจูบ  แต่ก็ไม่ใช่โจรล่าสวาทสักหน่อยนี่นา” หัวเราะร่าและยิ้มพรายในขณะที่อีกฝ่ายนั้นหน้าขึ้นสีชัดเจน  ทั้งโกรธ  ทั้งอาย  ทั้งทำอะไรไม่ถูก


“ กลับไปซะ! กลับไปเดี๋ยวนี้เลย!”  ทาเครุชี้ไปที่สวน  ทั้งภาษาพูดและภาษาท่าทางสื่อถึงการไล่อย่างแจ้งชัด  แต่มันคงไม่กระจ่างพอที่จะทำให้นักเดินทางต่างมิติรายนี้ยอมเลิกรา  สึคาสะนั่งลงข้างๆทาเครุที่ทรุดลงไปก่อนแล้ว   ครานี้ที่เขาเอื้อมมือลูบข้างแก้มของอีกฝ่าย  ในขณะที่อีกมือนั้นลูบเส้นผมสีดำเงานั้นอย่างเบามือ  จะไม่ให้หลงใหลได้ยังไงกัน แค่เพียงรูปกายก็ไร้ที่ติถึงเพียงนี้  แต่ที่ยิ่งกว่าสิ่งใดก็คือคำพูดในครั้งนั้นที่ส่งผลให้เขายืนหยัดและทนต่อสู้มาได้  ตามหา  ตามหาโลกของตนเอง  ที่อยู่ของตนเอง  แม้สุดท้ายอาจจะพบว่ามันว่างเปล่า  แต่ในผลลัพธ์ท้ายที่สุดของท้ายที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะกลับมาที่นี่  กลับมาเพราะคำพูดนั้น  น้ำเสียงนั้น  แววตานั้น  ทาเครุไม่มีวันรู้หรอกว่าเขาดีใจแค่ไหนที่การกลับมาเจอกันครั้งนี้เขาไม่ได้ถูกไล่ให้ไป  ซ้ำยังได้รับการเชื้อเชิญและดูแลบาดแผลให้กับมือ 


“ ฉันน่ะอยากสัมผัสนายนะ”


“ สัมผัส.....” แน่นอนว่าพอได้ฟังดังนั้นทาเครุก็ถึงขนาดนึกอยากจะชกหน้าสึคาสะแล้ววิ่งหนีไปในทันที  ไม่เข้าใจเลยว่าพูดจาน่าอายไร้มารยาทขนาดนั้นออกมาได้ยังไง   แต่ทั้งที่คิดเช่นนั้นแท้ๆแต่ก็กลับถูกสะกดไว้ตรงนั้นด้วยรอยยิ้มน้อยๆที่แฝงความรู้สึกเงียบเหงาไว้   สึคาสะยิ้มอย่างนี้  ยิ้มแบบนี้ตั้งแต่หนึ่งปีก่อนที่พบกัน  เป็นรอยยิ้มที่ราวกับกำลังมองภาพของตนเองในวันเก่าสะท้อนออกมา ชิบะ  ทาเครุอาจจะได้รับการปลดปล่อยแล้ว  แต่ทำไมคาโดยะ  สึคาสะ  ถึงยังต้องฝืนยิ้มแบบนี้อยู่อีกเล่า “ นาย......”


“ ถ้าเป็นไปได้  ก็อยากทำให้ท่านโทโนะยอมรับในตัวฉัน  และเห็นว่าฉันแตกต่างจากบรรดาคนรับใช้ของนาย”


“ ทุกคนแตกต่างกันอยู่แล้ว” ไม่ว่าจะเป็นริวโนสึเกะ  จิอากิ  มาโกะ โคโตฮะ  เก็นตะ  ไม่ว่าใคร  ทุกคนก็ต่างกันอยู่แล้ว


“ ไม่หรอก  นายเห็นว่าทุกคนเหมือนกันต่างหาก” ลูบเส้นผมสีดำอย่างเบามือพร้อมกับก้มลงจุมพิตเบาๆที่ปลายผม  ผมของทาเครุส่งกลิ่นหอม  ไม่ใช่เพราะยาสระผมหรือเพราะเครื่องประทินพวกนั้น   แต่หอมกลิ่นสมุนไพร  เหมือนกับดอกไม้ป่าหรือพรรณไม้ในป่าดงดิบหลังฝนพรำ  แม้แต่ยามที่ก้มลงจูบเมื่อครู่ก็กลับรู้สึกถึงรสของสมุนไพรโบราณ  เป็นดอกไม้จริงๆ  ดอกไม้สีแดงเพลิงในป่าต้องห้ามที่ไม่มีวันอวดโฉมให้ผู้ใดได้พบยกเว้นเสียแต่นักท่องเที่ยวผู้เพียรเสาะแสวงหา 


“ อะไรที่ทำให้นายพันธนาการตัวเองไว้งั้นหรือ”


“!” กลับกันที่ครั้งนี้สึคาสะเป็นฝ่ายที่ต้องนิ่งไปอึดใจ  “ พันธนาการงั้นรึ.....”


“ นายอยากให้คนยอมรับนาย  แต่กลับเป็นนายที่แยกตัวเองออกจากคนอื่น   เป็นนายที่ผูกมัดตัวเองไว้กับอดีต  ” เหมือนกันกับเขา  เหมือนกันกับเขาในอดีตที่ได้ปิดขังตนเอง  ไม่ยอมแม้เปิดใจยอมรับใครเข้ามา   จวบจนทุกสิ่งเปิดเผยแตกพังและตัวตนของตนเองเกือบจะแตกสลาย  หากแต่เพราะผู้คนเหล่านั้น  ผู้คนเหล่านั้นที่โอบอุ้มเขาไว้และให้ชีวิตใหม่เขาอีกครั้ง 


“ แล้วท่านโทโนะ  หาคนที่ยอมรับได้แล้วงั้นหรือ” ช่วงที่ห่างไกล  เวลาที่แตกต่าง  เปลี่ยนข้อเท็จจริงทุกสิ่ง  ตรงหน้าของเขานี่ทาเครุกำลังค่อยพยักหน้ารับ  ดวงตาสีนิลงามคู่นั้นมองตรงมาอย่างเด็ดเดี่ยว  งามงดอย่างไร้ข้อกังขา


“ ฉันต่างหากที่ถูกหาจนพบ”  ถูกพวกเขาหาจนพบ  ถูกช่วยเหลือ  ถูกฉุดรั้งขึ้นมา  และ....ได้รับการอภัย  “ นายเองก็ย่อมต้องมีคนที่ยอมรับในตัวนาย   ตัวนาย   คาโดยะ  สึคาสะ.....  แบบที่นายเป็น”  เพราะตัวเรานั้นเป็นเพียงคนๆเดียวในโลก  แม้จะสิ้นไร้ไม้ตอกหรืออับจนหนทาง  ในเวลานั้น  แบบนั้น  ก็ยังมีเรื่องดีๆอยู่ไม่ใช่หรือไง  หากว่าเราได้พบคนที่ยอมรับเรา  เข้าใจเรา  คนที่เป็นของเราโดยไม่พึงสนใจว่าเปลือกที่ฉาบทับลงบนตัวเรานั้นเป็นอย่างไร “ นายมาที่นี่  เพราะนายต้องการหนี....เท่านั้นไม่ใช่หรือไง”


“ หนีงั้นรึ? ”


“ ในโลกที่นายอยู่ในตอนนี้   เพื่อนของนายไม่ได้อยู่ข้างกายนายในตอนนี้หรือยังไงล่ะ”


“...................................”  คำพูดนั้น....ช่างบาดหู
 
 มีเพียงความเงียบงันสำหรับพวกเขาทั้งคู่   ไร้คำพูดให้ต้องจำนรรจาเอื้อนเอ่ย  ยามนั้นที่สึคาสะได้มองทาเครุอีกครั้ง  ชายหนุ่มผู้เป็นผู้นำตระกูลชิบะตีสีหน้าเรียบเฉย  แต่กลับมีดวงตาที่งดงามสะท้อนแสงตะเกียงยามค่ำคืน   สึคาสะรู้ดี  นี่ไม่ใช่ความเย็นชาหรือเพิกเฉยไร้อารมณ์   แต่เป็นเพราะชิบะ  ทาเครุเป็นคนแบบนี้  คนในรูปแบบที่แตกต่างจากเขา  คนตรงหน้าเขาคนนี้ก็แค่ตีสีหน้านิ่งเก่งไม่ใช่หรือไง  ต่างจากตัวเขาที่ตีสีหน้าระรื่นเสมอ  รักก็รัก  โกรธก็โกรธ  ตรงไปตรงมา   แต่ท่านโทโนะ....ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ดูเหมือนจะเป็นพวกที่ชอบเก็บทุกอย่างไว้กับตัวเพียงลำพัง   ไม่อยากเห็นใครเจ็บปวด  จนต้องเป็นฝ่ายที่แตกสลายไปเสียเอง


“ ทำยังไงดีล่ะ” สึคาสะเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นก่อน


“อะไร?” เอ่ยถามเพราะไม่อาจเข้าใจฝ่ายตรงข้ามได้   ทว่าตอนนั้นเองที่สึคาสะกระชากบานประตูเลื่อนที่ด้านหลังออกก่อนจะหันมายิ้มให้กับทาเครุอีกครั้ง


“ ชักไม่รู้สึกอยากทนอีกแล้วล่ะ”


“!” วินาทีนั้นที่สึคาสะกระชากแขนของทาเครุขึ้นอย่างแรงก่อนจะผลักอีกฝ่ายที่ไม่ทันจะได้ตั้งตัวเข้าไปในห้อง และเลื่อนประตูปิดตามหลังอย่างไม่รอช้า  “ สึคาสะ!”


“ นั่นกลัวจริงๆหรือเปล่าน่ะ” หัวเราะในลำคอและเผยอยิ้มเมื่อเห็นฝ่ายตรงข้ามแทบจะถอยกรูดไปอยู่มุมห้อง  ไม่แสดงสีหน้าตกใจอะไรมากมาย  แต่คิ้วได้รูปนั้นแทบขมวดมุ่น และ ดวงตาก็แฝงแววอาฆาตแจ้งชัดไม่ปิดบัง


“ นี่นายคิดว่ามาทำอะไรในบ้านคนอื่นกัน”


“ ท่านโทโนะเคยมองใครบ้างรึเปล่า”


“ มอง?”


“ ไม่ใช่การมองหัวจรดเท้าหรือการมองจากที่สูง  หรือการมองด้วยความสำนึกผิด  ฉันหมายถึง.....มองแบบที่ฉันกำลังมองนายอยู่ในเวลานี้” มองด้วยความรู้สึกพึงพอใจ  มองด้วยความมุ่งมาดปรารถนา  มองด้วยความรู้สึกมากมายที่แทบล้นปรี่ท่วมท้น  “ ที่นายถามฉันเมื่อกี้ทำให้ฉันรู้สึกดีมาก  แม้จะไม่ได้ปลอดโปร่งใจเสียทั้งหมด  แต่ฉัน....ก็ขอบใจจริงๆ”


“ สึคาสะ.....”


“ แต่ว่านะ....” ลงกลอนประตูจากด้านใน  ในห้องรับแขกที่ว่างเปล่ามีเพียงพวกเขาสองคนและแสงสลัวจากตะเกียงภายนอกที่ลอดเข้ามา   ชายหนุ่มต่างโลกค่อยย่างเดินเข้าหาอีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะยังนึกไม่ออกว่าตนเองควรจะหาทางออกไปจากสถานการณ์นี้ยังไงดี  “ จะต่อยฉันก็ได้นะ   แต่ฉันก็จะไม่รามือไปจากนายหรอก”


“ นายบ้าไปแล้วรึไง.....” จ้องอีกฝ่ายและเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องเบือนหน้าหนีจากรอยยิ้มนั่น  ทาเครุไม่เข้าใจตนเอง  เขาไม่เข้าใจว่าตนเองรีรออะไรอยู่  อย่างที่สึคาสะพูดนั่นล่ะจะชกหมอนี่หรือใช้ชินเคนมารุแทงสักแผลสองแผลก็ได้  หรืออย่างน่าอายสักหน่อยก็ร้องเรียกให้ใครช่วย  ซึ่งไม่ว่าทางเลือกไหนก็คงไม่เลวร้ายเกินไปกว่านี้  แต่นี่......... ทำไมถึงต้องยอมเป็นฝ่ายเสียเปรียบแบบนี้ด้วยล่ะ


“ จะว่าอย่างนั้นก็ได้  ฉันไม่อยากกลับมาอีกครั้งเพื่อที่จะพบว่าโลกที่ฉันได้รับการเชื้อเชิญให้มีชีวิตอยู่นี่  คนที่เชื้อเชิญฉัน....กลับกลายเป็นของคนอื่นไปแล้ว” เอื้อมจับมือของอีกฝ่าย  และค่อยพิศจูบลงที่ข้อมือซ้ายด้านในก่อนจะค่อยใช้ฟันขบที่ปลายนิ้วมือของอีกฝ่ายเล็กน้อย เชื่องช้า  ละมุนละไม   หากเพียงเท่านั้นก็เกินพอที่จะทำให้ทาเครุยิ่งเบือนหน้าหนี  ใบหน้าแดงชาดและรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิของผิวหนังที่เพิ่มมากขึ้น “ ท่านโทโนะ......แต่งงานกับฉันเถอะนะ”


“เดี๋ยว!!!!!” ถึงตอนนี้ที่แม้จะพยายามสงบสติอารมณ์แค่ไหนก็ทนไม่ได้อีกแล้ว  ทาเครุแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความตกใจจนหน้าซีดตัวสั่น  ย้ำกับตัวเองว่าหูแว่วหรือบ้าไปรึเปล่า  นี่มันอะไรกัน  เมื้อกี้สึคาสะพูดว่าอะไร  แต่งงาน  แต่ง....ใคร  ใครแต่งกับใครนะ  “ นาย....พูดว่าอะไรนะ......”


“ ฉันรู้ว่าตามธรรมเนียมของนายเรื่องอย่างนั้นจะไม่มีก่อนแต่งงานใช่มั้ย   แต่ตอนนี้ฉันบอกแล้วว่าฉันจะไม่ให้นายเป็นของคนอื่น  ฉันอยากกอดนาย  ดังนั้นเพื่อไม่ให้คุณปู่คนนั้นกับพวกลูกน้องของท่านโทโนะกลับมาเทศนาฉันจนหูชา.........แต่งงานกับฉันเถอะ” พูดหน้าตาเฉยพร้อมรอยยิ้ม  มันเป็นตรรกะง่ายๆในความคิดของสึคาสะ  เขาคงจะลงมือทำเรื่องอะไรๆกับใครก็ตามได้ง่ายๆหากว่านี่คือโลกอื่น  และคนที่เขาหลงใหลไม่ใช่หัวหน้าตระกูลซามูไรเก่าแก่เคร่งธรรมเนียมโบราณ  ทว่าในเวลานี้  มันคงไม่ง่ายที่จะร้องขออะไรแบบนี้  และเพราะว่าคนๆนี้คือท่านโทโนะ  คือชิบะ  ทาเครุ  ต่อให้ต้องทิ้งอิสระของตนเองไปทั้งชีวิตก็ควรจะต้องเอ่ยขอในสิ่งที่สมควร  “ ไม่เชื่อว่าฉันพูดความจริงหรือไง”


“ ในโลกของนาย  ผู้ชายแต่งงานกันเป็นเรื่องปกติหรือไง” ทาเครุถาม  พยายามที่จะเข้าใจตรรกะของสึคาสะทั้งที่ไม่ว่ายังไงก็ทำใจให้เข้าใจไม่ได้ง่ายๆ


“ เปล่า  ผิดปกติน่ะ  แต่ก็พอยอมรับได้ล่ะนะ   ปัญหาตอนนี้คือนายกับฉันต่างหาก   นายท่านผู้สูงส่งจะกรุณาแต่งงานกับผู้ชายไร้หัวนอนปลายเท้าต่างโลกคนนี้ได้มั้ยล่ะ” จูบที่ต้นคอของอีกฝ่าย และเลื่อนไปขบที่ติ่งหูเบาๆ  ได้กลิ่นสมุนไพร  ได้กลิ่นหอมหวานที่กรุ่นอยู่ภายใน  ทาเครุกำลังอาย  ท่านโทโนะผู้เย็นชาคนนั้นกำลังตึงเครียด  และเหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ตัวเขา.....คือต้นเหตุ


“ นายมีอะไร  ที่ทำให้ฉันต้องตอบรับล่ะ  คาโดยะ  สึคาสะ” ทาเครุเป็นฝ่ายเอ่ยถามบ้าง  ชักนึกเหนื่อยหน่ายกับวาจาไม่เกรงกลัวของอีกฝ่าย  แม้จะงงงวย  แต่ก็ใช่ว่าจะโกรธเคืองเสียทั้งหมด  ตรงกันข้าม.....กลับรู้สึกลึกๆว่ามันน่าขันมากกว่า


“ ตัวฉันไงล่ะ  ให้ทั้งตัวเลยนะ” ยิ้มกริ่มในขณะที่ทาเครุถึงกับอึ้งไปในทันที  


“ ช่างหน้าด้านจริงๆสิ” พูดจารุนแรงเช่นนั้น แต่กลับเผยอรอยยิ้มเล็กน้อย   สึคาสะเอื้อมไปจับมือของทาเครุ  พลางเขยิบเข้าใกล้  ก้มลงจูบประทับลงบนริมฝีปากนุ่มสีสวยที่ราวกับกำลังเชื้อเชิญการจูบของเขาอยู่   ในวินาทีแรกทาเครุนั้นราวกับพยายามที่จะผละหนี  หากแต่เพราะถูกยื้อไว้ในวงแขนและอ้อมกอดที่รัดรึงเข้ามา  ชายหนุ่มผู้นำตระกูลชิบะจึงไม่อาจจะหันหน้าเบือนหนีไปได้  พวกเขาจุมพิตกัน  รสจูบที่หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้ง  ทั้งที่คิดว่าหวานแต่มันก็ร้อน  ร้อนรุ่มราวกับเพลิงเผา  อาจเป็นอุปทาน  อุปทานที่ราวกับกำลังสัมผัสแนบชิดกันอยู่กลางกองเพลิง   สึคาสะนั้นยิ่งรู้แน่แก่ใจ  ราวกับกำลังโอบกอดเปลวเพลิงกาฬไว้ในอ้อมแขน  ทั้งที่ร้อนและดูราวกับจะถูกแผดเผาให้ม้วยมลาย  แต่มันก็ทรงเสน่หายากเกินห้ามใจ  ไม่อาจถอนจุมพิต  ไม่อาจผละถอยหลัง  รังแต่จะเขยื้อนเข้าหาและไล้ปลายนิ้วมือไปทั่วเส้นผม  รู้สึกเมามายจนร่างของพวกเขาทั้งคู่ล้มลงบนพื้นเสื่อ   ดวงตาผสานดวงตา  และหัวใจก็พลันเต้นระทึกไหว


“ ให้ฉันกอดเถอะนะ  ท่านโทโนะ” จูบที่ซอกคอและและไล้เข้ามาที่ไหล่มน ปลายนิ้วค่อยๆแนบไล้เข้าไปในสาบเสื้อของกิโมโน 


 


ตัดจบค่ะ


หลังจากนี้เป็นฉากเรต NC17  ค่ะ กรุณาขอหลังไมค์นะคะ


ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ






Free TextEditor


Create Date : 09 เมษายน 2553
Last Update : 9 เมษายน 2553 20:35:52 น. 1 comments
Counter : 352 Pageviews.

 


โดย: จีนี่ในกระจกแก้ว วันที่: 9 เมษายน 2553 เวลา:22:49:43 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.