คิดเขียนวันละนิด เพื่อจิตที่แจ่มใส อ่านเขียนเพียรไป หวังใจได้รื่นรมย์
Group Blog
 
All Blogs
 

นิราศเวียงพิงค์ ตอนที่ ๕ (กำลังไคลแม็กส์จ้า...)




....กว่าถึงปายก็ตั้งกว่าเจ็ดร้อยโค้ง....................................ถึงที่หมายใจก็โล่งได้เติมฝัน

บนถนนมีรถราสวนทางกัน...............................................สู่สวรรค์เมืองปายอันสวยงาม

ทั้งจักรยานรถชอปเปอร์วิ่งเป็นสาย....................................ทั้งรถยนต์ก็หลากหลายมากล้นหลาม

เขาคดเคี้ยวไกลแค่ไหนก็ติดตาม.......................................ต่างมาชมความงามแห่งเมืองปาย



...วันไปถึงเวลาเริ่มโพล้เพล้..............................................โชเฟอร์รีบหักรถเหมีจุดขาย

จะพาไปชมอาทิตย์เลื่อนลับกาย.......................................มีผู้คนมากมายเฝ้ายลยิน

จึงเลี้ยวขึ้นบนยอดเขาวัดน้ำเย็น.......................................ให้ได้เป็นบุญตามาเยือนถิ่น

มีฝรั่งมังค่าทั้งไทยจีน.......................................................ชมตะวันตกดินวัดน้ำเย็น

....บนเขาสูงดูอาทิตย์ลาเคลื่อนคล้อย...............................ค่อยเลื่อนลอยหายวับลับตาเห็น

เสียก็แต่เมฆมาบดบังซ่อนเร้น..........................................อาทิตย์ลับเลยไม่เด่นไม่เป็นไร

....อาทิตย์ลับขอบฟ้าหาที่พัก ...........................................ไม่ยากนักเพราะโทรจองแสนผ่องใส

ได้ที่พักสะอาดเงียบแสนสุขใจ..........................................แล้วเร่งรีบออกไปกินข้าวกัน



....เควันถามอาหารชอบทานแบบไหน..............................มีมากมายไทยจีนได้ทั้งนั้น

หรือชอบแบบเพื่อชีวิตก็ยิ่งมัน..........................................เมืองปายนั้นมีสีสันแสนมากมาย

ทุกคนเลือกอาหารไทยที่อร่อย.........................................แต่ต้องคอยนานหน่อยนะสหาย

เบญจรงค์คือชื่อร้านคู่เมืองปาย.......................................ใครเยื้องกรายเข้ามาชิมต้องติดใจ

สำหรับคนที่ใจร้อนต้องขอบอก.........................................อย่าตะคอกเร่งแม่ครัวให้หวั่นไหว

ท่านอาจถูกเชิญออกจากร้านไป.......................................ป้ายเขียนไว้จะอร่อยต้องคอยนาน

เพราะอาหารแต่ละอย่างทำตามสูตร................................เชิญพิสูจน์ความอร่อยทั้งคาวหวาน

ตั้งใจปรุงให้ลูกค้าที่มาทาน..............................................คนเล่าขานเบญจรงค์คงคู่ปาย



อาหารเย็นทานเสร็จก็เตร็ดเตร่.........................................ไปเดินเร่บนถนนคนมากหลาย

เป็นถนนคนเดินของเมืองปาย..........................................มีสินค้ามาวางขายดาษดื่นตา

ทั้งแผงขายสินค้าขายอาหาร............................................ทั้งดนตรีขับขานสุขหรรษา

ยืนร้องเพลงบนถนนไม่ระอา.............................................เสริมชีวาให้ถนนคนเมืองปาย

คือเหล่านักดนตรีเล่นเปิดหมวก........................................ถือเป็นพวกรักสนุกคือความหมาย

เงินจะให้หรือไม่ให้ไม่ดูดาย..............................................ทำยักย้ายบรรเลงเพลงตามอารมณ์

เห็นตำรวจจราจรก็เอาบ้าง...............................................ดีดกีร์ต้าท่าทางแสนสุขสม

แต่งตำรวจดีดกีร์ต้าน่าชื่นชม ...........................................ปล่อยอารมณ์เต็มที่ไม่มีอาย

ฉันถามพลันตำรวจจริงหรือปลอมมา.................................ท่านตอบว่าถ้าปลอมก็เสียหลาย

ตำรวจจริงคงไม่ปล่อยให้ลอยชาย.....................................ทั้งเจ้านายก็ใจดีมีเมตตา

ชาวบ้านบอกสีสันปายนายไม่ห่วง....................................ถือเป็นช่วงออกเวรให้หรรษา

ถ้ามีเหตุการณ์ร้ายใดใดมา..............................................ทิ้งกีร์ต้าคว้าปืนดับทุกข์ภัย

ดูแลความปลอดภัยให้คนเดิน..........................................แสนเพลินเพลินเป็นเสน่ห์อันยิ่งใหญ่

นักท่องเที่ยวรี่ถ่ายรูปเก็บภาพไว้......................................ทั้งชาวไทยชาวเทศแสนสุขจริง



...ยิ่งเดินไปหัวใจยิ่งลอยล่อง............................................บรรยากาศล้วนน่ามองเมื่อสุงสิง

มองสินค้ามองผู้คนเดินแอบอิง.........................................ตื่นตายิ่งเสน่หาแห่งเมืองปาย

แล้วฉับพลันหัวใจฉันแทบหยุดเต้น....................................แม่เนื้อเย็นสองสาวงามเฉิดฉาย

นั่งขายของข้างถนนร้องทักทาย.........................................เชิญพี่ชายดูสินค้าก่อนเป็นไร

บ๊ะ..เรียกพี่ใจเราเลยคึกคัก...............................................เข้าไปทักให้ดวงจิตพิศสงสัย

แกล้งไปถามแท้อยากมองจ้องทรามวัย .............................คนอะไรสวยบาดใจพี่นักเชียว



ยิ่งเข้าใกล้หัวใจยิ่งเพ้อพก.................................................ในหัวอกปั่นป่วนชวนซ่านเสียว

มัวแต่จ้องมองน้องเป็นตาเดียว..........................................เธอหน่วงเหนี่ยวให้ซื้อของไม่ต่อเลย

นั่งซื้อของเหมือนต้องมนต์นะจังงัง......................................บอกว่าพี่ซื้อไม่ยั้งแม่คุณเอ๋ย

มีเท่าไหร่พี่คนนี้เหมาหมดเลย............................................แม่คุณเอ๋ย..คืนนั้นพี่แทบหมดตัว...

ของที่ซื้อเป็นเครื่องเล่นไฟกระพริบ......................................เวลาใช้ให้กางคีบหนีบที่หัว

มีหลากสีวิบวับคล้ายเขาวัว................................................โดนเพื่อนยั่วเพราะคนขายสวยนะซี

โถ..ตั้งใจซื้อไปฝากลูกหลานฉัน..........................................ให้เล่นกันวันปีใหม่คงสุขี

เรื่องอย่างอื่นไม่ได้คิดหรอกคนดี.........................................แต่เพื่อนซี้แต่ละคนไม่สนใจ

ยังกล่าวหาว่าฉันแพ้ความสวย...........................................อ่อนระทวยแข็งขืนฝืนไม่ไหว

ดูซิดูเพื่อนเรารู้ถึงห้วงใจ.....................................................ปฏิเสธออกไปไม่มีดี



เรารู้ตัวว่าแก่งั่กแล้วเพื่อนเอ๋ย ..............................................แค่ชิดเชยบางเวลาพาสุขี

น้องขายของได้นั่งมองชื่นชีวี................................................เพียงแค่นี้ก็สุขล้นท้นดวงใจ

แค่ได้หยอกแค่ได้เย้าเบียดออเซาะ......................................ได้ฉอเลาะเกาะแกะก็หวามไหว

อกแก่แก่ใจเหี่ยวเหี่ยวพลอยสุขใจ.......................................ก็ชื่นมื่นดวงฤทัยยามนิทรา

ได้นั่งจ้องมองสาวเร้าดวงจิต...............................................ได้เพ่งพิศสาวงามเคยใฝ่หา

ได้ฟังคำออดอ้อนพร้อมสบตา............................................สุขอุราโก๋แก่แล้วแม่คุณ



...เธอเป็นสาวรุ่นราวคราวลูกหลาน....................................ไม่ฟุ้งซ่านจีบเธอให้เคืองขุ่น

ไม่มีจิตคิดผูกใจหรอกแม่คุณ ............................................แค่มีบุญได้เจรจาพาชื่นทรวง

เพียงอยากได้ยาอายุวัฒนะ...............................................มาชำระจิตใจไร้ห่วงหวง

เขาบอกว่ายาดีกว่าทั้งปวง................................................คือเปิดห้วงประตูใจ..ให้รักมา...





เห็นตำรวจจราจรก็เอาบ้าง....ดีดกีร์ต้าท่าทางแสนสุขสม




 

Create Date : 23 ตุลาคม 2553    
Last Update : 24 ตุลาคม 2553 5:23:09 น.
Counter : 201 Pageviews.  

ทดลองส่งรูป




นี่คือ..ศูนย์ดับไฟป่าภาคเหนือ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
ที่มี ผอ.ตั้ม เป็นผู้อำนวยการศูนย์ ท่านมีน้ำใจบริการที่พักและเลี้ยงอาหารเย็น ซ้ำที่ตู้เย็นก็มีเบียร์แช่เต็มตู้

สองคนมาจากโคราช สองคนมาจากศรีสะเกษ อีกสองมาจากคลองหลวง เมืองปทุมฯ หนึ่งชายมาจากเจียงฮาย หนึ่งสาวเจ้าภาพคนเจียงใหม่

ทางเข้าศูนย์หายากสักหน่อย เจ้าภาพต้องไปคอยดักอยู่ปากทางถนนใหญ่

ใครเป็นใคร ยังไม่เฉลย แม่ยอดขมองอิ่มที่งอนตุ๊บป่องหนีไป คนไหนก็ยังไม่บอก

ตอนนี้กำลังฝึกโพสต์รูปนะครับ เอาล่ะ..จะลองกดแล้ว





ต่างนัดหมายเจอกันที่เชียงใหม่..........ด้วยหัวใจอิ่มเอมเกษมศานติ์

มาถักทอก่อสัมพันธ์ฝันตระการ..........สุขสราญได้พันผูกปลูกไมตรี






 

Create Date : 22 ตุลาคม 2553    
Last Update : 25 ตุลาคม 2553 10:26:04 น.
Counter : 218 Pageviews.  

นิราศเวียงพิงค์ ตอนที่ ๔ (กำลังสนุกจ้า...)

>



....แล้วเที่ยวชมตลาดเช้าดอยอ่างขาง................................ที่หงุดหงิดก็ปล่อยวางให้เหือดหาย

มาเที่ยวท่องต้องทำใจให้สบาย.........................................คนมากมายมากอารมณ์ต้องข่มใจ

เดินไปหน่อยกลิ่นข้าวต้มก็ลอยฟุ้ง....................................หอมจรุงเรียกน้ำย่อยสุดทนไหว

เมื่อคืนร่ำปล้ำสุราซ่าส์กว่าใคร.........................................เร่งรีบไปซดข้าวต้มมาเติมแรง

ก่อนกินข้าวก็เม้าท์กันแสนสนุก........................................ไม่มีทุกข์มากวนใจให้หน่ายแหนง

สงสารแต่พี่เนต้องนอนตะแคง..........................................มีน้ำหยดเป็นแห่งแห่งบนที่นอน

น้ำอะไรพี่เนไม่บอกเพื่อน.................................................สู้กลบเกลื่อนปล่อยให้หยดลงบนหมอน

ทนนอนหลับจนรุ่งเช้าจึงเว้าวอน......................................ว่าที่นอนของพี่น้ำหยดลง



....ทุกคนต่างตาเหลือกสงสารพี่.......................................พี่คนดีดูซิแกล้งลืมหลง

ไม่บอกน้องไม่บอกใครให้พะวง........................................พี่เนคงเกรงใจน้องยามนิทรา

โถ..ดูซิ พี่เนฉันนั้นประเสริฐ.............................................จิตเป็นเลิศกว่าใครยากค้นหา

ไม่อยากสร้างทุกข์ให้ใครเขาระอา....................................พี่เนจ๋าอย่าเก็บงำทำเงียบเชียว

เราลงเรือลำเดียวกันมาร่วมทุกข์......................................จะสนุกหรือสะดุดต้องแลเหลียว

ใครมีทุกข์ใครมีสุขอย่าเลยเชียว.......................................ต้องมีเอี่ยวรับรู้ทุกข์สุขกัน


....ได้เวลาล้อรถก็หมุนเคลื่อน..........................................เหลือเพียงสิ่งย้ำเตือนความสุขสันต์

ดอยอ่างขางไม่รู้อีกกี่วัน..................................................จะได้หันเหสู่อ้อมกอดเธอ

หากโอกาสมีอีกในวันหน้า...............................................ฉันจะมาอ่างขางหวังเสนอ

คราวต่อไปขอให้ฉันเจอะเจอ...........................................ได้พร่ำเพ้อกับอ่างขาอย่าซึมเซา


....มาครั้งนี้ได้รถตู้หนุ่มล่ำบึ๊ก ...........................................ใจก็นึกถึง..เขาทราย..มวยจอมเก๋า

บ้างบอกเหมือน..รุ่ง สุริยา..ท่าไม่เบา................................มาดของเขาทั้งนอบน้อมและถ่อมตน

การขับรถก็เรียบนิ่งราวนั่งพรม.........................................มีเพียงลมปะทะรถให้ฉงน

เขาคดเคี้ยวพ่อลดเลี้ยวไม่กังวล.......................................ไต่ถนนล้อเกาะติดสนิทใจ

ทั้งยังมีลูกเล่นลูกออเซาะ................................................ลูกฉอเลาะลูกหยอกล้อสุดสงสัย

มือขับรถปากก็เม้าท์อยู่เรื่อยไป........................................เป็นทั้งไกด์ทั้งโช่เฟอร์..คือ..เควัน

เขาเป็นครูเออร์ลี่ลุ้นระทึก...............................................เพราะความคึกจึงทำทัวร์ช่วยสร้างสรรค์

รายได้เสริมช่วยครอบครัวมานานวัน................................ก่อนเหหันมารับงานแบบเต็มตัว

ใครไปเที่ยวเชียงใหม่ไม่ผิดหวัง........................................ไปทุกครั้งโทรหาได้ไม่ปวดหัว

เรียกรถตู้เควันมาพาทัวร์.................................................แล้วครอบครัวจะแสนสุขทุกอารมณ์



....ลงจากดอยเลี้ยวขวาสู่อำเภอปาย.................................เมืองที่มีความหมายมากสุขสม

ซ่อนอยู่ในหุบเขาไร้ทุกข์ตรม.............................................เมืองที่บ่มเสน่ห์รักไว้เต็มทรวง

ก่อนถึงปายผ่านสะพานประวัติศาสตร์..............................ดั่งประกาศแผลสงครามอันใหญ่หลวง

อดีตกาลชนท้องถิ่นทั่วทั้งปวง...........................................ต้องติดบ่วงทาสสงครามสร้างสะพาน

ให้ญี่ปุ่นใช้เป็นเส้นทางผ่าน..............................................หวังรุกรานข้ามประเทศเข้าหักหาญ

ชาวบ้านต้องทนทุกข์สุดทรมาน..........................................สร้างสะพานให้ญี่ปุ่นด้วยจำยอม

ครั้นญี่ปุ่นพ่ายแพ้จึงเหลือไว้...............................................ซากแห่งความอยากได้อำนาจหอม

ซากสถานบ้าอำนาจอันจอมปลอม......................................ถูกทิ้งบอมม์จึงเข็ดเขี้ยวถึงทุกวัน

ก่อนถึงปายมีสะพานประวัติศาสตร์.....ดั่งประกาศแผลสงครามอันใหญ่หลวง
อดีตกาลชนท้องถิ่นทั่วทั้งปวง...........ต้องติดบ่วงทาสสงครามสร้างสะพาน




 

Create Date : 22 ตุลาคม 2553    
Last Update : 24 ตุลาคม 2553 4:54:41 น.
Counter : 250 Pageviews.  

นิราศเวียงพิงค์ ตอนที่ ๓ (กำลังมันจ้า)



เดินชมหมู่มวลดอกไม้ดอยอ่างขาง............................เหมือนลอยคว้างบนวิมานสรวงสวรรค์

มวลไม้ดอกตระการตาสุดจำนรรจ์............................. หลายหลากพันธุ์หลากสีสันบรรเจิดใจ

บางกลีบดอกเหมือนหนึ่งเทพแต้มประดิษฐ์..................เฝ้าเพ่งพิศอย่างใกล้ชิดคิดสงสัย

กะหล่ำปลีแต่สีสวยแปลกเหลือใจ..............................ใครต่อใครเมื่อได้ชมตะลึงลาน

แปลงดอกไม้ปลูกเรียงรายไต่ระดับ............................ดูลี้ลับทุกซอกมุมสุดไขขาน

ในซอกเขามองมุมไหนก็ตระการ...............................มีดอกไม้เบ่งบานอยู่ทั่วไป

ทั้งบอนไซตะบองเพชรก็หลายหลาก..........................มีของฝากจากผลผลิตมาวางขาย

ผลิตภัณฑ์จากดอกไม้ก็มากมาย................................ทั้งหญิงชายเดินขวักไขว่ไปเยี่ยมชม

ชมดอกไม้อุราไหวใคร่ครวญคิด................................ใครมีจิตแข็งขืนฝืนทับถม

ชอบรังแกวางอำนาจอ้างอวดคม................................ได้ดอมดมชมดอกไม้ใจคงดี




ฤทัยชื่นดื่มด่ำในดวงจิด...........................................ไปนั่งพิศบนม้านั่งใกล้สาวศรี

ชมเด็กสาวชาวดอยน่ารักดี........................................นำสินค้ามากมีวางเรียงราย

ทั้งสองสาวอายุคราวรุ่นกระเตาะ.................................ยังเอ๊าะเอ๊าะหยอกเย้ากันนั้นสุขหลาย

มีมือถือเปิดฟังเพลงไม่เดียวดาย................................เธอเอนกายร้องเพลงคลอเพลินอุรา...



เสียงเพลงแว่ว..น้อ..เรีย..แค่..ชะ..มอ..สา....................น้อ..ยา...ม่าย..คิ..มี..แฟ...หรอก..หนา..

มุ..เดอ..ต่อ..ปาย..ข้า..หน้า......................................จา..ไขว่....ขว่า...ควา...ฝัน...มา..ครอง

ฉันสะดุ้งนิ่งขึงตะลึงจิต.............................................โอ้ความคิดสาวชาวเขาเจ้าลอยล่อง

ฝันเจ้านั้นเลิศล้ำเหลือนวลละออง................................สมใจปองในฝันเถิดหนูเนื้อเย็น



....ถึงอ่างขางพี่ก็เห็นแต่อ่างขาง.................................อกอ้างว้างอ่างขาพี่ไม่เห็น

เจ้าหลบลี้หนีไกลไปซ่อนเร้น.....................................เลยขอเต้นกับเสียงเพลงช่วยบรรเทา

ยามค่ำคืนชวนกันร้องคาราโอเกะ...............................เสียงเอะอะมะเทิ่งบนหุบเขา

ในป่าลึกบนยอดดอยไร้ตัวเจ้า....................................พร่ำวอนเว้าฝากเสียงเพลงสายลมมา

เจ้าอยู่ไหนโปรดรับรู้พี่คิดถึง......................................ยังติดตรึงซึ้งรักเสน่หา

ทั้งติดใจในฝีมือหุงข้าวปลา.......................................เจ้าห่วงหาอาทรพี่นี้เกินใคร

พี่ร้องเพลงคารากลางขุนเขา.....................................แต่หัวใจมีเพียงเจ้าน้องรู้ไหม

รักคนอื่นรักผิวเผินไม่เพลินใจ...................................รักเกินใครคือรักเธอเพียงหนึ่งเดียว

มองดอกไม้ก็คลับคล้ายใบหน้าเจ้า..............................มองขุนเขาก็เหมือนเจ้าเฝ้าแลเหลียว

มองสาวดอยหัวใจพี่ยิ่งซีดเซียว..................................แทบหมดเรี่ยวแรงใจให้โบยบิน

เจ้าอยู่ไกลเกินใจจะไขว่คว้า......................................จะมองหาคนอยู่ใกล้กลัวติฉิน

มากับเขาแอบมองเขาเฝ้ายลยิน.................................สุดถวิลหวนหักใจให้กลับคืน



....ค่ำคืนที่อ่างขางอ้างว้างจิต.....................................คู่ชีวิตหนีไกลข่มใจฝืน

นอกสุขล้นแต่ข้างในใจกล้ำกลืน.................................แกล้งระรื่นกับเพื่อนยาเฮฮาไป

เพื่อนแก๊งซ่าส์ชวนปาร์ตี้จนมันหยด.............................ใจระทดซดสุราพาหลับใหล

ยิ่งเมาเหล้ายิ่งรักเจ้าเศร้าฤทัย....................................กรรมอันใดหนอน้องพี่จึงตัดรอน

ทุกทุกคนทั้งร้องเต้นกันคึกคัก...................................ดูน่ารักแสนสุขสโมสร

อยู่ต่างถิ่นต่างแดนดินมาร่วมจร.................................ร่วมตะรอนออนทัวร์กันได้ไง



...งานนี้ได้พี่เถียรเป็นพี่เบิ้ม........................................มาช่วยเติมความสนุกให้สุขใส

แต่เสียฟอร์มมีเสียงแซวมาไม่ไกล..............................ลุงหรือไรชายหนึ่งเดียวในโลกา

....บ๊ะ..จิ๊กโก๋จากไหนแซวพี่ฉัน...................................รู้ไหมนั่นนักเลงเก่ารู้บ้างหนา

เห็นแก่แก่อย่านึกว่าไร้น้ำยา.......................................พี่ข้าบ้าขึ้นมาจะร้องออย...

การมาเที่ยวคือการมาหาความสุข................................อย่ามัวขลุกแต่ในห้องทำเหงาหงอย

กอดแฟนสาวลูบคลำทำสำออย..................................ถ้าโลกน้อยแค่นี้ไม่ควรมา

ท่องเที่ยวคือหากำไรให้ชีวิต.......................................ดัดจริตว่าคนอื่นไม่ควรหนา

พี่ตื่นเช้าร้องปลุกเพื่อนล้างหน้าตา................................ชวนกันมาชมเมฆหมอกนั่นสิดี

ถ้าอยากนอนแต่ในห้องควรอยู่บ้าน..............................ถ่อสังขารมาแสนไกลทำไมนี่

ไม่เข้าใจหนุ่มสาวสมัยนี้............................................อารมณ์ชื้ไม่รู้กาลควรไม่ควร

แค่เสียงเรียกปลุกเพื่อนในยามเช้า...............................อารมณ์เจ้าหงุดหงิดคิดผันผวน

พี่ไม่ได้หมายใจไปก่อกวน..........................................น่าจะคิดใคร่ครวญก่อนโวยวาย

  1. ยิ่งเมาเหล้ายิ่งรักเจ้าเศร้าฤทัย......กรรมอันใดน้องพี่จึงตัดรอน




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2553    
Last Update : 24 ตุลาคม 2553 4:40:22 น.
Counter : 206 Pageviews.  

นิราศเวียงพิงค์ ตอนที่ ๒

รถตู้วิ่งกินลมอารมณ์ชื่น........................ดวงตาตื่นชมวิวเมืองใหญ่หลวง

เชียงใหม่เอ๋ยเขาลือว่าสุดาดวง..................สาวทั้งปวงงามเทียบเจ้านั้นไม่มี

โปรดส่งสาวมาให้ฉันสักคนเถิด.................หวังจุติแล้วเกิดใหม่ก็ใช่ที่

ขอไม่มากแค่นางเดียวชุบชีวี.....................ไม่งั้นซี้แน่แท้เชียงใหม่เอย....


...สองข้างทางเหลืองอร่ามด้วยสวนส้ม.........ลูกกลมกลมใหญ่เบ้อเริ่มเชียวคุณเอ๋ย

อดไม่ได้เมื่อรถจอดรีบแจวเลย...................ขอชื่นเชยสวนส้มให้เต็มตา

ไชยปราการส้มเขียวหวานหวานหยดย้อย......ถ้าเนื้อกลอยเธอมาด้วยคงหรรษา

มองทางไหนห้อยโตงเตงแสนดื่นตา.............โอ้อุราแม่ไม่มาพี่หม่ำแทน

คนนั้นกินคนนี้หม่ำอดไม่ได้........................ถ่ายรูปไว้ที่ระลึกด้วยสุขแสน

พี่แหววฉันยืนเต๊ะท่าไปฝากแฟน.................พี่น้อยก็แอ๊คท่าแอ่นไม่แพ้กัน

ส่วนครูกีร์สาวเชียงใหม่ทำเฉยเฉย...............ก็แหงหละเพราะคุ้นเคยเลยไม่หัน

เธออยู่เวียงฉันอยู่ดอนจึงต่างกัน.................ฉันสุขสันต์เธอแค่ยิ้มเพราะชินชา

ส่วนพี่เนวิ่งดุ๊กดุ๊กราวเด็กเด็ก.......................จนสามีต้องคอยเบรกกลัวผวา

เกิดล้มกลิ้งหัวคะมำจะขายหน้า....................กลายเป็นที่เฮฮาขบวนทัวร์


....จากสวนส้มก็บึ่งไปวัดจองคำ...................ที่มีถ้ำหินย้อยมืดสลัว

ดูประหลาดงามล้ำซ้ำน่ากลัว.......................ไม่ระวังหินกับหัวอาจชนกัน

อยู่ในถ้ำมีพระนอนอยู่องค์หนึ่ง....................เป็นหินซึ่งถูกสลักท่าหลับฝัน

สนิทแนบนอนซอกหินทุกคืนวัน...................ไม่สนใจเดือนตะวันชั่วกัปกาล

เห็นพระหลับนึกอยากหลับเหมือนพระหิน........ไม่ยลยินโลกมนุษย์สุดเหี้ยมหาญ

ไม่อยากรู้เรื่องบ้านเมืองที่ร้าวราน.................มุ่งชนะคะคานเข่นฆ่ากัน

เพราะเอาแต่หวังอำนาจไร้สาระ...................บ้างตะกละโลภมากบ้างแสบสัน

แบ่งเป็นสีแยกเป็นข้างต่างดึงดัน..................คิดเข้าข้างแต่พวกฉันตะบันไป

ยิ่งคิดไปใจก็ยิ่งพาลว้าวุ่น...........................อารมณ์ขุ่นขึ้นมาท่าไม่ไหว

สลัดจิตเลิกคิดในทันใด.............................ชวนกันไปเที่ยวต่อไม่รอรี


อำลาถ้ำมุ่งขึ้นสู่ดอยอ่างขาง.......................บนเส้นทางเคี้ยวคดแสนสุขี

ทางสูงชันด้นดั้นหวั่นฤดี.............................เหมือนบึ่งรี่ขึ้นฟ้าไปหาดาว

โชเฟอร์บอกเส้นทางนี้เสียวสุดสุด................แต่ละจุดพลาดไม่ได้เดี๋ยวจะหนาว

อุบัติเหตุเกิดประจำย้ำเรื่องราว....................ได้แต่ภาวนาบ่นให้พ้นภัย

อุทาหรณ์สอนใจให้ข้อคิด..........................ครุ่นพินิจพิศครวญชวนสงสัย

กิจทุกอย่างยิ่งลำบากยากกายใจ.................ครั้นสำเร็จลุล่วงได้ให้ผลงาม

เหมือนเส้นทางไต่เขาดอยอ่างขาง...............สองข้างทางหุบเหวลึกระทึกไหว

เหมือนลอยล่องท่องเทียมเมฆแสนตื่นใจ......ครั้นขึ้นไปถึงยอดปลอดโปร่งงาม


เมื่อมาถึงทึ่งความงามพิลึกพิลั่น..................มหัศจรรย์พันธุ์ไม้อันล้นหลาม

แต่ละพันธุ์แต่ละดอกแสนงดงาม.................แม้อยู่ตามซอกหินก็งามตา

เดินลัดเลาะมองมุมไหนก็งามงด..................มวลดอกไม้ก็บานสดชวนใฝ่หา

เหมือนเดินอยู่บนสวรรค์ในชั้นฟ้า.................เป็นบุญตาที่ได้มาเที่ยวชม

เป็นดำริของคู่บุญพ่อแม่หลวง.....................เปลี่ยนชีวิตไทยทั้งปวงให้สุขสม

ทั้งชาวดอยชาวเขาไม่ตรอมตร,..................เลิกระทมปลูกฝิ่นอีกต่อไป

เปลี่ยนดอยฝิ่นให้เป็นดอยสวนไม้ดอก..........ทั้งส่งออกพืชผักเปรียบหาไหน

เปี่ยมเมตตาพระบารมีคู่ศรีไทย...................แม้อยู่ไกลบนยอดเขาโลกชื่นชม

ทั้งยังทรงแนะนำสร้างงานให้......................เวลาว่างอย่าปล่อยให้ใจขื่นขม

ช่วยหางานช่วยหาคนไปอบรม....................หมั่นสั่งสมงานฝีมือเพิ่มอีกทาง

เราจึงเห็นชาวเขานั่งถักทอ.........................หมั่นสร้างก่อเครื่องประดับไม่หม่นหมาง

นำสิ่งของที่ระลึกเรียงรายวาง.....................ให้ผู้คนช่วยซื้อบ้างเพื่อเจือจุน

แต่เด็กเด็กที่ขายของตื้อไปหน่อย...............ใครไม่ซื้อเธอก็พลอยขุ่นเฉียวฉุน

ใครช่วยซื้อวาจาก็เป็นคุณ.........................ใครที่ไม่อุดหนุนเริ่มงอแง

ทำโมโหพ้อว่า..ม่าย ระ เดะ เดะ.................พี่น้อยต้องร้อง..เอ๊ะ..อย่ามาแหว

มวลดอกไม้สายตาพี่เฝ้าแล.......................อย่างอแงดูไม้ดอกก่อนเป็นไร

ก่อน..จะ..ปาย..ต้อ..ห้าย..พี่..ซึ..ก่อ...........แม่งามงอนตัวพี่ชักสงสัย

วาจาเด็กบนยอดดอยชักไปไกล.................ถ้าหากใครไม่ซื้อบอก..ไม่..สัวะ..เลย

โถ..เด็กเอ๋ย..เด็กน้อยดอยอ่างขาง.............วาจาเจ้าช่างร้ายกาจเจียวจริงเหวย

ดูท่าทางใสซื่อออกเช้ยเชย.......................พ่อคุณเอ๋ยคารมเจ้าช่างเด็ดดวง

แต่ก็ไม่มีใครโกรธหนูหรอก......................อยากจะบอกทุกคนรักห่วงหวง

อยากจะซื้อแต่ก็กลัวกระเป๋ากลวง..............มือล้วงดู..ตูร่อยหลอฝ่อเงินทุน

ด้วยสงสารก็จำต้องกัดฟันซื้อ....................ทั้งกำไลสร้อยข้อมือช่วยอุดหนุน

หวังเป็นทุนหนุนครอบครัวช่วยเจือจุน...........ให้พ่อคุณแม่คุณมีกำลังใจ

จะได้มีแรงใจสร้างงานฝีมือ.......................หมั่นฝึกปรือสร้างงานให้ยิ่งใหญ่

จากงานเล็กงานน้อยค่อยทำไป..................ก้าวต่อไปสร้างงานใหญ่ในเร็ววัน






พี่แหววฉันยืนเต๊ะท่าไปฝากแฟน...พี่น้อยก็แอ๊คท่าแอ่นไม่แพ้กัน






 

Create Date : 20 ตุลาคม 2553    
Last Update : 25 ตุลาคม 2553 6:00:35 น.
Counter : 241 Pageviews.  

1  2  3  4  

รณบุตร สุดสะเหล่อ
Location :
ศรีสะเกษ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นชายหัวใจนุ้มหนุ่ม ส่วนร่างครึ่งศตวรรษนิดๆ ชอบความรื่นรมย์ทุกอย่าง แม้สิ่งนั้นจะจุดจุดจุด...ก็ตาม
เขียนวันละนิด จิตแจ่มใส อ่านวันละนิด จิตก็ใสแจ่ม
Friends' blogs
[Add รณบุตร สุดสะเหล่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.