อุปสรรคทุกอย่างมีทางแก้ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกวิธีแก้อย่างไร
Group Blog
 
All Blogs
 

แหล่งเงินทุนที่เหือดแห้งสำหรับ R&D หรือการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม

ด้วยปัญหาทางด้านเศรษฐกิจที่กำลังตกต่ำ ณ ขณะนี้ ทำให้ผมเองก็ไม่รู้ว่าประเทศเราจะดำรงต่อไปได้อย่างไร หากผู้นำหรือกลุ่มทุนที่เป็นเสาหลักของประเทศยังคงมุ่งมั่นเพียงแต่ผลประโยชน์ของส่วนตน มากกว่าความยั่งยืนของประเทศ ซึ่งหากคนทั้งประเทศไม่สามารถดำรงอยู่ได้ พวกผู้นำหรือกลุ่มทุนเองก็จะอยู่ไม่ได้ด้วยเช่นกัน

วันนี้เลยอยากจะกล่าวถึงแหล่งทุนสำหรับการทำ R&D หรือสำหรับนักประดิษฐ์คิดค้น และนวัตกรรมใหม่สำหรับประเทศของเรา
ก่อนอื่นต้องขอท้าวความรูปแบบของประเทศอื่นก่อนเพื่อให้เห็นภาพว่าประเทศของเรายังขาดปัจจัยเรื่องแหล่งเงินทุนมากขนาดไหน

สมัยก่อนที่ โทมัส เอดิสัน คิดค้นเรื่องหลอดไฟฟ้า จริงๆ แล้วเอดิสัน เป็นเพียงนักวิทยาศาสตร์ที่มีหัวในเรื่องการประดิษฐ์ แต่ไม่มีเงินทุนเช่นกัน (บ้างก็ว่า เอดิสัน เป็นขโมยความคิดการประดิษฐ์บางอย่างด้วยซ้ำ) เพียงแต่ในสหรัฐฯ เปิดกว้างเรื่องของการลงทุนเป็นอย่างมาก และมีผู้ที่เสี่ยงที่จะลงทุนแบบร่วมหัวจมท้ายกับนักประดิษฐ์เหล่านี้เป็นจำนวนมาก

ดังนั้นเมื่อ เอดิสัน จึงมีนายทุนที่คอยหนุนหลังในการให้เงินทุน สำหรับทำ R&D เพื่อประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่างๆ แล้วแบ่งผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างนายทุนกับเอดิสัน ซึ่งปัจจุบันก็คือบริษัทฯ จีอี ที่เราเห็นสินค้าอยู่จนทุกวันนี้

โดยฝ่ายนายทุนก็จะนำเงินกำไรที่ได้จากการขายสิ่งประดิษฐ์ไปลงทุนกับสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ เสมือนเป็นการสร้างเงินต่อเงิน แล้วแบ่งผลประโยชน์ร่วมกับนักประดิษฐ์แบบนี้ ซึ่งในปัจจุบันระบบการเงินในสหรัฐฯ มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ถึงกับยากที่จะทำให้นักประดิษฐ์ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ เพียงแต่นักประดิษฐ์เหล่านั้นต้องเตรียมแผนงานอย่างละเอียด และอาจจะมี Prototype มานำเสนอร่วมด้วย ขณะที่มาเสนอต่อนายทุนเหล่านี้ เพื่อโน้มน้าวให้กลุ่มทุนหรือนายทุนเหล่านี้เห็นถึงผลประโยชน์ร่วมกัน ที่จะได้ในอนาคต โดยในช่วงที่มีเศรษฐกิจยุค dot com ในอเมริกาก็จะได้พบเห็นการเกิด Venture Capital จำนวนมากมาย ที่เปิดรับนักพัฒนาระบบคอมฯ ที่มีแผนงานที่ดี และนำเสนอว่าสามารถนำคนให้มาเข้า Web ของตนเองได้อย่างมากมาย จนสุดท้ายเมื่อฟองสบู่ของ dot com แตกลง จึงทำให้ Venture Capital ต้องระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้นในการที่จะร่วมลงทุนกับนักพัฒนา หรือนักประดิษฐ์ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ให้มีการลงทุนเลยทีเดียว แต่ต้องมีไอเดีย และความแตกต่างของสินค้า หรือบริการที่ไม่เหมือนกับใครไปนำเสนอก็จะได้รับเงินทุนเพื่อไปพัฒนา และต่อยอดเป็นสินค้าออกมาวางจำหน่ายได้

กลับมาที่ประเทศของเรา กลุ่มทุนก็จะมีเพียงแต่กลุ่มสถาบันการเงินเท่านั้น (Financial institute) โดยที่ไม่ค่อยจะพบเห็นกลุ่มทุนอื่นเลย (Non-Financial institue) ที่จะให้เงินทุนในการทำ R&D สำหรับการสร้างนักประดิษฐ์ จึงจะเห็นว่าประเทศของเราจะเดินไปในแนวทางรับเทคโนโลยีของประเทศอื่นมา แล้วมาเพิ่ม Value มากกว่า โดยไม่สามารถผลิตคิดค้นเองได้ หรือแหล่งต้นน้ำ ตลอดจนสถาบันการศึกษาเองส่วนใหญ่ไม่ค่อยปลูกฝังจิตสำนึกในการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ให้กับนักเรียน นักศึกษาของเราเท่าไรนัก จะเห็นได้ว่าเราจะมีแต่นัก Copy หรือนักลอกเลียนแบบเป็นส่วนใหญ่ มีเพียงส่วนน้อยที่จะเป็นการคิดสิ่งประดิษฐ์เพื่อต่อยอดจากของเดิมที่เราได้รับเทคโนโลยีจากประเทศอื่นมา

ดังนั้นผู้นำในทุกภาคส่วนควรจะเริ่มหันมามอง "ตำแหน่งของประเทศ" ในอนาคตว่าเราจะดำรงต่อไปอย่างไร กับการแข่งขันที่มากขึ้นเป็นทวีคูณจากทั่วโลก หากเรายังไร้ซึ่งการประดิษฐ์คิดค้น และแหล่งเงินทุน เพื่อให้เกิดเป็นปฎิกิริยาลูกโซ่ของการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต




 

Create Date : 31 มกราคม 2552    
Last Update : 31 มกราคม 2552 17:25:09 น.
Counter : 471 Pageviews.  

ไฟ้ฟ้าสถิตย์กับคอมพิวเตอร์

หลายคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ที่บ้าน อาจพบว่าทำไมโดนไฟฟ้าสถิตย์ (รู้สึกเหมือนโดนไฟดูดนิดๆ) เมื่อจับที่ตัวตู้ CPU หรือ นั่งทำงานที่โต๊ะคอมพิวเตอร์

สาเหตุ เนื่องจากระบบไฟฟ้าที่บ้านอาจจะไม่ได้มีการเดินสายดินไว้ หรือ ปลั๊กที่เสียบได้หักหัวสายดินออกไป ทำให้ไฟฟ้าที่ตู้คอมพิวเตอร์อาจจะดูดเราได้ เพียงแต่ไฟฟ้าที่คอมพิวเตอร์ใช้ภายในจะเป็นไว้ DC 12V เท่านั้น ดังนั้นจึงรู้สึกเหมือนไฟดูดเล็กน้อย

วิธีการแก้แบบง่ายๆ ให้หาผ้าหรือพรมมาปูที่พื้นบริเวณที่เท้าเราจะสัมผัสกับพื้น เนื่องจกาพื้นที่เรานั่งทำงานอาจจะเป็นพื้นกระเบื้อง หรือ พื้นปูน ซึ่งเป็นสื่อนำไฟฟ้า หากใช้ผ้าหรือพรมมาปูไม่ให้เท้าเราสัมผัสกับสื่อนำไฟฟ้าโดยตรง ก็จะทำให้ร่างกายเราไม่เป็นทางผ่านของกระแสไฟฟ้าได้ หรือ เรียกว่าโดนไฟฟ้าดูด (ผ้าหรือพรม ทำหน้าที่เป็นฉนวน ไม่ให้กระแสไฟไหลลงสู่พื้นได้)

วิธีแก้ไขแบบถาวร ก็ต้องเดินสายไฟภายในบ้านใหม่ให้มีการเดินสายดินไว้ที่ปลั๊กไฟทุกจุด และตอกแท่ง Ground ไว้ โดยสายไฟจากอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกอย่างก็ควรจะมี 3 ขาเมื่อต่อเข้ากับเต้าปลั๊กที่เดินสายดินไว้แล้ว ก็จะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุดครับ




 

Create Date : 27 สิงหาคม 2551    
Last Update : 27 สิงหาคม 2551 12:41:26 น.
Counter : 366 Pageviews.  

จะซ่อมสินค้าควรส่งซ่อมที่ไหนดี ???

หากเป็นสินค้าที่ยังอยู่ในระยะเวลารับประกัน แนะนำให้ส่งเข้าศูนย์ซ่อมแต่ละยี่ห้อโดยตรงเลยดีกว่าครับ ไม่จำเป็นต้องส่งไปที่ร้านค้าที่ซื้อสินค้านั้นๆ มา เพราะสุดท้ายร้านค้าเหล่านั้นก็ต้องส่งสินค้าไปซ่อมยังศูนย์ฯดังกล่าวอยู่ดี ทำให้เราประหยัดเวลาในการซ่อมสินค้า และแจ้งปัญหาโดยตรงต่อช่างประจำศูนย์ฯ อย่างละเอียดจะดีกว่าครับ (ขึ้นอยู่กับคุณ อธิบายอาการได้ละเอียด ครบถ้วน และตรงจุดหรือไม่ด้วยครับ) ทำให้ช่างสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด

รายชื่อศูนย์บริการ (กรุงเทพฯ) ที่ผมมีอยู่ ดังนี้

1. ศูนย์บริการสินค้า Sony นำเข้าได้ทุกประเภทสินค้าที่เป็น Brand Sony

ศูนย์บริการโซนี่สาขาเพชรบุรีตัดใหม่
2126 อาคารกรมดิษฐ์
ชั้น 1
ถนนเพชรบุรีตัดใหม่
แขวงบางกะปิ
เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
10320
เวลาทำการ : วันจันทร์ - วันเสาร์ / เวลา 8:00 - 17.30 น.
โทร. : 0-2715-6100
แฟ็กซ์ : 0-2715-6022
http://www.sony.co.th/section/servicecenters

2. ศูนย์บริการสินค้า Panasonic นำเข้าได้ทุกประเภทสินค้าที่เป็น Brand Panasonic

บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์(ประเทศไทย) จำกัด
75 ถนนเสรีไทย แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพ 10230
Customer Service: +66(0) 2729 9000
Telephone : +66 (0) 2731 8888
Fax : +66(0) 2731 9976
http://www.panasonic.co.th/web/cid/MainCont/307

3. ศูนย์บริการสินค้า Toshiba นำเข้าได้ทุกประเภทสินค้าที่เป็น Brand Toshiba

บ. โตชิบาไทยแลนด์ จก.
201 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ 02-511-7999 โทรสาร 02-513-9650
http://www.toshiba.co.th/beta/th/support/tass_bkk.html

4. ศูนย์บริการสินค้า Sharp นำเข้าได้ทุกประเภทสินค้าที่เป็น Brand Sharp

หมวดเครื่องถ่ายเอกสาร
ติดต่อ 0-2638-3711

หมวดสินค้าภาพและเสียง, เครื่องใช้สำนักงาน,
เครื่องโทรสาร, เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน
ติดต่อ 0-2639-0999
http://www.sharp-th.com/th/th-service1_1.php

5. ศูนย์บริการสินค้า Mitsubishi นำเข้าได้ทุกประเภทสินค้าที่เป็น Brand Mitsubishi

บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด
(สำนักงานใหญ่ กรุงเทพกรีฑา)
เลขที่ 28 ถนนกรุงเทพกรีฑา
แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม.10240
ศูนย์บริการ :
โทรศัพท์: 0 2731 6901
โทรสาร : 0 2379 4763
http://www.mitsubishi-kyw.co.th/th/dealer/index.asp

6. ศูนย์บริการสินค้า JVC นำเข้าได้ทุกประเภทสินค้าที่เป็น Brand JVC

ศูนย์บริการซ่อมและอะไหล่ เจวีซี ประเทศไทย
108 ซ.สุขุมวิท 26 (ซอยอารีย์) ถ.สุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 โทรศัพท์ : 0-2204-3004 (อัตโนมัติ 8 สาย) โทรสาร : 0-2204-3003
http://www.jvc.co.th/service_center/index.php

7. ศูนย์บริการสินค้า Hitashi นำเข้าได้ทุกประเภทสินค้าที่เป็น Brand Hitashi

994, 996 ซอยทองหล่อ ถนนสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2381-8381-98 ต่อ 2
ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.30 – 17.30 น.
http://www.hitachi-th.com/Activities/newsJuly1207_3.php

8. ศูนย์บริการสินค้า Sanyo นำเข้าได้ทุกประเภทสินค้าที่เป็น Brand Sanyo

บริษัท ซันโย (ไทยแลนด์) จำกัด
อาคารซันโย 795 ถ.พระราม9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง จ.กรุงเทพมหานคร 10310
โทร. 02-3086999
แฟกซ์ 02-3186621
http://www.sanyo.co.th/service/detail.php?territory_id=3&&province_id=2

9. ศูนย์บริการสินค้า Samsung นำเข้าได้ทุกประเภทสินค้าที่เป็น Brand Samsung

ศูนย์บริการซัมซุง สีลม (Silom CSP)
138 อาคารบุญมิตร ชั้น1 ถ.สีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กทม. 10500, กรุงเทพฯ

ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (CCC)

เลขที่ 138 ชั้น 6 อาคารบุญมิตร ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรฟรีได้ที่หมายเลข 1800-29-3232
โทรศัพท์ (66) 0-2689-3232
โทรสาร (66) 0-2689-3298

เวลาทำการของ ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (CCC)

วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.00 – 18.00
วันเสาร์ เวลา 09.00 – 17.00
เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์
(ปิดทำการวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
http://www.samsung.com/th/support/repairlocation/ServiceLocationsMain.do

10. ศูนย์บริการสินค้า LG นำเข้าได้ทุกประเภทสินค้าที่เป็น Brand LG

ศูนย์บริการตากสิน (สำนักงานใหญ่)
เลขที่ 72/127 ถ. สมเด็จพระเจ้าตากสิน แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ 10600 โทรศัพท์ 02-878-5757 แฟกซ์ 0-2466-0250

ศูนย์บริการกรุงเทพฯ
75/2 อาคารริชมอนด์ ถ.สุขุมวิท 26 คลองเตย กรุงเทพฯ 10110 โทร. 0-2204-8888 , 02-2048895 แฟกซ์ 0-2260-8810
http://th.lge.com/support/Services_Area.jsp

11. ศูนย์บริการสินค้า PHILIPS นำเข้าได้ทุกประเภทสินค้าที่เป็น Brand PHILIPS

ฝ่ายดูแลลูกค้าของ Philips
66 2 652 8652
จันทร์ - ศุกร์ 08:00 - 17:00
http://www.support.philips.com/support/html/index_th_th.html

12. ศูนย์บริการสินค้า Pioneer นำเข้าได้ทุกประเภทสินค้าที่เป็น Brand Pioneer

บริษัท ไพโอเนียร์ อิเล็กโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด
ชั้น 1,7 อาคารไชโย, 91/1 ถนน พระราม 9, ห้วยขวาง, กรุงเทพฯ 10310.
สำนักงานใหญ่ (02) 643-9511, ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์: (02) 643-9444
Fax: (02) 643-9529
(สำหรับศูนย์บริการลูกค้า กรุณาติดต่อ ณ ชั้น 1 อาคารไชโย)

เวลาทำการ:
เปิดทำการทุกวันจันทร์ ถึง ศุกร์ เวลา 8.00 น. ถึง 17.00 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ และวันหยุดบริษัท
http://www.pioneer.com.sg/thailand/ContentDetail/Cont.asp?ContentId=443

13. ศูนย์บริการสินค้า Siemen นำเข้าได้ทุกประเภทสินค้าที่เป็น Brand Siemen

สายด่วน 24 ชั่วโมง : 662 351 8995

สำหรับการสั่งซื้ออะไหล่และอุปกรณ์เสริม คุณสามารถเยี่ยมชม โชว์รูม ของเราได้ที่
2974 อาคารอิสสระเพลส ชั้น 1
ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวางบางกะปิ
เขตห้วยขวาง กรุงเทพ
โทรศัพท์ 662 715 5700
โทรสาร 662 715 5702
http://www.siemens-homeappliances.in.th/?SiteMapId=8945

14. ศูนย์บริการสินค้า Electrolux นำเข้าได้ทุกประเภทสินค้าที่เป็น Brand Electrolux

เพียงเบอร์เดียว 24 ชั่วโมง
0-2718-0200
ศูนย์บริการลูกค้า อีเลคโทรลักซ์ (สำนักงานใหญ่)
1910 อาคารอีเลคโทรลักซ์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ บางกะปิ ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320
โทรศัพท์: 02-7180222
แฟกซ์: 02-7180216

15. ศูนย์บริการสินค้า Daikin นำเข้าได้ทุกประเภทสินค้าที่เป็น Brand Daikin

สำนักงานใหญ่ (อ่อนนุช)
22 ซอยอ่อนนุช 55/1 ถนนอ่อนนุช แขวงประเวศ เขตประเวศกรุงเทพฯ 10250
โทร. 0-2715-3200 แฟกซ์. 0-2721-7705
วันจันทร์ - อาทิตย์ : 8.00 - 18.30 น.
http://www.daikin.co.th/branchService.htm

16. ศูนย์บริการสินค้า Tatung นำเข้าได้ทุกประเภทสินค้าที่เป็น Brand Tatung

เอสวีโอเอ จก.(มหาชน) ศูนย์บริการและจัดส่ง
279 หมู่7 ถนนราษฎร์บูรณะ แขวงราษฎร์บูรณะ
เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ 10140
(02)462-5822,
462-5933, 816-7511
http://www.tatunglcdtv.com/dealer.php




 

Create Date : 15 สิงหาคม 2551    
Last Update : 15 สิงหาคม 2551 16:46:55 น.
Counter : 19739 Pageviews.  

ใช้แอร์ขนาดไหนดี ???

หลายคนจะพบปัญหาเวลาจะเลือกซื้อแอร์ ว่าควรใช้แอร์ขนาดไหนดี ปกติจะมีสูตรคำนวณแบบง่ายๆ ดังนี้

ให้นำขนาดห้อง กว้าง x ยาว x 800 (สำหรับห้องที่มีความสูงไม่เกิน 2.5 เมตร และไม่โดนไม่มาก) หากเป็นห้องที่มีเพดานสูงกว่า 2.5 เมตร หรือ โดนแดดมากให้ x 1000 แทน ก็จะได้ค่าที่เป็น BTU ที่ควรติดตั้งเป็นอย่างน้อย

ส่วนคำถามต่อมาก็จะถามว่าควรเลือกยี่ห้อไหนดี???

ปัจจุบันเทคโนโลยีมีการปรับปรุงให้แต่ละยี่ห้อมีความสามารถใกล้เคียงกันมาก เพียงแต่ความสามารถในการประหยัดไฟแตกต่างกัน แนะนำให้ดูค่า ERR ที่สลากประหยัดไฟ ยิ่งตัวเลขมาก = ยิ่งประหยัดไฟมาก
- มาตราฐานประหยัดไฟปี 2005 จะอยู่ที่ 10 ขึ้นไป
- มาตราฐานประหยัดไฟปี 2006 จะอยู่ที่ 11 ขึ้นไป

หลังๆ บางรุ่นผมเห็นประหยัดได้ถึงระดับ 13 ก็มี แล้วแต่รุ่น

ส่วนเรื่องความทนทาน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน เช่น ตำแหน่งในการติดตั้ง / วิธีการใช้งาน / การติดตั้ง เป็นต้น ปัจจัยเหล่านี้มีผลต่ออายุการใช้งานได้ครับ




 

Create Date : 15 สิงหาคม 2551    
Last Update : 15 สิงหาคม 2551 7:10:51 น.
Counter : 425 Pageviews.  

ความสิ้นเปลือง ในเรื่องของเทคโนโลยี

หลายๆ ครั้งผมได้พบว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเบื่อกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ตนเองใช้มาเกิน 1 ปี และต้องการเปลี่ยนก่อนระยะเวลาอันควร เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ / คอมฯ / รถยนต์ / เครื่องเสียง / ทีวี เป็นต้น

ความสิ้นเปลืองนี้ผมแยกแยะออกเป็นประเภท ดังนี้
1. ราคา/เงิน - เพราะของเก่ายังสามารถใช้งานได้ดี ไม่เสีย เพียงแต่ตกรุ่น ทำให้ต้องการเปลี่ยนไปยังรุ่นใหม่ ทำให้ต้องเสียเงินเพิ่ม เพื่อ Turn ของเก่าไปซื้อรุ่นใหม่ หรือ อาจจะซื้อใหม่เลย โดยของเก่าให้ผู้อื่นใช้ต่อ หรือ ไม่ก็เก็บไว้เป็นเครื่องสำรอง

เรื่องสิ้นเปลืองราคา/เงิน ผมเห็นว่าสิ่งนี้ไม่อยู่ในเรื่อง "พอเพียง" เลยแม้แต่น้อย เพราะมีผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวมเป็นอย่างมาก เราต้องเสียเงินตราให้กับต่างประเทศเป็นจำนวนมากกับการใช้เทคโนโลยี แบบไม่คุ้มต่อประสิทธิภาพ โดยไม่มีผู้ใดร่วมกันรณรงค์กันสักเท่าไหร่ หรือ ปลูกฝังค่านิยมที่ควรจะเป็นให้กับเด็กๆ และวัยรุ่น (บ้านเรามีค่านิยมที่ผิดๆ หลายๆ เรื่องจริงๆ ครับ)

2. Spec/ประสิทธิภาพของสินค้า - หลายครั้งผมเห็นผู้ใช้เลือกซื้อ Spec/ประสิทธิภาพของสินค้า ไม่ตรงกับความต้องการในการใช้งาน (หากงบประมาณเพียงพอต่อการซื้อ Spec นั้นๆ) ซึ่งเกิดจากผู้ใช้อ่าน Spec ไม่เป็นว่าอะไรคืออะไร และตนเองมีความต้องการใช้งานในระดับใด ทำให้เลือกซื้อสินค้ามาแล้วไม่ตรงกับความต้องการ (ซื้อของมาต่ำกว่า Spec ที่ควรจะเป็น หรือ ซื้อของมาสูงกว่า Spec ที่ควรจะเป็น) ทำให้เกิดการสิ้นเปลืองเงินที่อาจจะต้องซื้อสินค้าใหม่เป็นตัวที่สอง สาม สี่..... หรือ ไม่ก็จ่ายแพงเกินกว่าที่ใช้งาน อาทิเช่น

ทีวี LCD/Plasma HD Ready (720i/P - 1080i)/Full HD (1080P) ทั้งๆ ที่ปัจจุบันระบบ TV บ้านเรายังคงออกอากาศเป็นระบบอนาล็อก (Analog) ที่ความละเอียดเพียง 480-520 เส้นเท่านั้น (Master Plan สำหรับการเปลี่ยนเป็นออกอากาศเป็น Digital อยู่ในปี 2558/2015) แต่เรากลับต้องการใช้เพื่อดู TV ทั่วไป (ฟรีทีวี) และ DVD เท่านั้น (DVD ที่ดีๆ จะให้คุณภาพ 720i/P - 1080i เท่านั้น แต่เรากลับเห็นหลายๆ คนไปซื้อ LCD/Plasma Full HD (1080P) มาใช้งาน ซึ่งจะดูภาพระดับ Full HD ได้นั่นคือ ต้องมีเครื่องเล่น Blu-ray / HD-DVD หรือ เครื่องเล่นระดับ Full HD มาต่อกับจอประเภทนี้ ทำให้เราต้องเสียเงินซื้อของเกิน Spec ไปมาก ขณะที่เทคโนโลยียังไม่หยุดการพัฒนาอีกด้วย ซึ่งโอกาสที่จะใช้งานหรือดูหนังจากเครื่องเล่นเหล่านี้เพียงแค่ 10-30% ของการใช้งานตลอดอายุการใช้ (จนกว่าจะเบื่อ) เท่านั้น

3. ปริมาณ - ความสิ้นเปลืองเรื่องปริมาณ ทำให้เราต้องบริโภคมหาศาล เพื่อให้เพียงพอกับปริมาณความต้องการ แต่ความประหยัดจากปริมาณความต้องการ (Econonic of Scale) นั้นกลับเติมโตได้ช้ากว่าเป็นอย่างมาก (ราคากลับลดลงไม่มาก กับปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้น) แต่ผู้ผลิตสินค้ากลับเพิ่ม Function อีกเพียงเล็กน้อย ขณะที่ขายในราคาที่สูงขึ้นอีกเล็กน้อย ซึ่งสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง

ความสิ้นเปลืองเรื่องปริมาณ รวมถึงปริมาณของขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ขยะพิษ ที่นับวันจะมีปริมาณมากขึ้นเรื่อยในบ้านเรา ส่งผลให้มีต้นทุนในการกำจัดสูงมากเช่นกัน เพราะต้องใช้เครื่องมือในการกำจัดที่มีเทคโนโลยีที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน

4. คุณภาพสินค้า - เรื่องคุณภาพของสินค้ายังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ความสิ้นเปลืองจากคุณภาพของสินค้าที่ลดลง มีจริงหรือไม่ โดยสังเกตได้จากอายุการใช้งานของสินค้าสั้นลง อาจเนื่องด้วยปริมาณการผลิตที่มีจำนวนมาก ทำให้ระบบ QC จะใช้เป็นระบบสุ่มตรวจ (random check) เท่านั้น ส่งผลให้เกิดความไม่คุ้มค่าในการซ่อม (บาง Part ค่าซ่อมแพงกว่าซื้อใหม่) จึงทำให้เกิดการซื้อสินค้าใหม่เร็วกว่ากำหนดที่ควรจะเป็น

**********************************************
หมายเหตุ บทความนี้ต้องการสื่อให้เห็นผลของการสิ้นเปลือง ทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก




 

Create Date : 14 สิงหาคม 2551    
Last Update : 14 สิงหาคม 2551 23:37:00 น.
Counter : 340 Pageviews.  

1  2  

rogthai
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add rogthai's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.