อุปสรรคทุกอย่างมีทางแก้ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกวิธีแก้อย่างไร
Group Blog
 
All Blogs
 
ตำนานร้านซ่อมกล้องในไทย

อาจจะไม่ได้ช่วยอะไรเรื่องร้านซ่อมนะครับ แต่อาจจะท้าวความประวัติร้านซ่อมเลนส์ที่มีชื่อเสียงในอดึต....

ในประเทศไทยสมัย 60 ปีก่อน ร้านที่ซ่อมเลนส์ดีๆ แพงๆ ต้องส่งไปซ่อมที่ร้านนี้ร้านเดียวเป็นส่วนใหญ่ คือ ร้าน "ชาญศิลป์" เป็นร้านซ่อมเลนส์หรือกล้องที่มีคุณภาพมากๆ ในราคาย่อมเยา ถึงขนาดช่างเทคนิคจากเยอรมันเจ้าของสินค้าบินมาดูกิจการ และวิธีการในการซ่อม ทำให้งานซ่อมมีเป็นจำนวนมาก ต้องรอคิวซ่อมราวๆ 1-2 เดือนเป็นอย่างน้อย แต่ถ้าต้องรออะไหล่ก็จะนานสักหน่อย บางครั้งลูกค้าอาจจะไม่เข้าใจว่าอะไหล่แท้ แต่ละชิ้นของเลนส์แพงๆ นั้นต้องสั่งจากตัวแทนจำหน่าย บางครั้งไม่มี Stock ไว้ก็ต้องรอการส่งมาจากเมืองนอกนาน 2-3 เดือน หรือบางอะไหล่เลิกผลิตแล้ว ก็ทำให้หายากมาก ทำให้ต้องรอนาน ก็จะมาตำหนิเจ้าของร้าน....เจ้าของร้านก็จะไม่ง้อลูกค้าเลยยยยย....ยินดีคืนกลับให้ลูกค้า...แต่ในที่สุดเจ้าของเลนส์หรือกล้องนั้นๆ ก็ต้องนำกลับมาซ๋อมที่ร้านนี้อยู่ดี เนื่องจากหาช่างซ่อมดีๆ ไม่ได้

ต่อมาหลังจากเจ้าของได้เสียชีวิตลง ก็มีช่างจากร้าน "ชาญศิลป์" ต่างไปเปิดร้านกันเอง อีก 2-3 ร้าน....หนึ่งในนั้น คือ ร้าน Photo Service โดยเจ้าของร้านมีความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ถ่ายภาพอย่างดี สามารถแนะนำอุปกรณ์ต่างๆ (Accessories) ที่ใช้ร่วมกับกล้องในสภาพแสงต่างๆ ได้เป็นอย่างดี รวมถึงการซ่อมกล้องชนิดต่างๆ ในราคาย่อมเยา และคุณภาพงานซ่อมเป็นอย่างดี ทำให้คิวในการซ่อมใช้เวลาราวๆ 1-2 เดือนเป็นอย่างน้อย บางกรณีก็นานเช่นกัน เนื่องจากหาอะไหล่ไม่ได้....(ปัจจุบันถ้าถามหาร้านนี้ ช่างซ่อมบางร้านอาจจะยังรู้จักอยู่บ้าง)

เจ้าของร้านเคยเล่าให้ฟังว่า "มีลูกค้าเคยนำเลนส์หรือกล้องมาให้ซ่อม แต่ต้องปฏิเสธ เนื่องจากจะต้องทิ้งเลนส์หรือกล้องไว้นาน เพราะต้องหาอะไหล่ให้ ทำให้ลูกค้านำไปซ่อมร้านอื่น เมื่อผ่านไป 3 เดือน ลูกค้ารายเดิมนำเลนส์หรือกล้องตัวเดิมกลับมาให้ซ่อมอีก คราวนี้ต้องถึงกับ "ไม่รับซ่อมกล้องนั้นอีกเลย เพราะมันถูกรื้อจนพังแล้ว ไม่คุ้มกับการซ่อมแล้ว หรืออีกกรณี ช่างซ่อมร้านอื่น ถึงกับต้องนำเลนส์หรือกล้องที่ถอดการซ่อมแล้ว ยกมาเป็นชิ้นๆ มาให้ช่วยซ่อมต่อให้หน่อย เนื่องจากตัวช่างคนนั้นๆ ซ่อมให้ไม่ได้ หรือประกอบกลับไปไม่ได้".....เจ้าของร้านบอกว่า ช่างซ่อมรุ่นใหม่ๆ ไม่ค่อยจะระมัดระวังเลนส์หรือกล้องของลูกค้า ดั่งเป็นเจ้าของเลนส์หรือกล้องนั้นเอง ทำให้ไม่ค่อยใส่ใจในความระมัดระวังในการซ่อมมากนัก" ตรงนี้แหละครับที่เป็นหัวใจของช่างซ่อม แต่ในที่สุดร้านนี้ก็ปิดตัวลงไป....ผมยังคงได้ยินว่า "เจ้าของร้านยังมีชีวิตอยู่ แต่ไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน...."

ปัจจุบันผมยังไม่พบเห็นร้านซ่อมกล้องหรือเลนส์ที่มีคุณภาพแบบนั้นอีกแล้วครับ....แม้ว่าช่างต่างๆ ที่มีการพูดถึงตามหน้าเว็ปต่างๆ ณ วันนี้ บางชิ้นงานที่ส่งกลับมา ผมถึงกับรับผลงานซ่อมไม่ค่อยจะได้อยู่หลายต่อหลายครั้ง (ตรงนี้อาจจะเป็นทัศนะส่วนตัวเกี่ยวกับการดูผลงานการซ่อม ซึ่งคนอื่นๆ อาจจะ Happy กับผลงานการซ่อมก็ได้นะครับ)


Create Date : 07 มกราคม 2555
Last Update : 7 มกราคม 2555 7:48:22 น. 1 comments
Counter : 709 Pageviews.

 
อืม เข้าใจเลยครับ เพราะผมก็เป็นคนนึงที่ฟังตำนานมาเยอะ แต่พอเอาเข้าไปแค่ล้างตัวโค้ทเลนส์ที่เป็นฝ้าๆเนี่ย เอาไปทั้งแต่ช่วงประมาณก่อนเดือนตุลา ตอนนี้ลุงที่ร้านยังไม่ได้ทำอะไรเลย โทรไปกี่ที กี่ที ก้บอกว่าเดี๋ยวทำเลยๆตลอด จนข้ามปีมาแล้วยังไม่มีการติดต่อกลับมาเลย ผมเลยทำใจยกให้ลุงแกไปซะเลย ไม่เอาแล้วร้านเก่าแก่ริมถนนสุขุมวิทเนี่ย เอือมระอาจริงๆ


โดย: turtlepom IP: 124.120.242.7 วันที่: 7 มกราคม 2555 เวลา:13:52:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

rogthai
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add rogthai's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.