All Blog
**Review**Because You'll Never Meet Me - Leah Thomas
Because You'll never Meet Me
by Leah Thomas



Title : Because You'll Never Meet Me
Author : Leah Thomas
Genre : YA / Contemporary
Published : July 2nd 2015 by Bloomsbury Children's Books

เรื่องย่อ : 

โอลลี่ และโมริส เป็นเพื่อนรักกัน แต่พวกเขาไม่เคยได้พบกันเลยซักครั้ง โอลลี่มีอาการแพ้กระเเสไฟฟ้าอย่างรุนแรง แค่สัมผัสเพียงนิดเดียว เขาเป็นต้องชักทุกที ในขณะที่หัวใจของโมริสยังเต้นอยู่ได้เพราะเครื่องกระตุ้นหัวใจ ถ้าเกิดทั้งสองคนได้พบกัน.. โอลลี่ก็จะชัก แต่โมริสก็ต้องตายถ้าไม่มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ มิตรภาพของเด็กหนุ่มที่แสนโดเดี่ยวค่อยๆเติบโตขึ้นผ่านทางจดหมาย ที่กลายมาเป็นเส้นชีวิตผ่านช่วงเวลาแสนมืดมน -- โอลลี่ ต้องสูญเสียลิซ เพื่อนเพียงคนเดียวของเขา เพราะเธอกลับไปใช้ชีวิตนักเรียนไฮสคูลเหมือนเด็กปกติ และ โมริส ต้องคอยรับมือกับการกลั่นแกล้งที่มีขึ้นเพื่อทำลายชีวิตเขา

รีวิว + สปยล์ :

โอลิเวอร์ หรือ โอลลี่ เด็กชายวัย 14 ปี มีอาการแพ้กระแสไฟฟ้าอย่างรุนแรง เพียงแค่ถ่านก้อนเล็กๆก็ทำให้เขาชักได้ง่ายๆ แม่ของเขาจึงตัดสินใจย้ายมาอยู่ในป่าที่ห่างไกลจากผู้คนและเครื่องใช้ไฟฟ้า หมอที่รักษาโอลลี่เองก็แนะนำให้เขาลองเขียนจดหมายคุยกับโมริส เด็กหนุ่มวัยใกล้เคียงกันเพื่อที่เขาจะได้มีเพื่อนคุยเหมือนเด็กคนอื่นๆ 

แรกเริ่ม ทั้งคู่ต่างไม่ไว้ใจที่จะเล่าความลับของตัวเองให้กันและกันฟัง แต่เมื่อเวลาผ่านไป มิตรภาพค่อยๆเติบโตขึ้นผ่านจดหมายแต่ละฉบับ โมริสเล่าว่า เขาตาบอด แต่จะพูดอย่างนั้นคงไม่ถูกนัก เพราะจริงๆแล้ว บนใบหน้าของเขา ไม่มีเบ้าตาด้วยซ้ำ เขาสามารถมองเห็นโดยวิธีรับเสียงสะท้อนเช่นเดียวกับปลาโลมา (Echolocation) และด้วยความที่เขาแตกต่างจากคนอื่นนี้ ทำให้โมริสมักเป็นเป้าถูกเพื่อนแกล้งเสมอ เขาใช้เวลาในแต่ละวันราวกับว่าตัวเองไม่มีตัวตน และโอลลี่เป็นเพื่อนคนแรกและคนเดียวของเขา 

โอลลี่ ยกย่องความสามารถพิเศษของโมริสว่าเหมือนกับพวกซุปเปอร์ฮีโร่ และโมริสควรใช้มันเอาคืนกับเลนซ์ เด็กที่คอยรังแกตัวเองเพราะกำลังใจจากโอลลี่ โมริสจึงยอมลุกขึ้นสู้เลนซ์ จนเขาได้รู้จักกับเพื่อนใหม่อย่าง ฟีคู และ โอเว่น

โมริสสังเกตเห็นความผิดปกติในจดหมายจากโอลลี่ เพื่อนที่เคยร่าเริง กลับเอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในห้อง เขาจึงคอยให้กำลังใจโอลลี่เช่นเดียวกัน โอลลี่รู้สึกหมดอาลัยตายอยาก เพราะตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ลิซ เด็กสาวที่เคยเล่นกับเขา แทบไม่มาเยี่ยมเขาเลย แม้ว่าโอลลี่อยากจะเจอเธอแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถออกไปจากป่านี้ได้ โลกภายนอกเต็มไปด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้ามากมาย ผู้คนแทบไม่เคยห่างจากโทรศัพท์มือถือ เพียงแค่แนวเสาไฟฟ้าตรงชายป่าก็แทบจะเหวี่ยงเขาให้กระเด็นเหมือนแม่เหล็กขั้วเดียวกัน โอลลี่ยังคงยึดติดกับวันเวลาเก่าๆ ในขณะที่ลิซกำลังก้าวไปข้างหน้า ใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไป เรียนหนังสือ ออกเดท เขาคิดว่า เพราะเหตุการณ์ในวันนั้น คงทำให้ลิซเกลียดเขาแล้วจริงๆ

เมื่อตอนฤดูร้อน ก่อนลิซจะขึ้นม.ปลาย เด็กทั้งสองคนและลุงของลิซ ออกไปตั้งแคมป์ล่าสัตว์ด้วยกันในป่า โอลลี่อาศัยช่วงเวลาที่แสนจะเพอร์เฟ็คเปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อลิซ ซึ่งลิซเองก็เหมือนจะมีใจให้เขาเช่นกัน แต่แล้วช่วงเวลาดีๆก็หายวับไป เมื่อมีเสียงปืนดังขึ้นมาแต่ไกล เด็กทั้งสองคนออกวิ่งไปตามเสียงนั้น และพบลุงตกลงมาจากที่ส่องสัตว์บนต้นไม้ ลิซขอให้โอลลี่ไปเอาโทรศัพท์มือถือที่เต๊นท์มาให้ โอลลี่ลังเล เพราะเขารู้ตัวดีว่าเขาไม่อาจสัมผัสมันได้ แต่เขาไม่มีทางเลือก เพียงแค่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กระเเสไฟฟ้าก็ทำให้เขาเจ็บแสบจนเผลอทำร่วง โอลลี่จำต้องทนเจ็บและนำโทรศัพท์ไปให้ลิซ แต่ว่ามันก็พังไปเสียเเล้ว ลิซโมโหมาก และต่อว่าเขาอย่างรุนแรง ถ้าเพียงคนที่อยู่กับเธอไม่ใช่โอลลี่ เรื่องก็คงไม่แย่แบบนี้!

หลังจากเหตุการณ์นั้น  โอลลี่ก็ไม่ได้พบลิซอีกเลย จนกระทั่งหลายเดือนผ่านไป เขาเจอเธอมาเก็บของที่บ้านของลุงตรงชายป่า ตอนนี้ลิซมีแฟนแล้ว เป็นรุ่นพี่ปี 3 ทั้งคู่วางแผนอนาคตไว้อย่างดิบดี ในขณะที่โอลลี่อาจต้องติดอยู่ในป่า..ไปจนตลอดชีวิต

โมริส ขาดการติดต่กับโอลลี่ไป เพราะเขาไม่อาจสู้หน้าโอลลี่ได้ แต่ถึงอย่างไร โอลลี่ก็ยังส่งจดหมายมาให้กำลังใจเขาตลอด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาก็ยังเป็นเพื่อนกันเสมอ ในที่สุด..โมริสจึงยอมเล่าให้โอลลี่ฟังว่า ฟีคู โอเว่น และโมริส วางแผนจะเอาคืนเลนซ์ แต่แผนเกิดผิดพลาด ทำให้เขาพลั้งมือทำร้ายเลนซ์จนอาการสาหัส โมริสรู้สึกผิดจนไม่กล้าออกจากห้องนอน แต่ด้วยกำลังใจจากโอลลี่ เขาจึงกล้าเผชิญหน้ากับความผิดที่ตัวเองเป็นคนก่อ โชคเข้าข้างที่พ่อของเลนซ์ไม่เอารื่องเพราะรู้นิสัยของลูกดี 

โอเว่นสารภาพรักกับโมริส แต่เขาไม่อาจตอบรับความรู้สึกนั้นได้ เพราะเขามีคนที่รักอยู่แล้ว และคนๆนั้นก็คือ โอลลี่ แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีวันได้พบกันก็ตาม...

โอลลี่ ได้รับชุดกันไฟฟ้า เป็นของขวัญจากโมริส โมริสเล่าว่า ที่จริงแล้ว พวกเขาทั้งสองคนเป็นด็กพิเศษที่โตขึ้นมาในแล็บในเยอรมันนี เดิมทีวัตถุประสงค์ของแล็บเป็นไปเพื่อหาทางรักษาโรคให้แก่ผู้คน แต่ต่อมากลับเปลี่ยนป็นเพื่อสร้างด็กพิเศษแทน แต่ด้วยผลการทดลองที่ล้มเหลวอย่างต่อเนื่อง แล็บจึงต้องปิดตัวลง โอลลี่ยังได้รับฟังเรื่องราวจากหมอที่รักษาเขาว่า พ่อของโอลลี่มาขอร้องให้ตนช่วยรักษาภรรยา หรือแม่ของโอลลี่ เพราะเธอมีโอกาสที่จะแท้งสูงมาก และการได้รับรังสีอย่างต่อเนื่องในตอนนั้น ส่งผลให้แม่ของเขาป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

โอลลี่ใส่ชุดกันไฟฟ้าไปหาลิซที่งานเต้นรำ แต่คู่เดทของลิซกลับดึงหน้ากากออก ทำให้เขาโดนกระแสไฟฟ้ารอบตัวเล่นงานจนล้มลงไปดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้น แต่ครั้งนี้โอลลี่ไม่ยอมแพ้เหมือนครั้งก่อนๆ เสียงกรีดร้องของเขาทำให้หม้อแปลงของโรงเรียนพัง เด็กนักเรียนต่างวิ่งหนีออกจากโรงยิมด้วยความหวาดกลัว มีเพียงลิซที่ยังอยู่กับเขา จากเหตุการณ์นี้เขาได้เรียนรู้ว่า หากเขาไม่ปล่อยให้ตัวเองอ่อนแอ กระแสไฟฟ้าก็จะทำอะไรเขาไม่ได้ และถ้าเขารักษาระยะห่างไว้ เขาก็พอจะใช้ชีวิตร่วมกับมันได้บ้าง พอได้ฟังทฤษฎีของโอลลี่ ลิซดีใจที่เขาจะสามารถเข้าเรียนได้เหมือนเด็กคนอื่นๆ แต่โอลลี่ก็ปฏิเสธ

หลังเสร็จงานศพแม่ โอลลี่ตั้งใจจะออกเดินทางไปกับคุณหมอเพื่อไปเยี่ยมเยียนเด็กพิเศษคนอื่นๆ เขาไม่ยอมให้ลิซไปด้วยกัน เพราะเธอควรจะเดินตามความฝันของเธอ ส่วนเขาก็จะลองเริ่มต้นใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง และหวังว่าสักวันนึงเขาจะได้พบกับโมริสเหมือนที่เขาฝันไว้มาตลอด...

การเล่าเรื่อง : เล่าผ่านจดหมาย โต้ตอบกันระหว่างโอลลี่กับโมริส

ภาษา : กลาง - ยาก มีภาษาเยอรมันด้วยนะเออ

ความรู้สึกหลังอ่าน : เนื้อเรื่องออกแนว heartwarming เราชอบที่โอลลี่ กับโมริส คอยให้กำลังใจกันตลอด เราเข้าใจเลยว่า เวลารู้สึกแย่ๆ แค่ได้คำพูดให้กำลังใจจากใครสักคน ถึงแม้ว่าจะไม่เคยพบกัน มันก็ทำให้รารู้สึกดีขึ้นได้ (อย่างเพื่อนในเน็ตไรงี้) แอบช็อคตรงที่โมริสเป็นเกย์ แล้วแอบชอบโอลลี่อยู่ เรานี่ร้อง เฮ้ยย ออกมาเลย 55 มีที่ไม่ชอบนิดนึง คือเรื่องราวเกี่ยวกับเเล็บเราว่ามันเวอร์ไปหน่อย แต่โดยรวมก็ถือว่าดีงามมมมมม *ปรบมือ*

คะแนน : 5/5




Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2559 1:38:29 น.
Counter : 445 Pageviews.

1 comment
**Review**SWEETHEARTS - Sara Zarr
SWEETHEARTS - SARA ZARR



Title : SWEETHEARTS
Author : Sara Zarr
Genre  : YA / Contemporary
Published : February 1st 2008

เรื่องย่อ :

ตอนเป็นเด็ก เจนนิเฟอร์ แฮริส และ คาเรอน ควิก เป็นพวกที่ไม่มีใครคบ ทั้งสองคนเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของกันและกัน แต่เมื่อคาเมรอนหายตัวไปโดยไม่บอกลา เจนนิเฟอร์คิดว่า เธอได้สูญเสียคนที่เข้าใจเธอเพียงคนเดียวไปแล้ว 

แต่ตอนนี้ ในโรงเรียนไฮสคูล เจนนิเฟอร์ ได้เปลี่ยนไปแล้ว ทุกคนรู้จักเธอในชื่อ เจนน่า สาวสวยที่ทั้งป๊อบปูล่าร์ มีความสุข และมีแฟนแล้ว ทุกๆอย่างที่คนอย่าง "เจนนิเฟอร์" ไม่มีวันจะเป็นได้ แต่ถึงอย่างไร เธอก็ไม่สามารถลืมความทรงจำของเพื่อนที่หายไปนั้นได้

แต่อยู่ๆคาเมรอนก็ปรากฎตัวขึ้นอีกครั้ง ทั้งสองคนต้องเผชิญหน้ากับความทรงจำที่เคยมีร่วมกันในอดีต และเส้นทางชีวิตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

Sweethearts เป็นเรื่องราวของอำนาจของความทรงจำ มิตรภาพ และการกลับมาของหัวใจในวัยเยาว์

รีวิว + สปอยล์ :

เจนน่า วาฟ เป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนๆในโรงเรียนใหม่ แต่เบื้องหลัง เธอได้ซ่อนความลับดำมืดในสมัยเด็กไว้ เธอคิดว่าหลังจากเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล และย้ายมาอยู่ที่เมืองอื่น คงไม่มีใครตามเธอเจอ และความลับนั้นคงตายไปพร้อมๆกับเธอ แต่แล้ว..เมื่อวันกิดวัย 17 มาถึง เธอพบจดหมายปริศนา จ่าหน้าถึงเจนนิเฟอร์ แฮริส ชื่อเก่าของเธอ เด็กสาวคิดว่าพวกที่เคยแกล้งเธอสมัยเด็กคงตามตัวเธอเจอแล้ว แต่ความจริงมันน่าตกใจยิ่งกว่านั้น..
คาเมรอน ควิก เพื่อนเพียงคนดียวของเธอ คนที่เธอเคยคิดว่าตายไปแล้วเมื่อ 8 ปีก่อน อยู่ๆก็มาปรากฎตัวอีกครั้ง เจนน่าอ่านจดหมายของคาเมรอนซ้ำแล้วซ้ำอีก ความรู้สึกโหยหา และสับสนถาโถมจนเธอแทบตั้งรับไม่ทัน เธอถึงขนาดขับรถออกไปตระเวนหาเขาทั่วทั้งเมือง แต่สุดท้ายเธอก็ไม่พบเขา 

คาเมรอนที่เจนน่าออกตามหาตลอดทั้งคืน กลายมาเป็นเพื่อนใหม่ในห้องเรียนของเธอ เจนน่าไม่อยากให้อีธาน แฟนของเธอ รู้ว่า คาเมรอนสำคัญกับเธอมากแค่ไหน เธอจึงแกล้งทำตัวเหินห่างใส่เขา แต่ลับหลัง เธอก็พยายามแทบตายที่จะหาเวลาได้คุยกับคาเมรอนเพียงลำพัง

ในหัวของเจนน่าเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ทำไมคาเมรอนยังไม่ตายเหมือนที่แม่เธอเล่า ทำไมคาเมรอนถึงอยู่ๆก็จากไปโดยไม่บอกลา แล้วทำไมตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เขาถึงไม่เคยติดต่อมาเลย

ความรู้สึกของเจนน่าที่มีต่อคาเมรอน เริ่มสั่นคลอนความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับอีธาน เพื่อนในกลุ่มต่างสังเกตเห็นว่า ตั้งแต่คาเมรอนย้ายมา เจนน่าก็เปลี่ยนไป แท้จริงแล้วทั้งคู่ปกปิดอะไรไว้กันแน่?

แม่ของเจนน่าไม่แสดงอาการตกใจเลยที่เห็นคาเมรอนยังมีชีวิตอยู่ แถมยังต้อนรับเขาอย่างดีจนเธอแปลกใจ แสดงว่าที่ผ่านมา แม่โกหกเธอมาตลอด แล้วทำไมถึงต้องทำแบบนั้นล่ะ?

ความทรงจำในอดีตย้อนมาทำร้ายเจนน่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอไม่กล้ากลับไปบ้านหลังเก่าของคาเมรอน เพราะเรื่องเลวร้ายที่เคยเกิดขึ้นที่นั่นยังตามหลอกหลอนเธอตลอดมา 

เช้าวันหนึ่ง คาเมรอนมายืนหน้าบ้านเธอด้วยอาการหนาวสั่น เจนน่าดีใจที่เขาคิดจะพึ่งพาเธอบ้าง เธอสงสารที่เขาต้องใช้ชีวิตเพียงลำพัง และทำงานพิเศษส่งตัวเองเรียนหนังสือ แม่อนุญาตให้เขาพักอยู่ด้วยกันจนกว่าจะหาห้องเช่าใหม่ได้ คาเมรอนเล่าว่า เมื่อ 8 ปีก่อน แม่ของเขาตัดสินใจหลบไปอยู่บ้านพัก เพื่อหนีพ่อที่ชอบทำร้ายคนในครอบครัว และที่นั่นไม่อนุญาตให้ติดต่อกับคนภายนอก เขาจึงขาดการติดต่อเธอไป เขาเริ่มออกตามหาเจนน่าทันทีหลังย้ายออกจากบ้านพัก และในที่สุดเขาก็ได้พบเธอ เจนน่ามีชีวิตที่ดีในSalt Lake City เขาไม่อยากให้เธอต้องมาเป็นกังวลเรื่องเขา ที่มาที่นี่ก็เพียงเพื่อจะได้พบเธออีกครั้ง และอยากให้เธอลืมเรื่องร้ายๆในอดีตนั้นไปซะ

แม่สงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างเจนน่ากับคาเมรอน ด้วยความโมโห เธอจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้เเม่ฟัง ตอนเธอยังเด็ก แม่ของเธอตัดสินใจเรียนพยาบาลเลยทำให้ไม่มีเวลาให้กับลูกสาวเลย เจนน่าต้องหาข้าวกินเอง หรือแม้กระทั่งซักเสื้อผ้าเอง ด้วยความเป็นเด็ก เธอจึงใส่เสื้อผ้าเหม็นอับไปโรงเรียน เพื่อนร่วมชั้นเอาแต่ล้อที่เธอทั้งเหม็น ทั้งอ้วน เธอมีเพียงคาเมรอนที่คอยเล่นกับเธอ กินข้าวกลางวันกับเธอ ในช่วงเวลานั้น เขาจึงเหมือนทุกๆอย่างของเธอ จนกระทั่งวันเกิดของเจนน่า คาเมรอนชวนเธอไปที่บ้าน เขาตั้งใจจะให้บ้านตุ๊กตาที่เขาทำเองกับมือเป็นของขวัญ แต่โชคร้ายที่วันนั้นพ่อของคาเมรอนอยู่บ้าน พ่อพูดจาว่าร้ายเรื่องที่เจนน่าอ้วน คนอย่างเธอคงไม่มีใครเอาเป็นแฟน คาเมรอนก็แค่เล่นสนุกด้วย พ่อสั่งให้เด็กทั้งสองคนเข้าไปในห้องนอน เพื่อสอนวิธีการเล่นที่แท้จริง เจนน่ารู้สึกถึงภัยคุกคาม เธอจึงยอมตามอย่างว่าง่าย แต่ขอให้พ่อของคาเมรอนออกไป เพราะพวกเขาจะเล่นกันแค่สองคน หลังจากล็อคประตูห้อง คาเมรอนคว้าเอามีดที่ซ่อนในตู้เสื้อผ้า เฉือนแหวกมุ้งลวดเพื่อหาทางหนี เจนน่าเองก็ใช้มือเปล่าช่วยอีกทางหนึ่ง จนทั้งคู่ปีนหนีออกมาได้ แต่พ่อก็ตามมาจับตัวคาเมรอนไว้ เสียงดังเอะอะโวยวายดึงความสนใจจากเพื่อนบ้านข้างเคียง พ่อจึงยอมปล่อยพวกเด็กๆไป เพราะไม่อยากให้เรื่องถึงตำรวจ เหตุการณ์ในวันนั้นตามหลอกหลอนเจนน่ามาโดยตลอด แต่ในเมื่อเวลาผ่านมาหลายปีแล้ว คาเมรอนจึงอยากให้เธอลืมมันไปเสียที

แม่ของเจนน่ารู้สึกเสียใจที่เธอปล่อยปละละเลยลูกสาวจนเกิดเรื่องนั้นขึ้น แม่จึงทำดีกับคาเมรอนยิ่งกว่าเดิมเพื่อเป็นการชดใช้ความรู้สึกผิดบาปที่อยู่ในใจ แต่เขากลับตัดสินใจย้ายกลับไปอยู่กับน้องที่บ้านในแคลิฟอร์เนีย เจนน่าตกใจแต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ เธอรู้ดีว่า ถ้าคาเมรอนตัดสินใจอะไรไปแล้ว ไม่ว่าพูดยังไง เขาก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจ

เจนน่าเลิกกับอีธาน แต่เธอไม่รู้สึกเสียใจเลยสักนิด เธอให้เหตุผลกับแม่ว่า เธอไม่ได้รักอีธาน แต่กับคาเมรอน มันไม่ใช่รักแบบพี่น้อง แต่เธอก็ไม่แน่ใจว่ารักแบบคู่รักหรือเปล่า เธอรู้สึกว่าระหว่างเธอกับคาเมรอนเหมือนกับงานที่ยังไม่เสร็จ แล้วทั้งชีวิตนี้ก็คงจะไม่มีวันเสร็จสมบูรณ์เป็นแน่

เจนน่า กระซิบบอกรักคาเมรอนที่นอนซมเพราะพิษไข้ แต่พอตื่นเช้ามาเขาก็หายตัวไปเสียแล้ว และไม่มีคำบอกลาเหมือนเช่นเคย จนกระทั่งหลายเดือนผ่านไป เจนน่าได้รับจดหมายจากคาเมรอน เขาเล่าถึงความเป็นอยู่ที่บ้าน และขอโทษที่ไปโดยไม่บอกลา เพราะเขาทนไม่ได้ที่จะต้องจากกันแบบนั้น ทั้งสองคนยังคงติดต่อกันบ้างบางครั้ง ไม่ได้คุยโทรศัพท์กันนานๆเหมือนคู่รักทั่วไป แต่เจนน่าก็ยังมั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง และเล่าเรื่องระหว่างเธอกับคาเมรอนให้พื่อนใหม่ฟังเสมอๆ เพราะเธอไม่อยากจะลืมความทรงจำล้ำค่าพวกนั้น และเธอก็อยากจะจดจำคาเมรอนไว้ในใจตลอดไป...

การเล่าเรื่อง : เล่าในมุมมองของเจนน่าคนเดียว สลับกันระหว่างอดีตกับปัจจุบัน

ภาษา : ศัพท์ง่ายจ้า อ่านแปบเดียวจบเลยย

ความรู้สึกหลังอ่าน : ที่จริงเราซื้อเล่มนี้ผิด เพราะจำชื่อคนเขียนสลับกับเรื่อง How I Live Now ที่เป็นหนังปี 2013 แต่ไหนๆก็ซื้อเลยลองอ่านดู ปรากฎว่า เห้ยยยยย ชอบอะแก! 55 โทนเรื่องนี้จะหม่นๆหน่อย กลัวว่าอดีตของนางจะสาหัสขนาดไหน (คือถ้านางโดนข่มขืนมา เราว่าควรต้องเปลี่ยนชื่อเรื่องนะ เห็นชื่อนึกว่ารักใสๆไรงี้ -*-) สาเหตุที่ชอบเพราะ เรื่องนี้ทำให้เราตั้งคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างคนเรา อย่างเจนน่ากับคาเมรอน เค้าก็รักกันนะ แต่เค้าไม่ได้อยากได้อีกฝ่ายมาเก็บไว้ใกล้ๆตัว เพราะเข้าใจว่าแต่ละคนก็มีเส้นทางชีวิตของตัวเอง ไม่ได้คุยกันบ่อย แตก็ยังคิดถึงเสมอ เราว่ามัน deep ดีอะ (ถ้าให้เดาเรื่องต่อ เราว่าสองคนนี้คงไม่ได้คู่กันแน่ๆ เฮ่อออ) เราว่า เป็นหนังสือที่ควรค่าแก่การหามาอ่านนะ ขนาดเราอ่านจบมาซักพักแล้ว ตอนนี้เราก็ยังนึกถึงความสัมพันธ์ของตัวละครพวกนี้อยู่เลย หนังสือจบ แต่ความรู้สึกไม่จบนะจ๊ะ งืมมมม...

คะแนน : 4/5



Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2559 22:37:46 น.
Counter : 361 Pageviews.

2 comment
**Review**Beastly - Alex Flinn
Beastly - Alex Flinn



Title : Beastly
Author : Alex Flinn
Genre : YA / Fairy tale retelling
Public : January 1st 2007

เรื่องย่อ : 

ความรัก..ไม่มีวันอัปลักษณ์

ผมเป็นสัตว์ร้าย 

สัตว์ร้าย...ไม่ใช่ทั้งหมาป่า หรือหมี หรือกอริลล่า หรือสุนัข แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสยดสยอง ทั้งเขี้ยว กรงเล็บ และเส้นขนที่งอกออกมาทุกรูขุมขน ใช่แล้ว..ผมเป็นสัตว์ร้าย

คุณคิดว่าผมกำลังพูดถึงเทพนิยายงั้นเหรอ? ไม่ใช่หรอก เพราะที่นี่คือนิวยอร์คซิตี้ ณ ช่วงเวลานี้ มันไม่ใช่ความพิกลพิการ ไม่ใช่โรคร้าย แต่ผมจะอยู่แบบนี้ไปจนวันตาย เว้นแต่จะมีใครมาช่วยคลายคำสาป

ใช่...คำสาป ที่นังแม่มดในคาบภาษาอังกฤษร่ายใส่ผม ทำไมยัยนี่ถึงเปลี่ยนผมเป็นสัตว์ร้ายที่ซ่อนตัวตอนกลางวัน และออกไปเดินด้อมๆมองๆเมื่อความมืดมาเยือนงั้นเหรอ ผมจะบอกคุณเอง ผมจะบอกคุณเองว่า คนอย่าง ไคล์ คิงส์เบรี่ ที่ใครๆต่างฝันถึง มีทั้งเงิน ใบหน้าไร้ที่ติ และชีวิตที่สุดแสนจะเพอร์เฟ็ค กลายมาเป็นสัตว์ร้ายอย่างสมบูรณ์นี่ได้ยังไง?
รีวิว + สปอยล์ : 

ไคล์เป็นเด็กหนุ่มที่ผู้หญิงทุกคนอยากได้ เขามีใบหน้าที่งดงาม ฐานะร่ำรวย ทั้งยังมีพ่อเป็นนักข่าวชื่อดังอีกต่างหาก แต่นิสัยของเขากลับตรงกันข้ามกับรูปลักษณ์ภายนอกลิบลับ เขาให้ความสำคัญกับหน้าตา และฐานะทางสังคมจนลืมความงามที่อยู่ภายใน เขามักมองคนที่หน้าตาขี้เหร่ด้วยสายตาเหยียดหยาม ในวันเลือกตั้งงาน spring dance ของโรงเรียน เขามีปากเสียงกับเคนดร้า สาวอ้วน แต่งตัวโกธิค เธอรู้สึกขยะแขยงที่การเลือกตั้งนั้นขึ้นอยู่กับหน้าตาของผู้สมัคร แต่ไคล์ก็ยังยืนยันความคิดของตัวเองที่ว่ารูปลักษณ์สำคัญที่สุด เราไม่ควรแม้แต่จะชายตามองคนที่อัปลักษณ์ด้วยซ้ำ เคนดร้าประกาศกร้าวว่า ภายในของเขานั้น..ช่างอัปลักษณ์เหลือเกิน และถ้าวันนึงเขาต้องสูญเสียใบหน้านี้ไป ขอให้เขาไม่มีวันได้มันคืนกลับมา เขามันคือสัตว์ร้ายตัวจริงๆ

คำว่า สัตว์ร้าย ของเคนดร้า ทำให้ไคล์รู้สึกแปลกๆ เขาจึงวางแผนแกล้งเธอ ไคล์บอกเคนดร้าว่าเขาสำนึกผิด และอยากชวนเธอไปงานเต้นรำ ทั้งที่เขามีสโลนเป็นคู่เดทอยู่แล้ว 

ในงานเต้นรำ สโลนโมโหที่ไคล์เอาดอกกุหลาบราคาถูกมาให้ แทนที่จะเป็นดอกกล้วยไม้ เขาเลยเอามันไปให้เด็กทุนหน้าตาบ้านๆที่มาช่วยงาน เธอยิ้มด้วยความดีใจ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ และเดินจากมา

เมื่อเคนดร้ามาถึงงาน ไคล์ก็ดำเนินการตามแผนที่วางไว้ เขาและสโลนจูบกันอย่างดูดดื่มต่อหน้าเคนดร้า แต่เธอก็ไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านออกมา เพราะเธอรู้อยู่ก่อนแล้วว่ามันจะต้องลงเอยแบบนี้ คำพูดของเคนดร้าที่ว่า เธอได้ตัดสินใจทำอะไรบางย่างแล้ว ทำให้ไคล์รู้สึกกังวล เขายอมทะเลาะกับสโลนเพื่อขอตัวกลับบ้าน และพบว่าเคนดร้าได้รอเขาอยู่ก่อนแล้ว

เคนดร้าร่ายคำสาปให้เขามีหน้าตาอัปลักษณ์เหมือนสัตว์ร้าย วิธีแก้คำสาปมีเพียง..เขาจะต้องรักผู้หญิงคนนึง เเละเธอคนนั้นจะต้องรักเขากลับ และต้องจูบเขา ภายในสองปี ไม่อย่างงั้นไคล์จะต้องเป็นสัตว์ร้ายไปจนจตลอดชีวิต

พ่อพาไคล์ไปหาทั้งหมอแผนปัจจุบัน และหมอผี แต่ก็ไม่มีใครรักษาได้ ในที่สุด พ่อของเขาก็ซื้อบ้านหลังใหม่ให้ไคล์เพื่อไม่ให้ใครพบเห็นเขา พร้อมกับจ้างครูสอนพิเศษตาบอดให้มาโฮสคูลเขา ไคล์ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว มีเพียงดอกกุหลาบที่เขาเป็นคนปลูก คอยเตือนว่าตัวเขายังมีคุณค่าอยู่บ้าง

อยู่มาวันนึง เรือนกระจกที่ไคล์สร้างมากับมือถูกพังโดยพ่อของลินดี้ เด็กสาวที่เขาให้ดอกกุหลาบไปในงานเต้นรำ ไคล์ยื่นข้อเสนอให้พ่อของลินดี้พาเธอมาอยู่กับเขา แลกกับการที่เขาจะไม่แจ้งตำรวจ
ไคล์ตื่นเต้นที่ลินดี้จะมาอยู่กับเขา เขาลงทุนแต่งห้องให้เธอเองกับมือ พร้อมทั้งหาข้าวของที่คิดว่าผู้หญิงจะชอบมาเตรียมไว้ให้ แต่เธอก็พอใจเพียงแค่ดอกกุหลาบและหนังสือเท่านั้น ลินดี้ไม่ยอมออกจากห้องมาพบหน้าเขา และเรียเขาว่าโจรลักพาตัว แทนที่จะเป็น เอเดรียน ชื่อใหม่ของเขา

ไคล์เรียนรู้ว่า เขาไม่ควรจะบังคับเธอ และปล่อยให้เป็นเรื่องของเวลา ในที่สุด ลินดี้ก็ยอมออกมา แม้จะตกใจกับหน้าตาอัปลักษณ์ แต่เธอก็ไม่เคยรังเกียจเขา นั่นทำให้ไคล์รู้สึกมีความหวังขึ้นมา 

ทั้งสองคนสนิทสนมกันมากขึ้น ไคล์หลงรักลินดี้ขึ้นมาจริงๆ แต่เขาก็ยังกล้าๆกลัวๆที่จะเข้าหาเธอด้วยหน้าตาที่แสนจะอัปลักษณ์ เขารู้สึกผิดที่เอาเธอมาขังไว้ เขาอยากให้เธออยู่กับเขาด้วยความต้องการจริงๆของเธอ ไคล์จึงวางแผนพาลินดี้ไปเที่ยวที่บ้านพักตากอากาศแถวชานเมือง เขาจะทำให้เธอรักเขาให้ได้ ไม่อย่างงั้น เขาก็จะปล่อยเธอไป

ที่บ้านพัก ทั้งคู่เล่นสนุกกันเหมือนด็กๆ แต่แล้วฝันของไคล์ก็พังทลายลง ลินดี้รู้ข่าวว่าพ่อของเธอกำลังป่วยหนัก และอยากกลับไปดูแลพ่อ ไคล์บอกให้เธอกลับไปโดยที่ไม่รั้ง และขอให้เธอกลับมาหาเขาที่บ้านตอนฤดูใบไม้ผลิ แต่วันแล้ววันเล่า เธอก็ไม่เคยกลับมา...

วันเวลาผ่านไปจนเกือบจะครบ 2 ปี ไคล์ทำใจแล้วว่าเขาคงต้องอยู่ในสภาพนี้ไปจนตาย แต่เขาก็ยังอดคิดถึงลินดี้ไม่ได้ เขาใช้กระจกวิเศษของเคนดร้าส่องดูลินดี้ เขาพบว่าเธอกำลังถูกทำร้าย เขาจดจำสถานที่ในกระจก และรีบวิ่งไปหาเธอโดยไม่แคร์สายตาผู้คนบนท้องถนน

ไคล์ช่วยลินดี้ไว้ได้ แต่ตัวเองกลับถูกยิง แม้จะต้องตาย เขาก็อยากได้ยินคำว่ารักจากปากเธอซักครั้ง ลินดี้บอกว่า เธอหลงรักเขาตั้งแต่เเรกแล้ว เพราะเขาเป็คนจิตใจดี เธอไม่รู้สึกอะไรกับใบหน้าอัปลักษณ์ของเขาสักนิด และที่เธอไม่ไปหาเขาตามสัญญาเพราะเธอไม่รู้ว่าบ้านของเขาอยู่ที่ไหน แม้ว่าเธอจะออกตามหาทั่วเมืองแต่ก็ยังไม่พบ...

ลินดี้ก้มลงจุมพิตใบหน้าอัปลักษณ์นั้นโดยไม่รังเกียจ เพียงแค่พริบตาเดียวสัตว์ร้ายอย่างเอเดรียน ก็แปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าไร้ที่ติของไคล์ คิงส์เบรี่ ลินดี้ไม่เชื่อว่าไคล์คือคนๆเดียวกับเอเดรียน เขาเลยขอให้เธอหลับตาลง และตั้งใจฟังเสียงของเขา ไคล์เล่าเรื่องช่วงเวลาที่พวกเขาเคยอยู่ด้วยกัน เธอจึงยอมเชื่อว่าผู้ชายที่อยู่ตรงหน้านี้ คือคนที่เธอรัก ไม่ว่าเขาจะมีใบหน้าแบบไหนก็ตาม...

“A beautiful thing is precious, no matter the price. 
Those who do not know how to see the precious things in life 
will never be happy.”


การเล่าเรื่อง : เล่าในมุมมองของไคล์คนเดียว
ภาษา : ศัพท์ง่ายจ้า อ่านแปบเดียวจบเบยยย
ควารู้สึกหลังอ่าน : เราชอบเรื่องนี้มากกกกกกกก แม้ว่าสไตล์การเขียนจะไม่ได้เลิศเลอ ภาษาง่ายๆเหมือนพวกหนังสือเด็ก แต่เนื้อเรื่องมันอบอุ่นหัวใจยังไงไม่รู้ ยิ่งอ่านตอนอากาศหนาวนี่ฟินนนเลย ตอนที่เวลาของพระเอกใกล้หมด มีแอบน้ำตาคลอนิดๆด้วย 55 ตอนจบก็แบบน้ำเน่า แต่ก็ชอบอยู่ดี 555+ เทียบกับหนังแล้ว ในหนังสือพระเอกนิสัยเห้มากๆ เนื้อเรื่องโดยรวมคล้ายกัน แต่ตอนจบต่างกันนะ จำได้ว่าในยูทูปมีตอนจบแบบในหนังสือให้ดูด้วย ลองไปหาดูกันนะ ส่วนตัวเราว่าก็ดีทั้งคู่แหละจ้า
คะแนน : 5/5 คนอื่นไม่ชอบก็ช่างเค้า (ในgoodreads เค้าไม่ค่อยชอบกัน) แต่เราชอบมากกกกก (ย้ำอีกที 55)



Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2559 19:59:10 น.
Counter : 425 Pageviews.

1 comment
**Review**The Sky is Everywhere - Jandy Nelson
THE SKY IS EVERYWHERE by JANDY NELSON



Title : The Sky is Everywhere
Author : Jandy Nelson
Genre : YA / Contemporary
Published : March 9th 2010 by Dial Books

เรื่องย่อ : 
เลนนี่ วอล์คเกอร์ เด็กสาววัย 17 ปี เธอเป็นหนอนหนังสือ คลั่งไคล้วงดนตรี เล่นคาริเน็ต ลำดับที่ 2 และใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงาพี่สาวของเธอมาตลอด แต่เมื่อเบย์ลี่เสียชีวิตกะทันหัน เลนนี่ก็เหมือนถูกเหวี่ยงให้มาอยู่กลางเวทีชีวิตของเธอเอง จากที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของพวกหนุ่มๆ เธอกลับต้องมารับมือกับเด็กหนุ่มถึงสองคน หนึ่งในนั้นคือ โทบี้ แฟนของเบย์ลี่ ความเศร้าโศกของเขาสะท้อนตัวตนของเธอ และโจ เด็กหนุ่มที่เพิ่งย้ายมาใหม่จากปารีส รอยยิ้มที่เหมือนมีมนต์สะกดช่างเข้าคู่กับพรสวรรค์ทางด้านดนตรีของเขาเสียเหลือเกิน สำหรับเลนนี่เเล้ว ทั้งสองคนเหมือน ดวงอาทิตย์กับพระจันทร์ หนึ่งหนุ่มพาเธอก้าวออกจากความเจ็บปวด แต่อีกคนก็ปลอบโยนเธอท่ามกลางความเศร้าใจนั้น และการที่เป็นเช่นนี้ ทั้งสองไม่อาจโคจรเข้าหากัน โดยที่ไม่ทำให้โลกนี้แตกเป็นเสี่ยงๆได้

รีวิว + สปอยล์ :
เลนนี่จมอยู่กับความทุกข์ หลังเบย์ลี่จากไป ทั้งยายและลุงที่เป็นครอบครัวที่เหลืออยู่ของเธอก็ไม่ต่างกัน ทุกคนใช้ชีวิตผิดเพี้ยน บิดเบี้ยว เลนนี่เอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้าเพื่อซึมซับกลิ่นที่ยังหลงเหลืออยู่ของพี่สาว บางครั้งก็เขียนจดหมายถึงพี่สาว และซุกซ่อนไว้ที่มุมต่างๆของเมือง คุณยายเองก็หมกตัวอยู่แต่ในห้อง วาดรูปหญิงสาวในชุดเขียวอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ลุงสุดเพี้ยนของเธอก็วิ่งวุ่นกับการหาซากแมลง เพื่อทดลองการฟื้นคืนชีพให้กับพวกมัน และยังมีอีกคนนึงที่เลนนี่คิดว่าน่าจะเข้าใจความรู้สึกเธอมากที่สุด โทบี้แวะเวียนมาหาเธอบ่อยขึ้นหลังจากงานศพ ความรู้สึกโหยหาที่มีต่อเบย์ลี่นำทั้งคู่ให้มาใกล้ชิดกันเกินกว่าที่ควรจะเป็น ทุกครั้งที่อยู่กันตามลำพัง มักจบด้วยการกอด จูบ ซึ่งในแต่ละครั้งนั้น เลนนี่ก็สาบานกับตัวเองว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก แต่เธอก็ไม่สามารถทำได้

เลนนี่ได้พบกับโจ เด็กนักเรียนที่ย้ายมาใหม่ เขามีพรสวรรค์ทางด้านดนตรีโดดเด่น บวกกับหน้าตาสวยๆ และขนตายาวๆ เด็กผู้หญิงทั้งโรงเรียนก็แทบอยากจะได้เขามาครอบครอง แต่โจกลับใช้ข้ออ้างเรื่องดนตรีเข้าหาเลนนี่ เขาขอให้เลนนี่มาซ้อมดนตรีด้วยกัน แต่เธอก็ปฏิเสธอย่างไม่ใยดี แต่เขาก็ยังไม่ละความพยายาม โจมาหาเลนี่ทุกเช้าพร้อมกับครัวซองต์ และซากแมงมุม การปรากฎตัวของโจทำให้ครอบครัวของเธอเหมือนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เช่นเดียวกับเลนนี่

เลนนี่มีความสุขที่ได้อยู่ใกล้โจ แต่อีกใจนึงเธอก็รูสึกผิดต่อพี่สาวที่ตายไปแล้ว ยิ่งกว่านั้น เธอกลัวความลับระหว่างเธอกับโทบี้จะเปิดเผยขึ้นมา โจเริ่มระแวงความสัมพันธ์นั้นมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เธอก็พยายามโกหกกลบเกลื่อนไปเสียทุกครั้ง จนกระทั่ง..

เลนนี่พบว่าเบย์ลี่เริ่มสืบค้นหาแม่ที่ทิ้งพวกเธอไปตั้งแต่ยังเล็ก แต่การค้นหาก็หยุดลงเพราะเบย์ลี่เสียชีวิตไปเสียก่อน ด้วยความสงสัย เลนนี่จึงไปถามหาเอาความจริงจากโทบี้ เขาเล่าเรื่องทั้งน้ำตานองหน้าว่า หลังจากที่เบย์ลี่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ ด้วยตื่นเต้นที่กำลังจะได้เป็นแม่ เธอก็เริ่มออกตาหาแม่ที่เธอแทบไม่รู้จัก หลังจากฟังเรื่องราวของพี่สาว เลนนี่รู้สึกสงสารโทบี้ขึ้นมาจับใจ เธอกอด และจูบเพื่อปลอบโยนเขา แต่โชคร้าย..ที่โจเข้ามาเห็นพอดี

โจโกรธมาก และขอไม่ให้เลนนี่มาพบเขาอีก เลนนี่พยายามอธิบายว่า ระหว่างเธอกับโทบี้นั้นไม่มีความรู้สึกรักใคร่ พวกเขาเพียงแต่คิดถึงเบย์ลี่เท่านั้น คนที่เธอรักคือโจ ต่างหาก แต่โจก็ไม่รับฟังคำแก้ตัวของเธอเลย และเริ่มออกเดทกับเรเชล คู่แข่งของเลนนี่

เลนนี่พยายามตามตื๊อ จนสุดท้ายเธอเขียนจดหมายถึงโจด้วยถ้อยคำที่แสนจะน้ำเน่าจากนิยายคลาสสิคที่เธอชอบ เธอหวังว่าโจจะได้อ่านมันและเข้าใจเธอ แต่ไปๆมาๆ เธอก็เปลี่ยนใจ เพราะอับอายกับถ้อยคำเหล่านั้น เลนนี่กลับไปเอาจดหมายเพื่อที่จะทำลายมันทิ้งซะ แต่ก็ได้พบว่ากระดาษแผ่นนั้นหายไปแล้ว

เลนนี่คุยเปิดใจกับคุณยายเรื่องแม่ และปล่อยวางเรื่องพี่สาว เธอและโทบี้ตกลงที่จะเป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน ส่วนเรื่องของโจ เธอก็โทษใครไม่ได้ เพราะมันเป็นความผิดของเธอเอง

เลนนี่เข้าไปนอนเล่นในป่าที่เธอกับโจเคยมาด้วยกัน เธอได้ยินเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เธอลืมตาขึ้นพบโทบี้ยืนอยู่ไม่ห่าง เขาดึงกล่องใบนึงออกจากกระเป๋าเป้ ข้างในเป็นกระดาษโน้ตที่เธอซุกซ่อนไว้ตามที่ต่างของเมืองๆ โจอธิบายว่า เขาไม่ใช่พวกโรคจิตนะ แต่เขาพบมันโดยบังเอิญ เขารู้ว่าไม่ควรที่จะอ่านมัน แต่เขาห้ามใจตัวเองไม่อยู่ และออกตามหาแผ่นอื่นๆอีก แต่เพราะพวกมันนี่แหละที่ทำให้เขาเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และความเสียใจเลนนี่ และก็เพราะจดหมายน้ำเน่าของเลนนี่ที่ทำให้โจหายโกรธ

เลนนี่รู้สึกว่าจูบของโจทำให้พวกเขาทั้งสองคนล่องลอยไปบนท้องฟ้ากว้าง โบยบินออกไปไกล และอาจจะไม่กลับมาอีก แล้วถ้าใครถามว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน ก็แค่ตอบออกไปว่า เงยหน้าขึ้นดูสิ...

"หัวใจฉันเป็นของเธอ... ฉันได้ยินจิตวิญญานของเธอในท่วงทำนองเพลงนั้น... และตัวฉันก็เป็นของเธอ..."

ภาษา : กลาง - ยาก ศัพท์แปลกๆเยอะ  พอเราเริ่มอ่าน adult fiction รู้เลยว่า YA ศัพท์ยากกว่าอีกอะ พวก Adult Fiction ที่เคยอ่าน ส่วนใหญ่จะใช้คำง่ายๆ หรือพบเห็นตามนสพ. นิตยสารทั่วไป แต่ภาษาสวย ส่วน YA เราสังเกตเห็นหลายเรื่องละว่า คนเขียนพยายามใช้ศัพท์เว่อวัง อลังการ ประดิษฐ์คำพูด หรือประโยคให้ดูหรูๆ บางทีเราก็ว่ามันเยอะไปนะ -*-

ความรู้สึกหลังอ่าน : เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สองที่เราอ่าน แล้วตัวเอกต้องดีลกับความเศร้าเพราะคนที่รักตายไป เราก็เข้าใจนะว่ามันต้องเสียใจอยู่เเล้ว แต่งงว่า ทำไมจะต้องไป กอด จูบ กับแฟนของพี่สาวหรือต้องไปมีอะไรกับคนอื่นด้วย (ในเรื่อง Amy & Roger's epic detour นางเอกก็ไปมีอะไรกับคนอื่น เพราะเศร้าที่พ่อตาย) เราว่ามันเเปลกๆอะ ไม่ค่อย make sense เท่าไหร่ เราค่อนข้างรำคาญนางเอกนะ สะใจด้วยตอนที่โดนพระเอกจับได้ 55 เห็นหลายคนชอบเรื่องนี้นะ สำหรับเรา เราว่าก็โอเค๊ ไม่ได้เสียน้ำตาเหมือนคนอื่น แต่อ่านแล้วก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจดี

คะแนน : 4/5



Create Date : 26 มกราคม 2559
Last Update : 26 มกราคม 2559 16:18:42 น.
Counter : 500 Pageviews.

2 comment
**Review**Fangirl - Rainbow Rowell


Fangirl - Rainbow Rowell

Title : Fangirl

Author : RainbowRowell

Genre : YA /Contemporary

Published January 1st2013

เรื่องย่อ :

แคธ เป็นแฟนหนังสือ ไซมอน สโนว์ไม่ใช่แค่แฟนธรรมดา แต่เธอเป็นแฟนที่มีแฟนๆอีกหลายหมื่นคนคอยติดตามผลงานแคธเขียนแฟนฟิค และ ไซมอน สโนว์ก็เป็นโลกทั้งใบของเธอเธอเก็บตัวจากคนภายนอก ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครนอกจากฝาแฝดของเธอแต่เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย แคธต้องจากพ่อ และฝาแฝดต้องการไปมีชีวิตของตัวเองเหตุการณ์วุ่นวายจึงเริ่มต้นขึ้น ซ้ำร้ายยังมีหนุ่มๆเข้ามาพัวพันแคธจะปรับตัวเช่นไรกับชีวิตใหม่ของเธอเมื่อเรื่องราวความรักมาเคาะประตูอยู่ตรงหน้าและไม่ได้อยู่แต่ในนิยายที่เธอเขียนอีกต่อไป

รีวิว + สปอยล์

เรื่องนี้เริ่มต้นเมื่อแคธต้องเข้าเรียนมหาลัยเธออยากพักกับเรน ฝาแฝดของเธอ แต่ว่าเรนดันปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่าจุดประสงค์ของการเข้ามหาลัยก็คือการได้เจอกับคนใหม่ๆนะเเคธเลยจำใจต้องอยู่ห้องดียวกับเรเเกนแคธรู้สึกอัดอัดมากที่ต้องอยู่กับคนที่เธอไม่รู้จักแถมลีไวแฟนเก่าของเรแกนก็ยังมานั่งเล่นในห้องเธอบ่อยๆแคธต้องคอยแอบเขียนแฟนฟิคชั่นตอนที่เรแกนไม่อยู่ห้องเธอไม่ยอมลงไปกินข้าวเพราะไม่อยากพบเจอผู้คน จนวันนึงที่เรแกนทนไม่ไหวจนต้องบังคับให้แคธไปกินข้าวด้วยกัน

แคธลงเรียนวิชาFictionwriting เธอได้พบกับนิค และมักไปแต่งนิยายด้วยกันที่ห้องสมุดแต่แล้วนิคก็ขโมยนิยายที่ช่วยกันแต่งไปเป็นของตัวเองและซ้ำร้ายอาจารย์ก็ยังไม่ให้เธอผ่าน เพราะเธอเอาแฟนฟิคชั่นไปส่ง แทนที่จะเขียนเรื่องของตัวเองขึ้นมา

แคธเริ่มสนิทกับลีไวแม้เธอจะยังไม่ค่อยไว้ใจ และรักษาระยะห่างอยู่บ้างแต่ความดีของลีไวก็เอาชนะใจเธอจนได้

แคธเริ่มเปิดใจให้กับคนอื่นๆส่วนเรนก็เจอปัญหาใหญ่จนเกือบต้องดรอปเรียนแต่ในที่สุดฝาแฝดทั้งสองคนก็กลับมาคืนดีกันเหมือนเดิมและเเคธก็เริ่มเขียนนิยายที่เป็นของตัวเองจริงๆ

การเล่าเรื่อง : เล่าในมุมมองแคธคนเดียวมีแทรกแฟนฟิคแบซ กับไซม่อนด้วย (ที่จริงมันคือแฟนฟิคแฮร์รี่ พอตเตอร์นั่นเอง)

ภาษา : มีศัพท์ยากแทรกมาเรื่อยๆแล้วก็มุขที่คนไทยอย่างเราไม่เข้าใจ 55

ความรู้สึกหลังอ่าน : อ่านจบแล้วอยากจะกรอกตาสิบล้านรอบเฮ่ออออ ไม่สนุกเลยอ้ะ! พล็อตแบบราบเรียบมากกกกกกกก ไม่มีอะไรเลยอย่างข้างบนที่เรารีวิวมา สาบานเลยนะว่านั่นสปยล์แล้ว 555 คือสรุปแบบเนื้อๆเลย 555 นางเอกทำตัวแบบพวกรังเกียจสังคมมากกว่าintrovert นะ ความคิด การกระทำอย่างกะเด็กประถมออกแนวโง่ซะมากกว่า *เบะปาก* เหนื่อยใจจริมๆ กว่าจะอ่านจบล่อไปสี่-ห้าเดือนไม่เห็นจะสนุกอย่างที่เค้าว่ากันเลย แล้วที่พวกฝรั่งชอบว่า มีcharacter development อะไรเนี่ยเราไม่เห็นว่ามันจะพัฒนาแบบสมเหตุสมผลเลย ก็แค่เล่าเรื่องไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดพีค

ส่วนแฟนฟิคที่แทรกมาความจริงไม่ต้องมีก็ได้นะ ไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับเรื่องเลยหรือว่าแค่อยากให้หนังสือเล่มใหญ่ขึ้นหรือเปล่าก็ไม่รู้ - -*

ตอนจบก็จบแบบงงๆประมาณว่า อ้าว จบแล้วเรอะ ยังไม่ทันรู้สึกไรเลย (ที่จริง จบได้ก็ดีขี้เกียจอ่านละ 55)

มีตอนนึงที่งงกับความคิดนางเอกมากคือ นางกลัวว่า อนาคตอาจจะเลิกกับลีไว ไรงี้ เพราะงั้น เราก็รีบมีเซ็กส์กับลีไวตอนที่ยังมีโอกาสนี่แหละ เรานี่แบบ หืมมมมมมมมม ความคิดเมิงนี่นะทีตอนแรกกลัวเค้าปล้ำจะตายอยู่ละ เฮ่อออออ *ขอถอนหายใจแรงๆเลย*

คะแนน : 2.5/5 นี่ให้คะแนนแบบเกรงใจสุดๆแล้วนะเพราะปกติเราไม่ค่อยหวงคะแนนอยู่ละ เราว่าจะไม่อ่านงานของเรนโบว์อีกซักพักเลยเพราะเคยอ่าน Eleanor & park ไปครึ่งเล่มไม่เวริ์คพอกัน *กรอกตาอีกสิบล้านรอบ*




Create Date : 26 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 23 กรกฎาคม 2559 15:09:45 น.
Counter : 438 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  

Caymen51
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



Hi guys! My name is Geegee. I'm a book lover. Feel free to add me on goodreads. Let's be friends!

ฝากร้านหนังสือหน่อยจ้า https://goo.gl/e1jVlt

G.'s bookshelf: read

In the Shadow of Blackbirds
really liked it
4.5/5
tagged: fantasy and own
The Bunker Diary
really liked it
3.5/5 SHIT! The ending was too heartbreaking. I couldn't stand it!
tagged: own and contemporary
Malice
really liked it
tagged: japanese and own
Practice Makes Perfect
liked it
3.5/5 This was a funny and fluffy story with two guys who have a secret agreement. Their relationship started with with an awkward situation which surprisingly turned out to be hilarious. I really like geeky Dev. I think it's cute when...
tagged: contemporary
Strangers
liked it
tagged: japanese and own

goodreads.com