All Blog
**Review** The Ocean at the End of the Lane - Neil Gaiman
The Ocean at the End of the Lane  



Title : The Ocean at the End of the Lane (มหาสมุทรที่สุดปลายถนน)
Author : Neil Gaiman
Genre : Adult Fiction / Dark Fantasy
Published : January 1st 2013

เรื่องย่อ (จากปกหลังภาษาไทย) :
ณ เมืองซัสเซ็ก ประเทศอังกฤษ ชายวัยกลางคนกลับคืนสู่บ้านหลังเก่าเมื่อครั้งยังเป็นเด็กเพื่อร่วมพิธีศพ ถึงแม้บ้านเที่เขาเคยอาศัยอยู่ในตอนนั้นจะถูกรื้อไปนานแล้ว แต่เขาก็ถูกดึงดูดไปยังบ้านไร่ที่อยู่สุดปลายถนน ตอนอายุเจ็ดขวบ เขาเคยไปที่นั่นและได้พบกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อเล็ตตี้ เฮมป์สต็อก รวมทั้งแม่และยายของเธอด้วย เขาไม่เคยนึกถึงเล็ตตี้มาเป็นเวลาหลายทศววรษ แต่ในขณะที่เขานั่งอยู่ริมหนองน้ำที่เล็ตตี้อ้างเสมอว่าเป็นมหาสมุทร อดีตที่หลงลืมไปกลับโถมเข้าใส่ราวกลับระลอกคลื่น เมื่อสี่สิบปีก่อนความมืดถูกปลดปล่อยออกมา เป็นอะไรที่น่ากลัวและไม่อาจเข้าใจได้โดยสิ้นเชิงสำหรับเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ตอนนั้นเล็ตตี้สัญญาว่าจะปกป้องเขาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

รีวิว+ สปอยล์
เด็กชายวัย 7 ปี (ตอนแรกไม่ได้บอกว่าชื่ออะไร ตอนหลังพ่อเรียกว่าจอร์จ) อาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่กับพ่อแม่ และน้องสาว เขาชอบอ่านหนังสือ และทำการทดลองวิทยาศาสตร์ อยู่มาวันหนึ่งแม่ได้บอกกับเขาว่า บ้านไม่ได้ร่ำรวยเหมือนเก่า เลยต้องแบ่งพื้นที่บางส่วนในบ้านให้คนอื่นเช่า และเหตุการณ์ร้ายๆก็เกิดขึ้นเมื่อคนงานเหมืองมาเยือนบ้านของเขา เพียงแค่วันเเรกคนงานเหมืองก็ขับรถทับแมวของเด็กชายจนตาย มิหนำซ้ำแม่ยังยกห้องนอนของเขาให้คนงานเหมืองเช่า และบอกให้เขาแชร์ห้องกับน้องสาวแทน เรื่องราวดำเนินไปพร้อมกับความไม่พอใจของเด็กชาย เช้าตรู่วันหนึ่งเด็กชายตามหาหนังสือการ์ตูนที่พ่อของเขาซื้อให้แต่ดันลืมไว้ในรถ แต่พอเดินไปที่ลานจอดรถ รถก็ดันหายไปซะงั้น เด็กชายกับพ่อเลยออกเดินตามหารถไปด้วยกัน จนกระทั่งมาพบรถจอดอยู่ ณ สุดปลายถนน ภายนอกดูไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ภายในกลับพบร่างไร้วิญญาณของคนงานเหมืองเข้า พ่อของเด็กชายเลยฝากเขาไว้กับฟาร์มเฮมป์สต็อก ในระหว่างที่ตำรวจกำลังตรวจที่เกิดเหตุ และนั่นทำให้เขาได้พบกับเล็ตตี้เป็นครั้งแรก

หลังจากการตายของคนงานเหมือง เด็กชายพบว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น อยู่ๆคนสวนก็ขุดพบเหรียญโบราณที่หลังบ้าน เเละเช้าวันต่อมา เด็กชายก็ต้องตื่นจากฝันร้ายและพบว่ามีเหรียญนั้นติดอยู่ในลำคอ เขารีบไปหาเล็ตตี้ที่ฟาร์มและเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แม่และยายของเล็ตตี้คิดว่าน่าจะเป็นเพราะวิญญาณคนงานเหมืองที่ไปขอเงินจากมอนสเตอร์(ในเรื่องเรียกว่า Fleaที่จริงชื่อว่า Skarthach แต่เราคิดว่าเป็นผีผ้าขี้ริ้ว ฮ่าๆ) เล็ตตี้เลยพาเด็กชายเข้าไปอีกโลกนึง(ล่ะมั้ง)โดยเดินผ่านป่าข้างฟาร์มไป พอไปถึงก็เจรจากับfleaตัวนี้ ให้เลิกยุ่งเกียวกับอีกโลกเพราะมันจะทำให้เกิดเรื่องยุ่ง แต่fleaก็เถียงกลับว่าชั้นแค่ให้เงิน ให้ความสุขกับมนุษย์ ตกลงกันไม่ได้ เล็ตตี้ก็เลยจัดการเจ้าFleaตัวนี้ และพากันกลับบ้าน หารู้ไม่ว่าได้พาเอาเจ้าFleaกับมาด้วย

พอเด็กชายกลับถึงบ้าน ก็พบว่ามีรูอะไรบางอย่างอยู่ที่เท้า เลยลองเอาแหนบแซะๆดู ปรากฎว่ามีหนอนอยู่ในเท้า - -* เขาเลยใช้แหนบดึงมันออกมาแล้วทิ้งลงท่อน้ำโดยไม่คิดอะไร เรื่องราวเหมือนจะกลับสู่ภาวะปกติ แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิ เมื่อวันต่อมา แม่ได้แนะนำให้เขารู้จักกับพี่เลี้ยงคนใหม่ชื่อ Ursula Monkton เด็กชายรู้สึกไม่ชอบหน้าเอาเสียเลย ผิดกับน้องสาวของตัวเองที่ดูจะปลื้มเออซูล่ามากๆ อยู่ไปซักพักนางเออซูล่าก็ออกลาย และเปิดเผยว่าตัวเองคือ Flea เข้ามาในโลกนี้โดยอาศัยมาในตัวเด็กชายซึ่งก็คือ หนอนตัวนั้นนั่นเอง เออซูล่าแกล้งเด็กชายสารพัด และไม่ยอมปล่อยให้เขาหนีไปขอความช่วยเหลือจากเล็ตตี้ จนมาถึงฉากเด็ด หึหึ เด็กชายรู้สึกทนยัยเออซูล่านี่ไม่ไหว เลยด่าต่อหน้าพ่อของตัวเองว่า อิเห็บ! (Flea) พ่อโมโหมากเลยจับเขากดน้ำมันซะเลย -__- โดยมีนังเออซูล่าหัวเราะชอบใจอยู่เบื้องหลัง แต่โชคดีที่เด็กชายหนีมาได้ และพ่อไม่คิดจะวิ่งไล่ฆ่าอีก - - ในคืนวันนั้น เด็กชายที่ทนความร้ายกาจของFleaตัวนี้ไม่ได้แล้ว เลยปีนหนีออกจากหน้าต่างลงมายังชั้นล่าง และพบว่าพ่อของเขากำลังมีอะไรกับเออซูล่าอยู่ในห้องรับแขก แต่วินาทีนั้นเขาไม่สนอะไรอีกแล้ว ที่นึกได้อย่างเดียวคือต้องไปหาเล็ตตี้ให้ได้ เขาออกวิ่งไปตามถนน วิ่งๆๆๆ จนสุดท้ายก็ถูกเออซูล่าไล่ตามจนได้ แล้วในขณะที่เออซูล่ากำลังจะพาเด็กชายกลับไปขังไว้ที่บ้าน เล็ตตี้ก็มาช่วยไว้ทัน และไล่เออซูล่าไป

 หลังเออซูล่ากลับไปแล้ว เล็ตตี้ก็พาเด็กชายไปพักที่ฟาร์ม ยายของเล็ตตี้ได้ช่วยลบเหตุการณ์ที่พ่อจับเขากดน้ำ โดยการตัดชุดนอนของเขาส่วนที่ขาดออก (เหมือนกับว่าผ้าส่วนที่ตัดออกไปเป็นเหตุการณ์นั้น) แล้วให้เด็กชายเอาไปทิ้งในเตาผิง แต่อยู่ๆเขาก็กลับรู้สึกเจ็บปวด ล้มลงไปดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้น ยายของเล็ตตี้เลยพบว่าที่เท้าของเด็กชายนั้นยังมีรูของหนอนหลงเหลืออยู่ ซึ่งนั่นก็เป็นเส้นทางที่เออซูล่าเหลือทิ้งไว้เพื่อเป็นทางที่ใช้กลับอีกโลกของเธอ (เพราะงั้นนางเลยจะเอาเด็กชายขังไว้ในบ้านไม่ให้ไปไหน) ยายของเล็ตตี้เลยจัดการดึงเส้นทางนั้นออก และปิดรูนั้นซะ และระหว่างที่เด็กชายพักอยู่ที่ฟาร์มเล็ตตี้ก็ไปทำข้อตกลงกับสัตว์ประหลาดที่เป็นนก (hunger bird) ให้มาจัดการกับเออซูล่าซะ หลังจากตกลงเสร็จก็พากันกลับไปที่บ้าน ระหว่างทางเข้าบ้านและรอบๆบ้านเล็ตตี้ได้วางของเล่นพังๆไว้เพื่อกันไม่ให้เออซูล่าหนีไป เล็ตตี้เจรจากับเออซูล่าให้กับไปดีๆ เพราะไม่อยากทำร้ายเธอ แต่เออซูล่าไม่ยอม หนีออกมาที่สนามหญ้า และตอนนั้นเองเออซูล่าได้ยินเสียงhunger birdบินเข้ามาใกล้เพื่อจะมาจัดการกับเธอ เออซูล่าจึงตกลงยอมกลับไปอีกโลกโดยผ่านเส้นทางที่ยายของเล็ตตี้ดึงออกมาจากตัวเด็กชาย แต่ว่าเส้นทางนั้นมันไม่สมบูรณ์ เพราะยายของล็ตตี้ดึงออกมาไม่หมด ยังมีอีกส่วนที่หลงเหลืออยู่ในหัวใจของเด็กชาย แต่กว่าจะหาวิธีแก้ไขได้ เออซูล่า+เส้นทางก็ถูกHunger birdจับกินจนไม่เหลือซากไปซะแแล้ว เอเมนนน

เรื่องเหมือนจะจบ แต่ไม่จบ เมื่อพวกhunger bird ไม่ยอมกลับ - - โดยอ้างว่ามาที่นี่เพื่อทำความสะอาด แต่ในเมื่อยังทำไม่เสร็จก็เลยยังกลับไม่ได้  (เพราะยังมีเส้นทางบางส่วนเหลืออยู่ในหัวใจของเด็กชายนั่นเอง) เล็ตตี้ไม่รู้จะทำยังไงเลยให้เด็กชายไปหลบอยู่ในวงแหวนศักดิ์สิทธิ์(ละมั่ง จำไม่ได้ว่าภาษาอังกฤษเรียกว่ายังไง - -;; แต่มีลักษณะเป็นพื้นที่วงกลมในสนามหญ้าที่หญ้าตายอยู่หย่อมเดียว) ส่วนเล็ตตี้ก็กลับไปขอความช่วยเหลือจากแม่และยายที่ฟาร์ม ระหว่างรอ ก็ีมีพวกวิญญาณเออซูล่า/คนงานเหมือง/พ่อ/น้องสาวมาหลอกให้ออกไปอยู่ตลอด จนในที่สุดเล็ตตี้ก็กลับมาพร้อมถังน้ำที่ใส่น้ำจากหนองน้ำหลังฟาร์ม เล็ตตี้และเด็กชายพากันกระโดดลงถังและไปโผล่ที่หนองน้ำหลังฟาร์มจริงๆ พอขึ้นจากน้ำปุ๊บ ก็พากันไปหาแม่และยายในบ้าน หลบได้ซักพัก Hunger bird ก็ตามมา(พวกนกเข้ามาในเขตฟาร์มไม่ได้ ถ้าเจ้าของฟาร์มไม่อนุญาต) แม่ของเล็ตตี้ออกไปเจรจาว่าให้ปล่อยเด็กชายไป แต่พวกนกไม่ยอม เลยจัดการกินทุกอย่างที่ขวางหน้า ทั้งต้นไม้ หมาป่า ท้องฟ้า ดวงดาว จนโลกกลายเป็นเพียงความว่างเปล่า เด็กชายตระหนักได้ว่าถ้าปล่อยไปแบบนี้ โลกนี้ก็จะไม่เหลืออะไรเลย ทั้งพ่อ แม่ น้องสาว ทุกอย่างจะหายไปหมด เขาเลยตัดสินใจวิ่งออกจากเขตฟาร์มยอมให้Hunger birdกินตัวเองซะ เรื่องจะได้จบๆ แต่ก่อนที่พวกนกจะถลาลงมากินเขา เล็ตตี้ก็เอาตัวเองเข้ามาเป็นโล่กำบังเด็กชาย และตัวเธอก็ถูกทำร้ายแทน แต่โชคดีที่อยู่ๆก็มีเสียงหนึ่งพูดขึ้นว่า พวกนกล้ำเส้น ละเมิดพันธะสัญญาทำร้ายหลานของเธอ เสียงๆนั้นคือยายของเล็ตตี้ันั่นเอง แต่เธอไม่ได้แก่หง่อมเหมือนที่เด็กชายเคยเห็น ยายของเล็ตตี้ขู่ว่าถ้าไม่ยอมกลับไป และไม่ยอมคืนทิวทัศน์ของโลกที่กินไปจะไปขอให้..(ใครซักคน จำไม่ได้ละ- -) ให้ทำให้พวกนกหายไปแทน พวกHunger bird จึงยอมขอโทษ และกลับโลกตัวเองไป เฮ่ออออ ทุกอย่างกลับเข้าสู่ความสงบ แต่เด็กน้อยเล็ตตี้ของเราดันไม่ฟื้น เด็กชายถามแม่ของเล็ตตี้ว่าเธอตายแล้วเหรอ แต่แม่ของเธอกลับตอบว่า เล็ตตี้เพียงแค่เจ็บหนักเท่านั้น แต่ในใจของเด็กชายไม่ได้เชื่อตามคำพูดนั้น เขารู้สึกเสียใจที่เป็นต้นเหตุทำให้เล็ตตี้ตาย แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ ทั้งแม่ ยาย และเด็กชาย พาร่างของเล็ตตี้ไปที่หนองน้ำหลังฟาร์ม และลอยร่างน้อยๆนั้นบนผิวน้ำที่นิ่งสงบ แต่อยู่ๆก็เกิดคลื่นระลอกแล้ว ระลอกเล่า จนสุดท้าย คลื่นลูกใหญ่ม้วนเอาตัวเล็ตตี้กลับไป และหายลับไปจากสายตา มหาสมุทรกลับกลายเป็นเพียงหนองน้ำเลี้ยงเป็ดเช่นเดิม แม่ของเล็ตตี้บอกเด็กชายว่า เล็ตตี้เจ็บหนักมาก แต่เธอจะกลับมาเมื่อเธอหายดีแล้ว แต่จะนานแค่ไหนก็ไม่มีใครรู้ อาจจะพรุ่งนี้ หรืออีกเป็นร้อยปีก็ได้.. 

เด็กชายรู้สึกเสียใจกับการกระทำโง่ๆของตัวเองที่ทำให้เล็ตตี้ต้องตาย(เด็กชายเชื่อแบบนั้น) เลยเสนอตัวจะทำงานที่ฟาร์ม แต่แม่เล็ตตี้ห้ามไว้ และบอกให้เด็กชายใช้ชีวิตตามเส้นทางของตัวเอง ให้คุ้มค่ากับที่เล็ตตี้เอาชีวิตของเธอปกป้องเขาไว้

เรื่องตัดกลับมาปัจจุบันที่เด็กชายตอนอายุ 47 ปี นั่งมองหนองน้ำ ระลึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนยังเด็ก เขาได้พูดคุยกับยายของเล็ตตี้อีกครั้ง ช่วงนี้เป็นตอนจบที่เปิดให้คนอ่านคิดเอาเองว่าเรื่องจะเป็นยังไง เพราะมีคำพูดหลายอย่างของตัวละครที่ขัดแย้งกันเต็มไปหมด - - อย่างเช่นเมื่อตอน 7 ขวบ เด็กชายคิดว่าเล็ตตี้ แต่ตอนนี้ดันคิดว่า เล็ตตี้ไปออสเตรเลียซะงั้น หรือเรื่องแมวที่เล่าว่าตายไปเมื่อตอนเขาเป็นผู้ใหญ่ แต่ยายของเล็ตตี้ดันบอกว่า ก็นายเอามาฝากไว้ที่ฟาร์มไง เหมือนกับว่าความทรงจำของแต่ละคนไม่มีทางเหมืนกันอะไรประมาณนั้น ถามคนนึงก็บอกอย่างนึง แต่พอไปถามอีกคนก็ไม่เหมือนกันแล้ว เฮ่ออออ อันนี้คงขึ้นอยู่กับสกิลในการจิ้นของแต่ละคนแล้วจ้า

**รีวิวเรื่องนี้ยาวมาก เพราะเพิ่งอ่านจบ แต่ก็อาจมีตกหล่น/ผิดพลาดบ้าง เพราะเราอ่านพร้อมกันหลายเรื่อง ฮ่า

แถมคำคมหน่อย เพราะมีเด็ดๆเยอะ

I was not happy as a child, although from time to time I was content. I lived in books more than I lived anywhere else.

Monsters come in all shapes and sizes. Some of them are things people are scared of. Some of them are things that look like things people used to be scared of a long time ago. Sometime monsters are things people should be scared of, but they aren't. 

I saw the world I had walked since my birth and I understood how fragile it was, that the reality I knew was a thin layer of icing on a great dark birthday cake writhing with grubs and nightmares and hunger. I saw the world from above and below. I saw that there were patterns and gates and paths beyond the real. I saw all these things and understood them and they filled me, just as the waters of the ocean filled me. 


(ภาพจากปกหลัง)

การเล่าเรื่อง : เล่าในมุมมองของเด็กชายอย่างเดียว ตอนแรกเราว่ามันเครียดๆเลยอ่านไป หยุดไป พอหลังๆเริ่มชิน(กับความเครียด)เลยอ่านได้แบบต่อเนื่องหน่อย
ภาษา : ศัพท์ไม่ยากเลย แต่ว่าการเขียนของลุงนีลแกนี่สุดยอด มึนตึ้บบบบบ บางย่อหน้านี่ไม่เข้าใจเลย เราลองถามเพื่อนที่เรียนอินเตอร์ มันก็บอกว่าไม่เข้าใจเหมือนกัน เพราะงั้น อันนี้คงขึ้นอยู่กับความสามารถส่วนตัวล้วนๆ ฮี่
คะแนน : 5/5 ถึงจะไม่เข้าใจบ้าง แต่รู้สึกว่ามันทรงคุณค่ากว่านิยายรักๆทั่วไป เลยให้เยอะ เราไม่งก ฮ่าๆ




Create Date : 28 ตุลาคม 2557
Last Update : 28 ตุลาคม 2557 0:59:04 น.
Counter : 948 Pageviews.

1 comments
  
เล่าละเอียดมากเหมือนไม่ต้องอ่านเองเลยครับ 55 เล่มนี้เคยเล็งฉบับแปลไว้ แต่เห็นเค้าบอกมันดาร์กๆหน่อยกับพักหลังอ่านแนวปนๆแฟนตาซีไม่ค่อยรอด

ของ Gaiman เคยอ่านแค่ The Graveyard Book เรื่องดูเด็กๆกว่านี้มากครับ
โดย: leehua (สมาชิกหมายเลข 755059 ) วันที่: 29 ตุลาคม 2557 เวลา:1:05:45 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Caymen51
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



Hi guys! My name is Geegee. I'm a book lover. Feel free to add me on goodreads. Let's be friends!

ฝากร้านหนังสือหน่อยจ้า https://goo.gl/e1jVlt

G.'s bookshelf: read

In the Shadow of Blackbirds
really liked it
4.5/5
tagged: fantasy and own
The Bunker Diary
really liked it
3.5/5 SHIT! The ending was too heartbreaking. I couldn't stand it!
tagged: own and contemporary
Malice
really liked it
tagged: japanese and own
Practice Makes Perfect
liked it
3.5/5 This was a funny and fluffy story with two guys who have a secret agreement. Their relationship started with with an awkward situation which surprisingly turned out to be hilarious. I really like geeky Dev. I think it's cute when...
tagged: contemporary
Strangers
liked it
tagged: japanese and own

goodreads.com