All Blog
**Review** Let It Snow by John Green, Maureen Johnson, Lauren Myracle




Let It Snow
by Maureen Johnson, John Green, Lauren Myracle



Title : Let It Snow
Author : Maureen Johnson, John Green, Lauren Myracle
Genre : YA / Contemporary / Romance
Publication date : October 2, 2008

เรื่องย่อ :

ในค่ำคืนคริสมาสต์อีฟ เกิดพายุหิมะที่รุนแรงที่สุดในรอบทศววรรษพัดถล่มย่านพักอาศัยของเมืองเกรซทาวน์ จนทั้งเมืองต้องจมอยู่ใต้หิมะหลายฟุต เมื่อหนึ่งชีวิตทิ้งขบวนรถไฟที่แล่นไปไหนไม่ได้ และเสี่ยงออกเดินไปท่ามกลางพายุ เธอก่อให้เกิดเหตุการณ์ต่างราวกับลูกโซ่ซึ่งเปลี่ยนแปลงชีวิตของใครอีกหลายๆคน ทั้งเด็กสาวที่เสี่ยงเดินไปตามทางลัดพร้อมกับเด็กหนุ่มน่ารัก ทั้งกลุ่มเพื่อนสามคนที่แข่งไปให้ถึงร้านWaffle House ก่อนใคร และเจ้าหมู Teacup ที่ตกไปอยู่ในมือของบาริสต้าที่กำลังป่วยเป็นไข้ใจ

รีวิว + สปอยล์ :

The Jubilee Express โดย มอรีน จอห์นสัน

พ่อแม่ของจูบิลี่ถูกตำรวจจับ เพราะก่อเหตุทะเลาะวิวาทขณะแย่งซื้อ โมเดลหมู่บ้านจิ๋ว เธอจึงถูกบังคับให้ไปอยู่กับปู่ย่าในช่วงวันหยุดคริสมาสต์ และนั่นทำให้เธอพลาดฉลองคริสมาสต์กับโนอาห์ แฟนหนุ่มที่สุดแสนจะเพอร์เฟ็คของเธอ บนขบวนรถไฟที่กำลังมุ่งหน้าสู่ฟลอริด้า จูบิลี่ได้พบกับเจ๊ปที่กำลังพยายามโทรศัพท์หาแฟนสาว และกลุ่มเชียร์ลีดเดอร์ที่กำลังเดินทางไปแข่งขัน เธอรู้สึกรำคาญพวกเด็กสาวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล และเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเองโดยการโทรศัพท์หาโนอาห์แทน แต่ทุกครั้ง เขาก็เอาแต่หลบเลี่ยง และให้เหตุผลว่ากำลังยุ่งอยู่ตลอดเวลา

เมื่อรถไฟเกิดติดอยู่ท่ามกลางพายุหิมะ จูบิลี่จึงตัดสินใจเดินไปขอไออุ่นจากร้าน Waffle house ขณะพยายามโทรหาโนอาห์อีกครั้ง  เธอได้พบกับสจ๊วต พนักงานร้าน Target ที่เดินเข้ามาโดยมีถุงพลาสติกสวมหัว และมือทั้งสองข้างเพื่อบรรเทาความหนาวเย็น เขาเอ่ยปากชวนเธอไปที่บ้าน และจูบิลี่ก็ตอบตกลงโดยไม่ลังเล เมื่อสังเกตเห็นกลุ่มเชียร์ลีดเดอร์พากันกรูเข้ามาในร้าน

สจ๊วตพาจูบิลี่ใช้ทางลัดที่เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน เขาพยายามเตือนว่าสิ่งที่โนอาห์ทำกับเธอมันไม่ถูกต้อง แต่จูบิลี่ไม่อยากจะรับฟังมันเท่าไหร่นัก เธอพยายามติดต่อโนอาห์ตลอดเวลา เล่าให้ฟังว่ามาพักอยู่ที่บ้านของเด็กหนุ่มแปลกหน้า แต่โนอาห์ก็ยังไม่แสดงความห่วงใยอยู่เช่นเดิม สจ๊วตทนไม่ไหวจึงเอ่ยปากเตือนอีกครั้งว่า ที่เป็นแบบนั้น เพราะโนอาห์อยากจะเลิกกับเธอ สจ๊วตรู้ดี เพราะเขาก็เคยโดนแฟนเก่าทำแบบนี้เช่นกัน

จูบิลี่ทั้งโกรธและเสียใจ เพราะคำพูดของสจ๊วตมันช่างแทงใจดำเธอเสียเหลือเกิน ที่จริง..เธอก็รู้สึกมาสักพักแล้วว่าโนอาห์ไม่เคยสนใจตัวเธอเลย สิ่งที่เขาสนใจมีแต่ตัวเองเท่านั้น เขาเอาแต่พูดถึงสิ่งที่ตัวเองชอบ ไม่เคยรับฟังเรื่องราวของเธอ เขาคบกับเธอเพียงเพราะคนอื่นๆเห็นว่าทั้งสองคนเหมาะสมกันเท่านั้น เมื่อจูบิลี่ทำใจได้ เธอจึงโทรศัพท์ไปบอกเลิกกับโนอาห์ ซึ่งเขาก็ไม่ได้แสดงอารมณ์ หรือคัดค้านอะไรทั้งนั้น 

จูบิลี่ขอโทษสจ๊วตที่โมโหใส่ เขาเล่าเรื่องความรักที่ผ่านมาให้ฟังว่า เขาชอบผู้หญิงคนนั้นมาก แต่อยู่ๆเธอก็เย็นชาใส่เขา วันหนึ่ง ทั้งที่นัดกันว่าจะไปติวหนังสือด้วยกัน แต่เธอก็ไม่มา เขาออกตามหาเธอไปทั่ว จนมาเจอว่าเธอกำลังอยู่กับผู้ชายคนอื่นที่ร้านสตาร์บัค แฟนสาวของเขาโวยวายใหญ่ และหาว่าเขาทำตัวเป็นสต๊อคเกอร์ และเลิกกับเขาต่อหน้าลูกค้าที่อยู่กันเต็มร้าน

จูบิลี่รู้สึกเห็นใจสจ๊วต จนเผลจูบเขาไปจนได้ เธอตกใจและสับสนกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป เธอไม่กล้าแม้จะสู้หน้าเขากับครอบครัวอีกต่อไป จูบิลี่จึงรีบหนีออกจากบ้านของสจ๊วต เธอเดินไปท่ามกลางหิมะอย่างไร้จุดหมาย ไม่ว่ามองไปทางไหนก็มีแต่สีขาวโพลน จนเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังหลงทาง จูบิลี่ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา สจ๊วตออกตามหาเธอ และขอให้เธอกลับบ้านด้วยกัน 

แต่แล้วโทรศัพท์ของจูบิลี่ก็แผดเสียงร้องดังขึ้น โนอาห์โทรกลับมาหาเธอนั่นเอง สจ๊วตดูสีหน้าของจูบิลี่ก็รู้ได้ทันทีว่าใครอยู่ที่ปลายสาย เขาขอร้องให้เธออย่ารับ จูบิลี่อยู่ในวินาทีที่ต้องเลือก และคำตอบของเธอก็คือ เขวี้ยงโทรศัพท์นั้นทิ้ง และเดินเข้าสวมกอดเด็กหนุ่มน่ารักตรงหน้า...



A Cheertastic Christmas Miracle โดย จอห์น กรีน

 โทบินและแองจี้ เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก เธอมีนิสัยห้าวแบบเด็กผู้ชาย โทบินจึงไม่เคยมองเธอเหมือนเด็กสาวทั่วไป ในคืนวันคริสต์มาสที่พายุหิมะโหมกระหน่ำ โทบิน แองจี้ และเจพี ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนสนิทที่ทำงานในร้าน Waffle House ว่ามีกลุ่มเชียร์ลีดเดอร์มาชุมนุมกันที่ร้าน ให้โทบินรีบมา แล้วเอาเกม ทวิสเตอร์มาด้วยเพื่อหวังจะมัดใจสาวๆ นอกจากนั้นแล้ว นี่ยังเป็นศึกศักด์ศรีระหว่างแก๊งของโทบิน กับสองพี่น้องฝาแฝดทิมมี่ และทอมมี่อีกด้วย

โทบินและเพื่อนๆขับรถฝ่าพายุออกมา แต่ไปได้นิดเดียว รถก็ติดเข้ากับกองหิมะจนขยับไปไหนไม่ได้ ทั้งสามคนจึงต้องออกเดินอีกเป็นไมล์กว่าจะถึงร้าน Waffle House ระหว่างทางพวกเขาบังเอิญเจอเข้ากับสองพี่น้องฝาแฝดจนต้องรีบวิ่งหนี และไปให้ถึงร้านก่อนพวกฝาแฝดให้ได้

ระหว่างการเดินทางอันยากลำบาก เจพีเล่าเรื่องที่แองจี้กำลังเดทกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งให้โทบินฟัง แม้ว่าก่อนหน้านี้ โทบินแทบจะไม่เคยมองว่าแองจี้เป็นผู้หญิงเลยก็ตาม แต่เรื่องที่เจพีเล่าทำให้เขาเกิดความรู้สึกแปลกๆขึ้นมา ซึ่งตัวเองก็ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรกันแน่

หลังจากได้แผนร้ายของเจพีช่วย กลุ่มของโทบินจึงมาถึงร้านเป็นอันดับแรก และพวกฝาแฝดก็ถูกห้ามไม่ให้เข้าร้านที่เต็มไปด้วยเชียร์ลีดเดอร์

ในร้าน Waffle House เด็กหนุ่มคู่เดทของแองจี้นั่งรออยู่ก่อนแล้ว ด้วยความหึงหวงโทบินจึงเดินไปคุยกับพวกเชียร์ลีดเดอร์ต่อหน้าเธอ แองจี้ทนเห็นภาพนั้นไม่ได้จึงออกจากร้านไป 

โทบินตามมานั่งลงข้างแองจี้ เธอสารภาพว่าชอบโทบินมาตั้งนานแล้ว เธอไม่เคยเดทกับใคร และแม้โทบินจะไม่ได้ชอบเธอตอบ แต่ขออย่าจีบเชียร์ลีดเดอร์ต่อหน้าเธออีก ส่วนโทบินก็ยอมรับว่าที่ทำไปเพราะหึงแองจี้ และเขาเองก็ชอบเธอเช่นกัน และเรื่องราวในค่ำคืนคริสต์มาสเรื่องที่ 2 ก็จบลง



The Patron Saint of Pigs โดย ลอว์เรน มิราเคิล

แอดดี้นอนเศร้าในคืนวันคริสมาสต์ เพราะเจ๊ป แฟนเก่าของเธอไม่มาตามนัด เธอได้แต่จมอยู่กับความทรงจำในอดีต วันที่เธอได้เจอกับเจ๊ป วันที่เขาขอจูบเธอ และวันที่ทั้งสองคนทะเลาะกันจนเป็นสาเหตุแห่งการเลิกรา

แอดดี้ไม่พอใจที่เจ๊ปเป็นคนไม่ชอบแสดงความรัก และขอให้เขาเปลี่ยนเพื่อเธอ เจ๊ปโมโหและเดินแยกเข้างานปาร์ตี้ไปเพียงลำพัง แอดดี้เสียใจที่เขาทิ้งเธอและเผลอใจจูบกับเด็กหนุ่มคนอื่นในคืนนั้น เธอรู้สึกผิด และคิดว่าตัวเองไม่คู่ควรกับเจ๊ปอีกต่อไป เธอจึงตามไปบอกเลิกเขาในที่สุด

เมื่อเวลาผ่านไป แอดดี้เสียใจกับการกระทำของตัวเอง จึงส่งเมลล์ไปขอโทษเจ๊ป อธิบายเรื่องราวทั้งหมด ขอให้เขายกโทษให้ และกับมาคืนดีกันเหมือนเดิม แต่เจ๊ปกลับไม่ติดต่อกลับมา และเงียบหายไป แอดดี้คิดว่า นี่คงเป็นสัญญาณว่าเจ๊ปคงอยากเลิกกับเธอเป็นแน่ เธอจึงหาวิธีลืมความเศร้าด้วยการลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่ เธอตัดผมยาวสลวยของตัวเองทิ้ง และย้อมเป็นสีชมพูสด และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่เธอเสียใจกับการกระทำของตัวเอง

เพื่อสนิทของแอดดี้ต่อว่าที่เธอเอาแต่คิดถึงแต่เรื่องของตัวเอง ไม่แคร์ความรู้สึกของคนรอบข้าง แอดดี้จึงอาสาไปรับลูกหมู มาเป็นของขวัญวันคริสมาสต์ให้เพื่อนของเธอด้วยตัวเอง

แม้ว่าแอดดี้จะคอยเตือนตัวเองว่า ต้องไปรับลูกหมูที่ร้านขายสัตว์เลี้ยงตอน 9 โมงก็ตาม เธอก็ลืมมันจนได้ และเมื่อเธอไปถึงที่ร้านก็พบว่า เจ้าลูกหมูได้ถูกขายไปแล้ว แม้ว่าเธอจะเสียใจที่ไม่สามารถทำตามสัญญาได้ แต่ครั้งนี้ แอดดี้ไม่ใช่แอดดี้คนเดิมที่เอาแต่ถอดใจ และวิ่งหนีปัญหาอีกต่อไปแล้ว ตัวเธอคนใหม่จะต้องตามหาลูกหมูมาให้เพื่อนของเธอให้จงได้!

แอดดี้ขโมยใบเสร็จจากร้านขายสัตว์ และออกตามหาที่อยู่ของลูกค้าที่เพิ่งซื้อลูกหมูไป และพบว่า บ้านหลังนั้นอยู่ด้านหลังร้านสตาร์บัคที่เธอทำงานอยู่เท่านั้นเอง คนที่ซื้อไปเป็นหญิงชรา ที่เชื่อมั่นในเวทมนตร์ของวันคริสมาสต์ และการที่แอดดี้ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองถึงขนาดนี้ก็คือ หนึ่งในความมหัศจรรย์ของวันคริสมาสต์นั่นเอง 

หญิงชรายอมคืนลูกหมูให้แอดดี้อย่างง่ายดาย เธอรีบพามันกลับมาที่ร้านสตาร์บัค เพราะอีกไม่นานเพื่อนของเธอจะมารับมันไป เมื่อมาถึงที่ร้าน แอดดี้ได้พบกับสจ๊วต และเด็กสาวผมสั้นที่คิดว่าน่าจะเป็นแฟนใหม่ของเขา โทบิน และแองจี้เองก็นั่งอยู่ที่โต๊ะหน้าร้าน พอทุกคนรู้ว่าแอดดี้กำลังรอเจ๊ป ข้อความมากมายที่เจ๊ปฝากบอกเธอผ่านทุกคนก็พรั่งพรูออกมา ที่แท้เขาไม่ได้ตั้งใจผิดนัดเธอ แต่เป็นเพราะรถไฟติดอยู่ท่ามกลางพายุหิมะต่างหาก และโทรศัพท์ของเขาก็ดันไม่มีสัญญาณอีกด้วย

แอดดี้ดีใจมาก และเป็นเวลาเดียวกับที่เจ๊ปเดินเข้ามาในร้านพอดี เธอวิ่งเข้าสวมกอดเขา และปล่อยให้เสียงรอบข้างจางหายไป เหลือแต่เพียงเธอและเขาสองคนเท่านั้น...



คำศํพท์ : ง่าย - กลางๆ แต่มีมุกที่เราไม่ค่อยเก็ทเหมือนกันนะ

ความรู้สึกหลังอ่าน : เอิ่มมมมม... ผิดหวังอย่างแรงเลยค่ะ ตอนแรกที่เลือกมาอ่านเพราะมีข่าวว่ากำลังจะทำเป็นหนัง และพวก booktuberก็ดูจะชอบกัน แต่พออ่านเข้าจริงนี่แบบ...แย่อะ แจกแจงเป็นเรื่องๆ เลยนะ 

เรื่องที่ 1 : 3/5 คะแนน เรื่องนี้พอทน แม้ว่านางเอกจะซื้อบื้อก็ตาม เราไม่เข้าใจว่าในเรื่องจะอคติอะไรกับเชียร์ลีดเดอร์นักหนา นางเอกพยายามหนี และแสดงความรู้สึกรังเกียจตลอด ส่วนเรื่องของเธอกับแฟนก็นะ ดูเธอจะหลงแฟนเอามากๆ ดูก็รู้ว่า เขาไม่สนใจ ก็ยังจะเพ้ออยู่ได้ แต่พอเลิกก็ง่ายเกิ๊นนน งง เลิกปุ๊บมีใหม่ปั๊บ เรื่องนี้โชคดีที่พระเอก กับแม่พระเอกน่ารัก ไม่งั้นเหลือ 2 ดาวแน่ๆ

เรื่องที่ 2 : 2/5 ผิดหวังแรงสำหรับจอห์นกรีน ที่จริงคาแรกเตอร์ตัวละครจะคล้ายๆกับ TFIOS, Paper Town นะ แต่เรื่องนี้ดูไร้สาระมาก คือ อุตส่าห์ฝ่าพายุหิมะที่รุนแรงที่สุดในรอบสิบปี มาหาเชียร์ลีดเดอร์เนี่ยนะ คือเมิงบ้ารึป่าว -*- ยิ่งอ่านยิ่งขึ้น บอกตามตรง เรื่องนี้น่ารำคาญมาก เนื้อเรื่องไม่มีอะไรเลย ก็แค่วิ่งแข่งกันไปให้ถึงร้าน Waffle House เท่านั้นเอง ไม่สนุกๆ

เรื่องที่ 3 : 2/5 คำแรกที่อยากด่านางเอกคือ อิบร้า ไปบอกเลิกเขา แล้วก็มาตามง้อเขาเองเนี่ยนะ มีสติกันหน่อยมั้ยคะเรื่องนี้ เป็นตัวละครบ้าบอที่สุดพอๆกับเรื่องของจอห์น กรีน เธอเอาแต่พร่ำเพ้อถึงผู้ชายจนลืมเรื่องหมู ลืมแล้วลืมอีก เนื้อเรื่องก็มีแค่วิ่งตามหาหมู มีดีตรงแค่มาผูกตรงท้ายที่ทุกคนมีข้อความจากเจ๊ปมาถึงนางเอกเท่านั้นแหละ ไม่รู้จะวิจารณ์อะไรต่อละ เพลียใจ

คะแนน : 2.5/5





Create Date : 09 ตุลาคม 2559
Last Update : 9 ตุลาคม 2559 19:02:13 น.
Counter : 423 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Caymen51
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



Hi guys! My name is Geegee. I'm a book lover. Feel free to add me on goodreads. Let's be friends!

ฝากร้านหนังสือหน่อยจ้า https://goo.gl/e1jVlt

G.'s bookshelf: read

In the Shadow of Blackbirds
really liked it
4.5/5
tagged: fantasy and own
The Bunker Diary
really liked it
3.5/5 SHIT! The ending was too heartbreaking. I couldn't stand it!
tagged: own and contemporary
Malice
really liked it
tagged: japanese and own
Practice Makes Perfect
liked it
3.5/5 This was a funny and fluffy story with two guys who have a secret agreement. Their relationship started with with an awkward situation which surprisingly turned out to be hilarious. I really like geeky Dev. I think it's cute when...
tagged: contemporary
Strangers
liked it
tagged: japanese and own

goodreads.com