Group Blog
 
All blogs
 

เมื่อ “รัชชี่” ชะล่าใจ



ปกติฉันใช้ชีวิตแบบชิลชิลในการเดินทาง เพราะรัศมีจากบ้านถึง office ประมาณ 6 กม. ดังนั้นเรื่องการเติมน้ำมันจึงสบาย ๆ ไม่ห่วงค่ะ สมมติว่าใกล้หมด
ก็ไม่เป็นไร ขับนิดเดียวก็เจอปั๊ม



ขอบคุณภาพจาก http://www.m-sac.com/news_img/552000000997501.jpg

เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ที่มีการปิดถนนหลายสายของกรุงเทพ ฉันก็ไม่ห่วงเท่าไหร่ เพราะกะว่าตรงโซนที่ฉันอยู่ อยู่นอกรัศมีการปิดถนน

ปกติฉันเป็นคนติดการออกกำลังกาย โดย ณ ช่วงนี้ออกกำลังกาย “รำกระบอง” สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เย็นวันอังคารและพฤหัส







เย็นวันที่ 9 เม.ย. พวกบ้านไกลทั้งหลายส่วนใหญ่จะรีบกลับบ้าน เพราะเกรงศึกรถติด ฉันก็รอดูก่อนว่าเย็นนั้นจะมีกิจกรรม “รำกระบอง” มั้ย
ถ้าผู้สอน สอน ฉันก็พร้อมที่จะเล่น เพราะกิจกรรมนี้ประมาณ
40 นาทีเท่านั้นค่ะ

สรุปว่ามีกิจกรรม แต่มีผู้เล่นอยู่ 2 คน , อย่าเพิ่งขำค่ะ เหลืออยู่
2 คนจริง ๆ ค่ะ ก่อนหน้าที่จะเล่น น้องคนหนึ่งที่เพิ่งออกจาก office โทรมาบอกว่า “ให้รีบกลับซะ เพราะได้ข่าวว่าไม่ใกล้ไม่ไกลจากโซนที่ฉันอยู่ จะมีการปิดแยกตรงนั้นเหมือนกัน” แต่สรุปสุดท้ายก็ยังเล่นกันต่อ (อะไรชีวิตจะชิลชิลขนาดนี้ )




ขอบคุณภาพจาก http://pics.manager.co.th/Images/551000009075302.JPEG

น้องที่เล่นด้วยบอกว่า พี่ใส่เสื้อเหลือง (ฉันเปลี่ยนเสื้อออกกำลังกายเป็นเสื้อเหลือง) “วันนี้หลังจากเล่นเสร็จแล้ว พี่อย่าลืมเปลี่ยนเสื้อด้วยนะ” แต่เสื้อชุดทำงานฉันมันยับไปแล้วเพราะใส่กระเป๋า ฉันบอกว่า
“ไม่เป็นไรหรอก ถ้ามีปัญหาอะไรจริง ๆ เดี๋ยวฉันคว้าแจ็กเก็ตในรถ
มาใส่ได้







แต่ว่า....ประเด็นสำคัญของเรื่องคือ ฉันไม่ได้กลัวรถติดมากมายอะไร เพราะยังไงก็บ้านใกล้ แต่น้ำมันในรถฉันใกล้หมดแล้ว เพียงแต่ยังไม่ถึงขีดแดง และมีสัญญาณฟ้องเท่านั้น

หลังจากออกกำลังกายเสร็จตอน 6 โมงครึ่ง ฉันเดินทางกลับบ้าน
แต่ด้วยรถติดที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ฉันหวั่น ๆ ว่ากว่าจะถึงปั๊ม

.....ทำไงดี......

.....ลุ้น ๆ ....

ที่น่าหวั่นวิตกอีกอย่าง ปั๊มที่จะถึงเป็นปั๊มแรกใกล้สุด เป็นปั๊มที่มีเฉพาะ
แก๊สโซฮอล์เท่านั้น ปกติฉันเติมเบนซิน 91 มาตลอดค่ะ
ไม่เคยใช้แก๊สโซฮอล์เลย




ขอบคุณภาพจากhttp://www.doootv.com/station/images/14_news_oil.jpg

ดูสถานการณ์รถติดในเย็นวันนั้นแล้ว ฉันไม่มั่นใจกว่าจะไปถึงปั๊มอีกแห่งที่
ฉันเติมประจำนั้น น้ำมันอาจจะหมดเสียก่อนเพราะรถติดมาก










ฉันโทรหาพี่คนหนึ่งซึ่งเชี่ยวชาญเรื่องสูตรน้ำมันและ
ด้านเทคนิค

“พี่ ... จ๊ะไม่เคยเติมแก๊สโซฮอล์มาก่อน ถ้าเติมไปนิดนึงก่อน เพื่อแก้สถานการณ์ตรงนี้ ได้ไหมพี่”

พี่คนนี้ตอบว่า “เดี๋ยวตีเลย เติมได้ มันไมได้หมายความว่าเติมปุ๊บจะมีปัญหาปั๊บ” ฉันถูกแซวเพราะว่าฉันเองก็ทำงานใน
แวดวงปิโตรเลียม ในแวดวงน้ำมันเหมือนกัน
มาถามคำถามแบบนี้ได้ไง

……เดี๋ยวอะไร ๆ ก็โทษแก๊สโซฮอล์.....

.....เมื่อวานรถติดทั่วบ้านทั่วเมือง
เพราะแก๊สโซฮอล์หรือเปล่าเนี่ย .......



ขอบคุณภาพจาก http://news.thaieasyjob.com/pic_news/5_7093_m.jpg








สรุปว่าฉันตัดสินใจเติมแก๊สโซฮอล์ 95 ไป 200 บาท จากนั้นด้วยสภาพรถติดมากมาย ฉันจึงเข้าไปนั่งชิลชิลในร้าน A&W ที่ปั๊มอีกประมาณเกือบชั่วโมง โดยหันหน้าออกมามองถนน

คิดถูกแล้วล่ะค่ะ เข้าไปนั่งสบาย ๆ ก่อนดีกว่า (พร้อมใส่หูฟัง
จ.ส. 100 จากโทรศัพท์มือถือ ปกติชีวิตไม่ค่อยได้ฟังช่องนี้) พอถนนค่อยซาแล้ว ฉันก็ออกจากปั๊มนี้ไปเติมเบนซิน 91 500 บาท
ที่ปั๊มถัดไป



ขอบคุณภาพจาก http://www.poakpong.com/images/sohol3.jpg

ระหว่างนั้นฉันพยายามโทรหา จ.ส. 100 ซึ่งสายไม่ว่างเลย (สงสัยสายโทรศัพท์จะถล่มทลาย) จากนั้นฉันโทรไปที่ “ร่วมด้วยช่วยกัน” สายก็ไม่ว่างอีกเช่นกัน

เรื่องของเรื่องคือ ฉันจะเช็คเส้นทางที่ฉันจะกลับบ้าน ยังคงมี
ปิดถนนด้วยใช่มั้ย แล้วฉันจะวิ่งในบางเส้นทางได้หรือเปล่า

กว่าสายจะติดได้ที่ “ร่วมด้วยช่วยกัน” ก็นานโขอยู่ เจ้าหน้าที่บอกว่าตรงจุดที่ฉันถาม มีปิดถนน และคาดว่าเส้นที่ฉันจะไป คงไปไม่ได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ถามชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรของฉัน (งงนิดนึงค่ะ ว่าปกติเขาต้องถามด้วยหรือ ????? แต่ก็ให้ไปทั้งชื่อจริง นามสกุลจริง และเบอร์โทร office) แล้วฉันก็เลือกใช้เส้นทางลัดค่ะ











สรุปสุดท้ายว่า ระยะทาง 6 กม. ฉันเริ่มออกเดินทาง 6.30 น. รวมระยะเวลาเอ้อระเหยที่ A&W + รถติด ฉันถึงบ้าน
3 ทุ่มพอดิบพอดีค่ะ
(ยังกับไปต่างจังหวัดเลยค่ะ)

สงสัยฉันคงต้องพิจารณาพฤติกรรมความชะล่าใจเรื่องการเติมน้ำมันต่อไปในอนาคตค่ะ (อ๋อ! แต่ปกติถ้าวางแผนไปไหนไกล ๆ หรือขึ้นทางด่วน ฉันเตรียมเติมน้ำมันไว้อยู่แล้วค่ะ)
แต่นี่มันใกล้น่ะ เลยไม่ได้วางแผน




.....รัชชี่......ตอน “ชะล่าใจจริง ๆ ”









บางเวลา ( EVERY TIME) - US THE STAR.mp3 - <




 

Create Date : 10 เมษายน 2552    
Last Update : 14 เมษายน 2552 17:02:44 น.
Counter : 421 Pageviews.  

เรียนรู้บทเรียนจาก "เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา"



บล็อกนี้เขียนเมื่อ 2 ธ.ค. ปีที่แล้ว ไม่คิดเลยว่าจะต้องนำมา
เผยแพร่อีกครั้งในวันนี้ (วันที่ 11 เม.ย. 2552)

....รัชชี่....

เพลงนี้จะเป็นเพียงเพลงแห่งความฝันหรือเปล่า????


"วันนี้ถ้าไร้ชาติไทยอยู่ ลูกเราจะอยู่ตรงไหน

ชนะอยู่บนซากธงชาติไทย จะมีใครที่ไหนยำเกรง"


"ยามศึกเรารบ ยามสงบเราไม่รบกันเอง

แพ้ชนะก็เลือดไทยละเลง เราจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง"



The Love of Thais - Various Artists









ตอนนี้รัชชี่ไม่มีอารมณ์อยากจะเขียนอะไรค่ะ ขอสะท้อนความรู้สึกผ่านเพลงยาวบทนี้ และภาวนาอย่าให้มีเรื่องร้ายแรงเกิดกับบ้านเมือง คนไทยจะทำร้ายคนไทยกันเองเพื่ออะไร ใครได้ ใครเสีย


เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา

จะกล่าวถึงกรุงศรีอยุธยา เป็นกรุงรัตนราชพระศาสนา มหาดิเรกอันเลิศล้น
เป็นที่ปรากฎรจนา สรรเสิญอยุธยาทุกแห่งหน
ทุกบุรีสีมามณฑล จบสกลลูกค้าวานิช
ทุกประเทศสิบสองภาษา ย่อมมาพึ่งกรุงศรีอยุธยาเป็นอัคคนิษฐ์
ประชาราษฎร์ปราศจากภัยพิศม์ ทั้งความพิกลจริตแลความทุกข์
ฝ่ายองค์พระบรมราชา ครองขันธสีมาเป็นสุข
ด้วยพระกฤษฎีกาทำนุก จึงอยู่เย็นเป็นสุขสวัสดี
เป็นที่อาศัยแก่มนุษย์ในใต้หล้า เป็นที่อาศัยแก่เทวาทุกราศี
ทุกนิกรนรชนมนตรี คหบดีพราหมณพฤฒา


ประดุจดั่งศาลาอาศัย ดั่งหนึ่งร่มพระไทรอันสาขา
ประดุจหนึ่งแม่น้ำพระคงคา เป็นที่สิเนหาเมื่อกันดาร
ด้วยพระเดชเดชาอานุภาพ อาจปราบไพรีทุกทิศาน
ทุกประเทศเขตขันธบันดาล แต่งเครื่องบรรณาการมานอบนบ
กรุงศรีอยุธยานั้นสมบูรณ์ เพิ่มพูนด้วยพระเกียรติยศขจรจบ
อุดมบรมสุขทั้งแผ่นภพ จนคำรบศักราชได้สองพัน
คราทีนั้นฝูงสัตว์ทั้งหลาย จะเกิดความอันตรายเป็นแม่นมั่น
ด้วยพระมหากษัตริย์มิได้ทรงทศพิธราชธรรม์ จึงเกิดเข็ญเป็นมหัศจรรย์สิบหกประการ


คือเดือนดาวดินฟ้าจะอาเพท อุบัติเหตุเกิดทั่วทุกทิศาน
มหาเมฆจะลุกเป็นเพลิงกาล เกิดนิมิตพิศดารทุกบ้านเมือง
พระคงคาจะแดงเดือดดั่งเลือดนก อกแผ่นดินเป็นบ้าฟ้าจะเหลือง
ผีป่าก็จะวิ่งเข้าสิงเมือง ผีเมืองนั้นจะออกไปสู่ไพร
พระเสื้อเมืองจะเอาตัวหนี พระกาลกุลีจะเข้ามาเป็นไส้
พระธรณีจะตีอกไห้ อกพระกาลจะไหม้อยู่เกรียมกรม
ในลักษณะทำนายไว้บ่ห่อนผิด เมื่อวินิศพิศดูก็เห็นสม
มิใช่เทศกาลร้อนก็ร้อนระงม มิใช่เทศกาลลมลมก็พัด
มิใช่เทศกาลหนาวก็หนาวพ้น มิใช่เทศกาลฝนฝนก็อุบัติ
ทุกต้นไม้หย่อมหญ้าสารพัด เกิดวิบัตินานาทั่วสากล


เทวดาซึ่งรักษาพระศาสนา จะรักษาแต่คนฝ่ายอกุศล
สัปบุรุษจะแพ้แก่ทรชน มิตรตนจะฆ่าซึ่งความรัก
ภรรยาจะฆ่าซึ่งคุณผัว คนชั่วจะมล้างผู้มีศักดิ์
ลูกศิษย์จะสู้ครูนัก จะหาญหักผู้ใหญ่ให้เป็นน้อย
ผู้มีศีลจะเสียซึ่งอำนาจ นักปราชญ์จะตกต่ำต้อย
กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าอันลอยนั้นจะถอยจม


ผู้มีตระกูลจะสูญเผ่า เพราะจันฑาลมันเข้ามาเสพสม
ผู้มีศีลนั้นจะเสียซึ่งอารมณ์ เพราะสมัครสมาคมซึ่งมารยา
พระมหากษัตริย์จะเสื่อมสิงหนาท ประเทศราชจะเสื่อมซึ่งยศถา
อาสัจจะเลื่องลือชา พระธรรมาจะตกลึกลับ
ผู้กล้าจะเสื่อมใจหาญ จะสาปสูญวิชาการทั้งปวงสรรพ
ผู้มีสินจะถอยจากทรัพย์ สัปบุรุษจะอับซึ่งน้ำใจ


ทั้งอายุศม์จะถอยเคลื่อนจากเดือนปี ประเวณีจะแปรปรวนตามวิสัย
ทั้งพืชแผ่นดินจะผ่อนไป ผลหมากรากไม้จะถอยรส
ทั้งแพทย์พรรณว่านยาก็อาเพศ เคยเป็นคุณวิเศษก็เสื่อมหมด
จวงจันทน์พรรณไม้อันหอมรส จะถอยถดไปตามประเพณี
ทั้งเข้าก็จะยากหมากจะแพง สารพันจะแห้งแล้งเป็นถ้วนถี่
จะบังเกิดทรพิษมิคสัญญี ฝูงผีจะวิ่งเข้าปลอมคน
กรุงประเทศราชธานี จะเกิดการกุลีทุกแห่งหน
จะอ้างว้างอกใจทั้งไพร่พล จะสาละวนทั่วโลกหญิงชาย
จะร้อนอกสมณาประชาราษฎร์ จะเกิดเข็ญเป็นอุบาทว์นั้นมากหลาย
จะรบราฆ่าฟันกันวุ่นวาย ฝูงคนจะล้มตายลงเป็นเบือ
ทางน้ำก็จะแห้งเป็นทางบก เวียงวังจะรกเป็นป่าเสือ
แต่สิงห์สาระสัตว์เนื้อเบื้อ นั้นจะหลงเหลือในแผ่นดิน


ทั้งผู้คนสารพัดสัตว์ทั้งหลาย จะสาปสูญล้มตายเสียหมดสิ้น
ด้วยพระกาลจะมาผลาญแผ่นดิน จะสูญสิ้นการณรงค์สงคราม
กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์ นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ


สรุป

ถ้าหากว่าเพลงยาวนี้ได้ถูกแต่งในสมัยอยุธยาจริง อาจกล่าวได้ว่าผู้แต่งจะต้องเป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง มีความสามารถในทางโหราศาสตร์หรือทางจิตวิทยาและเป็นนักประพันธ์นำมาผนวกกับเรื่องราวของพุทธทำนายดังกล่าวข้างต้น หรืออาจใช้เป็นจุดประสงค์ใช้ในทางการเมือง

ข้อสังเกตอีกประเด็นหนึ่งก็คือ การทำนายชะตาบ้านเมืองไปในทางเลวร้ายเช่นนี้ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตายและเป็นการอัปมงคล หากเป็นการแต่งโดยบุคคลธรรมดาก็อาจจะถูกลงโทษสถานหนัก ดังนั้นผู้ที่สามารถทำนายกล่าวอ้างออกมาได้และทำให้ผู้คนยอมรับและจดจำกันได้นั้น ก็ย่อมต้องเป็นบุคคลที่มีความสำคัญระดับพระมหากษัตริย์ หรือบุคคลที่พระมหากษัตริย์ให้การยอมรับนับถือ

ที่มา : วิกิพีเดีย

จากความรุ่งเรืองในอดีต สู่อยุธยาในวันนี้ : ภาพถ่าย โดย รัชชี่ ปี 2550















 

Create Date : 01 ธันวาคม 2551    
Last Update : 12 เมษายน 2552 16:18:50 น.
Counter : 945 Pageviews.  


รัชชี่
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




พี่มานิต ประภาษานนท์ เป็นผู้ชักชวนเข้าสู่วงการการเขียนบล็อก ด้วยประโยคว่า
“จ๊ะเขียนบล็อกซี"

เริ่มเขียนบล็อก : 24 ก.ย. 51




สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์
พ.ศ.2539 ห้ามละเมิดไม่ว่าการลอกเลียน นำรูป ข้อความที่เขียนไว้หรือส่วนหนึ่งส่วนใดในบล็อกแห่งนี้ ไปเผยแพร่อ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก






Setting program for counting visitors since 7 Nov. 2009
free counters
New Comments
Friends' blogs
[Add รัชชี่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.