Group Blog
 
All blogs
 

ฮอยอันฉันรักเธอ นำทางสู่เวียดนาม (ตอน 7)

Trip สุดท้ายที่เวียดนามคือที่ฮาลองเบย์นี่เองค่ะ

ฮาลองเบย์หรืออ่าวฮาลอง ได้รับการประกาศเป็น “มรดกโลก” โดย UNESCO เช่นกัน
ไกด์เล่าว่า “ลอง”มาจากคำว่า “หลง” ในภาษาจีนที่แปลว่า “มังกร” ดังนั้นเรือที่ล่อง
ฮาลองเบย์จะมีสัญลักษณ์หัวเรือรูปมังกร มีตำนานเล่าว่าเป็นที่สิงสถิตย์ของมังกร
ศักดิ์สิทธ์ อันเป็นของขวัญที่สวรรค์ส่งมาให้ชาวเวียดนาม ฮาลองในภาษาเวียดนาม
แปลว่า มังกรจากสวรรค์ “Where the Dragon descends into the sea”



เตรียมตัวลงเรือหน้าตาแบบนี้ล่ะค่ะ





เรือลำที่พวกเรานั่งกัน นั่งกันอย่างแสนสบาย เพราะเป็นกรุ๊ปทัวร์เล็ก แค่ 13 คน บวกไกด์
อีก 2 คน มีบริการอาหารทะเลบนเรือด้วย

บรรยากาศภายในเรือ



ใกล้ถึงถ้ำ



ระหว่างทางเดินเข้าถ้ำ



ชมหินงอกหินย้อย ก็เหมือนกับถ้ำในที่ต่าง ๆ ที่เราเคยเห็นกันนั่นแหละ ภายในถ้ำจะติดตั้งไฟ
บางมุมที่มองเห็นเป็นรูปสัตว์ เช่น มังกร ก็จะนำหลอดไฟไปวางที่ตรงมุมที่เห็นเป็นตาทั้ง 2 ข้าง
ไกด์บรรยายจินตนาการต่าง ๆ ที่มองเห็นเป็นรูปร่าง รวมถึงเล่าตำนาน หรือนิทานต่าง ๆ ให้ฟัง
ในถ้ำมีถังขยะเป็นตัวนกเพนกวิน น่ารักดี









ถังขยะค่ะ







ชมวิวทิวทัศน์นะคะ นึกถึงกระบี่ทางใต้บ้านเรา









ได้ไปชมละครหุ่นกระบอกน้ำ ศิลปะพื้นบ้านของเวียดนามด้วยค่ะ



ข้ามถนนไปเดินเล่นที่ทะเลสาบคืนดาบค่ะ

ทะเลสาบคืนดาบ เป็นทำเลสาบที่มีตำนานเล่าว่า สมัยที่เวียดนามทำสงครามกับจีน กษัตรย์
เวียดนามทำสงครามมาเป็นเวลานาน ก็ยังไม่สามารถเอาชนะจีนได้สักที ทำให้เกิดการท้อแท้
พระองค์จึงได้มาล่องเรือที่ทะเลสาบแห่งนี้ ได้เกิดปาฏิหารย์ มีเต่าขนาดใหญ่ตัวหนึ่งได้คาบ
ดาบวิเศษมาให้ พระองค์นำดาบนั้นกลับไปทำสงครามอีกครั้ง และได้รับชัยชนะ หลังเสร็จ
ศึกสงคราม ทรงนำดาบกลับมาคืนที่ทะเลสาบแห่งนี้






เก็บภาพบรรยากาศมาฝากค่ะ









ตุ้ไปรษณีย์ที่สนามบินค่ะ



ห้องพักที่เวียดนามค่ะ





และแล้วการท่องเที่ยวเวียดนามก็สิ้นสุดลง ถึงจะสนุกที่เห็นสิ่งต่าง ๆ แปลกตา
อย่างไรก็ตามยังคิดถึงที่นอนอบอุ่นที่บ้านอยู่ดี "No place like home" จริง ๆ

ความเห็นของฉันในการเปรียบเทียบไทยกับเวียดนาม ฉันว่าคนไทยสุดแสนจะโชคดีมาก ๆ ที่มี
ความอุดมสมบูรณ์หลายเรื่อง ทั้งเรื่องไม่ค่อยมีปัญหาแผ่นดินไหว พายุร้ายแรง ไม่เคยเป็น
เมืองขึ้นใคร มีความเป็นอิสระ จนสบายเกินไปล่ะไม่ว่า หลายคนคงเคยพูดว่า ไทยน่าจะเป็น
เมืองขึ้นของประเทศทางตะวันตก จะได้มีความเจริญและพูดภาษาอังกฤษได้เหมือนภาษาแม่
แต่ฉันว่าสิ่งที่คิดเช่นนี้เป็นการมองที่ปลายเหตุมากกว่า

ฉันไม่ปฏิเสธว่าข้อดีหนึ่งของกลุ่มประเทศที่เป็นเมืองขึ้น ประชาชนจะสามารถใช้ภาษาอังกฤษ
ได้ดี แต่อาจลืมนึกถึงประเด็นอื่นไป เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะมีคนมาให้อะไรแก่เราโดยที่เขา
ไม่ได้ผลประโยชน์ จากที่ฟังไกด์เวียดนาม 3 คนเล่ามา รวมถึงเรื่องราวที่ได้จากการอ่าน
ชาวเวียดนามก็ต้องการความเป็นอิสระ เป็นไทแก่ตัวเช่นกัน ไม่เช่นนั้นจะเกิดการสร้างอุโมงค์
ใต้ดิน 250 กม.หรือ

สิ่งที่ฉันรู้สึกมากคือการที่อเมริกาทิ้งฝนเหลืองในเวียดนาม คงกะจะทำลายเผ่าพันธุ์ แต่ผู้ที่
รอดชีวิต หรือเด็กที่เกิดในยุคนั้นต้องพิการ มันเป็นสิ่งที่โหดร้าย ที่ผ่านมามีการเรียกร้อง
เรื่องสิทธิมนุษยชนเหมือนกันที่จะให้อเมริการับผิดชอบเรื่องนี้ เพราะมาวิเคราะห์สารต่าง ๆ
ในฝนเหลืองว่ามีความร้ายแรงมาก

สรุปโดยพื้นฐานความสมบูรณ์ของทรัพยากร ฉันว่าไทยเองมีความพร้อมหลายด้าน แต่สิ่งหนึ่ง
ที่ควรพัฒนา โดยเฉพาะในปัจจุบันที่กำลังเกิดปัญหาในสังคมไทย คือ ความมีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
หรือความรักชาติ ถ้าเพิ่มตรงนี้ได้อีกนิด ฉันว่าไทยก็มีความเด่นไม่แพ้ชาติใดในโลก และควรค่า
ในการภูมิใจในตนเองเช่นกัน




 

Create Date : 19 ตุลาคม 2551    
Last Update : 28 ตุลาคม 2551 8:48:11 น.  

ฮอยอันฉันรักเธอ นำทางสู่เวียดนาม (ตอน 6)

ทางไปที่พักที่รัฐบาลสร้างให้โฮจิมินห์ ซึ่งต่อมากลายเป็นสถานที่รับรองแขกบ้านแขกเมือง
เพราะโฮจิมินห์ไปพักที่บ้านไม้แบบธรรมดา ห้องพักของบ้านไม้แสดงให้เห็นถึงความสมถะ
และการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายของท่าน

นี่คืออาคารที่สวยงามด้านหน้า ซึ่งเป็นที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง



ระหว่างทางเดินไปบ้านไม้ที่โฮจิมินห์เคยพัก







ถึงแล้วบ้านไม้ของโฮจิมินห์



ยังเก็บรักษาเครื่องใช้ไว้





ไม่น่าแปลกใจที่ทำไมคนเวียดนามจึงรักโฮจิมินห์ขนาดนี้ เกือบทุกบ้านจะมีรูปโฮจิมินห์
ไว้แสดงความเคารพ ประวัติลุงโฮที่ไกด์เล่าให้ฟัง คือ ท่านวางแผนการกู้ชาติตั้งแต่อายุ
ยังน้อย ไปอยู่ที่ฝรั่งเศส ทำงานทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมาใช้ในการดำรงชีวิต และไปพบ
คนที่รักชาติ เตรียมวางแผนการทำงานร่วมกัน หลังจากกู้ชาติได้เรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็
ต้องวางแผนต่อว่าจะฟื้นฟูเวียดนามอย่างไร อยากจะเป็นระบบทุนนิยมแบบประเทศอื่นเขา
ก็ยังทำไม่ได้ เพราะยังจนอยู่ ดังนั้นลุงโฮจึงใช้หลักคอมมิวนิสต์ของเลนิน แห่งรัสเซีย
แต่มาปรับใช้กับคนเวียดนาม ต้องรวมชาติก่อน

บรรยากาศบริเวณนั้น







ไกด์เล่าว่าเจดีย์นี้สร้างขึ้นจากที่จักรพรรดิองค์หนึ่งมาอธิษฐานขอลูกไว้ (ไว้จะไปหาข้อมูลมาเพิ่มเติมให้นะคะ)



บ้านที่เป็นตึกในฮานอย จะมีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่ง คือไม่ทาสีด้านข้าง (แม้ว่าด้านหน้า
และด้านหลังจะทาสีสวยงาม เพราะไม่รู้ว่าจะมีคนมาสร้างบ้านติดกันเมื่อไหร่ ทาสีด้านข้าง
ไปก็เปลือง



อันนี้เป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนค่ะ สาว ๆ ปักผ้ากันค่ะ เป็นสินค้าชิ้นเอกของเวียดนามเขาล่ะ




 

Create Date : 18 ตุลาคม 2551    
Last Update : 18 ตุลาคม 2551 4:07:42 น.  

ฟ้าจรดทรายที่แดนไอยคุปต์

อย่างที่ฉันเคยเกริ่นไว้ใน blog ตอนอื่น ความที่ได้อ่านหนังสือต่วยตูนมาตั้งแต่เด็ก
ทำให้ฉันหลงไหลเรื่องราวลึกลับของปิรามิด สฟิงค์ และคงไม่แปลกที่จะทำให้
อียิปต์เป็นอีกหนึ่งของดินแดนในฝันที่ฉันอยากไปเยี่ยมเยือน

เมื่อเครื่องบินใกล้ลงจอดที่อียิปต์ สิ่งที่แปลกในความรู้สึกของฉันคือ เมื่อมองลงไป
ในเบื้องล่าง เวลาไปประเทศต่าง ๆ รวมถึงจะเห็นความเขียวขจี แต่ที่อียิปต์จะเห็นเป็น
สีน้ำตาลเป็นส่วนใหญ่ คงเพราะความเป็นเมืองแห่งทะเลทรายนั่นเอง (ไม่รู้คนอื่นคิด
เหมือนฉันหรือเปล่า)

ที่สนามบินไคโร





ที่สนามบินกรุงไคโร ฉันเข้าร้าน duty free ร้านหนึ่ง เป็นร้านเล็ก ๆ ขายพวกสินค้าพื้นเมือง
ทักทายกับคนขายชาวอียิปต์ จากที่ฉันพอจะมีความรู้เรื่องปิรามิด เรื่องฟาโรห์อยู่บ้าง ก็เลย
พูดถึงฟาโรห์ตุตันคาเมน เนเฟอร์ติตี้ สาวงามอียิปต์ ชาวอียิปต์ยิ้มเลย แล้วถามฉันว่าฉันมา
จากประเทศไหน ฉันพูดคำว่า Thailand อย่างภูมิใจ เขาถามฉันว่าเรามีสกุลเงินของตัวเอง
หรือเปล่า ฉันเล่าให้ฟังว่าเราใช้เงินสกุลบาท

ฉันได้มาดูปิรามิดที่เมืองกีเซ่ ชานกรุงไคโร สิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอยู่
เบื้องหน้าฉันขณะนี้แล้ว เป็นความยิ่งใหญ่ที่ไม่น่าเชื่อว่าสร้างได้อย่างไรเมื่อหลายพันปีที่ผ่านมา



เล่าให้ฟังถึงปิรามิดที่เมืองกีเซ่ เป็นที่ตั้งของมหาปิรามิด 3 องค์ มีขนาดลดหลั่นกันตั้ง
เรียงรายท่ามกลางทะเลทราย โดยปิรามิดทั้งสามองค์นี้ ปิรามิดคีออฟส์หรือคูฟู ถือว่าเป็น
ปิรามิดใหญ่ที่สุดในโลก ว่ากันว่าประกอบด้วยก้อนหินตั้ง 2 ล้านก้อน ถัดมาคือปิรามิด
เคเฟรน เขาว่าภายในถูกบุกรุก ถูกทำลายเสียหาย และปิรามิดมิเซรินุส

สฟิงค์ที่เห็นอยู่ด้านหน้าทางเข้าปิรามิด ลำตัวเป็นสิงห์ ชาวอียิปต์โบราณนับถือเสมือนเทพเจ้า



ฉันได้เข้าไปในปิรามิดแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นปิรามิดขนาดเล็กลงมา แต่ฉันรู้สึกอึดอัด และหายใจ
ไม่ออกเมื่ออยู่ในนั้น แต่อุตสาห์ไปถึงแล้ว ก็ลงไปสัมผัสเสียหน่อย

ระหว่างที่ชมปิรามิด ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมเวลาเราอ่านเรื่องทะเลทรายหรือดูหนังทะเลทราย
เขาจะต้องโพกหน้า เพราะเมืองทะเลทราย จะมีฝุ่นควันจากทรายนี่เองเข้าปาก ฉันยังรู้สึกเลย



ฉันชมปิรามิดไปก็คิดไปว่านี่หรือคือสิ่งก่อสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้น สร้างได้อย่างไร ฉันอ่าน
เจองานเขียนจากที่หนึ่งซึ่งได้รับการบอกเล่าจากไกด์คนหนึ่งว่า เคยมีพวกญี่ปุ่น มาทำการ
ท้าพิสูจน์จะขอสร้างมหาปิรามิดขนาดเดียวกับปิรามิดเมืองกีเซ่ ญี่ปุ่นขนเครื่องมืออุปกรณ์
อันทันสมัย ปรากฎว่าคนญี่ปุ่นยกก้อนหินก่อสร้างปิรามิดไปได้เพียงครึ่งทาง ก้อนหินก็
พังทลายลง (เอ! หรือว่าปิรามิดสร้างโดยมนุษย์ต่างดาวหนอ)



มีบริการนั่งอูฐและพาเดินวนแถวปิรามิด แต่ฉันขอบ๊ายบายบริการนี้ ต้องตกลงกันดี ๆ นะคะว่า
ราคานี้รวมทั้งขึ้นและลง บางคนตุกติก คือหลังจากตกลงราคากันแล้ว ตอนขาลง มีการตุกติก
ว่าต้องจ่ายเงินสำหรับขาลงด้วย



ความยิ่งใหญ่จากวันวานสู่วันนี้



ณ วันนี้ปิรามิดกลายเป็นสิ่งปลูกสร้างในอดีตที่อยู่ในเมืองแล้วค่ะ





ไกด์พาไปชมการสาธิตการทำกระดาษปาปิรุส ต้นกำเนิดการทำกระดาษชนิดแรกของโลก
ซึ่งทำจากต้นกกอียิปต์ ในสมัยโบราณชาวอียิปต์ใช้กระดาษปาปิรุสบันทึกข้อความสรรเสริญ
เทพเจ้า และใช้เขียนคัมภีร์มรณะ

สถานที่ชมที่นี่ค่ะ



ที่สถานที่ไปชมภาพบนกระดาษปาปิรุส มีขายจี้เงินสลักชื่อเราเป็นภาษาอียิปต์ด้วยค่ะ
(อักษรเฮียโรกลิฟฟิกที่เราเคยเรียนหนังสือกันตอนเด็ก ๆ ไงคะ) ตอนอยู่ที่นั่นก็ไม่เห็นอยากได้
แต่กลับมาแล้วรู้สึกเสียดาย คราวหลังถ้าเป็นของที่ระลึกที่เราไปหาซื้อจากที่อื่นไม่ได้ สมควร
ซื้อกลับมา เพราะเราไม่ได้ไปบ่อย ๆ เสียหน่อย

ไกด์พาไป “แกรนด์บาซาร์ ข่าน อัล คาลิลี่” เป็นตลาดอียิปต์โบราณ เขาว่าเป็นแหล่งช็อปปิ้ง
ที่ใหญ่ที่สุดของกรุงไคโร แนะนำว่าสาว ๆ อย่าเดินคนเดียวนะคะ ฉันว่าเป็นตลาดที่น่ากลัว
ไม่ใช่ซี ต้องพูดใหม่ว่าตลาดไม่ได้น่ากลัว แต่หนุ่มอียิปต์น่ากลัวค่ะ และถ้าเราเผลอเดินเข้า
ร้านไหน จะถูกต้อน และเดินออกจากร้านยากค่ะ แนะนำให้เดินเข้าร้านเป็นกลุ่ม ระหว่างเดิน
ฉันเริ่มหิว หยิบป๊อกกี้จากเมืองไทยเดินกินไปพลาง ๆ เจอคนขายในร้านหนึ่งขอชิมด้วย
เขาคงเห็นกล่องขนมหน้าตาแปลก ๆ มีสมาชิกคนหนึ่งในกลุ่มถูกหนุ่ม ๆ ขอปากกา บอกว่า
ปากกาสวยดี





อ้อ อีกนิด ข้ามถนนที่กรุงไคโร น่ากลัวมากค่ะ ไกด์บอกว่าต้องตั้งสติดี ๆ แล้วเดินตรงไปเลย
อย่าลังเล พวกเราจะข้ามถนนจากโรงแรมไปซื้อแมคโดนัลที่อยู่ฝั่งตรงข้าม นี่ขนาดมีไกด์
ข้ามไปเป็นเพื่อนด้วยแล้วนะ ฉันว่าใครข้ามถนนที่กรุงไคโรได้คล่อง ก็สามารถข้ามถนน
ที่อื่นได้ทั่วโลก (ข้ามถนนในกรุงเทพบางแห่ง กลายเป็นเด็ก ๆ ไปเลย)

เก็บภาพบรรยากาศตามข้างทางมาค่ะ มิน่าล่ะ เวลามองลงมาจากเครื่องบินแล้วเห็นพื้นที่สีน้ำตาลเยอะ



ตามประสาทำงานบริษัทน้ำมัน ก็จะมองหาปั๊มเรื่อยไป แต่ปั๊ม ESSO ที่อียิปต์ก็หน้าตาเหมือนบ้านเราล่ะค่ะ





นอกเรื่องอีกแล้วค่ะ แต่ก็เกี่ยวกับทะเลทรายนะคะ แนะนำให้ไปหานิยาย "ฟ้าจรดทราย"
ยังมีรักที่อฮัคการ์" ของโสภาค สุวรรณ อ่านแล้วจะได้สัมผัสบรรยากาศทะเลทรายค่ะ
รัชชี่ได้ความรู้หรือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากการอ่านนิยายล่ะค่ะ อีกอย่างโสภาค สุวรรณ
จะมีการหาข้อมูลและใช้ประสบการณ์จากการใช้ชีวิตในประเทศนั้น ๆ ก่อนนำมาเขียน
นิยายค่ะ เคยเจอตัวจริงของคุณโสภาคที่ตลาดปากซอยอ่อนนุชด้วยค่ะ รัชชี่เดินเข้าไป
หาคุณโสภาค แนะนำตัวว่าเป็นแฟนงานเขียน คุณโสภาคมากับหลานสาวลูกครึ่งค่ะ
เพราะติดตามงานเขียนคุณโสภาค ทำให้เดาได้ว่าหลานสาวคนนี้น่าจะชื่อเอมิลี่
คุณโสภาคตอบว่าใช่ เธอมีมนุษย์สัมพันธ์ดีทีเดียวค่ะ เพราะตอนแรกยังเกรงว่าจะหยิ่งค่ะ





Tips : ถ้าใครมีปัญหาในการทานอาหารอิสลาม พกมาม่าติดตัวไปเล็กน้อยก็ดีค่ะ
(แต่ถ้าไปกับทัวร์ ก็มักจะเตรียมให้อยู่แล้วค่ะ)

: ถ้าจะแลกเงินปอนด์อียิปต์ ให้แลกพอเท่าที่จะใช้จับจ่าย หรือซื้อของนะคะ เพราะ
แบงค์จะค่อนข้างเก่ามากค่ะ (รัชชี่ยังใช้คำที่สวยนะนี่ แต่ถ้าเป็นเพื่อน ๆ รัชชี่จะ
บอกว่าแบงค์เน่าค่ะ)




 

Create Date : 18 ตุลาคม 2551    
Last Update : 19 ตุลาคม 2551 7:19:57 น.  

โรมรำลึก (ตอน 2)

ไม่ไกลจากน้ำพุเทรวี่ ฉันเดินต่อไปยังบันไดสเปน เป็นแหล่งนัดพบของชาวโรม แต่พอมองเห็นแล้ว
ฉันนึกไปถึงบันไดแถวสยามบ้านเรา แหล่งนัดพบแห่งหนึ่งของชาวกรุงเหมือนกัน





น้ำพุกับอิตาลีดูจะเป็นของคู่กัน



ที่เขาตั้งชื่อว่า บันไดสเปน เพราะมีสถานฑูตสเปนอยู่ใกล้ ๆ นี่เอง
ตึกสถานฑูตอยู่ด้านหน้านี้เองค่ะ



ดูอาคารแถวนั้นหน่อยนะคะ





สู่ "วาติกัน" นครรัฐอิสระ วาติกันเป็นศูนย์กลางศริสต์นิกายโรมันคาทอลิก
เป็นที่ประทับขององค์ประมุข



ที่นี่พวกเรามีเวลากันไม่มากนัก แต่โชคดีอย่างที่ไปถึงในเวลาค่อนข้าง
เช้าอยู่ เพราะตอนแรกไกด์บอกว่าอาจจะได้เดินชมความสวยงามแค่
บริเวณภายนอก เพราะนักท่องเที่ยวอาจจะเยอะ และต้องใช้เวลาต่อแถว
กว่าจะเข้าไปด้านใน โชคดีที่มีโอกาสเข้าไป







เห็นทหารสวิสอยู่ไกล ๆ ยังแต่งกายในชุดฟอร์มแบบอดีตเลย ทหารสวิสมีหอกโบราณ
เป็นอาวุธประดับเกียรติ ถือเป็นองครักษ์ของสันตะปาปา ทหารสวิส มีมาตั้งแต่ ค.ศ. 1506
การแต่งกายของทหารสวิส มีเครื่องแบบที่ออกแบบโดย “ไมเคิ้ลแองเจโล” ทุกคน
เป็นชาวสวิส และเป็นคาทอลิกที่ดี ทหารสวิสแต่ละคนจะประจำการชั่วระยะหนึ่ง



ไม่รู้จะบรรยายถึงความสวยงามอย่างไร



สวยงามตระการตา







เสริมประวัติศาสตร์นิดนึง มหาวิหารเซ็นปีเตอร์ได้เริ่มก่อสร้างหลังจากในยุคที่จักรพรรดิ
คอนแสตนติน ได้ยอมรับคริสต์ศาสนามาเป็นศาสนาประจำชาติ แรก ๆ ได้สร้างโบสถ์เล็ก ๆ
คร่อมหลุมฝังศพของนักบุญเซ็นปีเตอร์



ต่อมาได้สร้างวิหารให้สมกับฐานะของพระสันตะปาปา สถาปนิกคนแรกคือ แบร์มองเต้
ต่อมาผู้รับงานคนต่อมาคือ ไมเคิลแอนเจโล ว่ากันวา ไมเคิลขอทำงานให้โดยไม่รับเงิน
ถือว่าเป็นการทำงานให้ศาสนา บุญกุศลดังกล่าว ส่งผลให้เขามีชื่อเสียง เป็นอัจฉริยะทางศิลปะ





ท้ายนี้เก็บภาพป้ายต่าง ๆ มาให้ชมกันค่ะ






 

Create Date : 12 ตุลาคม 2551    
Last Update : 12 ตุลาคม 2551 7:52:27 น.  

โรมรำลึก (ตอน 1)

ตั้งแต่เด็ก ฉันมีโอกาสได้อ่านหนังสือต่วยตูนที่บ้านน้า ซึ่งเป็น
หนังสือที่มีเรื่องราวเกร็ดประวัติศาสตร์ เรื่องน่ารู้ เรื่องลึกลับ เรื่อง
แปลก ทำให้ฉันชื่นชอบเมืองโรม อียิปต์ และใฝ่ฝันตั้งแต่เด็ก
ว่าสักครั้งหนึ่งจะต้องไปให้ได้

เมื่อวันนั้นมาถึง
เริ่มเข้าใกล้โรมแล้ว



บ้านเมืองยังมีโบราณสถานเก่า ๆ ให้เห็น





โรมเป็นอดีตของศูนย์กลางอารยธรรมที่เคยรุ่งเรืองถึงขีดสุด เป็น
แบบอย่างรากฐานความเจริญให้ชาติตะวันตกมาจนถึงวันนี้ ฉันว่า
โรมเปรียบเสมือนห้องสมุดประวัติศาสตร์นอกห้องเรียนที่ใหญ่ที่สุด
ของโลกแห่งหนึ่งก็ว่าได้



ฉันได้พบเห็นโคลอสเซี่ยม ซึ่งเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
แม้ในยุคปัจจุบัน เมื่อปี 2550 ที่ให้มีการลงคะแนนผ่านอินเตอร์เน็ทและ
โทรศัพท์มือถือ ก็ยังคงได้รับการโหวตให้เป็น 1 ในสิ่งมหัศจรรย์

ณ วันนี้ความยิ่งใหญ่ในอดีตมาอยู่ ณ ปัจจุบันของยุคสมัยใหม่
ที่มีรถวิ่งขวักไขว่ผ่านไปมา

ก่อนถึงโรม ไกด์เปิดซีดีภาพยนตร์ Gladiator ให้ดูในรถเพื่อให้พวกเรา
เตรียมจินตนาการเรื่องราวในอดีต โคลอสเซียมเป็นสนามประลองยุทธ
ของชาวโรมันในอดีต มีเกมการแข่งขันต่อสู้แปลก ๆ มากมาย นับว่า
เป็นเกมกีฬาที่ค่อนข้างโหด แต่เป็นการต่อสู้เพื่อการมีชีวิตอยู่ของคนบางคน




โคลอสเซี่ยม ณ วันนี้ มีบางส่วนที่แหว่ง ๆ ไปมาก เพราะสมัยยุคกลาง
ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในกรุงโรม ทำให้โคลอสเซียมถูกทำลาย
บางส่วน

สมัย ค.ศ. 1744 ยุค Pope Bene Dict XIV (โป๊บเบนนดิคที่ 14) ได้มี
แนวคิดที่จะทำลายโคลอสเซียม เพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่ทำให้คน
และสัตว์จำนวนมากต้องมาตายลงเพื่อสนองความบันเทิง เห็นว่า
ควรทำลายสถานที่แห่งนี้ เห็นควรให้รื้อก้อนหินหรือหินอ่อนบางส่วน
ไปก่อสร้างโบสถ์ หรืออาคารต่าง ๆ ในกรุงโรมแทน

เวลาผ่านไป โคลอสเซี่ยมถูกทำลายอย่างรวดเร็ว เริ่มมีความเห็นใหม่ว่า
ควรยุติการนำหินต่าง ๆ ไปสร้างอย่างอื่นได้แล้ว น่าจะเก็บส่วนที่เหลือ
ไว้เป็นเครื่องเตือนใจ อย่าให้มีเหตุการณ์เช่นนี้อีก

ตั้งแต่ ค.ศ. 1805 จึงมีนโยบายบูรณะซ่อมแซม และส่งเสริมการท่องเที่ยว
มาจนถึงปัจจุบัน

ไม่ไกลจากโคลอสเซี่ยม ฉันได้ไปต่อยังน้ำพุเทรวี่ ฉันเคยได้ยินชื่อน้ำพุ
แห่งนี้มานานมาก เรื่องที่ได้ยินมาก็คือ ถ้าไปถึงน้ำพุนี้ ให้ยืนหันหลัง
แล้วโยนเหรียญข้ามศีรษะ พร้อมอธิษฐานว่าขอให้ได้กลับมาอีก แล้วจะ
ได้กลับไปเยือนอีกครั้ง



แล้วฉันก็ได้มายืนอยู่ด้านหน้าน้ำพุแล้ว ฉันโยนเหรียญเช่นกัน ผ่านมา 2 ปี
แล้ว ฉันยังไม่ได้กลับไปอีกเลย คำอธิษฐานจะเป็นจริงไหมหนอ







ว่ากันว่าผู้ริเริ่มและให้การสนับสนุนในการสร้างน้ำพุ คือ Marcus และ Agrippa ซึ่งเป็นบุคคล
ที่เกิดก่อนคริสต์ศาสนาจะเข้ามาแผยแพร่ น้ำพุนี้จึงเปรียบเสมือนการสร้างกรุงโรมซึ่งใช้เวลาเป็นพันปี




ขอนอกเรื่องนิดนึง ท่านใดสนใจภาพยนตร์คลาสิคเก่า ๆ ฉันแนะนำให้ไป
หาเรื่อง "Roman Holiday" มาชมกันนะคะ เป็นหนังยุค 1953 นางเอกของ
เรื่องนำแสดงโดย Audray Hepburn เล่นเป็นเจ้าหญิง ได้ปลอมตัวเป็น
สามัญชนออกมาดูชีวิตผู้คนนอกวัง จะได้เห็นบรรยากาศของโรมค่ะ



Audrey Hepburn สาวสวยใน Idol ฉันค่ะ




 

Create Date : 12 ตุลาคม 2551    
Last Update : 12 ตุลาคม 2551 7:01:03 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  
BlogGang Popular Award#10


 
รัชชี่
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




พี่มานิต ประภาษานนท์ เป็นผู้ชักชวนเข้าสู่วงการการเขียนบล็อก ด้วยประโยคว่า
“จ๊ะเขียนบล็อกซี"

เริ่มเขียนบล็อก : 24 ก.ย. 51




สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์
พ.ศ.2539 ห้ามละเมิดไม่ว่าการลอกเลียน นำรูป ข้อความที่เขียนไว้หรือส่วนหนึ่งส่วนใดในบล็อกแห่งนี้ ไปเผยแพร่อ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก






Setting program for counting visitors since 7 Nov. 2009
free counters
New Comments
Friends' blogs
[Add รัชชี่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.