Group Blog
 
All blogs
 

ลัดฟ้าไปมาเลเซีย ตอน 2



กัวลาลัมเปอร์ มีระบบรถไฟฟ้าที่เรียกว่ารถไฟรางเดี่ยว
(โมโนเรียล "monorail")



ระบบโมโนเรียล สามารถก่อสร้างได้ง่ายละรวดเร็วกว่ารถไฟฟ้าใต้ดินหรือ
รถไฟฟ้าหนักแบบยกระดับอย่าง BTS ซึ่งโมโนเรียลเหมาะสำหรับพื้นที่ที่มี
เขตทางจำกัด




ข้อดีของระบบนี้ คือ มีรูปแบบโครงสร้างที่เล็ก ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบทาง
สิ่งแวดล้อมน้อยเมื่อเทียบกับโครงสร้างทางวิ่งยกระดับของระบบขนส่งทางรางประเภทอื่นๆ มีความยืดหยุ่นในการวางแนวเส้นทางเพราะมีรัศมีวงเลี้ยวที่แคบ
ก่อสร้างง่ายและรวดเร็ว







ถ่ายรูปรถในมาเลเซียมาให้ชมกัน








เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเรื่องทะเบียนรถ พวกเราคนไทยจะจำตัวเลขท้ายกันใช่มั้ยคะ ที่นั่น
ตอนแรกเราก็จะจำแบบไทยน่ะแหละค่ะว่ารถของเราเบอร์ไหน ไกด์บอกว่ารถทุกคันของบริษัทนั้นตัวเลขเหมือนกันเลย ให้จำอักษรภาษาอังกฤษด้านหน้าแทน
(เกือบไปแล้ว เดี๋ยวไปขึ้นรถคันอื่น)


รถคันนี้ที่พาเราลูกทัวร์ไปไหนมาไหนในมาเลเซียค่ะ









เที่ยวเมืองใหม่ ปุตราจายา (Putra Jaya)

มาเลเซียย้ายศูนย์ราชการทั้งหมดไปที่นั่น ห่างออกไปจากกัวลาลัมเปอร์ ประมาณ 25 กม. สร้างเป็นเมืองสวยงามมาก มีบ้านให้ข้าราชการอยู่ แปรตามระดับตำแหน่ง เช่น ถ้าระดับสูง ๆ ก็อยู่เป็นบ้านหลังใหญ่ รองลงมาเป็นทาวเฮาส์ ทั่ว ๆ ไปอยู่คอนโด แต่ทุกอย่างยังใหม่หมด จึงมองดูน่าอยู่ ข้าราชการไม่ต้องจ่ายอะไร
จ่ายเฉพาะค่าน้ำค่าไฟ ในนั้นเป็นเมืองหมด มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน







มาคิดดู ถ้าคนเรามีปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต มีสวัสดิการที่ดี
การคอรัปชั่นอย่างมากมายก็คงจะไม่เกิดขึ้นล่ะค่ะ ว่ามั้ยคะ

รัชชี่จะไม่ว่ากระไรเลย ถ้าเก็บภาษีรัชชี่แพง ๆ ขอแต่สิ่งต่าง ๆ กลับคืนมาสู่ประชาชน ไม่ใช่ไปอยู่กับใครก็ไม่รู้ที่ตักตวงผลประโยชน์ของประเทศไป (ว่าแต่เขียนอย่างนี้ บล็อกรัชชี่จะถูกแบนไหมเนี่ย)







เมืองปุตราจายา เกิดจากแนวคิดของอดีตนายกรัฐมนตรี มหาเธร์ โมฮำหมัด สร้างเพื่อใช้เป็นเมืองศูนย์กลางบริหารประเทศ หน่วยงานราชการ กระทรวง ทบวง
กรมต่าง ๆ ให้ย้ายมาอยู่ที่นี่ ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001 นั่นล่ะค่ะ

ส่วนชื่อเมืองนั้น ตั้งเพื่อเป็นเกียรติให้กับนายกรัฐมนตรีท่านแรกของมาเลเซีย
ที่ชื่อ "ตวนกู อับดุล รามัน ปุตรา อัลฮัจ"


แล้วไว้รัชชี่จะเล่าเรื่องปุตราจายา ในตอนถัดไปด้วยค่ะ ประทับใจเมืองนี้มาก



.......รัชชี่ ณ มาเลเซีย.......














 

Create Date : 04 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 4 พฤษภาคม 2552 21:00:43 น.
Counter : Pageviews.  

ลัดฟ้าไปมาเลเซีย ตอน 1



เป็นประสบการณ์ครั้งแรกของฉันที่ได้ใช้บริการเครื่องบิน Low cost airline โดยคราวนี้ฉันบินโดยสายการบินไทยแอร์เอเชีย ถึงได้เห็นประสบการณ์ของจริงที่เขาบอกว่าไม่มีบริการอาหารหรือเครื่องดื่ม ต้องซื้อบนนั้น ก็ได้เรียนรู้ไปอีกแบบ
(แต่ไม่ได้ใช้บริการหรอกค่ะ กลายเป็นว่าทานที่สนามบินซึ่งแพงกว่าบนเครื่อง
ผัดไทยจานละตั้ง 250 บาท)




เที่ยวบินของฉันเป็นไฟลท์เช้า 7.00 น. แถมกรุ๊ปทัวร์ยังนัดเวลาเช้ามากที่สุวรรณภูมิตอนตีสี่ครึ่ง (ความจริงตีห้าก็ได้) คิดดูซีว่าต้องตื่นกี่โมง
แถมคืนก่อนหน้ายังเอ้อระเหยลอยลำ

ช่วงสัก 2 ทุ่มกว่าเริ่มง่วงแล้วเพราะออกกำลังกายตอนเย็นหลังเลิกงาน
แต่ดูซีไม่หลับไม่นอนทำโน่นทำนี่ พอตั้งใจจะนอนจริง ๆ กลับไม่หลับ
(เป็นงั้นไป) กว่าจะได้นอนจริง ๆ ล่ะก็คาดว่าราว 5 ทุ่มกว่า และรู้สึก
หลับไม่สนิทเพราะกังวลว่าเดี๋ยวจะหลับลึกแล้วไม่ตื่นตอนเช้า









ดังนั้นจึงส่งผลต่อวันแรกที่เที่ยว อาจจะตื่นตาตื่นใจที่กัวลาลัมเปอร์หน่อย
พอหลังจากนั้นที่เดินทางไปอีกที่หนึ่ง ขึ้นรถเมื่อไหร่ฉันเป็นหลับ ทั้งที่ก็ไม่ได้หลับสนิท แต่รู้สึกง่วงตลอดเวลา


ความจริงไกด์ท้องถิ่นบรรยายเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจเยอะทีเดียวค่ะ
แต่ด้วยอาการเบลอ ๆ ของฉันจึงทำให้เข้าหู้ซ้ายทะลุหูขวา ไม่งั้นจะมีเรื่องมาเล่าให้ฟังมากกว่านี้









ภาษามาเลเซีย

Masuk แปลว่า ทางเข้านะคะ ส่วน Keluar แปลว่า ทางออก คำว่า Keluar
ไกด์สอนว่าไงรู้มั้ยคะให้จำว่า “ขี้รั่ว” ขออภัยเป็นคำไม่สุภาพ จะทำให้จำได้
ถ้าสอนดี ๆ ล่ะก็คนเราก็ลืม ว่าเข้านั่น




เห็นเขาว่าสนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์สวยงามติดอันดับ ว่าจะไปยลโฉมเสียหน่อยเปรียบเทียบกับสุวรรณภูมิบ้านเรา แต่เอ! ทำไมดูมันธรรมด๊า ๆ
มาได้รับคำเฉลยจากไกด์ว่าเราอยู่ที่อีกที่หนึ่ง เรียกว่า LCCT
(Low Cost Carrier Terminal)










ที่จุด passport control หลังจากฉันยื่น passport
เจ้าหน้าที่ทักว่า “สะบายดี” มาคิดอีกทีสงสัย
หน้าตาจะเป็นลาวเปล่า???? (แต่บางคราไป
บางประเทศ เขาก็ทัก "หนีห่าว")



เพราะ “สะบายดี” เป็นคำทักทายของลาวนี่นา แต่มาคิดอีกที บางทีเขาอาจจะหมายถึงสบายดีมั้ย จากนั้นเขาก็ถามว่า “ไปไหน” เป็นภาษาไทย








เล่าไปเล่ามางวดนี้ยังหนีไม่พ้นเขตสนามบินเลย
ไม่รู้เรื่องมาเลเซียจะเป็นกี่ตอนจบกันเนี่ย




งั้นเรามา city tour ชมรูปภาพกัวลาลัมเปอร์ไปก่อนแล้วกัน
นะคะ กัวลาลัมเปอร์เป็นเมืองหลวงของมาเลเซีย อยู่ไม่ห่างไกลจากไทย
เราเลย ใช้เวลาบินแค่ 2 ชั่วโมง เวลาที่นั่นเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง




กัวลาลัมเปอร์เป็นศูนย์รวมของความเจริญโดยมี
ตึกแฝดปิโตรนาส ซึ่งเคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลก เป็นสัญลักษณ์
การท่องเที่ยวของประเทศ

ที่มาเลเซียก็ใช้กระแสไฟฟ้าโวลท์เหมือนบ้านเราค่ะ ผิดกัน
แต่ว่าปลั๊กไฟเป็นปลั๊ก 3 ขา (แต่ฉันเตรียมความพร้อมซื้อ
ปลั๊กไฟชนิด international ปรับใช้ได้ทั่วโลกค่ะ
จะกี่ขาก็ไม่หวั่น )







.......รัชชี่ ณ มาเลเซีย......










 

Create Date : 29 เมษายน 2552    
Last Update : 29 เมษายน 2552 21:47:32 น.
Counter : Pageviews.  

ไปเปิดหูเปิดตาที่มาเลเซีย



พักบล็อกแว้บหนึ่งค่ะ ขอไปเปิดหูเปิดตาที่มาเลเซียหน่อย
เดินทางพรุ่งนี้เช้าค่ะ แล้วจะนำเรื่องราวมาเล่าให้ฟังค่ะ

ระหว่างนี้ก็เชิญอ่าน Tag : A to Z เล่น ๆ ไปพลาง ๆ นะคะ






เจอ Tag นี้ระบาดเล็กน้อยในบล็อก ล่าสุดไปอ่านของ
“กะว่าก๋า” พร้อมภาวนาว่า “เพี้ยง ขออย่าได้รับเลย มันยาว
ขี้เกียจตอบ”


อีกประการหนึ่งผู้ที่มีอารมณ์ติสท์เช่นฉัน จะตอบหรือไม่แปรผันตามอารมณ์ในแต่ละวันค่ะ

ตอนนี้อารมณ์ดิสท์ค่ะ จะตอบ Tag บางเรื่องตามใจฉันแล้วกันนะคะ ไม่อยากตอบก็ไม่ตอบ

เห็นเขาตอบภาษาไทยกัน รัชชี่ขออารมณ์ติสท์ตอบเป็นภาษาอังกฤษแทน อาจจะมีความหมายมั่ว ๆ ซั่ว ๆ ตามใจคนเขียนค่ะ








Tag : A to Z

A

Age :

Don’t really feel old because of number of age
makes you feel….
ว่าแต่ตอบไม่ตรงคำถามนี่นา ......


Annoyances : (สิ่งที่เบื่อสุดๆ)

Political now in Thailand, whatever colors.
Because all of us are Thai. Why we destroy country where we were born.


Animal :

Dog







B

Beer :

No alcohol drink


Birthday :

9 October


Best Friend :

P’Eye, P’Noi, P’Sri , Ye, Pui, Yui, sorry for someone
I forget writing here. But actually me, myself ,
my best friend in the last time for decision

And now I found some good friends here in Bloggang.


Body Part on opposite sex :

Eyes :sincere


Best feeling in the world :

Happiness in mind , do whatever I want to do and
don’t disturb anyone.



Best weather :

Winter , but not much cold



Been in Love :

Good feeling




Believe in Magic :

Sometimes



Believe in Buddhism :

Sure, believe in what we got now, and will get in the future, all of that
it depends on ourselves only.



Believe in Santa :

Not sure









C



Candy :

M&M , any chocolate



Color :

White, Blue



Chocolate/Vanilla :

Prefer chocolate than vanilla


Chinese/Mexican :

Chinese food is o.k. but has never eaten Mexican,
anyway Thai food is favorite


Cake or pie :

Like chocolate cake but don’t like pie


Continent/Country to visit :

China, Lao (Luangprabang) , Switzerland,
Chamonix (in Francd), Italy , Egypt, Vietnam, Bhutan, Cambodia (Temple of Phra Viharn) and will visit Malaysia



Cheese :

For sandwich is ok










D



Day or Night :

- Prefer night



Dance in the rain :

- Never




E




Eggs :

- In case visiting other country and don’t like local food,
egg is very delicious



Eyes :

- Show everything which can’t pretend


Ever failed a class ? :

- No.


พักยกแค่นี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวผู้อ่านจะลายตา ถ้ายังอยากอ่านต่อ รัชชี่จะนำมาลงให้ถึง Z ค่ะ



.......รัชชี่.......





note : โชว์เพลงประกอบ "นกขมิ้น" นะคะ อาจจะไม่เข้ากับเนื้อหาบล็อก แต่ตอนนี้รัชชี่กำลังชอบเพลงนี้จาก
ละคร "ดงผู้ดี" ค่ะ

แต่จะว่าไปก็เหมือนกับจะเป็น "นกขมิ้น" ค่ำแล้วจะนอนที่มาเลเซียเอย....










นกขมิ้น - อรวี สัจจานนท์







 

Create Date : 23 เมษายน 2552    
Last Update : 23 เมษายน 2552 20:05:29 น.
Counter : Pageviews.  

เวนิส วันวานกับเดือนนี้ (ธ.ค. 51)

ฉันเห็นข่าวทางทีวีเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. เห็นข่าวก็รู้สึกตกใจกับการที่เวนิสน้ำท่วมถึง 1.5 เมตร ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ของน้ำท่วมสูงสุดครั้งใหญ่

ความจริงก็รู้ข่าวมาบ้างว่าเวนิสเข้าใกล้วิกฤตเข้าไปทุกที เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เวนิสได้ทุ่มทุนวางแผนเพื่อสร้างทำนบที่มีประตูระบายน้ำเพื่อป้องกันเมือง และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2011 อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและประสบปัญหาขาดเงินทุน

เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งล่าสุดนี้ถือได้ว่าอันตรายสำหรับเวนิส ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองประวัติศาสตร์ของโลกและสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปเยือนได้ปีละกว่า 16 ล้านคน เนื่องจากปัจจุบัน อาคารต่างๆที่ตั้งอยู่ในเมือง เวนิส กำลังประสบปัญหาจมลงเรื่อยๆ อันเนื่องมาจากระดับน้ำทำเลหนุนสูง และกระแสลมได้พัดพาน้ำทะเลไหลทะลักเข้ามาสู่คูคลองในเวนิส ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมหลักของเมือง , ที่มา : Infoquest

เวนิสเป็นสถานที่ที่ฉันมีความสุขในการไปเยือนมาก ยังนึกถึงวันเวลาแห่งความประทับใจที่เดิน ๆ เที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ เดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอย เป็นเมืองที่น่ารักและเต็มไปด้วยความสวยงามของสถาปัตยกรรม และอยากกลับไปอีกครั้งถ้ามีโอกาส

เปรียบเทียบเวนิสเมื่อครั้งไปเยือน 2 ปีที่แล้ว กับเวนิสในเดือน ธ.ค. ปีนี้ พยายามหามุม
เวนิสบริเวณใกล้ ๆ กัน ณ วันวานกับวันนี้ (มุมที่ได้อาจไม่ตรงกันนัก)

โบสถ์เซนต์มาร์ค วันวาน ว่ากันว่าที่จตุรัสนี้นโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่าเป็น 'finest drawing room in Europe'



โบสถ์เซนต์มาร์ค วันน้ำท่วม



สะพานข้าม ทางเดินชั่วคราวที่สร้างขึ้น



Oh, my god





วันวาน



วันน้ำท่วม



วันวาน






วันน้ำท่วม



ฉันอ่านเจอคนโพสต์กระทู้ถามในพันธ์ทิพย์ว่า เวนิสน้ำท่วม ต้องยกเลิกทัวร์มั้ย เพราะทัวร์แจ้งว่าถ้าไปแล้ว ไม่สามารถเข้าเมืองได้ก็จะพาไปที่อื่นแทน

แต่ถ้าไปอิตาลีแล้วไม่ได้ไปเวนิส เสียดายมาก ๆ เลยค่ะ

หวังไว้ตอนสุดท้ายถึงผู้บริหารเมืองไทยว่าจะมีแผนป้องกันน้ำท่วม
"เวนิสตะวันออก” เมืองไทยในภายภาคหน้าอย่างไร

ที่มา : ภาพเวนิสวันวาน by รัชชี่ , ภาพเวนิสน้ำท่วม by Nationalgeographic.com , bestpicsaround.com


....รัชชี่..... รายงานข่าวเวนิส สวัสดีค่ะ








 

Create Date : 08 ธันวาคม 2551    
Last Update : 8 ธันวาคม 2551 18:15:44 น.
Counter : Pageviews.  

ฮอยอันฉันรักเธอ นำทางสู่เวียดนาม (ตอน 7)

Trip สุดท้ายที่เวียดนามคือที่ฮาลองเบย์นี่เองค่ะ

ฮาลองเบย์หรืออ่าวฮาลอง ได้รับการประกาศเป็น “มรดกโลก” โดย UNESCO เช่นกัน
ไกด์เล่าว่า “ลอง”มาจากคำว่า “หลง” ในภาษาจีนที่แปลว่า “มังกร” ดังนั้นเรือที่ล่อง
ฮาลองเบย์จะมีสัญลักษณ์หัวเรือรูปมังกร มีตำนานเล่าว่าเป็นที่สิงสถิตย์ของมังกร
ศักดิ์สิทธ์ อันเป็นของขวัญที่สวรรค์ส่งมาให้ชาวเวียดนาม ฮาลองในภาษาเวียดนาม
แปลว่า มังกรจากสวรรค์ “Where the Dragon descends into the sea”



เตรียมตัวลงเรือหน้าตาแบบนี้ล่ะค่ะ





เรือลำที่พวกเรานั่งกัน นั่งกันอย่างแสนสบาย เพราะเป็นกรุ๊ปทัวร์เล็ก แค่ 13 คน บวกไกด์
อีก 2 คน มีบริการอาหารทะเลบนเรือด้วย

บรรยากาศภายในเรือ



ใกล้ถึงถ้ำ



ระหว่างทางเดินเข้าถ้ำ



ชมหินงอกหินย้อย ก็เหมือนกับถ้ำในที่ต่าง ๆ ที่เราเคยเห็นกันนั่นแหละ ภายในถ้ำจะติดตั้งไฟ
บางมุมที่มองเห็นเป็นรูปสัตว์ เช่น มังกร ก็จะนำหลอดไฟไปวางที่ตรงมุมที่เห็นเป็นตาทั้ง 2 ข้าง
ไกด์บรรยายจินตนาการต่าง ๆ ที่มองเห็นเป็นรูปร่าง รวมถึงเล่าตำนาน หรือนิทานต่าง ๆ ให้ฟัง
ในถ้ำมีถังขยะเป็นตัวนกเพนกวิน น่ารักดี









ถังขยะค่ะ







ชมวิวทิวทัศน์นะคะ นึกถึงกระบี่ทางใต้บ้านเรา









ได้ไปชมละครหุ่นกระบอกน้ำ ศิลปะพื้นบ้านของเวียดนามด้วยค่ะ



ข้ามถนนไปเดินเล่นที่ทะเลสาบคืนดาบค่ะ

ทะเลสาบคืนดาบ เป็นทำเลสาบที่มีตำนานเล่าว่า สมัยที่เวียดนามทำสงครามกับจีน กษัตรย์
เวียดนามทำสงครามมาเป็นเวลานาน ก็ยังไม่สามารถเอาชนะจีนได้สักที ทำให้เกิดการท้อแท้
พระองค์จึงได้มาล่องเรือที่ทะเลสาบแห่งนี้ ได้เกิดปาฏิหารย์ มีเต่าขนาดใหญ่ตัวหนึ่งได้คาบ
ดาบวิเศษมาให้ พระองค์นำดาบนั้นกลับไปทำสงครามอีกครั้ง และได้รับชัยชนะ หลังเสร็จ
ศึกสงคราม ทรงนำดาบกลับมาคืนที่ทะเลสาบแห่งนี้






เก็บภาพบรรยากาศมาฝากค่ะ









ตุ้ไปรษณีย์ที่สนามบินค่ะ



ห้องพักที่เวียดนามค่ะ





และแล้วการท่องเที่ยวเวียดนามก็สิ้นสุดลง ถึงจะสนุกที่เห็นสิ่งต่าง ๆ แปลกตา
อย่างไรก็ตามยังคิดถึงที่นอนอบอุ่นที่บ้านอยู่ดี "No place like home" จริง ๆ

ความเห็นของฉันในการเปรียบเทียบไทยกับเวียดนาม ฉันว่าคนไทยสุดแสนจะโชคดีมาก ๆ ที่มี
ความอุดมสมบูรณ์หลายเรื่อง ทั้งเรื่องไม่ค่อยมีปัญหาแผ่นดินไหว พายุร้ายแรง ไม่เคยเป็น
เมืองขึ้นใคร มีความเป็นอิสระ จนสบายเกินไปล่ะไม่ว่า หลายคนคงเคยพูดว่า ไทยน่าจะเป็น
เมืองขึ้นของประเทศทางตะวันตก จะได้มีความเจริญและพูดภาษาอังกฤษได้เหมือนภาษาแม่
แต่ฉันว่าสิ่งที่คิดเช่นนี้เป็นการมองที่ปลายเหตุมากกว่า

ฉันไม่ปฏิเสธว่าข้อดีหนึ่งของกลุ่มประเทศที่เป็นเมืองขึ้น ประชาชนจะสามารถใช้ภาษาอังกฤษ
ได้ดี แต่อาจลืมนึกถึงประเด็นอื่นไป เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะมีคนมาให้อะไรแก่เราโดยที่เขา
ไม่ได้ผลประโยชน์ จากที่ฟังไกด์เวียดนาม 3 คนเล่ามา รวมถึงเรื่องราวที่ได้จากการอ่าน
ชาวเวียดนามก็ต้องการความเป็นอิสระ เป็นไทแก่ตัวเช่นกัน ไม่เช่นนั้นจะเกิดการสร้างอุโมงค์
ใต้ดิน 250 กม.หรือ

สิ่งที่ฉันรู้สึกมากคือการที่อเมริกาทิ้งฝนเหลืองในเวียดนาม คงกะจะทำลายเผ่าพันธุ์ แต่ผู้ที่
รอดชีวิต หรือเด็กที่เกิดในยุคนั้นต้องพิการ มันเป็นสิ่งที่โหดร้าย ที่ผ่านมามีการเรียกร้อง
เรื่องสิทธิมนุษยชนเหมือนกันที่จะให้อเมริการับผิดชอบเรื่องนี้ เพราะมาวิเคราะห์สารต่าง ๆ
ในฝนเหลืองว่ามีความร้ายแรงมาก

สรุปโดยพื้นฐานความสมบูรณ์ของทรัพยากร ฉันว่าไทยเองมีความพร้อมหลายด้าน แต่สิ่งหนึ่ง
ที่ควรพัฒนา โดยเฉพาะในปัจจุบันที่กำลังเกิดปัญหาในสังคมไทย คือ ความมีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
หรือความรักชาติ ถ้าเพิ่มตรงนี้ได้อีกนิด ฉันว่าไทยก็มีความเด่นไม่แพ้ชาติใดในโลก และควรค่า
ในการภูมิใจในตนเองเช่นกัน




 

Create Date : 19 ตุลาคม 2551    
Last Update : 28 ตุลาคม 2551 8:48:11 น.
Counter : Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  


BlogGang Popular Award#12


 
รัชชี่
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




พี่มานิต ประภาษานนท์ เป็นผู้ชักชวนเข้าสู่วงการการเขียนบล็อก ด้วยประโยคว่า
“จ๊ะเขียนบล็อกซี"

เริ่มเขียนบล็อก : 24 ก.ย. 51




สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์
พ.ศ.2539 ห้ามละเมิดไม่ว่าการลอกเลียน นำรูป ข้อความที่เขียนไว้หรือส่วนหนึ่งส่วนใดในบล็อกแห่งนี้ ไปเผยแพร่อ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก






Setting program for counting visitors since 7 Nov. 2009
free counters
New Comments
Friends' blogs
[Add รัชชี่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.