Group Blog
 
All blogs
 

Slow life in Southern Lao : Part 1

   




กลับมาเยือนลาวอีกครั้งหลังจากไปหลวงพระบาง ทางเหนือเมื่อ 9 ปีที่แล้ว  หลังจากที่กลับมาคราวนั้นเพื่อนร่วมทริปบอกว่าอยากไปเที่ยวลาวใต้ต่อ    แต่ก็ยังไม่ได้ไปสักที

คราวนี้เป็นอีกทริปที่เราตัดสินใจเร็วมาก  หัวหน้าทัวร์ส่งเมลล์มาชวน น่าจะตัดสินใจภายในครึ่งวันตอบตกลงแบบงง ๆ

คือจริง ๆ แล้วถ้าถามถึงโปรแกรมทัวร์ที่เห็นก็ยังไม่โดนเท่าไหร่

มีคนบอกว่าการท่องเที่ยวแบบนี้ไม่ใช่แนวของเรานัก

แต่ว่าที่ไปน่าจะเป็นเพราะ"ตัวละคร"ที่ไปด้วยน่าสนใจ

คือมีทั้ง entertainer ประจำกลุ่มและจัดการเรื่องทุกอย่างให้หมด

ทั้งจองตัวเครื่องบิน  ติดต่อทัวร์  รวมถึงจองโรงแรมที่อุบลในคืนแรก

คือเดิมทีตามโปรแกรมทัวร์เป็น 3 วัน 2 คืน บินจากกรุงเทพไปอุบลตอนเช้า

แล้วราว 8 โมงไกด์จะมารับเราข้ามช่องเม็กเพื่อไปลาวใต้ต่อ

แต่เราขอว่าอย่าเลยมันจะเหนื่อยไปนะ เพราะเดินทางแต่เช้า ก็คือต้องตื่นแต่เช้ามาก ๆ

ดูชีวิตมันเร่งรีบเกินไป แล้ววันแรกก็จะเหนื่อย

ดังนั้นบินไปถึงอุบลในวันก่อนหน้าแล้วพักโรงแรมที่อุบลคืนหนึ่งก่อนดีกว่า

 

รถตู้มารอรับที่สนามบินและพามาส่งที่ร้านอาหารและไปส่งที่โรงแรมต่อ

นัดกันว่าเช้าถัดไปจะมารับ

คุณนิด คนขับรถตู้ประจำทริป (ซึ่งจริง ๆ เราว่าเขาเป็นไกด์ได้เลยนะ เพราะว่ารู้เรื่องราวในลาวเยอะมาก รวมถึงเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยได้สนุกเลย) 

เท่าที่ทราบถ้ากรุ๊ปทัวร์มี 4 คนขึ้นไปเราจะต้องมีไกด์ลาว 1 คนไปด้วย

และคราวนี้เราก็ได้น้อง"ปุ้ย" หรือชื่อจริงว่า "คำวิไล"

ซึ่งเป็นการทำงานในฐานะไกด์ครั้งแรกของเธอ

น้องปุ้ยจบการท่องเที่ยว จากมหาวิทยาลัยจำปาศักดิ์ 

เธอบอกว่าอ่านหนังสือไทยได้  เพราะรายการทีวีในลาวก็มีรายการของไทยก็เยอะ

แต่ถ้าเขียนหนังสือไทยนี่เขียนไม่ได้   

ทำเอาเรารู้สึกว่าที่ว่าคนไทยเรียนภาษาอังกฤษมา 20 ปีแต่พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้สักที  บางทีถ้ามีทีวีช่องภาษาอังกฤษ แล้วเปิดฟัง ๆ บ่อย ๆ จนเป็นความเคยชิน หลักการนี้ก็น่าจะทำให้คนไทยเก่งภาษาอังกฤษขึ้นมาได้บ้างนะ

 จากอุบลไปช่องเม็กประมาณ 80 กม.  และใช้เวลาอีกไม่นานมากกว่าจะไปถึงเมืองปากเซ

ขอบคุณภาพแผนที่จากอินเตอร์เน็ต 

เห็นแผนที่ทำให้เห็นภาพชัดว่าสถานที่บางจุดในแผนที่ที่เราไปเที่ยว

มันไม่ไกลมากเลย

ปราสาทวัดภู น้ำตกตาดฟาน น้ำตกหลี่ผี น้ำตกคอนพะเพ็ง

 

ไกด์เล่าว่าที่มาของชื่อ"ปากเซ" หมายถึงเมืองนี้อยู่ตรงปากแม่น้ำเซพอดี

อ๋อ! เข้าใจละ  เวลาที่ได้รู้ว่าชื่อแต่ละชื่อมีความเป็นมาอย่างไรแล้วรู้สึกดี

เมื่อใกล้ถึงตัวเมือง รถพาข้ามสะพานมิตรภาพลาว-ญี่ปุ่น ระยะทาง 1,380 เมตร

สถานที่ท่องเที่ยวหลักในลาวใต้น่าจะเป็นน้ำตกนี่แหละ

เพราะทรัพยากรในลาวยังมีอยู่มาก  ตอนแรกก็ยังไม่ได้รู้สึกอะไรมากกับการมาน้ำตก

แต่พอเห็นน้ำตกของเขาจริง ๆ แล้วก็พบว่าสวยจริง

แต่จุดที่แตกต่างจากน้ำตกบ้านเราคือ ปกติเวลาไปเที่ยวน้ำตกไหน ๆ มักจะต้องเดินเยอะหน่อย  ขึ้นไปหลาย ๆ ชั้น เมื่อถึงที่แล้วก็สามารถเล่นน้ำได้ หรือไม่ก็ล้างหน้าล้างตาให้ชื่นใจกับความเย็นของน้ำ

แต่น้ำตกที่นี่ (ได้ไปเที่ยวน้ำตก 5 แห่ง) ส่วนใหญ่จะเดินไม่ไกลมาก

จากจุดจอดรถ 

และมักจะ

"ดูได้แต่ตา"

คือว่าจะอยู่ไกลจากจุดที่ยืน เล่นน้ำไม่ได้ เพราะอันตราย

อาจจะเป็นด้วยธรรมชาติแบบนี้มั้ง  สถานที่ท่องเที่ยวของเขาจึงยังดีอยู่

ไกด์เล่าว่าส่วนใหญ่สถานที่ท่องเที่ยวจะให้สัมปทานผู้ที่เข้ามาทำ  ให้มีสถานที่สะดวก มีน้ำไฟเข้าถึง ทำถนนทางเข้า บางทีก็ให้สัมปทานกับคนต่างชาติก็มี เช่น คนไทย  คนเวียดนาม

จริง ๆ แล้วลาวใต้ยังมีน้ำตกที่สวยงามอีกเยอะ แต่ว่ายังไม่สะดวกที่จะเข้าไป และยิ่งถ้าไม่มีสาธารณูปโภคพร้อม  คนก็เลยยังไม่ค่อยอยากไป ต้องรอคนบุกเบิกเข้าไปทำสัมปทานก่อน

...........................

"น้ำตกผาส้วม"

สารภาพว่าตอนที่ได้ยินชื่อน้ำตกนี้ฟังแล้วรู้สึกว่าชื่อแปลก ๆ  คือ

มันนึกถึงห้องส้วมน่ะ

แต่พอมาฟังไกด์เล่า "ส้วม"ในภาษาลาวแปลว่า "ห้องหอ"

เดินข้ามสะพานตรงนี้ไป 

 

 


 

ป้ายที่พบเจอ

น้ำตกผาส้วมได้รับการพัฒนาโดยคุณวิมล บำรุงกิจ คนไทยที่ได้รับสัมปทานในการเข้าไปพัฒนา (อย่างที่กล่าวไปแล้วในตอนต้นว่าสถานที่ท่องเที่ยวปัจจุบันของลาวมักเกิดจากการให้สัมปทาน)

เขาเร่ิ่มต้นสำรวจพื้นที่โดยมีอุปกรณ์ เข็มทิศ สมุดบันทึก ขวาน

ได้รับสัมปทานจากลาว 15 ปี

เขาใช้เวลาสำรวจพื้นที่นี้ 2 ปีโดยใช้เครื่องทุ่นแรงเท่าที่หาได้ เช่น ช้าง แรงงานคนท้องถิ่น

น่าเสียดายที่เมื่อโครงการเรียบร้อย  เขาไม่สามารถมองเห็นโครงการที่สร้างมากับมือได้เพราะก่อนหน้านั้นเขาเป็นไข้มาเลเรีย หมดสติโคม่าไปหลายวัน และส่งผลให้ตามองไม่เห็น

 

"น้ำตกตาดฟาน"

คุณนิดเล่าว่า "ตาด" แปลว่า "น้ำตก"

"ฟาน" แปลว่า "เก้ง"

คงจะเป็นน้ำตกที่มีเก้งเยอะ

 

 

มาเล่าเรื่องปั๊มน้ำมันในลาวกันสักหน่อย

ก็เห็นอยู่ไม่กี่แบรนด์ แต่ที่เห็นบ่อยที่สุดน่าจะเป็น PV Oil หรือ PetroVietnam

คุณนิดบอกว่าเป็นปั๊มของเวียดนาม

ที่ถ่ายรูปมาถือว่าเป็นปั๊มใหญ่ทีเดียว (ปกติที่เห็นทั่วไปจะขนาดเล็กกว่านี้)

พอดีคุณนิดแวะเติมน้ำมันที่นี่ 

ราคาน้ำมันช่วงนี้อยู่ที่ระหว่าง 9,100 - 9,800 กีบ

คิดเป็นเงินไทยราว 36-39 บาท

ด้านหลังปั๊มจะมี Mart รวมถึงร้านขายสินค้าของที่ระลึก เช่น เครื่องเงิน ผ้า

ส่วนอาคารใหญ่ด้านข้าง  เป็นมุมขายสินค้าแบรนด์เนมแบบ Copy

พนักงานขายบอกว่าเปิดมาราว 1 ปีแล้ว

แอบเดิน ๆ ดูราคาเล่น ๆ เช่น

กระเป๋า Louis Vitton รุ่น Neverfull ขนาด MM ราคาประมาณ 3,500 บาท

นาฬิกา Rolex น่าจะราว 4-6,000 บาท

 

 

Mart และที่ขายของที่ระลึก

อาคารนี้ขายของแบรนด์เนม Copy

ความคาดหวังต่อทริปนี้ก่อนไป : 7/10

ความพึงพอใจต่อทริปนี้เมื่อไปแล้ว : 10/10

Factor : เพื่อนร่วมทริป . การเดินทางแบบ slow life . จำนวนสถานที่แต่ละวันไม่ต้องมากแต่ดื่มด่ำจริง ๆ กับแต่ละที่ . อากาศกำลังสบาย

 

....รัชชี่....



ความรู้สึกก่อนไป : เนื่องด้วยช่วงหลังรู้สึกตัวว่าร่างกายไม่ค่อยเฟิร์ม ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย  อ่านโปรแกรมทัวร์ผ่าน ๆ ว่าส่วนใหญ่ไปน้ำตก นึกถึงน้ำตกบ้านเราที่มักเดินเยอะกว่าจะถึง  ทำเอาไม่ค่อยมั่นใจว่าเราจะไปทำความลำบากหรือล่าช้าให้คนอื่นหรือเปล่า   เรื่องอากาศ เป็นเดือนธันวาคม หน้าหนาวแล้ว คิดว่าลาวซึ่งน่าจะเป็นประเทศสดกว่าบ้านเรา อากาศอาจจะหนาวกว่าบ้านเรา กลัวไม่ไหวอีกเพราะเป็นคนขี้หนาว 

ความรู้สึกขณะอยู่ที่นั่น : fresh ทุกวัน นอนราว 4 ทุ่มกว่า  รู้สึกตัวก่อนนาฬิกาปลุก ตื่นก่อนตีห้าครึ่งทุกวัน   ทัวร์ไม่เร่งรีบ  ใช้สายตาในการมองและซึมซับกับบรรยากาศ  โชคดีที่เจออากาศกำลังดี เย็นสบาย  (อาจจะเริ่มร้อนในช่วงบ่าย) เป็นการเดินทางที่ชาร์จแบตในตัวได้ดีทีเดียว


 




 

Create Date : 15 ธันวาคม 2556    
Last Update : 15 ธันวาคม 2556 22:58:16 น.
Counter : 922 Pageviews.  

เยือนปักกิ่งช่วงใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี ตอน 4




พระราชวังฤดูร้อนอวี้เหอหยวน อุทยานที่ใหญ่ที่สุดของจีน สร้างขึ้นราว 800 ปีก่อน
มีทะเลสาบคุนหมิงที่ขุดขึ้นด้วยแรงงานคนล้วน

ได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อ "พระราชวังฤดูร้อนและอุทยานในกรุงปักกิ่ง" ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 22 เมื่อปี พ.ศ. 2541


ระหว่างทางเข้า เห็นร้านขายของที่ระลึกสวยดีเหมือนกัน แต่ไม่ได้เดินเข้าไปดู





ที่ประทับของพระนางซูสีไทเฮา






ความร่มรื่นภายใน









แอบถ่ายชาวจีน




ไกด์บอกว่าเป็นระเบียงที่ยาวที่สุด เดินไปจินตนาการไปถึงเหล่านางใน พระสนม เดินชมนกชมไม้ในสมัยโบราณ







เรือหินอ่อน เคยได้รับโปสการ์ดรูปเรือหินอ่อนเมื่อนานมาแล้ว ตอนนั้นเข้าใจว่าเรือหินอ่อน สามารถล่องเรือไปไกลได้

เรือหินอ่อนกลายเป็นสัญลักษณ์ของพระราชวังฤดร้อน เอาเป็นว่าใครมาถึงแล้วไม่เห็น เหมือนยังมาไม่ถึง

เรือนี้เคยถูกทำลายไปในช่วงสงครามฝิ่นด้วย พระนางซูสีไทเฮาสั่งให้สร้าง
ขี้นมาใหม่

ไม่แน่ใจว่าฟังจากไกด์หรืออ่านจากที่ไหนว่าพระนางซูสีไทเฮาเมาเรือ เลยให้สร้าง
เรือหินอ่อนเพื่อที่เวลาต้องการชมวิว ก็ออกมานั่งเรือเล่น (จริงเท็จประการใดไม่ทราบ)







ชอบลวดลายที่พื้น





....รัชชี่....






 

Create Date : 15 มกราคม 2555    
Last Update : 15 มกราคม 2555 12:02:16 น.
Counter : 675 Pageviews.  

เยือนปักกิ่งช่วงใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี ตอน 3



สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ได้เห็นผ่านตาแล้วคือปิรามิดที่อิียิปต์
โคลอสเซี่ยม และหอเอนเมืองปิซ่าที่อิตาลี


ครั้งนี้ก็จะเป็นอีกครั้งที่ได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกเพิ่มอีกแห่งหนึ่ง

กำแพงเมืองจีน สิ่งมหัศจรรย์หนึ่งในเจ็ดของโลก มีความยาวถึง 6,000 กม. สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัย 2,000 ปีก่อนโดยจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้


ไกด์เล่าว่าทางขึ้นกำแพงมี 3 ด้าน มีประโยคในอดีตว่า
“ไปปักกิ่งแล้ว ไม่ถึงกำแพงเมืองจีน ไม่ใช่คนกล้า”
สมัยก่อนคงไปลำบาก

ช่วงทางขึ้นมีของที่ระลึกเป็นเสมือน Certificate ว่ามาถึงแล้ว ราคาก็แปรตามขนาดของ จะสลักชื่อเราไว้ ก็ไหน ๆ ก็มาถึงแล้ว สั่งกับเขาเสียหน่อย

ที่คนมุงเยอะ ๆ นั่นแหละค่ะ กำลังสั่งจองของอยู่
เราจะกลับมารับของตอนขาลงมา



ช่วงเริ่มต้นของทางขึ้นนึกว่ามาเที่ยวเกาหลีอยู่ (ยังไม่เคยไปหรอกนะ) เพราะมีการคล้องกุญแจสายยูเป็นทางยาว









ธรรมชาตินั้นยิ่งใหญ่เสมอ




เดินขึ้นไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็พัก



สภาพของกำแพงเมืองจีนในขณะนี้ รายงานผลการสำรวจของนักอนุรักษ์เมื่อปี 2004 กล่าวว่า ขณะนี้ กำแพงเมืองจีนที่ยาว 6,350 กิโลเมตร เหลือให้เห็นเพียง 1/3 เท่านั้น และกำลังสั้นลงเรื่อยๆ ปัญหาเกิดขึ้นเนื่องจากการขาดการดูแลและอนุรักษ์



เป็นที่รวบรวมหลายชนชาติมาสัมผัสกำแพงเมืองจีน



กำแพงเมืองจีนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2530



พบระหว่างทาง มาปักกิ่งงวดนี้เขาสะอาดพอตัวทีเดียว



เดินเหนื่อย ๆ เสร็จแล้วก็ไปชิมสุกี้มองโกลกัน สังเกตดูส่วนใหญ่เนื้อสัตว์ที่เขาให้มาจะเป็นเนื้อสัตว์ติดมัน ซึ่งปกติแบบนี้ไม่ค่อยทานแบบนี้ เลยทำให้ส่วนใหญ่จะทานผักมากกว่า

ไกด์จัดเตรียมน้ำจิ้มสุกี้ "พันท้ายนรสิงห์" ไปด้วย ช่วยทำให้สุกี้มื้อนี้อร่อยขึ้น เพราะไม่ค่อยชอบน้ำจิ้มต้นฉบับที่เขาให้





....รัชชี่.....











 

Create Date : 17 ธันวาคม 2554    
Last Update : 17 ธันวาคม 2554 20:49:12 น.
Counter : 801 Pageviews.  

เยือนปักกิ่งช่วงใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี ตอน 2



จัตุรัสเทียนอันเหมินวันอาทิตย์คราคร่ำไปด้วยฝูงชน เพราะวันนี้มีการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ทำให้คณะเราไม่สามารถเดินเข้าไปตรงจุดด้านในได้
เพราะมีขอบเขตกั้นเอาไว้










เจอกลุ่มนักศึกษาไทยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เลยขอถ่ายรูปไว้



ไกด์พาเดินลงอุโมงค์แล้วข้ามไปยังพระราชวังต้องห้าม “กู้กง” ที่ประทับและสถานที่ว่าราชการของจักรพรรดิ 24 พระองค์
ในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง








ณ พระราชวัง "กู้ำุกง"

เดินไป จินตนาการไป นึกถึง "ปูยี" จักรพรรดิ์องค์สุดท้าย จากสูงสุดสู่สามัญ







ผู้คนเยอะมากมายจริง ๆ ไกด์ไทยชื่อ "คุณตั๋ง" เตือนตั้งแต่อยู่บนรถว่าให้พยายามอยู่รวมเป็นกลุ่มไว้ (ทัวร์นี้ 19 คน) เพราะว่าถ้าหลงจะหากันยากมาก พร้อมกับให้เบอร์โทรไกด์จีน (ท้องถิ่น) ที่ชื่อ “อาเฟิง" ไว้ มีปัญหาอะไรให้บอกไกด์จีน (ทัวร์อื่น ๆ ที่เจอ) ให้โทรหาอาเฟิง และให้ยืนอยู่ที่จุดเดิมน่ะแหละ เพราะจะหาได้ง่ายที่สุดดีกว่าเดินไปเรื่อย ๆ





อีกเรื่องที่ไกด์เตือนคือให้เอากระเป๋ามาไว้ด้านหน้าตัว เพราะถ้าไว้ด้านข้างหรือหลังมีโอกาสอันตรธานไปแน่ ๆ ฉันเลยต้องเอาเป้คู่กายมาไว้ด้านหน้า

เข้าใจว่าคนส่วนใหญ่ ปกติก็คงไม่ค่อยคิดอะไรมากกับที่ไกด์เตือน จนในที่สุดเมื่อมาถึงราวครึ่งทางก็มีคุณลุงท่านหนึ่งหายไปไหนก็ไม่รู้ ครอบครัวคุณลุงบอกว่าคุณลุงไม่ได้บันทึกเบอร์อาเฟิงไว้ แต่ดูครอบครัวก็เฉย ๆ ไม่ได้ตื่นตกใจ ลูกสาวคุณลุงบอกว่าคิดว่าถ้าคุณลุงหาพวกเราไม่เจอจริง ๆ เดาว่าคุณลุงจะเดินไปทางประตูออกและตามหารถ (ซึ่งด้านหน้าจะแปะชื่อทัวร์ไว้)







ใช้เวลากันพอสมควรกว่าคุณตั๋งและอาเฟิงจะเจอ ที่น่าแปลกคือคุณลุงบอกว่าจากจุดที่หลงกัน คุณลุงไม่ได้เดินไปไหนเลย แต่คุณตั๋งเดินหาตรงนั้นตั้งนานแต่ก็หาไม่เจอ

ไกด์บอกว่าตั้งแต่ประตูทางเข้าจนถึงทางออก พวกเราเดินกันประมาณ 6 กม. มาปักกิ่งงวดนี้เดินเยอะมากจริง ๆ โชคดีที่ร่างกายฟิตเต็มที่ ประกอบกับได้ซ้อมเดินเยอะทุกวันเป็นเวลาปีกว่าจากการขับรถน้อยลงแล้วเดินทางด้วย BTS




ไกด์เล่าให้ฟังหลังจากขึ้นรถแล้วว่าการมาปักกิ่งเป็นความฝันของคนจีนในสมัยก่อนมาก ๆ ปัจจุบันปักกิ่งถือว่ารถติดมาก คนปักกิ่งมีรถยนต์ส่วนตัวราว 1 ล้านคัน (จากจำนวนประชากร 18 ล้านคน) ถ้าไปไหนมาไหนราวใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมงถือว่าเร็วแล้วนะ ถ้าภายใน 1 ชั่วโมงถือว่าปกติ


ไกด์เล่าว่าที่นี่สถาปนิกที่ออกแบบบ้าน อพาร์ทเมนต์ ต้องยึดหลักฮวงจุ้ยมาก ๆ ถ้าฮวงจุ้ยไม่ดีก็ขายไม่ได้

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ไกด์เล่าให้ฟัง เมนูของฮ่องเต้แต่ละมื้อจะมีหลากหลายมาก ฮ่องเต้ต้องไม่กินอาหารซ้ำ เดี๋ยวคนจะรู้ว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร จะแอบใส่
ยาพิษ หรือไม่ก็จะเจอคนบางกลุ่มป้อยอเอาอาหารที่ชอบมาให้

ค่ำคืนที่ไปพระราชวังกู้กง ได้กลับถึงโรงแรมเร็วหน่อย เราอยากไปสำรวจรถไฟฟ้าใต้ดินก็เลยปรึกษาไกด์ คุณตั๋งบอกว่าขาไปรถที่บริการเราจะไปส่ง
อาเฟิงที่สถานีรถไฟฟ้า ขาไปเราอาจเดินทางไปพร้อมอาเฟิงได้ แต่ว่าขากลับ
คุณตั๋งเป็นห่วงว่าตอนขึ้นแท็กซี่กลับโรงแรมอาจจะไม่ค่อยปลอดภัย เกรงว่าคนขับอาจจะพาขับอ้อม ดูแล้วคุณตั๋งไม่ค่อยอยากให้ไป ก็เลยไม่ไปกันดีกว่า






....รัชชี่.....




ความรู้รอบตัว
: ที่จตุรัสเทียนอันเหมิน มีสุสานประธานเหมาเจ๋อตุง สร้างในปี 1977 บรรจุศพเก็บรักษาสภาพไว้เหมือนคนนอนหลับ
: จตุรัสเทียนอันเหมิน 1989 นักศึกษาออกมาประท้วงเรียกร้องระบอบประชาธิปไตย
: ที่พระราชวังกู้กง จะมีประตูพิเศษที่เฉพาะฮ่องเต้เสด็จผ่านเท่านั้น ฮองเฮาจะผ่านช่องนี้ได้แค่ครั้งเดียวในชีวิต คือตอนเข้าพิธีอภิเษกสมรส









 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2554 14:07:51 น.
Counter : 662 Pageviews.  

เยือนปักกิ่งช่วงใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี ตอน 1




เป็นเวลาเกือบเดือนทีเดียวหลังจากกลับมาจากปักกิ่งแล้วเพิ่งจะมาบันทึกในบล็อก ฉันวางแผนไปปักกิ่งตั้งแต่เดือนกันยายนว่าจะไปช่วงกลางเดือนตุลาคม แต่พอเมื่อเริ่มใกล้จะไปชักรู้สึกหวั่น ๆ สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพที่มีการประกาศว่า
14-18 ต.ค. คือช่วงวิกฤต

แต่ไหน ๆ เราก็เสียตังค์ไปแล้ว ดังนั้นแผนการเที่ยวยังคงมีอยู่ต่อไป สิ่งที่ทำได้คือวางแผนเก็บของที่บ้านขึ้นที่สูง และเอารถไปเก็บที่ตึกสูง คาดว่าหลังจากกลับมาทุกอย่างคงเข้าสู่สถานการณ์ปกติ

กลายเป็นว่าหลังกลับมาสถานการณ์กลับวิกฤตยิ่งกว่าเก่า เราผ่านช่วงลุ้น ช่วงเฝ้าระวังกันมาเป็นช่วง ๆ ทั้งช่วงน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงสิ้นเดือน ต.ค.
และบางช่วงที่คันกั้นน้ำในบางที่พัง

้ตอนนี้ยังถือได้ว่าเป็นผู้โชคดีอยู่ พักเรื่องติดตามข่าวสารน้ำมาบันทึก
เรื่องราวในปักกิ่งก่อนดีกว่า


ฉันเดินทางในคืนวันที่ 14 ต.ค. ไปถึงสุวรรณภูมิตามเวลานัดราว 4 ทุ่ม เครื่องออกราวตี 1 ถึงปักกิ่งเช้า ใช้เวลา 4 ชม อุณหภูมิอยู่ในช่วง 10-20 องศา
ใบไม้เริ่มมีการเปลี่ยนสีบ้าง แต่ยังไม่มากนัก


เมื่อไปถึงปักกิ่ง แวะไปเมืองเทียนสิน อยู่ห่างจากปักกิ่งราว 120 กม. ก่อน (เป็นเมืองที่ปูยี (จักรพรรดิ์องค์สุดท้ายเคยลี้ภัยไปอยู่ช่วงหนึ่งเหมือนกัน) เป็นเมืองอุตสาหกรรมและการค้าที่สำคัญ ผังเมืองตึกรามบ้านช่องถูกจัดระเบียบคล้ายมหานครเซี่ยงไฮ้ ตึกบางแห่งจะเป็นเหมือนยุโรป ได้เห็นบางตึกด้านบนจะมีสัญลักษณ์หอไอเฟล ในปลายทศวรรษ 1800 ที่นี่เคยรุ่งเรืองเป็นเมืองท่าศูนย์กลางการค้าขาย

โปรดสังเกตข้างบนตึก














ถนนวัฒนธรรมโบราณ (กู่เหวินฮั่วเจีย) เป็นสถานที่ที่หนึ่งที่ฉันประทับใจเป็นอันดับต้น ๆ ของการท่องเที่ยวทริปนี้ แม้ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกจัดตั้งขึ้นเลียนแบบบ้านเมืองสมัยก่อน สองข้างทางเป็นร้านขายของ









รูปนี้มีที่มาจากไกด์เล่าให้ฟังว่าหนึ่งในสิ่งที่หายากในปักกิ่งคือ น้องหมา เพราะผู้เลี้ยงต้องเสียค่าจดทะเบียนปีละ 8,000 หยวน (หรือราว 40,000 บาท)



ซุ้มขายขนม ไปยืนดูเขาทำ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นขนมโบราณสมัยก่อนหรือเปล่า เห็นป้ายเขียนว่าเค้กข้าว เป็นขนมสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ชุดหนึ่งเห็นวางอยู่ 4 ชิ้นแล้วคนขายราดหน้าด้วยสีต่าง ๆ ที่ไม่เหมือนกัน






ซุ้มนี้ก็น่ารักดี เป็นตัวการ์ตูนดังซะด้วย



ศาลหม่าโจ้ว นมัสการหม่าโจ้ว (เจ้าแม่ทับทิม) เป็นเทพธิดาผู้พิทักษ์
นักเดินทาง ซึ่งเชื่อว่านมัสการแล้วจะเดินทางโดยสวัสดิภาพ
ไกด์ไม่แนะนำให้ถ่ายรูปเจ้าแม่ทับทิม





เซอร์ไพรส์เรื่องห้องน้ำมาก เพราะเตรียมตัวเตรียมใจพบกับห้องน้ำที่ไม่ดีของจีน 10 ปีที่แล้วเคยไปคุนหมิง (ซึ่งตอนนั้นก็เตรียมตัวเตรียมใจเรื่องห้องน้ำเหมือนกัน ซึ่งพบว่าห้องน้ำส่วนใหญ่ของคุนหมิงกลอนประตูมักจะเสีย แต่เพราะความที่ไม่คาดหวังมันก็เลยรับได้) คราวนี้เตรียมอุปกรณ์ไปเพียบ เช่น กระดาษรองโถชักโครก สเปรย์ทำความสะอาดโถชักโครก เอาไว้ใช้ในกรณีที่เจอห้องน้ำแย่มาก ๆ แต่สรุปสิ่งที่เตรียมไปไม่ได้ใช้) ห้องน้ำส่วนใหญ่ที่ได้ใช้บริการก็เหมือนห้องน้ำสาธารณะเมืองไทย (ที่ไม่ใช่ห้องน้ำศูนย์การค้าดี ๆ) ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าห้องน้ำที่สนามบิน จะมีกระดาษรองโถชักโครกในห้องน้ำด้วย

ห้องน้ำทีุ่ถนนวัฒนธรรมโบราณ ใช้ได้เลย



แวะวัดกวนอิม นมัสการเจ้าแม่กวนอิมพันตาพันมือ เช่นเคยไกด์ไม่แนะนำให้ถ่ายรูปเจ้าแม่กวนอิม








....รัชชี่....











 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2554 18:47:59 น.
Counter : 1458 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

รัชชี่
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




พี่มานิต ประภาษานนท์ เป็นผู้ชักชวนเข้าสู่วงการการเขียนบล็อก ด้วยประโยคว่า
“จ๊ะเขียนบล็อกซี"

เริ่มเขียนบล็อก : 24 ก.ย. 51




สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์
พ.ศ.2539 ห้ามละเมิดไม่ว่าการลอกเลียน นำรูป ข้อความที่เขียนไว้หรือส่วนหนึ่งส่วนใดในบล็อกแห่งนี้ ไปเผยแพร่อ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก






Setting program for counting visitors since 7 Nov. 2009
free counters
New Comments
Friends' blogs
[Add รัชชี่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.