Group Blog
 
All blogs
 
ฟ้าจรดทรายที่แดนไอยคุปต์

อย่างที่ฉันเคยเกริ่นไว้ใน blog ตอนอื่น ความที่ได้อ่านหนังสือต่วยตูนมาตั้งแต่เด็ก
ทำให้ฉันหลงไหลเรื่องราวลึกลับของปิรามิด สฟิงค์ และคงไม่แปลกที่จะทำให้
อียิปต์เป็นอีกหนึ่งของดินแดนในฝันที่ฉันอยากไปเยี่ยมเยือน

เมื่อเครื่องบินใกล้ลงจอดที่อียิปต์ สิ่งที่แปลกในความรู้สึกของฉันคือ เมื่อมองลงไป
ในเบื้องล่าง เวลาไปประเทศต่าง ๆ รวมถึงจะเห็นความเขียวขจี แต่ที่อียิปต์จะเห็นเป็น
สีน้ำตาลเป็นส่วนใหญ่ คงเพราะความเป็นเมืองแห่งทะเลทรายนั่นเอง (ไม่รู้คนอื่นคิด
เหมือนฉันหรือเปล่า)

ที่สนามบินไคโร





ที่สนามบินกรุงไคโร ฉันเข้าร้าน duty free ร้านหนึ่ง เป็นร้านเล็ก ๆ ขายพวกสินค้าพื้นเมือง
ทักทายกับคนขายชาวอียิปต์ จากที่ฉันพอจะมีความรู้เรื่องปิรามิด เรื่องฟาโรห์อยู่บ้าง ก็เลย
พูดถึงฟาโรห์ตุตันคาเมน เนเฟอร์ติตี้ สาวงามอียิปต์ ชาวอียิปต์ยิ้มเลย แล้วถามฉันว่าฉันมา
จากประเทศไหน ฉันพูดคำว่า Thailand อย่างภูมิใจ เขาถามฉันว่าเรามีสกุลเงินของตัวเอง
หรือเปล่า ฉันเล่าให้ฟังว่าเราใช้เงินสกุลบาท

ฉันได้มาดูปิรามิดที่เมืองกีเซ่ ชานกรุงไคโร สิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอยู่
เบื้องหน้าฉันขณะนี้แล้ว เป็นความยิ่งใหญ่ที่ไม่น่าเชื่อว่าสร้างได้อย่างไรเมื่อหลายพันปีที่ผ่านมา



เล่าให้ฟังถึงปิรามิดที่เมืองกีเซ่ เป็นที่ตั้งของมหาปิรามิด 3 องค์ มีขนาดลดหลั่นกันตั้ง
เรียงรายท่ามกลางทะเลทราย โดยปิรามิดทั้งสามองค์นี้ ปิรามิดคีออฟส์หรือคูฟู ถือว่าเป็น
ปิรามิดใหญ่ที่สุดในโลก ว่ากันว่าประกอบด้วยก้อนหินตั้ง 2 ล้านก้อน ถัดมาคือปิรามิด
เคเฟรน เขาว่าภายในถูกบุกรุก ถูกทำลายเสียหาย และปิรามิดมิเซรินุส

สฟิงค์ที่เห็นอยู่ด้านหน้าทางเข้าปิรามิด ลำตัวเป็นสิงห์ ชาวอียิปต์โบราณนับถือเสมือนเทพเจ้า



ฉันได้เข้าไปในปิรามิดแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นปิรามิดขนาดเล็กลงมา แต่ฉันรู้สึกอึดอัด และหายใจ
ไม่ออกเมื่ออยู่ในนั้น แต่อุตสาห์ไปถึงแล้ว ก็ลงไปสัมผัสเสียหน่อย

ระหว่างที่ชมปิรามิด ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมเวลาเราอ่านเรื่องทะเลทรายหรือดูหนังทะเลทราย
เขาจะต้องโพกหน้า เพราะเมืองทะเลทราย จะมีฝุ่นควันจากทรายนี่เองเข้าปาก ฉันยังรู้สึกเลย



ฉันชมปิรามิดไปก็คิดไปว่านี่หรือคือสิ่งก่อสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้น สร้างได้อย่างไร ฉันอ่าน
เจองานเขียนจากที่หนึ่งซึ่งได้รับการบอกเล่าจากไกด์คนหนึ่งว่า เคยมีพวกญี่ปุ่น มาทำการ
ท้าพิสูจน์จะขอสร้างมหาปิรามิดขนาดเดียวกับปิรามิดเมืองกีเซ่ ญี่ปุ่นขนเครื่องมืออุปกรณ์
อันทันสมัย ปรากฎว่าคนญี่ปุ่นยกก้อนหินก่อสร้างปิรามิดไปได้เพียงครึ่งทาง ก้อนหินก็
พังทลายลง (เอ! หรือว่าปิรามิดสร้างโดยมนุษย์ต่างดาวหนอ)



มีบริการนั่งอูฐและพาเดินวนแถวปิรามิด แต่ฉันขอบ๊ายบายบริการนี้ ต้องตกลงกันดี ๆ นะคะว่า
ราคานี้รวมทั้งขึ้นและลง บางคนตุกติก คือหลังจากตกลงราคากันแล้ว ตอนขาลง มีการตุกติก
ว่าต้องจ่ายเงินสำหรับขาลงด้วย



ความยิ่งใหญ่จากวันวานสู่วันนี้



ณ วันนี้ปิรามิดกลายเป็นสิ่งปลูกสร้างในอดีตที่อยู่ในเมืองแล้วค่ะ





ไกด์พาไปชมการสาธิตการทำกระดาษปาปิรุส ต้นกำเนิดการทำกระดาษชนิดแรกของโลก
ซึ่งทำจากต้นกกอียิปต์ ในสมัยโบราณชาวอียิปต์ใช้กระดาษปาปิรุสบันทึกข้อความสรรเสริญ
เทพเจ้า และใช้เขียนคัมภีร์มรณะ

สถานที่ชมที่นี่ค่ะ



ที่สถานที่ไปชมภาพบนกระดาษปาปิรุส มีขายจี้เงินสลักชื่อเราเป็นภาษาอียิปต์ด้วยค่ะ
(อักษรเฮียโรกลิฟฟิกที่เราเคยเรียนหนังสือกันตอนเด็ก ๆ ไงคะ) ตอนอยู่ที่นั่นก็ไม่เห็นอยากได้
แต่กลับมาแล้วรู้สึกเสียดาย คราวหลังถ้าเป็นของที่ระลึกที่เราไปหาซื้อจากที่อื่นไม่ได้ สมควร
ซื้อกลับมา เพราะเราไม่ได้ไปบ่อย ๆ เสียหน่อย

ไกด์พาไป “แกรนด์บาซาร์ ข่าน อัล คาลิลี่” เป็นตลาดอียิปต์โบราณ เขาว่าเป็นแหล่งช็อปปิ้ง
ที่ใหญ่ที่สุดของกรุงไคโร แนะนำว่าสาว ๆ อย่าเดินคนเดียวนะคะ ฉันว่าเป็นตลาดที่น่ากลัว
ไม่ใช่ซี ต้องพูดใหม่ว่าตลาดไม่ได้น่ากลัว แต่หนุ่มอียิปต์น่ากลัวค่ะ และถ้าเราเผลอเดินเข้า
ร้านไหน จะถูกต้อน และเดินออกจากร้านยากค่ะ แนะนำให้เดินเข้าร้านเป็นกลุ่ม ระหว่างเดิน
ฉันเริ่มหิว หยิบป๊อกกี้จากเมืองไทยเดินกินไปพลาง ๆ เจอคนขายในร้านหนึ่งขอชิมด้วย
เขาคงเห็นกล่องขนมหน้าตาแปลก ๆ มีสมาชิกคนหนึ่งในกลุ่มถูกหนุ่ม ๆ ขอปากกา บอกว่า
ปากกาสวยดี





อ้อ อีกนิด ข้ามถนนที่กรุงไคโร น่ากลัวมากค่ะ ไกด์บอกว่าต้องตั้งสติดี ๆ แล้วเดินตรงไปเลย
อย่าลังเล พวกเราจะข้ามถนนจากโรงแรมไปซื้อแมคโดนัลที่อยู่ฝั่งตรงข้าม นี่ขนาดมีไกด์
ข้ามไปเป็นเพื่อนด้วยแล้วนะ ฉันว่าใครข้ามถนนที่กรุงไคโรได้คล่อง ก็สามารถข้ามถนน
ที่อื่นได้ทั่วโลก (ข้ามถนนในกรุงเทพบางแห่ง กลายเป็นเด็ก ๆ ไปเลย)

เก็บภาพบรรยากาศตามข้างทางมาค่ะ มิน่าล่ะ เวลามองลงมาจากเครื่องบินแล้วเห็นพื้นที่สีน้ำตาลเยอะ



ตามประสาทำงานบริษัทน้ำมัน ก็จะมองหาปั๊มเรื่อยไป แต่ปั๊ม ESSO ที่อียิปต์ก็หน้าตาเหมือนบ้านเราล่ะค่ะ





นอกเรื่องอีกแล้วค่ะ แต่ก็เกี่ยวกับทะเลทรายนะคะ แนะนำให้ไปหานิยาย "ฟ้าจรดทราย"
ยังมีรักที่อฮัคการ์" ของโสภาค สุวรรณ อ่านแล้วจะได้สัมผัสบรรยากาศทะเลทรายค่ะ
รัชชี่ได้ความรู้หรือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากการอ่านนิยายล่ะค่ะ อีกอย่างโสภาค สุวรรณ
จะมีการหาข้อมูลและใช้ประสบการณ์จากการใช้ชีวิตในประเทศนั้น ๆ ก่อนนำมาเขียน
นิยายค่ะ เคยเจอตัวจริงของคุณโสภาคที่ตลาดปากซอยอ่อนนุชด้วยค่ะ รัชชี่เดินเข้าไป
หาคุณโสภาค แนะนำตัวว่าเป็นแฟนงานเขียน คุณโสภาคมากับหลานสาวลูกครึ่งค่ะ
เพราะติดตามงานเขียนคุณโสภาค ทำให้เดาได้ว่าหลานสาวคนนี้น่าจะชื่อเอมิลี่
คุณโสภาคตอบว่าใช่ เธอมีมนุษย์สัมพันธ์ดีทีเดียวค่ะ เพราะตอนแรกยังเกรงว่าจะหยิ่งค่ะ





Tips : ถ้าใครมีปัญหาในการทานอาหารอิสลาม พกมาม่าติดตัวไปเล็กน้อยก็ดีค่ะ
(แต่ถ้าไปกับทัวร์ ก็มักจะเตรียมให้อยู่แล้วค่ะ)

: ถ้าจะแลกเงินปอนด์อียิปต์ ให้แลกพอเท่าที่จะใช้จับจ่าย หรือซื้อของนะคะ เพราะ
แบงค์จะค่อนข้างเก่ามากค่ะ (รัชชี่ยังใช้คำที่สวยนะนี่ แต่ถ้าเป็นเพื่อน ๆ รัชชี่จะ
บอกว่าแบงค์เน่าค่ะ)



Create Date : 18 ตุลาคม 2551
Last Update : 19 ตุลาคม 2551 7:19:57 น. 8 comments
Counter : 718 Pageviews.

 
สงสัยเราจะคอเดียวกัน ตะไคร้ชอบอียิปต์ก็มาจากการ์ตูนเรื่องฟาโรห์ ตามอ่านตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ จนตอนนี้แก่แล้ว เป็นเรื่องที่ยาวมาก

ส่วนฟ้าจรดทรายและยังมีรักที่อฮัคการ์อ่านสมัย ม ปลาย ชอบมาก รัชชี่ได้อ่านเรื่องเจ้าชายของโสภาค หรือยัง สนุกเหมือนกัน ขอแนะนำให้ลองหาอ่านนะ


โดย: ตะไคร้หอม วันที่: 18 ตุลาคม 2551 เวลา:10:15:09 น.  

 
ดูแล้วคิดถึงคำสาปฟาโรห์จัง ขอบคุณสำหรับบันทึกการเดินทางอันนี้ค่ะ ประทับใจจัง


โดย: กร IP: 58.64.92.80 วันที่: 18 ตุลาคม 2551 เวลา:11:38:17 น.  

 
เคยไปมาแล้วคะ

แต่ก็เที่ยวไม่ค่อยทั่วเท่าไหร่

แต่ พีระมิดเค้าสวยมากๆเลยคะ

แต่ตอนที่ไปตลาดแฉะไปหน่อยเลยไม่ค่อยน่าเดินเท่าไหร่


โดย: เด็กน้อยขี้แย วันที่: 18 ตุลาคม 2551 เวลา:13:35:52 น.  

 


อ่านเพลินเลยค่ะ
เป็นเมืองในฝันที่ดี.อยากไปมากๆ
"ฟ้าจรดทราย"
น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่ง
ที่ทำให้รู้สึกอยากไป


ขอบคุณนะคะที่นำมาฝากกัน





โดย: d__d (มัชชาร ) วันที่: 18 ตุลาคม 2551 เวลา:14:14:38 น.  

 





นิยายหลาเรื่องที่ได้เริ่มอ่านสมัยรุ่นๆ ทำให้Egypt เป็นอีกที่ที่หลงใหลมากค่ะ
หลงเสนห์ที่นีจนต้องวนไปครั้งแล้วครั้งเล่า ตั้งแต่หนือ (Alexandria) จนจดใต้ (Abu Simbel)




โดย: Sweety-around-the-world วันที่: 19 ตุลาคม 2551 เวลา:3:56:11 น.  

 
อ่าขอบพระคุณค่ะ ได้ความรู้ตริมเลยย น่าไปน่าไปจริงๆๆ

ชอบชอบ เขียนอีกเขียนอีก


โดย: Bernadette IP: 58.8.47.223 วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:17:15:18 น.  

 
เอาเพลงมาฝากกกกกกกจ้า

เพลง คนไม่สำคัญ(พลพล)




โดย: Bernadette วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:17:30:20 น.  

 
เป็นการใช้ภาษาที่น่าอ่านน่าฟังมากมากเลยครับ อ่านแล้วนึกถึงตอนที่ตัวเองไป มีบางอย่างที่เหมือนกัน รู้สึกคลาสสิก คิดถึงอดีตอยากหวลกลับไป ใจล่องลอย ขอบคุณที่เอามาลง ถ้ามีอีกก็อยากอ่านของคุณอีก ขอบคุณอีกครั้ง


โดย: john IP: 110.49.5.148 วันที่: 7 ธันวาคม 2553 เวลา:19:11:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

รัชชี่
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




พี่มานิต ประภาษานนท์ เป็นผู้ชักชวนเข้าสู่วงการการเขียนบล็อก ด้วยประโยคว่า
“จ๊ะเขียนบล็อกซี"

เริ่มเขียนบล็อก : 24 ก.ย. 51




สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์
พ.ศ.2539 ห้ามละเมิดไม่ว่าการลอกเลียน นำรูป ข้อความที่เขียนไว้หรือส่วนหนึ่งส่วนใดในบล็อกแห่งนี้ ไปเผยแพร่อ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก






Setting program for counting visitors since 7 Nov. 2009
free counters
New Comments
Friends' blogs
[Add รัชชี่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.