Rational Investment
Group Blog
 
All Blogs
 
”การลงทุนเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์” ??

”การลงทุนเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์” คำพูดที่เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง
ศาสตร์ หมายถึง วิชาความรู้ที่มีแบบแผนที่แน่นอน เช่น การวิเคราะห์งบการเงิน การใช้เครื่องมือทางเทคนิคต่างๆ ซึ่งเราสามารถเรียนรู้ได้
ศิลป์ ผมขอแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ การจินตนาการ และถ่ายทอด ซึ่งอาจออกมาในรูปของการพูด การวาด การแกะสลัก หรืออื่นๆ สิ่งอาจเป็นสิ่งที่มีอยู่เฉพาะบุคคล อาจเป็นพรสวรรค์ และยากที่จะลอกเลียนแบบ และเข้าใจ ดังนั้นศิลป์จึงเป็นสิ่งที่ใช่ว่าทุกคนจะเรียนรู้ได้
จากนิยามข้างต้นแสดงว่า แม้ว่าเราทุ่มเทเรียนรู้วิธีการลงทุนมากมายแค่ไหน ถ้าเราเป็นคนที่ไม่มีศิลป์เราก็จะไม่ประสบความสำเร็จในการลงทุน?
ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยล้มเหลวในการลงทุนในหุ้น แม้จะอ่านหนังสือมากหลายสิบเล่มแล้วก็ตาม และเริ่มที่จะยอมรับว่าผมคงจะไม่มีศิลป์ทางด้านนี้ จนผมได้พบกับคนๆหนึ่งที่ทำกำไรได้อย่างมากจากการลงทุนในหุ้น และผมก็ได้มีโอกาสศึกษาวิธีการลงทุนนี้ ทำให้ได้ข้อสรุปว่า แท้จริงแล้ว”การลงทุนเป็นเรื่องของศาสตร์และเหตุผล” เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นผมจึงยกตัวอย่างดังนี้
การที่หุ้นขึ้นไปสูงมาก ทั้งที่ธุรกิจของบริษัทขาดทุนทุกปีและไม่มีแนวโน้มว่าอนาคตจะดีขึ้น แต่ก็มีคนจำนวนมากเข้าไปซื้อ ทั้งๆที่ตามเหตุผลแล้วไม่ควรซื้อ หุ้นอย่างเช่น LIVE ซึ่งขึ้นไปที่ราคา 5.05 บาท และปัจจุบัน (9/11/52) อยู่ที่ 0.13 บาท ทำให้คุณรอดพ้นการขาดทุนครั้งใหญ่
ราคาหุ้นลงมาต่ำมาก ทั้งๆที่ผลประกอบการของบริษัทแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่คนส่วนใหญ่กลับขาย เหตุผลนี้ทำให้ไม่พลาดที่จะซื้อ LPN ที่ขึ้นจากราคา 1.59 บาท ไป 7.50 บาท ในเวลาไม่ถึง 10 เดือน
โอกาสที่หุ้นจะขึ้นใน 1 ปี ย่อมมีมากกว่าโอกาสที่หุ้นจะขึ้นใน 1 วัน ตรรกะง่ายๆนี้ ชี้ให้เห็นว่าการลงทุนในระยะยาวย่อมมีโอกาสที่จะกำไรมากกว่าการซื้อขายรายวัน ซึ่งเป็นการลงทุนที่มีการวิจัยแล้วว่า ให้ผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนระยะสั้น
ในช่วงเศรษฐกิจไม่ดีที่ผ่านมา ผมได้ยินนักเคราะห์ รวมถึงมาร์เก็ตติ้งรายคนแนะนำว่า “ช่วงนี้ต้องถือเงินสด” นั่นเพราะความกลัว ที่ราคาหุ้นตก และความโลภที่คิดว่าตัวเองจะสามารถซื้อหุ้นที่ราคาต่ำสุดได้
แน่นนอนนักลงทุนทุกคนอยากซื้อหุ้นตอนที่ราคาต่ำสุด แต่ในความเป็นจริงนักลงทุนส่วนใหญ่กลับซื้อหุ้นในช่วงเศรษฐกิจดีและราคาหุ้นขึ้นสูง หลักฐานคือ วอร์ลุ่มการซื้อขายในช่วง 3/9/52-13/10/52 ซึ่งวอร์ลุ่มการซื้อขายถัวเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ประมาณ 26 พันล้านบาท และวอร์ลุ่มช่วง 24/2/52-1/4/52 วอร์ลุ่มการซื้อขายถัวเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 7.6 พันล้านบาท
นักลงทุนที่มีเหตุผล อย่าง วอร์เรน บัฟเฟ็ตต์ เข้าซื้อหุ้นทั้งๆที่เป็นช่วงที่เศรษฐกิจแย่มาก และยังกล่าวว่า “นี่เป็นโอกาสที่ผมรอมากว่า 10 ปี” ซึ่งที่ผมรู้ยังมีนักลงทุนบางกลุ่มถึงกับเปิดบัญชีมาร์จิ้น เพื่อซื้อหุ้นเลยทีเดียว เหตุผลที่ตัดสินใจนั้นง่ายมาก “ไม่มีทางที่เศรษฐกิจจะแย่ไปตลอด”
เหตุผลข้างต้น เป็นเพียงตัวอย่างการใช้เหตุผลในการตัดสินใจลงทุนในหุ้น ซึ่งถ้าเราฝึกที่จะใช้เหตุผลในการลงทุน จะทำให้เรารอดพ้นกับการขาดทุนในหลายๆสถานการณ์ รวมทั้งยังเห็นโอกาสในการเข้าลงทุน จากตลาดที่เต็มไปด้วยความรู้สึกและอารมณ์ ซึ่งหากพิจารณาเหตุต่างๆเหล่านี้แล้ว จะพบเป็นเพียงตรรกะและเหตุผลง่ายๆทั้งนั้น
การฝึกที่จะใช้เหตุนั้นอาจยากสำหรับบางคน เพราะคนเรามักจะขาดสติและตัดสินใจโดยใช้อารมณ์และความรู้สึก แต่แน่นอนทุกคนสามารถฝึกฝนที่จะใช้เหตุผลในการลงทุนได้ และเมื่อเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ คำว่าการลงทุนในหุ้นนั้นจะไม่ใช่เรื่องของศาสตร์และศิลป์อีกต่อไป แต่ ”การลงทุนเป็นเรื่องของศาสตร์และเหตุผล”



Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2553 22:35:15 น. 4 comments
Counter : 522 Pageviews.

 
จิงของคุณครับ
แต่ผมก็ยังเทรดทุกวัน


โดย: เม่าหลงไฟ IP: 202.149.25.225 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:23:55:25 น.  

 
ผมเคยอ่านหนังสือเง่มหนึ่ง ทราบมาว่า Warren Buffet ทำกำไรได้ประมาณ 22% ต่อปีโดยการถือระยะยาว หากเราเทรดทุกวันคิดอย่างคร่าวๆว่ามีวันเปิดซื้อขาย 250 วันต่อปี คิดเป็นค่าคอมมิชชั่นที่ต้องจ่าย 125% (คอมมิชชั่น 0.25% ต่อการซื้อและขายและเราทั้งซื้อและขายใน 1 วัน) ถ้าคุณจะทำกำไรในตลาดหุ้นได้ คุณต้องเก่งว่า Warren Buffet ปรมาณ 7 เท่า


โดย: yagle วันที่: 1 มีนาคม 2553 เวลา:13:47:31 น.  

 
โหยินดีด้วยครับ ที่ถือ lpn ได้ถึงตอนนี้ ผมซื้อที่ 1.6 กว่าๆ ขายไปตอน 2.3


โดย: ษุภณัฏฐ์ วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:21:32:50 น.  

 
ผมไม่ได้ซื้อ LPN ครับ(สารภาพ) ดันไปซื้อ KGI แทน แต่ก็ถือว่าได้กำไรดีครับ(เกือบเท่าตัว)


โดย: yagle วันที่: 29 มีนาคม 2553 เวลา:1:01:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

yagle
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




http://th-th.facebook.com/Finance.Delivery
Friends' blogs
[Add yagle's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.