Welcome to Ricola ร่าเริง Bloggang

ปักใจ...ไป...ปักกิ่ง... (ตอน 1)...กำแพงเมืองจีน



ตอน...กำแพงเมืองจีน (The Great Wall)

“มิเคยขึ้นกำแพงเมืองจีน หาใช่ลูกผู้ชายไม่”

****************************

จากคำกล่าวของเหมาเจ๋อตุง ที่กล่าวถึงกำแพงเมืองจีน สัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของชาวจีนทั้งปวง...แต่...ทัวร์นี้มีแต่ลูกผู้หญิงที่ตั้งใจไปขึ้นกำแพงเมืองจีนให้ได้

เมื่อย่างก้าวสู่นครปักกิ่งแล้ว ก็ต้องทำความรู้จักกับนครปักกิ่งกันก่อน... ดังนั้น เมื่อได้เห็นหนังสือเกี่ยวกับเรื่อง เมืองปักกิ่ง : กำแพงเมืองจีน และพระราชวังต้องห้าม ขายอยู่ตามสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป พิมพ์ 4 สี ภาพสวยงามมาก พร้อมคำบรรยายย่อๆ หลายภาษา...จึงได้ซื้อมา ทั้ง 3 เล่ม ได้ราคา 250 บาท หรือ 50 หยวน ซึ่งต่อแล้วต่ออีก กว่าจะได้ราคานี้....



เปิดหนังสือดูภาพกันก่อนจ้า...
เล่มแรก เป็นภาพจากหนังสือ The Great Wall ในฤดูกาลต่างๆ แสดงความยิ่งใหญ่ของกำแพงเมืองจีน แสดงความยาวของกำแพงที่สร้างพาดประเทศจีนจากด้านหนึ่ง ไปสิ้นสุดอีกด้านหนึ่ง ณ ชายฝั่งทะเล ครอบคลุมอาณาบริเวณถึง 6 มณฑล 6 แคว้นการปกครอง ตลอดไปจนถึงทะเลทรายโกบี




กำแพงเมืองจีนได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก และเป็นสัญลักษณ์ที่มีความโดดเด่นของประเทศจีน มีความเก่าแก่กว่า 2,000 ปี
สร้างขึ้นตามคำบัญชาของจักรพรรดิฉินซี แห่งราชวงศ์ฉิน ผู้รวมประเทศจีนเป็นปึกแผ่น
เพื่อเป็นเครื่องกีดขวางของชนเผ่าผู้รุกรานจากทางเหนือ โดยพระองค์ได้บัญชาให้ทำการเชื่อมกำแพงเมืองต่างๆเข้าด้วยกัน จนมีความยาวทั้งสิ้นถึงกว่า 14,600 ลี้ หรือประมาณ 6,700 กิโลเมตร สมญากำแพงหมื่นลี้

เมื่อทอดสายตาไปตามแนวกำแพงยักษ์แห่งนี้แล้ว จะรู้สึกได้ว่า กำแพงหมื่นลี้นี้ เปรียบเสมือนพญามังกรที่พาดพันไปตามยอดเขาด้วยท่วงทีท่าองอาจสง่างาม...




*********************************

วันนี้...เราได้ปักใจมาเยือนปักกิ่ง...แน่ละ เป้าหมายคือ การขึ้นกำแพงเมืองจีนให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต... มีหลายจุดที่สามารถชมกำแพงเมืองจีนได้สะดวกในกรุงปักกิ่ง เช่น ด่านปาต๋าหลิ่ง ด่านมู่เถียนอี้ว์ ด่านซือ หม่าไถ หรือด่านจีว์ยงกวน



ที่นี่นะคะ...เราจะเริ่มต้นทดสอบสมรรถนะ ของแต่ละคนค่ะ เรา...ลูกผู้หญิงที่ตั้งใจไปขึ้นกำแพงเมืองจีนให้ได้ รวมแรง สู้ ไม่ถอย บุกขึ้นกำแพงเมืองจีน...เป้าหมาย 1 ป้อม....แฮ่ แฮ่ ๆ ๆ...เย้...สตาร์ท....



กำแพงที่เราไปทดสอบสมรรถนะมานั้นเป็นหิน ได้ซ่อมแซมก่อสร้างขึ้นใหม่ มีสภาพดี สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวสามารถไปเยือนชมได้โดยไม่มีอันตราย และสะดวก มีความสูงราว 3-8 เมตร ยอดกำแพงกว้างประมาณ 4-6 เมตร ระหว่างภายในยอดนั้น จะเป็นบันไดหินปูเป็นถนนทอดเลื้อยไปตามทิวเขาสูงต่ำของแนวกำแพงที่เลื้อยไปตามที่ต่างๆ ซึ่งใช้สำหรับเดิน หรือ ขี่ม้า ติดต่อกันได้อย่างสะดวก
แต่ในปัจจุบัน บันไดหินได้รองรับรอยเท้าของนักท่องเที่ยวกี่ล้านครั้งก็ไม่อาจทราบได้ เกิดปรากฏการณ์หินเป็นรอยสึก เว้าเห็น เป็นทางของการย่ำเหยียบซึ่งเกิดขึ้นทุกวันๆๆๆ ...



แต่ละช่วงของกำแพงนั้น จะมีหอสังเกตการณ์ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ชั้น โดยชั้นบน ใช้สำหรับคอยสอดส่องและยิงธนูต่อสู้ข้าศึก ส่วนชั้นล่างใช้สำหรับเก็บอาวุธและใช้เป็นที่หลับนอนของทหาร



แต่สำหรับนักท่องเที่ยวนั้น เราใช้เป็นจุดชมวิวแทน และเป็นเป้าหมายในการพิชิตกำแพงเมืองจีนว่า ทำสถิติการเยือนได้คนละกี่ป้อมจ๊ะ...รู้สึกผ่าน 3 ป้อม จะได้เกียรติบัตรการพิชิตหรือไงนี่...จำไม่ค่อยได้แล้ว พร้อมเจี๊ยะเต้บนป้อมนั้นด้วย



ยอดเยี่ยมที่ซู้ดดดส์............แค่ป้อมเดียวนะเนี่ย.....
สิบ ขั้น พัก...ถ่ายรูป...สิบขั้น พัก...นั่งเอาแรงอ่ะ
แหะ แหะ...หายหนาวไปครึ่งนึง
บรรลุเป้าหมายแล้วจ้า...ไม่ค่อยจะเท่าไหร่...
เมื่อได้สัมผัสกำแพงเมืองจีน สิ่งมหัศจรรย์ของโลก...ดีมากๆ ขอบอก
ขึ้นไปแล้วแม้อุณหภูมิ -5 องศาเซลเซียส...ไม่หนาวเลยจ้ะ...เหงื่อออกแล้ว




สวย สวย สวย สวย สวย ทึ่ง ทึ่ง ทึ่ง มหัศจรรย์ มาก...มาก....
และเมื่อทำการพิชิตกำแพงเมืองจีนสำเร็จสมตามความมุ่งหมายแล้ว พวกเราก็ลงบันไดกลับทางเก่า เหนื่อยพอกับขาขึ้นนั่นแหละ ค่อยๆจับราวลงทีละขั้น ทีละขั้น ...เฮ้อ...สวัสดีกำแพงเมืองจีน เหนื่อยแค่ไหน....แต่ก็ ยังอยากมาเยือนอีกอยู่ดีค่ะ...




................. ....... ..........




 

Create Date : 06 เมษายน 2550    
Last Update : 9 มิถุนายน 2550 15:06:33 น.
Counter : 1772 Pageviews.  

ฟ้าจรดทราย... สายลมหนาว... ดาว เดือนเสี้ยว...ตอนที่ 3


....ฟ้าจรดทราย...
...สายลมหนาว...
...ดาว เดือนเสี้ยว...
...หวาดเสียวตะลุยดูนทราย...
...ย่างกายขี่อูฐ...
...สูดบรรยากาศเบดูอิน...
...กินข้าวพื้นเมือง...
...ชำเลืองชมระบำหน้าท้อง...



....................................................................

ได้เวลาพอสมควรแล้ว เชิญลูกทัวร์ทุกท่านเข้าสู่แคมป์กระโจมเบดูอินพื้นเมือง ดวงอาทิตย์ค่อยๆทอแสงลับลงหลังดูนทราย...แสงไฟจากกองไฟ เริ่มก่อตัวให้บรรยากาศชีวิตทะเลทรายอันแสนโรแมนติก ไฟสปอร์ตไลท์ ส่องกราดเป็นจุด ๆ พร้อมบริการเครื่องดื่มกาแฟหอมกรุ่นแบบอารบิคให้จิบ หรือเครื่องดื่มต่างๆตามใจชอบที่บาร์ต้อนรับ ไม่ว่าจะเป็น โค้ก หรือเบียร์ หรือ น้ำเปล่า .....ฯลฯ





ท่ามกลางกระโจมแบบเบดูอินนั้น...ห้องน้ำ มะเป็นแบบ เบดูอิน อ่ะค่ะ และแบ่งแยกดินแดน หญิง ชาย เรียบร้อย... สะอาดน่าเข้า สร้างสวยและสะอาดซ๊ะ น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ อืมม์ เค๊าส่งน้ำมาจาก ตี้ ใด....
ท้องฟ้ามืดสลัวแล้ว จันทร์เสี้ยว เกี่ยวก้อย ดาวน้อยประจำเมือง สุกใสเหนือเนินทราย...นี่ เป็นสัญญลักษณ์อาหรับราตรีแท้ๆเทียว






บรรยากาศเป็นใจแล้ว.....นางระบำสาว สวยเซ็กซี่ชาวอาหรับ ก็เริ่มโชว์ลวดลาย โยก ย้าย ส่าย เอว พร้อม ตะโพก อวบ ๆ...การแสดงระบำหน้าท้อง Belly Dance เริ่มขึ้น....เธอบังคับหน้าท้องให้โลดแล่นเต้นพริ้วไหวไปตามจังหวะเสียงเพลงได้อย่างนุ่มนวล...แหม...ช่างภาพ ตีตั๋วแถวหน้า กดชัตเตอร์ ไม่เลี้ยงเลยนะ...ถึงตาเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้าร่วมสนุกกับการเต้นระบำ ก็เรียกเสียงฮากระจาย จากท่านผู้ชมได้อย่างชื่นมื่น...สาวเธอสอน บังคับหน้าท้องให้เต้นระบำน่ะ ประเภทฝรั่งลงพุงก้อพอคล้าย แต่หนุ่มน้อยไร้พุงจำต้องเต้นแร็พแทน...





อาหารมื้อเย็น หรือเรียกให้ถูก คืออาหารมื้อค่ำ เริ่มขึ้นประมาณทุ่มกว่า.... เป็นแบบบาร์บิคิว ไก่ย่างเสียบไม้ น่องไก่ย่างเครื่องเทศแบบพื้นเมือง เค็มๆปะแล่ม ปะแล่ม พร้อมบุฟเฟ่ห์ ภายใต้แสงจันทร์ แสงดาว ประกอบด้วย ข้าว สารพัดสี ส้มๆ แดงๆ เหลืองๆ คลุกเคล้าเครื่องเทศ หอมแต่ชิมแล้วแข็งไม่นิ่มแบบข้าวไทย และพวกแป้งแผ่นปิ้ง(หรือ Nan) จิ้ม ผักสลัด และอาหารพื้นเมืองอีกหลากหลาย ก็พอรับประทานได้ แปลกๆดี เป็นประสบการณ์ เสียตังค์ไปแล้วไม่กินก็กลัวขาดทุน....แฮ่..แฮ่...
อิ่มอร่อย...เสร็จแล้ว...ได้เวลาผึ่งพุง ภายในกระโจมรายรอบนั้น จะจัดเบาะนั่ง พร้อมเบาะพิงวางบนไหล่ทรายสำหรับนั่งพักผ่อน ....อ๊ะ...ฝนตก กลางทะเลทราย...โชคดีจริง เลยต้องหลบเข้าไปในกระโจม นอนดูสายฝนพรมน้ำประปรายลงบนผืนทราย






ฝนซาเม็ดลงแล้ว...ท่านโชเฟอร์มาดเข้ม แถมพ่วงหน้าที่เป็นบริกรตักอาหารเสิร์ฟด้วย...มาเรียกให้ไปแต่งชุดพื้นเมืองของอาหรับ Arabic Dress ผู้ชายแต่งสีขาว มีที่รัดศรีษะเป็นวง ตาสก๊อตสีแดง ผู้หญิง แต่งสีดำ คลุมหน้าหมด โผล่แต่ลูกนัยน์ตา เพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึก พร้อมช่วยแต่งองค์ทรงเครื่องด้วย...เวลาพันหน้านี่ ต้องมีวิธีนะ เขาจะพันแน่นอยู่เลย คลุมหัวเหลือแต่ลูก กะ ตา ...ใครเอ่ย..????.มาเที่ยวที่นี่...
ฮ่า ฮ่า ฮ่า..ถ่ายรูปมาเหมือนนกเพนกวิน....แต่เพื่อนเราบอกว่าเหมือนนินจา ซาอุดี...เป็นซ๊ะอย่างนั้น...









ประมาณ 3 ทุ่ม เสร็จสิ้นกระบวนการทัวร์ รับประทานเข้าไปอิ่มๆ ต้องเจอรถโขยกตลุยคลื่นทรายกลับ อาหารมื้อนี้ จะกลับคืนสู่ผืนทรายมั๊ยเนี่ย...โถ ความลับเปิดเผย...กระโจมเบดูอินนี้สร้างอยู่ใกล้กับไฮเวย์เขียวชอุ่ม นิ๊ดดส์เดียวเอง ... ค่อยยังชั่ว ขับเลาะทางราบไปเดี๋ยวก็ถึงถนน...ขามา พาไปลุยเนินทราย ขากลับกลับทางราบ...ขอบคุณพระเจ้า...แล้วโชเฟอร์มาดเข้มก็พาลูกทัวร์ทั้งหลายส่งกลับที่พักที่อาบูดาบีโดยสวัสดิภาพ ด้วยความชื่นมื่น ประทับใจ เก็บไว้ในความทรงจำ

ครั้งหนึ่งในแดน ฟ้าจรดทราย...
มีสายลมหนาว...
ภายใต้ ดาว เดือน เสี้ยว...
หวาดเสียวตะลุยดูนทราย...
ย่างกายขี่อูฐ ...
ไปสูดบรรยากาศเบดูอิน...
กินข้าวพื้นเมือง...
คละเคล้าชำเลืองชมระบำหน้าท้อง...แฮปปี้ซ๊ะไม่มี...

.......................................................................
หมายเหตุ...ราคาค่าทัวร์ประมาณ คนละ 2,800 บาท รวมทุกอย่างไม่ต้องจ่ายเพิ่มอีก ใช้บริการของบริษัท Off Road emirates Tours & SAFARI ที่อาบูดาบี UAE ท่านใดสนใจสามารถเปิดเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ Website: http://www.offroademirates.com
………………………………………………………………




 

Create Date : 13 มีนาคม 2550    
Last Update : 14 มีนาคม 2550 21:03:29 น.
Counter : 503 Pageviews.  

ฟ้าจรดทราย... สายลมหนาว... ดาว เดือนเสี้ยว...ตอนที่ 2

...ฟ้าจรดทราย...
...สายลมหนาว...
...ดาว เดือนเสี้ยว...
...หวาดเสียวตะลุยดูนทราย
...ย่างกายขี่อูฐ...
...สูดบรรยากาศเบดูอิน...
...กินข้าวพื้นเมือง...
...ชำเลืองชมระบำหน้าท้อง...


.....................................................

จุดที่สอง...ถึงฟาร์มอูฐ แวะพัก ให้นักท่องเที่ยวไปถ่ายรูปกับพี่อูฐ น้องอูฐ และลูกๆอูฐทั้งหลาย...ดูหน้าตาของอูฐแล้ว เออ...มันยิ้มได้ด้วยนะ ...น่ารัก ซ๊ะ...งัดเอากล้องออกมาเช็ดชัตเตอร์ ปรากฏว่าทำงานได้ ค่อยยังชั่ว






เดินทางวิบากตลุยทรายต่อ....จุดที่สาม...ถึงแล้วแค้มป์ กระโจมเบดูอิน เพื่อสัมผัสชีวิตพื้นเมือง แบบขอบๆ ท่ามกลางบรรยากาศสวยงามของดวงอาทิตย์ใกล้ตกดินแสนจะโรแมนติก...
นักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งท้าทายกับการเล่นสกีทะเลทราย บนเนินสูงปล่อยตัวลงมาเที่ยวแล้วเที่ยวเล่า พร้อมการคลุกผืนทรายนุ่ม อย่างสนุกสนาน






อีกหลายกลุ่ม ที่จะขาดโปรแกรมนี้ไม่ได้ ต่างรอคิวขึ้นขี่อูฐ เพื่อเดินรอนแรมระยะทาง 1 รอบเนินทราย พร้อมเบดูอินจูงนำอูฐพ่วงกัน 3 ตัว เป็นภาพที่สวยทีเดียว....กล้องมีปัญหาอีกแหล่ะ...คราวนี้ลองใช้มือเกลี่ยม่านชัตเตอร์ช่วยมอเตอร์ปิดเปิด ปรากฏว่าได้ผล กลับมาถึงเมืองไทย คงต้องทำความสะอาดเช็ดฝุ่นทรายกันขนานใหญ่





การขี่อูฐ อูฐจะนอนหมอบ พร้อมรับการนั่งพาไปท่องเที่ยว โดยมีอานสำหรับนั่งอยู่บนหลัง และด้านหน้าอานมีโหนกไม้ไว้ให้ยึด...ว๊าวว์ ขอถ่ายรูปหน่อยนะตัวเอง แน่ะ ยิ้มสู้กล้องด้วยนะ...
พร้อมแล้วเดิน...ยวบ ยาบ ยวบ ยาบ หนุก ดี นะ นี่ กลัวตกเหมือนกัน ต้องยึดโหนกไม้ไว้ให้แน่น อ๊ะ ครบหนึ่งรอบรอนแรมกลางทะเลทรายแล้ว...รอรับนักท่องเที่ยวกลุ่มต่อไป...
แว๊กกส์...แล้วจะลงอย่างไรล่ะ....เบดูอิน ยิ้มหวาน ส่งสัญญานใบ้ให้จับห่วงด้านหลังอาน ทันใดนั้น อูฐก็ย่อบตัวลงหมอบ ว๊ากกส์...ท่านผู้ชม...หน้าทิ่มอ่ะไปตามการย่อบตัวขาหน้าของอูฐ และเมื่อขาหลังหมอบ ก้อสะบัดไปด้านหลังอีกหนึ่งรอบ แฮ่...แฮ่...สนุก ตื่นเต้น เร้าใจ จิงจิงเลยนะท่านอูฐ...แต่ขาเรามันสั้น วาดขาไม่พ้นอานอูฐ เพื่อจะลง วาดแล้ววาดอีก กางเกงเราจะเป้าขาดมั๊ยเนี่ยะ....






 

Create Date : 13 มีนาคม 2550    
Last Update : 14 มีนาคม 2550 14:52:09 น.
Counter : 441 Pageviews.  

ฟ้าจรดทราย... สายลมหนาว... ดาว เดือนเสี้ยว...ตอนที่ 1

...ฟ้าจรดทราย...
...สายลมหนาว...
...ดาว เดือนเสี้ยว...
...หวาดเสียวตะลุยดูนทราย

...ย่างกายขี่อูฐ...
...สูดบรรยากาศเบดูอิน...
...กินข้าวพื้นเมือง...
...
ชำเลืองชมระบำหน้าท้อง...


...........มาถึงเมืองทะเลทรายแล้ว จะไม่ไปสัมผัส “ผืนฟ้าจรดทราย” ดื่มด่ำบรรยากาศ แบบ
“อาหรับราตรี” ได้อย่างไร ?..........

การท่องเที่ยวธรรมชาติแห่งดินแดนอาหรับ ไฮไลท์คือการท่องเที่ยวทะเลทราย ซึ่งความแห้งแล้งของผืนทรายเย้ายวนใจให้นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก เข้าไปสัมผัสด้วยความตื่นตาตื่นใจ....การเดินทางภายใต้รัศมีอาทิตย์ หรือ พระจันทร์... พายุทราย...การขี่อูฐ เล่นสกีทราย...ท้าทาย ตื่นเต้น.... เป็น ความมหัศจรรย์ของโลกที่มีอยู่ ณ ดินแดนอาหรับราตรี...แห่งนี้





พื้นที่แห้งแล้งกลางทะเลทราย ในประเทศสหรัฐอาหรับอามิเรตส์ กลายเป็นจุดขาย เชิญ ชวน ให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้มาเยือนยล... ของที่ระลึกก็คือทราย ที่นักท่องเที่ยว ต่างอดไม่ได้ที่จะซื้อติดไม้ติดมือกลับไป...แต่ทรายนี้ไม่ธรรมดาเลยนะ เขาจะบรรจุใส่ขวด ค่อยๆโรยทีละสี เอาปลายเข็มยาวๆเกลี่ยๆ แต่งๆ...กลายเป็นรูปอูฐ กับทะเลทรายแล้ว...สนนราคา ไม่ได้ถามมา ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถให้เค๊าเกลี่ยทรายเป็นชื่อของเราเองก็ได้ด้วย.....




โปรแกรม แอดเวนเจอร์ทัวร์ฟ้าจรดทราย...Desert Safari ได้เริ่มขึ้นแล้ว ขบวนรถยนต์ "ออฟโรด" สีขาวต่างมุ่งหน้าพานักท่องเที่ยว ตลุยสัมผัสผืนทรายอย่างตื่นเต้น คันแล้วคันเล่า....เมื่อนักท่องเที่ยวซื้อทัวร์แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดของเมืองอาบูดาบี หรือดูไบ จะมีรถ ออฟโรด สีขาว ใหม่สะอาด สภาพดีเยี่ยม พร้อมคนขับผู้ชำนาญการขับ และเป็นมัคคุเทศก์ในตัว มารับถึงที่พัก ตามนัดหมายเวลา บ่ายสามโมงครึ่ง แดดเริ่มโรย ...พร้อมเน้นว่า อย่าลืม เอาแว่นกันแดด แจ็คเก็ตกันลม ไปด้วย ช่วงกลางกุมภาพันธ์อากาศยังเย็นอยู่...ยิ่งตอนกลางคืน กลางทะเลทราย อากาศหนาวทีเดียว รถคันหนึ่ง นั่งได้ 6 คน คณะเรา 3 คน ต้องไปรับฝรั่งกรุ๊ปอื่นอีก 3 เต็มคันแล้วมุ่งหน้าออกเดินทางไปสัมผัสทะเลทรายกันบนไฮเวย์ที่เรียบนุ่ม พุ่งตรงไปตั้งขบวนแอดเวนเจอร์พร้อมคันอื่นๆที่ปั๊มน้ำมัน ซึ่งลูกทัวร์จะพักดื่มกาแฟ เข้าห้องน้ำกันให้เรียบร้อย จนรถมาครบทุกคันก็เริ่มออกเดินทาง ณ บัดนาว....





ใช้เวลาเดินทางสักครู่ ก็ถึงทะเลทรายอันกว้างขวาง มีถนนตัดเข้าสู่พื้นที่ ด้านข้างมีแนวรั้วสายไฟเล็กๆ เพื่อปล่อยกระแสไฟอ่อนๆ กันไม่ให้อูฐออกมานอกเขต แต่ยังหรอก ไม่มีอูฐให้เห็นเลยสักตัว โชเฟอร์มาดเข้มขับตลุยเข้าสู่เขตทะเลทรายแล้ว...จอด จุดแรก....ลูกทัวร์ตื่นเต้น ลงไปย่ำทรายกัน หนุกหนาน หนุกหนาน...ที่ถูกที่ควร น่าจะใส่รองเท้าเปลือย มากกว่ารองเท้าผ้าใบหุ้ม...เพราะทรายเข้าไปอยู่ในถุงเท้า รองเท้า บาน ตะไท เลย....มิน่าเห็นหนุ่มอาหรับใส่แต่รองเท้าแตะกัน...โอว์วว...อุ๊บส์...ลมพัดทรายมาเป็นเซ็นทรัลราวน์เลย หอบเอาทรายเข้าปากอ่ะ...พูดไม่ได้...อุ๊บส์ ทรายเข้าตา ไหนบอกให้ใส่แว่นตากันแดดไง ...ช่วยไม่ได้เลยสักกะจิ๊ด ไม่ว่าจะหันหน้าหันหลัง ทรายเต็มหัว เต็มตัว เต็มตา เต็มปาก...ครั้งหน้า ต้องใส่แว่นตาดำน้ำ หรือปะดาน้ำจะดีกว่ามั๊ง...ไอ ซี แล้ว ทำไมชุดอาหรับพื้นเมือง เค๊าถึงได้คลุมหัว คลุมตัวแบบนั้น...โอ๊ย...กล้อง เดี้ยงไปซ่ะแหล่วววว....ฝุ่นทรายพัดเข้าค้างในม่านชัตเตอร์ เปิด-ปิดไม่ได้ ชัตเตอร์ค้าง เสร็จสิ้นกันที ทูนหัว..........ส่วนโชเฟอร์มาดเข้มได้ปล่อยลมยางรถให้อ่อนลง เพื่อสามารถวิ่งเกาะพื้นทรายได้ดีขึ้น....เริ่มลุยทะเลทรายแท้จริงแล้ว....





อ้า ฮะ...มาถึงเวลาไฮไลท์ของทริปนี้แล้ว คำเตือน ทุกคนทุกที่นั่ง โปรดฟังอีกครั้ง...คาดเซฟตี้เบลติดกับเบาะที่นั่ง พร้อมกับสองมือหาที่ยึดให้มั่นคง...





ออฟโรดแต่ละคันจะขับมุ่งสู่เนินทรายสูงชัน ไม่ใช่ค่อยๆขับ แต่ขับแบบตลุยเหนือ ยอดดูน หรือเนินทรายที่สูง ต่ำ สลับกันแบบคลื่นในทะเล ต่างกันที่ว่า ดูน(เนิน)ทรายนั้นสูงและต่ำกว่ามาก





แอดเวนเจอร์ทริปก็พาขับเหวี่ยงขนานไปตามยอดเนิน สุดเนินแล้วก็ทิ่มหัวลง อ๊อกก... อ้วกก...โฉบซ้าย เฉวียนขวา อ๊อกก... อ้วกก...ทะยานดิ่งขึ้นลงสร้างความตื่นเต้ลว์หวาดเสียวยิ่งกว่ารถไฟเหาะตีลังกา พร้อมลุ้นระทึกว่าจะไปหยุด ณ ที่ใด อีกไกลหรือไม่...ฤา
โปรแกรมว่าเดินทางใช้เวลา 45 นาที...นี่เพิ่งจะ สิบห้านาทีเองนะเนี่ย....อ๊อกก... อ้วกก...






สนุกสนาน...โจนทะยาน...หวาดเสียว... ไปตามดูนทราย จนเลิกเกร็งตัว ปล่อยตัวให้โยนไปตามแรงเหวี่ยงของรถ พร้อมชมวิว ชมทราย และชมลีลาการขับรถออฟโรดของคันอื่นที่แล่นตามกันมาติดๆ...นายขับแน่มากนะ ทั้งเร็ว แรง เบรก หยุด เลี้ยวขวับ...ถอยหลัง...
ที่จริงลีลาเหล่านี้ เป็นสิ่งที่โชเฟอร์ชำนาญอยู่แล้ว จนแทบไม่มีอุบัติเหตุใดๆ...ก็ล้อทั้งสี่ฝังลึกเข้าไปในทราย แล้วรถจะพลิกได้อย่างไร....





 

Create Date : 13 มีนาคม 2550    
Last Update : 13 มีนาคม 2550 22:25:49 น.
Counter : 525 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

Ricola ร่าเริง
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





























/* This script has been disabled for Netscape 6 due to ugly scrollbar activety. Could probably be fixed with a clipped container div but can't be bothered. */ if (!isNetscape6){ num=5; //Smoothness depends on image file size, the smaller the size the more you can use! stopafter=240; //seconds!
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Ricola ร่าเริง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.