Welcome to Ricola ร่าเริง Bloggang
ท่องไป ใน << อังกฤษ >> ... ตอน 12 :: ลอนดอน ... ลัลล้า ...ลันดั้น...

ลอนดอน ... Smiley ลัลล้า ...ลันดั้น...
ความ จริง แล้ว Smiley ฝน Smiley ตก Smiley ลัลล้า ไม่ออก ...



กรอบภาพชุดลอนดอนนี้ ดีไซน์เป็นเลดี้ให้เข้าบรรยากาศอังกฤษกันหน่อยค่ะ เดินผ่านร้านขายหมวก ขอยืมมาใส่ถ่ายรูปซ๊ะหน่อย แบบไม่ต้องเสียตังค์ อิ อิ...



ทันทีที่ย่างเข้าลอนดอน...ฝนตกตลอดเลยค่ะ ตั้งแต่มาเที่ยว โชคดีเจอฝนแต่ในลอนดอนเท่านั้น ที่อื่นแม้ครึ้มบ้างแต่ก็ไม่มีฝน


ที่เที่ยวในลอนดอนก็มีมากมาย ได้แต่ไซร์ซีอิ้ง วินโดว์ซีอิ้ง บนรถ ลงไปถ่ายภาพก็ไม่ได้ กลัวหมวกเปียก เอ้ย...กล้องเปียก ... อิ อิ



การวินโดว์ซีอิ้งมหานครลอนดอน เมืองหลวงของประเทศอังกฤษนี้ มีแหม่มมัคคุเทศก์ชาวอังกฤษขึ้นมาบรรยายสถานที่สำคัญต่างๆที่ผ่านค่ะ



เช่น มหาวิหารเซ็นต์พอล ซึ่งเป็นที่ประกอบพิธีและที่ฝังศพบุคคลสำคัญของอังกฤษหลายท่าน เช่น ลอร์ด เนลสัน, ลอว์เรนซ์แห่งอาระเบีย โบสถ์เซนต์เจมส์



ทำเนียบรัฐบาล... ตึกรัฐสภาแห่งสหราชอาณาจักร ....พระราชวังบัคกิ้งแฮม,



พิคาเดลลี่ เซอร์คัส, จตุรัสทราฟัลการ์ อนุสรณ์ของท่านนายพลลอร์ดเนลสันผ่านย่านธุรกิจ การเงิน การธนาคารในซิตี้ออฟ ลอนดอน



....หอนาฬิกาบิ๊กเบน (BIG BEN) สัญลักษณ์ที่สำคัญและโดดเด่นของกรุงลอนดอน ที่โด่งดังไปทั่วโลก อยู่บริเวณริมแม่น้ำเทมส์ แม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านใจกลางกรุงลอนดอน



บิ๊กเบน อีกมุมนึง... อาคารหอนาฬิกามีความสูง 320 ฟุต ตีบอกเวลาทุกหนึ่งชั่วโมง เป็นนาฬิกาที่มีหน้าปัดใหญ่ที่สุดในโลก



จอดรถให้ลงไปถ่ายภาพกับด้านหน้าของพระราชวังบักกิ้งแฮม ที่ประทับของราชวงศ์อังกฤษ

วิ่งจู๊ด...แช๊ะ ๆ ๆ...วิ่งกลับขึ้นรถค่ะ ได้ภาพพระราชวังมา 2-3 ภาพเอง

อดได้ดูการเปลี่ยนเวรของทหารองครักษ์เลย เพราะไม่ใช่เวลาเปลี่ยนเวร...



ผ่าน ไฮ ปาร์ค ด้วย...กำลังมีม็อบเล็กๆประท้วงอยู่ หนาวนะนี่...ฝนก็ตกด้วย...



ความเก่า กับ ความใหม่ ประชันกันอยู่ ...ตึกยุคมิลเลียนแนร์



ตึกแตงระฟ้า....



The London Eyes…กระเช้าไฟฟ้าแบบวงล้อขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเทมส์ ซึ่งบริษัท บริติชแอร์เวย์สร้างขึ้นเพื่อร่วมฉลองปี 2000 สามารถตีตั๋วขึ้นไปชมวิวสุดสวยของลอนดอนได้ แต่เราไม่มีเวลาพอค่ะ



ถึงแล้ว...Tower Bridge ได้มาเยือนสะพานอันมีชื่อเสียงแล้วค่ะ...



Tower Bridge เป็นสะพานยก หัวสะพานเป็นอาคารสูง มียอดปราสาทด้วย รูปทรงโอ่อ่าสวยงามมาก สร้างในสมัยศตวรรษที่ 19 เป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งของลอนดอนเช่นกัน



ถ่ายภาพหมู่ กรุ๊ฟที่ไปเที่ยวด้วยกัน กับวิว Tower Bridge ...เพื่อแสดงการมาเที่ยวอังกฤษ!!!!!!!!!



รถแล่นผ่าน ขึ้น Tower Bridge เพื่อจะไปป้อมปราสาทแห่งลอนดอน (TOWER OF LONDON) ค่ะ



TOWER OF LONDON เคยเป็นทั้งป้อมปราการ ปราสาทราชวัง คุก และแดนประหาร ...

ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ แสดงราชสมบัติล้ำค่าแห่งราชวงศ์อังกฤษ คือ มหามงกุฎอิมพีเรียล ซึ่งประดับด้วยเพชรที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกชื่อ “สตาร์ ออฟ อาฟริกา 2” หรือ “คัลลินัน 2”

และ “มหามงกุฎของพระราชินีอลิซาเบธ 2 ” ประดับด้วยเพชร “โคอินูร์” ที่เคยเป็นเพชรเม็ดใหญ่ที่สุดในโลก

และชิ้นสุดท้ายคือ “คฑา” ประดับด้วยเพชรเม็ดใหญ่ที่สุดในโลก “สตาร์ ออฟ อาฟริกา 1” หรือ “คัลลินัน 1" ขนาดกว่า 500 และ 300 กะรัต



นี่ค่ะ ป้อมปราสาทแห่งลอนดอน เข้าคิวซื้อบัตรเพื่อชมราชสมบัติแห่งราชวงศ์อังกฤษ

ป้อมปราสาทแห่งนี้ เล่าขานกันว่า สุดยอดผีดุ...

แต่ที่ห้องเข้าชมเป็นส่วนที่แสดงภาพวิดิทัศน์ตอนควีนอลิซาเบธที่ 2 ขึ้นครองราชย์ และทำพิธีสวมมงกุฎเพชรที่ตั้งแสดงให้ชมนั่นแหล่ะค่ะ ...ห้องต่อไปก็แสดงมหามงกุฎองค์ต่างๆ และคฑาเพชร

โอ้โห...เพชร เม็ดเป้งมากๆเลยค่ะ เล็กกว่าลูกกอล์ฟหน่อยนึง...

มัวแต่ตะลึง ตึง ๆ...ในความงามของมงกุฎองค์ต่างๆ ที่วางเรียงราย โดยเรายืนอยู่บนรางเลื่อนซึ่งจะเลื่อนผ่านไปเรื่อยๆ จะหยุดตะลึงดูไม่ได้ค่ะ....และ ห้ามถ่ายภาพอีกตามเคย...



ป้อมปราสาทประวัติศาสตร์อันเก่าแก่นี้ มีอายุกว่า 900 ปี

มีประวัติสยดสยองมาก

เพราะนอกจากจะใช้เป็นพระราชวังแล้ว ยังใช้เป็นป้อมปราการ ที่คุมขัง เป็นลานตัดศีรษะประหารชีวิตเจ้านายชั้นสูง และเป็นแหล่งระทมทุกข์ของราชนิกูลหลายๆพระองค์ในอดีต เพราะเกี่ยวข้องกับการขึ้นครองราชย์ การแย่งชิงราชบัลลังก์และการสร้างชาติของอังกฤษ




หอคอยที่อยู่ใจกลางป้อมปราสาททั้งหมด มีชื่อเรียกว่า White Tower ...

เล่ากันมาว่าใช้คุมขังพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ห้า วัย 12 พรรษา กับ เจ้าชายริชาร์ด ดยุกออฟยอร์ก พระอนุชาวัย 9 พรรษา

โดยพระเจ้าริชาร์ดที่สามทรงสั่งสังหารพระภาติยะทั้งสองเพื่อจะได้ขึ้นครองราชย์แทน

เมื่อปี พ.ศ. 2217 ช่างซึ่งกำลังทุบบันไดหินทางใต้ของ White Tower พบหัวกะโหลกเด็กสองหัว ซึ่งพิสูจน์ได้เพียงว่าเป็นกระโหลกของเด็กอายุราว 10 ขวบและพระเจ้าชาร์ลส์ที่สองที่ครองราชย์อยู่ ทรงสั่งให้นำกระดูกไปผังที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์



วงกลมกระจกสีเขียว คือจุดที่พระนางแอน โบลีน มเหสีองค์ที่ 2 ในพระเจ้าเฮนรี่ที่แปด ซึ่งถูกบั่นพระเศียรเมื่อปี พ.ศ. 2079

จุดประหารนี้มีชื่อว่า ทาวเวอร์กรีน เป็นสนามหญ้าอยู่ในเขตป้อมปราสาทแห่งลอนดอน ซึ่งได้ปรับพื้นที่ให้เห็นชัดเจนขึ้น ทำเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็ก ๆ มีรั้วกั้นเป็นสัดส่วน ตั้งตรงหน้าโบสถ์หลวง เซนต์ปีเตอร์ แอด วินชูล่า (St Peter ad Vincula) พอดี

บริเวณตรงนี้ยังเป็นที่ประหารพระนางแคทเธอรีน ฮาวเวิร์ด มเหสีองค์ที่ 5 ในพระเจ้าเฮนรี่ที่แปดอีกด้วย เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ต้องไปหาอ่านกันเองค่ะ

รวมถึงเลดี้เจน เกรย์ ทรงเป็นราชินีอังกฤษนาน 9 วันในปี พ.ศ. 2096 พระนางแมรี่ทิวดอร์ทรงเป็นผู้สั่งประหารตรงที่เดียวกับพระนางแอนโบลิน



ทาวเวอร์ ออฟ ลอนดอน สร้างขึ้นเมื่อวิลเลียม ดยุคแห่งนอร์มังดี ได้รับการสถาปนาเป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษ ในปี ค.ศ 1066 หลังจากชนะสงครามกษัตริย์ฮาโรลด์ แห่งเซ็กซอน

เพื่อเป็นป้อมปราการป้องกันกรุงลอนดอน เมืองหลวง

ต่อมา ใด้ดัดแปลงเป็นป้อมปราสาทขนาดใหญ่ สำหรับอยู่อาศัยและเป็นที่คุมขัง และเก็บอาวุธยุทธภัณฑ์ ก่อด้วยหินขนาดใหญ่ เรียกชื่อสถานที่นี้ว่า Tower of London

สำหรับหอคอยซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมเจ้าชายทั้งสองมีชื่อว่า Bloody Tower (หอคอยเลือด) เป็นจุดควบคุมประตูน้ำเข้า-ออก เดิมมีชื่อว่า Garden Tower เพราะอยู่ใกล้สวน



...ณ ลานป้อมปราสาทแห่งนี้ จะเห็นมีการเลี้ยง คุณอีกาอยู่ 6 ตัว

เนื่องจากมีตํานานบันทึกเป็นเอกสาร มาตั้งแต่ ศตวรรษที่ 17 ในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 ...มีคําสาปมานานกว่า 900 ปี ว่า จะต้องมีนกอีกาอยู่ที่ป้อมปราสาทแห่งนี้ ถ้าหากอีกาลดจํานวนลงเมื่อใด เมื่อนั้นความหายนะจะมาเยือนนครลอนดอน และมีการสิ้นสุดแห่งพระราชวงศ์แห่งอังกฤษ! !!!!!!

ดังนั้น ถ้ามีคุณอีกาตายหนึ่งตัว จะต้องรีบถวายรายงานต่อควีน และต้องจัดหาคุณอีกาตัวใหม่ มาเลี้ยงแทนทันที

ซึ่งคุณอีกาทุกตัวจะมีชื่อเรียก ถ้าตายไปก็จะต้องทำพิธีการฝังด้วย และจะต้องมีคุณอีกาเลี้ยงสํารองไว้ตลอดเวลา

มีอยู่ตัวนึง ถูกตัดปีกบินไม่ได้ เลยปล่อยให้เดินเล่นไปมาในสนามได้ค่ะ แต่สมัยที่ไข้หวัดนกระบาด ก็ต้องเก็บเข้ากรงเป็นอย่างดีเลยค่ะ...ถ้ามีตัวใดล้มป่วย ก็ต้องรีบตรวจสอบทันที...



วินโดว์ซีอิ้งมหานครลอนดอน และการชมเพชรยอดมงกุฎ เม็ดใหญ่ที่สุดในโลก นับเป็นบุญตาที่ได้มีโอกาสมาชมค่ะ...



ต่อไป โปรแกรมที่ขาดไม่ได้ คือ ชมพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุซโซ่ ค่ะ แล้วก็จะกลับบ้านแล้วค่ะ...

.................................................................................................




Create Date : 08 กันยายน 2552
Last Update : 8 กันยายน 2552 21:42:15 น. 4 comments
Counter : 975 Pageviews.

 
ตามมาเที่ยวด้วยคนนะคะ

เขียนบรรยายไว้ด้วย รู้สึกเหมือนได้ไปด้วยเลยคะ


โดย: amykittenish วันที่: 8 กันยายน 2552 เวลา:22:06:18 น.  

 
แวะมาทักทายครับ ขอแวะตามไปเที่ยวด้วยคนนะครับ


โดย: กัปตันลูกชุบ วันที่: 9 กันยายน 2552 เวลา:9:52:23 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณ amykittenish
เชิญเลยค่ะมีตอนต่อไปแล้วค่ะ ไปชมหุ่นขี้ผึงค่ะ เชิญตามไปเที่ยวอีกนะคะ

สวัสดีค่ะ คุณกัปตันลูกชุบ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ...เชิญตามมาเที่ยวได้เลยค่ะ...


โดย: Ricola ร่าเริง วันที่: 22 กันยายน 2552 เวลา:16:59:43 น.  

 
ส่งความสุขจากเมืองไทยค่ะ

มีความสุขมาก ๆ นะคะ



โดย: poongie วันที่: 30 ธันวาคม 2552 เวลา:12:48:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Ricola ร่าเริง
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





























/* This script has been disabled for Netscape 6 due to ugly scrollbar activety. Could probably be fixed with a clipped container div but can't be bothered. */ if (!isNetscape6){ num=5; //Smoothness depends on image file size, the smaller the size the more you can use! stopafter=240; //seconds!
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Ricola ร่าเริง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.