ถูกแล้วค่ะ ... ชั้นมันเป็นคนน่ารังเกียจ ^__^

เวลาที่รู้สึกไม่ดีหรือว่าอคติกับใครแล้วเรามักจะ .... แบบว่า
กันตัวเองให้ออกห่างจากคนๆนั้นอย่างเห็นได้ชัด
ประมาณว่า
- สร้างกำแพงหรือเกราะเหล็กระหว่างเรากับคนนั้นขึ้นมาทันที
- พยายามไม่อยู่ตามลำพัง (ไม่ว่าหญิงหรือชายก้ตาม)
- พูดโต้ตอบได้ ... แต่เราจะพยายามไม่สบตา (ชั้นเป็นกระสือค่ะ ^_^")
- เค้าถามคำนึง เราตอบคำนึง
- ใช้คำพูดห้วน ... จนเกินไป
มันจะเป็นขึ้นมาแบบอัตโนมัติโดยที่เราไม่ทันจะรู้ตัวด้วยซ้ำ
แล้วก็ไม่สนอะไรทั้งสิ้นอีกต่างหาก (เหมือนโลกต้องหมุนรอบตัวชั้น)
ทุเรศตัวเองชะมัดยาด!!
ถึงแม้ว่าคนๆนั้นจะมีข้อดีอย่างมากมายขนาดไหนก็ตาม แต่เราก็ยังไม่สน

เพิ่งจะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นแบบนี้ตั้งแต่เริ่มฝึกงานแฮะ
ก็ตั้งแต่คนงานหญิงคนนั้นทักพี่คุมงานน่ะแหละ -*-

คนงาน(พูดแบบกระซิบข้างๆรั้ว ซึ่งเราไม่ได้ยินหรอกแต่เดาจากคนตอบได้): แฟนหรอ?
พี่คุมงาน: เฮ้ย! บ้า! ไม่ช่ายยยย น้องเค้ามาฝึกงาน (นี่ก้ตอบซะได้ยินเชียว)

เป็นใครได้ยินคำตอบแบบนี้ก็ต้องเดาคำถามถูกอยู่แล้ว ...
แน่ยิ่งกว่าแช่แป้งซะอีก (ถ้าหากว่าไม่เป็นปัญญาอ่อน หรือ EQ พุ่งทะลุปรอท)
มันทำให้เราคิดว่า
'นี่กูหน้าตาอัปลัษณ์พอที่จะคู่ควรกับพี่เค้าขนาดนั้นเลยหรอ?'
ป่าวนะ ... เราก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองหน้าตาสวยอะไรมากมาย
แต่คือแบบว่า ... เราเป็นคนขาว แล้วก็หน้าตาบอกยี่ห้อ "เจ็ก" ซะขนาดนี้
คนงานมันยังสามารถคิดได้ ...
เออ แม่ม ... -*-
คิดดู ทั้งดำ ทั้งเหยิน แถมยังแก่คราวอา, น้า, ลุงยังได้เลย
มันคิดได้ยังไงว่าเราเลือกพี่เค้าอ่ะ ... ฟังแล้ว สวยเซ็ง!!
ก็เลยคิดว่านี่เราตามเค้าติดมากเกินไปรึป่าว? ไม่ได้ๆ ภาพพจน์เสียหมด
เราก็เลยต้องทำกิริยาเหมือนด้านบน

นี่เป็นประเด็นแรก ... อันที่สอง
พี่คุมงานเค้าคงเห็นว่าเราเป็นผู้หญิงละมั้ง?
ก็เลยชอบพูดอวดอย่างโน้นอย่างนี้
"ตอนนี้ก็เหลือแต่แถบๆยุโรปที่ยังไม่เคยไป ... " <<< คือจำได้แค่นี้อ่ะนะ
(หรือบางทีเค้าอาจจะไม่ได้ตั้งใจ ... แต่ก็ไม่รู้ล่ะ!! ก็ชั้น Feel Bad กับเค้าไปแล้ว อย่างที่บอก)
บางทีอันนี้อาจจะเป็นประเด็นสำคัญก็ได้นะ

แล้วเรารู้สึกเหมือนว่าเค้าชอบพูดกันคนอื่น เวลาเราถามว่าคนๆนั้นเป็นยังไง
วันนั้นออกไปดูงานที่อีกไซด์นึง ก็ไปเจอช่างเหล็กคนนึง(คงสนิทกะพี่เค้าแหละ เห็นพูดเล่นกันได้)
เค้าเป็นคนทำงานคล่อง ว่องไว เหมือนกับว่าเจนในงานของตัวเองอ่ะ
เราก็คิดในใจว่า 'คนนี้ต้องเก่งแน่ๆ'
แล้วก็ถามพี่เค้าว่า เออ ... คนนี้ดูเหมือนเก่งนะคะ ดูคล่องดี
พี่เค้าบอกว่า โห้ย(ทำเสียงสะบัดหน่อย) .... มันมั่ว!!!! (ไม่ใช่เรื่องนั้นนะ)
ไอเราก็ไม่รู้หรอกว่าคนงานคนนั้นมั่วจริงมั่วเล่น แต่ตามธรรมดาแล้ว
คนที่เค้ารู้จักกันก็ต้องตอบแบบให้ credit กันหน่อยไม่ใช่หรอ?
เราฟังแล้วแบบว่า สวยเซ็ง เลยอ่ะ ... แต่ก็ต้องจำใจทำหน้า เออออห่อหมกไปตามๆเขา
แต่ในใจก็คิดว่า "อ่อ ... เค้าเป็นคนแบบนี้นี่เอง"

ตั้งแต่ตอนนั้นเราก็หลีกเลี่ยงที่จะตามเค้า ...
แต่คืองานมันก็เหมือนๆเดิมอ่ะ ... ลงเข็ม หาเข็ม เทFooting ทำคาน
มันก้วนๆกันต่อๆไป

เพิ่งมีเมื่อวานนี้ที่เค้าพาไป ม.ทักษิณ ไปดูแบบอาคารเรียน ...
ซึ่งในตอนที่เรายังเฉยๆกับพี่เค้า
เราเคยบอกว่าเราชอบอะไรที่เป็นโดมๆ (ไม่ใช่โดม ปกรณ์ลัมนะ)
ก็เข้าไปแล้วก็ไปบอกเค้าว่าสนใจ น่าเรียน เลยได้นั่งคุยกับอาจารย์อะไรซักอย่างนี่แหละ (ในตึกที่เป็นโดมด้วย!!!)

อาจารย์เค้าบอกว่า
- บนยอดโดมใช้(อะไรสักอย่าง)ทำ แสงอาทิตย์ส่องผ่านเข้ามาได้ มีความสว่างมากพอ
- ถ้าไปยืนตรงกลางแล้วทำเสียง, ปรบมือ เสียมันจะก้องสะท้อน, ได้ยินทั่วตึก
- ห้องสมุดสามารถยืม-คืนโดยไม่ต้องผ่าน Counter ได้


ซึ่งเราก็คิดว่าก็งั้นๆอ่ะ
- ยอดโดม ... เดี๋ยวนี้เค้าก็ทำได้กันหมดแล้ว ... ไม่เห็นแปลกอะไร
- เสียงเซอราวน์ ... ก็งั้นๆอ่ะ เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วเสียงมันมีการสะท้อนกลับหมด ...
ยิ่งอาคารเป็นทรงโดมอีกด้วย การสะท้อนก็ยิ่งดี เรื่องง่ายๆตามหลักฟิสิกส์ ไปถามเด็ก ม.5-6 ก็ยังได้เลย (ว่าแต่ ... เราอธิบายถูกป่าวว่ะ?)
- ยิ่งห้องสมุด ... ถุย!! กากหว่ะ ... ห้องสมุดมอเราเค้าก้ยืม-คืนไม่ผ่าน Counter ได้ทำมาตั้งหลายปีแล้วด้วย
พูดหยั่งงั้นพูดหยั่งงี้ แต่เราก็ต้องพยักหน้า+ปั้นหน้าชื่นชมมหาวิทยาลัยเค้า

พอเดินออกมาจากตึก พี่เค้าก้ถามเราว่า น่าสนใจไหม
เราก็ตอบตาม 3 ข้อข้างบนนั้นแหละ ... (บางทีอาจจะมีคำสบถรุนแรงกว่าด้วยซ้ำ)
พี่เค้าก็ อืมมมมมม ... แล้วก็เงียบไป
ก็งี้แหละ โฟร์แมนนี่หว่า ไหนเลยจะมาสู้ ว่าที่วิศวกรได้ว่ะ ชิส์
5555+ (บ้าไปแล้วกู)


เพิ่งได้เรียนรู้ว่า
- การต้องออกไปอยู่คนเดียว แล้วแถมยังต้องไปเจอกับคนร้อยพ่อพันแม่มากมายนั้น มัน "เหนื่อย" แบบนี้นี่เอง
- การที่ต้องเสแสร้งปั้นหน้าหลอกลวงกันมันน่าอึดอัดขนาดนี้เลยนะเนี่ยะ
- การอยู่โดยปราศจาก "สิ่งสำคัญ" มันน่าเศร้าขนาดนี้เลยนะ
- การที่คิดถึง "บางอย่าง" อย่างรุนแรงมันเป็นอย่างนี้นี่เอง
เข้าใจหนังสือของ Jimmy Liao เรื่อง โลกเหงาของหินสีฟ้า อย่างทะลุปรุโปร่งเลยแฮะ
ประโยคที่ว่า "ความรู้สึกคนึงหาอย่างแรงกล้า" มันแบบนี้นี่เอง
มันทรมานและเจ็บปวดจนสามารถทำให้ก้อนหินสีฟ้าแตกกระจายออกมาได้
อ่ะ ... งง ล่ะสิว่า Jimmy Liao คือใคร?
เด๋วค่อยไปอัพในส่วน หนังสือให้ฟังแล้วกันนะ
วันนี้ดึกมากแล้ว ... ไปดูหนังโป๊ เอ๊ย!!!! ไปนอนก่อนดีกว่า ^_^


ปล. รู้สึกว่าเหมือนจะรังเกียจเขายังไงก็ไม่รู้ ...
(อันที่จริงแล้วตัวเราที่เป็นแบบนี้ต่างหาก ที่น่ารังเกียจ -*-)




Create Date : 10 เมษายน 2552
Last Update : 19 พฤษภาคม 2552 3:20:46 น. 6 comments
Counter : 240 Pageviews.

 
Nice rabbit

Photobucket


โดย: hiansoon วันที่: 10 เมษายน 2552 เวลา:4:31:20 น.  

 
อย่างนี้เราเรียกว่า รักศักดิ์ศรี ค่ะ ดีมากเลย เราต้องให้เครดิตตัวเองให้มากค่ะผู้หญิงเรามีคุณค่าในตัวเองทุกคน และอีกอย่างนะค่ะ อย่าคิดว่าตัวเองไม่สวยเพราะผู้หญิงสวยทุกคน..ลูกสาวพี่อันดา อายุ 17 หน้าหมวยสุดชีวิต แต่มั่นใจตัวเองสุด ๆ เลย เพราะเขาบอกว่าตอนนี้หมวยมาแรง(ให้กำลังใจตัวเอง)
มีความสุขมาก ๆ นะค่ะ ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด คนเราจะประสบความสำเร็จได้อย่างแรกต้องรู้ว่าอะไรสำคัญที่สุดค่ะ
โชคดีนะค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก แล้วพี่อันดาจะแวะมาอีกนะค่ะ


โดย: พี่อันดา (ทบทวน ) วันที่: 10 เมษายน 2552 เวลา:9:01:40 น.  

 
แวะมาทักทาย ครับ ^^


โดย: TonGGy วันที่: 10 เมษายน 2552 เวลา:9:47:36 น.  

 
บล็อคน่ารักดีจัง ^^


โดย: ลั้นลา~ร่าเริง วันที่: 10 เมษายน 2552 เวลา:16:31:12 น.  

 


โดย: หน่อยอิง วันที่: 10 เมษายน 2552 เวลา:23:23:08 น.  

 

ขอทรงพระเจริญ



ความหมายที่แท้จริงของเสื้อเหลือง
คือเป็นวันประสูติของในหลวง

แค่นั้นจริงๆ


โดย: พลังชีวิต วันที่: 10 เมษายน 2552 เวลา:23:35:18 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

หมวยเล็กเด็กดี
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add หมวยเล็กเด็กดี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.