Group Blog
 
All blogs
 

เยี่ยมชมโรงเรียน ในวัน Admit Day

วันนี้เป็นวันที่ พวกที่ได้รับเข้าเรียน ป.โท ทุกๆสาขาในคณะเราจะได้ไปทัวร์ที่คณะ พูดคุยกับเหล่าอจ.และรุ่นพี่ๆที่เรียนอยู่(นร.ปัจจุบัน) เพื่อให้ช่วยตัดสินใจว่า จะมาเีรียนที่นี่ดีหรือเปล่า

เราก็ไป งานเริ่มเก้าโมงถึงเก้าครึ่งสำหรับลงทะเบียน แล้วก็เป็นการพูดแนะนำโรงเรียนและมีรายการอื่นๆตามมา
เราก็ตื่นแปดครึ่ง รีบแต่งตัว ออนไลน์ กินข้าวเช้า ไปถึงก็เก้าครึ่งพอดี เขาก็เข้าห้องกันไปแล้วอะ รู้งี้ไม่กินข้าวเช้าดีกว่า เพราะมีอาหารเช้ากับน้ำส้ม ชากาแฟ ให้กินด้วย
ก็รีบเข้าห้องไป ฟังๆๆๆ ชม.นึง ก็มีคนมาเยอะเหมือนกัน

โปรเฟสเซอร์ที่เป็นผู้บริหารก็โฆษณาสรรพคุณของคณะและของมหาลัยว่าดียังไง ต่างจากคณะของมหาลัยอื่นยังไง
ซึ่งปีนี้ ได้ Ranking no.1 จาก US.News ซึ่งปกติจะอยู่ที่ 2
ที่หนึ่งคือ Columbia และ ที่ 3 คือ Harvard
แต่ปีนี้ Harvard ตกไปเป็น อันดับ 6 เราก็ว่า รร.พวกนี้ก็แข่งๆกันอยู่ในทีแหละ บางหลักสูตร ของที่นึงก็ดีกว่า บางหลักสูตร อีกที่นึงก็ดีกว่า แล้วแต่ว่าใครเรียนหลักสูตรไหน

ข้อดีของหลักสูตรเราคือเราเรียนทั้งหมดปีนึงก็ 45 หน่วยกิต โดยครึ่งนึงคือ 27 หน่วยกิต สามารถลงเรียนคณะอะไรก็ได้ ตามใจชอบ ทีนี้ก็ดีเลยอะ จะไปลงของ business school/ design school เยอะๆ

เสร็จแล้วก็แยกย้ายกันไปตามแต่ละโปรแกรม
เราก็ไปยังโปรแกรมของเรา มีสตูดิโอให้ด้วย เย้ ข้างในก็มีคอมให้สองสามเครื่อง มีโซฟา และพวกเก้าอี้
นร.ที่ได้รับเข้าเรียนรุ่นเดียวกับเรา วันนี้มารวมแล้ว 13 คน จากทั้งหมดที่เขารับปีนี้ 15 คน ก็เริ่มๆแนะนำตัวกันแต่ละคน
ทุกคนก็ดูแบบมีจุดมุ่งหมายกันแล้วว่าจะทำ thesis เรื่องอะไร
เราก็เอ๋อๆมาก แต่ก็พูดไปมั่วๆ เสร่อจริงๆ


ดูแล้ว เหมือนเราจะเป็นคนเดียวใน 13 คนที่มี background ด้านดีไซน์
คนอื่นๆก็จะเป็นพวก Computer scienceกับ Mechanical Engineering โดยเฉพาะพวกที่จบจากที่นี่มาก่อน ก็เกือบครึ่งนึง
แล้วก็อีกพวกก็คือเรียนด้าน Cognitive science, psychology มา ก็มีคนนึง และก็อีกคนจบ Berkeley ด้าน Econ แต่ก็มาเรียนด้านนี้ แปลกดี และก็มีคนที่เป็น teacher อีกสามสี่คน
แล้วเ่ท่าที่คุยก็คือ มีคนได้ทุนประมาณ 5 คน แล้วเราก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่เงินที่ได้ก็พอๆกันอะ ก็โชคดี ดีกว่าไม่ได้

เราก็คุยกับคนนึง เขาสวยดี มาจากเม็กซิโก เขาจบป.ตรีด้าน Programming แล้วก็ไปเรียนต่อ ป.โท Education policy ที่ Harvard แล้วก็มาเรียนที่LDT เพราะว่าอยากจะทำงานที่มัน Practical สามีเขาทำงาน Google เขาก็เลยอยากจะมาทำงานด้านนี้ ก็เลยสมัครมา คนนี้ก็ได้ทุนเหมือนเรา

แล้วก็คุยกับรุ่นพี่ คนก็ถามเรื่อง Internship กันเยอะมาก Prof. Shelly Goldman ก็บอกว่า พอเปิดเทอมตอนกันยา ก็จะให้แต่ละคนเขียนเลยว่า อยากทำ Internship ด้านไหน และที่ไหน แล้วเขาก็จะไปติดต่อให้
อย่างของรุ่นปัจจุบัน เขาบอกว่าทุกคนเขียนว่า อยากทำงานที่ Google, Apple, Yahoo, Ebay, IDEO, Adobe
แต่ที่ยากที่สุดคือ เข้าทำงานที่ Apple เพราะต้องมีสัมภาษณ์และต้องแข่งกันเองใน 15 คนนี้
และเรื่องแปลกก็คือ ปีนี้ Adobe จะรับเด็กเยอะมาก แต่ไม่มีใครสมัครไปทำงาน Adobe เลยทั้งๆที่ไม่ต้องมีสัมภาษณ์ด้วยซ้ำ

เราก็อยากทำงาน Apple นะ เพราะมี Department ออกแบบด้าน Media เยอะมาก และก็จ่ายเงินให้เด็กฝึกงานเยอะสุด อิอิ ค่าฝึกงาน อจ.บอกว่า ก็ขั้นต่ำในแคมปัส ก็ให้ชม.ละ $25
เราก็ว่าดีๆ จะได้ช่วยเรื่องค่าใช้จ่าย
แต่ถ้าจะฝึกงานที่ Apple ก็ไม่รู้จะสู้พวกที่จบด้าน CS มาได้หรือเปล่า เพราะเราก็ทำ programming อะไรไม่เป็น ทำเป็นแต่ Flash/DMW แต่เป็นแนวกราฟฟิคมากกว่า
เขาก็บอกว่า ระหว่างนี้ ใครทำโปรแกรมอะไรไม่เป็น ก็พยายามไปหัด คือไม่จำเป็นต้องทำได้ขนาด Expert แต่ก็เป็นสิ่งที่ควรจะรู้เอาไว้


เสร็จแล้วก็ไปกินข้าวกลางวันกัน เราก็คุยกับ อจ. และก็พวกนร.ปัจจุบันที่เรียนอยู่ ก็มีคนนึงถามว่าเรามาจากไหน เราก็บอกว่ามาจากไทยแลนด์ เขาก็บอกว่ามหาลัยสวยนะ เราก็ถามว่า เคยไปเหรอ ไปที่ไหน จุฬาลงกรณ์หรือเปล่า เขาก็บอกว่า ใช่ แล้วอจ.คนนึงก็ถามว่า What did you do there? เขาก็บอกว่า ไปเดินเล่น sight seeing เราก็ว่าตลกดี นักท่องเที่ยวไปเที่ยวเมืองไทยแล้วไปชมมหาลัย

เสร็จแล้วตอนบ่ายก็นั่งฟังบรรยายๆๆ อีก จะหลับมากๆ แล้วก็มีทัวร์รอบมหาลัย เราก็ไปเดินด้วย ก็ไปเจอเด็กคนนึง เขามาเรียนด้าน International Comparative Education Policy เขาก็ถามว่า เรามาจากไทยแลนด์หรือเปล่า เราก็บอกว่าใช่ เขาก็บอก เขามาจากพม่าแล้วก็บอก we're neighbours

เขาก็ดูเด็กมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ หน้าตาแขกๆ แต่เป็นคนพม่า เขาก็ถามว่า จบจากจุฬาลงกรณ์หรือเปล่า
เราก็บอกว่าใช่ เขาก็บอกว่า good university in Thailand เราก็ยิ้มๆ แล้วก็ถามว่าเขาล่ะ เขาก็บอกว่า เขาเรียน ป.ตรีที่ Harvard เราก็คิดในใจว่า มันดีกว่า จุฬาอีกนะ เหอๆๆ
แต่ก็น่ารักดี ก็เดินคุยกันตลอด เขาก็บอกว่า

I met Thai princess in MIT
เราก็ อ่อ สงสัยคุณพลอยไพลิน
เด็กก็บอกว่า Her name is Ploypailin, she sang like an actress
เราก็เลยบอกว่า ใช่แล้ว คุณพลอยเคยแสดงละคร แล้วก็มีความสามารถด้านการแสดงและดนตรี

พอตอนที่เข้าไปชมโบสถ์Memorial Church ที่มันสวยๆน่ะ เด็กก็หันมาถามเราว่า Are you buddhism? เราก็บอกว่าใช่ เขาก็ถามต่อ Theravadha เราก็บอกว่าใช่อีก เราก็คิดในใจว่า อืม คนพม่านี่ดูสนใจศาสนาพุทธมากกว่าคนไทยทั่วๆไปมั้ง

เสร็จแล้วก็กลับไปฟังบรรยายเสร็จ แล้วก็จบด้วยอาหารเย็นฟรี เย้
อาหารก็ไม่มีอะไรมากหรอก แต่เราก็กินสลัด กับ พวก fingerfood ซะอิ่มแปร้เลย
เด็ก Grad ก็ต้องคู่กับ Free food สิ จริงมั้ย




 

Create Date : 08 เมษายน 2551    
Last Update : 8 เมษายน 2551 23:27:45 น.
Counter : 291 Pageviews.  

ความเชื่อ 15 อย่าง

ความเชื่อ 15 อย่าง ของ Bob Sutton

Bob Sutton เป็นใครเหรอ

ก็เป็น อจ.คนนึงที่เป็นexpert ด้าน organization behavior
และก็เป็นคนสอนวิชาที่เราอยากเรียน
นั่นคือ

Creating Infectious Engagement

เป็นคอร์สที่สอนเกี่ยวกับ

วิธีการที่จะทำอะไรบางอย่างที่ก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อคนหมู่มาก
และก่อให้เกิดพฤติกรรมที่ดีๆ อย่างนั้นในคนอื่นๆ ต่อเนื่องๆกันไป (Infectious)


เป็นวิชาผสมผสานระหว่าง
product design ด้าน technology /marketing/behavior
ตามสไตล์ถนัดของมหาลัย

วิชานี้ ใช่ว่าจะลงทะเบียนเรียนได้ทุกคน ต้องกรอกใบสมัครและเขียน essay 500 words
ส่งให้อจ.ในวิชา่อ่าน ถ้าโอเค ถึงจะมีสิทธิลงทะเบียน (ถ้าเราสมัครแล้วได้สิทธินั้น ค่อยมาเขียนเล่าให้ฟังทีหลังละกันในบล็อคการเรียน)

เราก็เลยหาๆข้อมูลดูก่อน ก็เลยเจอบล็อคของเขา

http://bobsutton.typepad.com/my_weblog/2008/03/calling-all-sta.html

ด้านซ้ายของบล็อค เขาก็เขียนไว้ว่า

15 Things I believe

อ่านแล้วก็ชอบเหมือนกัน เลยเอามาแปะให้อ่านกัน

1. Sometimes the best management is no management at all -- first do no harm!

2. Indifference is as important as passion.

3. In organizational life, you can have influence over others or you can have freedom from others, but you can't have both at the same time.

4. Saying smart things and giving smart answers are important. Learning to listen to others and to ask smart questions is more important.

5. Learn how to fight as if you are right and listen as if you are wrong: It helps you develop strong opinions that are weakly held.

6. You get what you expect from people. This is especially true when it comes to selfish behavior; unvarnished self-interest is a learned social norm, not an unwavering feature of human behavior.

7. Getting a little power can turn you into an insensitive self-centered jerk.

8. Avoid pompous jerks whenever possible. They not only can make you feel bad about yourself, chances are that you will eventually start acting like them.

9. The best test of a person's character is how he or she treats those with less power.

10. The best single question for testing an organization’s character is: What happens when people make mistakes?

11. The best people and organizations have the attitude of wisdom: The courage to act on what they know right now and the humility to change course when they find better evidence.

12. The quest for management magic and breakthrough ideas is overrated; being a master of the obvious is underrated.

13. Err on the side of optimism and positive energy in all things.

14. It is good to ask yourself, do I have enough? Do you really need more money, power, prestige, or stuff?

15. Jim Maloney is right: Work is an overrated activity





 

Create Date : 22 มีนาคม 2551    
Last Update : 22 มีนาคม 2551 2:32:48 น.
Counter : 108 Pageviews.  

ได้ผลตอบรับจากมหาลัยแล้ว ! !

เมื่อวานหลังจากหาหมอมาแล้ว
ก็นั่งๆๆตัดต่อเสียงอ่านไป

ก็ให้แฟนลองเข้าไปเช็คเวบ http://www.thegradcafe.com
มันเป็นเวบสำหรับคนมาโพสท์ว่า
ได้ยู ที่ไหน โดนปฏิเสธจากที่ไหน

ก็ปรากฏว่า มีคนมาโพสท์ว่า
ได้ผลตอบรับจากมหาลัย
จากคณะที่เราสมัคร แถมเป็นป.โทด้วย
แต่ไม่รู้ว่า โปรแกรมอะไร และได้รับจากไปรษณีย์ด้วย

เราก็ เฮ้ย ทำไมเราไม่ได้อะ
แฟนก็บอก เดี๋ยวเดินไปเช็คที่Box ดีกว่า
พอดีเราอยู่ที่ตึกยังงี้ เวลาพัสดุหรือจม.มา พนักงานจะเอาใส่Box

เราก็ตัดต่อเสียงอ่านต่อ แฟนก็เสียงดังมาจากทางเดินเลยบอกว่าจม.มาแล้ว
ซองก็หนาๆนะ ไม่หนาเท่าตอนสมัครถาปัด ตอนที่ทั้งมิชิแกน หรือที่อังกฤษ
อันนั้นแคตตาลอค สมุดรูป โปสเตอร์
ตรึมมากๆๆ
เราก็คิดว่า อืม อาจจะได้นะ เพราะถ้าไม่ได้มันคงบางกว่านี้มั้ง

เราก็วิ่งไปดู ก็ให้แฟนแกะๆๆมา
ก็ดูประโยคแรกว่า congratulations
ก็เลย เย้ ได้ กระโดดๆสักพักนึง
แฟนก็อ่านจม.ต่อไป
ได้ tuition fellowship
คือ เขาลดค่าเทอมให้
ก็โอเคนะได้ทุน ฮาๆ



สรุป
ปล.พ่อดีใจมาก

ปล.2 แม่บอกว่า เออ เรียนๆไปเถอะ
ตอนแรกไม่อยากให้เรียนโทอีกใบ แต่พอได้และได้ทุนด้วย แม่ดูดีใจมากกว่าตอนเราไปเรียนอังกฤษอีก

ปล.3 อุตส่าห์ทำเวบ โชว์ผลงานดีไซน์ที่ผ่านๆมา
ไม่เห็นมีคณะกรรมการเข้ามาดูเลย เห็นมี ip มหาลัยนี้เข้ามาดูจากเครื่อง mac
คลิกมาดูวันนึง แต่ไม่รู้ว่าใช่ป่าว
เหนื่อยนะเนี่ย ทำเวบเนี้ย

ปล. 4 ตอนเอนท์ติดเราดีใจกว่านี้ ตอนไปเรียนต่อป.โทถาปัดก็ดีใจรองลงมา
สงสัยความดีใจในการเรียนต่อแปรผันตรงตามอายุ
ิและก็ดีใจอยู่ได้แวบเดียว สุขไม่เที่ยงน้อ




 

Create Date : 11 มีนาคม 2551    
Last Update : 22 มีนาคม 2551 2:46:28 น.
Counter : 92 Pageviews.  


Superfunkycalifragisexy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Although I am an architect by trainning, I consider myself as a designer focusing on educational aspects and had joined many organizations and programmes.

My interests in education has been supported by my family. I hope to use my design ability to enhance the learning experience of people especially children.


Friends' blogs
[Add Superfunkycalifragisexy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.