ปากกาไฮไลท์สีแดง
Group Blog
 
All Blogs
 
่เดินทางคนเดียวครั้งแรก0.1

เมื่อเดือนก่อน ได้มีโอกาสไปเที่ยวทะเลกับเพื่อน แม้ว่าจะมีงานรุมเร้า เราก็พร้อมสละเวลางาน (โดดงานนั่นเอง) ไปทะเลกับเพื่อนสมัยมัธยม ที่เจอกันปีละครั้งสองครั้ง แต่ความเครียดจากงาน และความยากเจอเพื่อนมันมีมากซะจนบรรยายไม่ถูก

ด้วยความที่เห็นว่าได้พักผ่อน และได้ไปคอนเสิร์ตเรกเก้ ก็เลยรีบตอบตกลงกับเพื่อน โดยไม่รู้อะไรมากนัก รู้เพียงงานจัดที่หาดแหลมแม่พิมพ์ เราตกลงกับเพื่อนว่า ให้เพื่อนมาจากโคราช ส่วนเราก็จากกรุงเทพ แล้วไปเจอกันที่นั่นเลย เดี๋ยวเราจะตามไป

เมื่อถึงวันเดินทาง เราไม่ได้มีความรู้สึกตื่นเต้นมากนัก มีแต่ความคิดว่าอยากพักผ่อน อยากเจอเพื่อน อยากเห็นทะเล อยากนอนริมทะเลให้ผ่อนคลาย และฉันดีใจมากที่จะได้เดินทางไปต่างจังหวัดคนเดียวเป็นครั้งแรก ความจริงคอนเสิร์ตไม่ใช่ประเด็นที่เราจะไป แต่ประเด็นคืออยากหาอะไรทำให้หายเครียดต่างหาก เราตื่นแต่เช้าเตรียมออกเดินทาง โดยได้ไปขึ้นรถที่อนุเสาวรีย์ชัยฯ เพราะเคยเห็นวินรถตู้แถวนั้น เราไม่รอช้าที่จะไปซื้อตั๋ว พี่คนขายตั๋วถามว่าไปไหน เราบอกไปหาดแหลมแม่พิมพ์ จะไปดูคอนเสริ์ต พี่เค้าก็เต็มที่ อ๋อคอนเสริ็ต เราก็เข้าใจว่ารู้เรื่องกัน เขัาใจว่าเค้าคงเตรียมรถไว้สำหรับคนที่จะไปงานคอนเสริ์ตไว้แล้ว

เราขึ้นไปรอบนรถตู้ ไม่นานนักก็มีผู้หญิงอีกสองคนมานั่งในรถ และเวลาอีกไม่นานเช่นกัน รถก็เคลื่อนตัวออกจากอนุเสาวรีย์ชัย ท้งๆที่มีผู้โดยสารเพียงสามคน

ระหว่างทางที่ไป ฉันไม่ได้หลับเลย ด้วยความที่คนในรถน้อยเกินไป ทำให้หวาดระแวงนิดๆ มีผู้หญิงคนหนึ่งบอกว่าจะลงตรงปั้มน้ำมัน ฉันยังไม่ได้พูดอะไร เพราะคิดว่าเข้าใจดีกันอยู่แล้ว

เมื่อใกล้ถึงที่หมาย คนขับจอดรถใกล้ปั้มน้ำมันที่ผู้หญิงคนนั้นบอก ผู้หญิงคนนั้นก็ทำงงๆ และบอกว่าไม่ลงแล้ว ให้ไปจอดอีกที่ ที่จะมีเพื่อนมารับ คนขับโมโหมาก บอกว่าทำไมไม่บอกแต่แรก ให้อ้อมมาตั้งไกล และขับรถต่อไปด้วยอารมณ์บูด ทำเอาฉันเริ่มกลัว

สักพักพอใกล้ถึงที่หมายของผู้หญิงคนนั้น ฉันก็เริ่มกังวลว่าจะให้ฉันลงที่ไหน ก็เลยบอกว่า พี่ จอดแหลมแม่พิมพ์ด้วยนะ พี่พูดด้วยอารมณ์โกรธมากว่า "ใครจะไปกันแหลมแม่พิมพ์ " ให้ห้าร้อยยังไม่ไปเลย ไกลจะตาย ฉันก็เลยเถียงว่า อ้าวตอนที่บอกตอนซื้อตั๋วบอกไปไม่ใช่หรอ พี่เค้าก็เถียงว่า ฉันบอกว่าหาดแม่รำพึง ฉันก็บอกว่าเปล่า พี่แกโมโหขนาดโทรไปถามคนขายตั๋ว และยืนยันว่าเป็นความผิดฉัน และอารมณ์เสียเป็นอย่างมาก

ฉันรีบติดต่อไปยังเพื่อนที่ถึงที่พักแล้ว และถามว่าจะไปที่ัพักได้อย่างไร เพื่อนนำโทรศัพท์ไปให้ลุงเจ้าของ ลุงเจ้าของที่พักพูดดีมาก แนะนำวิธีการมาเป็นอย่างดี และถามด้วยความเป็นห่วง (ทั้งๆที่ไม่ได้รู้จักกันเลย) ลุงบอกว่าให้คนขับไปจอดที่บ้านเพไม่ได้หรอ จะต่อรถมาง่ายกว่านะ ฉันบอกว่าไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ไม่กล้าพูดออกไปว่าคนขับกำลังอารมณ์เสียมาก ส่วนฉันก็แอบเสียขวัญ กลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น ฉันชอบคุณลุงเจ้าของที่พักและบอกว่าจะติดต่อกลับไป

ฉันพยายามพูดกับคนขับที่กำลังอารมณ์บูดสุดๆว่า ช่วยจอดที่บ้านเพได้ม้ย เพราะฉันจำได้ว่า หาดแม่รำพึงกับบ้านเพอยู่ใกล้กันนิดเดียว (ดีนะที่ตอนเด็กๆที่บ้านพามาเที่ยวระยองบ่อย) คนขับไม่พูดอะไร จนส่งผู้โดยสารคนสุดท้ายที่ไม่ใช่ฉันลง สักพักคนขับบอกฉันว่าจะไปส่งที่ท่าเพ ดูเขาจะอารมณ์ดีขึ้น เขาบอกว่าพบกันครึ่งทางละกัน

ฉันเข้าใจว่า เมื่อเช้าไม่มีลูกค้า แต่ต้องส่งผู้โดยสารเพียงสามคนมาจังหวัดที่อยู่ไกลจากกรุงเทพ ซึ่งไม่รู้ว่าคุ้มกับค่าน้ำมันไหม และยังต้องตีรถเปล่ากลับไปรับผู้โดยสารที่กรุงเทพอีก และยังเจอผุ้โดยสารที่คุยกันไม่รู้เรื่อง ทำให้อารมณ์บูดมาก

ในที่สุด คนขับก็มาส่งฉันที่ท่าเพ และบอกว่า ขอโทษด้วยละกัน ต้องรีบตีรถกลับกรุงเทพ ส่งได้แค่นี้ ดูเขาจะอารมณ์ดีขึ้นแล้ว ฉันบอกไม่เป็นไร เข้าใจ และลงจากรถไป พร้อมกับกล่าวคำขอบคุณ (ฉันอาจจะขอบคุณเพียงว่า เขามาส่งฉันได้ถึงที่หมาย) บางทีอย่าพยายามหาคนผิดกับบางเรื่องที่เกิดขึ้นเลย แค่หาทางแก้ปัญหานั้นได้มันก็โอเคแล้ว สุดท้ายการอโหสิ ก็เป็นทางออกที่ดีที่สุด

ฉันเดินไปหารถประจำทาง ที่จะไปถึงหาดแหลงแม่พิมพ์ได้ ฉันนั่งรถอยู่ที่ศาลารอรถประจำทาง ที่มีป้ายราคาค่าโดยสารไว้พร้อม ฉันได้โทรไปบอกเพื่อนว่า ตอนนี้กำลังรอรถอยู่ เพื่อนบอกว่า จ่ายค่าโดยสารเพียงยี่สิบห้าบาทนะ ลุงเจ้าของบอกมา แกกลัวว่าจะโดนโกงค่าโดยสาร ฉันเข้าใจและไม่พูดอะไร

ระหว่างที่รอรถประจำทางอยู่คนเดียว ก็มีป้าคนนึงพาฝรั่งผู้หญิงแก่ๆมาด้วย แกพยายามสื่อสารกับฝรั่ง ฝรั่งบอกว่าจะไปโรงแรมอะไรสักอย่าง มีผู้ชายอีกคนเข้ามาช่วยคุย ผู้ชายถามฝรั่งว่า ไปแท็กซี่มั้ย ฝรั่งยืนยันว่าจะรอรถสองแถว และจ่ายเงินเพียง ห้าสิบบาทเท่านั้น ฝรั่งคนนั้นได้ศึกษาข้อมูลมาเป็นอย่างดี เพราะกลัวโดนโกง

สักพักเมื่อป้าคนนั้นและผู้ชายคนที่เข้ามาคุยกับฝรั่งหันมาเห็นฉันนั่งอยู่คนเดียว ก็ถามว่า "ไปไหนล่ะหนู" "ไปหาดแหลมแม่พิมพ์ค่ะ" ฉันตอบ ป้าและผู้ชายหันมา ป้าฝากฝรั่งไปด้วยสิหนู เค้าจะไปโรงแรม... อยู่ทางที่หนูจะไปนี่แหละ ฉันบอกว่าค่ะ ทั้งๆที่ก็ไม่แน่ใจในภาษาอังกฤษของตัวเองสักเท่าไหร่ และไม่แน่ใจว่าจะรู้จักทาง (ไม่สิต้องบอกว่าแน่ใจแน่ๆที่ไม่รู้จักทาง)

เวลาไม่นานนัก รถสองแถวก็มาจอดข้างหน้าฉัน ป้ากับผู้ชายคนนั้นส่งสัญญาณให้ฝรั่งขึ้นรถ มีคนบอกว่าให้คนตัวเล็กไปนั่งข้างหน้า แต่ฝรั่งคงเข้าใจว่าให้ตัวเองไปนั่งข้างหน้า ก็เลยเดินตามไปนั่ง ฉันจึงเดินไปนั่งข้างหลัง ซึ่งก็ต้องตกใจกับภาพที่เห็น ภาพที่เห็นคือรถสองแถว ที่มีคนอยู่เต็มหลังรถจนไม่มีที่นั่ง มีผุ้่ชายโหนเต็มไปหมด จนกระบะข้างหลังแอ่นจะชนพื่นถนน ผู้ชายคนหนึ่งตะโกนว่า "เขยิบให้คนอื่นนั่งด้วย" ฉันคิดในใจว่า ยังนั่งได้อีกเหรอเนี่ย คิดตัดสินใจจะรอคันถัดไป แต่กลายเป็นว่ามีผู้ชายลุกขึ้นมาเป็นโหรแทน เหมือนคนที่นี่รู้หน้าที่ดีว่าต้องลุกให้คนอื่นนั่ง เมื่อเห็นว่ามีที่พอจะให้ฉันนั่ง ฉันเห็นความมีน้ำใจของคนที่นี่แล้วก็เลยตัดสินใจนั่ง

ระหว่างทางไปถึงหาดแหลมแม่พิมพ์ค่อนข้างไกลจริงๆ แต่ฉันยังคงตื่นเต้นกับการเดินทางคนเดียว ได้พบเจอประสบการณ์แปลกๆ ระหว่างทาง่จากคนเต็มรถ ก็ค่อยๆทะยอยลงไปจนรถเหลือที่ว่างสำหรับให้นั่งได้หลายคน เมื่อรถมาถึงจุดๆหนึ่ง ฉันได้ถามผู้หญิงคนหนึ่งในรถว่า หาดแหลมแม่พิมพ์อยู่สุดสายเลยรึเปล่า เพราะจริงๆแล้วฉันก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหนกันแน่ ผู้หญิงคนนั้นพยักหน้า ไม่นานนักผู้หญิงคนนั้นก็ลงจากรถไป

รถแล่นมาเรื่อยๆจนเรียบชายหาด คนเริ่มน้อยลง ขณะนั้นเองก็มีผู้หญิงคนหนึ่งถามฉันขึ้นมาว่า จะลงหาดแหลมแม่พิมพ์ใช่มั้ย ฉันตอบว่า ใช่ เธอบอกว่านี่แหละหาดแหลมแม่พิมพ์ แต่ต้องลงตรงนี้นะ เพราะไม่ใช่สุดสาย ถ้าไม่ลง รถจะเลยไปอีกไกล พร้อมถามฉันว่าพักที่ไหนล่ะ

ฉันบอกว่า ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่าอยู่หาดนี้แหละ ถ้าถึงแล้วค่อยเดินหาก็ได้ไม่เป็นไร ผู้หญิงคนนั้นมองหน้าฉัน และบอกว่า ถ้างั้นไปลงข้างหน้าดีกว่า ลงตรงที่คนเยอะหน่อย ดูเธอจะเป็นห่วงฉันนิดหน่อย เธอคงงงว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ เดินทางมาคนเดียวแบบชิวเกิน เมื่อรถหยุด ฉันกล่าวขอบคุณ จากใจจริง เพราะว่าถ้าเธอไม่ได้ทักฉัน ฉันคงเลยไปอีกไกล

เมื่อลงรถแล้ว ฉันได้โทรไปหาเพื่อน ถามว่าที่พักชื่ออะไร และเดินไปทางไหน เพื่อนบอกว่าเดินตรงมาเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เจอ (แต่ว่ามันซ้าย หรือ ขวาล่ะฟ่ะ จะรู้มั้ย) หลังจากเพื่อนบอกทางไม่เคลียเลย ฉันเลยตัดสินใจโทรไปถามลุงเจ้าของที่พัก ลุงบอกทางมาอย่างเคลีย ระหว่างที่จะเดินไปที่พัก ก็มีรถจักรยานยนตร์แบบเสริมมีที่นั่งเหล็กด้านข้าง มาจอดข้างๆ และมีลุงคนนึงเป็นคนขับ ฉันถามว่าลุงเจ้าของใช่มั้ย ลุงบอกว่าใช่ เห็นมาถึงหาดแล้วเลยขับรถมารับ เดี๋ยวจะหลง ฉันประทับใจความมีน้ำใจของลุงจริงๆ


ติดตามตอนต่อไป ...







Create Date : 14 เมษายน 2552
Last Update : 14 เมษายน 2552 1:00:26 น. 3 comments
Counter : 280 Pageviews.

 
โห สุดยอดค่ะ เดินทางคนเดียว ระวังตัวด้วยนะคะ


โดย: พริตตี้ วันที่: 14 เมษายน 2552 เวลา:14:55:50 น.  

 
ระทึกตื่นเต้นดีแท้นะจอม ลุ้นตามไปด้วยเลย

นี่แหละเนอะ ประสบการณืที่หาไม่ได้จากในห้องเรียน

อืมๆ ว่าแต่เดินทางคนเดียวก็ต้องระมัดระวังเน้อ

เดี๋ยวติดตาม บันทึกการเดินทางต่อไปเนอะ




โดย: ออฟ IP: 58.10.65.129 วันที่: 18 เมษายน 2552 เวลา:15:42:16 น.  

 
เพื่อนเรา หนีไปเที่ยวเฉยเลย ฮ่า


โดย: than (ราม-ไทย-จีน ) วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:17:56:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ปากกาไฮไลท์สีแดง
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ปากกาไฮไลท์สีแดง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.