ขอเป็นกำลังใจให้กับทุก ๆ คน ทุกสิ่งเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และก็ดับไป ขอมีกำลังใจที่เต็มเปี่ยมและเข้มแข็ง มีสติที่ตั้งมั่น ธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติธรรม, ทุกสิ่งเป็น อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา, การนำข้อมูลไปใช้ต้องใช้หลักกาลามสูตร. Group Blog จำนวน 215 Group Blog : รวมข้อมูลทั้งหมด 525 เรื่อง (Click (คลิ๊ก) ตรงกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีฟ้า หรือเครื่องหมายสามเหลี่ยมของกล่องสี่เหลี่ยม (ทางด้านขวามือ) (มีข้อมูลอยู่ในนั้นครับ) "ขอขอบคุณเจ้าของผลงานต่างๆ และข้อมูลเหล่านี้ใช้เพื่อการศึกษา เรียนรู้ และการวิจัยเท่านั้น"
Group Blog
 
All Blogs
 

เยียวยากายด้วยใจผ่อนคลาย

พระไพศาล วิสาโล (2554 : 7-10) ได้แสดงพระธรรมเทศนาไว้ว่า

ทุกเช้าและเย็นป้าไพจะออกไปจ่ายตลาดและทำกับข้าวให้ลูกหลาน ตอนกลางวันก็ทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ วันหนึ่งป้าไพไม่สบาย ลูกแนะนำให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด หลังจากตรวจร่างกายหมอก็วินิจฉัยว่าป้าไพเป็นโรคหัวใจ

นับแต่วันนั้นป้าไพก็เปลี่ยนไป รู้สึกอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรง ไปจ่ายตลาดกลับมาก็รู้สึกเหนื่อยมาก ในที่สุดก็เลิกไปตลาด จะทำอะไรก็รู้สึกเหนื่อยแม้แต่ขึ้นบันได ในที่สุดจึงลงมานอนข้างล่าง และเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ไม่กล้าไปไหน จึงกลายเป็นคนหงอยเหงา ได้แต่นั่งเจ่าจุกอยู่ผู้เดียว

วันหนึ่งนายแพทย์ใหญ่ผู้หนึ่งกลับมาเยี่ยมบ้าน สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของป้าไพซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ จึงสอบถามสาเหตุ เมื่อได้คำตอบ แพทย์ใหญ่ก็ตรวจดูร่างกายและถามอาการของป้าไพ แต่ไม่พบอาการของโรคหัวใจ จึงบอกป้าไพว่าร่างกายไม่ได้เป็นอะไรมาก อาจมีอาการอ่อนเพลียบ้างตามวัย





พอรู้ว่าไม่เป็นโรคหัวใจ ป้าไพก็รู้สึกกระชุ่มกระชวยทันที เรี่ยวแรงกลับมา สามารถไปตลาดและทำกิจวัตรต่าง ๆ ได้เหมือนเดิม

ป้าไพไม่ได้เป็นอะไร แต่เพียงได้ยินหมอบอกว่าเป็นโรคหัวใจ ก็กลายเป็นคนป่วยทันที และเมื่อป่วยแล้ว แม้ไม่ได้กินยา ก็หายป่วยฉับพลันเมื่อรู้ว่าความจริงตนไม่ได้เป็นโรคหัวใจอย่างที่คิด

ความเชื่อหรือความรู้สึกนั้นมีผลต่อร่างกายมาก แม้เจ็บป่วยไม่มาก แต่หากมีความเครียด วิตกกังวล เพราะคิดว่าเป็นโรคร้าย หรือเพราะกลุ้มใจเรื่องครอบครัว ร่างกายก็ทรุดลงได้ง่าย ๆ นับประสาอะไรกับคนที่ตรวจพบโรคร้ายจริง ๆ หากวางใจไม่เป็น ก็อาจมีอันเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

หญิงสูงวัยผู้หนึ่งป่วยกระเสาะกระแสะ เข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลอยู่หลายครั้ง วันหนึ่งหมอบอกเธอว่า “ ป้าเป็นมะเร็งตับนะ อยู่ได้ไม่เกินสามเดือน” เธอตกใจมาก หลังจากกลับบ้าน เธออยู่ได้แค่ ๑๒ วันก็เสียชีวิต

ก้อนมะเร็งนั้นใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะคร่าชีวิตคน แต่ความตื่นตระหนก ความกังวลและความเครียดนั้นสามารถปลิดชีวิตเราได้เร็วกว่านั้นมาก

เมื่อล้มป่วย เราไม่ได้ป่วยกายเท่านั้น แต่มักป่วยใจด้วย ความป่วยใจสามารถทำให้ความป่วยกายหรือความเจ็บปวดทบทวีหรือเป็นตรีคูณได้ ในทางตรงข้ามหากทำใจให้ผ่อนคลาย เบาสบาย ความเจ็บป่วยหรือความเจ็บปวดก็อาจลดลงเหลือแค่ครึ่งหนึ่งหรือหนึ่งในสาม

ผู้ป่วยที่มีศรัทธาในหมอ มักจะมีอาการดีขึ้นไม่มากก็น้อยทันทีที่ได้พบหมอ นายแพทย์วิลเลียม เฮนรี เวลช์ ซึ่งเป็นผู้วางรากฐานการแพทย์แผนใหม่ในอเมริกา พูดถึงบิดาของตนซึ่งเป็นหมอเหมือนกันว่า “ทันทีที่ท่านเข้าห้องผู้ป่วย ผู้ป่วยจะรู้สึกดีขึ้นทันที บ่อยครั้งมิใช่เพราะการรักษาของท่าน แต่เป็นเพราะการปรากฏตัวของท่านต่างหากที่รักษาผู้ป่วยให้หายได้”

จริงอยู่โรคภัยไข้เจ็บอาจจะไม่หาย แต่ถ้าจิตใจผ่อนคลาย ก็อาจอยู่ได้อย่างปกติสุข ห่างไกลจากความทุกข์ หลายคนแม้มีก้อนมะเร็งอยู่ในร่างกาย แต่ก็สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ เพราะเขาไม่มัวกังวลกับโรคภัย แทนที่จะกลุ้มใจกับเหตุร้ายในอนาคต เขากลับใส่ใจกับการทำชีวิตแต่ละวันให้มีความสุข

ความเจ็บป่วยนั้นบั่นทอนร่างกายเราได้ก็จริง แต่เหตุใดเราจึงปล่อยให้มันทำร้ายจิตใจเราด้วย ป่วยกายแล้วไม่จำเป็นว่าจะต้องป่วยใจด้วย พระพุทธองค์เคยตรัสแนะอุบาสกผู้หนึ่งซึ่งป่วยหนักว่า ให้พิจารณาเสมอว่า “ถึงกายของเราจะมีโรครุมเร้า แต่ใจของเราจักไม่มีโรครุมเร้าเลย”






ถึงกายจะป่วยแต่เราก็มีสิทธิเป็นสุขได้เสมอ ขอเพียงแต่เปิดใจรับความสุขที่มีอยู่รอบตัว กนกวรรณ ศิลป์สุข ป่วยด้วยโรคธาลัสซีเมียตั้งแต่เกิด ร่างกายอ่อนแอมาก และอาจมีอายุไม่ยืน แต่เธอก็มีความสุขทุกวัน เธอให้เหตุผลว่า “เลือดเราอาจจะจาง จะแย่หน่อย แต่เราก็ยังมีตาเอาไว้มองสิ่งที่สวย ๆ มีจมูกไว้ดมกลิ่นหอม ๆ มีปากไว้กินอาหารอร่อย ๆ แล้วก็มีร่างกายที่ยังพอทำอะไรได้อีกหลายอย่าง แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่เราจะมีความสุข”

จะมีความสุขอย่างนั้น อย่างแรกที่จำเป็นต้องทำก็คือ ยอมรับความจริงว่าความเจ็บป่วยเกิดขึ้นแล้ว เมื่อใจยอมรับความจริง ก็จะหยุดดิ้นรนผลักไสความเจ็บป่วย ทำให้ใจสงบ ในทางตรงข้ามหากเราปฏิเสธความจริง มัวตีโพยตีพายหรือก่นด่าชะตากรรมว่า “ทำไมต้องเป็นฉัน ?” เราจะยิ่งทุกข์มากขึ้น จิตใจจะเร่าร้อน หาความสงบมิได้เลย

การยอมรับความจริงมิได้แปลว่ายอมจำนน เมื่อเจ็บป่วยก็ต้องหาทางเยียวยารักษา แต่การเยียวยารักษานั้นจะต้องทำที่ใจด้วย มิใช่ทำที่กายเท่านั้น เยียวยาใจเรานั้นไม่มีใครทำได้ดีเท่าตัวเราเอง เมื่อเยียวยาใจให้หายกังวลกลัดกลุ้ม การเยียวยารักษากายก็จะเริ่มต้นทันทีแม้ยังไม่ได้รับยาจากหมอด้วยซ้ำ


เอกสารอ้างอิง : พระไพศาล วิสาโล. ธรรมะสำหรับผู้ป่วย. กรุงเทพมหานคร : เครือข่ายพุทธิกา, 2554.





---------------------------------------------------------




Link ที่น่าสนใจ :




visalo.org รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล

ธรรมบรรยาย และธรรมนิพนธ์ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)





Download E-book ของพระไพศาล วิสาโล

Download E-Book หลักชีวิต หลักชาวพุทธ (พระไพศาล วิสาโล)

Download E-Book ความฉลาดในการรับมือกับเหตุการณ์แย่ ๆ (พระไพศาล วิสาโล)

Download E-Book ก่อนวันผลัดใบ หนังสือแสดงเจตนาการจากไปในวาระสุดท้าย (พระไพศาล วิสาโล แสดงพระธรรมเทศนา เรื่อง การช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้ายด้วยวิธีแบบพุทธ)

Download E-Book เปิดใจรับความสุข (พระไพศาล วิสาโล) (PDF)

Download E-Book รักษาใจยามป่วยไข้ (พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)) (PDF)

Download E-Book กายหายไข้ ใจหายทุกข์ (พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)) (PDF)

Download E-Book ภูมิธรรมชาวพุทธ (พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)) (PDF)

วัดญาณเวศกวัน

การรักษาศีล 5

พระคาถาโพชฌังคปริตร

พระคาถาสักกัตตะวา : คาถาปัองกันและรักษาโรคมะเร็ง

ธรรมะสำหรับผู้รักษาคนเจ็บไข้

ธรรมะสำหรับคนเจ็บไข้และญาติ

ธรรมะสำหรับรับมือกับความพลัดพราก

ธรรมะสำหรับรับมือกับมะเร็ง





---------------------------------------------------------







หลวงพ่อชา สมาทานศีล 5







หลวงพ่อชา สอนการทำสมาธิ







พระธรรมเทศนาของพระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร







หลวงพ่อจรัญสอนกรรมฐาน ตอนที่ 1/9







หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ สอนกรรมฐาน 40 ตอนที่ 1







หลวงพ่อพุธ ฐานิโย สอนกรรมฐาน







ฉลาดเผชิญทุกข์ 1/2 (พระไพศาล วิสาโล)







ฉลาดเผชิญทุกข์ 2/2 (พระไพศาล วิสาโล)







มองเป็นก็เห็นสุข 1/3 (พระไพศาล วิสาโล)







มองเป็นก็เห็นสุข 2/3 (พระไพศาล วิสาโล)







มองเป็นก็เห็นสุข 3/3 (พระไพศาล วิสาโล)






---------------------------------------------------------






 

Create Date : 11 ธันวาคม 2555    
Last Update : 12 ธันวาคม 2555 7:39:38 น.
Counter : 2099 Pageviews.  

เหนือกายยังมีใจ (พระไพศาล วิสาโล)

พระไพศาล วิสาโล (2554 : 1-4) แสดงพระธรรมเทศนาไว้ว่า

กล่าวกันว่าการเกิดมาเป็นมนุษย์นั้นเป็นสุคติของเทวดา เมื่อเทวดาองค์ใดจะจุติ เพื่อนเทวดาจะอวยพรว่า ขอให้ไปเกิดในหมู่มนุษย์ ฟังดูก็รู้สึกดี แต่บางครั้งคุณคงอดสงสัยไม่ได้ว่า ถ้าโลกมนุษย์เป็นสุคติของเทวดา เหตุใดมนุษย์เราจึงต้องมีความรู้สึกเจ็บปวดด้วย ปวดหัวตัวร้อนนั้นยังพอทำเนา แต่เจ็บปวดเวลาแข้งขาหักหรือไฟไหม้น้ำร้อนลวกนั้น บางครั้งรู้สึกเหมือนกับตกนรกเลยทีเดียว

มองให้ดี ๆ ความเจ็บปวดก็มีประโยชน์ มันช่วยป้องกันมิให้เราถลำเข้าไปในอันตราย ถ้าเราไม่รู้สึกปวดเวลาโดนของแหลมแทงนิ้ว เราก็จะปล่อยให้มันทิ่มลึกขึ้น แทนที่จะรีบดึงนิ้วออกมา มีหลายคนที่ไม่รู้สึกเจ็บปวดตั้งแต่เกิด คนเหล่านี้จะมีลักษณะหนึ่งที่เหมือนกันคือ มีแผลเต็มตัว บางคนลิ้นหายไป 1 ใน 3 เพราะกัดลิ้นแล้วไม่รู้สึกเจ็บ จึงกัดเข้าไปเต็มที่ ลิ้นมีแผลลึก แผลไม่ทันหายก็กัดซ้ำกัดซากจนลิ้นเน่ากุดในที่สุด






แต่ถึงแม้ความเจ็บปวดจะมีประโยชน์ ข้อเสียก็คือมันทำให้เกิดความทุกข์ทรมานโดยเฉพาะในยามที่เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง จริงอยู่ยุคนี้วิทยาการก้าวหน้ากว่าแต่ก่อน มียาระงับปวดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ข่าวร้ายก็คือยาที่ดีที่สุดเวลานี้ยังไม่สามารถระงับความเจ็บปวดบางประเภทได้

ฟังแล้วอย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะถึงแม้เทคโนโลยีทุกวันนี้มีขีดจำกัด แต่ข่าวดีก็คือ ยาระงับปวดที่ดีกว่าเทคโนโลยียังมีอยู่ มันมิได้อยู่ที่ไหนเลย หากอยู่ที่ ใจ ของเรานั่นเอง

เมื่อ 8 ปีที่แล้วมีการทดลองผ่าตัดคนไข้คนหนึ่งที่เป็นโรคเจ็บข้อ หลังจากหมอให้ยาชาแล้วกรีดหัวเข่าของเขา แต่ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น เมื่อแผลสมานแล้ว คนไข้เล่าว่ารู้สึกดีขึ้น ความเจ็บทุเลาไปมาก ยิ่งกว่านั้นก็คือ ข้อเข่าของเขาทำงานดีขึ้น

อีกรายหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ถูกไฟไหม้ถึงร้อยละ 70 ของร่างกาย เขาร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด เรียกหายาระงับปวดทุกคืน แต่หลังจากหมอให้มอร์ฟีนไประยะหนึ่ง ก็หยุดให้เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายแก่คนไข้ ผลก็คือคนไข้ทุรนทุรายร้องขอยาระงับปวด พยาบาลทนไม่ไหวจึงกลับไปที่ห้องแล้วฉีดยาให้เขา สักพักคนไข้ก็หลับไป เมื่อมีคนถามเธอว่าทำไมถึงฉีดยาระงับปวดให้คนไข้ในเมื่อหมอสั่งห้าม เธอตอบว่าเธอแค่ฉีดน้ำเกลือให้คนไข้เท่านั้น

ทั้งสองกรณี คนไข้ไม่ได้รับการรักษาหรือยาระงับปวดเลย แต่กลับรู้สึกดีขึ้น เพราะใจเชื่อว่าเขาได้รับการเยียวยาแล้ว เพียงเชื่อเช่นนี้ก็ช่วยลดความเจ็บปวดลงได้

จิตใจของคนเรามีพลังในการเยียวยาร่างกายหรือระงับความเจ็บปวดได้ พลังนั้นจะทำงานได้ก็ต้องอาศัยความเชื่อหรือศรัทธา ถ้าเรามีศรัทธาในหมอหรือตัวยา ผลดีต่อร่างกายก็จะเกิดขึ้นทันทีที่หมอลงมือ “รักษา” หรือเมื่อได้รับยา






มีอีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ อาสาสมัคร 82 คน ได้รับเชิญให้ร่วมทดสอบคุณภาพของยาระงับปวดตัวใหม่ที่ชื่อวาลิโดน ซึ่งให้ผลรวดเร็วกว่ายาที่มีอยู่ ทุกคนจะถูกช็อตด้วยไฟฟ้าที่ข้อมือ จากนั้นก็ให้ระบุว่ารู้สึกเจ็บปวดมากน้อยเพียงใด ทีนี้ก็ให้ทุกคนกินยาวาลิโดน ครึ่งหนึ่งได้รับการบอกเล่าว่ายาตัวนี้เม็ดละ 2 เหรียญ 50 เซ็นต์ อีกครึ่งหนึ่งได้รับการบอกว่ายาราคา 10 เซนต์ เสร็จแล้วก็มีการช็อตด้วยไฟฟ้าอีกครั้ง ร้อยละ 85 ของคนกลุ่มแรกที่ได้ยาราคา 2 เหรียญ 50 เซนต์ บอกว่าความเจ็บปวดลดลงมาก ส่วนกลุ่มหลังมีเพียงร้อยละ 61 ที่เจ็บน้อยลง

หลังจากการทดลองก็มีการเปิดเผยว่าแท้จริงแล้วยาที่ให้แก่อาสาสมัครทั้งหมดนั้นเป็น “ยาปลอม” การทดลองดังกล่าวจึงชี้ว่า นอกจากความเชื่อจะมีผลต่อการลดความเจ็บปวดแล้ว ราคาของยาก็มีผลต่อความคาดหวังและประสิทธิภาพด้วย ยายิ่งมีราคาแพง ความคาดหวัง หรือความเชื่อถือก็ยิ่งสูง จึงช่วยลดความเจ็บปวดได้มากขึ้น

ศรัทธาหรือความเชื่อนั้นมีผลต่อการระงับปวด แต่ศรัทธาไม่ใช่สิ่งเดียวที่จะช่วยเราได้ สมาธิก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่บรรเทาปวดได้ดี มีผู้ป่วยมะเร็งหลายคนที่สงบนิ่งได้โดยไม่ใช้ยาเลยแม้ถูกความเจ็บปวดบีบคั้นรุนแรง เนื่องจากมีสมาธิอยู่กับลมหายใจ

อีกรายหนึ่งที่น่าทึ่งมาก ตอนที่ผ่าตัดเปลี่ยนไตนั้น เธอแพ้ยาแก้ปวดจนอาเจียน แผลระบม หมอไม่รู้จะทำอย่างไร แต่พอเธอได้สติก็ขอพาราเซตามอลเม็ดเดียว จากนั้นก็ตั้งสมาธิจดจ่ออยู่กับลมหายใจ จนหลับไป ระหว่างที่หมอผ่าตัด เธอไม่ส่งเสียงร้องเจ็บเลยแม้แต่ครั้งเดียว

แม้ธรรมชาติจะให้ความเจ็บปวดมาพร้อมกับร่างกายนี้ แต่นั้นมิใช่เป็นเคราะห์กรรมของมนุษย์ เพราะในเวลาเดียวกันธรรมชาติก็ให้ใจแก่เราเพื่อรับมือกับความเจ็บปวดและเอาชนะเคราะห์กรรมทั้งหลายด้วย


เอกสารอ้างอิง : พระไพศาล วิสาโล. ธรรมะสำหรับผู้ป่วย. กรุงเทพมหานคร : เครือข่ายพุทธิกา, 2554.





---------------------------------------------------------




Link ที่น่าสนใจ :




visalo.org รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล

ธรรมบรรยาย และธรรมนิพนธ์ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)





Download E-book ของพระไพศาล วิสาโล

Download E-Book หลักชีวิต หลักชาวพุทธ (พระไพศาล วิสาโล)

Download E-Book ความฉลาดในการรับมือกับเหตุการณ์แย่ ๆ (พระไพศาล วิสาโล)

Download E-Book ก่อนวันผลัดใบ หนังสือแสดงเจตนาการจากไปในวาระสุดท้าย (พระไพศาล วิสาโล แสดงพระธรรมเทศนา เรื่อง การช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้ายด้วยวิธีแบบพุทธ)

Download E-Book เปิดใจรับความสุข (พระไพศาล วิสาโล) (PDF)

Download E-Book รักษาใจยามป่วยไข้ (พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)) (PDF)

Download E-Book กายหายไข้ ใจหายทุกข์ (พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)) (PDF)

Download E-Book ภูมิธรรมชาวพุทธ (พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)) (PDF)

วัดญาณเวศกวัน

การรักษาศีล 5

พระคาถาโพชฌังคปริตร

พระคาถาสักกัตตะวา : คาถาปัองกันและรักษาโรคมะเร็ง

ธรรมะสำหรับผู้รักษาคนเจ็บไข้

ธรรมะสำหรับคนเจ็บไข้และญาติ

ธรรมะสำหรับรับมือกับความพลัดพราก

ธรรมะสำหรับรับมือกับมะเร็ง





---------------------------------------------------------







หลวงพ่อชา สมาทานศีล 5







หลวงพ่อชา สอนการทำสมาธิ







พระธรรมเทศนาของพระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร







หลวงพ่อจรัญสอนกรรมฐาน ตอนที่ 1/9







หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ สอนกรรมฐาน 40 ตอนที่ 1







หลวงพ่อพุธ ฐานิโย สอนกรรมฐาน







ฉลาดเผชิญทุกข์ 1/2 (พระไพศาล วิสาโล)







ฉลาดเผชิญทุกข์ 2/2 (พระไพศาล วิสาโล)







มองเป็นก็เห็นสุข 1/3 (พระไพศาล วิสาโล)







มองเป็นก็เห็นสุข 2/3 (พระไพศาล วิสาโล)







มองเป็นก็เห็นสุข 3/3 (พระไพศาล วิสาโล)






---------------------------------------------------------




 

Create Date : 16 ตุลาคม 2554    
Last Update : 12 ธันวาคม 2555 7:36:28 น.
Counter : 1639 Pageviews.  

คู่มือ…คนเจ็บไข้

พระสุธรรมเมธี (บันลือ สุขธรรม) (ผู้เรียบเรียง) (2554 : 5-8) แสดงพระธรรมเทศนาว่า

ความเจ็บไข้นี้เป็นธรรมดา ย่อมมีเกิดขึ้นแก่คนทุกคน คนเราเมื่อเกิดมาแล้ว จะต้องเจ็บไข้ไม่มากก็น้อยในวันใดวันหนึ่ง ไม่มีใครจะล่วงพ้นจากความเจ็บไข้ไปได้ แม้จะเป็นพระราชามหากษัตริย์ หรือเป็นมหายักษ์ มหาโจร หรือ บัณฑิต เด็กหรือผู้ใหญ่ หนุ่มสาว เฒ่าแก่อย่างไร ก็ไม่สามารถจะหนีความเจ็บนี้ไปได้เลยจึงเรียกว่า ทุกคนมีความเจ็บเป็นธรรมดา




หน้าที่อันคนเจ็บไข้พึงปฏิบัติ 9 ประการ

ประการที่ 1 เมื่อเจ็บไข้แม้จะเป็นเล็กน้อย หรือมากควรจะรีบรักษาทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้เพราะอาจลุกลามทำให้เป็นมากได้

ประการที่ 2 ต้องเล่าอาการทุกอย่างให้หมอฟังโดยละเอียดอย่างไม่ปิดบังอำพราง เพื่อที่หมอจะได้วินิจฉัยโรคนั้นได้อย่างถูกต้องและให้ยาถูก

ประการที่ 3 หมั่นปฏิบัติตามคำสั่งของหมอโดยเคร่งครัด หมอสั่งให้เรากินยาเวลาไหนบ้าง สั่งให้กินอาหารอะไรได้ และอะไรกินไม่ได้บ้าง ตลอดจนให้เราปฏิบัติร่างกายอย่างไร หรือให้เราพักผ่อนอย่างไร

ประการที่ 4 คอยสังเกตอาการของโรคภายในตัวของเราว่า เมื่อเราได้ปฏิบัติอย่างนั้นแล้ว ความเจ็บค่อยทุเลาลงหรือหนักขึ้น ตลอดจนอุจจาระหรือปัสสาวะที่ถ่ายออกมานั้นเป็นอย่างไร

ประการที่ 5 สร้างอารมณ์ให้ดี
คนเจ็บต้องพยายามสร้างอารมณ์ให้เป็นคนที่ใจดีที่สุด ต้องไม่ให้เกิดความโกรธหรือความเศร้าใจเสียใจอย่างใด ๆ ได้ แม้กำลังมีธุระจำเป็นอะไรที่จำต้องติดต่อกับใคร ก็จงตัดใจพิจารณาให้เห็นว่า...รถยนต์เมื่อดีก็ใช้งาน เมื่อเสียแล้วก็ถึงเวลาเข้าอู่ซ่อม เขาหยุดใช้...ฉันใด
ร่างกายเรานี้ก็เหมือนกัน เวลาดี ๆ นั้นเราก็ใช้ให้ทำโน่นทำนี่ตลอดเวลา บัดนี้ถึงเวลาเจ็บแล้ว ต้องยอมเจ็บและหยุดพักรักษาตัวเราเสียก่อนจนหาย แล้วจะทำอะไรต่อไป...ฉันนั้น

ประการที่ 6 รักษาใจตนเอง และเข้าใจหมอและพยาบาล
จงพยายามพูดกับหมอหรือพยาบาล และคนอื่น ๆ เป็นอย่างดีด้วยวาจาอ่อนโยน สุภาพเรียบร้อย และเข้าใจถึงความปรารถนาดีของหมอ พยาบาล และพ่อแม่พี่น้อง ญาติผู้เฝ้าและมาเยี่ยมไข้

จงนึกอยู่เสมอว่า... คนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีพระคุณยิ่งต่อเราทุกคน ถ้าหากเขาไม่ช่วยกันรักษาพยาบาลเรา เราก็จะต้องตายเปล่า เพราะว่าเวลานี้เราทำอะไรไม่ได้ แม้แต่จะลุกเองก็ยังลำบาก

ประการที่ 7 มีขันติธรรมเป็นหลักประจำใจ
แม้จะมีความเจ็บปวดอย่างไร ก็ต้องมีขันติธรรม ความอดทนเป็นหลักประจำใจ กัดฟันอดทนไม่ร้องครวญครางให้คนข้าง ๆ เขารำคาญ เพราะจะไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลย นอกจากจะทำให้เราเป็นคนอ่อนแอ และมีความทุกข์ใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้ความเจ็บนั้นกำเริบมากขึ้น และทำให้รักษาหายยากหรือช้าลง จงพยายามคิดให้เห็นตามหลักธรรมว่า...เรามีความเจ็บเป็นธรรมดา ไม่มีใครล่วงพ้นความเจ็บไปได้

ประการที่ 8 พิจารณาให้เห็นความจริงของชีวิตว่า
ร่างกายของเรานี้เป็นรังแห่งโรค ต้องเสียดแทงเจ็บปวดเปื่อยเน่าอยู่เป็นนิจ ไม่ใช่ตัวตนของเรา เป็นเพียงของที่เราอาศัยอยู่ชั่วคราวเท่านั้น เหมือนกับของที่เราขอยืมเขามาใช้ เมื่อถึงกำหนดก็ต้องส่งคืนเขา

ประการที่ 9 พิจารณาให้รู้ว่าความเจ็บเป็นตัวทุกข์ เป็นสิ่งที่ต้องกำหนดรู้อย่างเดียวเท่านั้น

ความเจ็บเป็นครูของเราอย่างดีที่สุด ไม่มีครูอะไรจะสอนเราได้ดีกว่าความเจ็บ

กฎธรรมดามีอยู่ว่า...
“สิ่งทั้งปวง ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา”
นี้เป็นกฎตายตัว...
ไม่มีการผัดผ่อนหรือเปลี่ยนแปลงอีก
ไม่ว่าโลกนี้หรือโลกไหน ๆ
ล้วนจะต้องตกอยู่ในกฎธรรมดานี้...ทั้งสิ้น


--------------------
เรียบเรียงโดย : พระสุธรรมเมธี (บันลือ สุขธรรม)
(จากหนังสือชุด หน้าที่คนเจ็บไข้ จัดพิมพ์โดยธรรมสภา)


เอกสารอ้างอิง : ธรรมสภา. คู่มือเยี่ยมไข้. กรุงเทพมหานคร : ธรรมสภา สถาบันบันลือธรรม, 2554.






 

Create Date : 02 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 16 กรกฎาคม 2554 20:31:38 น.
Counter : 456 Pageviews.  

ธรรมะสำหรับคนเจ็บไข้

ธรรมะสำหรับคนเจ็บไข้
ธรรมะสำหรับมองให้เห็นสิ่งทั้งปวงว่าเป็นเช่นนั้นเอง
พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ)




อารัมภกถา

อาตมาเห็นว่า หัวใจของพระพุทธวจนะทั้งหมดนั้น จะมีประโยชน์แก่ความเจ็บไข้ จึงอยากจะมาพูดกันสักหน่อย ด้วยเรื่องหัวใจของพระพุทธวจนะ โดยคิดว่าก็ทราบอยู่แล้ว แต่อาจจะลืมไปก็ได้ เพราะความเจ็บไข้ครอบงำ อาจจะเฟือนไปก็ได้ จึงอยากจะมาพูดด้วยเรื่องนี้ เพื่อเป็นการซักซ้อมที่มีประโยชน์ที่สุดในเวลาเช่นนี้

หัวใจพุทธศาสนาต่อการเจ็บไข้

หัวใจของพระพุทธศาสนา หรือพุทธวจนะนั้น อาจจะกล่าวได้หลาย ๆ อย่าง แต่ที่เห็นวาถูกต้องที่สุดก็คือ คำกล่าวสั้น ๆ ว่า “สิ่งทั้งปวงเป็นเช่นนั้นเอง” ซึ่งโดยบาลีก็คือคำว่า “ตถตา” อาตมายังจำได้ว่า ได้เคยพูดกันถึงเรื่องนี้เมื่อนานมาแล้ว ลองรำลึกดูว่าได้พูดอย่างไร ?

สิ่งทั้งปวงเป็นเช่นนั้นเอง

ตถตา ว่า เช่นนั้นเอง เช่นนั้นเอง ทุกสิ่งเป็นเช่นนั้นเอง ทั้งสิ่งที่มีเหตุ มีปัจจัย หรือสังขารทั้งปวง มันก็เป็นเช่นนั้นเองตามแบบของสังขาร แม้สิ่งที่มิใช่สังขาร แต่เป็นวิสังขาร เป็นอสังขะตะ มันก็มีความเป็นเช่นนั้นเองตามแบบของวิสังขาร

ถ้าเราเห็นความเป็นเช่นนั้นเอง จะเป็นอย่างไร ? ข้อนี้เคยพูดกันแล้ว เพียงแต่ย้อนระลึกนึกถึงใจความเหล่านั้นก็ควรจะพอ

ทุกสิ่งเกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ดับไป

ทบทวนกันได้ง่าย ๆ สั้น ๆ ว่า พวกที่มีเหตุ มีปัจจัย สังขาร ที่มีเหตุ มีปัจจัย มันก็มีการเกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ดับไป การเกิดขึ้นก็เป็นเช่นนั้นเอง การตั้งอยู่ก็เป็นเช่นนั้นเอง การดับไปก็เป็นเช่นนั้นเอง ดังนั้น ความเกิดก็คือความเป็นเช่นนั้นเอง ความแก่ชรามันก็เป็นเช่นนั้นเอง ความเจ็บไข้ก็เป็นเช่นนั้นเอง กระทั่งความตายก็เป็นเช่นนั้นเอง

ความเจ็บไข้กับเช่นนั้นเอง

ขอให้ดูให้ดี จนรู้สึกในความจริงข้อนี้ ว่าการที่เราอยู่สบาย มันก็คือเช่นนั้นเอง การที่เราต้องเจ็บไข้มันก็เช่นนั้นเอง ถ้าหายมันก็คือความเป็นเช่นนั้นเอง คือ มีปัจจัยที่ถูกต้อง ถ้าไม่หายมันก็เช่นนั้นเอง เพราะมันมีปัจจัยที่ไม่ถูกต้อง ถ้าสมมติว่าจะต้องตายมันก็คือเช่นนั้นเอง ถ้าไม่ตายมันก็คือเช่นนั้นเอง

ดังนี้ ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นเรื่องของเช่นนั้นเอง เป็นความเป็นเช่นนั้นเองของสังขารทั้งหลายทั้งปวง

เราจักพ้นเกิด-แก่-เจ็บ-ตาย ได้อย่างไร ?

แต่พระองค์ได้ตรัสว่า "ถ้าได้อาศัยพระองค์มาเป็นกัลยาณมิตรแล้ว พวกสัตว์ที่มีความเกิดเป็นธรรมดา ก็จะพ้นจากความเกิด ที่มีความแก่เป็นธรรมดา ก็จะพ้นจากความแก่ ที่มีความตายเป็นธรรมดา ก็จะพ้นจากความตาย"



ข้อนี้หมายความว่าอย่างไร ? ข้อนี้หมายความว่า เมื่อเราได้อาศัยพระพุทธองค์เป็นกัลยาณมิตรแล้ว ก็คือได้ฟังพระธรรมของพระองค์ ได้เข้าใจในธรรมของพระองค์ จนกระทั้งเห็นธรรมะสูงสุด ที่เป็นเช่นนั้นเองสูงสุด คือ ความไม่มีตัวตน ความไม่มีของตน มีแต่ธรรมชาติแห่งความเป็นเช่นนั้นเอง ทุกอย่างเป็นเช่นนั้นเอง ไม่มีความหมายแห่งตัวตนของมันเลย

ให้มองเป็นความเป็นอนัตตา

เมื่อมองเห็นความเป็นอนัตตา ไม่มีสิ่งที่ควรถือว่าเป็นตัวตน สิ่งทั้งหลายที่มีอยู่ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล มันจึงไม่มีใครเกิด ไม่มีใครแก่ ไม่มีใครเจ็บ ไม่มีใครตาย มีแต่สังขารทั้งหลายเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยของมันเท่านั้น

นี่เรียกว่าเห็นความเป็นเช่นนั้นเองของสังขารทั้งปวง ไม่มีสัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา มีแต่สังขารทั้งหลายปรุงแต่งไปตามกฎของอิทัปปัจจยตา กฎอิทัปปัจจยตาบันดาลให้สังขารเป็นไป เรามาสมมติเอาอาการนั้น ๆ ว่าเป็นความเกิดบ้าง ถ้าหลงในสมมตินี้ก็จะต้องเป็นทุกข์เพราะความเกิด แก่ เจ็บ ตาย

สังขารเป็นไปตามกฎของธรรมชาติ

เมื่อได้อาศัยพระพุทธองค์เป็นกัลยาณมิตร เห็นความจริงแล้ว ก็เห็นว่าไม่มีใคร ๆ ไม่มีสัตว์ บุคคลใด มีแต่สังขารล้วน ๆ เป็นไปตามกฎของธรรมชาติ นี้เรียกว่าเห็นความเป็นเช่นนั้นเองของสิ่งที่เป็นสังขาร คือ มีเหตุ มีปัจจัย ปรุงแต่งไปตามธรรมชาติ

ทีนี้มาดูพวกที่ไม่มีเหตุ ไม่มีปัจจัย เป็นธรรมะประเภทอสังขตธรรม อสังขตธรรม ไม่มีเหตุปัจจัยปรุงแต่ง พวกนี้ไม่เป็นเหตุ ไม่เป็นผลของอะไร มีแต่สภาพเช่นนั้นเองของธรรมะส่วนนื้ซึ่งเรียกว่า “วิสังขาร” เป็นที่ดับแห่งสังขารทั้งปวง เราเรียกกันโดยภาษาธรรมดา ๆ ว่า “พระนิพพาน” ธรรมประเภทนี้ว่างจากการปรุงแต่ง จึงว่างจากความเกิด แก่ เจ็บ ตาย

ภาวะแห่งการไม่ปรุงแต่ง

แม้ว่าสังขารทั้งหลายจะมีความเกิด แก่ เจ็บ ตาย ถ้าบุคคลมองเห็นวิสังขาร หรือภาวะแห่งการไม่ปรุงแต่งแล้ว สิ่งที่มีการปรุงแต่ง ก็หมดความหมายไปเอง เพราะว่ามันว่างจากสิ่งที่เป็นตัวเป็นตน เป็นสัตว์ เป็นบุคคล ให้พิจารณาดูว่าในที่ทุกแห่งไม่มีอะไรที่เป็นตัวเป็นตน ที่เกิดเป็นตัวเป็นตนขึ้นมาก็เพราะเราเข้าใจเอาเอง เราสมมติกันเอง เพราะเราไม่รู้

เมื่อได้อาศัยพระพุทธองค์เป็นกัลยาณมิตร จึงได้รู้ว่าสังขารทั้งปวงเป็นไปตามเหตุ ตามปัจจัย มีอาการต่าง ๆ กัน ถูกเอามาสมมติยึดถือให้เป็นเกิด เป็นแก่ เป็นเจ็บ เป็นตาย แล้วก็เข้าใจตัวเองว่าเป็นสัตว์ เป็นบุคคล เป็นเจ้าของผู้กระทำการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นต้น

ถ้าเข้าใจถึงหัวใจของพระธรรม หรือของพระพุทธวจนะแล้ว ย่อมไม่เกิดความรู้สึกว่ามีอะไรที่เป็นตัวเป็นตน ไม่มีอะไรที่น่าเอาเป็นตัวเป็นตน ไม่มีอะไรที่ควรเอาเป็นตัวเป็นตน ไม่มีอะไรที่น่าเป็น ด้วยความยึดถือว่าเราเป็น หรือใครเป็นนั่นเป็นนี่

นี่เรียกว่ามันเป็นเช่นนั้นเอง แล้วก็ไม่น่าเอา ไม่น่าเป็นมาเป็นของเรา ถ้าเห็นอย่างนี้จิตก็ไม่จับฉวยอะไร ไม่จับฉวยเอาอะไรมาเป็นตัวเป็นตน หรือเป็นของตน ไม่จับฉวยเอาความเกิด แก่ เจ็บ ตาย มาเป็นของตน ไม่มีอะไรที่จะต้องจับฉวยเอามาเป็นตัวเป็นตน ของตน และจับฉวยเอามาเป็นตัวตน ของตนก็ไม่ได้ มันทำไม่ได้ เพราะว่ามันเป็นเช่นนั้นเอง เพราะว่ามันว่างจากความเป็นตัวตนหรือของตน มันเป็นเพียงกิริยาแห่งการเปลี่ยนแปลงของสังขารที่มีการเปลี่ยนแปลง




เรามีกรรมเป็นของตน

สังขารล้วน ๆ ตามธรรมชาติ โดยกฎของธรรมชาติมันก็เปลี่ยนแปลง นี้เราเรียกว่ากิริยา แต่ถ้าจิตมันโง่ไปเอากิริยานั้นมาเป็นของตน มันก็กลายเป็นกรรม แล้วก็จะมีผลกรรมสำหรับจิตที่หลงยึดถือเช่นนั้น ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดคำกล่าวที่ว่า เรามีกรรมเป็นของตน จะต้องได้รับผลแห่งกรรมนั้น

ถ้าเราเห็นความเป็นเช่นนั้นเองเสียแล้ว มันก็ต้องไม่เป็นการทำกรรม มันเพียงการเปลี่ยนแปลงของสังขาร จึงเรียกว่าเป็นกิริยาเท่านั้น เห็นอย่างนี้แล้วก็ไม่มีปัญหา ไม่มีความทุกข์ จิตก็จะน้อมไปเพื่อพระนิพพาน อันเป็นความดับไม่มีอะไรเหลือสำหรับเวียนกลับมาเกิดอีก

สมัครใจดับไม่เหลือก็พอใจในพระนิพพาน

ทีนี้ เมื่อถึงคราวที่สังขารร่างกายนี้มันจะดับของมันเองตามธรรมชาติ ให้จิตนี้สมัครดับไม่เหลือ สมัครใจดับไม่เหลือ มีความรู้อยู่แก่ใจว่า ไม่มีสัตว์ บุคคล ตัวตน เป็นเพียงกิริยาของสังขารตามธรรมชาติ ก็จะสมัครดับไม่เหลือ หรือจะถึงกับพอใจที่จะดับไม่เหลือ คือ พอใจในพระนิพพาน

ถ้ายังเหลืออยู่ ก็มีการเวียนว่ายไปในวัฏฏสงสาร ถ้าดับไม่เหลือก็เป็นนิพพาน จึงควรจะสมัครนะ ดับไม่เหลือ อย่าให้ต้องน้อยหน้าอนาถบิณฑิกเศรษฐี เศรษฐีคนนี้ ได้ยินได้ฟังเรื่องอนัตตา เรื่องดับไม่เหลือ ในวาระสุดท้ายก็ยังเอาตัวรอดได้ ดังที่ปรากฏเรื่องในพระบาลีนั้น ๆ
นี่เราก็เป็นพุทธบริษัทมานาน เข้าใจธรรมะนี้ จึงสามารถที่จะดับไม่เหลือ โดยที่ไม่ต้องน้อยหน้ากัน โดยกระทำในใจให้ถูกต้องว่าสังขารทั้งหลายทั้งปวงมันเป็นเช่นนั้นเอง สังขารที่มีปัจจัยปรุงแต่งก็เป็นเช่นนั้นเอง ตามลักษณะของการปรุงแต่งหรือสังขาร

การปรุงแต่งนี้เราเรียกกันว่า สังขาร พวกที่เป็นสังขารก็เช่นนั้นเองไปตามแบบของสังขาร พวกที่เป็นวิสังขารมันก็เป็นเช่นนั้นเอง นั้นเองไปตามแบบของวิสังขาร จึงกล่าวได้ว่า ธรรมทั้งปวง ทั้งสังขารและวิสังขาร มันเป็นเช่นนั้นเอง

ความทุกข์ไม่เกิดขึ้นเมื่อเห็น “เช่นนั้นเอง”

ขอให้เป็นเช่นนั้นเองมาปรากฏแก่จิตใจของเราอยู่ตลอดเวลา ความทุกข์ก็ไม่อาจจะเกิดขึ้นได้ สมตามที่ตรัสว่า “ได้อาศัยพระพุทธองค์เป็นกัลยาณมิตรแล้ว พวกที่มีความเกิดเป็นธรรมดาก็พ้นจากความเกิด พวกที่มีความแก่เป็นธรรมดาก็พ้นจากความแก่ พวกที่มีความเจ็บเป็นธรรมดาก็พ้นจากความเจ็บ พวกที่มีความตายเป็นธรรมดาก็พ้นจากความตาย” ดังนี้



โดยปกติเราก็มองเห็นข้อนี้อยู่ จิตก็ไม่ยึดมั่นถือมั่นอะไรให้เป็นทุกข์ และเมื่อถึงคราวที่สังขารร่างกายนี้มันจะดับลงไป ก็ไม่ต้องเป็นทุกข์ เห็นว่ามันเป็นเพียงกิริยา-เป็นกิริยา-เป็นกิริยา ไม่ใช่การกระทำกรรมของบุคคลผู้มีตัวตน จิตที่เห็นธรรมะแล้วไม่มีอะไรเป็นตัวตนแล้ว แม้แต่การแตกดับแห่งสังขารนี้ ก็เป็นเพียงกิริยาของธรรมชาติ

เกี่ยวกับการดับนี้ มันต้องมีแน่ จึงอยากจะให้รู้จักทำในใจว่า ถ้าจะต้องดับลงไปจริง ๆ ในเวลานี้ จะทำในใจอย่างไร ข้อนี้ได้เขียนไว้เป็นคำกลอน เอามาอ่านให้ฟังสำหรับจะระลึก เมื่อสังขารนี้จะแตกดับไปตามธรรมดาของสังขาร คำกลอนนั้นมีว่า

สิ่งปรุงแต่ง ทั้งหลาย ไม่เที่ยงหนอ
มันเกิดก่อ ตามหน้าที่ มีสังขาร
แล้วก็ดับ เป็นธรรมดา ตามอาการ
ไม่อยู่นาน มันเป็น เช่นนี้แล
สังขารกลุ่ม นี้หนอ ก็เหมือนกัน
จะสิ้นสุด ลงในวัน นี้เป็นแน่
ไม่มีใคร เกิดหรือตาย มีได้แต่
สังขารแท้ ๆ มันจะดับ โดยธรรมดา
ความสงบ มีเพราะดับ แห่งสังขาร
มันดับเย็น เป็นนิพพาน สิ้นสังสาร์
นามรูปนี้ ดับวันนี้ เป็นกิริยา
ไม่มีเชื้อ กลับมา เกิดอีกเลย


ขอให้ทบทวนในใจให้เห็นชัดอยู่เสมอไป ดังข้อความต่อไปนี้ ฟังอีกครั้งหนึ่งนะ

สิ่งปรุงแต่ง ทั้งหลาย ไม่เที่ยงหนอ
มันเกิดก่อ ตามหน้าที่ มีสังขาร
แล้วก็ดับ เป็นธรรมดา ตามอาการ
ไม่อยู่นาน มันเป็น เช่นนี้แล
สังขารกลุ่ม นี้หนอ ก็เหมือนกัน
จะสิ้นสุด ลงในวัน นี้เป็นแน่
ถึงแม้ว่ามันจะสิ้นสุดลงในวันนี้ ก็ให้ถือว่า
ไม่มีใคร เกิดหรือตาย มีได้แต่
สังขารแท้ ๆ มันจะดับ โดยธรรมดา
ความสงบ มีเพราะดับ แห่งสังขาร
มันดับเย็น เป็นนิพพาน สิ้นสังสาร์
นามรูปนี้ ดับวันนี้ เป็นกิริยา


คือถ้านามรูปนี้จะดับวันนี้ ขอให้เป็นเพียงกิริยา กิริยาไม่ใช่กรรม ไม่ใช่การกระทำที่จะมีผลใด ๆ เป็นเพียงกิริยาของธรรมชาติ ของสังขาร ที่ปรุงแต่งตามธรรมชาติ

ไม่มีเชื้อ กลับมา เกิดอีกเลย

นี่คือหัวใจของพระพุทธวจนะทั้งหมด สรุปรวมอยู่ที่ว่า ทั้งสังขารและวิสังขาร เป็นเช่นนี้เอง เมื่อมันแสดงความเป็นเช่นนี้ ก็ไม่ต้องมีปัญหา ไม่ควรจะมีปัญหา จิตปล่อยว่าง-ว่าง-หรือว่างจากความยึดถือใด ๆ โดยประการทั้งปวง

ต่อไปนี้จะสวดพระบาลีให้ฟังสักหน่อย ขอให้ตั้งใจอีกที ตั้งใจฟังให้ดี หลับตา สำรวมจิตใจ แล้วฟังให้ดี

สัพเพ สังขารา อะนิจจา สัพเพ สังขารา ทุกขา
สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ
อะถะ นิพพินทะติ ทุกเขเอสะ มัคโค วิสุทธิยา
สังขารา ปะระมา ทุกขา เตสัง วูปะสะโน สุโข
นิพพานัง ปะระมัง สุญญัง นิพพานัง ปะระมัง สุขัง
นิพพานัง ปะระมัง วะทันติ พุทธา
อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระ
ณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ
สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวา ติ
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก
เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน
ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะ
กะสังโฆ สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุ
เนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลิกะระณีโย อะนุตตะรัง
ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ
อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ สัพเพ
ปูเรนตุ สังกัปปา จันโท ปัณณะระโส ยะถา มะณิโชติระโส
ยะถา สัพพีติโย วิวัชฌันตุ สัพพะโรโค วินัสสะตุ มาเต ภวัค
วันตะราโย สุขี ทีฆายุโก ภะวะ อาภิวาทะนะอายุ วัณโณ สุขัง พะลัง


เป็นอันว่า อาตมาได้มาเยี่ยมด้วยเสียง ด้วยการกระทำนี้ สมตามความตั้งใจของอาตมาแล้ว ขอให้คุณพระสามารถดำรงจิตใจที่น้อมไปเพื่อความดับไม่เหลือ ไม่มีความทุกข์ แต่ประการใด เพราะการเห็นความเป็นเช่นนั้นเองของสิ่งทั้งปวงดังที่กล่าวมานี้ จงทุก ๆ ประการเถิด

เอกสารอ้างอิง : พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ). ธรรมะสำหรับคนเจ็บไข้. กรุงเทพมหานคร : ธรรมสภา, --






 

Create Date : 12 มิถุนายน 2554    
Last Update : 12 มิถุนายน 2554 21:27:52 น.
Counter : 725 Pageviews.  

เคล็ดลับสลัดทุกข์

พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) (2553 : 23-26) แสดงพระธรรมเทศนาว่า

เราสามารถเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนโรคให้เป็นโชคได้ โดยเคล็ดลับมีง่ายนิดเดียว คือ “มองโลกในแง่ดี” ถ้าเรามองโลกในแง่ดี แม้ในนาทีที่ทุกข์ที่สุด ก็เปลี่ยนให้เป็นสุขที่สุดได้ อาตมาภาพรู้จักผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนโรคให้เป็นโชค ผู้หญิงคนนี้ ตอนนี้กำลังมีชื่อเสียงมาก เดินสายออกรายการโทรทัศน์เป็นว่าเล่น เพราะเธอป่วยสาหัส แทบล้มประดาตาย แต่วันหนึ่ง ด้วยวิธีมองโลกในแง่ดีของเธอ เธฮจึงหายขาดจากโรคร้าย สามารถเดินสายบรรยายธรรมได้ เพราะเธอคิดว่า “ชีวิตที่เหลือนั้นกำไรแล้ว”

ตลอดเวลาที่ป่วยมานั้น เธอเหมือนคนที่ตายไปแล้วครึ่งตัว ไม่มีใครรับประกันด้วยซ้ำว่าเธอจะรอด แต่บัดนี้เธอรอดแล้ว มีความสุขมาก ผู้หญิงคนนี้ชื่อ “น้องหนู” เธอป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะสุดท้าย เมื่อตรวจพบว่าป่วยก็เป็นระยะที่สี่แล้ว แพทย์แจ้งว่า “คุณป่วยเป็นมะเร็งนะ” เมื่อเธอรับทราบเช่นนี้ เธอใจชื้นคิดว่าน่าจะเป็นแค่ช่วงเริ่มแรก เพราะเพิ่งมาตรวจ ถ้าเป็นคนอื่น อาจตัวชาคุมสติไม่ยู่ แต่น้องผู้หญิงคนนี้ยังยิ้มกับหมอได้ ทว่าเมื่อแพทย์บอกว่า “ระยะสุดท้าย” เธอถึงเริ่มเศร้า ในขณะที่คนอื่นเศร้าล่วงหน้าไปแล้วตั้งแต่แพทย์แจ้งว่า “เป็นมะเร็ง”




เมื่อกลับถึงบ้าน คนที่ป่วยหนักกว่าเธอ คือ “แม่” แม่ทรุดทันทีเมื่อทราบเรื่อง ลูกสาวถูกลูกศรแห่งความทุกข์ปักที่กาย คือ เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ส่วนแม่ถูกลูกศรแห่งความทุกข์ปักที่ใจ ป่วยหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าลูกสาว แม่บอกให้ลูกลาออกจากงาน เธอถามแม่ว่าทำไมต้องลาออก แม่บอกว่าเพราะเธอเป็นคนป่วยระยะสุดท้าย เธอจึงตัดสินใจลาออกจากงานตามคำขอของแม่

เธอนั่งอยู่บ้านคนเดียว ทุกคนในบ้านไปทำงานกันหมด อยู่บ้านได้สองอาทิตย์ เธอก็ถามตัวเองขึ้นมาว่า “เอ๊ะนี่ ฉันเป็นอะไรนะ โรคทางกายของฉันไม่เป็นอะไรเลย แค่หมอบอกว่า “เป็นมะเร็ง” แล้วฉันก็ต้องมานั่งอยู่ที่บ้าน ทั้ง ๆ ที่โรคไม่แสดงอาการอะไรเลย” เธอนั่งอยู่บ้านสองอาทิตย์ก็เริ่มรู้สึกว่า ตกลงนี่ฉันกำลังจะป่วยใช่ไหม ฉันป่วยเพราะว่าฉันเป็นมะเร็ง หรือว่าป่วยเพราะว่านั่งอยู่เฉย ๆ คนเราเมื่ออยู่เฉย ๆ ก็ฟุ้งซ่าน เธอเริ่มรู้สึกคล้ายกำลังนั่งรอความตาย ชีวิตไม่คุ้มค่าเสียเลย

วันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังนั่งคุยกับแม่ เธอบอกว่า “แม่ หนูขอไปทำงานนะ”

แม่ถามว่า “ทำไมละลูก”

เธอตอบว่า “ถ้าหนูอยู่อย่างนี้ หนูจะป่วยเอานะ”

แม่นิ่งพักหนึ่งแล้วพูดต่อว่า “ลูกเอ๋ย ก็ลูกป่วยจริง ๆ นี่นา ลูกเป็นมะเร็งนะ”

ลูกสาวจึงบอกว่า “แต่อาการมันยังไม่กำเริบเลยนี่คะแม่ นี่แม่ให้หนูรอความตายแล้วหรือคะ...” สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ แม่ไม่ให้เธอไปทำงาน ได้แต่ให้นั่งรอมะเร็งกำเริบอย่างเดียว แต่ระหว่างนั้นเธอก็คิดปรุงแต่งไปต่าง ๆ นานา “เดี๋ยวก็ต้องไปฉายคีโม เดี๋ยวเส้นผมก็ต้องร่วงหล่น เดี๋ยวก็ต้องผอม สุดท้ายก็ต้องตาย” คิดวนไปวนมาอยู่ตลอดเวลา เธอถูกทิ้งให้อยู่ในบ้านรอรับความตาย สิ่งที่มาเยือนคือความฟุ้งซ่าน จิตปรุงแต่งหนักขึ้นจนซีดตัวสั่น จิตใจไม่มั่นคง




สุดท้ายเธอจึงขอเจรจากับแม่อีกครั้ง “แม่ หนูขอไปทำงานนะคะ” แม่ถามซ้ำว่า “ทำไมอีกละ” เธอบอก “ขืนหนูอยู่อย่างนี้ หนูจะอายุสั้นกว่าที่หมอทำนายแน่ ให้หนูไปทำงานเถอะนะ” ในที่สุดแม่ก็ใจอ่อนยอมให้ไปทำงาน เมื่อเธอไปทำงานเท่านั้น เธอก็กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ จนเพื่อนร่วมงานต่างสงสัย “ตกลงเธอป่วยหรือไม่ป่วยนี่ ดูมีชีวิตชีวาจังเลย” เธอกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เหมือนเดิมทุกอย่าง จนที่ทำงานสรุปว่า “ตกลงเธอคงไม่ป่วยแล้วมั้ง สามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้แล้ว”

ผู้หญิงคนนี้บอกตัวเองว่า “เราไม่เห็นป่วยเลย ทำไมจะต้องมานอนรอความป่วยด้วยล่ะ” จึงทำงานตามปกติ แต่เมื่อทำงานไปสักพักหนึ่ง อาการก็เริ่มแสดงตัว ทำให้เธอเริ่มเรียนรู้ว่า หลังจากได้รับคำเตือน ในที่สุดความจริงก็มาเยือน เธอจึงเริ่มเรียนรู้ที่จะรับมือ เธอไปเล่าให้หัวหน้าฟังว่า “ฟี่คะ หนูไปคุยกับหมอมา โรคของหนูหนักมากเลยนะ” หัวหน้ารีบถาม “แล้วหมอว่าอย่างไรบ้าง” เธอเล่าให้หัวหน้าฟังว่า “หมอบอกว่า ถ้าหนูไม่มีโอกาสหาย หมอจะไม่มาเสียเวลานั่งคุยด้วย”

คำพูดนี้ของหมอถือว่าเป็นประโยคสำคัญมาก เพราะทำให้ผู้หญิงคนนี้ลุกขึ้นสู้ นับว่าหมอเลือกพูดกับคนไข้ได้อย่างฉลาดมาก “ถ้าไม่มีโอกาสหาย หมอจะไม่มาเสียเวลานั่งคุยกับคุณ” นี่เป็นประโยคที่มองโลกในแง่ดีอย่างยิ่ง เธอเล่าให้หัวหน้าฟังต่อว่า “พี่คะ หนูมีโอกาสหายได้ แต่หมอบอกว่าต้องฉีดยาเข็มละล้านสามเลยค่ะ เข็มละแสนหนูก็ไม่มีปัญญาจะหามาจ่าย”

ครั้งแรกที่หมอบอกว่าเข็มละแสน แม่จะเอาบ้านเข้าจำนอง เธอคุยกับแม่ว่า “แม่เอาบ้านไปจำนอง ทำไปก็สูญเปล่า เพราะอย่างไรเสีย หนูก็ตายอยู่ดี ทำไมทุกคนต้องมาลำบากเพื่อหนู แม่ไม่ต้องจำนองหรอก อยู่ไปอย่างนี้ เดี๋ยวก็ตาย”

ฟังดูคล้ายเธอกำลังสิ้นหวังและทดท้อ คล้ายเธอกำลังปล่อยให้ลูกศรแห่งความทุกข์พุ่งเข้ามาปักทั้งกายและใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไร้ปาฏิหาริย์ใช่ไหม?

แต่ปาฏิหาริย์กลับมีอยู่จริง!


เอกสารอ้างอิง : ว.วชิรเมธี. เปลี่ยนเคราะห์ให้เป็นโชค เปลี่ยนโรคให้เป็นครู (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์ปราณ พับลิชชิ่ง จำกัด, 2553.





---------------------------------------------------------




Link ที่น่าสนใจ :


เสียงธรรม พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) (Website : ฟังธรรม) : http://www.fungdham.com/sound/vorvachiramete.html


เสียงธรรม พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) (website : ธรรมะไทย) : http://www.dhammathai.org/sounds/vachiramethi.php


สถานีธรรมะ ท่าน ว.วชิรเมธี (Website : dhammatoday.com) : http://www.dhammatoday.com/


Facebook พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) : http://th-th.facebook.com/vajiramedhi


Twitter พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) : http://twitter.com/#!/vajiramedhi


ผ่าตัดความเครียด ตอนที่ 1/5 : พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) (Website : You Tube) : http://www.youtube.com/watch?v=rMQEd0A9bbE


ผ่าตัดความเครียด ตอนที่ 2/5 : พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) (Website : You Tube) : http://www.youtube.com/watch?v=_iENH4Pl32g


ผ่าตัดความเครียด ตอนที่ 3/5 : พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) (Website : You Tube) : http://www.youtube.com/watch?v=Y99bpVD4J-M


ผ่าตัดความเครียด ตอนที่ 4/5 : พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) (Website : You Tube) : http://www.youtube.com/watch?v=noD8kUKUguI


ผ่าตัดความเครียด ตอนที่ 5/5 : พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) (Website : You Tube) : http://www.youtube.com/watch?v=mJTkhESZyBA


Download E-Book : 7 สิ่งมหัศจรรย์ของชีวิต 7 หลักคิดเพื่อความสุข : พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) (Website : Dhamma Today) : http://www.dhammatoday.com/index.php?option=com_content&view=article&id=1327%3A-qq-&catid=89%3A2009-09-16-06-30-52&Itemid=61&lang=th




 

Create Date : 14 พฤษภาคม 2554    
Last Update : 16 กรกฎาคม 2554 22:34:16 น.
Counter : 598 Pageviews.  

1  2  

muansuk
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 80 คน [?]




blog counter
blog counterDiseño Web
Share on Facebook



 Follow Me on Twitter
 คลิ๊ก


 ลงนามสมุดเยี่ยม muansuk blog ครับ คลิ๊ก




“ทาน ศีล ภาวนา ธรรมทั้ง 3 นี้
เป็นรากแก้วของความเป็นมนุษย์
และเป็นรากเหง้าของพระศาสนา”

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต




“ถ้าเรารู้เรื่องธรรมดาของโลก และรู้จักความเป็นจริงของธรรมแล้ว
เราก็จะไม่ต้องมีความยุ่งยากในการเป็นอยู่
เรื่องภายนอกนั้น ถึงเราจะศึกษาให้มีความรู้สักเท่าไรๆ
ก็ไม่ทำให้เราพ้นจากทุกข์ได้
สู้การเรียนรู้จิตใจของตนอยู่ภายในวงแคบๆ นี้ไม่ได้”

ท่านพ่อลี ธมฺมธโร




“… อย่าไปอยากรู้เรื่องของคนอื่นมันเป็นทุกข์
ให้สนใจเรื่องของตัวเอง
คือเรื่องของกายกับใจ
ดูให้มันชัด …”

หลวงปู่เพียร วิริโย




“… สิ่งใดมันล่วงไปแล้ว สิ่งนั้นมันก็ล่วงไปแล้ว หมดไปแล้ว
ไม่ควรเอามาคิด มาติดอยู่ในใจ ละทิ้งให้หมด
ส่วนว่าอารมณ์อันเป็นอนาคตกาล
ดีร้ายประการใด ทั้งทางโลก และทางธรรม
สิ่งนั้นก็ยังอยู่ข้างหน้า คือยังไม่มาถึง
เวลาปัจจุบัน คือ เป็นเวลาเรานั่งภาวนา ฟังธรรม
สงบกาย สงบวาจา สงบจิต สงบใจ อยู่นี้แหละ
เป็นธรรมะปัจจุบัน ให้ระลึกภาวนาทุกลมหายใจเข้าออก...”

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร




“... ให้รักษาศีล
ให้รู้จักพิจารณา เกิด แก่ เจ็บ ตาย
รู้จักแก้ไขจิตของตน ... ”

หลวงปู่จาม มหาปุณฺโญ





หลวงพ่อชา สุภทฺโท : ปล่อยวาง 1





พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร : ธรรมสู่ใจ





หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ : ไม่ยอมละ





ดาวน์โหลดหนังสือธรรมะ (Download E-Book) :

ดาวน์โหลด (Download): หนังสือมุตโตทัย-อาจาโรวาท โดย หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร (PDF) (9.25 MB) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): หนังสือหลวงปู่ฝากไว้ บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนาของหลวงปู่ดูลย์ อตุโล (โดย พระโพธินันทมุนี) (PDF) (625 KB) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): หนังสือธรรมธาตุ โดยหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน (PDF) (13.38) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): หนังสือชาติสุดท้าย (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน) (PDF) (6.97) คลิ๊ก  ดาวน์โหลด (Download): หนังสือพ่อแม่ครูอาจารย์ ชีวประวัติ คติธรรม และปฏิปทา พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว  ญาณสัมปันโน (PDF) (12.82 MB) คลิ๊ก
ดาวน์โหลด (Download): หนังสือปฏิปทาของพระธุดงคกรรมฐาน สายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต (ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน) (PDF) (14.68 MB) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): หนังสือไม่มาเกิดมาตายเรียกว่าชาติสุดท้าย (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน) (PDF) (4.72 MB) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): หนังสือหลวงตา พระผู้สืบสานอริยวงศ์  รวบรวมโดยคณะศิษยานุศิษย์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน (PDF) (50.51 MB) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): หนังสือกายคตาสติ โดยหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน (PDF) (10.8 MB) คลิ๊ก
 ดาวน์โหลด (Download): หนังสือธรรมปกครองใจ โดยหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน และหลวงปู่จันทร์ศรี  จันททีโป (PDF) (11.47 MB) คลิ๊ก  ดาวน์โหลด (Download): หนังสือปัญญาอบรมสมาธิ โดยท่านอาจารย์พระมหาบัว  ญาณสัมปันโน (PDF) (1.29 MB) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): หลวงตานิพพาน (พิธีพระราชทานเพลิงถวายสรีระสังขารหลวงตามหาบัวญาณสมฺปนฺโน) (PDF) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): หนังสือธรรมะทะลุโลก โดยท่านพ่อลี ธมฺมธโร (PDF) (3.18 MB) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): หนังสือท่านพ่อลี ธมฺมธโร พระอริยเจ้าผู้มีพลังแก่กล้า (PDF) (30.21 MB) คลิ๊ก
ดาวน์โหลด (Download): หลวงปู่เล่าเรื่อง (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ) (PDF) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): หนังสือธรรม...ย้ำเตือน  โดยหลวงปู่เพียร  วิริโย (PDF) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): หนังสือธรรมพระเพียร  วิริโย เป็นเพชรน้ำหนึ่งเพราะความพากเพียร (หลวงตาพระมหาบัว  ญาณสัมปันโน) (PDF) (8.68 MB) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): หนังสือธรรมพเนจร (หลวงปู่จันทา  ถาวโร) (PDF) (30.39 MB) คลิ๊ก Download หนังสือหลวงปู่เจี๊ยะ  จุนฺโท  พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ริ้วห่อทอง (PDF) (13.58 MB) คลิ๊ก
Download หนังสือพระธรรมเทศนา หลวงพ่อชา สุภัทโท (PDF) คลิ๊ก Download หนังสือสุภัททานุสรณ์ ชุด..จาริกสู่ประเทศอังกฤษ (PDF) (21.06 MB) คลิ๊ก Download หนังสือธรรมะหลวงปู่หล้า เขมปัตโต (PDF) (8.5MB) คลิ๊ก Download หนังสือสันติธมฺโมบูชา โดยหลวงปู่ฟัก สันติธมฺโม (PDF) (37.97 MB) คลิ๊ก Download หนังสือหนีนรก โดยหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ (PDF) คลิ๊ก
Download หนังสือสังโยชน์ 10 โดยหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ (PDF) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download):  หนังสือวัดป่าบ้านตาด (PDF) (10.72 MB) ( คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download):  หนังสือเศรษฐีธรรม (หลวงปู่ลี กุสลธโร) (PDF) (6.83 MB) ( คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download):  หนังสือชีวิตนี้น้อยนัก โดยสมเด็จพระญาณสังวร (PDF) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download):  หนังสือทำอย่างไรจะหายโกรธ โดยพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) (PDF) คลิ๊ก
ดาวน์โหลด (Download):  หนังสือภูมิธรรมชาวพุทธ โดยพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) (PDF) คลิ๊ก  ดาวน์โหลด (Download): หนังสือพระหลวงตา (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) (PDF) (7.98 MB)  คลิ๊ก  ดาวน์โหลด (Download):  หนังสือจิตตวิชา หลักความรู้แจ้งทางจิตต์ (พระอาจารย์ลี ธมฺมธโร) (PDF) (3.97 MB) คลิ๊ก Download หนังสือเปิดใจรับความสุข โดยพระไพศาล  วิสาโล (PDF) คลิ๊ก Download E-Book ว.วชิรเมธี คลิ๊ก




ดาวน์โหลดหนังสือธรรมะ โครงการบูรพาจารย์ (Download E-Book) :

ดาวน์โหลด (Download):  หนังสือหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ประวัติ ข้อวัตร และปฏิปทา (โครงการหนังสือบูรพาจารย์ เล่ม 1) (PDF) (12.5 MB) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download):   หนังสือหลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม พระอรหันต์ผู้มีฤทธิ์ในยุคปัจจุบัน (โครงการหนังสือบูรพาจารย์ เล่ม 2)  (PDF) (15.77 MB) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download):  หนังสือหลวงปู่แหวน สุจิณโณ (โครงการหนังสือบูรพาจารย์ เล่ม 3) (PDF) (19.12 MB) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): หนังสือหลวงปู่ขาว อนาลโย (โครงการหนังสือบูรพาจารย์ เล่ม 4) (PDF) (12.53 MB) คลิ๊ก
ดาวน์โหลด (Download): หนังสือพระครูวิเวกพุทธกิจ หลวงปู่ใหญ่เสาร์ กนฺตสีโล พระปรมาจารย์ใหญ่ฝ่ายพระกรรมฐาน (โครงการหนังสือบูรพาจารย์ เล่ม 5) (PDF) (12.13 MB) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): หนังสือพระกรรมฐานสู่ล้านนา (ตอน 1) (โครงการหนังสือบูรพาจารย์ เล่ม 6) (PDF) (24.41 MB) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): หนังสือพระกรรมฐานสู่ล้านนา (ตอน 2) (โครงการหนังสือบูรพาจารย์ เล่ม 7) (PDF) (43.49 MB) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): หนังสือหลวงปู่หลุย จนฺทสาโร (โครงการหนังสือบูรพาจารย์ เล่ม 8) (PDF) (70.26 MB) คลิ๊ก
ดาวน์โหลด (Download): หนังสือหลวงปู่ชอบ ฐานสโม (โครงการหนังสือบูรพาจารย์ เล่ม 9) (PDF) (10.17 MB) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี (โครงการหนังสือบูรพาจารย์ เล่ม 10) (PDF) (10.17 MB) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): หนังสือหลวงปู่ฝั้น อาจาโร (โครงการหนังสือบูรพาจารย์ เล่ม 11).pdf (PDF) (14.3 MB) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร (โครงการหนังสือบูรพาจารย์ เล่ม 12).pdf (PDF) (13.41 MB) คลิ๊ก




ดาวน์โหลดหนังสือวิธีปฏิบัติสมาธิ วิปัสสนากัมมัฏฐาน (Download E-Book) :

ดาวน์โหลด (Download): หนังสือวิธีทำสมาธิแบบหลวงปู่มั่น โดยหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน (PDF) (1.05 MB)คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): แนวทางปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน 2 (พระอาจารย์ลี ธมฺมธโร)  (PDF) (5.75 MB) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): เรื่องของลม (ท่านพ่อลี ธมฺมธโร) (PDF) (271.99 KB) คลิ๊ก  ดาวน์โหลด (Download): หนังสือวิธีเดินจงกรมภาวนา-นั่งสมาธิภาวนา โดยหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน (PDF) (9.18 MB) คลิ๊ก




ดาวน์โหลดหนังสือธรรมะ สำหรับผู้ป่วย, ญาติ และผู้รักษา (Download E-Book) :

ดาวน์โหลด (Download):  หนังสือธรรมะสำหรับผู้ป่วย โดยพระไพศาล  วิสาโล (PDF) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download):  หนังสือกายหายไข้ ใจหายทุกข์ โดยพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) (PDF) คลิ๊ก
Download หนังสือรักษาใจยามป่วยไข้ โดยพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) (PDF) คลิ๊ก Download หนังสือโพชฌงค์ พุทธวิธีเสริมสุขภาพ โดยพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) (PDF) คลิ๊ก Download หนังสือนึกถึงความตายสบายนัก โดยพระไพศาล  วิสาโล (PDF) คลิ๊ก




ดาวน์โหลดหนังสือพระไตรปิฎก :

Download หนังสืออริยวินัย (PDF) (9.27 MB) คลิ๊ก




ดาวน์โหลดหนังสือธรรมะทั่วไป (Download E-Book) :

Download หนังสืออริยวินัย (PDF) (9.27 MB) คลิ๊ก








Google

 ศีลและกรรมบถ คลิ๊ก
 พระธรรมเทศนาของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี คลิ๊ก  ธรรมบรรยาย และธรรมนิพนธ์ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) วัดญาณเวศกวัน คลิ๊ก
 รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล คลิ๊ก  วัดสังฆทาน จ.นนทบุรี (หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ) : วัดที่รักษาโรคมะเร็ง คลิ๊ก



 กำลังใจสู้มะเร็ง คลิ๊ก  การดูแลสภาพจิตใจผู้ป่วยมะเร็ง คลิ๊ก





ดาวน์โหลด (Download): วารสาร นิตยสาร และสถิติ ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง:

ดาวน์โหลด (Download) : วารสารมะเร็งวิวัฒน์ ปีที่ 18, ฉบับที่ 1 ปี 2555 (PDF) คลิ๊ก
ดาวน์โหลด (Download) : วารสารมะเร็งวิวัฒน์ ปีที่ 17, ฉบับที่ 1 ปี 2554 (PDF) คลิ๊ก
ดาวน์โหลด (Download) : หนังสือ Cancer in Thailand Volume.5, 2001-2003 (PDF) คลิ๊ก





ดาวน์โหลด (Download): เอกสาร, คู่มือมะเร็ง และที่เกี่ยวข้อง:

ดาวน์โหลด (Download) :  หนังสือ, เอกสาร และคู่มือ เกี่ยวกับมะเร็ง ที่น่าสนใจ (PDF) คลิ๊ก
ดาวน์โหลด (Download) : เอกสาร และคู่มือเกี่ยวกับเคมีบำบัด (PDF) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download) : เอกสาร และคู่มือเกี่ยวกับรังสีรักษา, การดูแลตนเองของผู้ป่วยที่ได้รับรังสีรักษา และอื่น ๆ (PDF) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download) : เอกสาร และคู่มือควบคุมอาการปวดสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งและครอบครัว, อาการปวดจากโรคมะเร็ง (PDF) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download) :  เอกสาร และคู่มือการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง, การดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะสุดท้ายที่บ้าน (PDF) คลิ๊ก
ดาวน์โหลด (Download) : หนังสือ, เอกสาร และคู่มือมะเร็งปอด (PDF) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download) : หนังสือ, เอกสาร และคู่มือมะเร็งเต้านม (PDF) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download) : หนังสือ, เอกสาร และคู่มือมะเร็งเต้าตับ (PDF) คลิ๊ก
ดาวน์โหลด (Download) :  แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง (โรงพยาบาลสงฆ์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข) (PDF) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download) :  สมาธิบำบัดกับการรักษาโรคมะเร็ง (วัดคำประมง  จังหวัดสกลนคร) (PDF) คลิ๊ก
ดาวน์โหลด (Download):  แนวทางการปฏิบัติการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินด้วยอากาศยาน (PDF) คลิ๊ก




ดาวน์โหลด (Download) :  เอกสารแนวทางเวชปฏิบัติ การวินิจฉัยโรคมะเร็งปอด (2547) (กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข) (PDF) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download) :  เอกสารแนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งปอด (2549) (ศ.พญ.สุมิตรา  ทองประเสริฐ และคณะ) (PDF) คลิ๊ก





ลิงค์ (Link): เรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับมะเร็ง

ลิงค์ (Link): การตรวจวินิจฉัยวิธีใหม่ด้วย PET-CT สแกน โดย รศ.นพ.สุภัทรพร เทพมงคล คลิ๊ก ลิงค์ (Link): Bone Scan: การตรวจสแกนกระดูก (พญ.ศิริอนงค์ นามวงศ์พรหม; คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) (PDF)  คลิ๊ก ลิงค์ (Link) : การผ่าตัดมะเร็งทำให้โรคแพร่กระจายจริงหรือ (รศ.นพ.อดุลย์ รัตนวิจิตราศิลป์ : ภาควิชาศัลยศาสตร์  สาขาวิชาศัลยศาสตร์ศีรษะ คอ และเต้านม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล) คลิ๊ก
ลิงค์ (Link): ผลข้างเคียงจากยาเคมีบำบัด (สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ภาควิชารังสีวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) คลิ๊ก ลิงค์ (Link): ความรู้เกี่ยวกับรังสีรักษา การฉายรังสีและเครื่องมือทางรังสีรักษา (สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ภาควิชารังสีวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) คลิ๊ก
ลิงค์ (Link): สูตรอาหารต้านมะเร็ง (เอื้อเฟื้อโดย น.พ.สำราญ อาบสุวรรณ; ผู้หายจากมะเร็งปอดระยะสุดท้าย) : ข้อมูลจาก วัดคำประมง จังหวัดสกลนคร  คลิ๊ก


 ลิงค์ (Link): การตรวจ MRI คลิ๊ก





ลิงค์ (Link): การแพทย์ทางเลือก, การแพทย์แผนไทย และธรรมชาติบำบัด

ลิงค์ (Link): วัดคำประมง จังหวัดสกลนคร (หลวงตาปพนพัชร์  จิรธัมโม) : วัดที่รักษาโรคมะเร็ง คลิ๊ก  ลิงค์ (Link): การแพทย์ทางเลือก บีเมสส คลินิก จังหวัดนครราชสีมา (นพ.สำราญ  อาบสุวรรณ : ผู้หายจากมะเร็งปอดระยะสุดท้าย) คลิ๊ก  ลิงค์ (Link): วิถีไทยคลินิกการแพทย์แผนไทย กรุงเทพมหานคร (อาจารย์เภสัชกร มงคลศิลป์  บุญเย็น) คลิ๊ก
ลิงค์ (Link): Gerson Institute
 (รักษาตามแนวธรรมชาติบำบัด) คลิ๊ก





Link: ลิงค์ หน่วยงาน, สถาบัน, องค์กร และที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง

ลิงค์ (Link) :  สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข คลิ๊ก ลิงค์ (Link) :  สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ภาควิชารังสีวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คลิ๊ก
ลิงค์ (Link) : สถานวิทยามะเร็งศิริราช คลิ๊ก ลิงค์ (Link) : โครงการโรคมะเร็ง คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี คลิ๊ก
ลิงค์ (Link) :  วัดคำประมง จ.สกลนคร (หลวงตาปพนพัชร์  จิรธัมโม) : วัดที่รักษาโรคมะเร็ง คลิ๊ก



 http://www.cancer.gov: National Cancer Institute คลิ๊ก  http://www.eortc.be: European Organisation for Research and Treatment of Cancer คลิ๊ก  http://www.oncolink.org: OncoLink (University of Pennsylvania) มีข้อมูลข่าวสารมากมาย และได้ผ่านการคัดเลือกและตรวจสอบโดย editorial board ของ OncoLink แล้ว, มีข่าวใหม่ประจำสัปดาห์เกี่ยวกับโรคมะเร็ง, บทคัดย่อใหม่ของการวิจัยโรคมะเร็งที่ตีพิมพ์, การประชุมทางวิชาการต่าง ๆ ฯลฯ  คลิ๊ก
 http://www.iarc.fr/: The International Agency for Research on Cancer (IARC) คลิ๊ก  http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed: Pubmed เป็นเครื่องมือค้นหาฐานข้อมูล เรียกใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูล MEDLINE ซึ่งประกอบด้วยแหล่งอ้างอิง, บทคัดย่อ และบทความตัวเต็มทางวิทยาศาสตร์และชีวเวชศาสตร์ คลิ๊ก






Link: ลิงค์ หน่วยงาน, สถาบัน, องค์กรด้านการสาธารณสุข และที่เกี่ยวข้อง

 กระทรวงสาธารณสุข คลิ๊ก





 องค์การเภสัชกรรม คลิ๊ก
 กรมสุขภาพจิต คลิ๊ก

 สภากาชาดไทย คลิ๊ก



แพทยสภา คลิ๊ก ทันตแพทยสภา คลิ๊ก  สภาเทคนิคการแพทย์ คลิ๊ก  สภากายภาพบำบัด คลิ๊ก  สภาเภสัชกรรม คลิ๊ก  สภาการพยาบาล คลิ๊ก



 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) คลิ๊ก  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ (สสส.) คลิ๊ก



 สำนักงานประกันสังคม คลิ๊ก






ดาวน์โหลด (Download): กฎหมาย, ประกาศ, ระเบียบ, ข้อบังคับ, คำสั่ง

ดาวน์โหลด (Download) :  พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download) :  พระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2550 คลิ๊ก
ดาวน์โหลด (Download) :  พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2553 คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download) :  พระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ.2551 คลิ๊ก

ดาวน์โหลด (Download) : ข้อบังคับแพทยสภา คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download) : ข้อบังคับ, ประกาศ และระเบียบ ทันตแพทยสภา คลิ๊ก



ลิงค์ (Link) : ค้นหาราชกิจจานุเบกษา : ค้นหาพระบรมราชโองการ, พระราชบัญญัติ, พระราชกำหนด, พระราชกฤษฎีกา, กฎกระทรวง, ประกาศ, ระเบียบ, ข้อบังคับ และคำสั่ง คลิ๊ก





ดาวน์โหลด (Download): เอกสารข้อมูลทางการแพทย์และสาธารณสุขที่สำคัญ

ดาวน์โหลด (Download) : สิทธิผู้ป่วย คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download) : สิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download) : ใบรับรองแพทย์ คลิ๊ก





ลิงค์ (Link): การเดินทาง, แผนที่, ตารางเวลา และการส่งกลับทางอากาศ :

 การบินไทย (Thai Airways) คลิ๊ก นกแอร์ (Nok Air) คลิ๊ก  แอร์เอเชีย (Air Aisa) คลิ๊ก  บางกอกแอร์เวย์ (Bangkok Airways) คลิ๊ก  รถไฟฟ้า BTS คลิ๊ก  รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) : (รถไฟฟ้าใต้ดิน)
คลิ๊ก การรถไฟแห่งประเทศไทย : จำหน่ายตั๋วล่วงหน้า, ตารางเวลาเดินรถและราคาค่าโดยสาร, ระบบติดตามขบวนรถ  คลิ๊ก  เรียกแท็กซี่ (Taxi) คลิ๊ก


 ตรวจสอบ, คำนวณ ระยะทาง และพิมพ์แผนที่ คลิ๊ก  ตรวจสอบ, หาพิกัดดาวเทียม
 GPS คลิ๊ก  ตรวจสอบสภาพการจราจร   Near Real Time คลิ๊ก
 ตรวจสอบสถานการณ์น้ำกับ กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คลิ๊ก  ตรวจสอบเส้นทางน้ำท่วมทางหลวง โดยกรมทางหลวง คลิ๊ก  ตรวจสอบเวลาการเดินรถไฟ คลิ๊ก
 ค้นหารถประจำทาง คลิ๊ก  เส้นทางการเดินรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT คลิ๊ก  เส้นทางการเดินรถไฟฟ้า BTS คลิ๊ก
 ท่าขึ้นรถตู้ กรุงเทพ ฯ (และที่ใกล้เคียง) – ต่างจังหวัด คลิ๊ก  ค้นหาสายรถตู้ คลิ๊ก  เรือด่วนเจ้าพระยา คลิ๊ก






ลิงค์ (Link): หมายเลขโทรศัพท์, การติดต่อสื่อสาร และการขนส่ง

 YellowPages (เยลโล่เพจเจส) : ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ และอื่น ๆ คลิ๊ก

 หอพัก สกสค. (หอพักคุรุสภา) คลิ๊ก



 บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)
 คลิ๊ก  บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) คลิ๊ก  AIS คลิ๊ก  DTAC คลิ๊ก  Truemove คลิ๊ก  ไปรษณีย์ไทย : บริการด้วยใจ เชื่อมไทย เชื่อมโลก คลิ๊ก







ลิงค์ (Link): ค้นหาแผนที่


 Google Map: กูเกิ้ล แม็ฟส์ คลิ๊ก  Maps.com: แม็ฟส์ ดอท คอม คลิ๊ก



 ค้นหาค้นหาแผนที่โรงพยาบาล คลิ๊ก  ค้นหาค้นหาแผนที่โรงพยาบาล คลิ๊ก
 ค้นหาสถานีบริการ LPG คลิ๊ก  ค้นหาสถานีบริการ NGV คลิ๊ก







Facebook: เฟสบุ๊ค – เข้าระบบ, ลงทะเบียน หรือเรียนรู้เพิ่มเติม คลิ๊ก Twitter: ทวิตเตอร์ – ลงชื่อเข้าใช้งาน คลิ๊ก YouTube: ยูทูป  – เข้าใช้งาน คลิ๊ก Wikipedia: วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี คลิ๊ก ดาว์นโหลด (Download) :  Adobe Reader คลิ๊ก  Google Map: กูเกิ้ล แม็ฟส์ คลิ๊ก ดาว์นโหลด (Download) Adobe Flash Player คลิ๊ก





สมาทานศีล 5



หลวงพ่อชา สมาทานศีล 5



พุทธมนต์, พุทธคุณ ๑๐๘ นำสวดโดย หลวงพ่อจรัญ ธิตธมฺโม



ทำวัตรเช้า นำสวดโดย หลวงพ่อจรัญ ธิตธมฺโม



ทำวัตรเย็น นำสวดโดย หลวงพ่อจรัญ ธิตธมฺโม



ทำวัตรเย็น นำสวดโดย หลวงพ่ออุทัย สิริธโร



พาหุงมหากา นำสวดโดย หลวงพ่อจรัญ ธิตธมฺโม



บทสวดพระคาถาชินบัญชร



บทสวดยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก



บทสวดโพชฌังคปริตร



พระคาถาสักกัตวา



หลวงพ่อชา สอนการทำสมาธิ



หลวงพ่อจรัญสอนกรรมฐาน ตอนที่ 3/9



หลวงพ่อจรัญสอนกรรมฐาน ตอนที่ 4/9



หลวงพ่อฤๅษี ลิงดำ สอนกรรมฐาน 40 ตอนที่ 1



หลวงพ่อฤๅษี ลิงดำ สอนกรรมฐาน 40 ตอนที่ 2



หลวงพ่อฤๅษี ลิงดำ สอนกรรมฐาน 40 ตอนที่ 3



หลวงพ่อฤๅษี ลิงดำ สอนกรรมฐาน 40 ตอนที่ 4



หลวงพ่อพุธ ฐานิโย สอนกรรมฐาน









ลิงค์ (Link): ข่าวสาร, ข้อมูล, บทความเกี่ยวกับน้ำท่วม



 แจ้งขอความช่วยเหลือ (Thaiflood.com) คลิ๊ก




Thaiflood

 18 วิธีรับมือน้ำท่วม คลิ๊ก  การเตรียมการก่อนน้ำท่วม คลิ๊ก  การรับมือระหว่างน้ำท่วม คลิ๊ก
 การเตรียมการอพยพ คลิ๊ก  ข้อมูลดาวเทียมแสดงอุทกภัยประเทศไทย (ข้อมูลจาก GISTDA) คลิ๊ก  ภาพแสดงระดับความสูงต่ำของพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เพื่อการวิเคราะห์การเคลื่อนตัวของมวลน้ำ คลิ๊ก
 วิกฤตการณ์น้ำท่วมประเทศไทย 2554 (Crisis Map) คลิ๊ก  ตรวจสอบแผนที่น้ำท่วมกับ esri Thailand คลิ๊ก  สถานการณ์น้ำในเขื่อน คลิ๊ก
 ตรวจสอบเส้นทางน้ำท่วมทางหลวง โดยกรมทางหลวง คลิ๊ก  แผนที่เส้นทางหนีน้ำท่วมจาก กทม.ไป ภาคเหนือ, อีสาน คลิ๊ก  รวมข้อมูล ที่จอดรถหนีน้ำท่วม สำหรับผู้ประสบอุทกภัย คลิ๊ก
 เทคนิควาง “กระสอบทราย” สู้น้ำท่วม คลิ๊ก
 การป้องกันน้ำเข้าบ้าน และวิธีอุดปิดช่องทางน้ำเข้าบ้าน คลิ๊ก  เมื่อต้องขับรถลุยน้ำ น้ำท่วม!!! และเมื่อรถตกน้ำควรปฏิบัติอย่างไร คลิ๊ก  การทำเรืออย่างง่าย ๆ คลิ๊ก
 “ตะคริว” กับการเรียนรู้สู้ภัยน้ำท่วม คลิ๊ก  การปฏิบัติการช่วยฟื้นชีวิตขั้นพื้นฐาน (Basic Cardio Life Support : BCLS) (กรมแพทย์ทหารเรือ) คลิ๊ก  จะช่วยคนจมน้ำได้อย่างไร (ศ.พญ.วันดี วราวิทย์) คลิ๊ก


ดาวน์โหลด (Download): เอกสาร คู่มือเกี่ยวกับน้ำท่วม

ดาวน์โหลด (Download): Flood Fighting Methods (PDF) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): British Columbia Flood Plan (BC Flood Plan) (PDF) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): Fact Sheet Floods (FEMA) (PDF) คลิ๊ก
ดาวน์โหลด (Download): คู่มือรับสถานการณ์น้ำท่วม (จัดทำโดย : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) (PDF) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): คู่มือรับมือน้ำท่วมไม่ยาก (PDF) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): โรคที่มากับน้ำท่วม (PDF) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): อีกทางเลือกหนึ่งของชูชีพอย่างง่าย (สามารถทำเองได้) (PDF) คลิ๊ก
ดาวน์โหลด (Download): การใช้ถุงทรายเพื่อป้องกันน้ำท่วม (รศ.ดร.อมร  พิมานมาศ) (PDF) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): 6 แนวทางกันนํ้าท่วมเข้าบ้าน (รศ.ดร.อมร  พิมานมาศ) (PDF) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): รวมวิธีป้องกันรถจากภัยน้ำท่วม (PDF) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): “ผนึกกำลัง ร่วมใจ สู้ภัยน้ำท่วม” การเตรียมตัวเตรียมใจก่อนภัยน้ำท่วม ฉบับประชาชน (กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข) (PDF) คลิ๊ก
ดาวน์โหลด (Download): พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 (PDF) คลิ๊ก ดาวน์โหลด (Download): พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (PDF) คลิ๊ก




หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ :




 หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ คลิ๊ก  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ คลิ๊ก  หนังสือพิมพ์คมชัดลึก คลิ๊ก  หนังสือพิมพ์ข่าวสด คลิ๊ก  หนังสือพิมพ์บ้านเมือง คลิ๊ก

 TV 3 คลิ๊ก  TV 5 คลิ๊ก  TV 7 คลิ๊ก  ModerNine TV คลิ๊ก  Thai PBS คลิ๊ก



Ayutthaya Thai Flood 2011



น้ำท่วมกรุงเทพ ปี 2485 (Bangkok floods in 1942)



Nuidears Flood Control



mobile flood barrier



ถุงคลุมรถ



ข้อควรปฏิบัติขับรถช่วงน้ำท่วม



Thai PBS ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม – พบหมอรถ 1/5 (23 ต.ค.54



Thai PBS ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม – พบหมอรถ 2/5 (23 ต.ค.54



Thai PBS ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม – พบหมอรถ 3/5 (23 ต.ค.54)



Thai PBS ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม – พบหมอรถ 4/5 (23 ต.ค.54)



Thai PBS ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม – พบหมอรถ 5/5 (23 ต.ค.54)



Thai PBS ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม - พบหมอบ้าน 1/6 (22 ต.ค.54)



เพลง ประสบทุกข์ ประสบภัย ฝ่าไปด้วยกัน (ขับร้องโดย พนักงานไทยพีบีเอส



เพลงน้ำใจไทย (ขับร้องโดย แอ๊ด คาราบาว)



Friends' blogs
[Add muansuk's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.