จัดกระเป๋าเตรียมกลับไทย
เขียนบล็อกล่าสุดเมื่อเกือนกันยายน ปีที่แล้ว พอเกือนถัดไป ก็ไปหาพ่อแม่น้องที่อเมริกา กับสามี และก็แยกกันกลับ เรามาไทย สามีกลับญี่ปุ่น.

กลับไทยไปรอบที่แล้ว. เพื่อรับน้ำท่วมโดยเฉพาะ. ยังทำความสะอาดยังไม่เสร็จดี ก็กลับมาญี่ปุ่นก่อน. และก็ต้องกลับไทยอีกครั้ง


ยังไม่จบ..555. กลับไทยไป หนึ่งสัปดาห์. ก็ไปอเมริกาอีกรอบ คราวนี้ไปช่วยงานน้องสาว และแม่ผ่าตัด

มันคือ โชคชะตา

แล้วแต่มุมมอง บางคนสงสาร ที่เดินทางเยอะขนาดนี้. บางคนอิจฉา บางคนก็ว่าแปลกๆ. ทำไมแต่งงานแล้วไม่อยู่กับสามี

ถามสามีเมื่อคืน. เขาตอบแบบเศร้าๆ ก็ยอมรับตั้งแต่แรกแล้วว่า จะเป็นแบบนี้ ก่อนขอเราแต่งงาน

แล้วก็กอดเรา^^

เกือบใจอ่อนเลื่อนตั๋ว.

เดือนหน้าจะครบรอบ. 2 ปี ของการแต่งงาน เราคงไม่อยู่ แต่สามีก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร อนุญาตให้เราทำสิ่งที่เราคิดว่าจำเป็นต้องทำ ส่วนเราก็พยายามควบคุมทุกส่วนของชีวิตให้ดีเท่าที่เราจะทำได้



Create Date : 18 มกราคม 2555
Last Update : 18 มกราคม 2555 10:38:26 น.
Counter : 266 Pageviews.

0 comment
สามีในอุดมคติเป็นอย่างไร
ไม่ได้เข้ามานาน(เริ่มเขียนบล็อกทีไร ต้องพูดกับตัวเองอย่างนี้ทุกที)

เขียนบล็อกรอบนี้ที่กรุงเทพ

ลงเครื่องมาก็ทำงานๆๆๆๆ ไม่ได้หยุดซักวัน สุดสัปดาห์ก็ปาร์ตี้กับเพื่อน มาถึงแค่ 2 สัปดาห์ก็เริ่มรู้สึกเหนื่อย

ตอนอยู่ญี่ปุ่น ก็ออกแนว แม่บ๊าน..แม่บ้าน
กลับมาไทย ก็แนวทำง๊าน..ทำงาน

จริงๆ เราก็ชอบชีวิตแบบนี้นะ อยู่ญี่ปุ่นและไทย

ไอ้เรื่องเดินทางท่องเที่ยวเนี่ยมันฝังในเลือดเลย ขนาดแต่งงานแล้ว ต้องกลับไทยบ่อยๆ ปีนี้ยังแอบบินไปไต้หวันกับเซี่ยงไฮ้มาเลย..ไม่นับรวมต้นเดือนตค.ต้องไปเยี่ยมพ่อแม่ที่อเมริกากับสามี ใครจะว่าไงเราไม่สนเท่าไหร่ เราว่าชีวิตแบบนี้ดีสำหรับเรา

แต่บางทีพอคุยกับเพื่อนก็มีหวั่นไหว

วันนี้ไปคุยกับเพื่อนสนิท คนที่ไม่เห็นด้วยกับการมีครอบครัวโดยเฉพาะต่างชาติแล้วเรายังต้องทำงานงกๆๆๆ ยังต้องเดินทางอยู่บ่อยๆ


เพื่อนมองว่าชีวิตน่าสงสารมาก แบบว่าสามีเธอควรจะซัพพอร์ทเธอ ไม่ใช่ให้มาทำงานอยู่ แต่งงานแล้วควรสบายกว่าเดิม

เราเลยตอบไปว่า สามีเราก็แค่วิศวกรกินเงินเดือน ไม่ได้ร่ำรวยอะไร คนอื่นที่สามีเค้าเลี้ยงดีเขาทำบุญมาดี ส่วนเราก็ต้องทำงานรับผิดชอบตัวเองอยู่ อยากเที่ยวอยากเดินทางบ่อยๆก็ต้องหาเงินมาเอง

เพื่อนเราบอกว่าผิดปกติของสามี สามีคนอื่นๆเค้ารับผิดชอบทุกสิ่งทุกอย่างของภรรยา ส่วนสามีเรารับผิดชอบแค่บางส่วน

ไอ้บางส่วนที่ว่าคือ
-ค่ากับข้าวและค่าใช้จ่ายในบ้านที่ญี่ปุ่น
-ออกนอกบ้านสามีจ่ายหมด ค่าอาหาร ค่าเดินทาง(หากนั่งรถไฟ)
จ่ายทุกสิ่งที่เราจะต้องจ่ายในญี่ปุ่น
-เงินสะสมสำหรับเรา
-ซื้อของให้บ้าง แต่จะเป็นของหนักๆ เช่น คอมพิวเตอร์,ไอแพด

ส่วนอื่นที่เราจ่ายคือ พวกเสื้อผ้า เครื่องสำอางที่เราจะซื้อเอง หรือค่ากาแฟเวลาเราออกไปข้างนอกคนเดียว เราไม่เคยเอาเงินสามีมาซื้อ และที่จ่ายเองเป็นประจำคือค่าตั๋วเครื่องบินและค่าเดินทางท่องเที่ยว ตปท.(ซึ่งส่วนใหญ่เราไปคนเดียว)

ฟังเพื่อนพูดแล้วก็สงสารสามี ที่เพื่อนบอกสามีเราไม่ใช่สามีที่ดี เพราะไม่ได้ซัพพอร์ทเรา สามีเราโชคดี ได้ภรรยาที่ดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องมานั่งรับผิดชอบเรา
(ปกติภรรยาคนอื่นๆนี่เค้าไม่รับผิดชอบตัวเองกันหรอคะ)

เราไม่อยากเถียง เดี๋ยวแรง ก็อธิบายไป ว่าฉันมันคนไม่มีบุญเหมือนคนอื่นๆเลยต้องทำงานอยู่ (ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยคิดนี่นา ว่าแต่งงานแล้วจะให้สามีเลี้ยง)
เราอธิบายเหตุผล เพื่อนก็บอก มันเป็นแค่มุมมองของเรา แต่คนอื่นๆเค้ามองว่าไม่ปกติ

เราก็บอกว่าเราเองก็เป็นภรรยาที่ไม่ปกติ ไม่ใช่ภรรยาที่ดี เดินทางเป็นนิจ ..เจ๊ากัน


เฮ้อ...ไม่รู้ว่า จริงๆ สามีคนอื่นๆ เป็นไงกันบ้าง





Create Date : 14 กันยายน 2554
Last Update : 14 กันยายน 2554 1:52:54 น.
Counter : 330 Pageviews.

8 comment
เมื่อเจ้านายสามีชวนทานข้าวเย็น

อ่านหัวเรื่องแล้ว อย่าเข้าใจผิดคิดว่า เจ้านายสามีคิดไม่ซื่อกับเรานะคะ555


แปลตรงตัวเลยค่ะ วันนี้เจ้านายสามีชวนเรากับสามีไปทานข้าวเย็น


เรื่องมันมาจากว่า คุณสามีเป็นคนที่ปลื้มภรรยามากๆ(ขอให้ปลื้มไปนานๆละกันนะคะ) แต่งงานกันมาปีกว่าๆ ย้ายไซท์งานมา 3แห่ง ทุกที่ วิศวกรที่ทำงานร่วมกับเขา ต้องได้ฟังเรื่องภรรยาคนไทย


คงมีทั้งดีและเลวร้ายผสมกันค่ะ แต่คงเล่าด้วยความรักและเอ็นดู555


เพราะที่ไซท์งานที่แล้ว มีวิศวกรเลียบๆเคียงๆอยากให้แนะนำสาวไทยน่ารักๆให้ ประมาณว่า ตัวเองอายุ 30แล้ว ทำแต่งาน ไม่มีเวลามีแฟน เลยอยากให้คุณแฟนเราช่วยหาให้หน่อย


สามีเล่า เราก็อ้าปากเตรียมพรีเซ้นท์ผองเพื่อนที่เตรียมคานทองกันเป็นทิวแถวให้ คุณสามีก็หยุดเล่าซะเฉยๆ เหมือนรู้ทันยังไงก็ไม่รู้


คงจะแอบคิดละซิว่า ให้ตรูมีเมียแก่(กว่า)คนเดียวก็พอแล้ว เอ็งอย่ามาร่วมเก็บดอกไม้เหี่ยวๆไว้บูชาด้วยเลย


ที่ไซท์งานนี้ก็คงเม้าท์ภรรยาคนไทยซะรู้จักกันทั้งโรงงานค่ะ


วันนี้วันอาทิตย์(จริงๆคือเมื่อวานเนอะ) คุณสามีต้องไปทำงานไม่ได้หยุดเหมือนพนักงานทั่วไป หลังเลิกงานก็


โทรศัพท์เข้ามา


วันนี้เจ้านายจะเลี้ยงอาหารค่ำ เชิญภรรยาด้วย เขาอยากเจอภรรยาคนไทย เดี๋ยวเจอกันที่สถานี....นะ


เรามีเวลาแต่งตัว 20นาที แหม ไม่ไว้หน้ากันบ้างเลย บอสจะเจอทั้งที เราก็หัวฟูอยู่บ้านจะแต่งตัวยังไงทัน..


แต่ก็ต้องทันค่ะ 555 เป็นภรรยาคนญี่ปุ่นต้องอดทน


เจ้านายพาไปเลี้ยง อาหารญี่ปุ่นในร้านค่อนข้างดูดีทีเดียว ก็ทานไปคุยไป รู้สึกเจ้านายจะรู้แบ็คกราวน์เราเยอะจริงๆ


และโชคดีเจ้านายพูดภาษาอังกฤษได้ดีมากๆ เพราะเคยเรียนและทำงานที่อเมริกา



คุณสามี เป็นวิศวกรที่ทำงานดี แต่ไม่เครียด ซึ่งต่างจากวิศวกรทั่วๆไป และชอบพูดยกย่องภรรยา (อันหลังนี้เราหน้า


บานค่ะ555) เจ้านายบอกเราแบบนั้น


(คนญี่ปุ่นทำงานค่อนข้างหนักและเครียดค่ะ)


เขาเคยไปเที่ยวเมืองไทยสมัยหนุ่มๆ และก็ชอบอัธยาศัยคนไทย ที่ยิ้มแย้มเสมอ ต้องขอขอบคุณที่เธอทำให้ลูกน้อง


เขามีกำลังใจในการทำงาน



..อันหลังนี้ งง อ่ะ ทำไมต้องมาขอบคุณเรา นี่คุณสามีเราอ่ะ555


ตอนหลังคุณสามีก็อธิบายว่า มันเป็นธรรมเนียมที่คนญี่ปุ่น ชอบขอบคุณบางทีก็เหมือนกับพูดไปงั้นๆแหละ แต่กรณีนี้ ถือว่าเป็นความหมายที่ดีนะ


อย่างเช่น ขอบคุณที่เหน็ดเหนื่อย ขอบคุณที่อดทน....อะไรประมาณนี้


เราก็เลยแซว.เออ..จำได้ๆ ตอนที่แต่งงานกันใหม่ๆ เธอมานั่งคุกเข่าและก็ขอบคุณที่ฉันแต่งงานด้วย โธ่เอ๊ย..ไอ้เรา


นึกว่าจริงใจ ปลื้มซะน้ำตาไหลพราก



ที่แท้ก็เป็นธรรมเนียม ฮ่วย..555Smiley






Free TextEditor



Create Date : 08 สิงหาคม 2554
Last Update : 8 สิงหาคม 2554 1:18:49 น.
Counter : 492 Pageviews.

3 comment
ซื้อยูกาตะจะไปงานฮานาบิจ้า

ก่อนจะเขียนย้อนอดีต สมัยอยู่โอซากาและชิกะ เล่าเรื่องปัจจุบันสดๆร้อนๆก่อนดีกว่าSmiley


คุณสามีชวนไปซื้อชุดยูกาตะ พร้อมบอกจะพาไปงานฮานาบิค่ะ


สำหรับคนที่ชอบดูพวกหนัง ละครญี่ปุ่นคงรู้จักยูกาตะและฮานาบิดี 2สิ่งนี้อยู่คู่คนญี่ปุ่นเมื่อถึงหน้าร้อนค่ะ



อันที่จริงปีที่แล้ว หน้าร้อนเราอยู่เมืองชิกะ ตอนนั้นคุณสามีก็จะซื้อให้แต่เราไม่ยอม


555 ไม่ใช่ว่าจะอยากออกเงินเองหรือหยิ่งในศักดิ์ศรีอะไรหรอกนะคะ



แต่เป็นเพราะ เราขอเช็คแฟชั่น+หาข้อมูลยูกาตะก่อน ว่าสาวๆที่นี่เขาแต่งกันยังไง ยูกาตะแบบไหนที่ถูกใจและเหมาะกับเรา


ก็คงไม่ได้ซื้อกันบ่อยๆใช้มั้ยคะ ปีนึงใส่ไม่กี่ครั้งก็จริง แต่ขอเลือกหน่อย เลยขอบายไว้ปีหน้า


ใครจะไปรู้ล่ะ ว่าปีถัดไปต้องย้ายมานาโงยา..Smiley อุตส่าห์เช็คเทรนด์สาวแถวๆชิกะจนแน่ใจแล้วเปลี่ยนที่อยู่อีกแระ


คุณสามีก็บอกว่า เหมือนๆกันแหละ ยูกาตะน่ะ (แต่ในใจคงแอบบ่นว่า เลือกมากจัง ใส่แล้วก็ไม่ได้สวยขึ้นไปกว่านี้หรอก..ฮา)


แล้วเราก็ไปซื้อยูกาตะกันในร้านขายยูกาตะที่อยู่ในห้าง


ขอเล่าประสบการณ์ซื้อยูกาตะครั้งแรกในชีวิตละกันเนอะ



เขามีมุมหลายมุมไว้ลองยูกาตะค่ะ และก็มีพนักงานมาช่วยเราใส่ เราสามารถลองได้จนกว่าจะพอใจ


แต่เราอายเลยลองแค่ 2 ชุดแล้วซื้อเลย ทีนี้มาถึงตอนเลือกโอบิ(ผ้าคาดเอวค่ะ)


เรารีบบอกสามีเป็นภาษาอังกฤษเลยว่า ขอที่ผูกง่ายๆ ผูกแล้วปิดพุงมิดๆเลย555 เพราะเดี๋ยวกลับบ้านไปผูกไม่เป็น


คุณแฟนบอกว่า ไม่แปลให้นะอายเค้า  แต่คุณสามีก็อธิบายๆให้พนักงานขายฟังค่ะ


พนักงานหายไปเลือกโอบิให้..แม่เจ้า สวยมากค่ะ(ในสายตาเรา) พนักงานก็ลองพันให้ เราบอกสามีให้มาช่วยกันจำหน่อย


เดี๋ยวเวลาใส่จะได้ช่วยเรา


เช็คราคา..แม่เจ้าอีกรอบ แพงพอๆกับยูกาตะเลย แต่สามีก็ซื้อให้นะคะ


เราก็นะ..แกล้งบอกว่า ชั้นเอาอันถูกๆก็ได้นะไม่เป็นไร ยอมสวยน้อยก็ได้จะได้ประหยัดเงินเธอ(พูดไป..แววตานี่นางมารร้ายจ้องโอบิไม่วางตา555)


สามีบอก ไม่เป็นไร ยูกาตะ 1 ชุด ใช้ได้ตลอดชีวิต


อ้าว..ซื้อให้ชุดนี้แล้วไม่คิดจะซื้อให้อีกแล้วหรอ..เคี่ยวจริง..สามีตรู


แต่ก็นะ ได้ยูกาตะ+โอบิแสนสวยสมใจ คราวหน้าจะเล่าเรื่องไปฮานาบิแล้วละ


ปล.มีรูปยูกาตะให้ดูด้วยนะSmiley




Free TextEditor



Create Date : 07 สิงหาคม 2554
Last Update : 7 สิงหาคม 2554 12:48:18 น.
Counter : 529 Pageviews.

2 comment
เพราะเที่ยว..ชีวิตจึงลงเอยด้วยการแต่งงาน

เรื่องเที่ยวเมื่อ6-7ปีก่อน สมัยแบกเป้ทริปเเรก เขียนค้างไว้ตั้งแต่ปีก่อนยังเขียนไม่จบ


ต้องขึ้นกลุ่มบล็อกใหม่ เพราะเปิดบล็อกตัวเองทีไร รู้สึกสับสนทุกที จะเขียนเรื่องชีวิตแม่บ้านญี่ปุ่น หรือเรื่องแบกเป้เที่ยวก่อนดี


ตอนอยู่หน้าแป้นคีย์บอร์ด 2อย่างนี้มันวิ่งพุ่งมาพร้อมๆกันSmiley


เพราะเราเที่ยว เลยทำให้พบกับแฟน ทำให้แต่งงาน ทั้งที่สมัยก่อนเสียงแข็งมาก ว่า ฉันอยากอยู่คนเดียว สบายกว่า ..จะได้เที่ยว ไม่ต้องแคร์ใคร..


หุหุ..ไม่ทันขาดทัน กามเทพแผลงศร ตอนเที่ยวญี่ปุ่น ทำให้ต้องกลับมาญี่ปุ่นซ้ำแล้ว..ซ้ำเล่า (เสียเวลาไปประเทศอื่นเลย55)


จนกระทั่ง แต่งงาน..


บางวัน มองหน้าสามี ก็งง งง เออ..คนนี้น่ะ..ผะอั๋วเราเหรอเนี่ย555Smiley


สามีเรา เราถือว่าเป็นสุดยอดสามี(สำหรับเรานะคะ) ภรรยาจะไปไหนทำอะไร ยอมหมด เข้าใจง่าย และรู้เช่นเห็นกมลสันดานของภรรยาค่ะ(ขออภัยที่หยาบเล็กๆค่ะ)


แต่คุณสามี ก็ยังเยินยอเรา ว่าเป็นสุดยอดภรรยา ไม่บ่น ไม่เบื่อ ไม่อิดออด เพราะสามีต้องย้ายไซด์งานไปหลายแห่ง (แหงละค่ะ  ดิฉันเริ่มเขียนบล็อก ตอนแต่งงาน โปรไฟล์นี่เปลี่ยนรอบนี้รอบที่3แระ)


โอซากา  ย้ายมาชิกะ และนี่ก็เพิ่งย้ายมา นาโงยา


เป็นคนอื่น คงเซ็ง แต่เรา ชอบสุดๆจะบ่นทำไมละค่ะ<img src=http://www.bloggang.com/emo/emo139.gif>


ตกลง สรุปว่าเราจะเขียนมันไปพร้อมๆกันนี่แหละ วันไหนอยากเขียนเรื่องแบกเป้ก็เขียนในกรุ๊ปโน้น วันไหนอยากเม้าท์สามีก็มาเม้าท์ในนี้555






Free TextEditor



Create Date : 07 สิงหาคม 2554
Last Update : 7 สิงหาคม 2554 12:21:02 น.
Counter : 262 Pageviews.

2 comment

peterpancake
Location :
nagoya  Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]