Kidthueng
Group Blog
 
All blogs
 

ความหมายของคำว่า "นักเรียน, นักศึกษา, นิสิต"

พอดีไปอ่านในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับเรื่อง "10 ตัวอย่าภาษาอังกฤษงแบบผิดๆที่ฮิตติดปากคนไทย" และไปสนใจคำว่า "Freshy" ค้นหาไปค้นหามาก็ไปพบข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับหัวข้อที่ผมจะเขียนถึงพอดี

นักเรียน หมายถึง ผู้เรียนในโรงเรียนระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา (บางครั้งอาจใช้ในความหมายกว้าง หมายถึง ผู้ศึกษาในสถานศึกษาทั้งหมดก็ได้)

นิสิต และ นักศึกษา หมายถึง ผู้เรียนในระดับอุดมศึกษา (นิสิตเป็นคำที่ใช้เฉพาะในสถาบันอุดมศึกษาบางแห่งเท่านั้น)

ผู้เรียน (อังกฤษ: learner) เป็นคำที่มีความหมายกว้างรวม นักเรียน นิสิต นักศึกษา และผู้รับการศึกษาอบรมนอกระบบสถานศึกษาตามปกติ มักใช้ในบริบทของการเรียนรู้

ขณะที่ในสหราชอาณาจักร คำว่านักเรียนในระดับ อนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ใช้คำว่า pupil และนักเรียนในระดับมหาวิทยาลัยจะใช้คำว่า student

ชั้นปีของนักศึกษา
ในประเทศไทยนักศึกษาแต่ละชั้นปีจะมีชื่อเรียกเฉพาะ โดยชื่อเรียกต่างๆ นำมาจากชื่อเรียกของชั้นปีในสหรัฐอเมริกา
เฟรชแมน (freshman) คือนักศึกษาชั้นปีที่ 1 หรือในบางที่จะเรียก น้องใหม่ เพื่อนใหม่ เฟรชชี โดยกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นสำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 จะเรียกตามชื่อเช่น กีฬาเฟรชชี งานรับน้องใหม่ งานรับเพื่อนใหม่ โดยรวมจะเรียกสั้นๆ ว่า เฟรชชี (freshy)*
โซโฟมอร์ (sophomore) คือนักศึกษาชั้นปีที่ 2 มาจากรากศัพท์ภาษากรีก "โซโฟส" (sophos) ที่แปลว่า ฉลาด และ "มอรอส" ที่แปลว่า โง่ ซึ่งกล่าวเป็นนัยว่าเป็นช่วงปีที่มีการเรียนรู้ ลองผิดลองถูก
จูเนียร์ (junior) คือนักศึกษาชั้นปีที่ 3
มิดเดิลร์ (middler) คือนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ของบางประเทศ ที่ระดับมหาวิทยาลัยมีสอน 5 ปี
ซีเนียร์ (senior) คือนักศึกษาชั้นปีที่ 4 หรือชั้นปีสุดท้าย
ซูเปอร์ซีเนียร์ (super senior) หรือ ซูเปอร์ เป็นนักศึกษาที่ใช้เวลาการเรียนมากกว่าปกติ (มากกว่า 4 ปีปกติ) เรียกกันอีกอย่างว่า เด็กโข่ง
ซิล (sil) มาจากคำว่า ฟอสซิล (fossil) หมายถึง เก่า แก่ ดึกดำบรรพ์ เป็นนักศึกษาที่ใช้เวลาการเรียนมากกว่า 4 ปีขึ้นไป หรือหมายถึงนักศึกษาที่ขอลาออกจากคณะที่ตนเองเรียนอยู่เพื่อมาสมัครเข้าคณะอื่นใหม่

นิสิต
นิสิต มีความหมายว่า "ผู้อยู่อาศัย" สืบเนื่องมาจากในช่วงที่เป็นโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้รับการสถาปนาเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้น ที่ตั้งของมหาวิทยาลัยถือว่าอยู่นอกเมือง การคมนาคมเพื่อมาศึกษาเป็นการยากลำบาก ดังนั้น ผู้ที่มาเรียนส่วนใหญ่จำเป็นต้องพักภายในหอพักของมหาวิทยาลัย และก็เรียกบุคคลที่อาศัยในห้องปฏิบัติการว่านิสิตเช่นเดียวกันด้วย
ในปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่า ผู้ที่มาเรียนจะไม่ได้พักในหอพักเหมือนในสมัยก่อนแล้วก็ตาม แต่ก็ยังนิยมเรียกว่า "นิสิต" สำหรับมหาวิทยาลัยดังกล่าว

นิสิต เป็นคำที่ใช้เรียกผู้ที่ศึกษาในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยที่แยกตัวออกมาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ก็คือ มหาวิทยาลัยนเรศวร, มหาวิทยาลัยพะเยา, มหาวิทยาลัยบูรพา, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และ มหาวิทยาลัยทักษิณ รวมทั้ง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย นอกจากนี้ ยังใช้ในมหาวิทยาลัยเอกชนบางแห่งเช่น มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต เป็นต้น โดยในสมัยก่อนมีการใช้คำว่า "นิสิต" สำหรับผู้ชาย และ "นิสิตา" สำหรับ ผู้หญิง

ที่มา : Qoolive, wiki pedia




 

Create Date : 13 มีนาคม 2556    
Last Update : 13 มีนาคม 2556 12:06:05 น.  

การแข่งขัน To be number one ครั้งที่ 11/2013

ปีนี้ลูกสาวเข้าร่วมการแข่งขัน To be number one เป็นครั้งที่ 2 ในรุ่น Junior (แข่งขันในวันที่ 1-2 ธันวาคม 2555) ในความรู้สึกส่วนตัวแล้วทีมของลูกสาวเราเก่งขึ้น แต่ว่าจากที่ดูแต่ละทีมเต้นแล้วเก่งๆ ทั้งนั้นเลย ปีนี้ทีมของลูกสาวได้รางวัลชมเชย ในรอบกรุงเทพมหานคร ลูกสาวเราและอีกหลายคนในทีมก็เสียใจ ไม่ได้เข้ารอบระดับประเทศ ก็ได้ถามไปว่าทำเต็มที่แล้วหรือยัง ซึ่งลูกสาวก็ตอบว่าได้ทำเต็มที่แล้ว ก็ได้บอกไปว่าถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องเสียใจแล้วเพราะเราได้ทำเต็มที่แล้ว

วีดีโอทีมลูกสาวเต้น




 

Create Date : 31 ธันวาคม 2555    
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2556 1:26:11 น.  

บันทึกเรื่องเล่า

จากที่ได้อ่านหนังสืออยู่เล่มหนึ่งของคุณกฤษณะ กฤตมโนรถ
และจากที่ได้รู้จักและเข้าไปสัมผัสกับแอมเวย์ช่วงหนึ่งของชีวิต
ก็ยังไม่ลืมประโยคหนึ่ง (ปกติเป็นคนขึ้ลืมง่ายมาก) ดังนี้

"การทำงานหรืออะไรก็แล้วแต่ ขอให้ทำเหมือนกับที่เราหายใจ"

ความหมายก็คือ
* บางครั้งเมื่อเราพบกับบางสถานที่ที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ (เช่นเหม็นมาก) เราก็อาจจะหยุดหายใจได้ ณ ขณะใดขณะหนึ่ง แต่ก็ได้ไม่นาน ถ้ายังอยู่สถานที่นั้นเราก็ต้องหายใจ เพื่อเิดินทางไปยังสถานที่อื่นต่อไป
* เช่นกัน บางครั้งการทำงานหรืออะไรก็แล้วแต่ เมื่อต้องพบกับบางสถานการณ์ที่เราเหนื่อยหรือท้อแท้ใจเป็นอย่างมาก เราอาจจะหยุดพักเหนื่อยหรือละทิ้งไว้ได้ชั่วคราว แต่อย่างไรเสียก็ขอให้กับมาสู้ต่อ อย่าได้หยุดเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตให้ได้




 

Create Date : 23 กันยายน 2555    
Last Update : 23 กันยายน 2555 6:11:20 น.  

หนี้บัตรเครดิต โดย Korn Chatikavanij




 

Create Date : 08 กันยายน 2555    
Last Update : 8 กันยายน 2555 8:22:07 น.  

การแข่งขัน To Be Number One ครั้งที่ 10/2012

ในปีนี้ลูกสาวมีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขัน To Be Number One รอบชิงชนะเลิศระดับภาค กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระหว่างวันที่ 7-8 มกราคม 2555 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด โดยกรมประชาสัมพันธ์ร่วมกับกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
โดยลูกสาวแข่งขันในรุ่น Junior



วันที่ 7/1/2012
เริ่มจากตอนเช้านัดพบกันที่โรงเรียน หกโมงเช้าเพื่อเตรียมตัวและเดินทางไปเซ็นทรัลเวิล์ดพร้อมกัน



จากนั้นที่เซ็นทรัลเวิล์ด ช่วงก่อนเข้าสู่เวลาแข่งขัน แต่ละทีมซ้อมบล็อกกิ้งหรือบางทีมก็แต่งตัว



เริ่มเข้าสู่การแข่งขัน แต่ละทีมก็เข้ามารวมกลุ่มและฟังกติกาการแข่งขัน (ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันแบ่งเป็น 3 รุ่นคือ Junior, Pre-Teenage, Teenage)





กรรมการตัดสิน









การแข่งขันในวันแรกนั้น ทีมแข่งขันจะเต้นที่พื้นด้านล่าง รอบละ 2 ทีม ส่วนกรรมการจะตัดสินอยู่ด้านบนเวที



ส่วนผู้ปกครอง ก็จะอยู่ด้านหน้าเวทีเพื่อที่จะถ่ายวีดีโอตอนลูกๆแข่งเต้น



สำหรับผู้เข้ารอบในวันแรกนี้ จะต้องมาแข่งขันอีกครั้งในวันที่สอง เพื่อจะแย่งสิทธิ์แข่งในระดับประเทศต่อไป
กำลังประกาศผลการแข่งขัน ทีมที่เข้ารอบจะได้ขึ้นบนเวทีเพื่อถ่ายรูป







สำหรับทีม Pretty Girl ได้เข้ารอบแข่งขันในวันที่สอง เพื่อจะแย่งสิทธิ์แข่งขันในระดับประเทศ



หลังจากแข่งขันในวันแรกเสร็จ ก็กลับมาซ้อมที่โรงเรียนต่อจนถึงประมาณ 2-3 ทุ่ม



การแข่งขันในวันที่สอง (8/2/2012) เมื่อจบการแข่งขันในรอบกรุงเทพและปริมณฑล ก็ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 คู่กับทีม Studio Kids Jr.Star



สำหรับการแข่งขันในระดับประเทศระหว่างวันที่ 28-29/01/2012 ที่เดอะมอลล์บางกะปิ ทีมของลูกสาวไม่ได้รับรางวัลกลับบ้านแต่อย่างใด แต่บรรยากาศการแข่งขันใหญ่โตมากทีเดียว
ส่วนทีมระดับ Preteenage ที่อยู่โรงเรียนเดียวกับลูกสาว (We Are Together) ได้รับรางวัลชมเชย เยี่ยมจริงๆ



สำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันในรายการนี้ เพราะลูกสาวชอบเต้นมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว ก็อยากให้สิ่งที่เค้าชอบมาสอนเค้าเรื่องความมานะบากบั่น, การฝึกซ้อมบ่อยๆ, การทำงานหนักเท่านั้น จึงจะสามารถให้ผลลัพธ์ที่ภาคภูมิใจได้
จากการซ้อมมาเป็นเดือน ลูกสาวบ่น, ท้อ, เหนื่อย ไม่อยากเต้น, อยากลาออก หลายครั้ง จนในที่สุดก็สามารถผลักดันจนเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้จนได้




 

Create Date : 06 มีนาคม 2555    
Last Update : 6 มีนาคม 2555 5:14:36 น.  

1  2  3  
rangsitk4
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add rangsitk4's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.