Group Blog
 
All blogs
 

*** ผลแห่งความประพฤติเรียบร้อย ***




พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๔
มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


จูฬยมกวรรค

๑. สาเลยยกสูตร

ทรงโปรดชาวบ้านสาละ




ว่าด้วยผลแห่งความประพฤติเรียบร้อย


[๔๘๖] ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย

ถ้าบุคคลผู้ประพฤติเรียบร้อย

คือ ประพฤติ-ธรรม พึงหวังว่า โอหนอ

เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก

เราพึงเข้าถึงความเป็นพวกกษัตริย์มหาศาลเถิด

ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้

คือ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก

บุคคลนั้นพึงเข้าถึงความเป็นพวกกษัตริย์มหาศาล

นั่นเป็นเพราะอะไร เพราะบุคคลนั้นเป็นผู้ประพฤติเรียบร้อย

คือ เป็นผู้ประพฤติธรรมอย่างนั้นแหละ.

ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย

ถ้าบุคคลผู้ประพฤติเรียบร้อย คือ ประพฤติธรรม

พึงหวังว่า โอหนอ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก

เราพึงเข้าถึงความเป็นพวกพราหมณ์มหาศาล ฯลฯ

ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย

ถ้าบุคคลผู้ประพฤติเรียบร้อย คือ ประพฤติธรรม

พึงหวัง เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก

เราพึงเข้าถึงความเป็นพวกคฤหบดีมหาศาลเถิด

ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้

คือ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก

บุคคลนั้นพึงเข้าถึงความเป็นพวกคฤหบดีมหาศาล

นั่นเป็นเพราะเหตุอะไร เพราะบุคคลนั้นเป็นผู้ประพฤติเรียบร้อย

คือ เป็นผู้ประพฤติธรรมอย่างนั้นแหละ.

ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย

ถ้าบุคคลผู้ประพฤติเรียบร้อย

คือ ประพฤติธรรม

พึงหวังว่า เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก

เราพึงเข้าถึงความเป็นพวกเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกาเถิด

ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้ คือ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก

บุคคลนั้นพึงเข้าถึงความเป็นพวกเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา

นั่นเป็นเพราะเหตุอะไร เพราะบุคคลนั้นเป็นผู้ประพฤติเรียบร้อย

คือเป็นผู้ประพฤติธรรมอย่างนั้นแหละ.

ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย

ถ้าบุคคลผู้ประพฤติเรียบร้อย คือ ประพฤติธรรม

พึงหวังว่า เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก

เราพึงเข้าถึงความเป็นพวกเทวดาชั้นดาวดึงส์ ...

ความเป็นพวกเทวดาชั้นยามา ...

ความเป็นพวกเทวดาชั้นดุสิต ...

ความเป็นพวกเทวดาชั้นนิมมานรดี ...

ความเป็นพวกเทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัตตี ...

ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย

ถ้าบุคคลผู้ประพฤติเรียบร้อย คือ ประพฤติธรรม

พึงหวังว่า เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก

เราพึงเข้าถึงความเป็นพวกเทวดาที่เนื่องในหมู่พรหมเถิด

ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้

คือ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก

บุคคลนั้นพึงเข้าถึงความเป็นพวกเทวดาที่เนื่องในหมู่พรหม

นั่นเป็นเพราะเหตุอะไร เพราะบุคคลนั้นเป็นผู้ประพฤติเรียบร้อย

คือ เป็นผู้ประพฤติธรรมอย่างนั้นแหละ.

ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย

ถ้าบุคคลผู้ประพฤติเรียบร้อย คือประพฤติธรรม

พึงหวังว่า เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก

เราพึงเข้าถึงความเป็นพวกเทวดาชั้นอาภา

ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้

คือ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก

บุคคลนั้นพึงเข้าถึงความเป็นพวกเทวดาชั้นอาภา

นั่นเป็นเพราะอะไร เป็นเพราะบุคคลนั้นเป็นผู้ประพฤติเรียบร้อย

คือ เป็นผู้ประพฤติธรรมอย่างนั้นแหละ.

ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย

ถ้าบุคคลผู้ประพฤติเรียบร้อย คือประพฤติธรรม

พึงหวังว่า เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก

เราพึงเข้าถึงความเป็นพวกเทวดาชั้นปริตตาภา ...

ความเป็นเทวดาชั้นอัปปมาณาภา ...

ความเป็นพวกเทวดาชั้นอาภัสสรา ...

ความเป็นพวกเทวดาชั้นปริตตสุภา ...

ความเป็นพวกเทวดาชั้นอัปมาณสุภา ...

ความเป็นพวกเทวดาชั้นสุภกิณหกะ ...

ความเป็นพวกเทวดาชั้นเวหัปผละ ...

ความเป็นพวกเทวดาชั้นอวิหา

ความเป็นพวกเทวดาชั้นอตัปปา ...

ความเป็นพวกเทวดาชั้นสุทัสสา ...

ความเป็นพวกเทวดาชั้นสุทัสสี ...

ความเป็นพวกเทวดาชั้นอกนิฏฐะ ...

ความเป็นพวกเทวดาผู้เข้าถึงอากาสานัญจายตนภพ ...

ความเป็นพวกเทวดาผู้เข้าถึงวิญญาณัญจายตนภพ ...

ความเป็นพวกเทวดาผู้เข้าถึงอากิญจัญญายตนภพ ...

ความเป็นพวกเทวดาผู้เข้าถึงเนวสัญญานาสัญญายตนภพ

นั้นเป็นเพราะอะไร

เป็นเพราะบุคคลนั้นเป็นผู้ประพฤติเรียบร้อย

คือ เป็นผู้ประพฤติธรรมอย่างนั้นแหละ.

ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย

ถ้าบุคคลผู้ประพฤติเรียบร้อย

คือประพฤติธรรมพึงหวังว่า

เราพึงทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติและปัญญาวิมุติ

อันไม่มีอาสวะ เพราะสิ้นอาสวะ ด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้ว

เข้าถึงอยู่ในชาตินี้เถิด ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้

บุคคลนั้นพึงทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติปัญญาวิมุติ

อันไม่มีอาสวะเพราะสิ้นอาสวะ ด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้ว

เข้าถึงอยู่ในชาตินี้นั่นเป็นเพราะเหตุอะไร

เป็นเพราะบุคคลนั้นเป็นผู้ประพฤติเรียบร้อย

คือ เป็นผู้ประพฤติธรรม อย่างนั้นแหละ.

ความเป็นผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต

[๔๘๗] เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว

พวกพราหมณ์และคฤหบดี ชาวบ้านสาละได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า

ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก

ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก

พระองค์ทรงประกาศธรรมโดยเอนกปริยาย

เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำเปิดของที่ปิด

บอกทางแก่ผู้หลงทาง หรือตามประทีปในที่มืดด้วยตั้งใจว่า

คนมีจักษุจักเห็นรูป ดังนี้ พวกข้าพระองค์นี้

ขอถึงพระโคดมผู้เจริญกับพระธรรม

และพระภิกษุสงฆ์ว่า เป็นสรณะ

ขอพระโคดมผู้เจริญ จงทรงจำพวกข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสก

ผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต

จำเดิมแต่วันนี้เป็นต้นไปฉะนี้แล.

จบ สาเลยยกสูตร ที่ ๑
-----------------------------------------------------

อ่านรายละเอียดที่นี่นะคะhttp://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=12&A=8867&Z=9055

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=rakdee&group=28





 

Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 5 เมษายน 2553 7:01:04 น.
Counter : 391 Pageviews.  

*** อนิสงส์ในการฟังธรรมโดยกาลอันควร ***






พระสุตตันตปิฎก
เล่ม ๑๔
อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


ผัคคุณสูตร

[๓๒๗] ก็สมัยนั้น ท่านพระผัคคุณะอาพาธ มีทุกข์เป็นไข้หนัก

ครั้งนั้นท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง

ครั้นแล้วได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท่านพระผัคคุณะอาพาธมีทุกข์เป็นไข้หนัก ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานพระวโรกาส ขอพระผู้มีพระภาคทรงอาศัยความอนุเคราะห์ เสด็จเข้าไปเยี่ยมท่านพระผัคคุณะเถิด

พระผู้มีพระภาคทรงรับโดยดุษณีภาพ ครั้งนั้นเป็นเวลาเย็น พระผู้มีพระภาคเสด็จออกจากที่เร้น เสด็จเข้าไปเยี่ยมท่านพระผัคคุณะถึงที่อยู่ ท่านพระผัคคุณะได้เห็นพระ ผู้มีพระภาคกำลังเสด็จมาแต่ไกล แล้วจะลุกจากเตียง

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะท่านพระผัคคุณะว่า อย่าเลยผัคคุณะ เธออย่าลุกขึ้นจากเตียง อาสนะเหล่านี้ที่ผู้อื่นได้ปูไว้มีอยู่ เราจักนั่งบนอาสนะนั้น พระผู้มีพระภาคได้ประทับนั่งบนอาสนะที่ได้ปูไว้แล้ว

ครั้นแล้ว ได้ตรัสถามท่านพระผัคคุณะว่า ดูกรผัคคุณะเธอพออดทนได้หรือ พอยังอัตภาพให้เป็นไปได้หรือ ทุกขเวทนาย่อมบรรเทาไม่กำเริบหรือปรากฏว่าบรรเทา ไม่กำเริบขึ้นหรือ

ท่านพระผัคคุณะกราบทูลว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์อดทนไม่ได้ ยังอัตภาพให้เป็นไปไม่ได้
ทุกขเวทนาของข้าพระองค์กำเริบหนักไม่บรรเทา ปรากฏว่ากำเริบนั้นไม่บรรเทาเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เปรียบเหมือนบุรุษ มีกำลังพึงเฉือนศีรษะด้วยมีดโกนที่คม ฉันใด ลมกล้าเสียดแทงศีรษะของข้าพระองค์ ฉันนั้น

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญข้าพระองค์อดทนไม่ได้ ยังอัตภาพให้เป็นไปไม่ได้ ทุกขเวทนาของข้าพระองค์กำเริบหนัก ไม่บรรเทา ปรากฏว่ากำเริบขึ้น ไม่บรรเทาเลยเปรียบเหมือนบุรุษผู้มีกำลังพึงเอาเชือกที่เหนียวแน่นพันศีรษะ ฉันใด ความเจ็บปวดที่ศีรษะของข้าพระองค์ก็มีประมาณยิ่ง ฉันนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์อดทนไม่ได้


เปรียบเหมือนบุรุษฆ่าโค หรือลูกมือของบุรุษฆ่าโค เป็นคนขยันพึงใช้มีด
สำหรับชำแหละโคที่คม ชำแหละท้องโค ฉันใด ลมกล้ามีประมาณยิ่งย่อมเสียดแทงท้องของข้าพระองค์ ฉันนั้น

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์อดทนไม่ได้ เปรียบบุรุษผู้มีกำลังสองคน จับบุรุษผู้อ่อนกำลังคนเดียวที่แขนคนละข้าง แล้วพึง ลนย่างบนหลุมถ่านไฟ ฉันใด ความเร่าร้อนที่กายของข้าพระองค์ก็ประมาณยิ่ง ฉันนั้น

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์อดทนไม่ได้ ยังอัตภาพให้เป็นไปไม่ได้
ทุกขเวทนาของข้าพระองค์กำเริบหนัก ไม่บรรเทา ปรากฏว่ากำเริบขึ้น
ไม่บรรเทาเลย

ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงด้วยธรรมีกถาให้ท่านพระผัคคุณะเห็นแจ้ง ให้สมาทาน อาจหาญ ร่าเริง แล้วเสด็จลุกจากอาสนะหลีกไป


ครั้นเมื่อพระผู้มีพระภาคเสด็จไปแล้วไม่นาน ท่านพระผัคคุณะได้กระทำกาละ และในเวลาตาย อินทรีย์ของท่านพระผัคคุณะนั้น ผ่องใสยิ่งนัก ฯ

ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง

ครั้นแล้วได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อพระผู้มีพระภาคเสด็จจากมาไม่นาน ท่านพระผัคคุณะก็กระทำกาละ และในเวลาตายอินทรีย์ของท่านพระผัคคุณะผ่องใสยิ่งนัก

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์

ก็อินทรีย์ของผัคคุณภิกษุจักไม่ผ่องใสได้อย่างไร

จิตของผัคคุณภิกษุยังไม่หลุดพ้นจากสังโยชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องต่ำ ๕

จิตของผัคคุณภิกษุนั้น ก็หลุดพ้นแล้วจากสังโยชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องต่ำ ๕

เพราะได้ฟังธรรมเทศนานั้น

ดูกรอานนท์อานิสงส์ในการฟังธรรมโดยกาลอันควร

ในการใคร่ครวญเนื้อความแห่งธรรมโดยกาลอันควร ๖ ประการนี้

๖ ประการเป็นไฉน

ดูกรอานนท์ จิตของภิกษุในธรรม วินัยนี้ ยังไม่หลุดพ้นจากสังโยชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องต่ำ ๕

ในเวลาใกล้ตายเธอได้เห็นตถาคต

ตถาคตย่อมแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น อันงามในท่ามกลางอันงามในที่สุด

ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิงแก่เธอ

จิตของเธอย่อมหลุดพ้นจากสังโยชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องต่ำ ๕

เพราะได้ฟังธรรมเทศนานั้น

ดูกรอานนท์ นี้เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๑ ในการฟังธรรม โดยกาลอันควร ฯ

อีกประการหนึ่ง จิตของภิกษุยังไม่หลุดพ้นจากสังโยชน์อันเป็นไปใน
ส่วนเบื้องต่ำ ๕

ในเวลาใกล้ตาย

เธอไม่ได้เห็นตถาคตเลย แต่ได้เห็นสาวก ของพระตถาคต

สาวกของพระตถาคตย่อมแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด

ประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถทั้พยัญชนะ บริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง แก่เธอ

จิตของเธอย่อมหลุดพ้นจากสังโยชน์อันเป็น ไปในส่วนเบื้องต่ำ ๕ เพราะได้ฟังธรรมเทศนานั้น

ดูกรอานนท์ นี้เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๒ ในการฟังธรรมโดยกาลอันควร ฯ


อีกประการหนึ่ง จิตของภิกษุยังไม่หลุดพ้นจากสังโยชน์อันเป็นไปในส่วน เบื้องต่ำ ๕

ในเวลาใกล้ตาย เธอไม่ได้เห็นตถาคต และไม่ได้เห็นสาวกของตถาคตเลย

แต่ย่อมตรึกตรองเพ่งด้วยใจ ซึ่งธรรมตามที่ได้ฟังมาได้เรียนมา

เมื่อเธอตรึกตรองเพ่งด้วยใจ ซึ่งธรรมตามที่ได้ฟังมาได้เรียนมาอยู่

จิตของเธอย่อมหลุดพ้นจากสังโยชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องต่ำ ๕

ดูกรอานนท์ นี้เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๓ ในการใคร่ครวญเนื้อความแห่งธรรมโดยกาลอันควร ฯ


ดูกรอานนท์ จิตของมนุษย์ในธรรมวินัยนี้

ได้หลุดพ้นจากสังโยชน์อัน เป็นไปในส่วนเบื้องต่ำ ๕

แต่จิตของเธอยังไม่น้อมไปในนิพพานอันเป็นที่สิ้นไปแห่งอุปธิกิเลส

อันหาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้

ในเวลาใกล้ตาย เธอย่อมได้เห็นพระตถาคต

พระตถาคตย่อมแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้นแก่เธอ

จิตของเธอย่อมน้อมไปในนิพพานอันเป็นที่สิ้นไปแห่งอุปธิกิเลส

อันหาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้ เพราะได้ฟังธรรมเทศนานั้น

ดูกรอานนท์ นี้เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๔ ในการ ฟังธรรมโดยกาลอันควร ฯ


อีกประการหนึ่ง จิตของภิกษุหลุดพ้นแล้วจากสังโยชน์

อันเป็นไปในส่วน เบื้องต่ำ ๕ แต่จิตของเธอยังไม่น้อมไปในนิพพาน

อันเป็นที่สิ้นไปแห่งอุปธิ-กิเลส อันหาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้

ในเวลาใกล้ตาย เธอย่อมไม่ได้เห็นพระตถาคต

แต่เธอย่อมได้เห็นสาวกของพระตถาคต

สาวกของพระตถาคตย่อมแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้นแก่เธอ

จิตของเธอย่อมน้อมไปในนิพพานเป็นที่สิ้นไปแห่งอุปธิกิเลส

อันหาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้ เพราะได้ฟังธรรมเทศนานั้น

ดูกรอานนท์นี้เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๕ ในการฟังธรรมโดยกาลอันควร ฯ


อีกประการหนึ่ง จิตของภิกษุหลุดพ้นแล้วจากสังโยชน์

อันเป็นไปในส่วนเบื้องต่ำ ๕

แต่จิตของเธอยังไม่น้อมไปในนิพพาน

อันเป็นที่สิ้นไปแห่งอุปธิ-กิเลส อันหาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้

ในเวลาใกล้ตาย

เธอย่อมไม่ได้เห็นพระตถาคตและย่อมไม่ได้เห็นสาวกของพระตถาคตเลย

แต่เธอย่อมตรึกตรองเพ่งด้วยใจซึ่งธรรมตามที่ได้ฟังมาได้เรียนมา

เมื่อเธอตรึกตรองเพ่งด้วยใจซึ่งธรรมตามที่ได้ฟังมาได้เรียนมาอยู่

จิตของเธอย่อมน้อมไปในนิพพาน

อันเป็นที่สิ้นไปแห่งอุปธิกิเลสอันหาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้

ดูกรอานนท์ นี้เป็นอานิสงส์ข้อ ๖ ในการใคร่ครวญเนื้อความแห่งธรรมโดยกาลอันควร

ดูกรอานนท์ อานิสงส์ในการฟังธรรม ในการใคร่ครวญเนื้อความโดยกาลอันควร ๖ ประการนี้แล ฯ









 

Create Date : 26 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 10 มกราคม 2556 6:41:57 น.
Counter : 598 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

รักดี
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




นามแฝง ชื่อ รักดี

ชอบดอกไม้ รักหมา

ไม่รังเกียจแมว

ไม่อาลัยในสิ่งที่ผ่านไปแล้ว

อยู่กับปัจจุบัน

และทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

ไม่กังวลหรือเป็นทุกข์

กับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง












Friends' blogs
[Add รักดี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.