Group Blog
 
All blogs
 

*** อริยอุโบสถ *** ( 4 )




อริยอุโบสถ มีผลมากเพียงไร มีอานิสงส์มากเพียงไร

มีความรุ่งเรืองมากเพียงไร มีความแผ่ไพศาลมากเพียงไร


ดูกรนางวิสาขา เปรียบเหมือนผู้ใดพึงครองราชย์เป็นอิศราธิบดี

แห่งชนบทใหญ่ ๑๖ แคว้นเหล่านี้

อันสมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ คือ อังคะ มคธะ กาสี โกสละ วัชชี มัลละ เจตี

วังสะ กุรุ ปัญจาละ มัจฉะ สุรเสนะ อัสสกะ อวันตี คันธาระ กัมโพชะ

การครองราชย์ของผู้นั้นยังไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งอุโบสถที่ประกอบด้วยองค์ ๘

ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะราชสมบัติที่เป็นของมนุษย์

เมื่อนำเข้าไปเปรียบเทียบกับสุขที่เป็นทิพย์ เป็นของเล็กน้อย



ดูกรนางวิสาขา

๕๐ ปีซึ่งเป็นของมนุษย์เป็นคืนหนึ่งกับวันหนึ่งของเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา

โดยราตรีนั้น ๓๐ ราตรีเป็นหนึ่งเดือน โดยเดือนนั้น ๑๒ เดือนเป็นหนึ่งปี

โดยปีนั้น ๕๐๐ ปีอันเป็นทิพย์

เป็นประมาณอายุของเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา

ดูกรนางวิสาขา ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้ คือ สตรีหรือบุรุษบางคนในโลกนี้

เข้าจำอุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘แล้ว เมื่อแตกกายตายไป

พึงเข้าถึงความเป็นสหายของเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา

ดูกรนางวิสาขา เราหมายเอาความข้อนี้แล จึงกล่าวว่า ราชสมบัติที่เป็นของ

มนุษย์ เมื่อจะนำเข้าไปเปรียบเทียบกับสุขอันเป็นทิพย์ เป็นของเล็กน้อย



ดูกรนางวิสาขา

๑๐๐ ปี อันเป็นของมนุษย์ เป็นคืนหนึ่งกับวันหนึ่งของเทวดาชั้นดาวดึงส์

โดยราตรีนั้น ๓๐ ราตรีเป็นหนึ่งเดือน โดยเดือนนั้น ๑๒ เดือนเป็นหนึ่งปี

โดยปีนั้น พันปีอันเป็นทิพย์ เป็นประมาณอายุของเทวดาชั้นดาวดึงส์

ดูกรนางวิสาขา ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้

คือ สตรีหรือบุรุษบางคนในโลกนี้เข้าจำอุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ แล้ว

เมื่อแตกกายตายไป พึงเข้าถึงความเป็นสหายของเทวดาชั้นดาวดึงส์

ดูกรนางวิสาขา เราหมายเอาความข้อนี้แลจึง

กล่าวว่า ราชสมบัติของมนุษย์ เมื่อนำเข้าไปเปรียบเทียบกับสุขอันเป็นทิพย์

เป็นของเล็กน้อย



ดูกรนางวิสาขา

๒๐๐ ปี อันเป็นของมนุษย์ เป็นคืนหนึ่งกับวันหนึ่งของเทวดาชั้นยามา

โดยราตรีนั้น ๓๐ ราตรีเป็นหนึ่งเดือน โดยเดือนนั้น๑๒ เดือนเป็นหนึ่งปี

โดยปีนั้น สองพันปีอันเป็นทิพย์ เป็นประมาณอายุของเทวดาชั้นมายา

ดูกรนางวิสาขา ก็ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้ คือ สตรีหรือบุรุษบางคนในโลกนี้

เข้าจำอุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ แล้ว เมื่อแตกกายตายไป

พึงเข้าถึงความเป็นสหายของเทวดาชั้นมายา

ดูกรนางวิสาขา เราหมายเอาความข้อนี้แล

จึงกล่าวว่า ราชสมบัติอันเป็นของมนุษย์

เมื่อนำเข้าไปเปรียบเทียบกับสุขอันเป็นทิพย์ เป็นของเล็กน้อย



ดูกรนางวิสาขา

๔๐๐ ปี อันเป็นของมนุษย์เป็นคืนหนึ่งกับวันหนึ่งของเทวดาชั้นดุสิต

โดยราตรีนั้น ๓๐ ราตรีเป็นหนึ่งเดือนโดยเดือนนั้น ๑๒ เดือนเป็นหนึ่งปี

โดยปีนั้น ๔,๐๐๐ ปี อันเป็นทิพย์ เป็นประมาณอายุของเทวดาชั้นดุสิต

ดูกรนางวิสาขา ก็ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้ คือสตรีหรือบุรุษบางคนในโลกนี้

เข้าจำอุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ แล้ว เมื่อแตกกายตายไป

พึงเข้าถึงความเป็นสหายของเทวดาชั้นดุสิต

ดูกรนางวิสาขา เราหมายเอาความข้อนี้แล

จึงกล่าวว่า ราชสมบัติอันเป็นของมนุษย์ เมื่อนำเข้า

ไปเปรียบเทียบกับสุขอันเป็นทิพย์ เป็นของเล็กน้อย


ดูกรนางวิสาขา

๘๐๐ ปีอันเป็นของมนุษย์ เป็นวันหนึ่งกับคืนหนึ่งของเทวดาชั้นนิมมานรดี

โดยราตรีนั้น๓๐ ราตรีเป็นหนึ่งเดือน โดยเดือนนั้น ๑๒ เดือนเป็นหนึ่งปี

โดยปีนั้น ๘,๐๐๐ ปีอันเป็นทิพย์ เป็นประมาณของอายุของเทวดาชั้นนิมมานรดี

ดูกรนางวิสาขาก็ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้ คือ สตรีหรือบุรุษบางคนในโลกนี้

เข้าจำอุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ แล้ว

เมื่อแตกกายตายไป พึงเข้าถึงความเป็นสหายของเทวดาชั้นนิมมานรดี

ดูกรนางวิสาขา เราหมายเอาความข้อนี้แล จึงกล่าวว่า

ราชสมบัติอันเป็นของมนุษย์ เมื่อนำเข้าไปเปรียบเทียบกับสุขอันเป็นทิพย์

เป็นของเล็กน้อย


ดูกรนางวิสาขา

๑,๖๐๐ ปี อันเป็นของมนุษย์ เป็นคืนหนึ่งกับวันหนึ่งของเทวดา

ชั้นปรนิมมิตวสวัสดี โดยราตรีนั้น ๓๐ ราตรีเป็นหนึ่งเดือนโดยเดือนนั้น ๑๒ เดือน

เป็นหนึ่งปีโดยปีนั้น ๑๖,๐๐๐ ปีอันเป็นทิพย์

เป็นประมาณอายุของเทวดาชั้นปรนิมมตวสวัสดี

ดูกรนางวิสาขา ก็ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้ คือ สตรีหรือบุรุษบางคนในโลกนี้

เข้าจำอุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘แล้ว เมื่อแตกกายตายไป

พึงเข้าถึงความเป็นสหายของเทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัสดี

ดูกรนางวิสาขา เราหมายความเอาข้อนี้แล จึงกล่าวว่า ราชสมบัติอันเป็นของ

มนุษย์ เมื่อนำเข้าไปเปรียบเทียบกับสุขอันเป็นทิพย์ เป็นของเล็กน้อย ฯ


บุคคลไม่พึงฆ่าสัตว์ ไม่พึงลักทรัพย์ ไม่พึงพูดเท็จ ไม่พึงดื่มน้ำเมา
พึงงดเว้นเมถุน อันเป็นความประพฤติไม่ประเสริฐ
ไม่พึงบริโภคโภชนะในเวลาวิกาล ในกลางคืน
ไม่พึงทัดทรงดอกไม้ ไม่พึงลูบไล้ของหอม และพึงนอนบนเตียง บนพื้น
หรือบนที่ซึ่งเขาปูลาด บัณฑิตทั้งหลายกล่าวอุโบสถที่ประกอบด้วยองค์ ๘
นี้แลว่า อันพระพุทธเจ้าผู้ถึงที่สุดทุกข์ทรงประกาศไว้ พระจันทร์ พระอาทิตย์
ทั้งสองที่น่าดู ส่องแสง โคจรไปทั่วสถานที่ประมาณเท่าใด และพระจันทร์
พระอาทิตย์นั้น กำจัดความมืด ไปในอากาศทำให้ทิศรุ่งโรจน์
ส่องแสงอยู่ในนภากาศ ทั่วสถานที่มีประมาณเท่าใด
ทรัพย์ คือ แก้วมุกดา แก้วมณี แก้วไพฑูรย์ ทองสิงคี และทองคำ
ตลอดถึงทองชนิดที่เรียกว่าหฏกะ เท่าที่มีอยู่ในสถานที่ประมาณเท่านั้น
ยังไม่ถึงแม้ซึ่งเสี้ยวที่ ๑๖ ของอุโบสถที่ประกอบด้วยองค์ ๘
และทั้งหมดยังไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ ของแสงจันทร์และหมู่ดาว เพราะ
ฉะนั้นแหละ สตรีบุรุษผู้มีศีล เข้าจำอุโบสถประกอบด้วย
องค์ ๘ ทำบุญซึ่งมีสุขเป็นกำไร เป็นผู้ไม่ถูกนินทา ย่อมเข้าถึงสัคคสถาน ฯ

จบมหาวรรคที่ ๒






 

Create Date : 13 มกราคม 2556    
Last Update : 13 มกราคม 2556 13:30:59 น.
Counter : 551 Pageviews.  

*** อริยอุโบสถ *** ( 3 )




ดูกรนางวิสาขา จิตที่เศร้าหมองจะทำให้ผ่องแผ้วได้ด้วยความเพียร

ก็จิตที่เศร้าหมองจะทำให้ผ่องแผ้วได้ด้วยความเพียรอย่างไร

ดูกรนางวิสาขา อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ย่อมระลึกถึงศีลของตน

อันไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย เป็นไทยแก่ตัว

ท่านผู้รู้สรรเสริญ ไม่ถูกตัณหา ทิฐิลูบคลำ เป็นไปเพื่อสมาธิ

เมื่อเธอหมั่นระลึกถึงศีลอยู่ จิตย่อมผ่องใส เกิดความปราโมทย์

ละเครื่องเศร้าหมองแห่งจิตเสียได้

ดูกรนางวิสาขา เปรียบเหมือนกระจกเงาที่มัวจะทำให้ใสได้ด้วยความเพียร

ก็กระจกเงาที่มัวจะทำให้ใสได้ด้วยความเพียรอย่างไร

จะทำให้ใสได้เพราะอาศัยน้ำมัน เถ้า แปรง

กับความพยายามอันเกิดแต่เหตุนั้นของบุรุษ

ดูกรนางวิสาขา กระจกที่มัวจะทำให้ใสได้ด้วยความเพียรอย่างนี้แล

ฉันใด จิตที่เศร้าหมองจะทำให้ผ่องแผ้วได้ก็ด้วยความเพียรฉันนั้นเหมือนกัน

ก็จิตที่เศร้าหมองจะทำให้ผ่องแผ้วได้ด้วยความเพียรอย่างไร

ดูกรนางวิสาขา อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ระลึกถึงศีลของตน ...

ดูกรนางวิสาขา อริยสาวกนี้เรียกว่าเข้าจำศีลอุโบสถ อยู่ร่วมกับศีล

และมีจิตผ่องใสเพราะปรารภศีล เกิดความปราโมทย์

ละเครื่องเศร้าหมองแห่งจิตเสียได้

ดูกรนางวิสาขา จิตที่เศร้าหมอง

ย่อมทำให้ผ่องแผ้วได้ด้วยความเพียรอย่างนี้แล



ดูกรนางวิสาขา จิตที่เศร้าหมองจะทำให้ผ่องแผ้วได้ด้วยความเพียร

ก็จิตที่เศร้าหมองจะทำให้ผ่องแผ้วได้ด้วยความเพียรอย่างไร

ดูกรนางวิสาขา อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ย่อมระลึกถึงเทวดาว่า

เทวดาพวกชั้นจาตุมหาราชิกามีอยู่ เทวดาพวกชั้นดาวดึงส์มีอยู่

เทวดาพวกชั้นยามามีอยู่ เทวดาพวกชั้นดุสิตมีอยู่

เทวดาพวกชั้นนิมมานรดีมีอยู่ เทวดาพวกชั้นปรินิมมิตวสวัตตีมีอยู่

เทวดาพวกที่นับเนื่องเข้าในหมู่พรหมมีอยู่

เทวดาพวกที่สูงกว่านั้นขึ้นไปมีอยู่

เทวดาเหล่านั้นประกอบด้วยศรัทธาเช่นใด

จุติจากภพนี้ไปเกิดในภพนั้น ศรัทธาเช่นนั้นแม้ของเราก็มี

เทวดาเหล่านั้นประกอบด้วยศีลเช่นใด จุติจากภพนี้ไปเกิดในภพนั้น

ศีลเช่นนั้นแม้ของเราก็มี

เทวดาเหล่านั้นประกอบด้วยสุตะเช่นใด

จุติจากภพนี้ไปเกิดในภพนั้น สุตะเช่นนั้นแม้ของเราก็มี

เทวดาเหล่านั้นประกอบด้วยจาคะเช่นใด จุติจากภพนี้ไปเกิดในภพนั้น

จาคะเช่นนั้นแม้ของเราก็มี

เทวดาเหล่านั้นประกอบด้วยปัญญาเช่นใด

จุติจากภพนี้ไปเกิดในภพนั้น ปัญญาเช่นนั้นแม้ของเราก็มี

เมื่อเธอระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ

และปัญญาของตนกับของเทวดาเหล่านั้นอยู่ จิตย่อมผ่องใส

เกิดความปราโมทย์ ละเครื่องเศร้าหมองแห่งจิตเสียได้

ดูกรนางวิสาขา เปรียบเหมือนทองที่หมองจะทำให้สุกได้ก็ด้วยความเพียร

ทองที่หมองจะทำให้สุกได้ด้วยความเพียรอย่างไร

จะทำให้สุกได้เพราะอาศัยเบ้าหลอมทอง เกลือ ยางไม้ คีม

กับความพยายามที่เกิดแต่เหตุนั้นของบุรุษ ดูกรนางวิสาขา

ทองที่หมองจะทำให้สุกได้ด้วยความเพียรอย่างนี้แล

ฉันใด จิตที่เศร้าหมองจะทำให้ผ่องแผ้วได้ด้วยความเพียร ฉันนั้นเหมือนกัน

ดูกรนางวิสาขาอริยสาวกเช่นนี้เรียกว่า เข้าจำเทวดาอุโบสถ

อยู่ร่วมกับเทวดา มีจิตผ่องใสเพราะปรารภเทวดา เกิดความปราโมทย์

ละเครื่องเศร้าหมองแห่งจิตเสียได้

ดูกรนางวิสาขา จิตที่เศร้าหมองจะทำให้ผ่องแผ้วได้ด้วยความเพียรอย่างนี้แล



วิสาขา จิตที่เศร้าหมองจะทำให้ผ่องแผ้วได้ด้วยความเพียรอย่างนี้แล

ดูกรนางวิสาขา พระอริยสาวกนั้นย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า

พระอรหันต์ทั้งหลาย ละการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์

วางทัณฑะ วางศาตราแล้ว มีความละอายมีความเอ็นดู มีความกรุณา

หวังประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวงอยู่จนตลอดชีวิต

แม้เราก็ได้ละการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ วางทัณฑะ วางศาตราแล้ว

มีความละอาย มีความเอ็นดู มีความกรุณา หวังประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวงอยู่

ตลอดคืนหนึ่งกับวันหนึ่งนี้ในวันนี้ แม้ด้วยองค์อันนี้ เราก็ชื่อว่าได้ทำตามพระ

อรหันต์ทั้งหลาย ทั้งอุโบสถก็จักเป็นอันเราเข้าจำแล้ว



พระอรหันต์ทั้งหลายละการลักทรัพย์ เว้นขาดจากการลักทรัพย์

รับแต่ของที่เขาให้ ต้องการแต่ของที่เขาให้ ไม่ประพฤติตนเป็นคนขโมย

เป็นผู้สะอาดอยู่จนตลอดชีวิต

แม้เราก็ละการลักทรัพย์ เว้นขาดจากการลักทรัพย์

รับแต่ของที่เขาให้ ต้องการแต่ของที่เขาให้ ไม่ประพฤติตนเป็นคนขโมย

เป็นผู้สะอาดอยู่ ตลอดคืนหนึ่งกับวันหนึ่งนี้ในวันนี้ แม้ด้วยองค์อันนี้

เราก็ชื่อว่าได้ทำตามพระอรหันต์ทั้งหลาย ทั้งอุโบสถก็จักเป็นอันเราเข้าจำแล้ว


พระอรหันต์ทั้งหลาย ละกรรมเป็นข้าศึกแก่พรหมจรรย์

ประพฤติพรหมจรรย์ ประพฤติห่างไกล เว้นขาดจากเมถุนอันเป็นกิจของชาวบ้าน

จนตลอดชีวิต แม้เราก็ได้ละกรรมเป็นข้าศึกแก่พรหมจรรย์ ประพฤติพรหมจรรย์

ประพฤติห่างไกล เว้นขาดจากเมถุนอันเป็นกิจของชาวบ้าน

ตลอดคืนหนึ่งกับวันหนึ่งนี้ในวันนี้

แม้ด้วยองค์อันนี้ เราก็ชื่อว่าได้ทำตามพระอรหันต์ทั้งหลาย

ทั้งอุโบสถก็จักเป็นอันเราเข้าจำแล้ว



พระอรหันต์ทั้งหลาย ละการพูดเท็จ เว้นขาดจากการพูดเท็จ พูดแต่คำจริง

ดำรงคำสัตย์ พูดเป็นหลักฐาน ควรเชื่อได้ไม่พูดลวงโลกจนตลอดชีวิต

แม้เราก็ได้ละการพูดเท็จ เว้นขาดจากการพูดเท็จพูดแต่คำจริง

ดำรงคำสัตย์ พูดเป็นหลักฐาน ควรเชื่อได้ ไม่พูดลวงโลก

ตลอดคืนหนึ่งกับวันหนึ่งนี้ในวันนี้ แม้ด้วยองค์อันนี้

เราก็ชื่อว่าได้ทำตามพระอรหันต์ทั้งหลาย ทั้งอุโบสถก็จักเป็นอันเราเข้าจำแล้ว



พระอรหันต์ทั้งหลาย ละการดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัย

อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท เว้นขาดจากการดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัย

อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท แม้จนตลอดชีวิต แม้เราก็ละการดื่มน้ำเมาคือสุรา

และเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท เว้นขาดจากการดื่มน้ำเมาคือสุราและ

เมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ตลอดคืนหนึ่งกับวันหนึ่งนี้ในวันนี้

แม้ด้วยองค์อันนี้ เราก็ชื่อว่าได้ทำตามพระอรหันต์ทั้งหลาย

ทั้งอุโบสถก็จักเป็นอันเราเข้าจำแล้ว



พระอรหันต์ทั้งหลาย ฉันหนเดียว เว้นการบริโภคในราตรี

งดจากการฉันในเวลาวิกาลจนตลอดชีวิต

แม้เราก็บริโภคหนเดียว เว้นการบริโภคในราตรี

งดจากการบริโภคในเวลาวิกาล ตลอดคืนหนึ่งกับวันหนึ่งนี้ในวันนี้

แม้ด้วยองค์อันนี้ เราก็ชื่อว่าได้ทำตามพระอรหันต์ทั้งหลาย

ทั้งอุโบสถจักเป็นอันเราเข้าจำแล้ว



พระอรหันต์ทั้งหลาย เว้นขาดจากฟ้อนรำขับร้อง การประโคมดนตรี

และการดูการเล่นอันเป็นข้าศึกแก่กุศล จากการทัดทรงประดับ

และตกแต่งกายด้วยดอกไม้ของหอม และเครื่องประเทืองผิวอันเป็นฐานะแห่ง

การแต่งตัวจนตลอดชีวิต

แม้เราก็เว้นขาดจากการฟ้อนรำขับร้องการประโคมดนตรี

และดูการเล่นอันเป็นข้าศึกแก่กุศล จากการทัดทรงประดับตกแต่งร่างกายด้วย

ดอกไม้ของหอม และเครื่องประเทืองผิวอันเป็นฐานะแห่งการแต่งตัว ตลอดคืน

หนึ่งกับวันหนึ่งนี้ในวันนี้ แม้ด้วยองค์อันนี้ เราก็ชื่อว่าได้ทำตามพระอรหันต์

ทั้งหลาย ทั้งอุโบสถก็จักเป็นอันเราเข้าจำแล้ว



พระอรหันต์ทั้งหลาย ละการนั่งนอนบนที่นั่งที่นอนอันสูงใหญ่

เว้นขาดจากการนั่งนอนบนที่นั่งที่นอนอันสูงใหญ่ สำเร็จการนอนบนที่นอนอัน

ต่ำ คือ บนเตียงหรือบนเครื่องปูลาดที่ทำด้วยหญ้าจนตลอดชีวิต

แม้เราก็ได้ละการนั่งนอนบนที่นั่งที่นอนอันสูงใหญ่ เว้นขาด

จากการนั่งนอนบนที่นั่งที่นอนอันสูงใหญ่ สำเร็จการนอนบนที่นอนอันต่ำ คือ

บนเตียงหรือบนเครื่องปูลาดที่ทำด้วยหญ้า ตลอดคืนหนึ่งกับวันหนึ่งในวันนี้

แม้ด้วยองค์อันนี้ เราก็ชื่อว่าได้ทำตามพระอรหันต์ทั้งหลาย

ทั้งอุโบสถก็จักเป็นอันเราเข้าจำแล้ว



ดูกรนางวิสาขา อริยอุโบสถเป็นเช่นนี้แล

อริยอุโบสถอันบุคคล เข้าจำแล้วอย่างนี้แล ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก

มีความรุ่งเรืองมาก มีความแผ่ไพศาลมาก





 

Create Date : 12 มกราคม 2556    
Last Update : 16 มกราคม 2556 15:40:19 น.
Counter : 525 Pageviews.  

*** อริยอุโบสถ *** ( 2 )



ดูกรนางวิสาขา ก็ อริยอุโบสถ เป็นอย่างไร

ดูกรนางวิสาขา จิตที่เศร้าหมอง ย่อมทำให้ผ่องแผ้วได้ด้วยความเพียร

ก็จิตที่เศร้าหมองย่อมทำให้ผ่องแผ้วได้ด้วยความเพียรอย่างไร

ดูกรนางวิสาขา อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ย่อมระลึกถึงพระตถาคตว่า

แม้เพราะเหตุนี้ๆ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นพระอรหันต์

ตรัสรู้เองโดยชอบ ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะเสด็จไปดีแล้ว

ทรงรู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึก ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า

เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายทรงเบิกบานแล้ว

เป็นผู้จำแนกธรรมเมื่อเธอหมั่นนึกถึงพระตถาคตอยู่

จิตย่อมผ่องใส เกิดความปราโมทย์ ละเครื่องเศร้าหมองแห่งจิตเสียได้

ดูกรนางวิสาขา เปรียบเหมือนศีรษะที่เปื้อน

จะทำให้สะอาดได้ด้วยความเพียรก็ศีรษะที่เปื้อนจะทำให้สะอาดได้

ด้วยความเพียรอย่างไรจะทำให้สะอาดได้เพราะอาศัยขี้ตะกรัน

ดินเหนียว น้ำ และความพยายามอันเกิดแต่เหตุนั้นของบุรุษ

ดูกรนางวิสาขา ศีรษะที่เปื้อนย่อมทำให้สะอาดได้ด้วย

ความเพียรอย่างนี้แลฉันใด จิตที่เศร้าหมองจะทำให้ผ่องแผ้วได้

ด้วยความเพียรฉันนั้นเหมือนกัน จิตที่เศร้าหมองจะทำให้ผ่องแผ้วได้

ด้วยความเพียรอย่างไร ดูกรนางวิสาขา อริยสาวกในธรรมวินัยนี้

ดูกรนางวิสาขา อริยสาวกนี้เรียกว่าเข้าจำพรหมอุโบสถ อยู่ร่วมกับพรหม

และมีจิตผ่องใสเพราะปรารภพรหม ย่อมผ่องใส เกิดความปราโมทย์

ละเครื่องเศร้าหมองแห่งจิตเสียได้ ดูกรนางวิสาขา

จิตที่เศร้าหมองย่อมทำให้ผ่องแผ้วได้ด้วยความเพียรอย่างนี้แล



ดูกรนางวิสาขา การทำจิตที่เศร้าหมองใหผ่องแผ้วย่อมมีได้ด้วยความพยายาม

อย่างไร อริยสาวกในพระธรรมวินัยนี้ระลึกถึงพระธรรม

เมื่อเธอระลึกถึงพระธรรมอยู่ จิตย่อมผ่องใส ปราโมทย์ย่อมเกิด

อุปกิเลสเหล่าใดมีอยู่ อุปกิเลสนั้นย่อมละได้ ดูกรนางวิสาขา

การทำกายที่สกปรกให้สะอาดย่อมมีได้ด้วยความพยายาม

การทำกายให้สะอาดด้วยความพยายามอย่างไร

ใช้ฝุ่นหิน จุณ และน้ำ กับความพยายามที่สมกับกิจอันนั้นของตน

การทำกายที่สกปรกให้สะอาดด้วยความพยายามฉันนั้น

อุปกิเลสเหล่าใดมีอยู่ อุปกิเลสเหล่านั้นเธอย่อมละเสียได้ฉันนั้นเหมือนกัน

อริยสาวกนี้ชื่อว่า รักษาธัมมอุโบสถ อยู่ร่วมกับพระธรรม

( อุโบสถเนื่องด้วยพระธรรม )และจิตของเธอปรารภพระธรรม

ย่อมผ่องใส ปราโมทย์เกิดขึ้น อุปกิเลสแห่งจิตเหล่าใดมีอยู่

อุปกิเลสเหล่านั้นเธอย่อมละเสียได้



ดูกรนางวิสาขา จิตที่เศร้าหมองย่อมทำให้ผ่องแผ้วได้ด้วยความเพียร

ดูกรนางวิสาขา อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ หมั่นระลึกถึงพระสงฆ์ว่า

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค เป็นผู้ปฏิบัติดีแล้วเป็นผู้ปฏิบัติตรงแล้ว

เป็นผู้ปฏิบัติเป็นธรรม เป็นผู้ปฏิบัติสมควร นี้คือคู่แห่งบุรุษ ๔

บุรุษบุคคล ๘ นี้พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเป็นผู้ควรของคำนับ

เป็นผู้ควรของต้อนรับ เป็นผู้ควรของทำบุญ เป็นผู้ควรทำอัญชลี

เป็นนาบุญของโลกไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า

เมื่อเธอหมั่นระลึกถึงพระสงฆ์อยู่ จิตย่อมผ่องใส เกิดความปราโมทย์

ละเครื่องเศร้าหมองแห่งจิตเสียได้ ดูกรนางวิสาขา เปรียบเหมือนผ้า

ที่เปื้อนจะทำให้สะอาดได้ด้วยความเพียร

ก็ผ้าที่เปื้อนจะทำให้สะอาดได้ด้วยความเพียรอย่างไร

จะทำให้สะอาดได้เพราะใช้ดินเค็ม น้ำด่าง โคมัย น้ำ

กับความเพียรพยายามที่สมกับกิจนั้นของตน

ดูกรนางวิสาขา ผ้าที่เปื้อนย่อมทำให้สะอาดด้วยความเพียรอย่างนี้แล ฉันใด

จิตที่เศร้าหมองย่อมทำให้ผ่องแผ้วได้ก็ด้วยความเพียร ฉันนั้นเหมือนกัน

ดูกรนางวิสาขา อริยสาวกนี้เรียกว่า รักษาสังฆอุโบสถ อยู่ร่วมกับพระสงฆ์

และมีจิตผ่องใส เพราะปรารภพระสงฆ์ เกิดความปราโมทย์

ละเครื่องเศร้าหมองแห่งจิตเสียได้ ดูกรนางวิสาขา จิตที่เศร้าหมอง

ย่อมทำให้ผ่องแผ้วด้วยความเพียรอย่างนี้แล









 

Create Date : 10 มกราคม 2556    
Last Update : 12 มกราคม 2556 14:34:37 น.
Counter : 482 Pageviews.  

*** อริยอุโบสถ *** ( 1 )







พระไตรปิฏก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒
อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาตร หน้าที่ ๒๓๒.

อุโปสถสูตร

[๕๑๐] ๗๑. สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ณ ปราสาทของ

มิคารมารดา ในบุพพาราม ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น

นางวิสาขามิคารมาตาได้เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคยังที่ประทับ

ในวันอุโบสถ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง

ครั้นแล้ว พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า

ดูกรนางวิสาขา ท่านมาแต่ไหนแต่ยังวันอยู่

นางวิสาขากราบทูลว่า วันนี้ดิฉันเข้าจำอุโบสถ เจ้าข้า ฯ

พ. ดูกรนางวิสาขา อุโบสถมี ๓ อย่าง

๓ อย่างเป็นไฉน คือ

โคปาลกอุโบสถ ๑

นิคัณฐอุโบสถ ๑

อริยอุโบสถ ๑

ดูกรนางวิสาขา ก็โคปาลกอุโบสถเป็นอย่างไร

ดูกรนางวิสาขาเปรียบเหมือนนายโคบาล

เวลาเย็นมอบฝูงโคให้ แก่เจ้าของแล้ว

พิจารณาดังนี้ว่า วันนี้โคเที่ยวไปในประเทศโน้นๆ

ดื่มน้ำในประเทศโน้นๆ

พรุ่งนี้โคจักเที่ยวไปในประเทศโน้นๆ จักดื่มน้ำในประเทศ

โน้นๆ แม้ฉันใด ดูกรนางวิสาขา ฉันนั้นเหมือนกัน

คนรักษาอุโบสถบางคนในโลกนี้ พิจารณาดังนี้ว่า

วันนี้เราเคี้ยวของเคี้ยวชนิดนี้ๆ กินของชนิดนี้ๆ


พรุ่งนี้เราจะเคี้ยวของเคี้ยวชนิดนี้ๆ จักกินของกินชนิดนี้ๆ

เขามีใจประกอบด้วยความโลภอยากได้ของเขา

ทำวันให้ล่วงไปด้วยความโลภนั้น

ดูกรนางวิสาขาโคปาลกอุโบสถเป็นเช่นนี้แล ดูกรนางวิสาขา

โคปาลกอุโบสถที่บุคคลเข้าจำแล้วอย่างนี้แล

ไม่มีผลมาก ไม่มีอานิสงส์มาก ไม่รุ่งเรืองมาก ไม่แผ่ไพศาลมาก



ดูกรนางวิสาขา ก็นิคัณฐอุโบสถเป็นอย่างไร

ดูกรนางวิสาขา มีสมณนิกายหนึ่ง มีนามว่านิครนถ์

นิครนถ์เหล่านั้นชักชวนสาวกอย่างนี้ว่า

มาเถอะ พ่อคุณท่านจงวางทัณฑะในหมู่สัตว์ที่อยู่ทางทิศบูรพา

ในที่เลยร้อยโยชน์ไป จงวางทัณฑะในหมู่สัตว์ที่อยู่ทางทิศปัจจิม

ในที่เลยร้อยโยชน์ไป จงวางทัณฑะในหมู่สัตว์ที่อยู่ทางทิศอุดร

ในที่เลยร้อยโยชน์ไป จงวางทัณฑะในหมู่สัตว์ที่อยู่ทางทิศทักษิณ

ในที่เลยร้อยโยชน์ไป นิครนถ์เหล่านั้นชักชวนเพื่อเอ็นดูกรุณาสัตว์บางเหล่า

ไม่ชักชวนเพื่อเอ็นดูกรุณาสัตว์บางเหล่า ด้วยประการฉะนี้ นิครนถ์เหล่านั้น

ชักชวนสาวกในวันอุโบสถเช่นนั้นอย่างนี้ว่า

มาเถอะ พ่อคุณ ท่านจงทิ้งผ้าเสียทุกชิ้นแล้วพูดอย่างนี้ว่า

เราไม่เป็นที่กังวลของใครๆ ในที่ไหนๆ

และตัวเราก็ไม่มีความกังวลในบุคคลและสิ่งของใดๆ ในที่ไหนๆ ดังนี้

แต่ว่ามารดาและบิดาของเขารู้อยู่ว่า ผู้นี้เป็นบุตรของเรา

แม้เขาก็รู้ว่า ท่านเหล่านี้เป็นมารดาบิดาของเรา

อนึ่ง บุตรและภรรยาของเขาก็รู้อยู่ว่า ผู้นี้เป็นบิดาสามีของเรา

แม้เขาก็รู้อยู่ว่า ผู้นี้เป็นบุตรภรรยาของเรา

พวกทาสและคนงานของเขารู้อยู่ว่า ท่านผู้นี้เป็นนายของเรา

ถึงตัวเขาก็รู้ว่า คนเหล่านี้เป็นทาสและคนงานของเรา

เขาชักชวนในการพูดเท็จ ในสมัยที่ควรชักชวนในคำสัตย์

ด้วยประการฉะนี้ เรากล่าวถึงกรรมของผู้นั้นเพราะมุสาวาท

พอล่วงราตรีนั้นไป เขาย่อมบริโภคโภคะเหล่านั้นที่เจ้าของไม่ได้ให้

เรากล่าวถึงกรรมของผู้นั้นเพราะอทินนาทาน

ดูกรนางวิสาขา นิคัณฐอุโบสถเป็นเช่นนี้แล

ดูกรนางวิสาขา นิคัณฐอุโบสถที่บุคคลเข้าจำแล้วอย่างนี้

ไม่มีผลมาก ไม่มีอานิสงส์มาก ไม่รุ่งเรืองมาก ไม่แผ่ไพศาลมาก











 

Create Date : 09 มกราคม 2556    
Last Update : 12 มกราคม 2556 14:36:09 น.
Counter : 537 Pageviews.  

*** คำกล่าวของบุคคล ***




พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๒
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๔ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
หน้าที่ ๑๗๖/๔๓๐ ข้อที่ ๒๖๗

ถ้อยคำที่คนอื่นจะพึงกล่าว ๕ ประการ

[๒๖๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทางแห่งถ้อยคำที่บุคคลอื่นจะพึงกล่าวกะท่าน

มีอยู่ ๕ ประการ


คือ กล่าวโดยกาลอันสมควรหรือไม่สมควร ๑

กล่าวด้วยเรื่องจริงหรือไม่จริง ๑

กล่าวด้วยคำอ่อนหวานหรือคำหยาบคาย ๑

กล่าวด้วยคำประกอบด้วยประโยชน์หรือไม่ประกอบด้วยประโยชน์๑

มีจิตเมตตาหรือมีโทสะในภายในกล่าว ๑


ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคลอื่นจะกล่าวโดยกาลอันสมควร

หรือไม่สมควรก็ตาม จะกล่าวด้วยเรื่องจริงหรือไม่จริงก็ตาม

จะกล่าวถ้อยคำอ่อนหวานหรือหยาบคายก็ตาม

จะกล่าวถ้อยคำประกอบด้วยประโยชน์ หรือไม่ประกอบด้วยประโยชน์ก็ตาม

จะมีจิตเมตตาหรือมีโทสะในภายในกล่าวก็ตาม

ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้ในข้อนั้น พวกเธอพึงศึกษาอย่างนี้

ว่า จิตของเราจักไม่แปรปรวน เราจักไม่เปล่งวาจาลามก

เราจักอนุเคราะห์ด้วยสิ่งอันเป็นประโยชน์

เราจักมีจิตเมตตา ไม่มีโทสะในภายใน

เราจักแผ่เมตตาจิตไปถึงบุคคลนั้น

และเราแผ่เมตตาจิตอันไพบูลย์ ใหญ่ยิ่ง หาประมาณมิได้

ไม่มีเวร ไม่มีพยาบาท ไปตลอดโลก ทุกทิศทุกทาง

ซึ่งเป็นอารมณ์ของจิตนั้น ดังนี้

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาด้วยอาการดังที่กล่าวมานี้แล.








 

Create Date : 29 มิถุนายน 2555    
Last Update : 2 เมษายน 2556 8:26:39 น.
Counter : 633 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

รักดี
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




นามแฝง ชื่อ รักดี

ชอบดอกไม้ รักหมา

ไม่รังเกียจแมว

ไม่อาลัยในสิ่งที่ผ่านไปแล้ว

อยู่กับปัจจุบัน

และทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

ไม่กังวลหรือเป็นทุกข์

กับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง












Friends' blogs
[Add รักดี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.